สกู๊ปพิเศษ : นักวิจัยชี้ ควรเตรียมความพร้อม-ฝึกทักษะผู้สูงอายุ ทำงานแทนคนวัยทำงานที่ลดลงก่อนที่จะเกษียณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774969

สกู๊ปพิเศษ : นักวิจัยชี้ ควรเตรียมความพร้อม-ฝึกทักษะผู้สูงอายุ  ทำงานแทนคนวัยทำงานที่ลดลงก่อนที่จะเกษียณ

สกู๊ปพิเศษ : นักวิจัยชี้ ควรเตรียมความพร้อม-ฝึกทักษะผู้สูงอายุ ทำงานแทนคนวัยทำงานที่ลดลงก่อนที่จะเกษียณ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สืบเนื่องจากงานประกวดเขียนแผนธุรกิจและประชุมวิชาการระดับชาติ งานเกษตรกำแพงแสน ประจำปี 2566 เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รศ.ดร.อนามัย ดำเนตร คณบดี คณะอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้เชิญวิทยากรพิเศษมาบรรยายในงานดังกล่าว และหนึ่งในเรื่องสำคัญที่ต้องหยิบยกมาเล่าในวันนี้คือเรื่อง “การเตรียมตัวของผู้สูงอายุในการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของผู้บริการในอุตสาหกรรมบริการไทย” บรรยาย โดย รศ.ดร.บรรพต วิรุณราชที่ปรึกษาคณบดี คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (รศ.ธีรวัฒน์ หังสพฤกษ์) ซึ่งได้นำเสนอแนวคิดที่ทุกภาคส่วนควรต้องใส่ใจดังนี้

รศ.ดร.บรรพต ได้กล่าวว่า ในหลายประเทศในปัจจุบัน ได้มีการกำหนดการเกษียณที่อายุมากกว่า 60 ปีซึ่งมีสาเหตุมาจากเด็กเกิดน้อยลงมาก แต่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีมากขึ้น เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมันได้ขยายการเกษียณอายุถึง 67 ปี ฝรั่งเศสขยายถึงอายุ 65-67 ปี ญี่ปุ่นได้ขยายถึง 65 ปี เป็นต้น ส่วนไทยเองรัฐบาลก็เริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่ปี 2560 คือออกกฎหมายสนับสนุนให้ภาคเอกชนจ้างผู้สูงอายุทำงาน โดยการสามารถนำรายจ่ายที่เป็นเงินเดือนมาหักค่าใช้จ่ายก่อนคำนวณภาษี ได้ 2 เท่า แต่คำนวณเงินเดือนที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือนที่จ้างผู้สูงอายุ และจำนวนผู้สูงอายุที่จ้างไม่เกิน 10% ของพนักงานทั้งหมด โดยมีเอกชนที่เข้าร่วมโครงการได้แก่ ห้างบิ๊กซีรับสมัคร คนอายุ 60 ปีขึ้นไปโดยประกาศรับอยู่เป็นระยะๆ ได้แก่ รับพนักงานธุรการ ฝ่ายบัญชี รับโทรศัพท์ต้อนรับลูกค้า แผนกอาหารสด ประจำศูนย์อาหาร มินิบิ๊กซี เภสัชร้านยาเพรียว

จากข้อมูลผู้สูงอายุของไทยในปัจจุบัน มีผู้สูงอายุร้อยละ 20 คือหมายถึง ทุก 100 คน จะมีผู้สูงอายุ 20 คนคนวัยเด็กถึงวัย 59 ปี มี 80 คน แสดงให้เห็นถึงจำนวนคนในวัยทำงานลดลง แต่ในขณะเดียวกัน จำนวนอุตสาหกรรมบริการในประเทศไทยมีเพิ่มมากขึ้น การขาดแคลนแรงงานในวัยทำงานของอุตสาหกรรมดังกล่าวค่อนข้างมีมาก การแก้ปัญหาโดยอาศัยคนต่างชาติมาทำงานแทนนั้นก็ไม่ค่อยราบรื่น เพราะการยิ้มแย้มแจ่มใสแพ้คนไทย และมักชอบย้ายงาน

