ข่าวดี! ยูเนสโกประกาศ ‘เชียงราย-สุพรรณบุรี’ เมืองสร้างสรรค์ วธ.ดันท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766798

ข่าวดี! ยูเนสโกประกาศ ‘เชียงราย-สุพรรณบุรี’ เมืองสร้างสรรค์ วธ.ดันท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ข่าวดี! ยูเนสโกประกาศ ‘เชียงราย-สุพรรณบุรี’ เมืองสร้างสรรค์ วธ.ดันท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.08 น.

ข่าวดี! ยูเนสโกประกาศ ‘เชียงราย’ เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ ‘สุพรรณบุรี’ เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี ปี 2566 เป็น 2 รายการ จาก 55 รายการทั่วโลก

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ประกาศผลการรับรองเมืองสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ 55 เมืองทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ประเทศไทยของเราได้มีเมืองที่มีเอกลักษณ์และได้รับการรับรองจากยูเนสโก ยกจังหวัดเชียงราย เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (City of Design) และจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี (City of Music) โดย ทั้ง 55 เมืองสร้างสรรค์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่กำลังเป็นผู้นำในการเพิ่มการเข้าถึงวัฒนธรรม และกระตุ้นพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ ปรับประยุกต์ใช้วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาเมืองรวมทั้งมีแนวปฏิบัติเชิงนวัตกรรมในการวางแผนพัฒนาเมืองที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง อีกทั้ง 55 เมืองสร้างสรรค์ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่นี้ จะได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (the UNESCO Creative Cities Network :UCCN) ประจำปี 2024 ระหว่างวันที่ 1 – 5 กรกฎาคม 2567 ที่เมืองบรากา ประเทศโปรตุเกส ภายใต้หัวข้อ “Bringing Youth to the table for the next decade”

“ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มุ่งเน้นนำวัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจ จึงพร้อมส่งเสริมการสร้างรายได้ด้วยการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ให้วัฒนธรรมเป็นกลไกหนึ่งในการเชื่อมและสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับนานาประเทศ เปิดกว้างความหลากหลายทางอัตลักษณ์ ความเชื่อ และความคิด ให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของผู้คนที่มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ และเป็นกลไกในการพัฒนาประเทศต่อไป โดยคาดว่าเมืองเชียงรายและเมืองสุพรรณบุรีที่ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ในปีนี้ จะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของไทยที่จะสร้างรายได้ เกิดกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้มีมูลค่าการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน” นายเสริมศักดิ์ กล่าว

นายเสริมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีเมืองที่ได้รับรองเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก หรือ City of Crafts & Folk Art ในปี 2562 และจังหวัดเพชรบุรี เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร หรือ City of Gastronomy ในปี 2564 ซึ่งทำให้เมืองดังกล่าวได้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เกิดการเดินทางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน และมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้น 

รมว.วธ.  กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ประชาชนชาวไทยยังสามารถเตรียมลุ้นให้เมืองเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก ครั้งที่ 17 ในปี พ.ศ. 2568 (UCCN Annual Conference 2025) อีกด้วย โดยมีกระทรวงวัฒนธรรม จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนงานและผลักดันเมืองเชียงใหม่ ให้เป็น 1 ใน 5 เมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองสร้างสรรค์ของประเทศไทย สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts and Folk Art) ในวาระการเสนอเมืองเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี ครั้งที่ 17 ในปี พ.ศ. 2568 โดยองค์การยูเนสโกจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ ช่วงปลายปี 2566 นี้

มธ.จัดงาน‘วันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.’ ‘ชวน’รับรางวัล‘จิตวิญญาณธรรมศาสตร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766716

มธ.จัดงาน‘วันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.’ ‘ชวน’รับรางวัล‘จิตวิญญาณธรรมศาสตร์’

มธ.จัดงาน‘วันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.’ ‘ชวน’รับรางวัล‘จิตวิญญาณธรรมศาสตร์’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 12.47 น.

