‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749751

'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 18.39 น.

“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา “สมเด็จพระพันปีหลวง” 

12 ส.ค. 2566 เวลา 17.47 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ไปในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พุทธศักราช 2566 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

เมื่อเสด็จขึ้นชานหน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของบรรพชิตญวนและจีน  แล้วเสด็จเข้าพระอุโบสถ  ทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่ตั้งอยู่บนธรรมาสน์ศิลา เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา  และธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร  พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์  และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย  เสร็จแล้ว  ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่หน้าธรรมาสน์ศิลา  แล้วทรงจุดเทียนที่โต๊ะหน้าอาสน์สงฆ์  พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์  และทรงจุดเทียนที่บัตรเทวดานพเคราะห์ จากนั้น พระราชทานเงินแก่ข้าราชการผู้ทำหน้าที่โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์  แล้วเสด็จออกจากพระอุโบสถ ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย 

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงจุดเทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปนพเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระราชอาส์น  แล้วทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงจุดเทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปนพเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท   

จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศ ทรงศีล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีล จบแล้ว พระสงฆ์ ๙๒ รูปเจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทเสกน้ำพระพุทธมนต์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนที่ฝาพระครอบพระกริ่งอุบาเก็ง  ทรงประเคนพระครอบพระกริ่งอุบาเก็งแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว  

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม แด่สมเด็จพระราชาคณะ แล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระราชาคณะเจ้าคณะรอง และพระราชาคณะ  จนครบ 92 รูป  เสร็จแล้ว  ทรงหลั่งทักษิโณทก  พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาถวายอดิเรก  ถวายพระพรลา  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่เครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวาย
ความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท  แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

เอ็กโก กรุ๊ป เปิดบูธนิทรรศการท่องโลกพลังงานแห่งอนาคตกับโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749702

เอ็กโก กรุ๊ป เปิดบูธนิทรรศการท่องโลกพลังงานแห่งอนาคตกับโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ

เอ็กโก กรุ๊ป เปิดบูธนิทรรศการท่องโลกพลังงานแห่งอนาคตกับโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 16.43 น.

เอ็กโก กรุ๊ป เปิดบูธนิทรรศการท่องโลกพลังงานแห่งอนาคตกับโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ ใน “มหกรรมวิทย์ฯ แห่งชาติ ปี 66” อิมแพ็ค เมืองทองธานี 11-20 ส.ค.2566 

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป และศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ยกขบวนร่วมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2566 เปิดบูธนิทรรศการ “นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลก ตอน Discovery Journey: Future Energy for Life ท่องโลกพลังงานแห่งอนาคตกับโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ” จำลองโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยมาเป็นไฮไลท์ เสิร์ฟความสนุกและสาระความรู้นวัตกรรมพลังงานจากอดีต ปัจจุบัน ไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต ในวันที่ 11-20 สิงหาคม 2566 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคาร 11 โดยมี ผศ.ดร.รวิน  ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และผู้แทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมเป็นเกียรติภายในพิธี   

นายธวัช หิรัณจารุกร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายบริหารสินทรัพย์ เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่า เอ็กโก กรุ๊ป และโรงไฟฟ้าขนอมในกลุ่มเอ็กโก มีความเชื่อเรื่อง “ต้นทางที่ดี จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี” จึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในเยาวชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะการเผยแพร่ความรู้และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีพลังงาน ผ่านศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งก่อตั้งและดำเนินงานโดยเอ็กโก กรุ๊ป รวมถึงงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์เรียนรู้ฯ ต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา

“สำหรับปีนี้เป็นครั้งแรกที่เอ็กโก กรุ๊ป และศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ได้จำลองโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวของไทย มาร่วมจัดบูธนิทรรศการในมหกรรมวิทย์ฯ แห่งชาติ ประจำปี 2566 ด้วยความตั้งใจที่จะส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจนอกห้องเรียน ให้แก่เยาวชน สถานศึกษา และผู้สนใจ ได้เรียนรู้และเข้าใจเรื่องความมั่นคงและความสมดุลด้านพลังงาน พร้อมทั้งช่วยยกระดับการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านพลังงานและวิทยาศาสตร์สู่สังคมวงกว้างระดับประเทศ ในรูปแบบที่สร้างสรรค์ สนุกสนาน กระตุ้นให้เกิดการคิดและการตั้งคำถาม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตและสนับสนุนการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ” นายธวัช กล่าว

นางสาวพินทุ์สุดา เปี่ยมปิติ ผู้จัดการส่วนกิจกรรมองค์กรและสังคม ฝ่ายสื่อสารองค์กร เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่า บูธนิทรรศการของเอ็กโก กรุ๊ป และศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลก ตอน Discovery Journey: Future Energy for Life ท่องโลกพลังงานแห่งอนาคตกับโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ” แบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่