อุตสาหกรรมนี้ เป็นจุดเน้นของรัฐบาลในการสร้างงาน สร้างเงินมาเป็นอันดับ 1 ของรายได้ของประเทศ จึงต้องอาศัยพนักงานมากขึ้น และคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอาศัยแรงงานบริการของผู้สูงอายุในเร็ววัน และประเด็นสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษอีกเรื่องคือ การเตรียมทักษะ และความพร้อมให้กับคนสูงวัยที่จะทำงานในอุตสาหกรรมบริการในขณะนี้ยังไม่มีเป็นรูปธรรมเด่นชัด และควรเร่งดำเนินการ

รศ.ดร.บรรพต ได้หยิบยกงานวิจัย 2 ผลงานที่ศึกษาเกี่ยวกับการเตรียมทักษะ และความพร้อมคนสูงวัยให้พร้อมทำงานในอุตสาหกรรมบริการ ได้แก่ งานวิจัยของ รศ.ธีวัฒน์ หังสพฤกษ์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่าผู้สูงอายุเมื่ออายุ 60 ปี อำนาจการตัดสินใจต่างๆ จะถูกกำหนดโดย ภรรยา บุตร หรือ สามี จะไม่เป็นตัวของตัวเอง ชีวิตหลังวัย 60 ปี คนในครอบครัวเหล่านี้จะเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนด หากผู้สูงอายุในวันหน้า คือกลุ่มคนอายุ 40-59 ปี ที่เข้าวัยเตรียมเป็นผู้สูงอายุ อยากมีอำนาจกำหนดวิถีชีวิตหลังอายุ 60 ปี ของตนเองได้นั้น ต้องกำหนด หรือ ฝึกฝน ตั้งแต่อายุก่อน 60 ปี คือ 40-45, 46-50, 51-55, 56-59 ปี ด้วยวัยนี้ยังสามารถใช้เวลา ใช้เงิน และตัดสินใจด้วยตัวเองได้

อีกผลงานวิจัย เป็นของ ดร.วิริตยาภรณ์ ลือนาม ผู้จัดการ HR ของบริษัทเอกชนอุตสาหกรรมยานยนต์ พบว่า ผู้สนใจจะทำงานหลังอายุ 60 ปี ควรเตรียมความพร้อมร่างกาย คือหมั่นดูแลด้านสุขภาพ หมั่นตรวจเช็ค เบาหวาน ความดัน ไขมัน หลอดเลือด หากเป็นแล้วต้องกินยาพบแพทย์ เช่น ตามนัดทุกๆ 3 เดือน ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่มีการปฏิบัติกันอยู่ การฝึกทักษะงานที่จะทำหลังเกษียณ ควรเป็นงานที่ไม่อันตราย หากเป็นอุตสาหกรรมบริการ ควรฝึกทักษะด้านการบริการ ต้อนรับ ทักษะการใช้เทคโนโลยี บริการต่างๆ การพูดการคุย การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของงานบริการ ควรมีการฝึกอารมณ์แรงจูงใจ บุคลิกภาพ และให้ยอมรับสถานะทางสังคมที่เปลี่ยนไป ที่จากที่เคยโดดเด่น เป็นผู้บริหารใช้งานผู้อื่น ผู้อื่นเอาใจ แต่กลับกันจะถูกใช้งาน และต้องเอาใจผู้ใช้บริการของอุตสาหกรรมบริการนั้นๆ แต่ขณะเดียวกันให้ตระหนักว่าชีวิตยังมีคุณค่า ยังทำงานได้ เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นหลังอายุ 60 ปี

จากข้อมูลดังกล่าว ขอสรุปดังนี้ สำหรับผู้ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานหลังเกษียณแบบมีคุณภาพ ควรต้องฝึกในวัยเตรียมเป็นผู้สูงอายุคือ 40-59 ปี ไม่ควรฝึกเมื่อเกษียณอายุแล้ว เพราะเราจะไม่เป็นตัวของตัวเองและจะถูกควบคุมจากคนรอบข้างทันที และปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการใดที่ทำธุรกิจการฝึกทักษะดังกล่าว อยากฝากนักธุรกิจหัวก้าวหน้าทุกท่านลองนำไปพิจารณาดู เผื่อท่านอาจจะเป็นเจ้าแรกของประเทศไทยที่ประสบผลสำเร็จก่อนใคร ส่วนนิสิตปริญญาเอกท่านใดที่ยังไม่มีหัวข้อวิจัย ก็สามารถวิจัยในประเด็นนี้กันได้ ก็น่าจะสร้างประโยชน์ให้กับสังคมผู้สูงอายุไทย และประเทศชาติไม่ใช่น้อย