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงาน “วันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.” โดย ชมรมพื่อนโดม และมูลนิธเพื่อนโดม ในวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2566 เวลา 16.00 – 20.00 น. ณ สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4

โดย ชมรมเพื่อนโดม และมูลนิธิเพื่อนโดม เชิดชูศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและมอบรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” พร้อมกับมอบเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.2566 ให้แก่ศิษย์เก่า มธ.ที่ทำคุณประโยชน์ในหน้าที่สำคัญๆ แก่ประเทศชาติและสังคมไทย

สำหรับในปี 2566 นี้ บุคคลที่สมควรได้รับรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” ได้แก่ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา ในฐานะผู้มีความเสียสละและมีคุณสมบัติเพียบพร้อม เป็นบุคคลต้นแบบ

นอกจากนี้ คณะกรรมการชมรมเพื่อนโดม ยังมีมติเห็นชอบ มอบเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.2566 ให้แก่ศิษย์เก่า มธ.ที่ทำคุณประโยชน์ในหน้าที่สำคัญๆ แก่ประเทศชาติและสังคมไทย อีก 12 ท่าน ดังนี้

นายเรวัตร จันทร์ประเสริฐ ประธานกรรมการอัยการ

นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ศาสตราจารย์ ดร.อุดม รัฐอมฤต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

นายชาย นครชัย กรรมการการเลือกตั้ง

นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นางพรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

นายวินิจ ศิลามงคล นายกสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์

นายประดิษฐ ประสาททอง ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2565 สาขาศิลปะการแสดง (ละครร่วมสมัย)

สำหรับพิธีมอบรับรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” และเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคี จัดขึ้นในงาน “วันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.” ในวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2566 เวลา 16.00 – 20.00 น. ณ สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 โดยมี รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , ดร.สันติภาพ เตชะวณิช ประธานชมรมเพื่อนโดม และนายชัยวัฒน์ พสกภักดี ประธานมูลนิธิเพื่อนโดม เป็นผู้มอบรางวัลและเข็มเกียรติยศ พร้อมกันนี้ นายชวน หลีกภัย จะแสดงปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ค่อนชีวิตนักการเมือง” ก่อนรับประทานอาหารร่วมกัน

โดยมีกำหนดการ ดังนี้

เวลา 16.00 – 16.30 น.พิธีบำเพ็ญกุศลทำบุญถวายสังฆทานแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 10 รูป

เวลา 16.30 – 16.45 น.พิธีเปิดงาน

เวลา 16.45 – 17.10 น.การประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์”

เวลา 17.10 – 17.40 น.การแสดงปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ค่อนชีวิตนักการเมือง” โดย นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา

เวลา 17.40 – 17.50 น.พิธีมอบเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคี โดย รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เวลา 18.40 – 20.00 น.รับประทานอาหารร่วมกัน และสังสรรค์ตามอัธยาศัย

รัฐบาลห่วงใยนักเรียน กำชับสถานศึกษาตรวจเข้มยาเสพติด-บุหรี่ไฟฟ้าช่วงเปิดเทอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766667

รัฐบาลห่วงใยนักเรียน กำชับสถานศึกษาตรวจเข้มยาเสพติด-บุหรี่ไฟฟ้าช่วงเปิดเทอม

รัฐบาลห่วงใยนักเรียน กำชับสถานศึกษาตรวจเข้มยาเสพติด-บุหรี่ไฟฟ้าช่วงเปิดเทอม

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 09.08 น.

​รัฐบาลห่วงใยนักเรียน กำชับสถานศึกษาตรวจเข้มยาเสพติด ของมึนเมาทุกชนิด และบุหรี่ไฟฟ้า ช่วงเปิดเทอม

2 พฤศจิกายน 2566 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลห่วงใยนักเรียน  ซึ่งเป็นวัยอยากลองอยากรู้ และเป็นวัยที่ต้องการการยอมรับจากเพื่อน มักจะทำตามกระแส   ขาดการคิดวิเคราะห์แยกแยะที่ถูกต้อง ทำให้เกิดปัญหาตามมา ส่งผลต่ออนาคตทางการศึกษา

