มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศลถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740811

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศลถวายพระพร'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศลถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.22 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศลถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

วันนี้ (30 มิ.ย. 66) เวลา 09.30 น. ที่อาคาร 100 ปี วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร กรุงเทพฯ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศลถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ดำรง เหรียญประยูร ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ รองประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมพิธี โดยได้รับเมตตาจาก พระธรรมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร เป็นประธานสงฆ์

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าหน้าที่ อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ ให้ศีล พระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พร้อมด้วยนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะ ประเคนเครื่องไทยธรรมถวายแด่พระสงฆ์ ตามลำดับ พระสงฆ์ทั้งนั้นอนุโมทนา ประธานกราบลาพระรัตนตรัย กราบลาประธานสงฆ์ แล้วถวายความเคารพ เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นอันเสร็จพิธี

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยทรงมีพระนโยบาย “มูลนิธิฯ จะเป็นศูนย์กลางการเป็นเลิศด้านการบรรเทาทุกข์ และจัดการภัยพิบัติอันเกิดจากอุทกภัย (Center of Excellence in Flood Relief and Management) ในด้านสังคมและมนุษย์ เน้นการประสานงานกับภาคีเครือข่ายซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งด้านการป้องกัน เพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด หรือมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกัน การสูญเสีย การบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ผ่านพ้นเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยดีและการฟื้นฟูให้กับประชาชน ที่ประสบอุทกภัย ให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตอย่างปกติได้อย่างยั่งยืน จึงจำเป็นที่ต้องเก็บข้อมูลเชิงสังคม แล้วนำมาบูรณาการ มองและเข้าใจปัญหาแบบองค์รวม ดำเนินการตามเป้าหมายอันเดียวกัน เพื่อมุ่งไปสู่ การพัฒนาที่เกิดความยั่งยืนให้กับสังคม” เพราะพระองค์ทรงมุ่งหวังที่จะทำให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขอย่างยั่งยืน” สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชน ร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามทุกข์ยากจากอุทกภัย และภัยพิบัติที่รุนแรง อันได้แก่การร่วมกันระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกาย ทุนทรัพย์ และจิตสาธารณะ เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวมทั้งการพัฒนาอาชีพ และคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ มูลนิธิฯ ปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”

“ขอถวายพระพรแทบเบื้องพระบาท ด้วยความจงรักภักดี และสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ได้โปรดจงอภิบาลบันดาลดลให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน สถิตเป็นมิ่งขวัญแก่พสกนิกรชาวไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ได้ร่วมกันทำแต่สิ่งที่ดี และร่วมเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาร่วมกับคณะสงฆ์ทุกพระอารามทั่วประเทศ ต่อจากการสวดมนต์ทำวัตรเช้าและทำวัตรเย็น รวมทั้งการปฏิบัติศาสนกิจของทุกศาสนา และร่วมกันทำแต่ความดี เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของพวกเราชาวไทย

– 006

รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตรวจรร.ขนาดเล็กฉะเชิงเทรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740790

รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตรวจรร.ขนาดเล็กฉะเชิงเทรา

รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตรวจรร.ขนาดเล็กฉะเชิงเทรา

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.00 น.

รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตรวจรร.ขนาดเล็กฉะเชิงเทรา

30 มิถุนายน 2566 ที่โรงเรียนบ้านหนองเหียง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับโรงเรียนบ้านหนองเหียง ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 โดยมีนายนิติศาสตร์ พรมแสงใส ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 พร้อมด้วยว่าที่ร้อยโทศุภวัชร   ชำนาญนาค รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 นายมหันต์ เวทไธสง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 และคณะผู้บริหารโรงเรียน ข้าราชการครู ผู้อำนวยการกลุ่ม และศึกษานิเทศก์ ให้การต้อนรับ พร้อมรายงานข้อมูลสภาพปัจจุบัน และข้อมูลในการจัดการเรียนการสอนให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองเหียง

มหาวิทยาลัยไทย ติดอันดับระดับโลก2024 จาก Quacquarelli Symonds

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740738

มหาวิทยาลัยไทย ติดอันดับระดับโลก2024 จาก Quacquarelli Symonds

มหาวิทยาลัยไทย ติดอันดับระดับโลก2024 จาก Quacquarelli Symonds

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 11.52 น.

มหาวิทยาลัยไทย ติดอันดับระดับโลก ประจำปี 2024 จาก Quacquarelli Symonds (QS) เพิ่มขึ้นจาก 10 แห่งเป็น 13 แห่ง ทุกมหาวิทยาลัยได้อันดับสูงขึ้น  ขณะที่ 3 มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับเข้ามาใหม่

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ศ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า Quacquarelli Symonds (QS) ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลกด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษา ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ประจำปี 2024 (World University Rankings 2024) โดยใช้หลักพิจารณาความเป็นเลิศใน 9 ด้าน ประกอบไปด้วย ชื่อเสียงด้านวิชาการ (Academic Reputation) ทัศนคติของผู้จ้างงานต่อบัณฑิตของแต่ละมหาวิทยาลัย (Employer Reputation) สัดส่วนคณาจารย์ต่อนักศึกษา (Faculty Student Ratio) สัดส่วนจำนวนการอ้างอิงต่อผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ (Citations per Faculty) สัดส่วนจำนวนอาจารย์ต่างชาติ (International Faculty Ratio) สัดส่วนจำนวนนักศึกษาต่างชาติ (International Student Ratio) เครือข่ายวิจัยนานาชาติ(International Research Network) ผลลัพธ์ด้านการจ้างงาน (Employment Outcomes) และ ความยั่งยืน(Sustainability) ปรากฏว่า มีมหาวิทยาลัยในประเทศไทยได้รับการจัดอันดับทั้งสิ้น 13 มหาวิทยาลัย เพิ่มขึ้นจากปี 2023 ที่ได้ 10 มหาวิทยาลัย อีก 3 มหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับเข้ามาใหม่ คือ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ม.นเรศวร และ ม.ศิลปากร

รมว.อว. กล่าวต่อว่า สำหรับอันดับของมหาวิทยาลัยไทย ปรากฏว่าได้อันดับเพิ่มขึ้นเกือบทุกมหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อันดับที่ 211  ม.มหิดล อันดับที่ 382   ม.เชียงใหม่ อันดับที่ 571   ม.ธรรมศาสตร์ อันดับที่ 600 ม.เกษตรศาสตร์ ได้อันดับที่ 751-760  ม.สงขลานครินทร์ อันดับที่ 901-950  ม.ขอนแก่น อันดับที่ 951-1000  ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อันดับที่ 951-1000  ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ อันดับที่ 1201-1400  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อันดับที่ 1201-1400   ม.นเรศวร อันดับที่ 1201-1400  ม.ศิลปากร อันดับที่ 1201-1400 และ ม.เทคโนโลยีสุรนารี อันดับที่ 1201-1400  

“จากการจัดอันดับในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเข้มแข็งทางวิชาการของมหาวิทยาลัยไทย โดยมหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับนั้น แต่ละแห่งสามารถนำข้อมูลดังกล่าวซึ่งมีรายละเอียดของตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพ มาใช้ในการพัฒนาต่อไป” ศ.(พิเศษ)ดร.เอนก กล่าว

สกสว.หารือร่วมกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มุ่งขับเคลื่อนงานวิจัยเกิดประโยชน์ต่อประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740697

สกสว.หารือร่วมกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มุ่งขับเคลื่อนงานวิจัยเกิดประโยชน์ต่อประชาชน

สกสว.หารือร่วมกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มุ่งขับเคลื่อนงานวิจัยเกิดประโยชน์ต่อประชาชน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 22.24 น.

สกสว. ร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงานด้าน ววน. ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม 
มุ่งขับเคลื่อนงานวิจัยตอบเป้าประเทศ สร้างผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณด้าน ววน. เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผศ. ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจการพัฒนา ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม เชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินการด้าน ววน. ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้รับงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund-FF) ที่มีวัตถุประสงค์ในการเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และสามารถตอบสนองแนวนโยบายของชาติ นำไปสู่การพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และการบริหารจัดการงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีธรรมาภิบาล โดยมี นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ พร้อมหารือแนวทางการขับเคลื่อนงานวิจัย และนำเสนอความคืบหน้างานวิจัย ที่ได้รับงานประมาณสนับสนุนจากกองทุน ววน.ที่ผ่านมา

นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร กล่าวถึงภารกิจของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ว่ามีหน้าที่ในการส่งเสริม คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนมีความสมานฉันท์ ได้รับการคุ้มครองและมีหลักประกันด้านสิทธิและเสรีภาพในระดับสากล ช่วยให้การละเมิดสิทธิมนุษยชนลดลง โดยการขับเคลื่อนแผนและส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ รวมทั้งการบังคับใช้ พ.ร.บ. การผลักดันร่างกฎหมาย และปฏิบัติตามหลักองค์การสหประชาชาติ (UN)  
“ทำอย่างไรที่จะสร้างเกราะคุ้มครองและสิทธิเสรีภาพให้กับประชากรทั้ง 77 ล้านคน ซึ่งตรงกับงานวิจัยที่จะร่วมหารือกับ สกสว.ในวันนี้ เพราะงานวิจัยนี้จะช่วยให้ประชากรอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของประเทศได้รับรู้ รับทราบ และมีพัฒนาการด้านสิทธิและเสรีภาพอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ซึ่งกองทุน ววน.ถือเป็นประโยชน์ต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นอย่างมาก” นายเกิดโชค กล่าวทิ้งท้าย

ผศ.ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง กล่าวถึงการทำงานของกองทุน ววน. ว่า มีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุนและขับเคลื่อนระบบการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และสหวิทยาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้ พัฒนานโยบายสาธารณะ และสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ในเชิงเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งประกอบด้วย 5 ส่วนหลัก คือ 1. การจัดทำแผนด้าน ววน. 2. จัดสรรงบประมาณจากกองทุน ววน. 3. ขับเคลื่อนระบบส่งเสริมและกลไกการพัฒนาระบบและบุคลากร ววน. 4. สร้างระบบการนำผลงาน ววน. ไปใช้ประโยชน์ และ 5. การประเมินผลการดำเนินงานของระบบ ววน. เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศได้อย่างสมดุลและยั่งยืน

ทั้งนี้ ได้มีการแนะนำถึงแผนปฏิบัติการ ร่วมนำเสนอโครงการที่สำคัญ หรือโครงการเด่น การนำเสนอภาพรวมการบริหารจัดการงานวิจัยของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมทั้งนำเสนอและรายงานความคืบหน้าโครงการวิจัยที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุน ววน. ในช่วงที่ผ่านมา อาทิ 1. โครงการประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองพยาน และแนวทางการพัฒนางานคุ้มครองพยานของประเทศไทย 2. โครงการศึกษาผลสัมฤทธิ์ของการนำหลักสูตรสิทธิมนุษยชนศึกษาไปประยุกต์ใช้ในสถานศึกษา เป็นต้น

ขณะที่ แผนงานวิจัย ในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นั้น ประกอบด้วย 1. ด้านการจัดตั้งสถาบันพัฒนาสิทธิมนุษยชน 2. การนำ IT/นวัตกรรม มาใช้ในการส่งเสริมสิทธิฯ 3. ขยายความร่วมมือกับเครือข่ายตามแผนสิทธิฯ 4. ข้อพิพาท (แพ่ง-อาญา) ที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย 5. รูปแบบ/แนวทางในการติดตาม ประเมินผล การพัฒนาบุคลากรด้านการไกล่เกลี่ย 6. หน่วยงานในการส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินงานไกล่เกลี่ย 7. ผลักดันสร้างกลไกระดับชาติ/นโยบายด้าน สิทธิมนุษยชน 8. การปฏิบัติตามข้อเสนอแนะตามพันธกรณีและมาตรฐานสากล 9. พัฒนากฎหมายที่สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ 10. ผู้ถูกละเมิดสิทธิ เข้าถึงความช่วยเหลือตามหลักสากล 11. ขยายความร่วมมือช่วยเหลือกับเครือข่าย ในประเทศและต่างประเทศ และ 12. การศึกษาคุณลักษณะที่สำคัญของบุคลากรกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในอนาคต สู่การเป็น Digital DNA ต่อไป

สุดท้ายนี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ “ชี้การทำงานวิจัยได้สร้างการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของคนทำงาน ที่ต้องกลับมาทบทวนบทบาทของตัวเอง และวางตัวเป็นผู้มีบทบาทหลักในการคุ้มครองพยาน เพื่อให้ตรงตามความคาดหวังของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้มากขึ้น ทั้งยังสามารถนำงานไปปรับใช้ในหลักสูตรอบรมแนวทางการดูแลพยานในเชิงจิตวิทยาที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเป็นหน่วยงานหลักในการจัดอบรม” ผศ.ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ได้กล่าวชื่นชมหน่วยงานที่การทำวิจัยได้มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนวิธีคิด และนำไปสู่การปรับรูปแบบการทำงาน ทั้งนี้ หน่วยงานควรมีการสื่อสารผลลัพธ์และผลกระทบจากงานวิจัยให้แก่สาธารณะมากขึ้น

โรงเรียนวัดศรีจุฬาจัดกิจกรรมวันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติทบทวนคำปฏิญาณสวนสนาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740607

โรงเรียนวัดศรีจุฬาจัดกิจกรรมวันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติทบทวนคำปฏิญาณสวนสนาม

โรงเรียนวัดศรีจุฬาจัดกิจกรรมวันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติทบทวนคำปฏิญาณสวนสนาม

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.39 น.

โรงเรียนวัดศรีจุฬา จัดกิจกรรมเนื่องในวันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ ทบทวนคำปฏิญาณ สวนสนาม ฝึกจิตนำสมาธิด้วยธรรมะ และให้ความรู้เรื่องการจราจร ต้อเคารพกฎจราจรและการเดินทางที่ปลอดภัย

วันนี้ (29 มิ.ย.66) ที่โรงเรียนวัดศรีจุฬา ตำบลศรีจุฬา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นางสาววาสนา บานเย็น ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดศรีจุฬา ได้เป็นประธานในพิธีเนื่องในวันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ โดยมี พ.ต.อ.ปัญญา เรือนดี ผู้กำกับการตำรวจภูธรดงละคร และคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ครู นักเรียน ลูกเสือ เนตรนารี ร่วมในพิธีทบทวนคำปฏิญาณของลูกเสือ เนตรนารี และสวนสนาม จากนั้นได้ฝึกอบรมจิตนำสมาธิด้วยธรรมะ โดย พ.ต.อ.ปัญญา เรือนดี ผกก.สภ.ดงละคร ร่วมกับสถาบันจิตตานุภาพจากวัดบุญนาครักขิตาราม มาเป็นวิทยากรให้การอบรม เพื่อฝึกสมาธิให้กับนักเรียนจะได้มีความตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียน จากนั้นได้ให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องการจราจร เพื่อเป็นพื้นฐานในการชีวิตประจำวันได้อย่างอยู่รอดปลอดภัย รู้กฎจราจร เครื่องหมายจราจร การขับขี่รถอย่างปลอดภัย ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่ดีและมีความสำคัญที่เยาวชนความรู้และมีความเข้าใจ เข้าถึง และฝึกปฏิบัติเป็นประจำ จะทำให้เกิดประโยชน์และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขต่อไป

อาลัย‘คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์’ ภรรยา ‘เจ้าสัวธนินท์’ ถึงแก่อนิจกรรม สิริรวมอายุ 83 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740552

อาลัย‘คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์’ ภรรยา ‘เจ้าสัวธนินท์’ ถึงแก่อนิจกรรม สิริรวมอายุ 83 ปี

อาลัย‘คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์’ ภรรยา ‘เจ้าสัวธนินท์’ ถึงแก่อนิจกรรม สิริรวมอายุ 83 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.06 น.

วันที่ 29 มิถุนายน 2566 เพจเฟซบุ๊ก “โบราณนานมา” ระบุว่า  “คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์” สกุลเดิม “วัฒนลิขิต“ คู่ชีวิตของมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศไทย “คุณธนินท์ เจียรวนนท์” ผู้ก่อตั้งอาณาจักรซีพีกรุ๊ป ได้จากไปอย่างสงบเมื่อคืนวันที่ 28 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา หลังร่วมทุกข์ร่วมสุขมากว่า 62 ปี มีบุตร-ธิดา ร่วมกันทั้งสิ้น 5 คน ประกอบด้วย นางวรรณี เจียรวนนท์ รอสส์ นายสุภกิต เจียรวนนท์ นายณรงค์ เจียรวนนท์ นายศุภชัย เจียรวนนท์ และนางทิพาภรณ์ อริยวรารมย์ (เจียรวนนท์)

นอกจากจะเป็นหลังบ้านแห่งความสำเร็จแล้วของมหาเศรษฐกิจเบอร์ 1 ของไทยแล้ว ตลอดช่วงที่ผ่านมา “คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์” ทำหน้าที่ช่วยเหลือสังคมและยังเป็นคุณแม่ที่ดีของลูกๆ จนประสบความสำเร็จก้าวเป็นทายาทผู้นำทัพในแต่ละบริษัทในเครือสำเร็จ ในปี 2560 “คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์” ได้เข้ารับพระราชทาน โล่เชิดชูเกียรติ สตรีดีเด่นประเภทส่งเสริมศาสนกิจและสังคม จากบทบาทของการเป็นภรรยานักธุรกิจชั้นนำระดับประเทศ 

และการเป็นแม่ที่เลี้ยงดูบุตรให้เติบโตประสบความสำเร็จ ในหน้าที่การงาน เป็นคนดี มีคุณธรรม บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ รวมถึงการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และการส่งเสริมการศึกษาที่ดีให้แก่ เยาวชนที่ขาดโอกาสได้มีความรู้คู่คุณธรรมมาอย่างยาวนาน

โดยกำหนดการการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และบำเพ็ญกุศล ณ บ้านพัก ในหมู่บ้านวินด์มิลล์ บางนา เป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2566

สำหรับกำหนดการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม  ณ บ้านพัก ในหมู่บ้านวินด์มิลล์ บางนา

วันที่ 29 มิ.ย. 66

เวลา 15.00 น.พิธีรดน้ำศพ 

เวลา 17.00 น. พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ

เวลา  18.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม

วันที่ 30 มิ.ย.-5 ก.ค. 66

เวลา 18.00 น. แสดงธรรมเทศนา

เวลา 18.30 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม

ร่วมบำเพ็ญกุศลสมทบทุนเพื่อ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fboraan.th%2Fposts%2Fpfbid02vL7cKhiwCNfjdGrDpP1TN82ZC7r6LegAeL8YJMxQhHG2y6fP7XLZs8xcWjJP9JuWl&show_text=true&width=500

สิ้น’ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์’ ครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนจิตรลดา สิริอายุ 100 ปีเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740548

สิ้น'ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์' ครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนจิตรลดา สิริอายุ 100 ปีเศษ

สิ้น’ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์’ ครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนจิตรลดา สิริอายุ 100 ปีเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.52 น.

วันที่ 29 มิถุนายน 2566 เพจโบรารณนานมา โพสต์ข้อความ ระบุว่า ขอแสดงความอาลัยยิ่งต่อการถึงแก่อนิจกรรมลงอย่างสงบของ ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ อดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนจิตรลดา โดยบรรดาศิษย์เก่าของโรงเรียนจิตรลดาได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพเพื่อแสดงความอาลัยต่อการจากไปของท่านผู้หญิงทัศนีย์

ท่านผู้หญิงทัศนีย์ ราชสกุลเดิม อิศรเสนา ณ อยุธยา ครูคนแรก อดีตครูใหญ่ และอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนจิตรลดา กรุงเทพฯ และเป็นพระอาจารย์ผู้ถวายการสอนแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน

ท่านผู้หญิงทัศนีย์ เป็นธิดาคนเล็กของพระยาภะรตราชา (หม่อมหลวงทศทิศ อิศรเสนา) อดีตผู้บัญชาการ (อธิการบดี) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับท่านผู้หญิงขจร ภะรตราชา เกิดเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2465

ท่านผู้หญิงทัศนีย์ เริ่มเข้าทำงานเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนจิตรลดา เมื่อปี 2489 ถวายการสอนแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมกับพระสหาย 7 คน ซึ่งท่านผู้หญิงทัศนีย์ เป็นพระอาจารย์คนแรกที่เข้าถวายการสอน ต่อมาท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ เป็นที่ปรึกษาของโรงเรียนจิตรลดา

ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ​พระราชทานสัมภาษณ์​ถึงครูทัศนีย์​ พระอาจารย์ในพระองค์ขณะทรงศึกษาระดับชั้นอนุบาลที่โรงเรียนจิตรลดา ว่า “…ที่อ่านออกได้เพราะครูทัศนีย์…”

เมื่อคืนวันที่ 28 มิถุนายน 2566 ท่านผู้หญิงทัศนีย์ ถึงแก่อนิจกรรมลงอย่างสงบ สิริอายุ 101 ปีเศษ  พีพีทีวี ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวบุณยคุปต์ มา ณ โอกาสนี้

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทาน

มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.

ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ (ป.ภ.)

ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.)

เหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 ชั้นที่ 3

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 2

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fboraan.th%2Fposts%2Fpfbid02Lhx51u4X972i33S1qJvy13PTdXHQEe1qpCscmLTVVHpW5Bj8zRmun5Bybn87y5CCl&show_text=true&width=500

จุฬาฯ’Top 50 ของโลกด้าน Employment Outcomes’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740464

จุฬาฯ'Top 50 ของโลกด้าน Employment Outcomes'

จุฬาฯ’Top 50 ของโลกด้าน Employment Outcomes’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 10.13 น.

จุฬาฯ “Top 50 ของโลกด้าน Employment Outcomes” และเป็นที่ 1 มหาวิทยาลัยไทย 15 ปีติดต่อกันใน QS World University Rankings 2024 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสร้างความภาคภูมิใจให้สถาบันอุดมศึกษาไทย ติดอันดับ Top 50 ของโลกทางด้านผลลัพธ์ด้านการจ้างงาน (Employment Outcomes) ซึ่งสะท้อนอัตราการจ้างงานและความสามารถในการทำงานของบัณฑิตจุฬาฯ จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย QS World University Rankings 2024  ซึ่งประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเมื่อ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา นอกจากนี้จุฬาฯ ยังครองอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทยเป็นปีที่ 15 ติดต่อกัน (ตั้งแต่ปี 2009) และติดอันดับ 211 ของโลก ซึ่งขยับขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ในอันดับ 224 ของโลก QS World University Rankings 2024 จัดโดย QS Quacquarelli Symonds สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ มีสถาบันอุดมศึกษาร่วมการจัดอันดับ 2,963 แห่งจากทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 501 แห่ง โดยตัวชี้วัดในด้านความมีชื่อเสียงด้านวิชาการ ได้คะแนนสูงขึ้นกว่า  ปีที่แล้ว     

การจัดอันดับ QS World University Rankings 2024 พิจารณาจากตัวชี้วัด 9 ด้านที่มีการคำนวณค่าน้ำหนักที่แตกต่างกัน ประกอบด้วยความมีชื่อเสียงด้านวิชาการ  (Academic Reputation) 30% การเป็นที่ยอมรับจากนายจ้าง (Employer Reputation)  15% สัดส่วนของอาจารย์ต่อนิสิต (Faculty Student Ratio) 10% ผลงานวิชาการต่ออาจารย์  (Citations per Faculty) 20% สัดส่วนของอาจารย์ชาวต่างชาติ (International Faculty Ratio) 5% สัดส่วนของนิสิตชาวต่างชาติ (International Students Ratio) 5%  และตัวชี้วัดใหม่ที่ใช้ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย QS ในปีนี้เป็นปีแรก ได้แก่ ผลลัพธ์ด้านการจ้างงาน (Employment Outcomes) 5% เครือข่ายวิจัยนานาชาติ (International Research Network) 5% และความยั่งยืน (Sustainability) 5%  

ติดตามผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย QS World University Rankings 2024 ได้ที่ https://www.topuniversities.com/university-rankings/world-university-rankings/2024

สพป.ตาก เขต 2 รวมพลังวันต่อต้านยาเสพติดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740344

สพป.ตาก เขต 2 รวมพลังวันต่อต้านยาเสพติดโลก

สพป.ตาก เขต 2 รวมพลังวันต่อต้านยาเสพติดโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปิลัทธ์ อุดมวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 นำบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงานเขตและสถานศึกษาในสังกัด ร่วมรณรงค์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี

มธ.สดุดีพระเกียรติคุณ‘สมเด็จพระสังฆราช’ ถวายหนังสือ‘อัฏฐธัมมปริทัศน์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740350

มธ.สดุดีพระเกียรติคุณ‘สมเด็จพระสังฆราช’  ถวายหนังสือ‘อัฏฐธัมมปริทัศน์’

มธ.สดุดีพระเกียรติคุณ‘สมเด็จพระสังฆราช’ ถวายหนังสือ‘อัฏฐธัมมปริทัศน์’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ร่วมกับ คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ และโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มอบหนังสือ “อัฏฐธัมมปริทัศน์” เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 8 รอบ 96 พรรษา และโอกาสที่ มธ. จะทูลถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาการเรียนรู้ ในโอกาสต่อไป โดยมี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นตัวแทนถวายพระพรและมอบหนังสือให้กับทางวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ. เปิดเผยว่า โครงการมอบหนังสือสดุดีครั้งนี้ เกิดขึ้นจากทางสภามหาวิทยาลัยมีมติทูลถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาการเรียนรู้ ซึ่งตรงกับพระชนมายุครบ 8 รอบ 96 พรรษา ของสมเด็จพระสังฆราช อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวทางการเทิดพระเกียรติในวาระดังกล่าวของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงหน่วยงานทางภาครัฐ และเอกชนทั่วประเทศ

หนังสืออัฏฐธัมมปริทัศน์ เป็นการรวม 8 บทความวิเคราะห์พระวรคติธรรมของสมเด็จพระสังฆราชในการแสดงพระโอวาท หรือจากการนิพนธ์บทความวาระต่างๆในเหตุการณ์สำคัญของประเทศ และของโลก เช่น ในโอกาสขึ้นปีใหม่ วันงดดื่มสุราแห่งชาติ วันสำคัญของเด็กและเยาวชน ฯลฯผ่านกระบวนการทางวิชาการ โดยคณาจารย์จากทั้ง มธ. และโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ มธ. มอบหนังสืออัฏฐธัมมปริทัศน์ ให้กับภาครัฐ และมอบให้วัดราชบพิธฯ จำนวน 300 เล่ม แจกในงานพระราชพิธี ในวันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน 2566 วันพระชนมายุครบ 8 รอบของสมเด็จพระสังฆราช