สอศ.จัดปฐมนิเทศครูอาสาสมัครสอนภาษาจีน รุ่นที่ 21

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738093

สอศ.จัดปฐมนิเทศครูอาสาสมัครสอนภาษาจีน รุ่นที่ 21

สอศ.จัดปฐมนิเทศครูอาสาสมัครสอนภาษาจีน รุ่นที่ 21

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 21.44 น.

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2566 ดร.นิติ นาชิต ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาธุรกิจและบริการ เป็นประธานการประชุมสัมมนาและการปฐมนิเทศครูอาสาสมัครสอนภาษาจีน รุ่นที่ 21 ประจำปีการศึกษา 2566 – 2567 จำนวน 44 คน โดยมี นายศรัณย์ วัชราภัย รักษาราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มขับเคลื่อนทุนมนุษย์นานาชาติกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม Mr.Zhao Yanqing ผู้อำนวยการศูนย์และเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ สำนักงานกรุงเทพฯ พร้อมด้วยข้าราชการและบุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สำนักงานสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา กรุงเทพฯ

ดร.นิติ นาชิต ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาธุรกิจและบริการ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ เล็งเห็นถึงความสำคัญและส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนภาษาจีน ร่วมกับศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ (CLEC) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ลงนามใน บันทึกความร่วมมือการพัฒนาความร่วมมือ ภาษาจีนบวกกับทักษะวิชาชีพ ทำให้มีความชัดเจน ว่าจีนและไทยจะร่วมมือดำเนินโครงการภาษาจีนบวกกับอาชีวะ และร่วมกันจัดตั้ง สถาบันภาษาจีน และการศึกษาอบรมด้านเทคนิค และอาชีวะ ทั้งนี้ได้มีการเปิดป้ายไปเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่าเราจะร่วมมืออย่างเป็นทางการในการเปิดสถาบันภาษาจีน และการศึกษาอบรมด้านเทคนิค และอาชีวะ เพื่อเตรียมความพร้อมภาษาและวัฒนธรรมจีนให้แก่นักศึกษา ระดับปวช. ปวส. และปริญญาตรี ในการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางภาษาจีน เพื่อเป็นเครื่องมือของการสื่อสาร โดยมีเป้าหมายในการลดช่องว่างทางทักษะภาษา พัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในสถานศึกษา สอศ. ให้มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน  นำไปสู่การเพิ่มศักยภาพบุคคล และมูลค่าของผู้เรียน อีกทั้งยังสามารถแข่งขันบนเวทีตลาดแรงงานในระดับสากลของประเทศไทย และต่างประเทศ

ดร.นิติ นาชิต ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาธุรกิจและบริการ กล่าวต่อว่า ในนามของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ขอขอบคุณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ (CLEC) ครูอาสาสมัครสอนภาษาจีนนานาชาติ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่สนับสนุน ส่งเสริม และร่วมมือให้โครงการความร่วมมือการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนของทั้งสองประเทศ ประสบผลสำเร็จ และมีความก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้ ขอต้อนรับครูอาสาสมัครฯ ทุกท่าน และขอให้ถือว่าประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่สองของทุกคน หวังว่า ครูอาสาสมัครฯ คงได้รับความสะดวกสบาย ระหว่างที่พำนักอยู่ในประเทศไทย

– 006

กระตุกโรงเรียน!‘โบว์’แนะแจ้งความตามหาผู้ปกครอง ดำเนินคดีทอดทิ้งบุตร-เข้าขั้นตอน กม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738047

กระตุกโรงเรียน!‘โบว์’แนะแจ้งความตามหาผู้ปกครอง ดำเนินคดีทอดทิ้งบุตร-เข้าขั้นตอน กม.

กระตุกโรงเรียน!‘โบว์’แนะแจ้งความตามหาผู้ปกครอง ดำเนินคดีทอดทิ้งบุตร-เข้าขั้นตอน กม.

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.42 น.

กระตุกโรงเรียน!‘โบว์’แนะแจ้งความตามหาผู้ปกครอง ดำเนินคดีทอดทิ้งบุตร-เข้าขั้นตอน กม.

18 มิถุนายน 2566 น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ พิธีกร และอดีตนักกิจกรรมทางการเมือง ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว @NuttaaBow ดังนี้…

“วันจันทร์ถ้าเรื่องยังไม่จบ ให้โรงเรียนไปแจ้งความตามหาผู้ปกครอง ดำเนินคดีทอดทิ้งบุตร แล้วจากตรงนั้นจะดำเนินการให้ศาลคุ้มครองน้อง จัดการเรื่องต่อตามกฎหมายได้ ทั้งเรื่องการสมัครเรียนกับหน่วยงานที่เหมาะสม และที่อยู่อาศัย

เด็กไม่ได้ถูกตัดออกจากระบบการศึกษา มีสถานศึกษาที่เหมาะกับน้องรออยู่ โรงเรียนต้องรักษาทั้งความปลอดภัยของพื้นที่และระบบการศึกษาให้เด็กอื่นๆได้เรียนอย่างราบรื่น ปราศจากสิ่งรบกวนสมาธิและความเสี่ยงที่เกิดจากคนนอกโรงเรียน เหตุการณ์ที่ผู้อ้างตนว่าเป็นผู้ปกครองน้องทำต่อกล้องวงจรปิดหน้าโรงเรียน เป็นสิ่งที่ทำให้โรงเรียนต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กนับพันในความดูแล  รักษาสิทธิของทุกคนด้วย

โรงเรียนไม่สามารถให้อภิสิทธิ์ใครในการละเมิดกฎ มิฉะนั้นจะมีแต่ข้ออ้างเพื่อทำตามอำเภอใจ ไม่ว่าจะเป็นเวลาเข้าเรียน เวลาอาหาร เวลาพัก การเรียน การเล่น การใช้พื้นที่วัสดุอุปกรณ์ การปฏิบัติตนต่อกัน และอื่นๆอีกมากมาย

ผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ ต้องรักษามาตรฐานในการบริหารโรงเรียนไว้ เพื่อความเป็นธรรมต่อนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรทุกคน”

โบว์เคยประสานกับโรงเรียนและขับรถพาเด็กนักกิจกรรมคนหนึ่งไปสัมภาษณ์เข้าเรียนที่สาธิตธรรมศาสตร์มาแล้ว หลังจากที่น้องมีปัญหากับที่เรียนเดิมด้วยเหตุผลส่วนตัวแล้วมาปรึกษา น้องได้เข้าโครงการพิเศษ แน่นอนว่าตอนมอบตัวก็ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองตามกฎหมาย หลังจากนั้นไม่ได้ติดต่อกัน เรื่องจบก็ปล่อยเลย ทุกอย่างน่าจะราบรื่นดี

ที่เพิ่งมาเล่าวันนี้ก็เพื่อจะบอกว่า ทุกอย่างแก้ไขได้ ขอเพียงมีความปรารถนาดีกับเด็กจริงๆ สังเคราะห์ว่าปัญหาอยู่ตรงไหนแน่(แต่ละเคสมีความเฉพาะตัว) แล้วแก้ให้ถูกจุดไปตามกระบวนการ อย่าฉวยโอกาสเล่นการเมือง”

‘ทิชา ณ นคร’ซัด‘คนเกินเจ้า’ ต้นตอผลัก‘หยก’สุดโต่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738025

‘ทิชา ณ นคร’ซัด‘คนเกินเจ้า’ ต้นตอผลัก‘หยก’สุดโต่ง

‘ทิชา ณ นคร’ซัด‘คนเกินเจ้า’ ต้นตอผลัก‘หยก’สุดโต่ง

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 10.34 น.

‘ทิชา ณ นคร’ซัด‘คนเกินเจ้า’ ต้นตอผลัก‘หยก’สุดโต่ง

18 มิถุนายน 2566 “ป้ามล” ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก โพสต์เฟซบุ๊ก Thicha Nanakorn เกี่ยวกับกรณี “หยก” ดังนี้…

“ป้าเคยคุยกับหยก 3 ครั้ง ….

เธอไม่ก้าวร้าวทุกลมหายใจและเธอไม่ได้ถูกล้างสมอง

เธอเป็นตัวของตัวเองและเป็นไปตามที่อ่าน รู้ เข้าใจ เชื่อ

เธออายุ 15 ปี และถูกจับตอนอายุ 14 ปี ด้วยข้อหา 112 กฎหมายที่ใครก็ได้ แจ้งความที่ไหนก็ได้ แต่ไม่รับแจ้งไม่ได้

หรือคนๆนั้นจะอคติสุดโต่ง ล่าแม่มด คลั่ง ก็ใช้สิทธิ์นั้นได้

หลังจากรับข้อหามาตรา 112 ทุกคนที่ใกล้เธอ เห็นมาตรา 112 แต่ไม่เห็นเธอ ทุกคนที่ใกล้เธอ กลัวรังสีมาตรา 112 มากกว่ากลัวเธอ

ทุกคนตัดสินเธอก่อนผู้พิพากษาและออกอาการเกินเจ้า

แม่เธอไม่ได้ทิ้งเธอ …

แม่เธอไม่ได้รังเกียจพี่ๆ ที่ดูแลลูกเธอ แต่กลัวคนที่กลัวมาตรา 112 ทั้งที่ใกล้เธอและเธอต้องใกล้

หยกไม่ได้เกิดมาพร้อมความสุดโต่ง ความก้าวร้าว

หยกไม่ได้บ้า ไม่ได้เพี้ยน ไม่ได้เป็น อย่างเช่นสีที่ป้าย

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า …

เด็กหญิงอายุ 15 คนนี้ แรงขึ้นตามสัดส่วนของกฎหมาย

ใช่ !

เธอต้องคำราม จำเป็นต้องคำราม เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องคำราม กลไกปกป้องตนเองของเธอยังมีชีวิต ยังมีแรง ยังมีพลัง

การปกป้องสถาบันยังต้องมี …

แต่การแก้ไข มาตรา 112 ก็ต้องมี เพราะคนเกินเจ้ามีจริง และคนเกินเจ้าเหล่านี้ได้ทำลายสถาบันอย่างลึกซึ้ง จริงจัง

อ๋อ ! ถ้าคุณยังเป็นพุทธะที่เมตตา

อย่าลืมช่วยคิด ช่วยหาคำตอบกันด้วยว่าสังคมแบบไหนที่เด็กอายุน้อยๆ ต้องคำรามเพื่อความอยู่รอด”

อ่านแล้วน้ำตาซึม!‘ดร.อภิชาติ ดำดี’ร่ายบทกลอน ‘จากใจแม่’ว่าด้วยชุดนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738003

อ่านแล้วน้ำตาซึม!‘ดร.อภิชาติ ดำดี’ร่ายบทกลอน ‘จากใจแม่’ว่าด้วยชุดนักเรียน

อ่านแล้วน้ำตาซึม!‘ดร.อภิชาติ ดำดี’ร่ายบทกลอน ‘จากใจแม่’ว่าด้วยชุดนักเรียน

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 07.25 น.

อ่านแล้วน้ำตาซึม!‘ดร.อภิชาติ ดำดี’ร่ายบทกลอน ‘จากใจแม่’ว่าด้วยชุดนักเรียน

18 มิถุนายน 2566 ดร.อภิชาติ ดำดี นักพูด นักประพันธ์ชื่อดัง และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้…

#ชุดใดใดไม่ได้มีผลต่อประสิทธิภาพในการเรียน

#แต่ชุดนักเรียนช่วยลดความแตกต่างทางฐานะของผู้คนให้อยู่ร่วมกันได้ในสังคมเดียวกัน

จ า ก ใ จ แ ม่

๐ ขอตังค์แม่ไปโรงเรียนเพียรศึกษา

แต่ละบาทกว่าแม่หาเอามาได้

ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำทำเท่าใด

สู้สุดใจเพื่อให้ลูกปลูกปัญญา

๐ หิ้วปิ่นโตกับกระเป๋าใบเก่านั้น

มื้อกลางวันประหยัดไว้ไม่ซื้อหา

กับข้าวไม่เลิศล้ำธรรมดา

ตามประสาแม่ทำให้พอได้กิน

๐ ชุดนักเรียนนั้นเล่าเออเธอกับฉัน

ใส่เหมือนกันเก่าใหม่ไม่หยามหมิ่น

สวมเครื่องแบบฝึกไว้ให้เคยชิน

เมื่อขาดวิ่นแม่ซ่อมให้ไม่รีบซื้อ

๐ ลูกเอ๋ย…ไม่ได้ใส่ชุดไปรเวท

ก็ทำเกรดขึ้นได้มิใช่หรือ

เราก็มีหนึ่งสมองและสองมือ

เร่งฝึกปรือสร้างวินัยให้ชีวา

๐ ไม่มีชุดมากมายอย่างใครเขา

ชุดนักเรียนของเราก็เข้าท่า

ถ้ามานะหมั่นเพียรเรียนวิชา

ก็ก้าวหน้าแม้ชุดเราเก่ากว่าใคร…

อภิชาติ ดำดี 

16 มิ.ย. 2566

ปัดดื้อแพ่งโง่ๆ!‘หยก’เถียงโรงเรียนทุกเม็ด อ้างสิ่งที่ทำไม่ได้ฆ่าคนตาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738002

ปัดดื้อแพ่งโง่ๆ!‘หยก’เถียงโรงเรียนทุกเม็ด อ้างสิ่งที่ทำไม่ได้ฆ่าคนตาย

ปัดดื้อแพ่งโง่ๆ!‘หยก’เถียงโรงเรียนทุกเม็ด อ้างสิ่งที่ทำไม่ได้ฆ่าคนตาย

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.58 น.

ปัดดื้อแพ่งโง่ๆ!‘หยก’เถียงโรงเรียนทุกเม็ด อ้างสิ่งที่ทำไม่ได้ฆ่าคนตาย

18 มิถุนายน 2566 หลังจากที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ประกาศชัดเจนว่า “หยก” ไม่มีสภาพเป็นนักเรียนแล้วเพราะไม่ได้มอบตัวเข้าเรียนตามเงื่อนไข (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘รร.เตรียมพัฒน์’ออกประกาศฉบับที่ 2 ‘หยก’ไม่มีสภาพการเป็นนักเรียน)

ล่าสุด “หยก” โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กดังนี้

1. หนูไม่ได้เข้าเรียนตามเวลาที่ใจปรารถนา แต่ที่หนูเข้าห้องสายตอนนี้เพราะถูกกีดกันไม่ให้เข้าโรงเรียน มันยากลำบากมาก หนูเข้าคาบตามเวลาที่กำหนดตลอด คาบไหนออดดังแล้วก็รีบวิ่งขึ้นไปทันที

2. หนูไม่ได้เลือกเรียนเฉพาะวิชาที่ชอบ แต่หนูเห็นว่าวิชาจริยธรรม เป็นวิชาที่ไม่มีประโยชน์ หนูคิดว่าสอนกันมาแบบนี้ก็ไม่มีใครเป็นคนดีขึ้น จากการต้องฟังว่าเราต้องเป็นคนดี

3. หนูไม่ได้ต่อต้านทุกกิจกรรมของโรงเรียน เหมือนกับในคุกบ้านปรานีเช่นกัน หนูไม่ท่องอาขยานก่อนกินข้าว แต่ถ้าต้องทำความสะอาดตรงกลางหนูก็ทำ เรื่องไหว้ครู ต่างๆ หนูเห็นว่าไม่มีประโยชน์กับเยาวชนและนักเรียน

4.การกระทำนี้ ไม่ใช่หนูดื้อแพ่งโง่ๆ แต่หนูคิดว่า สิ่งที่ทำอยู่ในโรงเรียนในประเทศคือเรื่องไม่ปกติ เด็กหลายคนก็คงอยากแต่งตัวไปรเวทเหมือนกันแหละ แต่อาจจะถูกพ่อแม่ไม่ให้ สังคมไม่ให้ โครงสร้างที่กดทับ ถูกโรงเรียนกดทับ แล้วก็ไม่มีความสามารถที่จะเป็นเจ้าของร่างกายตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เริ่มมาตั้งแต่ในชั้นเป็นเด็กแล้วคุณจะคาดหวังว่าเราจะมีผู้ใหญ่ที่โตไปเป็นผู้พิพากษาหรือข้าราชการ หรือคนมีตำแหน่งแล้วให้เค้ากล้าหาญที่จะหักคำสั่งของเจ้านายในเรื่องที่ไม่ถูกไม่ควรได้ยังไงกันคะ

5. สังคมไทยก็ต้องเปลี่ยนตอนนี้ ถ้าไม่ใช่ตอนนี้แล้วจะเป็นตอนไหนคะ หนูพูดในฐานะที่ตัวเองเป็นเยาวชนเพราะเปลี่ยนเพื่อให้หนูได้อยู่ต่อให้เพื่อนๆทุกคนได้ไปต่อพร้อมกัน

การที่ผู้ใหญ่ชอบโลกแบบของผู้ใหญ่ก็คือเรื่องนึง แล้วพวกหนูในฐานะเด็กมีถ้าอยากเปลี่ยนแปลงเราต้องทำยังไง การร้องขอดีๆหลายสิบปีที่ผ่านก็ปรากฏชัดแล้วว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง

ในวันนี้ สิ่งที่หนูทำไม่ได้เป็นเรื่องฆ่าคนตาย เป็นการแสดงออกทางความคิดผ่านสัญญะ การแต่งตัวแบบนี้ไม่ได้ทำให้หนูเรียนไม่ได้ สิ่งที่ทำให้เรียนไม่ได้คือโรงเรียนและบุคลากร

เรื่องนี้เป็นบททดสอบของสังคมไทยทำให้เห็นว่า จะพิสูจน์อะไรอีก ถ้าตกลงแล้วสถานศึกษาหรือทัศนคติของสังคมไทย ว่าจะยังไง จะใช้วิธีปัดตกเขี่ยทิ้งกลบฝังคนที่อยากได้ความเปลี่ยนแปลงใช่ไหม

‘รร.เตรียมพัฒน์’ออกประกาศฉบับที่ 2 ‘หยก’ไม่มีสภาพการเป็นนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737990

'รร.เตรียมพัฒน์'ออกประกาศฉบับที่ 2 'หยก'ไม่มีสภาพการเป็นนักเรียน

‘รร.เตรียมพัฒน์’ออกประกาศฉบับที่ 2 ‘หยก’ไม่มีสภาพการเป็นนักเรียน

วันเสาร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.18 น.

ชัดเจน!!! ร.ร.เตรียมพัฒน์ ออกประกาศฉบับที่ 2  ยืนยัน”หยก”ไม่มีสภาพเป็นนักเรียน เนื่องจากไม่มอบตัวตามเงื่อนไข อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อความไม่ปลอดภัยในการดำเนินชีวิตของนักเรียน ครู บุคลากร และผู้ปกครอง รวมทั้งอาคารสถานที่และทรัพย์สินอื่นๆของโรงเรียน จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

17 มิ.ย.66 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ได้ออกประกาศฉบับที่ 2 ระบุว่า ตามที่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ได้ออกแถลงการณ์กรณีหยก ลงวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ต่อมาได้มีข่าวออกทางสื่อสังคมต่างๆ ว่าถูกโรงเรียนไล่ออกนั้น คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 6 สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ชมรมครูเก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ และสภานักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ขอแถลงการณ์ดังนี้

1.หยก ไม่มีสภาพการเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เนื่องจากการมอบตัวไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในการมอบตัวตามประกาศการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2566 ที่กำหนดให้นักเรียนทุกคนต้องมามอบตัวที่โรงเรียนพร้อมกับผู้ปกครอง (ผู้ปกครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2566) อันเป็นเงื่อนไขสำคัญตามระเบียบและแนวปฏิบัติในการมอบตัว ซึ่งนำมาใช้กับนักเรียนทุกคน ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ในวันที่ 10 มิถุนายน 2566 ระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (DATA MANAGEMENT CENTER : DMC ของกระทรวงศึกษาธิการ จึงไม่มีฐานข้อมูนักเรียนของหยก ในระบบตั้งแต่ต้น

2.สิทธิในการศึกษาต่อของหยก ยังมีหน่วยงานทางการศึกษาอื่นที่สามารถดูแลการเรียนต่อให้เหมาะสมตามความต้องการได้

3.จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อความไม่ปลอดภัยในการดำเนินชีวิตของนักเรียน ครู บุคลากร และผู้ปกครอง รวมทั้งอาคารสถานที่และทรัพย์สินอื่นๆของโรงเรียน จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด 

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯพวงมาลาพระราชทานวางหน้าโกศอัฐิ ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737908

'ในหลวง'โปรดเกล้าฯพวงมาลาพระราชทานวางหน้าโกศอัฐิ ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯพวงมาลาพระราชทานวางหน้าโกศอัฐิ ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม

วันเสาร์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.27 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ รองราชเลขาธิการ  เชิญพวงมาลาพระราชทานวางหน้าโกศอัฐิ ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

16 มิ.ย. 66 ที่ผ่านมา เมื่อเวลา 18 นาฬิกา ที่วัดธาตุทอง พระอารามหลวง กรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายอินทร์จันทร์ บุราพันธ์ รองราชเลขาธิการ เชิญพวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพวงมาลาของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินี วางหน้าโกศอัฐิ ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และที่ปรึกษากรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม และโปรดให้รองราชเลขาธิการ เชิญพวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทาน วางที่หน้าหน้าโกศอัฐิด้วย

จากนั้นเป็นพิธีสวดพระอภิธรรมอุทิศแด่ ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เป็นประธานในพิธี มีบุคลากรในแวดวงการแพทย์ สาธารณสุข และการสร้างเสริมสุขภาพ เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก อาทิ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.วิจารณ์ พานิช ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) นายกสภาสถาบันอาศรมศิลป์ และนายกสภาสถาบันพระบรมราชชนก นพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย ผู้เชี่ยวชาญในคณะที่ปรึกษาขององค์การอนามัยโลกด้านการป้องกันการบาดเจ็บ นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นพ.วีรพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ อดีตรองประธานกรรมการกองทุน สสส. คนที่ 2 ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม เป็นผู้มีคุณูปการต่อวงการสาธารณสุขและสุขภาพ เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และที่ปรึกษาคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และรองคณบดี คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ประธานคณะกรรมการเครือข่ายนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย อีกทั้งเป็นผู้จุดประกายกระแสการวิ่งเพื่อสุขภาพ เขียนหนังสือสร้างแรงบันดาลใจ “วิ่งสู่ชีวิตใหม่” (พ.ศ. 2539) จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน

‘สมเด็จพระสังฆราช’เสด็จเป็นองค์ปธ.พิธีรับประทานผ้าไตร โครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737817

'สมเด็จพระสังฆราช'เสด็จเป็นองค์ปธ.พิธีรับประทานผ้าไตร โครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป

‘สมเด็จพระสังฆราช’เสด็จเป็นองค์ปธ.พิธีรับประทานผ้าไตร โครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.27 น.

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีรับประทานผ้าไตรและขอประทานพระโอวาทในโครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป ถวายพระกุศล เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 26 มิถุนายน 2566

วันนี้ (16 มิ.ย. 66) เวลา 13.00 น.ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีรับประทานผ้าไตรและขอประทานพระโอวาทในโครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป ถวายพระกุศล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 26 มิถุนายน 2566 โดยมี นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กราบทูลถวายรายงาน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ผู้แทนส่วนราชการ และผู้เข้าร่วมโครงการอุปสมบท ฯ ร่วมพิธี

การนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานพระโอวาทความตอนหนึ่งว่า “การบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา นับเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ เพราะก่อนจะเข้ามาเป็นพระภิกษุในพระธรรมวินัย ผู้ขอบวชต้องตั้งจิตไว้ที่ “ศรัทธา” อันแน่วแน่มั่นคงต่อพระรัตนตรัย เล็งเห็นประโยชน์ของการสละบ้านเรือน ออกมาครองเพศบรรพชิต ผู้มีวิถีปฏิบัติในทางขัดเกลากิเลส จึงขอให้ทุกท่านทำความเข้าใจในเจตนารมณ์ของบรรพชาอุปสมบท ให้ถ่องแท้ กระทั่งซาบซึ้งแน่วแน่ถึงคุณประโยชน์ของการออกจากกาม ที่เรียกว่าการบำเพ็ญ “เนกขัมมะ” ว่าเป็นการปลดเปลื้องตนออกจากโลกียวิสัย ไปสู่การศึกษาขัดเกลาทางพระพุทธศาสนา อันจัดเป็นความดีอย่างแท้จริง สมด้วยพระพุทธอุทาน ในวันที่ทรงอธิษฐานเพศบรรพชิต ก่อนเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ว่า “สาธุ โข ปพฺพชฺชา” ซึ่งแปลว่า “การบวชดีนักแล” อาตมภาพได้ทราบว่าโครงการนี้จะได้จัดให้ท่านจะ “บวชเรียน” คือ บวชแล้วมีการศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย  ตลอดจนวิชาความรู้ต่าง ๆ ซึ่งช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนา เป็นเครื่องรับประกันว่า ท่านจะไม่เสียเวลาเปล่า หากแต่จะได้สติปัญญา เป็นสมบัติล้ำค่าประดับตนไว้ตลอดไป เพราะฉะนั้น ขอให้ผู้ขอบวชจงตั้งใจพากเพียรประพฤติตนอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ตลอดเวลาที่อยู่ในสมณเพศ ถึงแม้บวชอยู่เพียงชั่วระยะเวลาอันสั้น แต่บุญกุศลก็ย่อมบังเกิดขึ้นได้อย่างมหาศาล และนั่นย่อมเป็นของขวัญอันล้ำค่าสูงสุด ที่อาตมภาพขออนุโมทนาสาธุการอย่างจริงใจ

อนึ่ง เมื่อเวลา 08.30 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะผู้บริหาร พร้อมครอบครัวผู้ร่วมโครงการ ฯ ร่วมอนุโมทนาในพิธีปลงผมตามโครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป ถวายพระกุศล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 26 มิถุนายน 2566 ด้วยความปลาบปลื้มตื้นตันใจของผู้เข้าร่วมโครงการและครอบครัว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จัดโครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป ถวายพระกุศล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 26 มิถุนายน 2566 ขึ้นระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2566 มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 97 คน จากภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนภาคเอกชน นักศึกษา และประชาชน โดยกำหนดจัดพิธีบรรพชาอุปสมบท ในวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2566 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดบุรณศิริมาตยาราม และวัดพระยายัง โดยกำหนดลาสิกขา ในวันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม 2566

“สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชนมายุ 8 รอบ 96 พรรษา ในวันที่ 26 มิถุนายน 2566 ซึ่งเพื่อเป็นการฉลองพระเดชพระคุณที่ทรงมีต่อพระบวรพุทธศาสนา คณะสงฆ์ ประเทศชาติ และประชาชน ให้สมพระเกียรติ จึงเป็นที่มาของการจัดโครงการบรรพชาอุปสมบท 97 รูป ถวายพระกุศล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสมหามงคลดังกล่าว และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ได้มีส่วนร่วมในโครงการ รวมทั้งศึกษาพระธรรมวินัยและปฏิบัติสมณธรรม เรียนรู้หลักการตามพระพุทธศาสนา ในการนำมาใช้เป็นหลักประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน และการปฏิบัติงานอันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติสืบไป” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องในโอกาสสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชนมายุ 8 รอบ 96 พรรษา 26 มิถุนายน 2566 กระทรวงมหาดไทย ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน พุทธศาสนิกชน ตลอดจนภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ ได้ร่วมกันน้อมจิตน้อมใจปฏิบัติบูชา ด้วยการทำความดี เจริญด้วยศีล สมาธิ ปัญญา เข้าวัดทำบุญตักบาตรร่วมกับครอบครัว เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต ในฐานะเป็นพุทธศาสนิกชน เพื่อเป็นการร่วมกันน้อมถวายเป็นพระกุศล แด่เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช เนื่องในวาระอันเป็นมงคลดังกล่าว ตลอดเดือนมิถุนายน 2566 โดยพร้อมเพรียงกัน

– 006

ผู้แทน UN Thailand ชื่นชมสุดยอดหัตถศิลป์หัตถกรรมภูมิปัญญาไทย ในนิทรรศการ’สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737812

ผู้แทน UN Thailand ชื่นชมสุดยอดหัตถศิลป์หัตถกรรมภูมิปัญญาไทย ในนิทรรศการ'สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ'

ผู้แทน UN Thailand ชื่นชมสุดยอดหัตถศิลป์หัตถกรรมภูมิปัญญาไทย ในนิทรรศการ’สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ’

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.03 น.

ผู้แทน UN Thailand ชื่นชมสุดยอดหัตถศิลป์หัตถกรรมภูมิปัญญาไทย ในนิทรรศการ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” พร้อมเน้นย้ำ ร่วมขับเคลื่อนงานกับชาวมหาดไทยเพื่อส่งเสริมต่อยอดภูมิปัญญาไทยตามพระดำริฯ มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนตามเป้าหมาย SDGs

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566 ที่พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงขององค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย (United Nations Thailand) อาทิ นางอาร์มิดา ซัลเซียะฮ์ อาลิสจะฮ์บานา (Ms. Armida Salsiah Alisjahbana) เลขาธิการบริหารคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UN ESCAP) นางกีต้า ซับบระวาล (Ms. Gita Sabharwal) ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย Ms. Banashri Sinha ผู้เชี่ยวชาญประจำด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (UNFCCC) Mr. David Mclachlan-Karr ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานเพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDCO) ประจำภูมิภาค Ms. Siriluck Chiengwong หัวหน้าสำนักงานกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) Ms. Kyungsun Kim ผู้แทนกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) เป็นต้น เข้าชมนิทรรศการ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 โดยได้รับเกียรติจาก คุณรติรส จุลชาต ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บก.นิตยสารโว้กไทยแลนด์ นายศิริชัย ทหรานนท์ ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์เธียเตอร์ (THEATRE) นางประเสริฐสุข เพฑูรย์สิทธิชัย ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเยี่ยมชม โดยมี นางปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และคณะ ให้การต้อนรับและนำชม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สนองพระมหากรุณาธิคุณด้วยทรงมีพระปณิธานอันแน่วแน่ในการแบ่งเบาพระราชภาระในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชกรณีกิจในด้านการส่งเสริมงานหัตถศิลป์หัตถกรรมของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการปฏิบัติภารกิจงานด้านศิลปาชีพและดูแลการดำเนินงานของพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา ซึ่งได้ทรงนำความรู้ด้านผ้าและเครื่องแต่งกาย ตลอดจนประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมแฟชั่นมาพัฒนาการดำเนินงานของพิพิธภัณฑ์ผ้า ฯ รวมถึงการจัดทำนิทรรศการ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” (Decades of Style: The Royal Wardrobe of Her Majesty Queen Sirikit) ซึ่งเป็นนิทรรศการแรกในฐานะที่ทรงเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาและหัวหน้าภัณฑารักษ์ โดยทรงเอาพระทัยใส่รายละเอียดในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน ด้วยทรงพระดำริที่จะจัดนิทรรศการนี้ให้ออกมางดงามสมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงมากที่สุด

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำความรู้ด้านผ้าไทยและเครื่องแต่งกายจากฝีมือคนไทยที่ทรงมีความสนพระทัยตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์และทรงซึมซับจากการตามเสด็จฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปฏิบัติพระราชกรณียกิจในภูมิภาคต่าง ๆ กระทั่งทรงเข้าศึกษาในคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาต่อด้านแฟชั่นในต่างประเทศ โดยเมื่อทรงสำเร็จการศึกษา ก็ได้ทรงนำองค์ความรู้จากการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และทดลอง ตลอดจนประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมแฟชั่นมาส่งเสริมถ่ายทอดให้กับประชาชนคนไทยในถิ่นทุรกันดาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่างทอผ้าและผู้ประกอบการผ้าที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงพระราชทานพระราชดำริ “ขาดทุนคือกำไร” ทำให้เกิดการฟื้นคืนชีวิตช่างทอผ้าเมื่อ 50 ปีก่อนเกิดเป็นศูนย์ศิลปาชีพแห่งแรกที่บ้านนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม และนับเป็นความโชคดีของคนไทยที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมาต่อยอดพระราชกรณียกิจทั้งปวง โดยพระราชทานพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพื่อพัฒนาศักยภาพและแนวความคิดตลอดจนกรรมวิถีผลิตผืนผ้าของช่างทอผ้าทั่วประเทศไทยที่แต่เดิมมักจะคุ้นชินกับการถักทอผ้าตามลวดลายแบบดั้งเดิมของบรรพบุรุษที่ถ่ายทอดตกทอดมา ให้ได้มีการปรับเปลี่ยนขนาด ลวดลาย และเทคนิคต่าง ๆ รวมทั้งทรงส่งเสริมในด้านแฟชั่นแห่งความยั่งยืน (Sustainable Fashion) ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง ให้ประชาชนได้ปลูกพืชพันธุ์ต้นไม้ให้สี เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม” นายสุทธิพงษ์ ฯ กล่าว

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า นิทรรศการ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” (Decades of Style: The Royal Wardrobe of Her Majesty Queen Sirikit) จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 โดยเป็นการจัดแสดงบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจผ่านฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในช่วงเวลาต่าง ๆ ตามยุคสมัย ทำให้ได้เห็นถึงความงดงามของฉลองพระองค์ที่ล้วนออกแบบและตัดเย็บด้วยผ้าจากฝีมือของคนไทยเป็นส่วนใหญ่ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้นำการเผยแพร่ความงดงามของผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยพระองค์เองผ่านการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นำผลงานช่างฝีมือของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ฯ ไปจัดแสดงทุกครั้งที่เสด็จ ฯ เพื่อส่งเสริมให้ผ้าทอและงานศิลปหัตถกรรมไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระดำริและทรงทุ่มเทพระวรกายอย่างหนักในการรังสรรค์นิทรรศการนี้ให้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบและสมพระเกียรติ เพื่อสะท้อนถึงพระราชกรณียกิจอันใหญ่หลวงของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระวิริยอุตสาหะด้วยการทรงอุทิศพระองค์ในการส่งเสริมงานหัตถกรรมการทอผ้าพื้นเมืองเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยในทุกภูมิภาค ด้วยทรงเล็งเห็นว่าภูมิปัญญาเหล่านี้เป็นงานหัตถศิลป์หัตถกรรมที่ทรงคุณค่าของประเทศชาติที่ควรค่าแห่งการอนุรักษ์และสงวนรักษาไว้ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้เรียนรู้และสืบสานให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป โดยนำเสนอผ่านฉลองพระองค์ต่าง ๆ ตามยุคสมัย ซึ่งเป็นฉลองพระองค์ที่มีเอกลักษณ์ของผ้าทอท้องถิ่นไทย อาทิ การเสด็จ ฯ เยือนต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) ทรงเยือนทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศและทำให้ชาวต่างชาติรู้จักประเทศไทยมากขึ้นผ่านฉลองพระองค์ที่งดงามเหมาะสมกับโอกาสต่าง ๆ โดยทรงพระราชทานพระดำริให้ช่างตัดเย็บได้ตัดเย็บในรูปแบบสากลเพื่อให้เกียรติประเทศเจ้าภาพที่เสด็จ ฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฉลองพระองค์ที่ทรงในเวลากลางวันและใช้ผ้าโทนสีสุภาพ ต่อมาในปี 2513 (ค.ศ. 1970) พระองค์เสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยทรงสังเกตว่าหญิงชาวบ้านที่มารอเฝ้ารับเสด็จล้วนแต่งกายด้วยผ้าซิ่นผ้าทอพื้นเมืองสีสันสวยงาม จึงมีพระราชดำริว่าควรจะส่งเสริมให้ราษฎรทอผ้าไหมมัดหมี่ไว้เป็นอาชีพเสริมและได้มีพระราชเสาวนีย์ให้ชาวบ้านเริ่มทอผ้าส่งไปถวายโดยตรง ทรงรับซื้อไว้เองก่อน นำมาซึ่งพระราชดำริ “ขาดทุนคือกำไร” และในปี พ.ศ.2519 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อช่วยราษฎรในถิ่นทุรกันดารจากทุกภูมิภาคของไทยให้มีรายได้เสริมจากผ้าทอ รวมทั้งหัตถกรรมประเภทอื่น ๆ อีกด้วย และยังมีนิทรรศการในช่วงปี 1980 1990 และ 2000 สะท้อนถึงพระราชดำริด้านการส่งเสริมหัตถศิลป์หัตถกรรมตามยุคสมัยอันล้าค่าอีกเป็นจำนวนมาก โดยนิทรรศการที่ถือเป็นไฮไลต์ของการจัดแสดง คือ “สุวรรณพัสตรา” ที่สะท้อน “สีทอง” สีแห่งพลังอำนาจและความสำคัญตามความนิยมที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งได้จัดแสดงฉลองพระองค์ชุดไทยส่วนใหญ่ ที่จะเป็นสีทองและประดับด้วยวัสดุสีทอง และยังทรงนำผ้ายกทองจากลำพูนมาใช้ตัดเย็บฉลองพระองค์ชุดไทยในช่วงแรก และต่อมาทรงมีพระราชดำริให้ฟื้นฟูการทอผ้ายกทองจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเคยเป็นแหล่งผลิตผ้ายกทองให้ราชสำนักมาตั้งแต่โบราณ จนพัฒนาฝีมือสามารถทอผ้ายกทองเมืองนครได้อย่างงดงาม” ดร.วันดี ฯ กล่าวเพิ่มเติม

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ตลอดจนสถาบันการศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมเข้าใจชมนิทรรศการ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” ซึ่งเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ณ ห้องจัดแสดง 1-2 พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง ถึงเดือนเมษายน 2568

ด้าน นางกีต้า ซับบระวาล (Ms. Gita Sabharwal) ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวภายหลังการเข้าชมนิทรรศการ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” พร้อมคณะผู้แทนจากหน่วยงานยูเอ็น โดยได้ยกย่องความมุ่งมั่นและองค์ความรู้ด้านแฟชั่นที่ประยุกต์เข้ากับความงดงามของผืนผ้าฉลองพระองค์ที่เห็นได้ประจักษ์ชัดผ่านนิทรรศการอันทรงคุณค่านี้ แสดงให้คนไทยทั่วทั้งประเทศ และคนทั่วทั้งโลกได้รับรู้ได้โดยทันทีว่า ภูมิปัญญาอันล้ำค่าที่มีมาแต่ก่อนเก่าของบรรพบุรุษไทย โดยเฉพาะในงานหัตถศิลป์หัตถกรรม สามารถสร้างรายได้นำมาซึ่งการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (UN SDGs) อาทิ เป้าหมายที่ 1 : ขจัดความยากจนทกุรูปแบบในทุกพื้นที่ เป้าหมายที่ 3 : สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนในทุกวัย เป้าหมายที่ 8 : ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน เป้าหมายที่ 12 : สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 13 : ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น และเป้าหมายที่ 17 : เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นต้น โดยองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และข้าราชการทุกระดับทั่วทั้ง 76 จังหวัดที่ทำงานด้วยความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ตามพันธกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ตลอดมา เพื่อต่อยอดและนำองค์ความรู้เหล่านี้เสริมสร้างอาชีพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนคนไทยตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

– 006

วันนี้ปีนหน้าต่าง! ‘หยก’ป่วนไม่เลิก ใส่ชุดไปรเวทจะเข้าโรงเรียนให้ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737718

วันนี้ปีนหน้าต่าง! ‘หยก’ป่วนไม่เลิก ใส่ชุดไปรเวทจะเข้าโรงเรียนให้ได้

วันนี้ปีนหน้าต่าง! ‘หยก’ป่วนไม่เลิก ใส่ชุดไปรเวทจะเข้าโรงเรียนให้ได้

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 12.49 น.

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566 ความคืบหน้ากรณี “หยก” เยาวชนหญิงวัย 15 ปี จำเลยคดีมาตรา 112 นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านพัฒนาการ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าถูกโรงเรียนไล่ออกนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อ่านชัดๆ!โรงเรียนแถลงการณ์ปม‘หยก’ เปิดสาเหตุทำไมไร้สถานะนักเรียน)

ล่าสุดวันนี้ มีรายงานว่า “หยก” ได้กระโดดเข้าโรงเรียนทางหน้าต่าง หลังโรงเรียนปิดประตู โดยพยายามเข้าไปในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการด้วยชุดไปรเวท ซึ่งทางอาจารย์ได้บอกว่าจะแจ้งความข้อหาบุกรุก และขวางไว้ไม่ให้เข้า ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ “หยก” พยายามปีนรั้วเข้าไปเรียนภายในโรงเรียนมาแล้ว 2 วัน เนื่องจากทางโรงเรียนมีการปิดประตูรั้วโรงเรียนไม่ให้เข้า (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘หยก’ปีนอีก!โยง‘ชุดนักเรียน’คืออำนาจนิยม พร้อมคุยโรงเรียนหาทางออก)