ชนิตร ภู่กาญจน์

นิปปอนเพนต์ ประกาศผลนักศึกษา ผู้ชนะรางวัลออกแบบ-ตกแต่งภายใน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774974

นิปปอนเพนต์ ประกาศผลนักศึกษา  ผู้ชนะรางวัลออกแบบ-ตกแต่งภายใน

นิปปอนเพนต์ ประกาศผลนักศึกษา ผู้ชนะรางวัลออกแบบ-ตกแต่งภายใน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศรางวัลผู้ชนะการออกแบบด้านสถาปัตยกรรม (Architectural) และการออกแบบตกแต่งภายใน (Interior Design) ระดับมหาวิทยาลัย โครงการ AYDA Awards 2023 คือ นายสุทธิพงค์คามทิตย์ นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับผลงาน “จากชุมชนสู่คนย่านเศรษฐกิจ” และนางสาวปาณิสา วงษ์ชอุ่ม นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ สาขาวิชาออกแบบภายใน จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กับผลงาน “ศูนย์วัฒนธรรมไทยสร้างสรรค์เพื่อสนับสนุนศิลปินอินดี้-ป๊อปและนักวาดภาพประกอบ”

นอกจากนี้ ในปีนี้มีการมอบรางวัล A5 Best Design โดยบริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้แก่ผลงานการออกแบบของเยาวชนที่เน้นการพัฒนาพื้นที่ในชุมชนที่เปิดโอกาสให้ผู้คนในชุมชนได้ใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน พร้อมด้วยโปรแกรมออกแบบ SketchUp Studio Education Software 2023 เป็นเวลา 1 ปีและสองผู้ชนะจากประเทศไทยจะเตรียมความพร้อมมุ่งสู่การแข่งขัน AYDA AWARDS International Summit 2024 ณ กรุงเชนไน ประเทศอินเดียร่วมกับ ผู้ชนะจากอีก 16 ประเทศทั่วเอเชีย เพื่อชิงโอกาสเข้าอบรมหลักสูตรพิเศษ Design Discovery Program ที่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก Harvard Graduate School of Design สหรัฐอเมริกาเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ด้านการออกแบบอย่างเข้มข้นเป็นเวลาร่วม 1 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ต้านทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774970

ต้านทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

ต้านทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 นำบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ประกาศเจตนารมณ์การป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (MOE Zero Tolerance) ในการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบด้วยการขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในเขตพื้นที่การศึกษาเนื่องในวันต่อต้านทุจริตสากล เมื่อเร็วๆ นี้

ผลงานเด็กไทย ‘อิฐก่อสร้างจากขยะ’ ชนะเลิศ Circular Innovation นานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774972

ผลงานเด็กไทย ‘อิฐก่อสร้างจากขยะ’  ชนะเลิศ Circular Innovation นานาชาติ

ผลงานเด็กไทย ‘อิฐก่อสร้างจากขยะ’ ชนะเลิศ Circular Innovation นานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมด้วย 5 องค์กรพันธมิตร ได้แก่ วิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริษัท TikTok ประเทศไทย โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) SDG Lab และ GLab ประกาศผลผู้รับรางวัลชนะเลิศจากโครงการประกวดนวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน ปี 2566 (Circular Innovation Challenge 2023) คือ ทีม SCPB จากประเทศไทย เจ้าของผลงานสร้างสรรค์นวัตกรรมอิฐก่อสร้างที่ใช้ประโยชน์จากขยะ

ทีม SCPB จากประเทศไทย ได้รับรางวัลชนะเลิศจากผลงานนวัตกรรมที่เรียกว่า “Semi-Calcite Passive Brick” หรืออิฐบล็อกประสานกึ่งแคลไซต์ ซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างที่ผสานความแข็งแรงทางโครงสร้างให้สามารถใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติในการควบคุมสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน อาทิ ความสามารถในการควบคุมความชื้น และการควบคุมอุณหภูมิ โดยช่วยเสริมประสิทธิภาพในการก่อสร้าง ลดการใช้พลังงานผ่านฉนวนกันความร้อนที่มีคุณภาพดีขึ้น และเอื้อต่อสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ด้วยการนำแนวคิดนวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้โดยวัสดุต้นทางที่ใช้ในการทำอิฐบล็อกนั้นมาจากระบบการหมุนเวียนภายในท้องถิ่น กระบวนการนี้เริ่มต้นด้วยเปลือกหอย พลาสติก และเศษแก้ว ที่เก็บรวบรวมจากชายฝั่ง ริมฝั่งแม่น้ำ หรือร้านอาหารต่างๆ

