ม.วลัยลักษณ์ ชูกระบี่โมเดล2 เน้นให้ชุมชนดูแลพึ่งพาตนเองได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767823

ม.วลัยลักษณ์ ชูกระบี่โมเดล2  เน้นให้ชุมชนดูแลพึ่งพาตนเองได้

ม.วลัยลักษณ์ ชูกระบี่โมเดล2 เน้นให้ชุมชนดูแลพึ่งพาตนเองได้

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เตรียมขับเคลื่อนโครงการกระบี่โมเดล ปี 2โครงการวิจัยที่ดำเนินตามนโยบายด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัย ใช้องค์ความรู้วิทยาการการวิจัยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชุมชน เพื่อให้มีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ ภายใต้งบประมาณ 2.9 ล้านบาทโดยหน่วยงานต่างๆ จะนำไปขับเคลื่อนโครงการกระบี่โมเดล และมีการติดตามถึงการจัดทำงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2568 ต่อไป

รศ.ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์รองอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยกระบี่โมเดลปี 2 เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยนักวิจัยได้เข้าประชุมร่วมกับหน่วยงานราชการในจังหวัดกระบี่และแกนนำเครือข่ายเกษตรกร ผู้ประกอบการชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ และนำเสนอผลงานวิจัยที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ไปจัดแสดง โดยครั้งนี้ นายสมชายหาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ มาร่วมงานและส่งมอบงบประมาณ 2.9 ล้านบาท ในการดำเนินงานในปีที่ 2 พร้อมเยี่ยมชมร้านค้า

“กระบี่โมเดลปีที่ 2 จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 6 ด้าน ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน แพะ สาหร่าย ขนนก ผ้าบาติก และการตลาด โดยมีเป้าหมายการขับเคลื่อนและพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชนในพื้นที่ ให้มีความพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ภายนอก หรือสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อวิถีชีวิตชุมชน ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนและส่งเสริมให้เครือข่ายดูแลตนเองได้โดยไม่รอ ไม่ขอ และลงมือทำ โดยมีนักวิจัยและอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชาเป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษา ช่วยพัฒนานวัตกรที่เป็นผู้รู้ภายในชุมชน เพื่อให้สามารถพัฒนาและต่อยอดกิจกรรมดังกล่าวได้อย่างยั่งยืน ผลสำเร็จของโครงการต้องสามารถวัดจากตัวเลขของเงินรายได้ที่เพิ่มขึ้น ชุมชนเรียนรู้ที่จะคิดต่อยอดและพัฒนาได้ด้วยตนเอง

“ในการนี้ หน่วยงานภาคเอกชนที่มาร่วมงานให้ความสนใจในการนำผลิตภัณฑ์จากโครงการกระบี่โมเดลไปวางจำหน่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้พัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน ที่สำคัญปัจจุบันเกษตรกร และผู้ประกอบการชุมชนมีการรวมตัวกันในการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยน รวมถึงจับมือในการพัฒนาตัวเองภายใต้แนวคิด Think SMEs Act OTOP เน้นการดำเนินงานภายใต้แนวคิดไม่รอ ไม่ขอลงมือทำด้วย” รองศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ กล่าว

สกมช.-หัวเว่ย เร่งสร้างบุคลากร ‘ไซเบอร์ซีเคียวริตี้’สู่ตลาดแรงงานไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767825

สกมช.-หัวเว่ย เร่งสร้างบุคลากร  ‘ไซเบอร์ซีเคียวริตี้’สู่ตลาดแรงงานไทย

สกมช.-หัวเว่ย เร่งสร้างบุคลากร ‘ไซเบอร์ซีเคียวริตี้’สู่ตลาดแรงงานไทย

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ(สกมช.) เล็งเห็นความสำคัญของทรัพยากรบุคคลด้านดิจิทัลและด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่จะต้องถูกป้อนเข้าตลาดแรงงานไทยให้เพียงพอ จึงร่วมมือกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด จัดการแข่งขัน Thailand Cyber Top Talent 2023 ขึ้น โดยมุ่งหวังพัฒนาทักษะให้กลุ่มคนรุ่นใหม่มีความรู้ความสามารถด้านดิจิทัลที่เหมาะสม จนสามารถเป็นบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์โดยเฉพาะ

