มหาดไทยทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล-ถวายพระพร คล้ายวันประสูติ’พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743448

มหาดไทยทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล-ถวายพระพร คล้ายวันประสูติ'พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ'

มหาดไทยทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล-ถวายพระพร คล้ายวันประสูติ’พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ’

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 09.37 น.

กระทรวงมหาดไทย จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ 13 กรกฎาคม 2566

13 ก.ค. 66 เมื่อเวลา 06.30 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ 13 กรกฎาคม 2566 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายชยาวุธ จันทร อธิบดีกรมที่ดิน นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ว่าที่ร้อยเอก ธีรพงศ์ ครุธดิลกานันท์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายสมภพ สมิตะสิริ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายวัชรเดช เกียรติชานน รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปกครอง นายมานะ สิมมา รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านกฎหมาย นายทรงกลด สว่างวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ช่วยราชการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ผู้แทนหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นางจิรวรรณ เพ็ญพาส นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ คณะกรรมการและสมาชิกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 20 รูป เพื่อถวายเป็นพระกุศล โดยได้รับเมตตาจาก ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร นำพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เดินบิณฑบาต เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติฯ เสร็จแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถวายธูปเทียนแพ และวางแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระรูป พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และ ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย วางแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระรูป พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีฯ กล่าวถวายพระพร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โดยมีใจความสำคัญว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระวิริยะ อุตสาหะ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือพสกนิกรด้านสังคมสงเคราะห์ การสาธารณสุข โดยทรงรับโครงการต่าง ๆ ของสภากาชาดไทยไว้ในพระอุปถัมภ์หลายโครงการ ทรงจัดตั้งมูลนิธิ และโครงการส่วนพระองค์อีกหลายโครงการ โดยเฉพาะ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” ซึ่งเป็นองค์กรการกุศล ให้การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากจากอุทกภัย หรือภัยพิบัติที่รุนแรง ให้มีขวัญกำลังใจ และมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยได้จัดทำโครงการจัดและแจกถุงยังชีพพระราชทาน โครงการจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน โครงการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยให้ผู้ประสบภัยได้อยู่อาศัยชั่วคราว และการสร้างบ้านถาวรให้กับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยด้านสาธารณสุข ทรงรับโครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก สภากาขาดไทย ไว้ในพระอุปถัมภ์ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอดส์ ทั้งการรักษาพยาบาล ยารักษาโรค และความเป็นอยู่ของผู้ติดเชื้อ พร้อมทั้งจัดตั้ง “กองทุนยา พระเจ้าวรวงศ์เธอฯ กรมหมื่นสุทธนารีนาถ สำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์ สภากาชาดไทย” เพื่อช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลและค่ายาให้แก่ผู้ติดเชื้อที่ยากจน

“นอกจากนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ยังทรงรับสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีไว้ในอุปถัมภ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็ก ที่ประสบปัญหาวิกฤตชีวิต ผ่านกระบวนการช่วยเหลือ ฟื้นฟู สร้างความเข้มแข็ง โดยให้การศึกษาและฝึกอาชีพ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสถานภาพให้ยืนหยัดได้ในสังคมอย่างเหมาะสม และทรงเป็นประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อช่วยเด็กและเยาวชน รวมทั้งสามเณรที่ประพฤติดี แต่ยากไร้หรือขัดสนจากหมู่บ้านต่าง ๆ ทั่วประเทศ ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาอบรมอย่างต่อเนื่อง จนสามารถประกอบอาชีพที่สุจริต เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ รู้จักบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคม มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมทั้งพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

“เนื่องในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ กระทรวงมหาดไทยและสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันถวายความจงรักภักดี ด้วยการปฏิบัติบูชาผ่านกิจกรรมจิตอาสาเราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ในทุกจังหวัด ทั่วประเทศ และสำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ https://wellwishes.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 12 – 14 กรกฎาคม 2566 โดยพร้อมเพรียงกัน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

ปลัดมท.จัดใหญ่ โขนพระราชทาน หน้าเมืองคอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743392

ปลัดมท.จัดใหญ่  โขนพระราชทาน  หน้าเมืองคอน

ปลัดมท.จัดใหญ่ โขนพระราชทาน หน้าเมืองคอน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.50 น.

ปลัดมท.จัดใหญ่ โขนพระราชทาน หน้าเมืองคอน ชมฟรี 22-23 ก.ค.

ปลัด มท.-นายกสมาคมแม่บ้านฯแถลงข่าวการแสดง “โขนพระราชทาน” จ.นครศรีธรรมราช ตอน“หนุมานชาญกำแหง”เชิญชวนชาวปักษ์ใต้ร่วมรับชมศิลปวัฒนธรรมชั้นสูงอันหาชมยาก 22-23ก.ค. 66 1ทุ่มตรง ณ สนามหน้าเมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2566 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความปรารถนาดีและความรัก ความห่วงใยต่อพสกนิกรชาวไทยในการศึกษาเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมสำคัญของชาติ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมล้ำค่าของแผ่นดินไทยให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ด้วย“ทรงปรารถนาให้มีการแสดงโขนพระราชทานให้ประชาชนในทุกจังหวัดได้รับชม”เพราะทรงเล็งเห็นว่าประชาชนในต่างจังหวัดจะไม่มีโอกาสได้ชมโขนสดเหมือนประชาชนในกรุงเทพมหานคร

“เมื่อวันที่11กรกฎาคม ที่ผ่านมา เวลา18.00น.ที่สนามหน้าเมือง จ.นครศรีธรรมราช นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดการแสดงโขนพระราชทาน จังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปี 2566 ตอน”หนุมานชาญกำแหง”แสดงโดยคณะนักแสดงจากโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง โดยมีนางนฤมล ล้อมทอง กรรมการผู้จัดการโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมงาน”นายสุทธิพงษ์ กล่าว

ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานที่แน่วแน่ในการทรงสืบสาน รักษาและต่อยอด พระราชปณิธานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีหลวง เพื่อที่จะให้การแสดงโขนเป็นสิ่งที่จะแสดงภูมิปัญญาของชาติไทย ความเป็นอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาไทย ทั้งเรื่องการแสดงโขนที่เป็นแบบดั้งเดิมที่พวกเราจะมีโอกาสได้ชมกันในวันที่22-23 กรกฎาคมนี้และการต่อยอดการแสดงโขนผ่านโขนภาพยนตร์ HANUMAN White Monkeyอันเป็นก้าวแรกของวิวัฒนาการการแสดงโขนยุคใหม่ในประเทศไทยที่เกิดขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทำให้พวกเราได้ร่วมรับชมกันทั่วประเทศแล้ว

“การที่พระองค์ได้พระราชทานให้โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงได้นำโขน ตอน “หนุมานชาญกำแหง” มาแสดงที่จังหวัดนครศรีธรรมราชถือเป็นความโชคดีของพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นโชคดีของคนนครศรีธรรมราช เพราะถ้าพลาดการแสดงในครั้งนี้ ต้องรอถึงอีก 20ปีถึงจะได้รับชมอีก ทั้งนี้ การแสดงโขน ยังทำให้เกิดการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในจังหวัดใกล้เคียงและทั่วประเทศเดินทางมาที่นครศรีธรรมราชซึ่งทุกคนก็จะได้มาใช้เงินในการจับจ่ายใช้สอย เช่าที่พัก ซื้ออาหารการกิน ซื้อของฝาก กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเศรษฐกิจภาพรวมของจังหวัดนครศรีธรรมราชอีกด้วย และประการสำคัญที่สุด “โขน” ยังสอนให้คนเป็นคนดี เป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่”

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่าการที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการจัดการแสดงโขนพระราชทานในปีนี้นั้น ถือได้ว่าท่านได้มีโอกาสในการที่จะสนองพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอด การแสดงโขน และยังเป็นการเปิดโอกาสทำให้พี่น้องในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียงได้มาชื่นชมการแสดงโขนในจังหวัดนครศรีธรรมราช อันเป็นการช่วยอนุรักษ์ สืบสานประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญที่มีอยู่ในโขนที่ล้วนแล้วแต่เป็นศิลปะชั้นสูงชั้นเลิศ ให้มาปรากฏอยู่ ณ มหานครแห่งศรัทธา มหานครปักษ์ใต้ “จ.นครศรีธรรมราช”ระหว่างวันที่22-23กรกฎาคม2566 ในเดือนแห่งมหามงคลวันพระบรมราชสมภพ จึงยิ่งเป็นกิจกรรมแห่งมิ่งมงคลของพี่น้องชาวนครศรีธรรมราชเป็นอย่างยิ่ง

ด้านดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า“โขน”ได้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ในสากล เป็น Soft Power ของโลก เพราะเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศรับรองให้ “โขนไทย (Khon, masked dance drama in Thailand)” เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Heritage) ของมวลมนุษยชาติ และ “โนรา” ที่ทางจังหวัดจะจัดแสดง “รำโนราเบิกโรง” อันเป็นพิธีกรรมและศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่ผูกพันกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตผู้คนในภาคใต้ ก็เป็นวัฒนธรรมที่ UNESCO ได้ประกาศรับรองเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Heritage) ของมวลมนุษยชาติ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ดังนั้นผู้ที่จะมารับชมการแสดงโขนพระราชทาน จะได้สัมผัสถึงกลิ่นไอของศิลปะวัฒนธรรมอันล้ำค่าของโลกใบนี้ถึง 2 ศิลปวัฒนธรรม คือ โขน และโนรา

“ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช และ 14 จังหวัดภาคใต้ ร่วมชมการแสดงโขนพระราชทาน ตอน “หนุมานชาญกำแหง” 22 – 23 กรกฎาคม 66 เวลา 19.00 น. ณ สนามหน้าเมือง นครศรีธรรมราช โดยไม่มีค่าใช้จ่าย” ดร.วันดี กล่าว

ตรวจเยี่ยมสอบครูผู้ช่วย ภาค ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743263

ตรวจเยี่ยมสอบครูผู้ช่วย ภาค ค.

ตรวจเยี่ยมสอบครูผู้ช่วย ภาค ค.

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรินทร์ มั่นประสงค์ ผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ นายบุญเหลือ บารมี ประธานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (สพป.พิษณุโลก เขต 2) ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจคณะกรรมการและผู้เข้าสอบครูผู้ช่วยภาค ค. เมื่อเร็วๆ นี้ ณ สนามสอบโรงเรียนวังทองพิทยาคม

มูลนิธิเอสซีจีคว้ารางวัลระดับเอเชีย ด้านพัฒนาศักยภาพบุคคล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743266

มูลนิธิเอสซีจีคว้ารางวัลระดับเอเชีย  ด้านพัฒนาศักยภาพบุคคล

มูลนิธิเอสซีจีคว้ารางวัลระดับเอเชีย ด้านพัฒนาศักยภาพบุคคล

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางสาวสุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี เปิดเผยว่า มูลนิธิได้เล็งเห็นถึงความท้าทายด้านการศึกษาในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จึงมุ่งส่งเสริมแนวคิด Learn to Earn เรียนเร็วจบเร็ว มีงานรองรับ ด้วยการสนับสนุนทุนการศึกษาเพื่อการมีอาชีพ ให้ทักษะความรู้ (Hard skills) ได้แก่ ทุนด้านสาธารณสุข และเทคโนโลยี (IT) จำนวนทั้งสิ้น 1,300 ทุน รวมทั้งพัฒนาศักยภาพ เติมทักษะชีวิต การอยู่ร่วมกับผู้อื่น (Soft skills) ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีทักษะพร้อมรับมือโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้มูลนิธิเอสซีจีได้รับรางวัล Asia Responsible Enterprise Awards 2023 (AREA) ในสาขา Investment in People จาก Enterprise Asia องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ประเทศมาเลเซีย

นอกจากนี้ มูลนิธิเอสซีจี ยังคงเดินหน้าสร้างการรับรู้และความเข้าใจแนวคิด Learn to Earn เพื่อให้เด็กไทย “เรียนรู้เพื่ออยู่รอด” ได้ในชีวิตจริง ด้วยการขยายแนวคิดนี้ไปสู่สถาบันการศึกษา ครูผู้ปกครอง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมมากขึ้น และเพื่อให้เกิดความตระหนักในความเป็นจริงที่ว่า คนที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ได้เป็นแต่เพียงนักเรียนที่เรียนเก่งเท่านั้น แต่ต้องเป็นคนที่เก่ง ดี และมีน้ำใจ ล่าสุดได้เปิดตัวแคมเปญไฮไลท์สำหรับปีนี้ไปคือ Gen Will Survive พร้อมทั้งกิจกรรมนำร่องคือ “Best Survivor Awards” ที่กำลังเปิดรับสมัครผู้ร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2566 นี้ ติดตามข้อมูลข่าวสารของมูลนิธิเอสซีจี ได้ที่ http://www.scgfoundation.org และ เฟซบุ๊ก LEARNtoEARN

ไมโล มอบโต๊ะและชั้นหนังสือรีไซเคิล โรงเรียนในสังกัด สพฐ.-กทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743265

ไมโล มอบโต๊ะและชั้นหนังสือรีไซเคิล  โรงเรียนในสังกัด สพฐ.-กทม.

ไมโล มอบโต๊ะและชั้นหนังสือรีไซเคิล โรงเรียนในสังกัด สพฐ.-กทม.

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นประธานรับมอบชุดโต๊ะและชั้นวางหนังสือที่ผลิตจากกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วให้กับโรงเรียน 15 แห่ง ในสังกัด สพฐ. จาก นายไชยงค์ สกุลบริรักษ์ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์นมและโภชนาการ และนางสาวสลิลลาสีหพันธุ์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมรับมอบให้โรงเรียนในสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร ในโครงการกล่องนมรักษ์โลก ภายใต้ความมุ่งมั่นของไมโลในการปลูกฝังจิตสำนึกและพฤติกรรมด้านความยั่งยืนให้แก่เด็กนักเรียนในโรงเรียน ส่งเสริมการคัดแยก และเปลี่ยนขยะให้เกิดประโยชน์ผ่านการจัดการที่เหมาะสม เมื่อเร็วๆ นี้

โครงการกล่องนมรักษ์โลกริเริ่มโดยไมโล ภายใต้ความร่วมมือกับ Tetra Pak สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักการศึกษากรุงเทพฯ ได้ดำเนินโครงการเป็นปีที่ 3 และมีแผนที่จะสานต่อโครงการกล่องนมรักษ์โลก ด้วยการขยายจำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการกล่องเครื่องดื่มหลังการบริโภคในกับเด็กๆ เพื่อลดขยะฝังกลบ และดูแลโลกด้วยการเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่สามารถทำได้ทุกวันทั้งที่บ้านและโรงเรียนอย่างยั่งยืน

นอกจากนั้น ยังร่วมมือกับสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมไทย ให้ความรู้และฝึกอบรมครูในโรงเรียนที่ร่วมโครงกว่า 38 คน ให้มีความรู้ความเข้าใจ และนำไปต่อยอดสอนนักเรียนในโรงเรียนได้ ในปี 2565 ที่ผ่านมา สามารถเข้าถึงนักเรียนกว่า 38,000 คน และเก็บรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้มากถึง 14 ตัน”

ม.วลัยลักษณ์ร่วมแลกเปลี่ยน วัฒนธรรม-กีฬา ที่อินโดนีเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743270

ม.วลัยลักษณ์ร่วมแลกเปลี่ยน  วัฒนธรรม-กีฬา ที่อินโดนีเซีย

ม.วลัยลักษณ์ร่วมแลกเปลี่ยน วัฒนธรรม-กีฬา ที่อินโดนีเซีย

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.วรวุฒิ สมศักดิ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และรองประธาน IMT-GT VASITY COUNCIL เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช ได้ส่งนักศึกษาและบุคลากร จำนวน 55 คน เข้าร่วมงาน IMT-GT Varsity Carnival 2023 ครั้งที่ 22 ระหว่างวันที่ 8-12 กรกฎาคม 2566 ณ Universitas Syiah Kuala Banda เมืองบันดาอาเจะห์ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเชื่อมความสัมพันธ์ผ่านกิจกรรมทางด้านกีฬา ศิลปวัฒนธรรมและสัมมนาวิชาการระหว่างนักศึกษาของประเทศเขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย อีกทั้งมุ่งหวังเสริมสร้างความสัมพันธ์อันใกล้ชิดในหมู่เยาวชนของ 3 ประเทศให้กระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้เกิดการสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดีในอนาคต

ม.วลัยลักษณ์ได้ร่วมกิจกรรมโดยส่งกีฬาเข้าร่วมแข่งขันคือ ฟุตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน และเปตอง การแสดงศิลปวัฒนธรรมภายใต้ธีม “Exploring ASEAN Cultures Through Traditional Contemporary Dance” การแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของภูมิอาเซียน จำนวน 2 ชุด ได้แก่ The Mask Contemporary Dance ระบำศิลปาชีพเมืองนครฯ และร่วมสัมมนาวิชาการ “Hybrid Learning Method : Challenge and Benefit in Improving Quality Post COVID-19.”

“นอกจากจะเป็นเวทีให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างแดนแล้ว ยังฝึกความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมเข้าร่วมงาน การเตรียมทีม การฝึกซ้อม ที่สำคัญนักศึกษาเหล่านี้จะได้มีเพื่อนชาวต่างชาติที่จะเป็นเครือข่ายระหว่างกันในอนาคต หากต้องไปทำงานในภูมิภาคอาเซียนก็จะทำได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ ม.วลัยลักษณ์ ได้ปรับหลักสูตรภาษาอังกฤษที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งการเข้าร่วมงานครั้งนี้ ทำให้นักศึกษาได้ประยุกต์ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตจริงเพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติ ประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดประกายให้นักศึกษาเห็นความสำคัญของการใช้ภาษาอังกฤษด้วย” รศ.ดร.วรวุฒิ กล่าว

มธ.เผย 3 ตัวแปรสำคัญ ทำไทยขาด 4 เป้าหมาย SDGs

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743275

มธ.เผย 3 ตัวแปรสำคัญ  ทำไทยขาด 4 เป้าหมาย SDGs

มธ.เผย 3 ตัวแปรสำคัญ ทำไทยขาด 4 เป้าหมาย SDGs

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยรายงาน SDR 2023 ระบุไทยแตะอันดับ 43 ของโลก จาก 17 เป้าหมายหลักไทยยังขาด 4 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ SDG2 ขจัดความหิวโหย, SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี, SDG14 ทรัพยากรทางทะเล และ SDG15 ระบบนิเวศบนบก ชี้ปี ค.ศ.2030 หวั่นไทยรับแรงกดดันจากมาตรการทางการค้าของประชาคมโลกหากไปไม่ถึงเป้าหมาย

ผศ.ดร.เยาวทัศน์ บุญกล้า อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนายั่งยืน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SCI-TU) เผยว่า จากการวิเคราะห์พบ 3 ตัวแปรสำคัญฉุดรั้งไทยให้ไกลจากมาตรฐาน คือ 1.รัฐขาดการวางกลยุทธ์แบบบูรณาการ 2.คุณภาพชีวิตคนชายขอบ และ 3.ความเหลื่อมล้ำในบางบริบทของพื้นที่

“แนะรัฐบาลยึด 3 หลักป้องกันไทยถูกกีดกันทางการค้าและเศรษฐกิจ เพื่อชิงความได้เปรียบด้านทรัพยากรและบุคลากรศักยภาพสูง คือ วางกลยุทธ์ผลักดัน SDG ที่มีระบบ-ต่อเนื่อง ผ่านการบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน อัดฉีดงบประมาณ หนุนหน่วยงานที่มีศักยภาพ ขับเคลื่อนโครงการหรือกิจกรรม ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากโตต่อได้ยั่งยืน ออกแผนส่งเสริมความรับผิดชอบร่วมกัน จัดแคมเปญรณรงค์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของคนไทย พร้อมสนับสนุนให้นักวิจัยพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ 3 แกนของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG)”

ผศ.ดร.เยาวทัศน์ เปิดเผยต่อไปว่า จากรายงาน “Sustainable Development Report 2023 (SDR 2023)” ระบุว่า ไทยได้รับการจัดอันดับที่ 43 จาก 166 ประเทศ สูงขึ้นหนึ่งอันดับจากปีที่ผ่านมาหลังบรรลุเป้าหมายที่ 4 (SDG4) การศึกษาที่มีคุณภาพให้กลายสถานะเป็นสีเขียว ต่อจากเป้าหมาย SDG1 ขจัดความยากจน แต่สิ่งที่น่ากังวล คือ ยังมี 4 เป้าหมาย ที่อยู่ใน “สถานะท้าทายมาก” (สีแดง) ซึ่งครอบคลุม 9 ตัวชี้วัดย่อย หรือสถานการณ์วิกฤตมีความท้าทายอย่างมาก โดยคณะวิทย์มธ. มองว่าหากจะผลักดันให้บรรลุเป้าหมายให้ครบทุกเป้าหมาย ประเทศไทยมีต้องขับเคลื่อนทั้ง 4 เป้าหมาย ที่มี 9 ตัวชี้วัดย่อยให้ครบ ได้แก่

SDG 2 ยุติความหิวโหย ความมุ่งมั่นในการขจัดความหิวโหยและความอดอยากทุกรูปแบบซึ่งครอบคลุม 3 ตัวชี้วัดย่อยได้แก่(1) SDG 2.1 ยุติความหิวโหยและสร้างหลักประกันให้ทุกคนได้เข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีโภชนาการ และเพียงพอตลอดทั้งปี (2) SDG 2.2 ยุติภาวะทุพโภชนาการทุกรูปแบบและแก้ไขปัญหาความต้องการสารอาหารของหญิงวัยรุ่น หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และผู้สูงอายุ (3) SDG 2.4 สร้างหลักประกันว่าจะมีระบบการผลิตอาหารที่ยั่งยืน เพื่อเพิ่มผลิตภาพและการผลิต พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวต่อทุกการเปลี่ยนแปลง

SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การสร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสาหรับทุกคนในทุกวัยโดยเฉพาะ 3 ตัวชี้วัดฯสำคัญ ได้แก่ (4) SDG 3.4 ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อ ให้ลดลงหนึ่ง
ในสาม (5) SDG 3.6 ลดจำนวนการตายและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนทั่วโลกลงครึ่งหนึ่ง
(6) SDG 3.9 ลดจำนวนการตายและการเจ็บป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากมลพิษ รวมถึงการปนเปื้อนทางอากาศ น้ำ และดิน ให้ลดลงอย่างมาก ภายในปี 2573

SDG 10 ลดความเหลื่อมล้ำ การลดความไม่เสมอภาคภายในและระหว่างประเทศ ที่ยังเผชิญ 1 ตัวชี้วัดย่อยคือ (7) SDG 10.c ลดค่าธรรมเนียมการส่งเงินกลับประเทศของแรงงานย้ายถิ่น (migrant remittance) ให้ต่ำกว่า
ร้อยละ 3 และขจัดการชำระเงินระหว่างประเทศที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ร้อยละ 5 ภายในปี 2573

SDG 14 นิเวศชายฝั่งและมหาสมุทร การเดินหน้าอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ที่ยังติดเงื่อนไขใน 2 ตัวชี้วัดย่อยอย่าง (8) SDG 14.1 ป้องกันและลดมลพิษทางทะเลทุกประเภทอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงเศษซากขยะในทะเลและมลพิษจากธาตุอาหาร ภายในปี 2568 (9) SDG 14.5 อนุรักษ์พื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งอย่างน้อยร้อยละ 10 ภายในปี 2563

อธิบดี ดย.ยันเด็กถูกส่งกลับพม่าปลอดภัย หนูน้อยหวังได้กลับเข้ามาเรียนไทยอีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743425

อธิบดี ดย.ยันเด็กถูกส่งกลับพม่าปลอดภัย หนูน้อยหวังได้กลับเข้ามาเรียนไทยอีก

อธิบดี ดย.ยันเด็กถูกส่งกลับพม่าปลอดภัย หนูน้อยหวังได้กลับเข้ามาเรียนไทยอีก

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 22.53 น.

อธิบดี ดย.ยันเด็กถูกส่งกลับพม่าปลอดภัยหนูน้อยหวังได้กลับเข้ามาเรียนไทยอีก

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2566 นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน(ดย.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งเด็กนักเรียนไม่มีเอกสารทางทะเบียนราษฎร์ 126 คนจากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 จ.อ่างทอง ถูกผลักดันกลับประเทศพม่าด้านอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย ว่าในการประชุมเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธาน มีมติว่าหากเด็กยืนยันที่จะกลับและมีพ่อแม่ผู้ปกครองมารับให้ส่งกลับได้เลย ยกเว้นไม่มีเอกสารยืนยันก็ต้องพิสูจน์ และหากเด็กประสงค์เข้ามาเรียนก็ให้กลับเข้ามาอย่างถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการตรวจสอบหรือไม่ว่าเด็กที่กลับไปฝั่งพม่าแล้วมีความปลอดภัย นางอภิญญากล่าวว่า ได้ตรวจสอบหมดแล้วโดยประสานกับเจ้าหน้าที่ พม.ของพม่า หากเด็กต้องการกลับมาเรียน เช่น หากเดินทางมาเรียนแบบไปเช้า-เย็นกลับก็ไม่ต้องทำอะไร ทำอย่างที่เคยมา แต่หากมาอยู่ประจำอาจต้องมีผู้ปกครองและสถานศึกษาที่เรียนให้การรับรองเพื่อขออนุญาตเข้าเมือง

เมื่อถามว่าตอนนี้มีเด็กที่ผลักออกไปแสดงความจำนงค์กลับเข้ามาเรียนกี่คนแล้ว อธิบดี ดย.กล่าวว่า ยังไม่ได้ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ ส่วนเด็กที่ยังไม่มีพ่อแม่มาแจ้งรับเด็กนั้น เดิมทีมีกว่า 10 คนแต่คาดว่าจะลดลงแล้วเพราะมีพ่อแม่บางส่วนมาแจ้งรับเด็กเพิ่มขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันเดียวกันนี้ทาง พม.ได้นำตัวเด็กนจำนวน 27 คนไปส่งที่ด่านแม่สาย จ.เชียงราย โดยมีพ่อแม่เด็กมารับ อย่างไรก็ตามเมื่อสอบถามเด็กหลายคนต่างยืนยันว่าต้องการกลับมาเรียนฝั่งไทยอีกครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาด้วยวิธีการใด-001

สกสว.หารือร่วมสทร. มุ่งพัฒนาศักยภาพด้าน ววน. ให้มีความเข้มแข็ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743396

สกสว.หารือร่วมสทร. มุ่งพัฒนาศักยภาพด้าน ววน. ให้มีความเข้มแข็ง

สกสว.หารือร่วมสทร. มุ่งพัฒนาศักยภาพด้าน ววน. ให้มีความเข้มแข็ง

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 20.39 น.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หารือร่วม สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด และบทบาทหน้าที่ รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund: FF) โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 หน่วยงานเข้าร่วมประชุมหารือดังกล่าว 

รศ. ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวถึง บทบาทสำคัญของ สกสว. และแนวทางการจัดสรรงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศผ่านกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) โดยงบประมาณด้านการวิจัยและนวัตกรรมได้จัดสรรผ่านทุนสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ “Strategic Fund: SF” ให้กับหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMUs) และทุนสนับสนุนงานมูลฐาน “Fundamental Fund: FF” ให้กับหน่วยงานในระบบ ววน. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพด้าน ววน. ของหน่วยรับงบประมาณให้มีความเข้มแข็งในภาพรวมของทั้งประเทศ สนับสนุนให้เกิดการทำงานของหน่วยงานในระบบ ววน. แบบบูรณาการและเป็นเอกภาพ รวมถึงสนับสนุนงานมูลฐาน (FF) ที่ครอบคลุมกิจกรรมและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ววน. สอดคล้องกับพันธกิจของหน่วยงานและตอบเป้าหมายของประเทศ 

นอกจากนี้ สกสว. ยังมีหน้าที่จัดทำแผนด้าน ววน. พ.ศ. 2566 – 2570 มีแผนงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ และระบบรางของประเทศให้ทันสมัยได้มาตรฐาน แข่งขันได้ และเชื่อมต่อกับเครือข่ายรองรับระบบเศรษฐกิจนวัตกรรมในภูมิภาคอาเซียน ด้วยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ทั้งนี้ แผนด้าน ววน. ถือเป็นกลไกสำคัญในการชี้ทิศทางการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ 

ขณะที่ ดร.สันติ เจริญพรพัฒนา ผู้อำนวยการ สทร. เปิดเผยว่า สทร.เป็นสถาบันหลักด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง บูรณาการความเชี่ยวชาญและทรัพยากรจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและสร้างอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศ บทบาทหลัก คือ 1.) จัดทำยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีระบบรางของประเทศ 2.) วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง รวมทั้งสร้างนวัตกรรมเกี่ยวกับระบบราง และร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ 3.) วิจัยและพัฒนามาตรฐานระบบราง และระบบการทดสอบด้านระบบราง ดำเนินการทดสอบด้านระบบราง และรับรองมาตรฐาน ประเมินคุณภาพสำหรับใช้ประกอบการยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางราง 4.) ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้านการวิจัยและนวัตกรรม การรับ แลกเปลี่ยน ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง เป็นศูนย์กลางในการรับ แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบราง 5.) พัฒนาบุคลากรด้านระบบราง และฝึกอบรมให้มีความรู้และทักษะด้านระบบราง และ 6.) จัดทำฐานข้อมูลด้านเทคโนโลยีระบบราง เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัยและนวัตกรรม หน่วยงาน ผู้เชี่ยวชาญ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีระบบราง

“การจัดตั้ง สทร. นับเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงคมนาคม แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะลงทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศไทย โดยมีทิศทางและเป้าหมาย คือ ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของประเทศ การขนส่งสินค้าทางรางเพิ่มมากขึ้น การเดินทางด้วยระบบรางขนส่งสาธารณะในเขตเมืองเพิ่มขึ้น และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไปในอนาคต” ผู้อำนวยการ สทร. กล่าวสรุป

ทั้งนี้ การหารือร่วมกันระหว่าง สกสว. และ สทร. นั้น เพื่อหารือถึงแนวทางการสนับสนุนงานมูลฐาน (FF) ให้สอดคล้องกับพันธกิจของหน่วยงานและตอบเป้าหมายของประเทศ โดย สกสว. เป็นหน่วยงานกลางของประเทศ ที่มีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศในทุกด้าน เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน

เดือดร้อนแล้ว!! ‘โรงเรียนราชวินิต’ประกาศหยุดเรียน 13 ก.ค.เลี่ยงม็อบวันโหวตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/743369

เดือดร้อนแล้ว!! 'โรงเรียนราชวินิต'ประกาศหยุดเรียน 13 ก.ค.เลี่ยงม็อบวันโหวตนายกฯ

เดือดร้อนแล้ว!! ‘โรงเรียนราชวินิต’ประกาศหยุดเรียน 13 ก.ค.เลี่ยงม็อบวันโหวตนายกฯ

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 18.54 น.

12 ก.ค.66 จากกรณีที่ประชมุรัฐสภานัดประชุมเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ขณะที่พรรคก้าวไกลนัดชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภาเพื่อสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นนายกฯ เนื่องจากไม่พอใจที่ประชุม กกต.มีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพส.ส.ของนายพิธากรณีถือหุ้นสื่อนั้น

ล่าสุด โรงเรียนราชวินิต ออกประกาศหยุดเรียน วันที่ 13 ก.ค.นี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจราจล จำนวน 170 นาย จะขอใช้พื้นที่โรงเรียนเป็นฐานพักคอยกำลังพล (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปลุกม็อบส้ม! ‘ก้าวไกล’ชวนใส่เสื้อสีส้มบุกสภาฯ ส่ง’พิธา’เป็นนายกฯ)