โครงการ Circular Innovation Challenge 2023 เป็นการแข่งขันแฮ็กกาธอน ระยะเวลา 5 สัปดาห์ ที่มีนวัตกรอายุระหว่าง 16-30 ปี จากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งสิ้น 830 ทีม รวมจำนวนผู้สมัครทั้งสิ้น 3,333 คน จาก 11 ประเทศ

‘เพิ่มพูน’ตามติดความคืบหน้านโยบายรัฐบาล-ศึกษาธิการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774899

'เพิ่มพูน'ตามติดความคืบหน้านโยบายรัฐบาล-ศึกษาธิการ

‘เพิ่มพูน’ตามติดความคืบหน้านโยบายรัฐบาล-ศึกษาธิการ

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.50 น.

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษก ศธ.เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามนโยบาย แก้หนี้ทั้งระบบของรัฐบาล ซึ่งในส่วนของหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา พล.ต.อ.เพิ่มพูน ก็มีความห่วงใย และได้กำชับให้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาของ ศธ.ติดตามเร่งแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ ส่วนตัวเลขครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีเป็นนอกระบบและไปลงทะเบียนแก้หนี้กับกระทรวงมหาดไทย (มท.) นั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน แต่เชื่อว่าเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไข เพราะถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และ ศธ.ที่ต้องเร่งดำเนินการ

“ที่ประชุมยังมีการรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งการดำเนินการ โครงการ “กล่องความรู้ คู่ความสุข” ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งได้มีการจัดติวข้อสอบความถนัดทั่วไป หรือ TGAT และข้อสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ TPAT ซึ่งจัดสอบไปเมื่อวันที่ 9 – 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีนักเรียนเข้าถึงข้อมูลการจัดติวจำนวนมาก ขณะเดียวกันที่ประชุมยังหารือรูปแบบการจัดงานวันเด็ก และวันครู การติดตามการแก้ปัญหาภาษาอังกฤษ การแก้ปัญหาผลสอบผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ซึ่งเด็กไทยมีคะแนนลดลง โดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) อยู่ระหว่างวิเคราะห์ข้อมูล ที่ทางองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ส่งมาเพิ่มเติม เพื่อนำผลการวิเคราะห์ที่ได้ไปแก้ปัญหาการสอบในครั้งต่อไป” นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ มีกรอบวงเงินรวม 3.48 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2566 ซึ่งมีวงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท จำนวน 295,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.3% โดยในส่วนของศธ. ได้รับงบประมาณ 328,384 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 1,010 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.31% ถือว่าเป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณ เป็นอันดับ 2 รองจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) ที่ได้รับงบอยู่ที่ 353,127 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 27,881 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8.57% นั้น สำหรับงบที่ได้รับอนุมัตินั้นเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ทั้งนี้ การจัดทำงบดังกล่าว ศธ.ได้มีการปรับลดลงจากเดิมก่อนที่รัฐบาลจะเข้ามาบริหารงาน ประมาณ 0.3% โดยได้มีการไปปรับปรุงงบประมาณบางรายการ เช่น การลงทุน เรื่องการจัดทำฐานข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ ซึ่งราคาสูง ก็เปลี่ยนไม่ลงทุนเอง แต่ให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือ NT ลงทุน แล้ว ศธ.ไปเช่าของ NT ใช้ เพื่อจัดเก็บข้อมูลและพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้ เพราะเห็นว่าเป็นหน่วยงานรัฐเช่นเดียวกัน  ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวคาดว่าจะสามารถประหยัดงบประมาณไปได้กว่า 3,000 – 4,000 ล้านบาท

“ทั้งนี้ การปรับลดงบดังกล่าวหลักๆ จะเป็นงบลงทุน ส่วนเงินอุดหนุนรายหัว หรืองบรายจ่ายประจำ ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของงบประมาณปี 2567 จะยังไม่มีการจัดซื้อโน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ต แต่จะเป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มหรือคอนเทนต์ เพื่อรองรับการจัดซื้อโน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ต ในปี 2568” โฆษก ศธ.กล่าว

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่1แม่ฮ่องสอนจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์’พฤกษามหามงคล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774864

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่1แม่ฮ่องสอนจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์'พฤกษามหามงคล'

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่1แม่ฮ่องสอนจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์’พฤกษามหามงคล’

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.09 น.

