คุณหญิงกัลยา สืบสานพระราชปณิธาน น้อมนำศาสตร์พระราชา มุ่งพัฒนาประเทศชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696288

คุณหญิงกัลยา สืบสานพระราชปณิธาน น้อมนำศาสตร์พระราชา มุ่งพัฒนาประเทศชาติ

คุณหญิงกัลยา สืบสานพระราชปณิธาน น้อมนำศาสตร์พระราชา มุ่งพัฒนาประเทศชาติ

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเกี่ยวข้าวโครงการศาสตร์พระราชาเศรษฐกิจพอเพียง และพิธีถวายพระพรชัยมงคล ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ณ โรงเรียนบ้านสำราญอำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น โดยมี นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, นายสุภชัย จันปุ่ม ศึกษาธิการภาค 12, บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และประชาชน เข้าร่วมงานด้วย

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นผู้วางรากฐานศาสตร์พระราชาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรม ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติ บำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อทำนุบำรุงอาณาประชาราษฎร์ สร้างความผาสุก ร่มเย็นให้แก่ชาติบ้านเมือง ทรงเป็นพ่อของแผ่นดินที่พระราชทาน ความรัก ความเอื้ออาทรห่วงใยแก่ราษฎรโดยถ้วนหน้า เมล็ดพันธุ์การพัฒนาในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายพันโครงการ ยังคงเจริญงอกงาม ผลิดอกออกผลทั่วสารทิศ หล่อเลี้ยงทุกชีวิตทุกสรรพสิ่งบนผืนแผ่นดินไทย หลักในการดำเนินชีวิต ทั้งปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสที่พระราชทานในโอกาสต่างๆ ได้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้ทุกฝ่ายยึดถือปฏิบัติ ทั้งเป็นแนวทางสำคัญที่เป็นภูมิคุ้มกันให้พสกนิกรสามารถ ดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมโลก ยุคปัจจุบัน

พร้อมกันนี้ ดร.คุณหญิงกัลยา ได้เกี่ยวข้าวพันธุ์ทับทิมชุมแพ ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ดีมีคุณภาพ ได้รับการรับรอง และทำการวิจัยมาแล้วจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่ามีปริมาณคุณค่าสารอาหารสูงกว่าข้าวพันธุ์อื่นๆ บริเวณแปลงนาสาธิตโรงเรียนบ้านสำราญ ซึ่งเป็นโครงการทดลองนำร่อง สำหรับเป็นอาหารกลางวันของนักเรียน และคณะครูและหากได้ผลดีก็จะขยายพันธุ์ไปยังชุมชนอื่นต่อไป

ให้บริการด้านทันตสุขภาพ นักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696293

ให้บริการด้านทันตสุขภาพ นักเรียน

ให้บริการด้านทันตสุขภาพ นักเรียน

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ม.ร.ว.จิยากร อาภากร เสสะเวช (ที่ 6 จากซ้าย) กรรมการอำนวยการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย และ นางสาวกิตติวรรณ อนุเวชสกุล (ที่ 7 จากซ้าย)รองประธานกรรมการ มูลนิธิ แมค แฮปปี้ แฟมิลี่ พร้อมด้วยนายไกรสร กองฉลาด (ที่ 5 จากซ้าย)  ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นาวาอากาศเอกสุวัฒน์ จตุรงค์พลาธิปัต (ที่ 8 จากซ้าย) ผู้แทนกองทัพอากาศ มาร่วมให้กำลังใจแก่คณะทำงาน หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่โครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” ที่ออกให้บริการด้านทันตสุขภาพ นักเรียน 700 คน และตรวจร่างกายและจ่ายยา ตัดผม แจกแว่นสายตาสำหรับผู้สูงวัย พร้อมอาหาร เครื่องดื่มและรางวัลจากพันธมิตรผู้ให้การสนับสนุนโครงการ ณ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

ม.อ. ผนึกกำลังคณะแพทย์ 4 สถาบัน ยกระดับธนาคารชีวภาพสู่มาตรฐานสากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696291