นายคารม กล่าวว่า ในช่วงเปิดภาคเรียนเทอมที่ 2/2566 กระทรวงศึกษาธิการได้กำชับให้ผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ และหน่วยงานในกำกับทุกสังกัด ตรวจตราบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงยาเสพติดอย่างเข้มข้นทั้งภายในและบริเวณรอบสถานศึกษา เพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่ในกลุ่มเด็กและเยาวชน พร้อมกับเน้นย้ำให้เพิ่มมาตรการที่เข้มแข็งปกป้องเยาวชนจากสิ่งเสพติด ตลอดจนสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรายและผลกระทบของยาเสพติด ให้เกิดการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของ นักเรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

นาคารม กล่าวว่า ปัจจุบันเด็กเข้าถึงสื่อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ทำให้ยังคงมีนักเรียนหลงผิดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยไม่รู้ถึงอันตราย และผลกระทบที่จะตามมาในอนาคต ครู ผู้ปกครองต้องร่วมกันปลูกฝังค่านิยม ปรับทัศนคติที่ถูกต้อง สร้างการเห็นคุณค่าในตัวเอง ให้นักเรียนตระหนักรู้ถึงโทษและพิษภัยจากการสูบบุหรี่และสิ่งเสพติดชนิดอื่น ให้นักเรียนมีส่วนร่วมขับเคลื่อนโรงเรียนปลอดบุหรี่ โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่อาจเป็นประตูเชื่อมให้เยาวชนไปสู่สิ่งเสพติดชนิดอื่นได้

มอบโล่บุคลากรทางการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766613

มอบโล่บุคลากรทางการศึกษา

มอบโล่บุคลากรทางการศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 มอบโล่เกียรติบัตร เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา รางวัล ผลงานดีเด่นในด้านต่างๆ ในที่ประชุมผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2567 ครั้งที่ 1/2567 ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2

ซีเอ็ดเปิดตัวหนังสือ ‘อาหารปรุงสุข’ เมนูความสุขสูตรคิ้วต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766614

ซีเอ็ดเปิดตัวหนังสือ ‘อาหารปรุงสุข’ เมนูความสุขสูตรคิ้วต่ำ

ซีเอ็ดเปิดตัวหนังสือ ‘อาหารปรุงสุข’ เมนูความสุขสูตรคิ้วต่ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) “ซีเอ็ด” และ สำนักพิมพ์ฟีก้า (FIKA) ร่วมเปิดตัวหนังสือ “อาหารปรุงสุข” เมนูความสุขสูตรคิ้วต่ำ ผลงานการเขียนและภาพประกอบฝีมือนักเขียนชื่อดังที่มีผู้ติดตามทางโซเชียลมีเดียกว่า 3 ล้านคน “คิ้วต่ำ” คุณอนุชิต คำน้อย นักเขียนที่ได้รับรางวัล ‘Winner’ กลุ่มประเภท “Best Creator Performance on Social Media” สาขา “Art & Illustration 2023” (กลุ่มรางวัลผู้ผลิตเนื้อหาเกี่ยวกับศิลปะและงานวาด) จาก “Thailand Social Awards ครั้งที่ 11” โดยมี ศุภรัตน์ ตั้งศรีวงศ์ ผู้อำนวยการสายงานซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) มาร่วมแสดงความยินดี ณ เวทีกิจกรรมงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

LEARN จัดทัพบุกตลาดอินเตอร์ ดันแนวคิดพลเมืองโลก ดันคนไทยสู่สากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766617

LEARN จัดทัพบุกตลาดอินเตอร์  ดันแนวคิดพลเมืองโลก ดันคนไทยสู่สากล

LEARN จัดทัพบุกตลาดอินเตอร์ ดันแนวคิดพลเมืองโลก ดันคนไทยสู่สากล

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

LEARN Corporation เจ้าของกลุ่มธุรกิจ EdTech (Education Technology) ผนึกกำลัง 4 ธุรกิจในเครือฯ บุกตลาดการเรียนรู้ภาคอินเตอร์ มุ่งพัฒนาแนวความคิดและทัศนคติสู่การเป็นพลเมืองผ่านโอกาสสัมผัสประสบการณ์จริงกับสถาบันทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อผลักดันศักยภาพคนไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ

นายสาธร อุพันวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจ EdTech (Education Technology) หรือเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้สำหรับทุกวัย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมด้วยการเรียนรู้ ส่งเสริมแนวคิดการเป็นพลเมืองโลก (Global Citizen) หรือทัศนคติแบบสากล ทั้งในเชิงการพัฒนาความคิด สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อปลูกฝังทัศนคตินึกคิดถึงส่วนรวมการเคารพและเข้าใจผู้อื่น จึงได้ผลักดันกลุ่มธุรกิจ Out-School กลุ่มพัฒนาการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่อาชีพ ภายใต้ 4 ธุรกิจในเครือฯ ได้แก่ Ignite by OnDemand ให้บริการหลักสูตรพัฒนาความรู้และให้คำปรึกษาสำหรับผู้สนใจ Premier ศึกษาต่อมหาวิทยาลัยนานาชาติในประเทศไทย, Prep by OnDemand ให้บริการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของผู้เรียน ด้วยหลักสูตรปูพื้นฐาน Academic English หรือภาษาอังกฤษเชิงวิชาการสำหรับเตรียมศึกษาต่อพร้อมหลักสูตรสำหรับสอบเข้ามหาวิทยาลัย และหลักสูตรเพื่อสอบแข่งขันชิงทุนการศึกษา, APPA ให้บริการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ค้นหาตัวตนและความชอบผู้เรียน ผ่านโปรแกรม Camp, Thematic Camp หรือกิจกรรมเฉพาะความสนใจ เรียนและทำกิจกรรมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ และ EduSmith บริการให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ

“จากปัญหาการเรียนรู้ในไทย LEARN ปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ด้านการพัฒนาความสามารถและส่งเสริมศักยภาพคนไทย จึงผลักดันแนวคิดพลเมืองโลกผ่านกลยุทธ์รวบกลุ่มธุรกิจการเรียนรู้ภาคอินเตอร์ให้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ขั้นตอนการปรับบริการ จัดสรรหลักสูตร ตลอดจนการประสานงานให้สอดคล้องเพื่อให้ทีมงานเห็นภาพรวมเดียวกัน อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับความเข้าถึง เข้าใจ และผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของนักเรียนและผู้ปกครองเพื่อคงคุณภาพมาตรฐานการบริการควบคู่กัน โดยเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมการเป็นพลเมืองโลกของผู้เรียน นำไปสู่การพัฒนาศักยภาพคนไทยและยกระดับสังคมให้เป็นสังคมคุณภาพทัดเทียมนานาชาติ” นายสาธร อุพันวัน กล่าวทิ้งท้าย

ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ แนะ เคล็ดลับเข้ามหาวิทยาลัยดังทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766618

ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ แนะ  เคล็ดลับเข้ามหาวิทยาลัยดังทั่วโลก

ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ แนะ เคล็ดลับเข้ามหาวิทยาลัยดังทั่วโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มร.นิค แกลล็อพ (Mr.Nick Gallop) ครูใหญ่ของโรงเรียนนานาชาติ ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ พร้อมด้วยครูคาร์ลีย์ บาร์เบอร์ (Carly Barber) หัวหน้าระดับชั้น Senior School และ ครูโซฟี พีท (Sophie Peat) หัวหน้าระดับชั้น Sixth Form ได้แบ่งปันประสบการณ์และแนะนำขั้นตอนการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยและวิธีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีประโยชน์สำหรับผู้สนใจเรียนต่อมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ดังนี้

ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสามท่านได้ให้ข้อสรุปข้อเสนอแนะที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ คือ ให้ความสำคัญกับความสนใจและความชอบของตนเอง สนใจวิชาการที่ชอบส่วนตัวมากกว่าการจัดอันดับของมหาวิทยาลัยนั้นๆ, มองไกลกว่าอันดับมหาวิทยาลัย การจัดอันดับมหาวิทยาลัยมีความสำคัญก็จริง แต่ไม่ควรนำมาเป็นปัจจัยประกอบการตัดสินใจเพียงปัจจัยเดียว โฟกัสการค้นหาไปที่มหาวิทยาลัยที่เหมาะกับเป้าหมายของผู้เรียนเป็นสำคัญ, สำรวจมหาวิทยาลัย สำรวจกลุ่มมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เช่น Oxbridge, Russell Group, และ Ivy League แต่ควรรับรู้ด้วยว่ามหาวิทยาลัยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเรา อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่มเหล่านี้, ความโดดเด่นทางวิชาการมีความสำคัญ มหาวิทยาลัยต่างๆ มักจะเลือกและสรรหานักเรียนที่มีผลสอบทางวิชาการดีดังนั้น ควรรักษาผลการเรียนให้ดีเข้าไว้,เข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตร(Supercurricular Activities) นอกเหนือไปจากหลักสูตรการเรียน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหลงใหลและความมุ่งมั่นในสาขาความรู้ที่เฉพาะเจาะจงของตนเอง, เริ่มต้นตั้งแต่เนิ่นๆ เริ่มคิดเกี่ยวกับการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่เนิ่นๆ และปรึกษาหาคำแนะนำจากครูและที่ปรึกษา

เริ่มคิดเกี่ยวกับการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่เนิ่นๆ และปรึกษาหาคำแนะนำจากครูและที่ปรึกษา, การเลือกสายวิชามีความสำคัญ เลือกสายวิชาให้เข้ากับความพึงพอใจทางอาชีพของตนเอง โดยเฉพาะสาขาที่มีการแข่งขันสูง, เตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์ เนื่องจากสไตล์และเนื้อหาของการสัมภาษณ์อาจแตกต่างกันมากในแต่ละมหาวิทยาลัย, การสนับสนุนจากผู้ปกครอง พูดคุยกับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับแผนการเรียนมหาวิทยาลัยของตนเอง รวมถึงข้อพิจารณาทางด้านการเงินและความต้องการเกี่ยวกับทำเลที่ตั้งของมหาวิทยาลัย, ใช้ประโยชน์จากบริการที่ปรึกษาหรือการสนับสนุน และใช้ประโยชน์จากการให้บริการสนับสนุนของโรงเรียนหรือวิทยาลัย เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกมหาวิทยาลัยที่ดี

ผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวทิ้งท้ายว่า เคล็ดลับอันมีค่าในการสนับสนุนบุตรหลานของผู้ปกครองนั้น ควรเปิดกว้างทางความคิดกับลูกๆ ในปัจจัยต่างๆ เช่น ความสนใจ ทั้งคณะ และสถานที่ศึกษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีความคิดที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถาบันที่ตนต้องการ

ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ เปิดมอบทุนการศึกษานักเรียน ทั้งจากโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนไทยศึกษาต่อในระดับชั้น Sixth Form (อายุ 16-18 ปี) ในงาน Sixth Form Scholarship ในวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2023 ผู้ปกครองที่สนใจ ลงทะเบียนได้ที่ ลิงก์ : https://forms.gle/6bRfahUaiZ5uCupP8

จุฬาฯ-ปตท.สผ. ร่วมมือวิชาการ พัฒนาเทคโนฯสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766620

จุฬาฯ-ปตท.สผ. ร่วมมือวิชาการ  พัฒนาเทคโนฯสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

จุฬาฯ-ปตท.สผ. ร่วมมือวิชาการ พัฒนาเทคโนฯสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับ ปตท.สผ. ภายใต้ความร่วมมือในโครงการ PTTEP Subsurface University Energy Connect ให้ความสำคัญทางวิชาการศึกษาและวิจัยที่เกี่ยวข้องกับงานธรณีศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี CCS ร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายสังคมคาร์บอนต่ำ