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน จัดโครงการพิธีเจริญพระพุทธมนต์ “พฤกษามหามงคล”ขึ้น เพื่อจัดเตรียมกล้าไม้มงคลที่ผ่านพิธีเจริญพระพุทธมนต์สำหรับเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2567ให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตลอดจนเป็นการสร้างคุณค่าให้กับกล้าไม้ของกรมป่าไม้ สนับสนุนให้ประชาชนรักการปลูกต้นไม้และหวงแหนกล้าไม้ที่ได้รับ สามารถนำกลับไปปลูกในพื้นที่ของตนเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับครอบครัว

วันที่ 13 ธ.ค.66 เวลา 09.00 น.นายเกษม คำมา ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน ได้มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี กฤต วงษาลังการ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการปลูกป่า เป็นประธานในพิธี เจริญพระพุทธมนต์ “พฤกษามหามงคล”พร้อมด้วย นายสุรัชฐนพ สิงหาคำ ผู้อำนวยการส่วนจัดการป่าชุมชน, นายทวีชัย กันทใจผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้แม่ฮ่องสอน , นายอนุสรณ์ ปูเครือ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้แม่ฮ่องสอน และ นายนิพนธ์ เฟื่องฟู ผู้อำนวยการส่วนการอนุญาต เพื่อจัดเตรียมกล้าไม้มงคลที่ผ่านพิธีเจริญพระพุทธมนต์สำหรับเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2567ให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตลอดจนเป็นการสร้างคุณค่าให้กับกล้าไม้ของกรมป่าไม้ สนับสนุนให้ประชาชนรักการปลูกต้นไม้และหวงแหนกล้าไม้ที่ได้รับ สามารถนำกลับไปปลูกในพื้นที่ของตนเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับครอบครัว

ทั้งนี้ทางด้านกรมป่าไม้ โดยสำนักส่งเสริมการปลูกป่า มีภารกิจหลักด้านงานผลิตกล้าไม้ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนหน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ ศาสนสถาน สถานศึกษา และหน่วยงานต่างๆ นำไปปลูกในพื้นที่รับผิดชอบร่วมกันเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ดังนั้น จึงได้จัดทำ โครงการพิธีเจริญพระพุทธมนต์ “พฤกษามหามงคล” ขึ้นเพื่อจัดเตรียมกล้าไม้มงคลที่ผ่านพิธีเจริญพระพุทธมนต์สำหรับเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2567 ให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ ตลอดจนเป็นการสร้างคุณค่าให้กับกล้าไม้ของกรมป่าไม้ สนับสนุนให้ประชาชนรักการปลูกต้นไม้และหวงแหนกล้าไม้ที่ได้รับ สามารถนำกลับไปปลูกในพื้นที่ของตนเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับครอบครัวและดูแลรักษากล้าไม้ให้เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ เมื่อประเทศไทยมีต้นไม้เพิ่มขึ้น ก็จะช่วยลดปัญหามลพิษ ลดบัญหาภาวะโลกร้อน

หลังเสร็จพิธี ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน ได้มอบกล้าไม้ให้กับผู้นำชุมชนในพื้นที่เพื่อนำไปปลูกในพื้นที่ของตนเอง เพื่อเป็นสิริมงคล ต่อไป 

จุฬาฯออกแบบ ‘แก้วน้ำกันสำลัก’ หวังลดอันตรายของผู้ป่วยระบบประสาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774750

จุฬาฯออกแบบ ‘แก้วน้ำกันสำลัก’  หวังลดอันตรายของผู้ป่วยระบบประสาท

จุฬาฯออกแบบ ‘แก้วน้ำกันสำลัก’ หวังลดอันตรายของผู้ป่วยระบบประสาท

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แพทย์จุฬาฯ ออกแบบแก้วน้ำกันสำลัก เพิ่มคุณภาพชีวิต และความปลอดภัย ผู้ป่วยด้วยโรคทางระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ เป็นต้น โดยคำนวณมุมการไหลของน้ำ ปริมาณ และระยะเวลาการไหลของน้ำจากแก้วถึงริมฝีปาก หวังลดอัตราการสำลักที่อาจนำไปสู่ภาวะปอดบวม ปอดติดเชื้อ ติดเชื้อในกระแสโลหิต จนเป็นสาเหตุการเสียชีวิต