ผลการแข่งขัน Thailand Cyber Top Talent 2023 ระดับอุดมศึกษา (SENIOR )ได้แก่ ทีม Rebooster แชมป์เก่าตัวแทนจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ คว้ารางวัลชนะเลิศเป็นแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน อันดับ 2 ทีม 1234 จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับ 3 ทีม Stargazers จาก มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี

ผลการแข่งขัน ระดับมัธยมศึกษา (JUNIOR) รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ทีม vtwi:t จาก โรงเรียนขอนแก่นวิทยายนอันดับ 2 ทีม Surrender จาก โรงเรียนมัธยมวัดสุทธาราม สาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม) มัธยมวัดสุทธิวรารามอันดับ 3 ทีม IDKWHATIMDOING จากโรงเรียนสตรีวิทยา 2 สามเสนวิทยาลัย เตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน

เครือโรงเรียน‘เอไอเอสแอล ฮาร์โรว์’ มอบทุนนักเรียนปีการศึกษา 2567-2569

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767826

เครือโรงเรียน‘เอไอเอสแอล ฮาร์โรว์’  มอบทุนนักเรียนปีการศึกษา 2567-2569

เครือโรงเรียน‘เอไอเอสแอล ฮาร์โรว์’ มอบทุนนักเรียนปีการศึกษา 2567-2569

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิทุนการศึกษาเอไอเอสแอล ฮาร์โรว์ (AISL Harrow Scholarships Foundation) เปิดรับสมัครนักเรียนไทย เข้ารับทุนในโครงการทุนการศึกษาเอไอเอสแอล ฮาร์โรว์ (AISL Harrow Scholarships Programme) ประจำปีการศึกษา 2567-2569 ในหลักสูตรเอ-เลเวล (A-Level) พร้อมกับโรงเรียนอีก 9 แห่งทั่วเอเชีย ทุนการศึกษารวมทั้งสิ้น 20 ทุน ประเทศละ 2 ทุน ผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับทุนการศึกษาเต็มจำนวน รวมทั้งได้รับการยกเว้นค่าหอพักและค่าธรรมเนียมการสอบ เพื่อปูทางสู่การศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ต่อไป

ผู้สมัครส่งแบบฟอร์มแสดงความจำนงได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 8 ธันวาคม 2566 รายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัครได้ทางเว็บไซต์ aislharrow.com/apply-for-aisl-harrow-scholarships-2024/ นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจยังสามารถติดตามเอไอเอสแอลฮาร์โรว์ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียเพื่อรับข้อมูลข่าวสารล่าสุด

‘หุ่นจำลองหนูขาวใหญ่’จากวัสดุเหลือใช้ ของจุฬาฯ คว้าสองรางวัลใหญ่ ที่เยอรมนี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767827

‘หุ่นจำลองหนูขาวใหญ่’จากวัสดุเหลือใช้  ของจุฬาฯ คว้าสองรางวัลใหญ่ ที่เยอรมนี

‘หุ่นจำลองหนูขาวใหญ่’จากวัสดุเหลือใช้ ของจุฬาฯ คว้าสองรางวัลใหญ่ ที่เยอรมนี

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นวัตกรรม “หุ่นจำลองหนูขาวใหญ่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ในรูปแบบที่มีปฏิสัมพันธ์เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง”(White rat organs (Rattus norvegicus) made from waste materials is an interactive model for self-learning)ผลงานของอาจารย์คณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ คว้ารางวัลเหรียญเงิน(Silver medal) จากเวทีการประกวดนวัตกรรมนานาชาติ iENA 2023 (The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products) และได้รับโล่รางวัลพิเศษ Special award on stage จากสาธารณรัฐโปแลนด์ (Association of Polish Inventors and Rationalizers) จัดขึ้นเมื่อปลายเดือนตุลาคม 2566 ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