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า โครงการ PTTEP Subsurface University
Energy Connect โครงการความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา พัฒนางานวิจัย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างบุคลากรด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในหลากหลายสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เช่น ธรณีศาสตร์ วิศวกรรมปิโตรเลียม เป็นต้น เพราะเนื่องจากปิโตรเลียมยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลัก ขณะเดียวกันองค์ความรู้ในด้านธรณีศาสตร์ ทั้งธรณีวิทยาและธรณีฟิสิกส์ สามารถนำมาใช้ในการพัฒนากระบวนการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CCS (Carbon Capture and Storage) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญในการนำมาใช้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายของประเทศไทยในการลดปัญหาภาวะโลกร้อน

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าที่ผ่านมาจุฬาฯ ได้รับการสนับสนุนด้านทุนวิจัยและการพัฒนาหลักสูตรทางด้านปิโตรเลียมจาก ปตท.สผ. ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพทางด้านงานวิจัย วิชาการของจุฬาฯ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวหน้า สำหรับความร่วมมือทางวิชาการระหว่างจุฬาฯ กับ ปตท.สผ. ภายใต้โครงการ PTTEP Subsurface University Energy Connect ในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดงานวิจัยและความร่วมมือทางวิชาการระหว่างทั้งสององค์กรรวมไปถึงการเพิ่มองค์ความรู้ใหม่ทางด้านงานธรณีศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมซึ่งจะมีส่วนร่วมผลักดันประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่สังคมที่มีความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมต่อไป

ที่ผ่านมา ภายใต้โครงการ PTTEP Subsurface University Energy Connect ปตท.สผ. ได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีเป้าหมายจะขยายความร่วมมือดังกล่าวไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆ ต่อไป

อธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์ รับรางวัล HOWE SMART CEO AWARD

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766619

อธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์  รับรางวัล HOWE SMART CEO AWARD

อธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์ รับรางวัล HOWE SMART CEO AWARD

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ หรือ มทร.รัตนโกสินทร์ ได้รับรางวัล HOWE Smart CEO Award 2023 เนื่องด้วยเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่ส่งเสริมและพัฒนารวมถึงการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาขับเคลื่อนและผลักดันให้ มทร.รัตนโกสินทร์ กลายเป็นมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้นวัตกรรมสมัยใหม่ได้ถูกต้องเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพ และพร้อมพัฒนาเพื่อก้าวขึ้นเป็นนักปฏิบัติที่เปี่ยมไปด้วยความรู้และความสามารถอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้ มทร.รัตนโกสินทร์ มีความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม และยังเป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบในเรื่องของการใช้พลังงานทดแทน

รางวัล HOWE Smart CEO Award 2023 เป็นรางวัลที่มอบสำหรับ“ซีอีโอ” ที่มีผลงานโดดเด่นที่มีคุณสมบัติ ความเป็นผู้นำ มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถในการบริหารงาน มีจริยธรรมและบรรษัทภิบาลในการดำเนินธุรกิจมีความกล้าหาญ มีความเห็นอกเห็นใจและมีวิจารณญาณ ผสมกับการใช้แนวคิดแบบผู้ประกอบการ รวมถึงการสร้าง นวัตกรรม และการทำธุรกิจแบบยั่งยืน จัดโดย “HOWE Magazine” เป็นปีที่ 12 ปีนี้จัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม 2566 ที่คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์

สกสว.จัดระดมสมอง ยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หนุนใช้องค์ความรู้’ววน.’ขับเคลื่อนประเทศเพิ่มรายได้ปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766616

สกสว.จัดระดมสมอง ยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หนุนใช้องค์ความรู้'ววน.'ขับเคลื่อนประเทศเพิ่มรายได้ปชช.

สกสว.จัดระดมสมอง ยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หนุนใช้องค์ความรู้’ววน.’ขับเคลื่อนประเทศเพิ่มรายได้ปชช.

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.25 น.