 ศาสตราจารย์ นายแพทย์ รุ่งโรจน์ พิทยศิริ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านประสาทวิทยา และปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยกล่าวว่า อาการสำลักที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุผู้มีอาการกล้ามเนื้อคออ่อนแรงผู้ป่วยระบบประสาทที่กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน เช่น คนไข้โรคพาร์กินสันและผู้มีภาวะกลืนยาก ผู้สูงวัยบางรายมีปัญหาเรื่องการกลืนยากและมีความเสี่ยงที่จะสำลักสูง จนแพทย์วินิจฉัยว่า เขาถึงจุดที่ควรใส่สายให้อาหารทางจมูก หรือเจาะหน้าท้องให้อาหารได้แล้ว แต่ครอบครัวคนไทยส่วนใหญ่กลัวการทำแบบนี้ และมักให้เหตุผลว่า สงสารผู้สูงวัย แต่ความสงสารนี้นำมาซึ่งความเสี่ยงที่สูงมากๆ

ศ.นพ.รุ่งโรจน์ กล่าวต่อไปว่า แก้วน้ำกันสำลัก ผลิตด้วยวัสดุประเภทเดียวกับขวดนมของเด็กทารก ดีไซน์ให้เหมือนแก้วน้ำปกติทั่วไป และใช้สีสันสดใสเพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้อยากดื่มน้ำมากขึ้น ให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกว่ากำลังใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์อยู่ สามารถพกไปใช้ที่ไหนก็ได้ ภายนอกจะดูไม่แตกต่างจากแก้วน้ำทั่วไป แต่ภายในมีกลไกพิเศษเพื่อกันการสำลัก ที่ทีมวิจัยได้ศึกษาและคำนวณอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นมุมการไหลของน้ำ ปริมาณน้ำ และระยะเวลาการไหลของน้ำจากแก้วมาถึงริมผีปากผู้ใช้งานที่เหมาะสม ผู้สูงวัยสามารถดื่มน้ำได้โดยไม่ต้องเงยคอ จะช่วยลดการสำลักลงได้มาก และที่สำคัญสามารถควบคุมปริมาณน้ำต่อการดื่มแต่ละครั้งให้ไม่มากจนเกินไป  และกำหนดเวลาในการดื่มให้ไม่เร็วเกินไปได้ด้วยปริมาณการดื่มที่เหมาะสม มุมที่เหมาะสม ท่าดื่มที่เหมาะสม เวลาดื่มที่ไม่เร็วจนเกินไป สิ่งที่จะช่วยให้ผู้สูงวัยหรือผู้ป่วยสำลักน้อยลง และแก้วน้ำกันสำลัก ยังมีดีไซน์พิเศษเพื่อช่วยผู้ป่วยพาร์กินสันด้วย โดยหูของแก้วน้ำมีลักษณะนูนขึ้นมา เพื่อช่วยคนไข้พาร์กินสันที่มีภาวะเกร็งกำมือได้ไม่สุด สามารถจับแก้วน้ำได้ถนัด มั่นคง และมั่นใจในการดื่มน้ำมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน แก้วน้ำกันสำลักยังเป็นต้นแบบ (Prototype) ที่ผ่านการวิจัยขั้นแรก และกำลังอยู่ในช่วงการวิจัยทดสอบ (Testing) กับผู้ใช้งานจริงจำนวนมาก ทั้งคนไข้ที่อยู่ในโรงพยาบาลและคนไข้ที่นำแก้วน้ำไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีการติดเครื่องเซ็นเซอร์จับพฤติกรรมขณะดื่มน้ำไว้  และจะนำมาพัฒนาดีไซน์ที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันให้มากที่สุด แล้วจึงต่อยอดการผลิตในระดับโรงงานอุตสาหกรรมต่อไป