นวัตกรรมนี้เป็น 1 ใน 26 ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และเป็นทีมเดียวจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมการประกวดในด้าน Teaching and Research, Pedagogical itemsผู้พัฒนาผลงานนวัตกรรม ประกอบด้วยผศ.สพ.ญ.ภาวนา เชื้อศิริ นายภักดี สุดถนอม นางจันทิมา อินทรปัญญา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และนายกฤตยชญ์ เชื้อศิริ นักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายมัธยม

หุ่นจำลองหนูขาวใหญ่ฯ เป็นนวัตกรรมสื่อการเรียนการสอนกายวิภาคทางสัตวแพทย์ที่นำมาใช้แทนการใช้ร่างกายของสัตว์จริง ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียนในรูปแบบสามมิติมากขึ้น โดยมีการขยายให้มีขนาดใหญ่กว่าอวัยวะของหนูจริงถึงสามเท่าตัวเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและก้าวข้ามความกลัว ส่งเสริมบรรยากาศในการเรียนรู้ได้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอน เพิ่มพูนทักษะความแม่นยำในการผ่าชำแหละเพื่อศึกษาเรียนรู้ ลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสสารเคมีที่มีผลต่อสุขภาพ ภายในหุ่นจำลองมีการฝังวงจรไฟฟ้าและการฝังแม่เหล็ก ช่วยทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ตอบโต้กับผู้เรียนได้ 360 องศานอกจากนี้ในการผลิตหุ่นจำลองหนูขาวใหญ่ใช้วัสดุเหลือใช้ เช่น เม็ดโฟมฝาพลาสติก ซึ่งเป็นของเหลือใช้ที่ถูกทิ้งอย่างไร้ประโยชน์

ศธ. แนะครูใช้คาบโฮมรูมสร้างภูมิคุ้มกัน HIV แนะ พกถุงยาง หลังยอดติดเชื้อ พุ่ง 22.4%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767711

ศธ. แนะครูใช้คาบโฮมรูมสร้างภูมิคุ้มกัน HIV  แนะ พกถุงยาง หลังยอดติดเชื้อ พุ่ง 22.4%

ศธ. แนะครูใช้คาบโฮมรูมสร้างภูมิคุ้มกัน HIV แนะ พกถุงยาง หลังยอดติดเชื้อ พุ่ง 22.4%

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.16 น.

ศธ. แนะครูใช้คาบโฮมรูมสร้างภูมิคุ้มกัน HIV ตั้งเป้าลดจำนวนผู้ติดเชื้อในกลุ่มเยาวชน สกัดคุณแม่วัยใสตั้งครรภ์ไม่พร้อม

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ) เปิดเผยว่า จากกรณีกรมควบคุมโรคและกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รายงานยอดผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี จากร้อยละ 9.5 พุ่งขึ้นเป็นร้อยละ 22.4 ทั้งยังพบว่ามีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยครั้งล่าสุดเพียงร้อยละ 80 ทำให้พบการติดเชื้อซิฟิลิส และหนองในเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย

กระทรวงศึกษาธิการมีความห่วงใยสุขภาพของเยาวชนไทย จึงมอบหมายให้สถานศึกษาทุกสังกัด ให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่าง ๆ กับนักเรียน โดยใช้เวลาคาบโฮมรูมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างทัศนคติที่ดีในการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ให้เยาวชนเข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องน่าอายที่จะพกและใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ จะช่วยป้องกันทั้งการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น รวมถึงการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมอีกด้วย

