มวยไทย มรดกภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ ความภาคภูมิใจของคนทั้งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708149

มวยไทย มรดกภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ ความภาคภูมิใจของคนทั้งชาติ

มวยไทย มรดกภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ ความภาคภูมิใจของคนทั้งชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“มวยไทย” เป็นศิลปะการต่อสู้และการป้องกันตัวของชนชาติไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากบรรพชนที่ได้รับการสืบทอดมาสู่ชนรุ่นปัจจุบัน มวยไทยได้ถือกำเนิดขึ้นมาเนิ่นนาน เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีลักษณะเฉพาะและเป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างแท้จริงและชัดเจน จนยากที่ชาติอื่นใดจะมาลอกเลียนแบบ หรือเคลมว่าเป็นของชาติตนได้

จุดกำเนิดของมวยไทย เท่าที่มีหลักฐานอ้างอิง เริ่มต้นการฝึกฝนจากบรรดาทหาร เนื่องจากในสมัยก่อนไทยมีการรบพุ่งและสู้รบกับข้าศึกบ่อยครั้ง และการต่อสู้ก็ใช้ดาบสองมือและมือเดียวเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นการรบที่ประชิดตัวมากเกินไป คู่ต่อสู้เข้าถึงตัวและเพลี่ยงพล้ำได้ง่าย ทหารไทยจึงคิดว่าควรมีการถีบและเตะคู่ต่อสู้เอาไว้เพื่อป้องกันตัว และพร้อมกันก็สามารถตอบโต้ทำให้คู่ต่อสู้เสียหลักและพ่ายแพ้ได้ ต่อมาก็ได้พัฒนาเป็นศิลปะการต่อสู้แสดงโชว์ในงานเทศกาลต่างๆ ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจชาวบ้าน พวกเขาจึงหันมาฝึกหัดมวยไทยกันมากขึ้น ดังนั้น วิชามวยไทยในสมัยนั้นจึงประกอบไปด้วยการฝึกฝนเพลงดาบและวิชามวยไทยไปพร้อมกัน เพื่อไปทำหน้าที่เป็นทหารรับใช้ชาติ แต่เมื่อพ้นจากหน้าศึกสงคราม ก็จะมาชกมวยเพื่อความสนุกสนาน ชกกันในงานเทศกาล เกิดมีการท้าทาย และมีการพนันขันต่อกันขึ้นตามมา

มวยไทยในสมัยอยุธยาตอนต้น ยังเป็นชกกันด้วยหมัดเปล่าๆ ยังไม่มีการคาดเชือก และคนไทยที่ทำชื่อเสียงให้กับไทยมากที่สุดในยุคนั้นคือ “นายขนมต้ม”ซึ่งได้ใช้วิชามวยไทยต่อสู้พม่าจนชนะขาดลอยถึง 10 คน นายขนมต้มจึงเปรียบเสมือนบิดาของวิชามวยไทย เพราะทำให้คนไทยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้นและชื่อเสียงด้านมวยไทยของคนไทยก็ได้เลื่องลือมาจนถึงปัจจุบัน

ในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา มวยไทยเป็นที่นิยมและฝึกกันอย่างกว้างขวาง พระมหากษัตริย์ที่มีฝีมือทางมวยไทยในขั้นยอดเยี่ยมคือพระเจ้าเสือ พระองค์ได้ปลอมตัวเป็นนักมวยกรุงศรีอยุธยา ชกเอาชนะนักมวยฝีมือดีจากเมืองวิเศษไชยชาญถึงสามคน ไม่เพียงเท่านั้น ครั้งยังเป็นขุนหลวงสรศักดิ์ ก็ได้ทรงนำศิลปะมวยไทยปกป้องราชอาณาจักรให้รอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของชาวต่างชาติ และจากการที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถด้านการชกมวย และมีหลักฐานว่า ทรงคิดท่าแม่ไม้ กลมวยไทยขึ้นมาเป็นแบบเฉพาะพระองค์ เรียกว่า “มวยไทยตำรับพระเจ้าเสือ” จึงได้รับการขนานพระนามว่าเป็น“พระบิดาแห่งมวยไทย”

ในสมัยอยุธยาตอนปลาย มวยไทยเริ่มชกแบบคาดเชือก โดยเชือกที่ใช้คาดมือตอนนั้น มีการใช้น้ำมันชุบเศษแก้วละเอียดด้วย ชกถูกตรงไหนก็เป็นแผลตรงนั้น มวยไทยในสมัยนั้นจึงค่อนข้างอันตราย จนกระทั่งสมัยรัตนโกสินทร์ ก็มีการจัดการแข่งขันชกมวยไทย และมีสังเวียนการต่อสู้อย่างจริงจัง เช่นที่ “สวนกุหลาบ”ที่ยังเป็นการชกแบบคาดเชือก “ท่าช้าง” ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อจากคาดเชือกมาเป็นสวมนวม “สวนสนุก” ที่ใช้นวมในการชก และ “หลักเมืองและสวนเจ้าเชษฐ์” การชกมวยที่ทหารสนับสนุน และยุติลงเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 จนมายุคปัจจุบันที่เรามีเวทีราชดำเนิน เวทีลุมพีนี และยังมีเวทีมวยที่เปิดการแข่งขันถาวรและชั่วคราวทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด มวยไทยได้รับการชื่นชอบและให้ความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก จนเกิดสมาคมมวยไทยและค่ายมวยต่างๆทั่วโลกเกิดขึ้นกว่า 10,000 ค่าย

มวยไทย คือ หนึ่งในมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมไทย ศิลปะป้องกันตัวและกีฬา ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติตั้งแต่ปี 2553 ในปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรม มีภารกิจสำคัญคือการผลักดันมวยไทยเข้าสู่การขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติต่อยูเนสโกให้ได้ เพื่อให้คนไทยและชาวโลกได้เห็นความสำคัญองค์ความรู้ด้านมวยไทย และเผยแพร่เกียรติภูมิไปทั่วโลก จึงอยากฝากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและคนไทยทุกคนได้ร่วมช่วยกันเสนอแนะและผลักดันมวยไทยให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกได้สำเร็จในเร็ววัน

“วันมวยไทย” 6 กุมภาพันธ์ กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดกิจกรรมอาทิ พิธีบวงสรวงสมเด็จพระเจ้าเสือ พิธีครอบครูมวยไทย พิธีไหว้ครูร่ายรำมวยไทยโดยครูมวยไทยและต่างชาตินักมวยและนักเรียนมวยไทย 668 คน การแสดงคีตะมวยไทย การแสดงศิลปะแม่ไม้-ลูกไม้มวยไทย เป็นต้น ส่วนภาคบ่ายเป็นการเสวนาหัวข้อ “มวยไทย :ที่มาและความสำคัญกับการขึ้นทะเบียนยูเนสโก” จัดที่ห้องประชุมอาคารเครื่องทองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้สนใจศิลปะมวยไทย ไม่ควรพลาดร่วมชมกิจกรรมที่น่าสนใจในวันมวยไทยดังกล่าว

ผอ.สพม.ตาก เยี่ยม รร.อุ้มผางวิทยาคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708156

ผอ.สพม.ตาก เยี่ยม รร.อุ้มผางวิทยาคม

ผอ.สพม.ตาก เยี่ยม รร.อุ้มผางวิทยาคม

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ส.ต.ต.ดร.นปดล นพเคราะห์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก พร้อมบุคลากรในสังกัด ลงพื้นที่โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม อ.อุ้มผาง จ.ตาก ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอน การจัดหลักสูตรท้องถิ่น “รักษ์ตาก” ที่สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่ การบริหารจัดการนักเรียนพักนอน และมอบนโยบายการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา อีกทั้งมอบเกียรติบัตรให้กับผู้บริหาร คณะครู นักเรียนที่ได้รับรางวัล ในการประกวดต่างๆ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับ คณะครูและนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล

‘ตรีนุช’เปิดประชุมองค์การฯและการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ครั้งที่ 31

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708277

'ตรีนุช'เปิดประชุมองค์การฯและการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ครั้งที่ 31

‘ตรีนุช’เปิดประชุมองค์การฯและการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ครั้งที่ 31

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 22.05 น.

“ตรีนุช”เปิดประชุมองค์การฯและการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ครั้งที่ 31 ระดับชาติ สร้างคนเก่ง คนดี มีความสุข

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ณ วิทยาลัยเทคนิคระยอง จังหวัดระยอง นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย ระดับชาติ ครั้งที่ 31 ประจำปีการศึกษา 2565 โดยมีนายอนันต์ นาคนิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวให้การต้อนรับ ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวรายงาน และมีผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา คณะกรรมการดำเนินงานองค์การนักวิชาชีพ ในอนาคตแห่งประเทศไทย สมาชิกองค์การนักวิชาชีพฯ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน

โดย นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ขอแสดงความยินดี กับสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลองค์การมาตรฐานดีเด่น และสมาชิกดีเด่นภายใต้โครงการนิเทศ รวมถึงคณะกรรมการทุกคนที่ได้มาร่วมงานประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) ระดับชาติ ครั้งที่ 31 ประจำปีการศึกษา 2565 ณ ที่แห่งนี้ ทุกคนคือผู้ที่ทำคุณประโยชน์ทางการอาชีวศึกษา ในการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ให้เกิดการพัฒนาศักยภาพบุคคล นำไปสู่เป้าหมายของการเป็นทุนมนุษย์ ที่พร้อมทั้งร่างกาย สติปัญญา และจิตใจ มีสมรรถนะการดำเนินชีวิต ให้มีทักษะอาชีพที่สำคัญและจำเป็น เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในโลกแห่งศตวรรษใหม่ จึงนับได้ว่าการจัดประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพฯ ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาความเป็นเลิศด้านอาชีวศึกษา เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพเทียบเท่าสากล และเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างนวัตกรรมทางการศึกษา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายและเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้ความสำคัญในการยกระดับวิชาชีพ ให้มีมาตรฐาน เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณธรรม จริยธรรม พัฒนาเรื่องการทำงานเป็นทีมและการอยู่ร่วมกัน พร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ เปิดกว้างทางความคิด พร้อมแสวงหาความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ทั้งให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง สถานศึกษา ชุมชน สังคม และประเทศชาติได้อย่างมีความสุข และขอให้สมาชิกองค์การนักวิชาชีพฯ ร่วมกันสรรสร้างให้องค์การนักวิชาชีพฯ ของ สอศ. ก้าวไกลสู่สากลในอนาคตต่อไป

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวว่า การประชุม อวท.ระดับชาติ ครั้งที่ 31 นี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2566 ณ จังหวัดระยอง เป็นนโยบายพัฒนาเยาวชนให้มีคุณภาพและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นผู้นำทางด้านวิชาชีพ สอดรับกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ในการยกระดับการจัดการศึกษา ส่งผลให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาเกิดประสบการณ์ เพิ่มทักษะสมรรถนะสูง และได้พัฒนาตนเอง โดยมีกิจกรรม 2 ส่วน ได้แก่ การประชุมวิชาการของสมาชิกองค์การนักวิชาชีพฯ และการแข่งขันทักษะวิชาชีพและทักษะพื้นฐาน และ สอศ.จัดให้มีการประเมินองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย และสมาชิกดีเด่นโครงการภายใต้การนิเทศ เพื่อมุ่งเน้นคุณธรรมนำวิชาชีพ สนับสนุนให้สมาชิกเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข ตลอดจนสร้างสรรค์ความสามารถในหมู่คณะ สามารถพัฒนากิจกรรมองค์การให้มีความเจริญก้าวหน้า เพื่อพัฒนามาตรฐานองค์การฯ ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน การจัดงานในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมงานจำนวน 2,500 คน จากสถานศึกษาสังกัด สอศ.รวม 431 แห่ง ทั่วประเทศ และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานประกอบการร่วมให้การสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ด้วย

“ทั้งนี้ มีสถานศึกษาที่ได้รางวัลการประเมินองค์การมาตรฐานดีเด่น รางวัลชนะเลิศระดับเหรียญทอง ประเภทสถานศึกษาขนาดเล็ก ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคเขาวง ประเภทสถานศึกษาขนาดกลาง ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด และประเภทสถานศึกษาขนาดใหญ่ ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช และการประเมินสมาชิกดีเด่นโครงการภายใต้การนิเทศ รางวัลชนะเลิศ ระดับ ปวช. ประเภทสถานศึกษาขนาดเล็ก ได้แก่ นางสาววัณภา นารากร วิทยาลัยการอาชีพพนมทวน ประเภทสถานศึกษาขนาดกลาง ได้แก่ นายอนุศิษฐ์ ท่าพิมาย วิทยาลัยเทคนิคคูเมือง และประเภทสถานศึกษาขนาดใหญ่ ได้แก่ นางสาวณัฐธิดา ดีนิน วิทยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม ระดับ ปวส. ประเภทสถานศึกษาขนาดเล็ก ได้แก่ นางสาวกัลยารัตน์  สุยะเรือน วิทยาลัยการอาชีพเถิน ประเภทสถานศึกษาขนาดกลาง ได้แก่ นายธนกร แซ่ลิ้ม วิทยาลัยเทคนิคสตูล และประเภทสถานศึกษาขนาดใหญ่ ได้แก่ นายธนนันท์ ตันใจ วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง และให้สมาชิก อวท. ทุกคน ได้นำความรู้ความสามารถให้เกิดประโยชน์ ทั้งต่อตนเอง และประเทศชาติ อย่างเหมาะสมและสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบูรณาการวิชาชีพให้ก้าวสู่สากล และส่งเสริมภาพลักษณ์ของการจัดการอาชีวศึกษา โดยใช้กิจกรรม อวท.ในการขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และมีประโยชน์ ได้อย่างยั่งยืน” เลขาธิการ กอซ.กล่าวปิดท้าย

– 006

ไขลาน‘พศ.’!อนุชาจี้ขจัดเรื่อง‘ฉาว’ออกจากศาสนา ขีดเส้น 1 เดือนเห็นผล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708092

ไขลาน‘พศ.’!อนุชาจี้ขจัดเรื่อง‘ฉาว’ออกจากศาสนา ขีดเส้น 1 เดือนเห็นผล

ไขลาน‘พศ.’!อนุชาจี้ขจัดเรื่อง‘ฉาว’ออกจากศาสนา ขีดเส้น 1 เดือนเห็นผล

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.59 น.

‘อนุชา’นั่งหัวโต๊ะมอบนโยบายคุ้มครองพระพุทธศาสนา สั่งทำงานเชิงรุก เน้นย้ำข่าวฉาววงการสงฆ์ต้องขจัดเรื่องไม่ดีออกจากศาสนา

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์ 2566) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 108 สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ทําเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อติดตามการขับเคลื่อนภารกิจของสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยมี นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายธัชชญาณ์ณัช เจียรธนัทกานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอินทพร จั่นเอี่ยม รองผู้อำนวยการ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คณะผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมประชุมผ่านการประชุมออนไลน์

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยจากกรณีที่มีการนําเสนอข่าวพระพุทธศาสนาเชิงลบผ่านสื่อ ไม่ว่าจะเป็นทางโทรทัศน์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งในกรณีต่าง ๆ เหล่านี้ บางกรณีก็มีความผิดด้านพระธรรมวินัยที่ร้ายแรง หรือบางกรณีอาจจะผิดวินัยสงฆ์เพียงเล็กน้อย แต่สังคมโดยรวมไม่สามารถยอมรับได้ แม้ที่ผ่านมา มหาเถรสมาคมได้มีการควบคุมและป้องปรามพระภิกษุสามเณรเหล่านี้ให้ประพฤติตนอยู่ในหลักคําสอนของพระธรรมวินัย รวมถึงสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ประสานงานกับเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์อย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบ และถวายคําแนะนําพระภิกษุสามเณร ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ระเบียบ คําสั่ง ประกาศ และมติมหาเถรสมาคม แต่ก็ยังปรากฏการกระทําที่ละเมิดต่อพระธรรมวินัยอย่างต่อเนื่อง

“ตนในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้กำชับให้คณะผู้บริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่มีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศทำงานเชิงรุก โดยเร่งติดตาม สอดส่องกรณีที่มีเหตุการณ์สร้างความเสื่อมเสียในทางพระพุทธศาสนา และให้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ที่มีความใกล้ชิดชุมชน อาทิ อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและเร่งแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยเร็ว ตั้งเป้าภายใน 1 เดือน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะสามารถสร้างพลังศรัทธาของชาวพุทธกลับมา และช่วยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นเสาหลักของชาติให้คงอยู่สืบไป” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

สำนักพระราชวังปิดลงนามถวายพระพร ‘พระองค์ภา’ที่ รพ.จุฬาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707958

สำนักพระราชวังปิดลงนามถวายพระพร 'พระองค์ภา'ที่ รพ.จุฬาฯ

สำนักพระราชวังปิดลงนามถวายพระพร ‘พระองค์ภา’ที่ รพ.จุฬาฯ

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.07 น.

สนว.ปิดลงนามถวายพระพร “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” ที่ รพ.จุฬาฯ ประชาชนยังคงลงนามถวายพระพรผ่านระบบออนไลน์ได้ทุกวัน

ตามที่สำนักพระราชวัง ได้ออกแถลงการ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงการณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 โดยสำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพรเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2565  ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และปิดให้ลงนามถวายพระพรในวันที่  31 ม.ค. 2566 รวมการลงนามถวายพระพรเป็นระยะเวลา 47 วัน 

ทั้งนี้ ประชาชนยังสามารถลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ทุกวันผ่านทางระบบออนไลน์ที่ เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์  https://wellwishes.royaloffice.th

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการลงนามถวายพระพรของวันที่ 31 ม.ค.2566 ได้มีประชาชน และคณะบุคคลจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ ผู้นำท้องถิ่น พระสงฆ์ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน นักศึกษาต่างพร้อมใจกันนำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่าง ๆมาทูลเกล้าถวายหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรง มีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ  นายพอลล์ กาญจนพาสส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด  (มหาชน) อิมแพ็คเมืองทองธานี และบริษัทในเครือ,  พล.อ.ต. ศรสิต กีรติพล เจ้ากรมพลาธิการทหารอากาศ,  คณะศิษย์ศรัทธาหลวงพ่อพระอาจารย์อารยวังโส ประธานสงฆ์วัดป่าอารยวังสาราม บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา, ผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนเทศบาล วัดราษฎร์นิยมธรรม จ.ชลบุรี, โรงเรียนสมปองวิทยานุสรณ์ จ.นครราชสีมา, โรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์สายลม กรุงเทพฯ, มูลนิธิมุขลินท์ นาคราช,  สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัดนวลนรดิศ, ชมรมอารักษ์พิทักษ์จักรีวงศ์(อส.รักษาวัง) กองพลที่ 1 รักษาพระองค์, สมาคมผู้บริหารสถานศึกษา อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย

นายจิตรนรา นวรัตน์ อัยการอาวุโส พร้อมคณะ, นางเอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ ,  คณะผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท สหฟาร์ม จำกัด และบริษัทในเครือ , พล.อ.ต.ณัฏฐอรรจน์ ถวิลหวัง  นายกสมาคมมิตรภาพไทย-ลาว, น.ส.มานิดา ภู่เจริญ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ, สำนักงาน กศน. อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์, สโมสรโรตารี ราษฎร์บูรณะ และชมรมผู้สูงอายุราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ, บริษัทดราก้อน เวิลด์ พลัส จำกัด,  คณะไทยอาสาป้องกันชาติ, ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร  นักเรียนและผู้ปกครอง โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน จ.สมุทรปราการ, จิตอาสา จังหวัดกาญจนบุรี, สมาคมพยาบาลโรคไตแห่งประเทศไทย, นางยุพิน พิมศร ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอี่ยมละออ พร้อมผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากร, เทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นต้น

ทั้งนี้ ประชาชนยังสามารถลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผ่านทางระบบออนไลน์ที่ เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์  https://wellwishes.royaloffice.th ได้ทุกวัน
 

‘ครูบาไก่’เบี้ยวชี้แจง อนุกมธ.ศาสนาฯ อ้างติดภารกิจ ชี้แม้ปลงอาบัติแล้ว แต่หลักฐานยังชัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707865

'ครูบาไก่'เบี้ยวชี้แจง อนุกมธ.ศาสนาฯ อ้างติดภารกิจ ชี้แม้ปลงอาบัติแล้ว แต่หลักฐานยังชัด

‘ครูบาไก่’เบี้ยวชี้แจง อนุกมธ.ศาสนาฯ อ้างติดภารกิจ ชี้แม้ปลงอาบัติแล้ว แต่หลักฐานยังชัด

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.25 น.

“ครูบาไก่” เบี้ยวชี้แจง “อนุกมธ.ศาสนาฯ” พรุ่งนี้ อ้างติดภารกิจ “ส.ส.เพชรวรรต” เผยไร้ปัญหา เดินหน้าพิจารณาต่อได้ เชิญหน่วยงานเกี่ยวข้อง พ.ศ.-ตร. จากมัญจาคีรี ชี้ แม้ปลงอาบัติแล้ว แต่หลักฐานยังชัด กระตุก “เป็นพระต้องมีวินัย จะทำอะไรมันไม่เหมือนชาวบ้าน”

วันที่ 31 มกราคม 2566 นายเพชรวรรต  วัฒนพงศศิริกุล ส.ส.พรรคเพื่อชาติ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีครูบาไก่ หลังจากถูกอดีตโยมอุปัฎฐาก และอดีตลูกศิษย์ออกมาแฉพฤติกรรมไม่เหมาะสม ว่าพรุ่งนี้ (1 ก.พ.66) จะมีการประชุมอนุกรรมมาธิการการศาสนา ซึ่งเป็นคณะย่อยในกรรมาธิการการศาสนาฯ โดยมีการเชิญครูบาไก่ / สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น / นายอำเภอมัญจาคีรี / ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรมัญจาคีรี / เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น รวมไปถึงผู้ร้อง มาชี้แจงต่อที่ประชุม เบื้องต้น ทราบจากสำนักเลขาธิการสภาฯ ว่า ครูบาไก่ได้ส่งทนายความส่วนตัวแจ้งว่าติดภารกิจ ไม่สามารถเข้าชี้แจงได้ แต่ตนขอยืนยันว่าแม้ครูบาไก่และทนายจะไม่เข้ามาชี้แจง ก็ไม่มีผลต่อการพิจารณา 

“ก็เราเชิญมาแล้ว ก็พิจารณาไปเลย ในเมื่อคุณตัดสินไม่มาเอง จะให้ทำอย่างไร เห็นทางทางสภาฯ บอกว่า ทนายเขาติดภารกิจ มาไม่ได้ แต่ไม่เป็นไร เราออกหนังสือเชิญตามมาตรฐาน ถ้ามาหรือไม่มาก็ต้องพิจารณากันทั้งนั้น” นายเพชรวรรตกล่าว

นายเพชรวรรต กล่าวต่อว่า ตนยังไม่ทราบว่ามีหน่วยงานใดตอบรับว่าจะมาชี้แจงบ้าง เนื่องจากติดลงพื้นที่ ถึงยังไม่ได้ตรวจสอบกับทางสภาฯ คาดว่าทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะสำนักพระพุทธศาสนาจะมาชี้แจง เพราะที่ผ่านมาก็มีตัวแทนมาชี้แจงตลอด

เมื่อถามว่าเมื่อวานนี้ ครูบาไก่ ได้ปลงอาบัติต่อหน้าพระอุปัชฌาย์ พระผู้ปกครองคณะสงฆ์มัญจาคีรี เพื่อให้ตักเตือนและกล่าวโทษตามข้อพระวินัยแล้ว แต่อาจจะไม่ได้สึกออกมา มองอย่างไรบ้าง นายเพชรวรรต กล่าวว่า สึกหรือไม่สึกไม่ได้สนใจ แต่หากหลักฐานชัดเจน ตนตั้งคำถามว่าเหมาะสมกับสมณสารูปหรือไม่ ซึ่งเราต้องให้ฝ่ายสงฆ์เป็นผู้พิจารณาว่าสมควรหรือไม่ 

“จะมาอ้างอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นพระ ทำอะไรที่ผิดปกติ มันไม่เหมือนชาวบ้าน เขามีระเบียบวินัย มีพระวินัยอยู่ จะไปทำเหมือนชาวบ้าน อ้างนู่นอ้างนี่ไม่ได้นะ พระเขามีวินัยของเขาอยู่ สำคัญสุด ไม่เหมือนชาวบ้าน ชาวบ้านทำอะไรได้หมดตามกฎหมายให้” นายเพชรวรรตกล่าว

นายเพชรวรรต ย้ำว่า พระสงฆ์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของสงฆ์ ซึ่งอยู่ในกรอบของกฎหมายบ้านเมืองและพระวินัย เพราะเหตุนี้ พระสงฆ์ถึงเป็นบุคคลพิเศษกว่าคนอื่น

“อย่างเมื่อก่อนมีการรณรงค์กันว่าให้พระมีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่พระวินัยไม่ให้ มันไม่เหมือนชาวบ้าน ถ้าหากอยากเลือกตั้ง อยากไปนอนกับผู้หญิงผู้ชายมันเกินไป” นายเพชรวรรตกล่าว

เจ้าอาวาสเชิญ ‘พระฉาว’ ถูกสาวขายบริการหลอกโอนเงิน ออกจากวัดแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707799

เจ้าอาวาสเชิญ ‘พระฉาว’ ถูกสาวขายบริการหลอกโอนเงิน ออกจากวัดแล้ว

เจ้าอาวาสเชิญ ‘พระฉาว’ ถูกสาวขายบริการหลอกโอนเงิน ออกจากวัดแล้ว

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.31 น.

วันที่ 31 มกราคม 2566 จากกรณีเพจ ‘อีซ้อขยี้ข่าว 2’ โพสต์ภาพ สลิปการโอนเงิน 3 หมื่นบาท ของพระสงฆ์รูปหนึ่ง ให้กับ น.ส.น้ำฝน พร้อมข้อความระบุว่า “พระมหาร้องทุกข์ จะซื้อบริการทางเพศกับสาวสวยโดยให้มาหาที่กุฎิ สุดท้ายโอนเงินไปพร้อมค่ารถถูกสาวซิ่งไม่มาตามนัดเชิดเงิน 30,000 หนีลอยนวล..เอิ่มมมมม” 

ล่าสุดมีรายงานว่า  หลังจากที่เจ้าอาวาสทราบข่าวว่าพระมหารูปนี้ ทำให้วงการศาสนาเสื่อมเสีย แม้จะยังไม่ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ผิดกฎของวัด เจ้าอาวาสได้เชิญให้ออกไปจากวัด ไม่ว่าจะผิดหรือถูก แต่ไม่สามารถกลับมาที่นี่ได้อีกแล้ว เนื่องจากการกระทำดังกล่าวทำให้เสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนาไปแล้ว

ทั้งนี้ เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งย่านหัวลำ เผยอีกว่า  พระรูปนี้ ซึ่งมาจำวัดที่นี่ได้ 5-6 ปีแล้ว เป็นพระมหาที่เรียนเก่ง เรียนดี ถึงขั้นเปรียญ 7 เป็นถึงอาจารย์สอนประโยค ป.ธ.5 (เปรียญ 5)

ขอบคุณข้อมูล : สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว 

ยอมรับผิด! ‘ครูบาไก่’กราบขอขมา ปลงอาบัติ ปมสรงน้ำในลำธาร-นั่งเจ็ตส-บาบาน่าโบ๊ท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707797

ยอมรับผิด!  'ครูบาไก่'กราบขอขมา ปลงอาบัติ ปมสรงน้ำในลำธาร-นั่งเจ็ตส-บาบาน่าโบ๊ท

ยอมรับผิด! ‘ครูบาไก่’กราบขอขมา ปลงอาบัติ ปมสรงน้ำในลำธาร-นั่งเจ็ตส-บาบาน่าโบ๊ท

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.04 น.

วันที่ 31 มกราคม 2566 จากกรณีดรามา “ครูบาไก่” ถูกอดีตโยมอุปัฎฐาก และอดีตลูกศิษย์ออกมาแฉพฤติกรรมไม่เหมาะสม ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก “ครูบาไก่ วัดป่าปฐม” โพสต์ภาพ พร้อมข้อความว่า

กราบขอขมา รับผิดข้อวินัยอาบัติ เรื่องสรงน้ำในลำธาร และนั่งเรือ ข้าพเจ้าขอน้อมรับผิดต่อหน้าพระอุปัชฌาย์ พระผู้ปกครองคณะสงฆ์มัญจาคีรี เพื่อให้ตักเตือนและกล่าวโทษตามข้อพระวินัย ต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะไม่ทำขึ้นอีก ให้ชาวโลกได้ติเตือน ข้าพเจ้าขอน้อมรับอาบัติปาจิตตีย์ ขอแสดงอาบัติ และให้สั่งสอนตามความเหมาะสม ด้วยความเคารพพ่อแม่ครูอาจารย์

ลงชื่อพระสุวิทย์ ชินวโร

วันที่ 30 มกราคม 2566 เวลา 15.00 น.

ต่อมาได้โพสต์คำบรรยายเพิ่ม ระบุว่า “ลูกทำผิด ก็ขอโทษ ต่อพ่อแม่ ที่ทำให้พ่อแม่เดือดร้อนไปหมด ด้วยความไม่ระวังสำรวมกาย ทำให้คนอื่นได้นำไปวิพากษ์วิจารณ์ ต่างๆนาๆ 

จากนั้นยังโพสต์คลิปพร้อมข้อความ ระบุ“กล่าวอธิกรณ์ข้อผิดพระธรรมวินัย ไม่ถึงขั้นสึก แต่มีการติเตือนไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ร่วมหาแนวทางป้องกันล่วงละเมิดในรั้วโรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707667

ร่วมหาแนวทางป้องกันล่วงละเมิดในรั้วโรงเรียน

ร่วมหาแนวทางป้องกันล่วงละเมิดในรั้วโรงเรียน

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) ต้อนรับ นางสาวศิริพร ไชยสุต นายกสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เข้าหารือเพื่อหาแนวทางในการป้องกันและแก้ปัญหาเด็ก และเยาวชนจากภัยของสื่อออนไลน์ ซึ่งจะนำไปสู่การล่วงละเมิดในรั้วโรงเรียน ณ กระทรวงศึกษาธิการ

ป้องกันอุบัตภัยในสถานศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707666

ป้องกันอุบัตภัยในสถานศึกษา

ป้องกันอุบัตภัยในสถานศึกษา

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายกฤษณธรรม ถาพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านใหม่เจริญผลพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย (สพม.สุโขทัย) นำนักเรียนเข้าอบรมการป้องกันอุบัติภัยในสถานศึกษา โดยมี นายวิศิษฐ์ เบญจพิทักษ์กุล ปลัดจังหวัดสุโขทัย นำคณะวิทยากรมาให้ความรู้กับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้เบื้องต้น และมีทักษะในการป้องกันอุบัติภัยในชีวิตประจำวัน ณ โรงเรียนบ้านใหม่เจริญผลพิทยาคม