• โซนที่ 1 Cleaner, Smarter and Stronger to Drive Sustainable Growth พบกับนายช่างโรงไฟฟ้าขนอมและชุมชนชาวขนอมที่มาต้อนรับทุกคนเข้าสู่นิทรรศการ พร้อมแนะนำให้รู้จักกับแนวคิดเรื่องความมั่นคงและสมดุลทางพลังงานในการขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ความสำคัญของไฟฟ้า นวัตกรรมพลังงาน และสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

• โซนที่ 2 Discover the Journey of Future Energy for Life ท่องโลกพลังงานผ่านโรงหนังในรูปแบบ Immersive Theater ที่เล่าเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทย ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ที่มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

• โซนที่ 3 Energy Transition for Better World รู้จักนวัตกรรมพลังงานสะอาดที่มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่โลกอนาคต ผ่านการทดลองผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน และทำความรู้จักพลังงานหมุนเวียนประเภทต่าง ๆ ใน “เมืองพลังงาน Renewable Lightbox”

นอกจากนี้ ยังจะได้กระทบไหล่เหล่า EGCO Rangers ฮีโร่พลังงานทั้ง 6 ตัว ที่มาช่วยกอบกู้โลกจากปีศาจความมืด และกิจกรรมตอบคำถามลุ้นรางวัลอีกมากมาย เป็นต้น พบกับขบวนความสนุกและสาระสไตล์เด็กวิทย์ฯ ในบูธนิทรรศการ “นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลกฯ” ในมหกรรมวิทย์ฯ แห่งชาติ ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 11-20 สิงหาคม 2566 เวลา               09.00-19.00 น. ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคาร 9-11 (บูธนิทรรศการของเอ็กโก กรุ๊ป และศูนย์เรียนรู้ฯ อยู่อาคาร 11) ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลและชมการ Live บรรยากาศการจัดงานนี้ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก Khanom Learning Center ( www.facebook.com/khanomlearningcenter ) 

อย่างไรก็ตาม หลังจบงานมหกรรมวิทย์ฯ แห่งชาติแล้ว บูธนิทรรศการ “นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลกฯ” จะถูกนำไปจัดแสดงต่อเนื่องที่ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 4-13 กันยายน 2566 เพื่อส่งต่อความสนุกและแรงบันดาลใจด้านการผลิตไฟฟ้า นวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคต และการดูแลสิ่งแวดล้อมให้เยาวชนในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป

กระทรวงมหาดไทยทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล-ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749666

กระทรวงมหาดไทยทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล-ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กระทรวงมหาดไทยทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล-ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.31 น.

กระทรวงมหาดไทยจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2566

วันที่ 12 สิงหาคม 2566 เวลา 06.30 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2566 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายชยาวุธ จันทร อธิบดีกรมที่ดิน นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คณะผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นางจิรวรรณ เพ็ญพาส ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศศิธร จันทมฤก นางปวีณ์ริศา เกิดสม นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 20 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยได้รับเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระเทพวัชรเมธี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย รองเจ้าคณะภาค 6-7 (ธ) ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นำพระภิกษุสงฆ์ รับบิณฑบาต เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ เสร็จแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถวายธูปเทียนแพ และถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีกล่าวถวายพระพรชัยมงคล โดยมีใจความสำคัญว่า “พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างประจักษ์แจ้งในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมที่ตลอดระยะเวลาอันยาวนานหลายทศวรรษ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่ปวงประชาและสร้างความมั่นคงแก่ประเทศ ทรงคิดค้นและพัฒนาโครงการต่าง ๆ นับเป็นอเนกประการ ครอบคลุมการพัฒนาทั่วทุกด้าน ทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมอนุรักษ์ฟื้นฟูงานศิลปะพื้นบ้าน และงานหัตถศิลป์อันงดงามหลากหลายสาขา ล้วนก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่ออาณาราษฎรและประเทศชาติ นับแต่อดีตจวบจนปัจจุบันพระปรีชาสามารถ และน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาอาทร ทั้งพระราชจริยวัตรอันงดงามยิ่งนี้ ได้ประทับแนบแน่นอยู่ในดวงใจของพสกนิกรไทย ดังนั้น “วันแม่แห่งชาติ” 12 สิงหาคม จึงมีความสำคัญยิ่งต่อชาวไทยทุกคนที่จะได้ร่วมกันแสดงออกถึงพลังแห่งความจงรักภักดี ต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเป็นประดุจแม่แห่งแผ่นดิน และเป็นศูนย์รวมดวงใจของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ

“ในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล และพระสยามเทวาธิราช โปรดดลบันดาลประทานพรให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระสุขภาพพลานามัยแข็งแรง ปราศจากโรคาพาธและภัยพาลทั้งปวง สถิตเป็นมิ่งขวัญ ร่มเกล้าของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเหล่าพสกนิกรตราบกาลนานเทอญ” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า “เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันถวายความจงรักภักดี ด้วยการทำความดี บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ร่วมกันในครอบครัว ในชุมชน เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาถวายเป็นพระราชกุศลโดยพร้อมเพรียงกัน และขอเชิญร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ wellwishes.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2566 หรือสถานที่ราชการทั่วประเทศ”

มหาดไทยจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749661

มหาดไทยจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มหาดไทยจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.00 น.

กระทรวงมหาดไทยจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2566

12 ส.ค. 66) เวลา 06.30 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2566 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายชยาวุธ จันทร อธิบดีกรมที่ดิน นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คณะผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นางจิรวรรณ เพ็ญพาส ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศศิธร จันทมฤก นางปวีณ์ริศา เกิดสม นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 20 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยได้รับเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระเทพวัชรเมธี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย รองเจ้าคณะภาค 6-7 (ธ) ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นำพระภิกษุสงฆ์ รับบิณฑบาต เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ เสร็จแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถวายธูปเทียนแพ และถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีกล่าวถวายพระพรชัยมงคล โดยมีใจความสำคัญว่า “พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างประจักษ์แจ้งในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมที่ตลอดระยะเวลาอันยาวนานหลายทศวรรษ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่ปวงประชาและสร้างความมั่นคงแก่ประเทศ ทรงคิดค้นและพัฒนาโครงการต่าง ๆ นับเป็นอเนกประการ ครอบคลุมการพัฒนาทั่วทุกด้าน ทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมอนุรักษ์ฟื้นฟูงานศิลปะพื้นบ้าน และงานหัตถศิลป์อันงดงามหลากหลายสาขา ล้วนก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่ออาณาราษฎรและประเทศชาติ นับแต่อดีตจวบจนปัจจุบันพระปรีชาสามารถ และน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาอาทร ทั้งพระราชจริยวัตรอันงดงามยิ่งนี้ ได้ประทับแนบแน่นอยู่ในดวงใจของพสกนิกรไทย ดังนั้น “วันแม่แห่งชาติ” 12 สิงหาคม จึงมีความสำคัญยิ่งต่อชาวไทยทุกคนที่จะได้ร่วมกันแสดงออกถึงพลังแห่งความจงรักภักดี ต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเป็นประดุจแม่แห่งแผ่นดิน และเป็นศูนย์รวมดวงใจของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ

“ในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล และพระสยามเทวาธิราช โปรดดลบันดาลประทานพรให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระสุขภาพพลานามัยแข็งแรง ปราศจากโรคาพาธและภัยพาลทั้งปวง สถิตเป็นมิ่งขวัญ ร่มเกล้าของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเหล่าพสกนิกรตราบกาลนานเทอญ” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า “เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันถวายความจงรักภักดี ด้วยการทำความดี บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ร่วมกันในครอบครัว ในชุมชน เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาถวายเป็นพระราชกุศลโดยพร้อมเพรียงกัน และขอเชิญร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ wellwishes.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2566 หรือสถานที่ราชการทั่วประเทศ”

3 เหล่าทัพ ยิงสลุต 21 นัด เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ‘พันปีหลวง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749658

3 เหล่าทัพ ยิงสลุต 21 นัด เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 'พันปีหลวง'

3 เหล่าทัพ ยิงสลุต 21 นัด เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ‘พันปีหลวง’

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 13.49 น.

3 เหล่าทัพ ยิงสลุต 21 นัด เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา “พันปีหลวง”

12 สิงหาคม 2566 เวลา 12.00 น. กองทัพบก ยิงสลุตหลวงจำนวน  21 นัด เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  12 สิงหาคม 2566โดย กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์  ณ บริเวณท้องสนามหลวง

ที่ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช “กองทัพอากาศ” โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา

กองทัพเรือ โดย กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 ณ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

สำหรับการยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ทุกประเทศทั่วโลก ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติ หรือธง หรือบุคคล โดยยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำ หรือดินไม่มีควัน มีจำนวนนัดเป็นเกณฑ์ตามควรแก่เกียรติ หรือสิ่งที่ควรรับความเคารพ คำว่า “สลุต” นั้นมาจากรากศัพท์ของคำว่า “Salutio” ในภาษาลาติน

จุดเริ่มต้นของธรรมเนียมการยิงสลุต เล่ากันว่า ในสมัยโบราณ เรือสินค้าที่ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลในระยะทางไกล จำเป็นที่จะต้องมีปืนใหญ่ไว้คุ้มครองสินค้าบนเรือ และจะต้องมีการบรรจุดินปืนในกระบอกปืนไว้ก่อน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉิน แต่เมื่อเรือได้เดินทางไปถึงท่าเรือของประเทศที่เรือลำดังกล่าวต้องเข้าไปทำการค้าด้วย จึงต้องยิงปืนใหญ่ที่บรรจุแต่ดินปืนออกไปให้หมด เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่ามาอย่างมิตร มิใช่ศัตรู ตั้งแต่นั้นมาจึงได้เกิดเป็นประเพณีการยิงสลุตขึ้น เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อกันระหว่างเจ้าบ้านและผู้มาเยือนอันเป็นประเพณีที่ชาวเรือได้สืบทอดกันต่อมาจวบจนปัจจุบัน แรกเริ่มเดิมทีประเพณีการยิงสลุตได้กำหนดตัวเลขการยิงเอาไว้ที่จำนวน 7 นัดซึ่งในขณะนั้นทางทวีปยุโรปถือว่าเป็นเลขมงคลเพราะเชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลกใน 7 วัน หรือเหตุผลหนึ่งที่ว่าบนเรือรบแต่ละลำมีปืนใหญ่ลำละ 7 กระบอก จึงต้องยิงให้เคลียร์หมดทุกกระบอก ๆ ละ 1 นัด และยังมีธรรมเนียมต่อไปอีกว่า เมื่อเรือสินค้าได้ยิงให้แก่เจ้าของจำนวน 7 นัดแล้ว ทางป้อมปืนใหญ่ของชาติเจ้าของท่าจึงต้องยิงตอบออกมาเป็นจำนวน 3 เท่า ซึ่งก็คือ 21 นัด ในเวลาต่อมาได้มีการทำความตกลงกันใหม่ว่าควรให้ทั้งสองฝ่ายยิงในจำนวน 21 นัดเท่าๆ กัน โดยอังกฤษเป็นชาติแรกในการวางกฎระเบียบการยิงสลุต 21 นัด และได้ถือเป็นกติกาสากลสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับในประเทศไทยมีการยิงสลุตครั้งแรกในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ในบันทึกของจดหมายเหตุฝรั่งเศสกล่าวถึงเรือรบฝรั่งเศสชื่อ เลอโวตูร์ ที่ได้เดินทางเข้ามาถึงป้อมวิชเยนทร์ (ป้อมวิไชยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม กองทัพเรือ ในปัจจุบัน) มองซิเออร์คอนูแอล กัปตันเรือได้มีใบบอกเข้าไปถามทางราชสำนักอยุธยาว่า จะขอยิงสลุตให้เป็นเกียรติแก่ชาติสยาม ทางราชสำนักจะขัดข้องไหม สมเด็จพระนารายณ์มหาราชจึงรับสั่งให้ออกพระศักดิ์สงคราม (มองซิเออร์คอม เดอร์ ฟอร์แบงก์ นายทหารชาวฝรั่งเศส) ผู้รักษาป้อมในขณะนั้น อนุญาตให้ฝรั่งเศสยิงสลุตได้

ต่อมาเมื่อสิ้นแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์แล้ว พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่คือ สมเด็จพระเพทราชา ทรงไม่โปรดปรานฝรั่งเศส จึงทำให้ธรรมเนียมการยิงสลุตได้ถูกยกเลิกไป 

ธรรมเนียมการยิงสลุตได้เริ่มกลับมารื้อฟื้นขึ้นอีกครั้งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวที่ต้อนรับ เซอร์จอห์น เบาวริ่ง ราชทูตอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.2398

ต่อมาในปี พ.ศ.2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการตราข้อบังคับว่าด้วยการยิงสลุต ร.ศ.125 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การยิงสลุตหลวง และการยิงสลุตเป็นเกียรติแก่ข้าราชการ

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตราพระราชกำหนดการยิงสลุตขึ้นใหม่ คือ การยิงสลุต ร.ศ.131 (พ.ศ.2455) กำหนดให้มีจำนวนปืนไม่ต่ำกว่า 4 กระบอก แบ่งประเภทการยิงสลุตไว้ 3 ประเภท คือ สลุตหลวง แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ สลุตหลวงธรรมดา มีจำนวน 21 นัด และสลุตหลวงพิเศษ มีจำนวน 101 นัด สลุตข้าราชการ สลุตนานาชาติ

พระราชกำหนดยิงสลุต ร.ศ.131 ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อ พ.ศ.2483 จนกระทั่งเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง ทางราชการจึงรื้อฟื้นประเพณียิงสลุตขึ้นมาใหม่เริ่มเป็นครั้งแรกในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2491 เนื่องในพระราชพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยกำหนดข้อบังคับไว้โดยสรุปดังนี้

– กำหนดให้มีจำนวนปืนไม่ต่ำกว่า 4 กระบอก มีขนาดลำกล้องไม่เกิน 120 มิลลิเมตร

– ห้ามยิงตั้งแต่เวลาพระอาทิตย์ตกไปแล้วจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น โดยแบ่งประเภทการยิงสลุตไว้ 3 ประเภท เช่นเดียวกับพระราชกำหนดยิงสลุต ร.ศ.131

ส่วนหลักเกณฑ์การยิงสลุตในปัจจุบัน หากเป็นงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา งานพระราชพิธีฉัตรมงคล หรือวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือสมเด็จพระยุพราช รวมถึงงานต้อนรับพระมหากษัตริย์หรือประมุขแห่งรัฐ ยิงสลุตจำนวน 21 นัด ถ้าเป็นระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นทหาร) ผู้บัญชาการทหารเรือ จอมพลเรือ และเอกอัครราชทูต ยิงสลุต 19 นัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นพลเรือน) พลเรือเอก และเอกอัครราชทูตพิเศษ ยิงสลุต 17 นัด พลเรือโท และอัครราชทูต ยิงสลุต 15 นัด พลเรือตรี และราชทูต ยิงสลุต 13 นัด (สามเหล่าทัพยศเท่ากัน ยิงสลุตเท่ากัน) อุปทูตยิงสลุต 11 นัด กงสุลใหญ่ ยิงสลุต 9 นัด

พสกนิกรลงนามถวายพระพร ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในวันเฉลิมฯ ด้วยความจงรักภักดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749654

พสกนิกรลงนามถวายพระพร 'สมเด็จพระพันปีหลวง' เนื่องในวันเฉลิมฯ ด้วยความจงรักภักดี

พสกนิกรลงนามถวายพระพร ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในวันเฉลิมฯ ด้วยความจงรักภักดี

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 13.22 น.

พสกนิกรทุกหมู่เหล่าลงนามถวายพระพร “สมเด็จพระพันปีหลวง” เนื่องในวันเฉลิมฯ ด้วยความจงรักภักดี

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2566 สำนักพระราชวัง เปิดให้สมาชิกราชสกุล องคมนตรี คณะทูตานุทูต ผู้นำศาสนา นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี องค์กรอิสระ ผู้นำเหล่าทัพ บุคคลสำคัญ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ และประชาชนทั่วไป นำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวายเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ยิ่งๆขึ้นไป ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904, ศาลาสหทัยสมาคม และเต็นท์สนามหญ้าข้างศาลาลูกขุน  ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น.

โดยมี องคมนตรี, ราชสกุลทุกมหาสาขา อาทิ ราชสกุลวรวรรณ, ราชสกุลนวรัตน์, ราชสกุลสวัสดิวัตน์, ราชสกุลชยางกูร, ราชสกุลชมพูนุท, ราชสกุลเทวกุล เป็นต้น, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการและกระทรวงกลาโหม พร้อมภริยา และคณะรัฐมนตรี พร้อมคู่สมรส,  ประธานรัฐสภา,  ประธานวุฒิสภา,  ประธานศาลฎีกา, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการทหารบก,  ผู้บัญชาการทหารเรือ, ผู้บัญชาการทหารอากาศ, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, สมาชิกวุฒิสภา, ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ นำโดย พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, สมาคมแม่บ้านมหาดไทย, สำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, เครือเจริญโภคภัณฑ์, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) , บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, พรรคเพื่อไทย นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดทนายกรัฐมตรี พรรคเพื่อไทย และนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมสมาชิกพรรคพท. , ธนาคารไทยพาณิชย์, กรมพลาธิการทหารบก, หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี, คณะนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ., สมาคมหอการค้าอินเดีย-ไทย, สมาคมพลังแผ่นดิน, บริษัท โตโยต้า มอร์เตอร์ ประเทศไทย จำกัด, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, กระทรวงการคลัง, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ตำรวจไซเบอร์, กรมชลประทาน, มูลนิธิชัยพัฒนา, กรมหม่อนไหม, วชิราวุธวิทยาลัย, กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เป็นต้น 

ขณะที่ ประชาชนจากทุกสารทิศพร้อมใจใส่เสื้อสีฟ้าเดินทางมาลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ได้ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัดด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2566 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2566

ร.ร.สมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธจัดกิจกรรม’วันแม่แห่งชาติ’ปลุกจิตสำนึกรักชาติศาสน์กษัตริย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749620

ร.ร.สมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธจัดกิจกรรม'วันแม่แห่งชาติ'ปลุกจิตสำนึกรักชาติศาสน์กษัตริย์

ร.ร.สมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธจัดกิจกรรม’วันแม่แห่งชาติ’ปลุกจิตสำนึกรักชาติศาสน์กษัตริย์

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 09.27 น.

โรงเรียนสมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม “วันแม่แห่งชาติ” เพื่อปลูกจิตสำนึกให้คณะครู นักเรียน มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเพื่อให้ลูกได้สำนึกซาบซึ้งในเรื่องของความกตัญญูกตเวทิตา ต่อพระคุณของผู้เป็นแม่ และเสริมสร้างปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้กับอนาคตของชาติ

ที่โรงเรียนสมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา นายรังษี รัตนปราการ นายกภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “วันแม่แห่งชาติ” ประจำปีการศึกษา 2566 ของโรงเรียนสมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ โดย ดร.จินาพร สังข์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ

สำหรับกิจกรรม “วันแม่แห่งชาติ” ประจำปีการศึกษา 2566 จัดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้คณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน ได้แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหา กษัตริย์ สำหรับวันนี้คือการถวายความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมทั้งเพื่อให้ลูกได้สำนึก ตระหนัก ซาบซึ้งในเรื่องความกตัญญูกตเวทิตาต่อพระคุณของผู้เป็นแม่ ตลอดจนเพื่อเสริมสร้าง ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดี ให้กับอนาคตของชาติ

กิจกรรมภายในงาน “วันแม่แห่งชาติ” มีการแสดง นักเรียนชั้นปฐมวัย Mother’s Day Song รักแม่เท่าฟ้า การแสดง นักเรียนชั้นประถมศึกษา ขับร้องประสาน เพลง สามัคคีสี่เหล่าทัพ ขับร้องเพลงสุนทราภรณ์ (คู่) เพลง พรหมลิขิต ขับร้อง (เดี่ยว) เพลง ใครหนอ กิจกรรม เดิน Catwalk คู่แม่ลูก เกมหรรษา คู่แม่ลูก เกมสามัคคีคือพลัง

ดร.จินาพร สังข์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนสมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ กล่าวว่าวันนี้โรงเรียนได้จัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ เพื่อถวายความจงรักภักดีให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนีพันปีหลวง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะให้คณะครูนักเรียนได้ปลุกจิตสำนึกให้เขามีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเพื่อให้ลูกได้สำนึกซาบซึ้งในเรื่องของความกตัญญูกตเวทิตา ต่อพระคุณของผู้เป็นแม่ สุดท้ายก็เพื่อเสริมสร้างปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้กับอนาคตของชาติ การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองเป็นอย่างดีมาก – 003

สกสว.หนุนพัฒนาบุคลากรด้านงานวิจัย หวังตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแบบก้าวกระโดด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749550

สกสว.หนุนพัฒนาบุคลากรด้านงานวิจัย หวังตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแบบก้าวกระโดด

สกสว.หนุนพัฒนาบุคลากรด้านงานวิจัย หวังตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแบบก้าวกระโดด

วันศุกร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 18.01 น.

สกสว.สนับสนุนการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านงานวิจัย ตามแผนด้าน ววน. หวังตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบก้าวกระโดดอย่างยั่งยืน

รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เข้าร่วมเสวนาในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566 Thailand Research Expo 2023” ภายใต้หัวข้อ “แผนกำลังคน ววน. สู่การขับเคลื่อนด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรองรับการพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งจัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ศ. ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน (บพค.) ศ. ดร. นพ.ภัทรชัย กีรติสิน รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เข้าร่วมแลกเปลี่ยนในช่วงเสวนาดังกล่าว ณ ห้องประชุมเวิลด์บอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

โอกาสนี้ รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล กล่าวถึง แผนการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2565 – 2570 ที่มีเป้าหมายในการผลิตและพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมให้มีปริมาณและคุณภาพให้เป็นฐานการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบก้าวกระโดดและอย่างยั่งยืน ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และพร้อมก้าวสู่อนาคต ซึ่งประกอบด้วย 4 กลยุทธ์หลัก คือ

1.การจัดเตรียม ผลิต และพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมทั้งสายหลักและสายสนับสนุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ประเทศ

2.สร้างตำแหน่งงานและรักษาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมในสายอาชีพระบบวิจัยและนวัตกรรม

3.เพิ่มโอกาสในการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมในแต่ละสาขาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

4.สร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม

ขณะที่ แผนงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมภายใต้แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 นั้น ตรงกับ 2 ยุทธศาสตร์หลัก คือ “ยุทธศาสตร์ที่ 3” การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมระดับขั้นแนวหน้าที่ก้าวหน้าล้ำยุค เพื่อสร้างโอกาสใหม่และความพร้อมของประเทศในอนาคต และ “ยุทธศาสตร์ที่ 4” การพัฒนากำลังคนและสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นฐานการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบก้าวกระโดดและอย่างยั่งยืน โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม

นอกจากนี้ ตามแผนด้าน ววน. พ.ศ.2566-2570 ได้ตั้งเป้าหมายในการผลิตและพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ อยู่ที่จำนวน 2,160 คนต่อปี แต่ปัจจุบันกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) มีงบประมาณสนับสนุนการผลิตบุคลากรด้าน ววน. ได้เพียงจำนวน 1,200 คนต่อปี สำหรับไทยยังคงมีความต้องการบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม มนุษยศาสตร์และศิลปกรรม และการวิจัยขั้นแนวหน้าในภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ประมาณ 40 คนต่อประชากร 10,000 คน เพื่อตอบโจทย์การขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสร้างกำลังคนทักษะสูงในสาขาสำคัญ เช่น ด้านเอไอ ปัญญาประดิษฐ์  การแพทย์และสุขภาพ อาหารและเกษตรมูลค่าสูง ระบบราง พลังงานชีวภาพ และยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น

ทั้งนี้ การจัดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566 เพื่อให้เป็นเวทีระดับชาติในการนำเสนอความก้าวหน้าผลงานวิจัยที่มีศักยภาพพร้อมใช้ประโยชน์ และขับเคลื่อนให้เกิดการเผยแพร่องค์ความรู้ กระจายโอกาสการเข้าถึงฐานข้อมูลความรู้การวิจัยและนวัตกรรม เป็นกลไกส่งเสริมถ่ายทอดความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ เชื่อมโยงผู้ผลิตงานวิจัยและผู้ใช้ประโยชน์ โดยการบูรณาการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ องค์กรต่างๆ รวมถึงหน่วยงานพันธมิตรทางการวิจัย

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน’มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ2566′

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749526

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน'มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ2566'

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน’มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ2566′

วันศุกร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 16.38 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2566​ ครั้งที่ 18

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเปิดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2566 ขึ้น เป็นครั้งที่ 18 ระหว่างวันที่ 7 – 11 สิงหาคม 2566 ภายใต้แนวคิด “วิจัยไทยก้าวไกล ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน” ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพ ฯ

ในโอกาสนี้​ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยผู้บริหาร​ ข้าราชการ​ และเจ้าหน้าที่​กรมการข้าวเข้าร่วมรับเสด็จ​ พร้อม​ทั้งได้มีการจัดนิทรรศการองค์ความรู้ด้านข้าวในหัวข้อ “เทคโนโลยี การตรวจพันธุกรรมและความบริสุทธิ์ข้าวหอมมะลิด้วยเทคโนโลยี SNP และห้องปฏิบัติการนอกจากนั้นยังได้มีการนำเสนอผลงานวิจัยข้าวของกรมการข้าว การประชาสัมพันธ์หน่วยปฏิบัติการเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเอกลักษณ์พันธุกรรมข้าวหอมมะลิไทย ตลอดจนเปิดโอกาสให้เกษตรกรและบุคคลภายนอกที่สนใจ​สามารถเข้ามาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับนักวิจัยของกรมการข้าวร่วมกันได้

‘สหพัฒน์’เปิดตัว‘สหพัฒน์แอดมิชชั่น’ครั้งที่ 26 แนะแนวสอบ TCAS

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749485

‘สหพัฒน์’เปิดตัว‘สหพัฒน์แอดมิชชั่น’ครั้งที่ 26 แนะแนวสอบ TCAS

‘สหพัฒน์’เปิดตัว‘สหพัฒน์แอดมิชชั่น’ครั้งที่ 26 แนะแนวสอบ TCAS

วันศุกร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 15.26 น.

“สหพัฒน์” เปิดตัวโครงการ “สหพัฒน์แอดมิชชั่น” ครั้งที่ 26 ติวเดียวแห่งปี ที่เนื้อหาเข้มข้น เน้นทั้ง “วิชาการ” และ “ความสนุกสนาน” ไปพร้อม ๆ กัน  พบ 4 กิจกรรม : แนะแนวระบบสอบ TCAS – ติวระดับภูมิภาค – ติวสดออนไลน์ – ถามตอบโค้งสุดท้าย พร้อมกิจกรรมที่หลากหลายที่จะอยู่เคียงข้างนักเรียนไทยให้เตรียมพร้อมและมั่นใจก่อนลงสนามสอบจริง

นางชัยลดา ตันติเวชกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการ “สหพัฒน์แอดมิชชั่น ทบทวนความรู้สู่มหาวิทยาลัย” โครงการจัดทบทวนความรู้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายให้นักเรียนก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) โดยผลิตภัณฑ์ มาม่า บิสชิน มองต์เฟลอ ริชเชส และมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 26 ภายใต้แนวคิด “DEK 67 Level Up” จะเปิดตัวโครงการเพื่อติดอาวุธเด็กไทยให้พร้อมก่อนลงสนามสอบจริง ในวันที่ 11 สิงหาคม 2566 นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา

“หลังจากในปีที่ผ่านมา ระบบการสอบได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น ในปีนี้ ติวเตอร์ของเราได้ศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเพื่อให้พร้อมสำหรับการแนะแนวและการเก็งแนวข้อสอบให้กับนักเรียนที่จะเข้าสนามสอบในปีนี้ ซึ่งการติวของสหพัฒน์แอดมิชชั่น ยังคงอยู่เคียงข้างนักเรียนไทยเพื่อเป็นกำลังใจในการเข้าสู่สนามสอบที่จะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิตไปสู่อนาคต การติวยังคงเน้นทั้งเนื้อหาและความสนุกสนาน เสริมด้วยกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อให้นักเรียนมีความมั่นใจในการทำข้อสอบ ก่อนเข้าสู่สนามสอบจริงในช่วงปลายปีนี้ นอกจากนี้ แต่ละโรงเรียนสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ และเปิดให้นักเรียนรับชมติวสดออนไลน์ร่วมกัน เพื่อให้นักเรียนที่ไม่สะดวกใช้อินเตอร์เน็ตหรือมือถือของตนเอง ได้มีโอกาสเข้าร่วมเรียนติวสดออนไลน์ได้อีกด้วย” 

สำหรับวันเปิดตัวโครงการ สหพัฒน์แอดมิชชั่นยังได้ร่วมกับเนชั่นทีวี เปิดเวทีเสวนา “ถอดบทเรียน TCAS66 : เตรียมสู้เต็มขั้น TCAS67”  โดย สุดยอดวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระบบสอบ TCAS จาก TCASter พร้อมด้วยติวเตอร์ชั้นนำระดับประเทศผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่าง ๆ จากโครงการสหพัฒน์แอดมิชชั่นที่มาร่วมเสวนาในครั้งนี้ และยังมีการเปิดสาย (Phone-in) คำถาม และข้อเสนอแนะจากผู้ปกครอง คุณครู และนักเรียนทั่วประเทศอีกด้วย

นอกจากการเสวนาแนะแนวระบบการสอบแล้ว สหพัฒน์แอดมิชชั่น ครั้งที่ 26 ยังได้เตรียมกิจกรรมอีก 3 กิจกรรมในปีนี้  เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับน้อง ๆ นักเรียนไทยก่อนการเข้าสู่สนามสอบจริง ได้แก่

1.ติวระดับภูมิภาค Sahapat Admission on the Road 2023 ช่วงระหว่าง 16-31 สิงหาคม 2566 นี้ ด้วยการเปิดเวทีติวฟรี 5 วิชา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ (A-Level) TGAT 1-2-3 วิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (A-Level) และวิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ (A-Level)  โดยจัดขึ้นที่ 5 โรงเรียนใน 5 ภูมิภาค เพื่อสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา ภาคเหนือ จัดที่โรงเรียนแม่อายวิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดที่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จังหวัดนครราชสีมา ภาคกลาง ที่โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จังหวัดสระบุรี กรุงเทพมหานคร ที่โรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม และภาคใต้ ที่โรงเรียนดารุสสาลาม จังหวัดนราธิวาส พร้อมส่งสัญญาณถ่ายทอดสดทาง FB: Sahapat Admission 

2.ติวสดออนไลน์ 6 วันติด ระหว่างวันที่ 2-7 ตุลาคม 2566 เวลา 09.00-16.00 น. ด้วยเนื้อหาเข้มข้น เน้นประเด็นสำคัญที่มักพบเจอในข้อสอบ เสริมด้วยกิจกรรม Meet The Idol ที่จะมีพี่ๆ ไอดอลมาร่วมพูดคุยและให้กำลังใจกับน้องๆ ตลอดการติวสดทั้ง 6 วัน ถ่ายทอดสัญญาณสดแบบ Live Streaming Class ผ่านระบบ Interactive Video Platform บน http://www.sahapatadmission.com  ที่ผู้สอนและผู้เรียนสามารถถามตอบกันได้ผ่านทาง Live Chat พร้อมส่งสัญญาณติวไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ

3.Q&A ถาม-ตอบโค้งสุดท้ายก่อนลงสนามสอบจริง ที่พี่ๆ ติวเตอร์ จะมาช่วยไขข้อข้องใจกับสารพันคำถามของน้องๆ ปลดล็อคทุกความสงสัยเพิ่มความมั่นใจก่อนวันสอบจริง ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2566 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง FB: Sahapat Admission

น้อง ๆ นักเรียนและโรงเรียนที่สนใจร่วมโครงการติวฟรีของสหพัฒน์แอดมิชชั่น ครั้งที่ 26 สามารถสมัครได้แล้ววันนี้ ที่ http://www.sahapatadmission.com และติดตามข่าวสารข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ทาง FB : Sahapat Admission หรือ โทร. 064-163-3449, 085-869-6252