การปาฐกถาพิเศษในครั้งนี้ ม.อ. ดำเนินการจัดขึ้น ได้แก่ คณะเทคนิคการแพทย์ จัดปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ Spreading peace through science and commerce in emerging economies โดย Dr.Sir Richard J.Roberts เป็นผู้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์,คณะวิทยาศาสตร์ หัวข้อ The importance of science for peace-building โดย Prof. Takaaki Kajita ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์,คณะเภสัชศาสตร์ หัวข้อ Personalized medicine renovation : Are we going to cure all diseases and at what price? โดย Prof. Aaron Ciechanover ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี และคณะเศรษฐศาสตร์ ดำเนินการจัดการปาฐกถาพิเศษขึ้นภายใต้หัวข้อ The prospects for global financial stability โดย Prof. Robert F. Engle III ผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ บรรยายภายใต้หัวข้อ The role of basic science in biotechnology โดย Prof.Randy W.Schekman ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์
ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกมประจำปี 2024 โดย Times Higher Education World University Rankings (THE WUR) 2024 ซึ่งมีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมการจัดอันดับทั้งสิ้น 2,673 แห่ง เมื่อพิจารณาจากคะแนนรวม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอันดับที่ 1 ของไทย และอยู่ในอันดับที่ 601-800 ของโลก
การจัดอันดับมหาวิทยาลัยครั้งนี้ใช้เกณฑ์การจัดอันดับจาก 5 ตัวชี้วัด ประกอบด้วย Teaching (the learning environment) 29.5% Research environment 29% Research quality 30% International outlook 7.5% Industry 4%
รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)กล่าวว่า ทีมซึ่งประกอบด้วย ผศ.ดร.รัชนีกุลยานนท์ จาก สจล., ภาสกร ประถมบุตรและ นน อัครประเสริฐกุล จาก Depa,พรชัย เอี่ยมสุกใส และ สถาพร จุลศิลป์จากสตาร์ทอัพ บริษัท สยามอินโนซิตี้ จำกัด คิดค้นนวัตกรรมแอปพลิเคชั่น Re-Fill City ภายใต้แนวคิด Green and Sustainable City เพื่อส่งเสริมการใช้ขวดน้ำพกพาเพื่อลดปริมาณขยะแทนการซื้อน้ำดื่มที่บรรจุในขวดพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง
ซึ่งแนวคิดนี้เป็นโครงการที่ริเริ่มจากความต้องการของผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองนครศรีธรรมราช และเป็นการสร้างธุรกิจแบบ Social Enterprise ที่สามารถส่งเสริมมีรายได้อย่างมั่นคง ในขณะที่เมืองและประชาชนได้รับผลประโยชน์สูงสุด โดยนวัตกรรมดังกล่าวได้คว้ารางวัลชนะเลิศระดับนานาชาติในการแข่งขันแฮกกาธอน “Presidential Hackathon International Track 2023” ที่จัดโดยกระทรวงดิจิทัลแห่งไต้หวัน นับเป็นเวทีการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่และทรงเกียรติที่สุด
โดยงานปีนี้ภายใต้ธีม Free the Future: Open, Digital and Green มุ่งตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2030 (Sustainable Development Goals, SDGs) โดยมีจำนวน 60 ทีมจาก 30 ประเทศทั่วโลกเข้าแข่งขัน ความสำเร็จของทีมไทยสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจแก่ประเทศ ตอกย้ำถึงศักยภาพของคนไทยในเวทีโลก สะท้อนพลังความมุ่งมั่นของ สจล. สู่ผู้นำแห่งนวัตกรรมระดับโลก (The World Master of Innovation)