“ครูควรชี้แจงความแตกต่างระหว่างเอชไอวีและเอดส์ มุ่งเน้นสร้างความเข้าใจมากกว่าการปลูกฝังความกลัว สิ่งสำคัญคือเด็กต้องตระหนักถึงความเสี่ยงส่วนบุคคลของตนเอง โดยสามารถส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมในการคิดเชิงวิเคราะห์ ด้วยการถามคำถามแทนที่จะพูดคุยเพียงอย่างเดียว เช่น ความเสี่ยงที่อาจทำให้ติดเชื้อมีอะไรบ้าง การมีความสัมพันธ์กับแฟนจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือไม่ จะทราบได้อย่างไรว่าแฟนของเราติดเชื้อหรือไม่ เป็นต้น” รมช.ศธ. กล่าว

ขณะเดียวกันวันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็นวันเอดส์โลก (World AIDS Day) จึงเป็นโอกาสดีที่สถานศึกษาทุกแห่งจะส่งเสริมการจัดกิจกรรมรณรงค์ สร้างความรู้ความเข้าใจถึงการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี วิธีการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หากจะมีเพศสัมพันธ์ต้องรู้จักวิธีป้องกันการตั้งครรภ์และการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือใช้แนวทางของกรมอนามัยในการสร้างความรอบรู้ด้านเพศสำหรับเยาวชน “รักเป็น ปลอดภัย” ได้แก่ 

1) Safe Virgin มีเพศสัมพันธ์เมื่อพร้อม 

2) Safe Sex หากจะมีเพศสัมพันธ์ ตนเองต้องปลอดภัย ใส่ถุงยางอนามัยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 

3) Safe Abortion หากพลาดตั้งครรภ์ไม่พร้อม ปรึกษาหน่วยบริการฯ เพื่อรับคำปรึกษา 

4) Safe Mom ฝากครรภ์คุณภาพ เพื่อลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย

รมช.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการให้ความตระหนักรู้จากครูในโรงเรียนอย่างเข้มข้นแล้ว ขอฝากถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรเป็นที่พึ่งให้กับลูกหลาน ส่งเสริมให้เด็ก ๆ รู้ว่าพวกเขาสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง แสดงให้เห็นว่าครอบครัวอยู่เคียงข้างพวกเขา และพร้อมหาทางออกให้กับทุกปัญหาเสมอ เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงบริการป้องกัน ดูแลรักษาได้เร็ว ครอบคลุม มุ่งลดการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของเยาวชนต่อไป

ศธ. ขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขภาพจิตในสถานศึกษา ใช้สื่อออนไลน์สร้างสรรค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767710

ศธ. ขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขภาพจิตในสถานศึกษา ใช้สื่อออนไลน์สร้างสรรค์

ศธ. ขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขภาพจิตในสถานศึกษา ใช้สื่อออนไลน์สร้างสรรค์

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.11 น.

ศธ. ขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขภาพจิตในสถานศึกษา ใช้สื่อออนไลน์สร้างสรรค์ พร้อมหาแนวทางลดภาระงานครูอย่างยั่งยืน

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการศึกษา “เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา” (Anywhere Anytime) จัดทำแพลตฟอร์ม และพัฒนาระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต ซึ่งมีการหารือการขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพจิตของกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 4/2566 เมื่อเร็วๆนี้ โดยมีนายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน นายสมใจ วิเศษทักษิณ รักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการ ศธ. และผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ  กระทรวงศึกษาธิการ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า รมว.ศธ. ได้ให้หลักการและแนวคิดในการสร้าง Tiktok โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลิตสื่อและเผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะทางแอปพลิเคชัน Tiktok และได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ก็มีแนวคิดที่จะดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เช่น Coaching การแนะแนวการเรียน เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพจิต เป็นต้น

ดังนั้นหากหน่วยงานใดมีโครงการที่จะผลิตสื่อหรือหนังสั้น ขอให้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาและวิธีการสื่อสารที่มีความทันสมัยมากขึ้น อีกทั้งอยากให้ทุกหน่วยงานมีการจัดประกวด Tiktok ของสถานศึกษาในสังกัดเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา โดยสามารถคิดแฮชแท็ก (#) ที่สามารถสื่อสารได้อย่างกว้างขวางและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย อาจจะไม่เกิน 3 แฮชแท็ก เช่น #เรียนดีมีความสุข #สุขภาพจิตดี #(ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน)

ในส่วนของการผลิตอินโฟกราฟิกที่เกี่ยวกับสุขภาพจิต อยากให้ทุกหน่วยงานสื่อสารข้อมูลด้วยเนื้อหาที่กระชับ เข้าใจง่าย มีความน่าสนใจ สามารถสื่อสารกับบุคคลภายนอกได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์ของกระทรวงศึกษาธิการที่ดำเนินการอยู่แล้ว ก็สามารถลดความเป็นทางการ เพื่อเพิ่มการสื่อสารกับคนภายนอก และสร้างความรู้สึกว่ากระทรวงศึกษาธิการเป็นมิตรกับทุกคน

นอกจากนี้ ขอให้ทุกหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด หาแนวทางในการลดภาระงานครู ทั้งเรื่องการอยู่เวรตอนกลางคืน งานเอกสารนอกเหนือจากการเรียนการสอน การโยกย้ายครู หรือแม้แต่การเพิ่มอัตรากำลัง รวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยที่ครูคิดว่าเป็นภาระ อาทิ การชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงนักเรียน ที่ไม่มีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ถ้าหน่วยงานอื่น ๆ ขอมาก็ต้องชั่งวัดใหม่ หรือการขึ้นเงินเดือน 3% ที่น่าจะเปลี่ยนการคิดเงินเดือนจากเดิมใช้ฐานของโรงเรียน มาเป็นภาพรวมฐานของเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะช่วยให้การขึ้นเงินเดือนครูโรงเรียนเล็กเพิ่มมากขึ้น เพราะในโรงเรียนเล็กภาระงานครูจะหนักมาก 

“หากแต่ละหน่วยงานมีแนวทางแก้ไขภาระงานครูเหล่านี้ก็จะเป็นข้อเสนอในเชิงนโยบาย เพื่อนำเสนอเป็นหลักการต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาที่มี รมว.ศธ. เป็นประธาน ซึ่งถ้ากระทรวงศึกษาธิการสามารถขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ก็จะเป็นของขวัญ ช่วยเพิ่มกำลังใจ รวมทั้งสร้างความสุขให้แก่ครู เพื่อมุ่งมั่นพัฒนายกระดับเด็กนักเรียนให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืนต่อไป” นายสิริพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการรับฟังการนำเสนอรายละเอียดแผนการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตของหน่วยงานในสังกัด ซึ่งมีแผนงานที่เด่นชัด อาทิ การจัดการศึกษาในเขตจังหวัดของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ให้เด็กได้รับการศึกษาตลอดชีวิต ที่เหมาะสมกับทุกกลุ่มเป้าหมาย และความต้องการพิเศษ, การพัฒนาสร้างครูแนะแนวและศึกษานิเทศก์แกนนำ 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อทำงานร่วมกับนักจิตวิทยาพื้นที่ในการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนพร้อมขยายผลจนครบทุกโรงเรียน, โครงการ 1 วิทยาลัย 1 ครูอนามัย ให้ความรู้ ดูแล ช่วยเหลือ เพื่อส่งต่อผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตอย่างมีคุณภาพ, School Health HERO ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ เพื่อเฝ้าระวัง เรียนรู้ รับคำปรึกษา เพื่อดูแลนักเรียนที่เสี่ยงต่อปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และทักษะการเข้าสังคม ซึ่ง สช. จะนำระบบฯ ต้นแบบของ สพฐ. ไปทดลองใช้ในโรงเรียนเอกชนผ่านแนวทางการสร้างเสริมสุขภาพจิตนักเรียนโรงเรียนเอกชน โดยจะมีการประชุมครั้งถัดไป (ครั้งที่ 5/2566) ในวันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2566

ภูมิคุ้มกันความผิดหวังและเสียใจ ควรเริ่มสร้างตั้งแต่เด็กช่วงวัย1-3ขวบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767576

ภูมิคุ้มกันความผิดหวังและเสียใจ ควรเริ่มสร้างตั้งแต่เด็กช่วงวัย1-3ขวบ

ภูมิคุ้มกันความผิดหวังและเสียใจ ควรเริ่มสร้างตั้งแต่เด็กช่วงวัย1-3ขวบ

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 07.20 น.

การเผชิญความ “ผิดหวัง” เหตุการณ์เหล่านี้สำหรับผู้ใหญ่อาจแค่เซ็งในหัวใจ แต่สำหรับเด็กแล้วส่งผลต่อจิตใจอย่างยิ่ง ความรู้สึกผิดหวัง เสียใจ ทุกข์ใจที่เกิดขึ้นในเด็ก นำสู่ปัญหาสุขภาพจิตและการฆ่าตัวตายอย่างมากมายในทุกวันนี้

แพทย์หญิงกิติมา ยุทธวงศ์ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก (Pediatric Nutrition Manufacturer Association : PNMA) ได้แนะนำว่าควรสร้างภูมิคุ้มกันด้านจิตใจให้กับเด็กตั้งแต่ช่วงวัย 1-3 ขวบ ด้วยวิธีการสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับเด็ก สร้างความมั่นคงทางอารมณ์ หรือ สร้างความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งจะกลายเป็นภูมิคุ้มกันที่สำคัญของพวกเขา ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

เป็นตัวอย่างที่ดี เราควรปฏิบัติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ เช่นการแสดงมารยาททางสังคมที่ดี การหยิบจับใช้สิ่งของต่างๆ อย่างปลอดภัยถูกวิธี ในระหว่างที่เด็กๆ กำลังเลียนแบบ หรือขอลองทำสิ่งต่างๆ ไม่ควรห้าม และควรใช้โอกาสนี้สอนให้ใช้งานสิ่งของต่างๆ ภายในบ้าน การเรียนรู้การเข้าสังคม และมารยาทนอกบ้านเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อเด็กมีความเข้าใจในสิ่งรอบข้าง ได้เคยลองลงมือทำพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่มาแล้ว จะทำให้เด็กมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นด้วยประสบการณ์ของเขาเอง และแยกแยะบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่ดี และเอาตัวออกห่างจากบุคคลเหล่านั้นได้ในอนาคต

กล่าวคำชมทุกครั้งที่เด็กทำได้ การกล่าวคำชมจะช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเองเด็กได้เป็นอย่างดี ทุกครั้งที่ทำตามที่สอนได้ควรกล่าวคำชม เพื่อให้เด็กมั่นใจว่าทำสิ่งถูกต้อง และอยากทำซ้ำเพื่อให้ได้รับคำชมหรือยอมรับจากผู้ใหญ่ ควรชมมากขึ้นในกรณีที่ช่วยเหลืองานบ้านด้วยความสมัครใจ ซึ่งจะทำให้เด็กมีนิสัยรักความสะอาด ช่วยเหลืองานบ้าน และควรระวังเรื่องการให้รางวัล หากมากเกินไปจะส่งผลให้เด็กเฝ้ารอหรือผิดหวังได้ การให้ของรางวัลควรให้เฉพาะที่เป็นเรื่องสำคัญ หรืออาจเลือกวิธีเลี้ยงฉลองด้วยกันทั้งครอบครัว เพื่อให้เห็นว่าการทำเรื่องที่ดี ทำให้ครอบครัวมีความสุขมากกว่าสิ่งของที่ได้รับเพียงคนเดียว

เลี่ยงการดุด้วยถ้อยคำและการใช้กำลังลงโทษ การดุลูกด้วยน้ำเสียงและถ้อยคำที่รุนแรงส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กโดยตรง ทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าตัดสินใจลงมือทำด้วยตัวเอง กลัวทำพลาดแล้วจะถูกดุ ถูกลงโทษ และยังส่งผลถึงความมั่นใจในการใช้ชีวิตในสังคมเมื่อถูกต่อว่าข่มขู่จากผู้อื่นโดยจะหวาดกลัวจนยอมทำตามในสิ่งที่ไม่อยากทำ การลงโทษเด็กควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากการใช้เหตุผลพูดคุยว่าพวกเขาทำผิดอะไร และผลเสียที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อตัวเขาและสิ่งต่างๆ รอบข้างอย่างไรบ้าง

ดูแลโภชนาการและพัฒนาการให้เติบโตสมวัย เด็กในช่วงวัยนี้ มีพัฒนาการด้านร่างกายและสมองเติบโตรวดเร็วที่สุด หากได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอสมวัย ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง มีส่วนสูงมากกว่าหรือเท่ากับเพื่อนๆ ไม่ได้เป็นเด็กที่ตัวเล็กสุดในห้อง อ้วนหรือผอมเกินไปจนถูกล้อเลียน จะมีพัฒนาการด้านร่างกาย และสติปัญญาที่พร้อมรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น สามารถเรียนรู้และทำสิ่งต่างๆ ได้ดีไม่แพ้เพื่อนคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน

สอนเด็กให้รู้จักอารมณ์ตัวเองเด็กในช่วงวัยนี้ โดยเฉพาะช่วง 2 ขวบ มักจะถูกเรียกว่าวัยทอง 2 ขวบ ผู้ใหญ่สามารถสอนให้พวกเขารู้จักอารมณ์ต่างๆ เช่น หัวเราะ ร้องไห้ โกรธไม่พอใจ ร่าเริง โศกเศร้า ว่าเป็นอย่างไร เด็กๆ ก็จะได้รู้จักอารมณ์ด้านต่างๆ การควบคุมอารมณ์ต้องอาศัยเวลาในการเรียนรู้ ฝึกฝน ต้องค่อยๆ สอนอย่างใจเย็นและอดทนเพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นเด็กที่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ขี้โมโห และเอาแต่ใจ

ให้เด็กทดลองเล่นให้มีความหลากหลาย เพื่อค้นหาความชอบ เด็กที่ค้นพบความถนัดของตัวเองตั้งแต่ยังเล็ก มีส่วนช่วยทำให้เขาเกิดความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งมีผลเกี่ยวเนื่องถึงความฉลาดทางอารมณ์ทางอ้อม เมื่ออนาคตเขาได้รับคำวิจารณ์ด้านลบอย่างรุนแรง ก็จะสามารถรับมือกับผลกระทบตรงนั้นได้ เพราะรู้ตัวดีว่าตัวเองเก่งด้านไหนและอยากทำอาชีพอะไรในอนาคต เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่รู้ตัวว่ามีความถนัดอะไร เมื่อได้รับความวิจารณ์ด้านลบ จะคิดว่าเขาไม่เก่ง จนกลายเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง ท้อแท้ ผิดหวัง และรับมือกับอารมณ์ของตัวเองได้ยากกว่า

ให้เด็กพบกับความล้มเหลว และเรียนรู้ที่จะแก้ไขด้วยตัวเอง เด็กหลายคนถูกเลี้ยงดูมาด้วยผู้ใหญ่ที่คอยช่วยเหลือทุกอย่างตลอดเวลา และเมื่อถึงเวลาที่ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง การจัดการความผิดหวังจะยากกว่าเด็กที่เคยผิดพลาดล้มเหลวเป็นประจำ จนรู้ว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่พลาดแล้วต้องแก้ไขให้ดีขึ้น ควรปล่อยให้เด็กลงมือทำและแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูกจากปัญหาที่พบจะทำให้เด็กรู้จักเรียนรู้ความผิดพลาด ปรับตัวยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ ผู้ใหญ่ควรเข้าไปช่วยเมื่อเด็กร้องขอเท่านั้น เมื่อแนะนำทำเป็นตัวอย่างให้ดูแล้ว ก็ปล่อยให้เด็กทำต่อด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาสามารถบริหารจัดการความผิดหวัง และรู้วิธีแก้ไขปัญหาได้ดียิ่งขึ้น

พญ.กิติมา กล่าวทิ้งท้ายว่า หากเด็กๆ ได้รับภูมิคุ้มกันด้วยการความมั่นใจในตัวเอง ความมั่นคงทางอารมณ์ และฝึกฝนทักษะการแก้ปัญหาอันล้ำค่าที่เกิดจากความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า อย่าลืมสอนพวกเขาให้รู้ว่า อย่าให้ความผิดพลาดของเราในวันนี้เป็นสิ่งกำหนดความสามารถเราทั้งชีวิต วันนี้เราทำไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าวันหน้าเราจะทำไม่ได้ อย่าให้ความผิดหวังเพียงเล็กน้อยเป็นตัวตัดสินเราทั้งชีวิต

สจล. หัวรถจักร 100 ปี ที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767580

สจล. หัวรถจักร 100 ปี ที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่

สจล. หัวรถจักร 100 ปี ที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) รับมอบหัวรถจักรไอน้ำ รุ่น “เท็นวิลเลอร์” รุ่นเลขที่ 177 ประเทศอังกฤษ อายุกว่า 100 ปี จาก รศ.ดร.สุรพงษ์ สิริพงศ์ดี รักษาการคณบดีวิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม สจล. และติดตั้งที่บริเวณแหล่งเรียนรู้ และเป็นสถานที่พักผ่อนแห่งใหม่ของสจล. เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2566 ณ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สจล.

‘ไอร่า แอนด์ ไอฟุล’มอบรางวัลเยาวชน ชนะสร้างแอปบริหารจัดการต้นทุนในชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767577

‘ไอร่า แอนด์ ไอฟุล’มอบรางวัลเยาวชน ชนะสร้างแอปบริหารจัดการต้นทุนในชีวิต

‘ไอร่า แอนด์ ไอฟุล’มอบรางวัลเยาวชน ชนะสร้างแอปบริหารจัดการต้นทุนในชีวิต

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายยูจิ ฟุคาดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แอนด์ ไอฟุล จำกัด (มหาชน) มอบรางวัลให้กับ 3 ทีม ผู้ชนะเลิศจากเวทีประชันไอเดียออกแบบและพัฒนา Application “Hackathon: Innovative Application For Smart Life” ภายใต้หัวข้อ “Smart Life Smart Money” ลดค่าใช้จ่าย เพื่อชีวิตที่เรียบง่ายแบบ Smart โดยมี รศ.รังสรรค์ เลิศในสัตย์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น พร้อมคณาจารย์ ร่วมในพิธีมอบรางวัลดังกล่าวด้วยเมื่อเร็วๆ นี้ ณ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น กรุงเทพฯ

“Hackathon: Innovative Application For Smart Life” มีนักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น จำนวนทั้งหมด 32 ทีม กิจกรรม จากประเด็นเรื่องอัตราการใช้หนี้ประเภทสินเชื่อส่วนบุคคลในไทย ที่นำไปสู่การสร้างแอปพลิเคชั่นที่จะช่วยบริหารจัดการต้นทุนในชีวิต เช่น รายรับ รายจ่าย ความรู้ และเวลา ซึ่งสามารถเชื่อมไปยังการแก้ปัญหาอัตราการใช้หนี้ต่อไปในอนาคต

สพม.ตาก เยี่ยมโรงเรียนประสบอุทกภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767581

สพม.ตาก เยี่ยมโรงเรียนประสบอุทกภัย

สพม.ตาก เยี่ยมโรงเรียนประสบอุทกภัย

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุทัศน์ ศรีดาเดช ผู้อำนวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (ผอ.สพม.ตาก) พร้อมด้วย นายชยุต นามอยู่ รอง ผอ.สพม.ตาก และคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายของสถานศึกษา กรณีประสบภัยพิบัติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนผดุงปัญญา ที่ประสบเหตุอุทกภัย จากพายุฝนฟ้าคะนอง