สกสว. จัดการประชุมระดมความเห็นการพัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของกองทุน ววน. สู่จุดมุ่งเน้นที่สำคัญของ Creative economy และ soft power หนุนสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง

1 พศจิกายน 2566 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดการประชุมระดมความเห็นการพัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) เพื่อกำหนดทิศทางและจุดมุ่งเน้นที่สำคัญของ Creative economy และ soft power ที่ประเทศไทยมีโอกาสและมีศักยภาพ ด้วยการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน ให้เป็นไปอย่างมีทิศทางเชิงกลยุทธ์ นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยได้รับเกียรติจาก คุณสุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรี ผู้แทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กระทรวง อว.) เป็นประธานเปิดงานโดยมี นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ ของประเทศไทย และความคาดหวังต่อการสนับสนุนจาก ระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ณ โรงแรม Eastin Grand Hotel Phayathai กรุงเทพ ฯ

ในโอกาสนี้ คุณสุชาดา แทนทรัพย์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยใช้องค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ทรัพย์สินทางปัญญาที่เชื่อมโยงกับพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ในการผลิตสินค้าและบริการในรูปแบบใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจหรือคุณค่าทางสังคม นอกจากนี้ยังได้มีการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่าน Soft Power เดินหน้า นโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power หรือ OFOS และมีการจัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เพื่อกำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล บูรณาการการดำเนินงานของส่วนราชการและภาคเอกชนให้มีประสิทธิภาพและมีความสอดคล้องกับการพัฒนาศักยภาพของประเทศไทยไปสู่นานาประเทศ

กระทรวง อว. ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ โดยมีนโยบายมุ่งเน้นในด้านการวิจัยและนวัตกรรม คือ“วิจัย-นวัตกรรมดี ตอบโจทย์ ตรงความต้องการ” ทำให้กระทรวง อว. เป็นกระทรวงเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนและกับประเทศโดยใช้องค์ความรู้และนวัตกรรม

“ตามนโยบายของ กระทรวง อว. มุ่งเน้นในการเป็นหน่วยงานหลักในการสร้างคน สร้างความรู้ สร้างนวัตกรรมและพัฒนาประเทศ เน้นประเด็นสำคัญของประเทศ ซึ่งอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ อว.ต้องการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการนำนวัตกรรม เครื่องมือและองค์ความรู้ที่ทันสมัยมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศไทยทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดย อว. จะสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ โดยมีหลักการสำคัญ คือ “เอกชนนำ รัฐสนับสนุน” ให้เอกชนผู้ที่จะใช้ประโยชน์เป็นผู้กำหนดทิศทางว่าควรจะทำเรื่องอะไร อย่างไร แล้วสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของ อว. จะเข้าไปดำเนินการและสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง พร้อมปลดล็อกระเบียบ ข้อจำกัดต่าง ๆ นอกจากนี้ อว. จะมุ่งส่งเสริมการสร้างและสนับสนุนผู้ประกอบการนวัตกรรม เพิ่มจำนวนผู้ประกอบการนวัตกรรมทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเยาวชน สตาร์ตอัพ SMEs และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่” คุณสุชาดา กล่าวสรุป

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลให้การสนับสนุนเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศบนฐานของการสร้างและใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผนวกกับการนำความคิดสร้างสรรค์และทรัพย์สินทางปัญญาที่เชื่อมโยงกับฐานทุนทางวัฒนธรรมต่อยอด
สู่การผลิตสินค้าและบริการใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566 ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติขึ้น เพื่อทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์ จัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ รวมถึงจัดให้มีกลไก มาตรการต่าง ๆ เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศในการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์

สกสว. ในฐานะหน่วยนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จึงได้มีการจัดทำแผนงานการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เน้นคุณค่า สร้างความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ของประเทศขึ้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะสร้างมูลค่าจากการขายสินค้าและบริการจากเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จึงได้จัดการประชุมระดมความเห็นการพัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย ในครั้งนี้ เพื่อกำหนดทิศทางและจุดมุ่งเน้นที่สำคัญ ในการเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าและบริการเดิมที่มีอยู่นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ จากการต่อยอดต้นทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ สามารถเพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน รวมถึงเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการและเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ

“สกสว. เป็นหน่วยงานกลางในการบริหารจัดการกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) มีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศในทุกด้าน เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน”