วอนผู้บริโภคใส่ใจที่มาสินค้า-บริการ เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่แรงงานผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763456

วอนผู้บริโภคใส่ใจที่มาสินค้า-บริการ  เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่แรงงานผลิต

วอนผู้บริโภคใส่ใจที่มาสินค้า-บริการ เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่แรงงานผลิต

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในการเสวนาหัวข้อ “ฅนทำการผลิต (น่ะ) มีสิทธิ์ไหม?” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดนิทรรศการ “ฅนทำการผลิตที่บ้าน (We’re Home-based workers)” โดยมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (Homenet Thailand) เมื่อช่วงต้นเดือนต.ค. 2566 ที่ผ่านมา ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายบวร ทรัพย์สิงห์นักวิชาการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นถึงการขับเคลื่อนประเด็นคนทำงานรับเหมาช่วง หรือคนรับงานไปทำที่บ้าน ให้ได้รับความเป็นธรรมในการจ้างงาน ว่า ด้านหนึ่งก็ต้องทำให้ผู้บริโภคตระหนักถึงเรื่องนี้ด้วย

“บริษัทแคร์ผู้บริโภคมากกว่าผู้ผลิตที่เป็นส่วนหนึ่งของเขา ดังนั้น ตัวผู้บริโภคเมื่อคุณมีความสำคัญกับห่วงโซ่ของการบริโภคขนาดนั้น พยายามใส่ใจผู้ผลิตมากกว่าผลิตภัณฑ์ พยายามใส่ใจกับที่มาของสิ่งที่คุณใช้ สิ่งที่คุณกิน สิ่งที่คุณบริโภคอยู่ ให้มากกว่าสนใจว่าสินค้านี้มันดีหรือเปล่า? มันสวยหรือเปล่า? มันเก๋หรือเปล่า? มันราคาถูกหรือเปล่า? เบื้องหลังความราคาถูกมันคือน้ำตาของชาวบ้านหรือเปล่า? อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องตั้งคำถามด้วย” นายบวร กล่าว

ด้าน น.ส.สุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า พลังผู้บริโภคมีส่วนสำคัญอย่างมาก จึงอยากให้ทำงานร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย ซึ่งจะช่วยรณรงค์สร้างความเข้าใจกับผู้บริโภคที่จะซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ต้องนึกถึงความเป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เป็นคนผลิตหรือคนที่ใช้แรงงาน ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง

ทั้งนี้ สภาองค์กรของผู้บริโภค เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มาตรา 46 และตาม พ.ร.บ.การจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ.2562 มีบทบาทหน้าที่ 1.คุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคทุกคนทุกด้าน 2.เสนอแนะนโยบายและมาตรการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค 3.สนับสนุนสมาชิก องค์กรของผู้บริโภค และผู้บริโภค ให้รักษาประโยชน์ของผู้บริโภค ให้ได้รับความเชื่อถือ 4.สร้างวัฒนธรรมและมุมมองใหม่ว่าการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายและ 5.สนับสนุนให้เกิดการบริโภคที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

‘ม.มหิดล’ แนะเสนอรูปลักษณ์ใหม่‘ยาปฏิชีวนะ’ สร้างความเข้าใจ..ช่วยห่างไกลปัญหา‘เชื้อดื้อยา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763453

‘ม.มหิดล’ แนะเสนอรูปลักษณ์ใหม่‘ยาปฏิชีวนะ’  สร้างความเข้าใจ..ช่วยห่างไกลปัญหา‘เชื้อดื้อยา’

‘ม.มหิดล’ แนะเสนอรูปลักษณ์ใหม่‘ยาปฏิชีวนะ’ สร้างความเข้าใจ..ช่วยห่างไกลปัญหา‘เชื้อดื้อยา’

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สัญลักษณ์ที่ปรากฏบนเม็ดยาหรือกล่องยา รวมทั้งคำอธิบายการใช้ยาที่มีความชัดเจน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพของผู้ใช้ยาที่ผ่านมายังไม่เคยมีการศึกษาใดๆ ที่เสนอการระบุรูปลักษณ์เฉพาะเพื่อให้เกิดการใช้ “ยาปฏิชีวนะ” อย่างสมเหตุผล ซึ่งสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิจัย การประเมินการระบุรูปลักษณ์ของยาปฏิชีวนะ ชนิดรับประทาน ซึ่งจะมีผลต่อการใช้ยาปฏิชีวนะของชุมชนอย่างเหมาะสมในประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง

ทำการศึกษาใน 6 ประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งแบ่งตามระดับรายได้ของประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ และโมซัมบิก (รายได้ต่ำ) กานา และ เวียดนาม (รายได้ปานกลางระดับต่ำ) แอฟริกาใต้ และไทย (รายได้ปานกลางระดับสูง) ระหว่าง พ.ศ. 2559 ถึง 2566 ภายใต้การสนับสนุนจาก The Wellcome Trust สหราชอาณาจักร โดยมี Prof.Dr.Heiman Wertheim จากศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยRadboud ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นนักวิจัยหลัก

ข้อความที่ปรากฏบนซองยาสำคัญอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพผู้ใช้ยาน่าตกใจเมื่อพบว่า “ที่ผ่านมายังไม่เคยมีประเทศใดๆ ในโลก จัดทำสัญลักษณ์พิเศษบนซองยา” เพื่อระบุว่าเป็น “ยาปฏิชีวนะที่พึงใช้ด้วยความระมัดระวัง” โดย รศ.ดร.สุรีย์พร พันพึ่ง อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงบทความ ที่เพิ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ “Lancet” https://www.thelancet.com/journals/langlo/article/PIIS2214-109X(23)00258-9/fulltext ที่ให้มุมมองถึงความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้ยา ผู้จ่ายยา/ขายยา

และบุคลากรด้านสาธารณสุข หากมีการระบุรูปลักษณ์ของยาปฏิชีวนะให้แตกต่างจากยาชนิดรับประทานประเภทอื่นๆ โดยปัจจุบัน มีการเรียกชื่อเพื่ออ้างถึงยาปฏิชีวนะอย่างหลากหลาย โดยที่ชื่อเหล่านี้มักจะเกี่ยวข้องกับรูปลักษณ์ภายนอกของยา เช่น แคปซูล สีดำ-แดง ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกนี้ส่งผลกระทบต่อการสื่อสารระหว่างผู้ใช้ยา และผู้ดูแลสุขภาพ ทั้งในการจ่ายยา และการใช้ยาที่เหมาะสม

ก่อนเริ่มการลงพื้นที่ โครงการได้จัดเวทีหารือกับผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากองค์กรในระดับโลกภูมิภาคและประเทศ เช่น องค์การอนามัยโลก องค์กรเอกชนระดับโลก สำนักงานอาหารและยา เพื่อเป็นแนวทางในการวิจัย เรื่องการใช้รูปลักษณ์ภายนอกเป็นเครื่องมือในการสนับสนุน เพื่อกระตุ้นการรับรู้ และเกิดการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างมีความรับผิดชอบ

นักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ลงชุมชนของโครงการกาญจนบุรี เพื่อประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับการระบุรูปลักษณ์ใหม่ของยาปฏิชีวนะ ด้วยวิธีการสนทนากลุ่ม กับผู้ใช้ยาในชุมชน และสัมภาษณ์ระดับลึกกับผู้จ่ายยาและขายยา ซึ่งได้แก่ เภสัชกร พยาบาลเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จากตัวอย่างจำนวน100 ราย ซึ่งผู้ใช้ยา ผู้จ่ายยาและบุคลากรด้านสาธารณสุข ส่วนใหญ่เห็นด้วย หากจะมีการระบุ สัญลักษณ์ เช่น “AB” บนเม็ดยา แผงยา หรือกล่องยาเพราะจะทำให้จำได้ง่ายขึ้น รวมทั้งจะช่วยระบุ และจำแนกยาปฏิชีวนะออกจากยากลุ่มอื่นๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ทั้งผู้จ่ายยา และผู้ใช้ยาในชุมชน กล่าวว่า การจำแนกยาปฏิชีวนะให้มีความชัดเจนนี้ อาจจะลดแนวโน้มการใช้ยาปฏิชีวนะลง หากผู้บริโภคมีความรู้เกี่ยวกับผลกระทบ และเหตุผลในการใช้ยาปฏิชีวนะมากขึ้น อย่างไรก็ตาม พบว่า “ผู้ใช้ยายังมีการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการอักเสบและการติดเชื้อ” ซึ่งอาจนำไปสู่การวินิจฉัยที่ผิดพลาด หรือมีการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่เชื้อดื้อยา

นักวิจัยเสนอว่า มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มการให้ความรู้สำหรับประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง “การอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย”,“การอักเสบจากการติดเชื้ออื่นๆ” และ“การอักเสบจากการไม่ติดเชื้อ” ต่อไป!!!

นายกรัฐมนตรีเนปาล มอบรางวัลสื่อยอดเยี่ยมแห่งเอเชียแก่ รัชพล ผู้นำด้านสื่อเพื่อเด็กเยาวชนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763516

นายกรัฐมนตรีเนปาล มอบรางวัลสื่อยอดเยี่ยมแห่งเอเชียแก่ รัชพล ผู้นำด้านสื่อเพื่อเด็กเยาวชนไทย

นายกรัฐมนตรีเนปาล มอบรางวัลสื่อยอดเยี่ยมแห่งเอเชียแก่ รัชพล ผู้นำด้านสื่อเพื่อเด็กเยาวชนไทย

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 19.59 น.

นายกรัฐมนตรีเนปาล มอบรางวัลสื่อยอดเยี่ยมแห่งเอเชียแก่ รัชพล ผู้นำด้านสื่อเพื่อเด็กเยาวชนไทย

หลังจากประสบความสำเร็จในการทำงานด้านสื่อมากว่า 30 ปี ล่าสุด รัชพล สุวรรณโชติ นายกสมาคมและผู้ก่อตั้งศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ได้รับเกียรติให้เข้ารับรางวัล Asian Professional Achievement Award 2023 รางวัลสุดยอดผู้ประสบความสำเร็จแห่งเอเชีย ปี 2023 รางวัล Media Professional Excellence Award มอบโดย Hon. Prime Minister Mr. Pushpa Kamal Dahal (Prachada) นายกรัฐมนตรีของประเทศเนปาล

โดยการจัดงานพิธีมอบรางวัล Asian Professional Achievement Award 2023 รางวัลสุดยอดผู้ประสบความสำเร็จแห่งเอเชีย ปี 2023 ได้จัดขึ้นในวันที่ 13 ตุลาคม 2566 ณ โรงแรม Himalaya ประเทศเนปาล โดยมีผู้รับรางวัลประจำปีจากประเทศเนปาล และประเทศต่างๆ เช่น ประเทศจีน , ประเทศเกาหลีใต้ ,

ประเทศกัมพูชา ,ประเทศปากีสถาน , ประเทศเมียนมา ,ประเทศอินเดีย ,ประเทศมาเลเซีย , ประเทศไทย เป็นต้น นอกจากนายกรัฐมนตรีของประเทศเนปาลจะมาเป็นประธานในพิธีแล้ว ยังมีรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาประเทศ Hon.Minister of Urban Development Ms.Sita Gurung พร้อมแขกผู้มีเกียรติมากมาย เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร(สส.)เนปาล ,สมาชิกวุฒิสภา(สว.)เนปาล เป็นต้น

รัชพล สุวรรณโชติ ผู้ได้รับรางวัล Media Professional Excellence Award ประจำปีนี้ กล่าวว่า “รู้สึกภาคภูมิใจมากๆ ครับที่มีโอกาสนำชื่อเสียงสื่อเยาวชนจากประเทศไทยเข้ารับรางวัลระดับเอเชีย โดยเฉพาะได้รับจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ของประเทศเนปาล นับว่าเป็นเกียรติอย่างสูงอีกครั้งของผมนะครับ การทำงานด้านสื่อต่อเนื่อง 31 ปี (2535-ปัจจุบัน) มีผลงานการผลิตสื่อหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะ สื่อเพื่อเด็กและเยาวชน ที่ทุ่มเทมาตลอด ทั้งการผลิตรายการโทรทัศน์ที่เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมไปจนถึงการเป็นผู้ก่อตั้ง ศูนย์ข่าวเยาวชนไทย 24 ปี (2542-ปัจจุบัน) ซึ่งทำให้ได้มีโอกาสเดินทางไปอบรมให้กับเด็กๆ มาแล้วกว่า 70 จังหวัดทั่วประเทศ และได้ขยายเป็น “ศูนย์ข่าวเด็กและเยาวชนอาเซียน” 10 ประเทศ เพื่อใช้สื่อ โดยเฉพาะสื่อโซเซียลในการเชื่อมต่อ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างมิตรภาพอันดีระหว่างเด็กเยาวชนใน 10 ประเทศอาเซียน และยังมีการดึงเยาวชนในประเทศอาเซียน+3 (+ญี่ปุ่น ,เกาหลี และจีน) มาร่วมในโครงการอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการทำโครงการะดับนานาชาติมากมาย โดยได้รับเชิญให้เดินทางไปร่วมโครงการ กิจกรรมต่างๆไปมาแล้วกว่า 50 ประเทศทั่วโลก การได้รับรางวัลระดับเอเชียครั้งนี้จึงนับเป็นนิมิตหมายที่ดีมากๆ ในการสานต่อการทำงานด้านสื่อเพื่อเด็กเยาวชน ที่ผมทุ่มเทมาตลอด 30 ปีครับ.

            สำหรับผลงานที่ได้รับการบรรยายในหนังสือประกาศเกียรติคุณของรางวัล Asian Professional Achievement Award 2023 รางวัลสุดยอดผู้ประสบความสำเร็จแห่งเอเชีย ปี 2023 ได้ประกาศเกียรติคุณแสดงคุณสมบัติ ผลงานของรัชพล ด้านสื่อตลอด 31 ปีที่พิจารณาให้ได้รับรางวัล Media Professional Excellence Award 2023 มีดังนี้

รัชพล สุวรรณโชติ เจ้าของฉายา นักต่อสู้เพื่อเสียงเด็กไทย มีประสบการณในการทำงานด้านสื่อ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ต่อเนื่องมากว่า 31 ปี (2535-ปัจจุบัน) ไม่เพียงแต่ทำงานสร้างสรรค์สื่อโทรทัศน์เพื่อเด็กเยาวชนเท่านั้น รัชพล ยังเป็นผู้ก่อตั้งโครงการ ศูนย์ข่าวเยาวชนไทย 24 ปี(2542-ปัจจุบัน) ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วม (Child Participation in Media) ในการคิด ผลิตสื่อที่จะมีผลต่อชีวิตของเขา ซึ่งนับเป็นคนไทยคนแรกๆ ที่ดำเนินการโครงการในลักษณะนี้และยังทำต่อเนื่องกว่า 24 ปีจนถึงปัจจุบัน โดยดำเนินการตามแนวคิดการเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วม ( Child Participation) หนึ่งในหัวข้อหลักของสิทธิเด็ก

(The Convention on the Rights of the Child) นั้นเอง ซึ่งโครงการศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ก่อตั้งโดยการสนับสนุนของหลายภาคส่วน เช่น องค์การยูนิเซฟ (องค์การกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ) , สำนักงานส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ(สยช.) ,สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี(สอ.ดย.)เป็นต้น โดยเปิดโอกาสให้นักข่าวเด็ก ได้รายงานข่าวที่จะมีผลต่อชีวิตและการเติบโตของพวกเขา โดยก่อนทำข่าว เด็กๆ จะได้เรียนรู้กระบวนการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ การผลิต และการเผยแพร่ เรียกว่าเด็กมีส่วนร่วมในเกือบทุกกระบวนการการทำข่าว จึงนับว่าเป็นมิติใหม่ในปีที่ก่อตั้ง(2542-ปัจจุบัน) ทำให้นักข่าวเด็กจากศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ได้มีโอกาสทำข่าวสัมภาษณ์ที่โดดเด่นมากมาย เช่น สัมภาษณ์สมเด็พระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี , นายกรัฐมนตรี (เกือบทุกสมัย) รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ สิ่งที่ รัชพล ได้ทำเป็นหลักสูตรในการสอนนักข่าวเยาวชนมาตลอด 24 ปี ไม่ใช่แค่การสอนการผลิตและการเท่าทันสื่อแก่เด็กๆ เท่านั้น แต่รัชพลยังเน้นการสอนเรื่อง “ทักษะชีวิต” (The Right Skills) เป็นหัวใจสำคัญในการสอน เพื่อสร้างเด็กเยาวชนให้เป็นคนคุณภาพ และเติบโตมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในการช่วยพัฒนาประเทศและโลกของเราต่อไป

            รัชพล สุวรรณโชติ ได้ดำเนินการโครงการศูนย์ข่าวเยาวชนไทย โดยเดินทางไปอบรม จัดกิจกรรมให้กับเด็กเยาวชนมาแล้วกว่า 70 จังหวัดทั่วประเทศ และได้รับเชิญให้เดินทางเข้าร่วมโครงการ กิจกรรมต่างๆ มาแล้วกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

            นอกจากจะทำงานในด้านสื่อเพื่อพัฒนาเด็กเยาวชนแล้ว รัชพล ยังได้ทำงานในระดับนโยบายมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาคณะทำงานเฉพาะกิจส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายเยาวชน สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี , คณะทำงานด้านสื่อสารออนไลน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ , ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ,

ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา เป็นต้น

            จากการทำงานด้านสื่อเพื่อเด็กเยาวชนมากว่า 31 ปี รัชพล ได้รับรางวัลทั้งในระดับประเทศ และในระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย เช่น รางวัลผู้ทำประโยชน์ต่อเยาวชน สาขาสื่อมวลชนเพื่อสังคม รางวัลพระราชทานโดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร (กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ) , รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของทวีปเอเชีย-แปซิฟิค รางวัลพิเศษเนื่องในวันโทรทัศน์และวิทยุเด็กโลก ณ ประเทศญี่ปุ่น , รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของโลก รางวัล International EMMY Awards 2007 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา.

รางวัล Asian Professional Achievement Award 2023 รางวัลสุดยอดผู้ประสบความสำเร็จแห่งเอเชีย จัดโดย บริษัท Season M Media ประเทศเนปาล แต่จะมีการเวียนการจัดในประเทศเจ้าภาพแตกต่างกันในแต่ละปี เช่น ปี 2019 จัด ณ ประเทศมาเลเซีย ,ปี 2022 จัด ณ ประเทศดูไบ , ปี 2023 ปีนี้ จัด ณ ประเทศเนปาล โดยมีนายกรัฐมนตรีของประเทศเนปาล มาเป็นประธานในการมอบรางวัลให้กับผู้ที่ได้รับรางวัลการยกย่องว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จแห่งเอเชีย ด้วยตนเอง.

‘สกสค.’เฟ้นหาครูต้นแบบปลดหนี้สำเร็จ-ถอดบทเรียนทำคลิปเผยแพร่บนโลกออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763364

'สกสค.'เฟ้นหาครูต้นแบบปลดหนี้สำเร็จ-ถอดบทเรียนทำคลิปเผยแพร่บนโลกออนไลน์

‘สกสค.’เฟ้นหาครูต้นแบบปลดหนี้สำเร็จ-ถอดบทเรียนทำคลิปเผยแพร่บนโลกออนไลน์

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 11.53 น.

‘สกสค.’เฟ้นหาครูต้นแบบปลดหนี้สำเร็จ-ถอดบทเรียนทำคลิปเผยแพร่บนโลกออนไลน์ สร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนครู พร้อมชง อว. เพิ่มความเข้มข้นสอนวินัยการเงิน-เศรษฐกิจพอเพียงให้นักศึกษาครู – จัดอบรมครูรุ่นใหม่ โดยไม่ทิ้งครูรุ่นเก่า
 

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2566 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาระครู สร้างขวัญกำลังใจให้ครูทั่วประเทศนั้น ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ได้ร่วมเป็นกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูเดินเคียงข้างกับ ศธ. ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูมาโดยตลอด ซึ่งในระหว่างที่ ศธ.กำลังพิจารณาแนวทางการดำเนินงานที่เป็นนโยบายนั้น สิ่งที่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค.จะทำควบคู่ไปพร้อม ๆ กัน คือ ช่วย ศธ.จำแนกข้อมูลปัญหาหนี้สินครู กลุ่มสีแดงที่ลำบากถูกฟ้องร้อง ดำเนินคดี เดือดร้อน ไม่สามารถดูแลตนเองได้ โดยช่วยประสานทีมไกล่เกลี่ยให้คำแนะนำปรึกษาด้านกฎหมาย และส่งเสริมสนับสนุนทำให้เปลี่ยนมาเป็นกลุ่มสีเหลือง คือ มีหนี้บ้างเล็กน้อย มีชีวิตความเป็นอยู่และขวัญกำลังใจที่ดีขึ้น ทั้งนี้เพราะกลุ่มสีแดง ถือเป็นกลุ่มที่ปัญหาหนี้สินส่งผลต่อภาระหน้าที่การทำงานของครู ซึ่งส่งผลกระทบถึงการเรียนการสอนของนักเรียน
 
นายพิเชฐ กล่าวว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน ได้มอบแนวทางไว้ว่าเรื่องดี ๆ ต้องนำเสนอให้ทุกคนเรียนรู้ ซึ่งตนได้มอบหมายให้สำนักงาน สกสค.จังหวัด สำรวจค้นหาครูต้นแบบกลุ่มสีเขียว ครูที่มีสภาพคล่อง ซึ่งเป็นครูที่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกู้เงิน หรือประเด็นอื่นๆ ในอดีต และปัจจุบันมีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น ปลดหนี้สำเร็จ โดยให้ถอดเป็นบทเรียนถ่ายทอดประสบการณ์ ว่าครูต้นแบบเหล่านี้มีวิธีคิด มีวิธีบริหารจัดการชีวิต มีวิธีปลดหนี้อย่างไร และทำเป็นคลิปวิดีโอหรือภาพยนตร์สั้น แล้วนำไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น ยูทูป เว็บไซต์ของ ศธ. เว็บไซต์ของ สกสค. เฟชบุ๊กของ สกสค. เป็นต้น เพื่อจุดประกาย สร้างฝัน สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ครูทั่วประเทศ โดยในเฟสแรกจะมีคลิปวิดีโอครูต้นแบบจังหวัดละ 1 คน รวม 77 คน จากนั้นจะขยายผลเพิ่มเป็นจังหวัดละ 2 คน และ 3 คนตามลำดับ โดยขยายผลไปเรื่อยๆ ทำให้ทุกคนทุกพื้นที่เรียนรู้ไปพร้อมกันได้ทุกเวลา

“การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างยั่งยืน ลดปัญหากลุ่มสีแดง ให้มีแต่กลุ่มสีเหลือง และกลุ่มสีเขียว ครูมีขวัญกำลังใจ ในการทำงาน เด็กเรียนดีมีความสุข ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ 2 สายมาบรรจบกัน คือ 1. กลุ่มครูบรรจุใหม่ ต้องให้ความรู้เรื่องวินัยการเงิน การคลัง การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานไว้ ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งครูรุ่นเก่า โดยสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดอบรมให้ความรู้ ทั้งแบบออนไซต์  และออนไลน์ ผสมผสานกับการเผยแพร่ครูต้นแบบความสำเร็จปลดหนี้สินได้ และ 2. กลุ่มนิสิต นักศึกษา ที่เข้ามาเรียนครู ในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยต้องประสานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ในการพิจารณาให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนการสอนด้านวินัยการเงิน การคลัง การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งเรามีเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นกรรมการในบอร์ด สกสค. อยู่แล้ว ดังนั้น จะมีการนำเรื่องนี้เข้าไปหารือให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อทำให้เกิดความยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ รมว.ศธ. ‘จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน’ เมื่อครูมีขวัญกำลังใจ ก็จะส่งผลต่อการจัดเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ นักเรียนก็จะได้เรียนดีมีความสุข ตามนโยบายของ พล.ต.อ. เพิ่มพูน ต่อไป” นายพิเชฐ กล่าว —017

‘33นักศึกษาไทย’ในอิสราเอล เดินทางกลับถึงไทยปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763350

‘33นักศึกษาไทย’ในอิสราเอล เดินทางกลับถึงไทยปลอดภัย

‘33นักศึกษาไทย’ในอิสราเอล เดินทางกลับถึงไทยปลอดภัย

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 10.39 น.

‘33นักศึกษาไทย’ในอิสราเอล เดินทางกลับถึงไทยปลอดภัย ‘กระทรวงอุดมศึกษาฯ’ยันจะส่งไปฝึกงานต่อ จากนี้ต้องยึดความปลอดภัยเป็นหลัก

17 ตุลาคม 2566 พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษาฯ ได้มอบหมายให้ตน พร้อมด้วยอธิการบดี และคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เดินทางมารอรับนักศึกษาฝึกงานในประเทศอิสราเอลด้วยตนเอง ที่เดินทางกลับมาถึงไทยแล้ว เมื่อช่วงค่ำของวันที่16ต.ค.ที่ผ่านมา สำหรับการเดินทางกลับมาของประชาชนชาวไทยทั้งหมด 244 คน จากประเทศอิสราเอล กลับมาประเทศไทยเส้นทางเทลอาวีฟ – สุวรรณภูมิ ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำพิเศษของสายการบิน El Al Israel Airlines ซึ่งออกเดินทางจากท่าอากาศยานเบนกูเรียน ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเวลา 21.05น. โดยเที่ยวบินนี้ มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์จำนวน 30 คน และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครจำนวน 3 คน โดยสารกลับมาด้วย

พญ.เพชรดาว กล่าวต่อว่า เพื่อความปลอดภัยจึงต้องการให้นักศึกษาเดินทางกลับมา โดยนักศึกษาที่เดินทางไปยังประเทศอิสราเอลไปเพื่อฝึกงานทางด้านของเทคโนโลยีการเกษตรซึ่งถือว่าประเทศอิสราเอลมีนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพโดยนักศึกษาที่เดินทางไปเป็นรุ่นที่ 7 แล้ว โดยการส่งนักศึกษาไปฝึกงานหลังจากนี้จะคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

ด้าน ผศ.ปรีชา สะแลแม อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า นักศึกษากลุ่มดังกล่าวไปฝึกงานด้านการเกษตร เมืองอราวา (Arava) ค่อนข้างห่างไกลจากภัยความไม่สงบ แต่เนื่องด้วยเห็นถึงความปลอดภัยของนักศึกษาจึงประสานให้เดินทางกลับ โดยนักศึกษากลุ่มนี้เป็นรุ่นที่ 7 ที่เดินทางไปฝึกงานที่ประเทศอิสราเอลทางด้านของเกษตร จากนี้จะดูเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก

ขณะที่นักศึกษาจาก ม.นราธิวาสราชนครินทร์รายหนึ่ง กล่าวว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยขอขอบคุณกระทรวงอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัยที่ช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตนเองยังอยากฝึกงานอยู่ แต่ก็คำนึงถึงความปลอดภัย หากมีโอกาสก็อยากฝึกงานด้านการเกษตรอีก ///////-005

‘ปลัดศธ.’แจงเหตุเด้ง’ชูชีพ’พ้นรักษาการอธิบดี สกร. ตั้ง‘ธนากร’นั่งแทน เพื่อประโยชน์ทางราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763337

'ปลัดศธ.'แจงเหตุเด้ง'ชูชีพ'พ้นรักษาการอธิบดี สกร. ตั้ง‘ธนากร’นั่งแทน เพื่อประโยชน์ทางราชการ

‘ปลัดศธ.’แจงเหตุเด้ง’ชูชีพ’พ้นรักษาการอธิบดี สกร. ตั้ง‘ธนากร’นั่งแทน เพื่อประโยชน์ทางราชการ

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 09.19 น.

‘ปลัดศธ.’แจงเหตุเด้ง’ชูชีพ’พ้นรักษาการอธิบดี สกร. ตั้ง‘ธนากร’นั่งแทน เพื่อประโยชน์ทางราชการ

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2566 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้ลงนามคำสั่งสำนักงานปลัด ศธ. แต่งตั้ง นายวรัท พฤกษาทวีกุล ผู้ตรวจราชการ ศธ. รักษาราชการแทน รองปลัด ศธ. และแต่งตั้ง นายธนากร ดอนเหนือ ผู้ตรวจราชการ ศธ. รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ทางราชการ ส่วน ว่าที่เรือตรีชูชีพ อรุณเหลือง รองอธิบดี สกร. ซึ่งเคยรักษาราชการแทนอธิบดี สกร.นั้น ก็ให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองอธิบดี สกร.เพียงตำแหน่งเดียว

“ตอนนี้ สกร.มีว่าที่เรือตรีชูชีพเป็นรองอธิบดีและรักษาการอธิบดี สกร.บริหารงานอยู่คนเดียว เพราะรองอธิบดี สกร.อีก 2 คนเกษียณอายุราชการไปแล้วเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ดังนั้น ภาระงานของ สกร.เองก็หนัก เพราะเป็นช่วงของการปรับเปลี่ยนจาก กศน.เป็น สกร. ดังนั้น จึงจะต้องให้มีคนเข้ามาช่วยในเรื่องการบริหารงาน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ส่วนที่มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงว่าที่เรือตรีชูชีพ กรณีการทำสัญญาโครงการบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงาน โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาในวิทยาลัยเทคนิคระยอง ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดแล้วนั้น ก็ต้องว่าไปตามขั้นตอน เพราะเท่าที่ทราบกระบวนการสืบข้อเท็จจริงยังไม่เสร็จสิ้น และขณะนี้ว่าที่เรือตรีชูชีพยังไม่ได้เข้าพบ และชี้แจงที่มาที่ไปกับผมอย่างเป็นทางการ แต่กระบวนการทั้งหมดเป็นเรื่องของสำนักนิติกรในการดำเนินการ” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง อดีตผู้บริหาร สกร.กรณีมีข้อร้องเรียนนั้น คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ชุดที่ นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา อดีตปลัด ศธ. ตั้งไว้ ก็ถือว่ามีผลตามกฎหมาย จึงให้ดำเนินการต่อเนื่อง ตามกรอบและวิธีการดำเนินการทางวินัย

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการจัดทำโครงสร้างของ สกร.ขณะนี้อยู่ระหว่างดูรายละเอียด การดำเนินการที่มีความจำเป็นก่อน อันดับแรกคือ การใช้กรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เดิม เป็นของ สกร.ไปพลางก่อน เพื่อใช้ในการบริหารจัดการเรื่องค่าตอบแทนหรือเงินเดือน โดยระหว่างนี้คงต้องใช้กรอบอัตรากำลังเดิมจาก กศน.ไปพลางก่อนในหลายเรื่อง ทั้งโครงสร้าง บุคลากร รวมถึงงบประมาณ ฯลฯ ขณะเดียวกันก็ดำเนินการจัดทำโครงสร้างควบคู่กันไป ซึ่งการดำเนินการในส่วนนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร —017

Blendata-ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมพัฒนา บุคลากรด้าน Big Data และ AI ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763184

Blendata-ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมพัฒนา  บุคลากรด้าน Big Data และ AI ไทย

Blendata-ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมพัฒนา บุคลากรด้าน Big Data และ AI ไทย

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฐนภัส รชตะวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบลนเดต้า จำกัด กล่าวว่า เนื่องจากประเทศไทยยังคงขาดแคลนบุคลากรที่มีความชำนาญในการพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง และการนำข้อมูลขนาดใหญ่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่องค์กรและธุรกิจอาจยังมีข้อจำกัด การร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการยกระดับเทคโนโลยีด้าน Big Data และ AI คือหนึ่งในภารกิจและเป้าหมายการสร้าง Ecosystem ของ Blendata เพื่อขยายรากฐานที่แข็งแกร่ง ผ่านการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์อย่างเต็มที่จากภาคธุรกิจ Blendata ได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือเดินหน้าสร้างบุคลากรและนวัตกรรมด้าน Big Data และ AI ร่วมกับธรรมศาสตร์ ด้วยการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จริงจากภาคธุรกิจ โดยให้นักศึกษามีโอกาสได้รับประสบการณ์จริงผ่านการทำวิทยานิพนธ์และการวิจัย การบรรยายพิเศษ การฝึกงานและการเข้าทำงาน รวมถึงสนับสนุนการจัดกิจกรรมและทุนการศึกษา และสร้างโอกาสแรงงานคุณภาพออกไปตอบโจทย์ความต้องการของตลาด

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เทคโนโลยีด้านข้อมูลมหัตหรือบิ๊กเดต้า (Big data) เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการจัดการข้อมูลยุคปัจจุบัน ซึ่งมีปริมาณมหาศาลและอยู่ในหลากหลายรูปแบบ เช่น การวิเคราะห์และจัดแสดง Geospatial data เพื่อสนับสนุนการวางแผนป้องกันและรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นต้น และ Blendata เป็นบริษัท ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้าน Big Data และ AI เทคโนโลยีสัญชาติไทยที่พัฒนาโดยคนไทย 100% โดยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและประสบการณ์ทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมของ Blendata จะสามารถยกระดับบุคลากรของไทยให้มีความสามารถทัดเทียมกับระดับนานาชาติได้

สหพัฒน์ มอบทุนการศึกษาปีที่ 10 บุตร-ธิดาพนักงานขาดแคลนทุนทรัพย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763186

สหพัฒน์ มอบทุนการศึกษาปีที่ 10  บุตร-ธิดาพนักงานขาดแคลนทุนทรัพย์

สหพัฒน์ มอบทุนการศึกษาปีที่ 10 บุตร-ธิดาพนักงานขาดแคลนทุนทรัพย์

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาภายใต้ “โครงการสนับสนุนทุนการศึกษา บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)” โครงการส่งเสริมการศึกษาของเยาวชนไทย โดยสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่ บุตร-ธิดาของพนักงานบริษัทฯ และบริษัทในเครือ ที่กำลังศึกษาเล่าเรียนแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ปี 2566 นับเป็นครั้งที่ 10 ที่มีการมอบทุนให้กับนักเรียนระดับอนุบาล ไปจนถึงระดับอุดมศึกษา จำนวน 284 ทุน แบ่งเป็นระดับชั้นอนุบาล ถึง ระดับชั้นประถมศึกษา จำนวน 128 ทุน ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 100 ทุน และระดับอุดมศึกษา จำนวน 56 ทุน

“ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ ขอให้ทุกคนนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการศึกษาอย่างแท้จริงอีกสิ่งหนึ่งนอกจากการศึกษาที่เราต้องสนับสนุนเยาวชนไทยแล้ว ความซื่อสัตย์ก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน อยากฝากให้คุณพ่อ คุณแม่ และผู้ปกครอง ร่วมปลูกฝังความซื่อสัตย์ให้กับเด็กๆ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพวกเขา ซึ่งความซื่อสัตย์นั้นไม่ได้ทำเพื่อแค่ตนเอง แต่เพื่อประเทศชาติของเราในอนาคต” นายบุญชัย กล่าว

ประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 25

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763187

ประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 25

ประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 25

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันพระปกเกล้า ขอเชิญเข้าร่วมการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 25 หัวข้อ “เสริมพลังประชาธิปไตย : บทบาทของซอฟต์พาวเวอร์กับการมีส่วนร่วมของพลเมือง” (Revitalizing Democracy: Roles of Soft Power and Citizen Engagement) วันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2566 ในรูปแบบออนไลน์ ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทางเว็บไซต์สถาบันพระปกเกล้า https://www.kpi.ac.th/news/news/data/1974

ม.อ. ผลักดันภูเก็ตและกลุ่มอันดามัน เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763201

ม.อ. ผลักดันภูเก็ตและกลุ่มอันดามัน  เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโลก

ม.อ. ผลักดันภูเก็ตและกลุ่มอันดามัน เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโลก

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดี วิทยาเขตภูเก็ต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของรัฐบาลชุดใหม่ ที่กำหนดกรอบการพัฒนาการท่องเที่ยวภาคใต้ ผ่านแนวทางการสร้างเมืองท่องเที่ยวระดับโลกเวอร์ชั่นสมบูรณ์ในจังหวัดภูเก็ต และฝั่งอันดามันนั้น ม.อ. ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมวางแผนขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้จังหวัดภูเก็ตและพื้นที่กลุ่มจังหวัดอันดามัน เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตอบโจทย์การท่องเที่ยวมูลค่า และได้นำเสนอแผนอย่างเป็นรูปธรรม และนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในช่วงที่มีการลงพื้นที่ภาคใต้ เมื่อ ส.ค. ที่ผ่านมา

สำหรับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเก็ตและอันดามัน ม.อ. จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ผ่านการดำเนินงานโครงการจัดตั้งศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน โดยร่วมผลักดันการท่องเที่ยวมูลค่าสูงให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านการสานต่อภูมิปัญญาของคนไทย การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอาหาร พร้อมผลักดันให้เป็นเมืองการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) และก้าวสู่เมดิคัลฮับ (Medical Hub) ศูนย์กลางบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ (Wellness) ของประเทศไทยและของภูมิภาค ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของพื้นที่ดังกล่าวมีรายได้ที่หลากหลาย ลดการพึ่งพารายได้หลักจากการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ เพียงอย่างเดียว เหมือนในอดีตที่ผ่านมา

รศ.ดร.พันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะเดียวกันจะมุ่งสนับสนุนให้ภูเก็ตก้าวไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะหรือ Smart City โดยได้นำระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data ทั้งของทางภาครัฐและภาคเอกชนมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนและตัดสินใจในเชิงการบริหารจัดการเมืองให้มีประสิทธิภาพ พร้อมกับการสนับสนุนความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ ตลอดจนวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) ให้มีความเหมาะสมกับเมือง เช่น ระบบจราจร การจัดการระบบบริหารแพลตฟอร์มต่างๆ การจัดการบริหารขยะและคุณภาพของอากาศ และการดูแลรักษาผู้ป่วยทางไกล หรือ Telemedicine