สำหรับผู้ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบวิจัยแก้วน้ำกันสำลัก ติดต่อได้ที่  ศาสตราจารย์ นายแพทย์รุ่งโรจน์ พิทยศิริ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันฯโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยโทร.02-2564000 ต่อ 70702-3 โทรสาร 02-2564000 ต่อ 70704  โทรศัพท์มือถือ 081-1079999 Website : www.chulapd.org

นักศึกษาแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ ชนะเลิศนวัตกรรมแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774751

นักศึกษาแพทย์ ม.วลัยลักษณ์  ชนะเลิศนวัตกรรมแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต

นักศึกษาแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ ชนะเลิศนวัตกรรมแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักศึกษาสำนักวิชาแพทยศาสตร์ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ประกอบด้วย นายกรวิชญ์ ด้วงฉีด นางสาวนันทน์ณิชา หยังหลัง นางสาวจีรณัชย์ ฤทธิเดช และนางสาวณิชาดา ตันติบรรพกุล ภายใต้ชื่อทีมป้าข้างบ้าน คว้ารางวัลชนะเลิศโครงการ Thailand Youth Policy Initiative (TYPI) เวทีประกวดนโยบายและนวัตกรรมทางสังคมของคนรุ่นใหม่ในการแก้ไขปัญหาสุขภาวะทางจิตในชุมชน ผ่านการจัดทำร่างนโยบายสาธารณะและนวัตกรรมทางสังคมในหัวข้อ “Community Mental Wellbeing” ซึ่งสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย (International Federation of Medical Students’ Associations – Thailand) ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้ ที่กรุงเทพมหานคร

นวัตกรรมและนโยบายสาธารณะด้วยการแก้ปัญหาสุขภาวะทางจิตอย่างเป็นระบบ (Mental Wealth) ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศดังกล่าว เป็นผลงานที่สร้างนวัตกรรมที่เกิดจากค่านิยมของคนไทยที่มองว่า “ป้าข้างบ้าน” เป็นคนอื่นที่มาสนใจเรื่องชาวบ้าน โดยการศึกษาชุมชนต้นแบบพบปัญหาสำคัญต่อสุขภาพจิต คือ ขาดแคลนความรู้และขาดการเข้าถึง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความปลอดภัย และการซ่อนเร้นความรู้สึกและผู้ป่วยแอบแฝง โดยมีหลักสำคัญคือ นโยบาย Community Heroes คือ ด้วยการให้อสม. เป็นแกนนำในการส่งเสริมสุขภาวะทางจิตร่วมกับทางกาย นโยบายวัคซีนใจคือ การมีพื้นที่ในการเป็นที่ปรึกษาทางใจให้กับชาวบ้าน พัฒนาการสื่อสารสร้างความเข้าใจ และ Protect your Heart เสนอให้มีการตรวจสุขภาพจิตในการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อการคัดครอง Family First Safe หน่วยงานที่เกี่ยวกับเด็กและครอบครัว เข้ามาให้ความรู้พ่อแม่ในการมีบุตรตั้งแต่ก่อนและหลังตั้งครรภ์ เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ และ Mental Wealth for Education ส่งเสริมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะทางจิตในสถานศึกษา รวมทั้งสนับสนุนให้มีนักจิตวิทยาในโรงเรียน

‘ครูเบล’ครูติวสอบ AEIS สิงคโปร์ แนะการเตรียมตัวผู้สนใจเรียนต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774752

‘ครูเบล’ครูติวสอบ AEIS สิงคโปร์  แนะการเตรียมตัวผู้สนใจเรียนต่อ

‘ครูเบล’ครูติวสอบ AEIS สิงคโปร์ แนะการเตรียมตัวผู้สนใจเรียนต่อ

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ครูเบล ครูติวสอบ Admissions Exercise for International Students (AEIS) ของการเรียนประเทศสิงคโปร์ แนะผู้ปกครองที่ต้องการส่งบุตร-หลานไปเรียนต่อที่ประเทศสิงคโปร์ ที่มีระบบการศึกษาอยู่ในอันดับต้นๆ เด็กต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ 1-2 ปี ทั้งการติวภาษาอังกฤษ-คณิตศาสตร์ เพื่อสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนนานาชาติ ในประเทศสิงคโปร์

ศุภนุช ชือรัตนกุล (ครูเบล) อดีตนักศึกษาทุนแลกเปลี่ยน 10 ประเทศ และเป็นครูติวสอบ Admissions Exercise for International Students (AEIS)เข้าเรียนที่สิงคโปร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการส่งลูกเข้าไปเรียนที่ประเทศนี้เป็นที่สนใจมากขึ้นทั่วโลก หลังจากจีนเปิดประเทศ โรงเรียนที่สิงคโปร์ ที่มีอยู่ 3 ประเภท คือ โรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนอินเตอร์ แต่ละแห่งจะมีความแตกต่างกัน

โรงเรียนรัฐบาลเป็นระบบการศึกษาที่ถือว่าดีมาก และคุ้มค่าที่สุดค่าเล่าเรียนพร้อมกินอยู่ งบประมาณอยู่ที่ 8-9 แสนบาทต่อปี แต่ต้องสอบแข่งขันกับเด็กทั่วโลกให้ผ่าน AEIS ให้ได้ก่อน ถือว่าสอบเข้ายากที่สุด มีทุนเรียนฟรี คือทุนอาเซียน (ASEAN Scholarship)ที่รัฐบาลให้จำนวนประมาณ 10 คนต่อปีสำหรับเด็กระดับชั้น ม.3 และ ม.5ที่เรียนเก่ง มี Profile ดี ทางรัฐบาลสิงคโปร์จะดูกิจกรรมที่ทำ (Portfolio) ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมวิชาการ การแข่งขันกีฬาและมีการสอบข้อเขียน เมื่อสอบข้อเขียนผ่านแล้ว ทางรัฐบาลสิงคโปร์จะเรียกไปสัมภาษณ์ที่สถานทูต เมื่อผ่านการสัมภาษณ์แล้วจะจัดหาโรงเรียนให้ตามลำดับต่อไป เช่น ถ้าได้ทุนเรียนฟรี ม.3 จะได้เข้าเรียน ม.3-ม.6 และอยู่ที่นั่นประมาณ 4 ปี ส่วนคนไหนที่อายุเกิน ยังสามารถสมัครรับทุนเรียนฟรี ม.5 ได้อีก ก็จะเรียนแค่ม.5-ม.6 ก็จบทุน ทุนอาเซียนเป็นที่นิยมกันอย่างมาก น้องๆ จึงควรเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสอบ

โรงเรียนเอกชนที่ประเทศสิงคโปร์ ที่มีชื่อเสียงจะมี 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียน SANYU Adventist School, โรงเรียน St Francis Methodist School ทั้ง 2 โรงเรียนนี้มีข้อดีคือใช้ระบบการเรียนของรัฐบาลสิงคโปร์ แต่ต้องสอบเข้าตรงกับทางโรงเรียน มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าโรงเรียนรัฐ ผู้ปกครองต้องเตรียมประมาณ 1.2 ล้านบาทต่อปี (รวมค่าเรียนและกินอยู่) ที่ผ่านมามีเด็กไทยนิยมเข้าโรงเรียน SANYU มากพอสมควร

สำหรับโรงเรียนอินเตอร์ที่สิงคโปร์ จะใช้ระบบเช่นเดียวกับโรงเรียนของรัฐบาล เป็นที่นิยมของเด็กไทย เช่น ACS International School, Hwa Chong International School โรงเรียนนานาชาติก็ต้องสอบเข้า แต่ข้อสอบไม่ยากเท่าโรงเรียนของรัฐบาล ข้อเสียคือค่าใช้จ่ายสูงประมาณ 1.6 ล้านบาทต่อปี (ทั้งค่าเทอม และค่ากินอยู่) อีกอย่างการไปเรียนที่ประเทศสิงคโปร์ หอพักภายในโรงเรียนจะไม่มี เพราะเป็นประเทศเล็ก เดินทางสะดวก เด็กๆ จะพักกับ Host Family ซึ่งเป็นมืออาชีพในการดูแลเด็ก ทำอาหารให้ ดูแลความเป็นอยู่

ม.มหาสารคาม ทำบุญครบรอบ 55 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774753

ม.มหาสารคาม ทำบุญครบรอบ 55 ปี

ม.มหาสารคาม ทำบุญครบรอบ 55 ปี

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 9 รูปในโอกาส วันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ครบรอบ 55 ปีวันที่ 9 ธันวาคม 2566 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี เป็นประธานในพิธี พร้อม กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่า นิสิต และนักเรียนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมพิธี