คณะบุคตลต่างๆ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

คณะบุคตลต่างๆ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

คณะบุคตลต่างๆ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.03 น.

18 มิถุนายน 2569 เวลา 14.30 น. บริษัท คลับ 21 (ประเทศไทย) จำกัด สมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม บริษัท สำนักงานกฎหมาย ดีทีแอล จำกัด  โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ สมุทรสาคร ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มูลนิธิมหาวชิราลงกรณ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.10 น.

“หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์” ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”

วันที่ 18 มิถุนายน 2569  เวลา 06.54 น. หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล  ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
 

ม.วลัยลักษณ์ จับมือ ธ.ก.ส. ติวเข้มเกษตรกรเมืองคอน ใช้ ‘ชีวภัณฑ์’ ควบคุมศัตรูพืช

ม.วลัยลักษณ์ จับมือ ธ.ก.ส. ติวเข้มเกษตรกรเมืองคอน ใช้ ‘ชีวภัณฑ์’ ควบคุมศัตรูพืช

ม.วลัยลักษณ์ จับมือ ธ.ก.ส. ติวเข้มเกษตรกรเมืองคอน ใช้ ‘ชีวภัณฑ์’ ควบคุมศัตรูพืช

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผนึกกำลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดเวิร์กชอปถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและใช้ชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช มุ่งสร้างต้นแบบเกษตรกรยุคใหม่ที่พึ่งพาตนเองได้ด้วยนวัตกรรมชีวภาพ

รศ.ดร.วาริน อินทนา หัวหน้าศูนย์ผลิตและบริการชีวินทรีย์เกษตร สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรแบะอุตสาหกรรมอาหาร มวล. เปิดเผยว่า ศูนย์ผลิตและบริการชีวินทรีย์เกษตร มวล. ร่วมกับ ธ.ก.ส. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “กลยุทธ์การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสานด้วยชีวภัณฑ์มาตรฐานสากล” เพื่อให้เกษตรกรได้รู้วิธีการทำเกษตรอย่างปลอดภัย ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ด้วยการใช้นวัตกรรมชีวภาพร่วพ ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2569 โดยได้รับความสนใจจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเข้าร่วมกว่า 1000 คน

รศ.ดร.วาริน อินทนา กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันเกษตรกรไทยต้องเผชิญกับปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากการใช้สารเคมีเกินความจำเป็น รวมถึงข้อจำกัดด้านมาตรฐานความปลอดภัยของตลาดโลก การร่วมมือกับ ธ.ก.ส. ในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาถ่ายทอดสู่การปฏิบัติจริง เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตและใช้ชีวภัณฑ์ในการควบคุมศัตรูพืชได้ด้วยตนเองเพื่อผสมผสานกับวิธีการอื่นๆ ทั้งวิธีเขตกรรมและการใช้สารเคมี ซึ่งเป็นแนวทางการผสมผสานที่มีความยั่งยืนที่สุด

“เป้าหมายหลักของเราคือการทำให้เกษตรกรมั่นใจว่า การใช้วิธีผสมผสานด้วยชีวภัณฑ์อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการจะช่วยลดการใช้สารเคมี ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า 30-50% แต่ยังช่วยให้พืชผลมีคุณภาพสูง ปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง โดยเราเน้นการฝึกปฏิบัติให้ทำเป็นจริง เห็นผลชัดเจน และสามารถกลับไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้ทันที” รศ.ดร.วาริน กล่าว

การอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญที่เป็นหัวใจของการเกษตรมูลค่าสูง ประกอบด้วย การผลิตและการใช้ชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช การจัดการโรคและแมลงศัตรูพืชแบบผสมผสาน แนวทางการลดต้นทุนและสารเคมี เทคนิคการผลิตพืชคุณภาพมาตรฐานตลาดยุคใหม่

ด้านตัวแทนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร นางจันทิรา คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จ.นครศรีธรรมราช ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการสนับสนุนให้เกษตรกรที่เป็นลูกค้าของธนาคารได้เพิ่มทักษะการประกอบอาชีพอย่างมีศักยภาพในการผลิตพืชที่สูงขึ้น มีความมั่นคงทางรายได้ผ่านการลดรายจ่ายด้านสารเคมี และส่งเสริมภาพลักษณ์เกษตรกรรมยั่งยืนตามนโยบายของธนาคาร

‘Design Your L.I.F.E.’ UTCC MBA Forum ปีที่ 2 เปิดเวทีผู้นำธุรกิจยุค AI

‘Design Your L.I.F.E.’ UTCC MBA Forum ปีที่ 2 เปิดเวทีผู้นำธุรกิจยุค AI

‘Design Your L.I.F.E.’ UTCC MBA Forum ปีที่ 2 เปิดเวทีผู้นำธุรกิจยุค AI

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดงาน UTCC MBA Forum 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้กับนักศึกษา ผู้ประกอบการ และคนทำงานที่ต้องการพัฒนาศักยภาพด้านธุรกิจ ผ่านเวทีเสวนากับผู้บริหารระดับประเทศที่มาถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากโลกธุรกิจ กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Lead Beyond AI: Designing Your Life in a Disrupted World” ซึ่งสะท้อนความท้าทายของโลกยุคใหม่ เมื่อเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจและการทำงานอย่างรวดเร็ว

ดร.อารดา มหามิตร คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ม.หอการค้าไทย กล่าวว่า ปีนี้ UTCC MBA Forum ออกแบบมาเป็น Series เพื่อเปิดให้นักศึกษา MBA ผู้ประกอบการ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงของผู้บริหารระดับประเทศ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่มีคุณค่าอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

“สิ่งที่ทำให้ MBA ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยแตกต่าง คือ พลังของเครือข่ายธุรกิจ เราเชื่อว่าการเรียน MBA ไม่ใช่เพียงการเรียนความรู้ แต่คือการได้เชื่อมต่อกับผู้ประกอบการ ผู้นำองค์กร และเพื่อนร่วมรุ่นที่สามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจได้จริง” ดร.อารดา กล่าวและว่า เครือข่ายถือเป็นทุนสำคัญของนักธุรกิจในยุคปัจจุบันโลกธุรกิจวันนี้ไม่ได้ถามเพียงว่าคุณรู้อะไร แต่ถามว่า คุณเชื่อมต่อกับใคร และสามารถสร้างโอกาสอะไรได้บ้าง UTCC จึงเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษา MBA ได้พบ CEO ตัวจริง เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อนำไปปรับใช้กับการทำงานและธุรกิจได้จริง และสร้างเครือข่ายธุรกิจที่มีพลัง

ผศ.ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ม.หอการค้าไทย กล่าวถึงความสำคัญของ AI ที่กำลังเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญของโลกธุรกิจ “AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร” ว่า ผู้นำธุรกิจในอนาคตจำเป็นต้องเข้าใจเทคโนโลยีและสามารถนำ AI มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้ ผู้นำยุคใหม่ต้องมีทั้งความเข้าใจธุรกิจและความเข้าใจเทคโนโลยี เพราะองค์กรที่สามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมาก

“UTCC MBA Forum Series” ไม่ได้เป็นเพียงแค่งานเสวนา แต่เป็นเวทีที่เชื่อมโลกการศึกษาเข้ากับโลกธุรกิจจริง พร้อมสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมั่นใจ และสะท้อนแนวคิดสำคัญของหลักสูตร MBA ม.หอการค้าไทยว่า “ไม่ว่าคุณจะจบปริญญาตรีสาขาอะไรมา หากอยากเติบโตในโลกธุรกิจจริง MBA ต้องที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย” เพื่อร่วม Design Your LIFE และสร้างอนาคตธุรกิจของคุณไปพร้อมกับเครือข่ายนักธุรกิจตัวจริง

‘BU x JASPAL GROUP’ ปล่อยพลังครีเอทีฟ เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้คุณภาพดีให้เป็นผลงานแฟชั่น

‘BU x JASPAL GROUP’ ปล่อยพลังครีเอทีฟ เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้คุณภาพดีให้เป็นผลงานแฟชั่น

‘BU x JASPAL GROUP’ ปล่อยพลังครีเอทีฟ เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้คุณภาพดีให้เป็นผลงานแฟชั่น

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เดินหน้าส่งเสริมแนวคิดแฟชั่นยั่งยืน พร้อมผลักดันศักยภาพนักออกแบบรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ “RE-LIFE FABRIC: BU x JASPAL GROUP SUSTAINABLE COLLABORATION 2026” ความร่วมมือระหว่างภาควิชาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ และ JASPAL GROUP กลุ่มธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของภูมิภาค เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้นำผ้าเหลือใช้คุณภาพดีจากกระบวนการผลิตของแบรนด์ในเครือ JASPAL GROUP มาสร้างสรรค์ใหม่เป็นผลงานแฟชั่นร่วมสมัย ภายใต้แนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา Fashion Management & Entrepreneurship ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่น ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในการทำงานร่วมกับบริษัทแฟชั่นชั้นนำ พร้อมฝึกคิด วิเคราะห์ และออกแบบภายใต้ข้อจำกัดของวัสดุจริง สะท้อนแนวทางการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติที่มุ่งพัฒนาทักษะทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ การบริหารจัดการ และความเข้าใจเรื่องความยั่งยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่น

ตลอดกระบวนการพัฒนาโครงการนักศึกษาได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจาก ผศ.ดร.ณัฐสุภา เจริญยิ่งวัฒนา รองคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ และ อาจารย์ดาลิตา เกตุศักดิ์ ที่ร่วมผลักดันให้ผลงานทุกชิ้นสะท้อนทั้งมิติความคิดสร้างสรรค์ การใช้งานจริง และแนวคิดด้านความยั่งยืนได้อย่างสมบูรณ์ ภายในโครงการยังมีการประกวดผลงานเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษา โดยมี ผศ.ดร.ณัฐสุภา เจริญยิ่งวัฒนา รองคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ ปฤษฎี ศิลปสม Visual Merchandise Department Manager จาก ยัสปาล กรุ๊ป ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน ผลงานกระเป๋าทั้ง 23 ชิ้นที่ถูกสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด “Season of Remnant” ถ่ายทอดคุณค่าของวัสดุเหลือใช้ให้กลับมามีชีวิตใหม่ ผ่านฤดูกาลทั้งสี่ ได้แก่ Spring, Summer, Autumn และ Winter สะท้อนแรงบันดาลใจของนักศึกษาที่ผสานแฟชั่นร่วมสมัยเข้ากับแนวคิด Sustainable Design ได้อย่างโดดเด่น

ทีมชนะเลิศ “Peejayu” ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความสงบและความงามของฤดูหนาว ผ่านแนวคิด “สวนฤดูหนาว” ที่สะท้อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามปรัชญา Kaizen ขณะที่ทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 “ทีมดีมากเลย” นำแนวคิด Ikebana และ Wabi-sabi มาตีความความงามของความไม่สมบูรณ์ผ่านงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์ ส่วนทีมรองชนะเลิศอันดับ 2 “I LOVE MY JOB” ได้นำแนวคิดการลดขยะทางการเกษตรมาพัฒนาวัสดุใหม่จากเปลือกผลไม้ ผสมผสานกับผ้าเหลือใช้จาก JASPAL GROUP จนเกิดเป็นผลงานที่สะท้อนวัฏจักรของการใช้ทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์

โครงการ “RE-LIFE FABRIC: BU x JASPAL GROUP SUSTAINABLE COLLABORATION 2026” จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่แสดงศักยภาพของนักออกแบบรุ่นใหม่ แต่ยังสะท้อนความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ในการร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของวงการแฟชั่นไทยสู่ความยั่งยืน ผ่านพลังของความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม.

เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย

เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย

เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 22.00 น.

เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย ยกระดับครูสู่บทบาทโค้ช สร้างการเรียนรู้คุณภาพ

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย รศ.ดร.ไบรอัน เค เพอร์กินส์ (Associate Professor Dr. Brian K. Perkins) ศาสตราจารย์ปฏิบัติวิชาชีพด้านการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และคณะทำงาน ลงพื้นที่ติดตามการจัดการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ณ สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมทั้งติดตามการดำเนินการจัดการศึกษาตามนโยบาย 5 ด้าน ของกระทรวงศึกษาธิการ และนโยบายของ สพฐ. รวมถึงรับฟังปัญหาจากสภาพจริงในพื้นที่ โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรของโรงเรียน ร่วมให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี ได้นำ รศ.ดร.ไบรอัน เค เพอร์กินส์ และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดท่าล้อ อ.ท่าม่วง และโรงเรียนบ้านท่ามะนาว อ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อสำรวจตรวจดูอาคารสถานที่ภายในโรงเรียน พร้อมรับฟังปัญหาต่างๆ จากสภาพจริงในพื้นที่ พบว่า การบริหารจัดการอาหารกลางวันของโรงเรียนยังมีอุปสรรคอยู่บ้าง เนื่องจากเกณฑ์การนับจำนวนนักเรียนมาถึงหลังเปิดภาคเรียน ทำให้โรงเรียนต้องคาดการณ์ยอดนักเรียนล่วงหน้าเพื่อจัดทำสัญญาและปรับข้อมูลกับท้องถิ่นภายหลัง ขณะเดียวกัน แม้จะใช้ระบบจ้างเหมาประกอบอาหารสำเร็จรูป ครูยังคงต้องรับภาระงานเอกสารด้านจัดซื้อจัดจ้างและตรวจรับพัสดุ ส่งผลกระทบต่อเวลาการจัดการเรียนการสอน จึงมีข้อเสนอให้ปรับรูปแบบการบริหารอาหารกลางวันให้คล้ายโครงการนมโรงเรียน โดยให้หน่วยงานภายนอกเป็นผู้จัดซื้อและจัดส่งเพื่อลดภาระงานเอกสาร นอกจากนี้ โรงเรียนยังประสบปัญหางบอาหารกลางวันจากท้องถิ่นล่าช้ากว่าเปิดเทอม 1–2 สัปดาห์ จนต้องสำรองเงินดำเนินการไปก่อน รวมถึงภาระค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีข้อเสนอให้ผลักดันการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณของโรงเรียน

นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียน ซึ่งเป็นโครงการภายใต้มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ถ่ายทอดสดจากโรงเรียนวังไกลกังวล ครอบคลุมระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย โดย สพฐ. ร่วมมือสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนและการอบรมพัฒนาครู เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครูและลดความเหลื่อมล้ำในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้รับการชื่นชมจาก รศ.ดร.ไบรอัน เค เพอร์กินส์ ในด้านการมีส่วนร่วมจัดการเรียนรู้ระหว่างครูโรงเรียนปลายทางกับครูโรงเรียนต้นทาง โดยครูต้องเชื่อมโยงความรู้เดิมสู่ความรู้ใหม่ พร้อมตั้งคำถามกระตุ้นการคิด กำกับดูแล และช่วยเหลือนักเรียนให้ปฏิบัติกิจกรรมได้ตามเป้าหมาย จากนั้นยังต้องติดตามพฤติกรรมการเรียนรู้ ประเมินผลรายบุคคล และให้คำแนะนำแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เปรียบเสมือนเป็นพี่เลี้ยง (Coaching) มากกว่าเป็นผู้สอนเพียงอย่างเดียว เพื่อให้การเรียนรู้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อีกทั้ง เลขาธิการ กพฐ. ยังได้มอบนโยบายและแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาแก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรฯของโรงเรียน ตามนโยบายหลัก 5 ด้าน ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ที่ให้ความสำคัญกับนักเรียนและครูทั่วประเทศ ทั้งการคืนเวลาให้ครูเพื่อคืนอนาคตให้เด็ก การรื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส การยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง การทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง และการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พร้อมเน้นย้ำการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับเป้าหมายการศึกษาของประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืน

ปลัดมหาดไทย แจ้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ จัดพิธีทำบุญถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระสังฆราช 26 มิ.ย.นี้

ปลัดมหาดไทย แจ้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ จัดพิธีทำบุญถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระสังฆราช 26 มิ.ย.นี้

ปลัดมหาดไทย แจ้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ จัดพิธีทำบุญถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระสังฆราช 26 มิ.ย.นี้

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.04 น.

“ปลัดมหาดไทย”แจ้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เตรียมพร้อมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล เนื่องในการจัดงานฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา “สมเด็จพระสังฆราช” วันที่ 26 มิ.ย.69 เวลา 07.00 น.พร้อมกันทั่วประเทศ

วันนี้ (17 มิถุนายน 2569) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จะทรงมีพระชนมายุครบ 99 พรรษา ในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 โดยคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 26 มิถุนายน 2569 ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ได้มีมติเมื่อที่ 11 พฤษภาคม 2569 เห็นชอบการจัดโครงการและกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสต่างๆ รวมถึงการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 07.00 น.โดยพร้อมเพรียงกัน ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และในต่างประเทศ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ทั่วประเทศ รับทราบการจัดงาน พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมการจัดงานในส่วนภูมิภาคตามแนวทางปฏิบัติในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ โดยกำหนดชื่อการจัดงาน ภาษาไทย : “การจัดงานฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 26 มิถุนายน 2569 และภาษาอังกฤษ : “The Celebrations on the Occasion of His Holiness Somdet Phra Ariyavongsagatayana the Supreme Patriarch of Thailand’s 99th Birthday Anniversary 26th June 2026” และกำหนดขอบเขตการจัดงาน ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569

“ในด้านการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล กำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 07.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ที่เหมาะสม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน พร้อมทั้งแจ้งไปยังนายอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทราบและพิจารณาจัดพิธี ในห้วงวัน เวลา พร้อมกับจังหวัด และส่วนกลาง เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชน และประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ได้ร่วมกันในการประกอบพิธีเพื่อถวายเป็นพระกุศลในโอกาสดังกล่าว”

สำหรับพระประวัติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2470 ที่จังหวัดราชบุรี ทรงบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อปี พ.ศ.2483 ณ วัดสัตตนารถปริวัตร วรวิหาร จังหวัดราชบุรี ต่อมาทรงเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2491 ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยทรงเป็น สมเด็จพระสังฆราช ลำดับที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.16 น.

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 10.50 น. หม่อมเจ้า ฑิฆัมพร ยุคล  ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
 

หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.51 น.

“หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์” ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”

วันที่ 17 มิถุนายน 2569  เวลา 06.55 น. หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล  ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
 

​‘FWD Music Live Fest 5’ เวทีแห่งโอกาส เปิดพื้นที่ Young Gen โชว์ความสามารถทางดนตรี

​‘FWD Music Live Fest 5’ เวทีแห่งโอกาส เปิดพื้นที่ Young Gen โชว์ความสามารถทางดนตรี

​‘FWD Music Live Fest 5’ เวทีแห่งโอกาส เปิดพื้นที่ Young Gen โชว์ความสามารถทางดนตรี

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การได้แสดงบนเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ร่วมกับศิลปินชื่อดัง ถือเป็นประสบการณ์สำคัญและเป็นอีกก้าวที่ช่วยให้ความฝันของคนรักดนตรีชัดเจนและเป็นจริงขึ้น “FWD Music Live Fest 5” จึงถูกจัดขึ้นในฐานะ เวทีแห่งโอกาส ที่เปิดพื้นที่ให้น้องๆ Young Gen จากหลากหลาย school band ได้โชว์ความสามารถ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มีความหมายต่อเส้นทางดนตรีของพวกเขา

ซึ่งงาน FWD Music Live Fest เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ ผ่านการทำกลยุทธ์ Brand Experience เพื่อให้แบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของผู้คน ด้วยการใช้ Music Experience เป็นสื่อกลางในการคอนเนคเข้ากับกลุ่ม Young Gen ที่มีความชื่นชอบทางด้านดนตรีให้มารวมตัวกัน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข ความสนุก และการได้ใช้ชีวิตในแบบที่ชอบร่วมกัน โดยมาในรูปแบบของฟรีคอนเสิร์ตเล่นน้ำกลางเมืองฉลองวันไหล และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือการเปิดโอกาสให้น้องๆ school band ได้ขึ้นแสดงบนเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเวทีที่ช่วยให้เยาวชนได้ฝึกฝน พัฒนาทักษะ และเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในการแสดงต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก

อิน – พีรยาภรณ์ ใจรังษี นักร้องนำ และ ซูม – พงศ์ภีระ ประยูรพัฒน์ มือกีตาร์ นักเรียนชั้น ม.6 วง DSRU จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง ฝ่ายมัธยม กล่าวว่า พวกเราผ่านการออดิชั่น และฝึกซ้อมกันมาอย่างหนัก การที่เราได้ขึ้นเวทีแบบนี้พร้อมกับเล่นดนตรีต่อหน้าคนจำนวนมาก และยืนอยู่บนเวทีเดียวกับศิลปินที่ชื่นชอบ ถือเป็นโอกาสที่สำคัญ เป็นประสบการณ์ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เราอยากพัฒนาฝีมือตัวเองให้ดีขึ้นต่อไปเรื่อยๆ

ด้าน บลายธ์ – นันท์นภัส พุ่มศิริ นักร้องนำ และ ยูฟ่า – ธนกฤต ศรีพนมวรรณ มือคีย์บอร์ด นักเรียนชั้น ม.4 วง Woodstock จากโรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า กล่าวว่า เรามีความฝันว่าอยากจะได้เล่นบนเวทีใหญ่ๆ สักครั้ง การได้ขึ้นเวที FWD Music Live Fest 5 ทำให้เราได้เรียนรู้การเล่นคอนเสิร์ตในบรรยากาศแบบเฟสติวัล และได้เห็นการทำงานของศิลปินจริงๆอย่างใกล้ชิด เวทีนี้เปิดประสบการณ์ให้พวกเรามากๆ พวกเราอยากขอบคุณ FWD ประกันชีวิต ที่เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนอย่างพวกเราได้ขึ้นมาแสดงความสามารถในครั้งนี้

ขณะที่ วินนี่ – มาวิน วิริยะยุทมา นักร้องนำ นักเรียนชั้น ม.5 และ จิงจิง – กิตติพิชญ์ สังสิทธิเสถียร มือเบส นักเรียนชั้น ม.3 วง Mandrake จากโรงเรียนอัสสัมชัญ กล่าวว่า เวทีนี้เป็นเวทีที่ใหญ่ที่สุดที่พวกเราเคยได้ขึ้นแสดง และถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้เด็กนักเรียนอย่างพวกเราได้พิสูจน์ความสามารถ และสัมผัสประสบการณ์จริงบนเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะหาได้ง่ายๆ การได้ขึ้นแสดงบนเวทีเดียวกับศิลปินที่พวกเราชื่นชอบ เป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราอยากพัฒนาฝีมือ และก้าวไปให้ไกลกว่าเดิม

น.ส.ปวริศา ชุมวิกรานต์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บมจ.เอฟดับบลิวดีฯ กล่าวว่า FWD Music Live Fest เป็นหนึ่งใน Brand Experience ที่เราใช้ Music Experience มาเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้คน โดยเวทีนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีใจรักด้านดนตรี ได้ขึ้นแสดงศักยภาพบนเวทีจริง และเรียนรู้จากประสบการณ์ร่วมกับศิลปินมืออาชีพ การได้ขึ้นแสดงบนเวทีเดียวกับศิลปินชั้นนำ เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยพัฒนาทักษะ และต่อยอดสู่เส้นทางในอนาคต เราหวังว่าเวทีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาส และเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้กับคนที่รักดนตรีต่อไป