ม.อ. ผนึกกำลังคณะแพทย์ 4 สถาบัน  ยกระดับธนาคารชีวภาพสู่มาตรฐานสากล

ม.อ. ผนึกกำลังคณะแพทย์ 4 สถาบัน ยกระดับธนาคารชีวภาพสู่มาตรฐานสากล

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.นพ.เรืองศักดิ์ ลีธนาภรณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่าคณะแพทย์ 4 สถาบัน ประกอบด้วยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมวางวิสัยทัศน์ธนาคารชีวภาพ แหล่งจัดเก็บตัวอย่างทางชีวภาพจากผู้ป่วยสู่การเป็นแหล่งชีวทรัพยากรที่สนับสนุนให้เกิดการวิจัยเชิงลึก รวมทั้งเป็นคลังข้อมูลความรู้ทางชีวภาพที่สร้างความเข้าใจต่อโรคต่างๆ ตลอดจนนำไปสู่การศึกษาเชิงลึกถึงกลไกของโรค และต่อยอดถึงการพัฒนาวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคที่รวดเร็ว แม่นยำ ตลอดจนนำไปสู่การพัฒนาวัคซีนและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม และการรักษาผู้ป่วยแบบแม่นยำ (precision medicine)

คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. เดินหน้าขับเคลื่อนธนาคารชีวภาพซึ่งเป็นคลังสำหรับจัดเก็บตัวอย่างทางชีวภาพ มาตั้งแต่ปี 2559 สู่การยกระดับจัดเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อและเลือดเพื่องานวิจัยอย่างเป็นระบบ และมีมาตรฐานถูกต้องตามหลักจริยธรรมการวิจัย เพื่อสนับสนุนให้เกิดการศึกษาวิจัยเชิงลึกทางอณูชีววิทยา โดยการทำงานร่วมกันระหว่างอาจารย์แพทย์ทางคลินิกและนักวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงงานวิจัยบูรณาการเทคโนโลยีและองค์ความรู้วิทยาศาสตร์สุขภาพ คลินิก และชีวสารสนเทศ (Bioinformatics) ทางการแพทย์สู่การใช้งานจริงอย่างครบวงจร และได้วางเป้าหมายผลักดันยกระดับสู่ความเป็นศูนย์กลางการทดสอบที่เป็นเลิศในด้านการรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหายาก (Rare disease)และโรคทางพันธุกรรม (Geneticdisorders) เป็นต้น ปัจจุบันมีการจัดเก็บชิ้นเนื้อมะเร็งหลากหลายชนิดในธนาคารชีวภาพมากกว่า 7,000 ตัวอย่าง โดยมีทีมอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 2,000 ราย และมีการนำตัวอย่างไปใช้เพื่อการวิจัยทางด้านการแพทย์แล้วหลายโครงการ

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.สุรศักดิ์ สังขทัต ณ อยุธยา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารชีวภาพ จัดตั้งขึ้นภายใต้สถาบันที่เป็นโรงเรียนแพทย์หลากหลายสถาบันในประเทศไทย การสร้างเครือข่ายความร่วมมือธนาคารชีวภาพในประเทศไทยระหว่าง 4 สถาบันเป็นพันธกิจสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)ด้านธนาคารชีวภาพ ยกระดับมาตรฐานธนาคารชีวภาพในประเทศไทย ผลักดันให้ธนาคารชีวภาพในเครือข่ายได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 20387 : 2018 Biotechnology-Biobanking-General requirements for biobankingเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการทดสอบและรับรองคุณภาพตามมาตรฐานสากลในระดับประเทศและนานาชาติต่อไป

‘สุวัจน์’เปิดงานดนตรีในสวนรวมใจชาวโคราช เทิดพระเกียรติ’ร่วมร้อยใจภักดิ์ ส่งความรัก ถึงคนบนฟ้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696387

'สุวัจน์'เปิดงานดนตรีในสวนรวมใจชาวโคราช เทิดพระเกียรติ'ร่วมร้อยใจภักดิ์ ส่งความรัก ถึงคนบนฟ้า'

‘สุวัจน์’เปิดงานดนตรีในสวนรวมใจชาวโคราช เทิดพระเกียรติ’ร่วมร้อยใจภักดิ์ ส่งความรัก ถึงคนบนฟ้า’

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 22.10 น.

“สุวัจน์”ประธานเปิดงานดนตรีในสวนรวมใจชาวโคราช เทิดพระเกียรติ”ร่วมร้อยใจภักดิ์ ส่งความรัก ถึงคนบนฟ้า” เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ และวันพ่อแห่งชาติ

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 5 ธันวาคม 2565 ที่ จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานดนตรีในสวน เทิดพระเกียรติ “ร่วมร้อยใจภักดิ์ ส่งความรัก ถึงคนบนฟ้า” เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี โดยมี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ผู้อำนวยการศูนย์ตนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน นายศุภภิมิตร เปาริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา คณะผู้บริหารเทศบาลนครฯ ข้าราชการ ภาคเอกชน พร้อมพี่น้องประชาชนชาวโคราช

นายสุวัจน์ กล่าวว่า เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เทศบาลนครนครราชสีมาร่วมกับหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชนจังหวัดนครราชสีมา จึงได้ร่วมกันจัดงานดนตรีในสวน เทิดพระเกียรติ “ร้อยใจภักดิ์ ส่งความรักถึง คนบนฟ้า” และกิจกรรมด้านศิลปะขึ้นในวันนี้

“พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านดนตรีได้รับการถวายพระราชสมัญญา “อัครศิลปิน” ทรงพระราชนิพนธ์เพลงไว้ทั้งหมด 48 บทเพลงพระราชนิพนธ์เริ่มจากเพลงแรกคือ เพลงแสงเทียน เมื่อปี พ.ศ.2489 และเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2507 คราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐออสเตรียอย่างเป็นทางการมีการแสดงดนตรี ณ คอนเสิร์ตฮอลล์ กรุงเวียนนา วงดุริยางค์ซิมโฟนี ออเคสตร้า แห่งกรุงเวียนนาได้อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์คือ เพลงมโนราห์ สายฝน ยามเย็น มาร์ชราชนาวิกโยธิน และมาร์ราชวัลลภ ไปบรรเลง รัฐบาลออสเตรียออกกาศการบรรเลง และข่าวนี้ทางวิทยุไปทั่วประเทศต่อมาวันที่ 5 ต.ค.2507 สถาบันดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนาได้ทูลเกล้าฯ ถวายประกาศนียบัตรอันทรงเกียรติยิ่งให้ทรงดำรงตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์  หมายเลข 23 และได้จารึกพระปรมาภิไธยบนแผ่นหินสลักในอาคารสถาบัน ทรงเป็นชาวเอเชียพระองค์แรกที่เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ของสถาบันดนตรีที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ขณะพระชนมายุเพียง 37 พรรษาเท่านั้น” นายสุวัจน์ กล่าว

นายสุวัจน์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2524 ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และ พระราชทานพระบรมราโชวาทความตอนหนึ่งว่า “ท้าวสุรนารี เป็นผู้ที่เสียสละเพื่อให้ประเทศชาติได้อยู่รอดปลอดภัย ควรที่อนุชนรุ่นหลัง จะได้ระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน บ้านเมืองทุกวันนี้เป็นสิ่งที่ต้องหวงแหน การหวงแหน คือ ต้องสามัคคี รู้จักหน้าที่ ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ชาวนครราชสีมาได้แสดงพลังต้องการ ความเรียบร้อย ความสงบ เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ชาติกลับปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวเราและรอบโลก จะผันผวนและล่อแหลมมาก แต่ถ้าทุกคนเข้มแข็ง สามัคคี กล้าหาญ และเอื้อเฟื้อต่อกันชาติก็จะมั่นคง”

นายสุวัจน์ กล่าวว่า การแสดงในวันนี้ มีวงดนตรีหลายวงได้ร่วมกันแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ อาทิเช่น วง KBB ซึ่งเป็นวงสมาชิกในวงเป็นวง อ.ส. , วงออเคสต้าของโรงเรียนสุรนารีวิทยา , และคณะ 13 องค์กรหลักของจังหวัดนครราชสีมา ขับร้องเพลง “เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย” คณะครูโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครราชสีมา ขับร้องเพลง “แผ่นดินของเรา” เพลง “ยามเย็น” และการขับร้องเพลงจากกลุ่มสตรีแม่บ้านอำเภอเมือง ในบทเพลง “ใกล้รุ่ง” และสมาคมมิตรนครราชสีมาสงเคราะห์ (หลินเซิง) เพลง “ชะตาชีวิต” นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม “งดงาม ซาบซึ้งและอิ่มเอม” กิจกรรม “ยิ้มสู้ ลมหนาว ยามเย็น” กิจกรรมศิลปะบนพื้นผ้า “Love at Sundown” กิจกรรม “หนึ่งสี หนึ่งใจ ในแสงเดือน” และชมนิทรรศการ “๙๙ ภาพในดวงใจนิรันดร์”

จากนั้น มีการจุดเทียนแปลตัวอักษร “เรารักในหลวง” จำนวน 2,999 ดวง พร้อมกับพี่น้องประชาชนชาวโคราชร่วมจุดเทียน “แสงเทียนส่งใจ เรารักในหลวง”

“ผมขอแสดงความชื่นชมยินดีและขอขอบคุณท่านนายกเทศมนตรีและผู้บริหารส่วนราชการ ภาคเอกชนและพี่น้องประชาชนชาวโคราช ที่ได้ร่วมมือการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ อันสูงยิ่ง ที่ได้มีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโคราชอย่างหาที่สุดมิได้ในการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ ร่วมร้อยใจภักดิ์ ส่งความรัก ถึงคนบนฟ้า” นายสุวัจน์ กล่าว

– 006

ผบ.ตร.ปรุงอาหารโรงครัวพระราชทานในกิจกรรมจิตอาสา’วันพ่อแห่งชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696319

ผบ.ตร.ปรุงอาหารโรงครัวพระราชทานในกิจกรรมจิตอาสา'วันพ่อแห่งชาติ'

ผบ.ตร.ปรุงอาหารโรงครัวพระราชทานในกิจกรรมจิตอาสา’วันพ่อแห่งชาติ’

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.40 น.

ผบ.ตร.ปรุงอาหารโรงครัวพระราชทานในกิจกรรมจิตอาสา”วันพ่อแห่งชาติ” ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2565 ณ วัดปทุมวนารามฯ

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2565 เวลา 09.45 น.ที่วัดปทุมวนารามฯ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร , พล.ต.ท ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ท.โสภณรัชต์  สิงหจารุ พตร. , พล.ต.ต.สยาม บุญสม รอง ผบช.น.และจิตอาสา 904 เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน “วันพ่อแห่งชาติ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้มาให้บริการประชาชนในพื้นที่

โดยจัดกิจกรรมจิตอาสา การออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของโรงพยาบาลตำรวจ ตรวจสุขภาพทั่วไป ตรวจช่องปาก และฟัน ตรวจโรคเกี่ยวกับตา กล้ามเนื้อและกระดูก มีการทำกายภาพบำบัด และฝังเข็ม โดยกลุ่มงานเวชศาสตร์ฟื้นฟู การให้บริการคำปรึกษาด้านต่างๆ โดยกลุ่มงานพยาบาลตำรวจและกลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัว และมีการสาธิตการทำ CPR

ขณะที่ มีครูแดร์ตำรวจให้ความรู้ด้านยาเสพติด พิษภัยของอาชญากรรมประเภทต่างๆ มีจุดบริการฉีดวัคซีนสุนัขและแมว รวมถึงมีกิจกรรมจิตอาสา เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ วันละ 100 คัน โดยวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร จิตอาสาบริการซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชูทิศ จิตอาสาบริการตัดผมโดยวิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรสงคราม

นอกจากนี้ ภายในงานมีโรงครัวพระราชทาน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้ร่วมปรุงอาหาร ให้บริการพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงาน

ทั้งนี้ กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม ณ วัดปทุมวนารามฯ โดยจะจัดกิจกรรมจิตอาสาต่อเนื่องในห้วงระหว่างวันที่ 3 – 5 ธันวาคม 2565

– 006

คณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภา) ร่วมถวายสักการะ-ใส่บาตร น้อมรำลึกในหลวง ร.9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696226

คณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภา) ร่วมถวายสักการะ-ใส่บาตร น้อมรำลึกในหลวง ร.9

คณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภา) ร่วมถวายสักการะ-ใส่บาตร น้อมรำลึกในหลวง ร.9

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.40 น.

วันที่ 5 ธันวาคม 2565 คณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภา)ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมถวายสักการะและใส่บาตรพระสงฆ์ 27 รูปตามอายุมูลนิธิฯ 27 ปี ถวายเป็นพระราชกุศลเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ณ บริเวณการจัดงานเพื่อนพึ่ง(ภา)2565 สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจัตุจักร กทม.

ในการนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานที่ปรึกษามูลนิธิฯและประธานอำนวยการจัดงานเพื่อนพึ่ง(ภา)2565 ได้วางพานพุ่ม  เปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และกล่าวอาเศียรวาท

ในโอกาสนี้ มีผู้เข้าร่วมพิธีจากร้านภริยาเหล่าทัพ สำนักงานอัยการสูงสุด กรมราชทัณฑ์ เอสซีจี เป็นต้น มาร่วมในงานด้วย

มาร่วมชิม ช้อป ชม และร่วมแบ่งปันช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ภายในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565 ได้ตั้งแต่วันนี้ – 11 ธันวาคม เวลา 9.00-20.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ รายได้จากการจัดงานจะนำสมทบมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อใช้ดำเนินกิจกรรมสาธารณกุศล

สุดเจ๋ง! ‘ชุดอสรพิษ’ ผลงานนศ.อาขีวะนครราชสีมา ชนะเลิศการประกวดชุดผ้าไหมไทยร่วมสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696215

สุดเจ๋ง! 'ชุดอสรพิษ' ผลงานนศ.อาขีวะนครราชสีมา ชนะเลิศการประกวดชุดผ้าไหมไทยร่วมสมัย

สุดเจ๋ง! ‘ชุดอสรพิษ’ ผลงานนศ.อาขีวะนครราชสีมา ชนะเลิศการประกวดชุดผ้าไหมไทยร่วมสมัย

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.12 น.

สุดเจ๋ง! “ชุดอสรพิษ”ผลงานนศ.อาขีวะนครราชสีมา ชนะเลิศการประกวดชุดผ้าไหมไทยร่วมสมัยThe 4th Next  Big Silk Designer Contest 2022

วันที่ 5 ธันวาคม 2565 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า การประกวด The 4th Next Big Silk Designer Contest (ครั้งที่ 4) จัดโดยสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย การประกวดชุดผ้าไหมไทยร่วมสมัยโดยนิสิตนักศึกษาของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ กว่า 300 ผลงาน ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และดีไซน์เนอร์ชื่อดังของประเทศเทศไทย คัดเลือก 30 ผลงานสุดท้ายของการออกแบบชุดผ้าไหม โดย 30 ผลงานที่เข้ารอบจะต้องผลิตชิ้นงานจากผ้าไหมไทยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และการตัดสินรอบสุดท้าย โดยการคัดเลือก 10 ผลงานที่ดีที่สุด ในครั้งนี้ สาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา ได้เข้าร่วมประกวดเป็นครั้งที่ 4 และได้เข้ารอบ 30 ผลงาน จำนวน 2 ผลงาน ได้แก่ ผลงานอสรพิษ และผลงานทางช้างเผือกแห่งจักรวาล และได้ผ่านเข้ารอบ 10 ผลงานที่ดีที่สุด จนทำให้ผลงานอสรพิษ คว้ารางวัลชนะเลิศ ในการประกวด The 4th Next Big Silk Designer Contest2022 (ครั้งที่ 4)ได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท พร้อมโล่รางวัลจากนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ผลงานอสรพิษ ผู้ออกแบบได้นำคอนเซ็ปต์ของอสรพิษที่มีนิสัยดุว่องไวปราดเปรียว น่ากลัวและน่าเกรงขาม มาเป็นแรงบันดาลใจในการทำชุด โดยนำโครงสร้างของงูอสรพิษ ผิวหนัง เกล็ด มาเป็นส่วนประกอบของตัวชุด
 

เปิดมุมคิด‘สุทธิพงษ์ จุลเจริญ’ ‘วันดินโลก’หมุดหมาย‘มหาดไทย’ ‘ปรับวิถีชีวิต-ฟื้นฟูธรรมชาติ’เพื่อความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696141

เปิดมุมคิด‘สุทธิพงษ์ จุลเจริญ’ ‘วันดินโลก’หมุดหมาย‘มหาดไทย’  ‘ปรับวิถีชีวิต-ฟื้นฟูธรรมชาติ’เพื่อความยั่งยืน

เปิดมุมคิด‘สุทธิพงษ์ จุลเจริญ’ ‘วันดินโลก’หมุดหมาย‘มหาดไทย’ ‘ปรับวิถีชีวิต-ฟื้นฟูธรรมชาติ’เพื่อความยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“5 ธันวาคม” ของทุกปี นอกจากจะเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9)รวมถึงเป็นวันพ่อแห่งชาติแล้ว ยังเป็น “วันดินโลก(World Soil Day)” อีกด้วย ซึ่งสืบเนื่องจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาดินอย่างต่อเนื่องจนปรากฏผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและนานาชาติ

ทำให้ที่ประชุม องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ในปี 2555 ผลักดันให้เกิดวันดินโลกขึ้น และได้รับการรับรองจากที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UN) ในปี 2556 โดยดินนั้นเปรียบเสมือนรากฐานของสิ่งมีชีวิต ดังที่คนไทยมีคำเรียกว่า “แม่ธรณี” เพราะดินเป็นแหล่งกำเนิดอาหารเลี้ยงประชากรโลกทั้งพืช สัตว์และมนุษย์ ดังนั้นจึงต้องดูแลรักษาดินให้ดี ซึ่งก็จะเชื่อมโยงกับการดูแลระบบนิเวศ รักษาสิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้ด้วย

“ข้าวของเครื่องใช้มาจากดินเยอะที่สุด ป่าไม้ ต้นไม้ พืชผัก ธัญญาหาร หรือการเลี้ยงสัตว์ก็ต้องอาศัยดินทั้งนั้น แต่สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นคือดินของเรามันถูกการพัฒนาเศรษฐกิจแผนใหม่หรือแบบตะวันตกเข้ามารุกราน จนกระทั่งทุ่งนาเราก็ดินแข็งโป๊ก ที่ดอนหน่อยปลูกมันก็แข็งโป๊ก เป็นดินดาน ถ้าสูงขึ้นไปบนเขา สูงกว่าดอนหน่อยก็ตัดต้นไม้กันจนเหี้ยนเต้ จุดไฟเผาปลูกข้าวโพด สภาพอะไรต่างๆ พวกนี้เป็นสภาพของปัญหา”

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวถึงความสำคัญของทรัพยากรดินและปัจจัยที่ทำให้สภาพดินเสื่อมโทรม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหา โดยเชิญชวนประชาชนให้หันกลับไปดูวิถีชีวิตของบรรพบุรุษที่ทำมาหากินอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมโดยไม่เบียดเบียน เมื่อเทียบกับคนรุ่นต่อมาจนถึงปัจจุบันที่ดำรงชีวิตแบบทำลายสิ่งแวดล้อม และการทำลายนั้นก็ส่งผลกระทบย้อนกลับมาถึงมนุษย์เอง เช่น การถางป่าซึ่งมีการเผาในที่โล่งผลที่ตามมาคือมลพิษจากฝุ่นขนาดเล็ก 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 เป็นต้น

ทั้งนี้ หน้าที่หลักของกระทรวงมหาดไทยคือ “บำบัดทุกข์-บำรุงสุข” โดยเฉพาะ “การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน” โดย มท. มีข้าราชการคือผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอกระจายกันไปทำงานในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินยังกำหนดให้ผู้ว่าฯ-นายอำเภอ มีบทบาทเป็นผู้นำ ทำงานขับเคลื่อนร่วมกับทุกกระทรวง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ ฯลฯ

หนึ่งในนั้นคือการผลักดันให้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ในหลวงรัชกาลที่ 10 หรือรัชกาลปัจจุบัน) ทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ในการที่จะสืบสาน รักษาและต่อยอด เพื่อให้ประชาชนมีความสุขและประเทศชาติมีความมั่นคง

โดย มท. ได้น้อมนำแนวพระราชดำริในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทานแนวทาง “อารยเกษตร” อันเป็นการบริหารจัดการพื้นที่และมีป่าเกิดขึ้นด้วย เรียกว่า “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” หรือ “ไม้ 5 ระดับ” มาขับเคลื่อนร่วมกับหลายภาคส่วน เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ผู้นำชุมชนและประชาชน เป็นต้น เพื่อนำทฤษฎีใหม่ไปใช้ปรับปรุงพื้นที่ให้อุดมสมบูรณ์ มีแหล่งกักเก็บน้ำที่ช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วมในฤดูฝนและมีน้ำใช้ในฤดูแล้ง

“ที่สำคัญที่สุด สิ่งที่เรารณรงค์ส่งเสริมเพื่อให้เป็นไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คนพึ่งพาตนเองได้ เราก็ให้ความสำคัญที่จะต้องลด-เลิกใช้สารเคมี ใช้พวกยาฆ่าแมลงปุ๋ยเคมีอะไรพวกนี้ แล้วก็ให้หันกลับมาใช้แนวทางกสิกรรมธรรมชาติ มีการฝึกอบรมทั้งข้าราชการ ทั้งพี่น้องประชาชน แล้วก็ลงไปทำขับเคลื่อนจริงในพื้นที่ สร้างพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ตามหลักอารยเกษตร สวยงามด้วยสมบูรณ์ด้วย แล้วก็มีเรื่องของทฤษฎีใหม่ เรื่องของการห่มดิน เรื่องของการทำป่าเปียก เรื่องของการปลูกต้นไม้ 5 ระดับ เรื่องของการแบ่งพื้นที่ในการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร โดยรวมอย่างนี้แล้วก็ขับเคลื่อนอย่างรุนแรง เข้มข้น” สุทธิพงษ์ กล่าว

ปลัด มท. กล่าวต่อไปว่า “การบริหารจัดการขยะในครัวเรือน” ก็มีความสำคัญและเชื่อมโยงกับการดูแลคุณภาพดิน โดยส่งเสริมให้ครัวเรือนคัดแยก “ขยะอินทรีย์” หมายถึงขยะที่เน่าเปื่อยได้ เข้าสู่ระบบปิดโดยการใส่ลงใน “ถังขยะเปียกลดโลกร้อน” ตั้งเป้าทำครบทุกพื้นที่ภายในเดือนธ.ค. 2565 เพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับนำไปบำรุงดินเพื่อใช้ปลูกพืชผักต่างๆ

ประการต่อมา “การปลูกพืชผักสวนครัว”ตามแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นอีกเรื่องที่ มท. ขับเคลื่อนเพื่อให้ประชาชนสนใจบำรุงดิน ซึ่งได้ประโยชน์ทั้งการมีความมั่นคงด้านอาหาร ลดค่าใช้จ่ายจากการไปซื้อพืชผักมาทำอาหารรับประทาน และมีพืชผักที่ปลอดภัยไว้บริโภคในครัวเรือนซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพด้วยเพราะปลูกแบบอินทรีย์

“เสื้อผ้า-เครื่องนุ่งห่ม” เป็นอีกด้านที่หากปรับปรุงกระบวนการผลิตแล้วจะช่วยรักษาดินและสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงโดยทรงมีพระวินิจฉัย แนะนำให้กระทรวงมหาดไทยไปพูดคุยกับประชาชนที่เป็นเกษตรกรและใช้เวลาว่างประกอบอาชีพทอผ้า ให้ลดการพึ่งพาเส้นใยผ้าแบบอุตสาหกรรม หันมาปลูกฝ้ายและปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อใช้เป็นเส้นใยแทน รวมถึงปลูกไม้สำหรับใช้เป็นสีย้อม

เนื่องจากการใช้สีย้อมที่เป็นสารเคมีส่งผลต่อสุขภาพของผู้สวมใส่ ขณะที่กระบวนการย้อมสีหากเทสีเคมีที่ใช้แล้วลงสู่พื้นดินจะกระทบต่อคุณภาพดิน เช่น ทำให้ดินแข็ง หรือเทลงแหล่งน้ำก็ทำให้น้ำเน่าเสีย ดังนั้นการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเสื้อผ้า-เครื่องนุ่งห่มจากเคมีเป็นอินทรีย์จึงเป็นการเกื้อกูลต่อดิน ทั้งนี้ เมื่อมองไปทั่วประเทศไทย มีหลายชุมชนหรือหลายพื้นที่ ที่สามารถเป็น “ต้นแบบ” แหล่งเรียนรู้ดูงานสำหรับผู้สนใจ

อาทิ “บ้านดอนกอย ต.สว่าง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร” ซึ่งสนองพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในเรื่องหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) โดยเป็นชุมชนทอผ้าย้อมครามจากสีธรรมชาติ, “จังหวัดอุบลราชธานี” เช่น วัดป่าศรีแสงธรรม ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม หรือที่ วัดวังอ้อ ต.หัวดอน อ.เขื่องใน ที่ส่งเสริมโคก หนอง นา อารยเกษตร,

“ตำบลโก่งธนู อ.เมือง จ.ลพบุรี” ซึ่งเข้าร่วมโครงการบ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง ตามพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แต่ละบ้านปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือน จากนั้นกระทรวงมหาดไทยได้ส่งเสริมให้เป็นพื้นที่ต้นแบบและยังมีอีกมากมายทุกภาคไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ใน จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน, ภาคใต้ ใน จ.พัทลุง จ.นครศรีธรรมราช จ.ภูเก็ต จ.ยะลา เป็นต้น ซึ่งในเบื้องต้นแม้จะยังมีจำนวนน้อย เพียงหลักแสนครัวเรือนต่อประชากรทั้งหมด 24 ล้านครัวเรือน แต่ก็จะพยายามส่งเสริมต่อไป

กลับมาที่การจัดงานวันดินโลก ซึ่งมีการประกวดผลงานและมอบรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award สำหรับบุคคล ชุมชน องค์กร หน่วยงาน สถาบันการศึกษา ที่มีผลงานและกิจกรรมเป็นที่ประจักษ์ในการส่งเสริมและการสร้างความตระหนักในความสำคัญของทรัพยากรดินและการจัดการดินอย่างยั่งยืน ซึ่ง สุทธิพงษ์กล่าวว่า การประกวดถือเป็นกุศโลบายที่ดีอย่างหนึ่งเพราะเป็นรางวัลระดับสากลที่มอบโดยองค์กรระดับโลกอย่าง FAO อีกทั้งยังใช้พระนามของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งเป็นชื่อรางวัล

“ไหนๆ เราก็ทำอยู่แล้ว และมีรางวัลของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นชื่อรางวัล เราก็ได้ถือโอกาสนี้ในการปลุกระดมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นายอำเภอทุกอำเภอ ช่วยกันระดมสรรพกำลังทีมงานทั้งภาคประชาชน ภาควิชาการ ภาคผู้นำศาสนา ภาคธุรกิจ ภาคสื่อมวลชน อะไรทั้งหลาย ช่วยกันในการที่จะให้ความสำคัญกับการที่จะให้พี่น้องประชาชนทุกครัวเรือน ได้พลิกฟื้นผืนดินของตัวเองให้เป็นผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ ใช้ผืนดินทุกตารางนิ้วให้เป็นประโยชน์ในการปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ

คือถ้าไม่ปล่อยให้ดินมันรกร้างเตียนโล่งไม่มีการดูแล ปลูกพืชผัก พรวนดิน ไม่อะไรเลยดินมันก็เสีย แต่ว่าถ้าเราได้ใช้ประโยชน์ ได้พรวนดิน ได้รดน้ำ พวกไส้เดือน จุลินทรีย์มันก็มา เราไม่ทำให้หน้าดินมันโดนแดดโดยตรง มีร่มเงาของต้นไม้ มีเศษหญ้าเศษฟางมาปกคลุม มีการไม่ทิ้งขยะเปรอะเปื้อนไปเรื่อย แล้วยังเอาขยะเปียกมาทำปุ๋ยหมักใส่บำรุงดินอีก ฉะนั้นมันก็เข้าข่ายเข้าเกณฑ์ที่เราจะไปรณรงค์กัน” ปลัด มท. ระบุ

สำหรับการจัดกิจกรรมวันดินโลก ประจำปี 2565 โดยกระทรวงมหาดไทย ในช่วงระหว่างวันที่ 1-15 ธ.ค. 2565 นั้น สุทธิพงษ์ เปิดเผยว่าทุกกรมและรัฐวิสาหกิจในสังกัด มท. จะลงพื้นที่ไปทำงานร่วมกับประชาชนที่เป็นภาคีเครือข่าย เพื่อให้ผืนดินบริเวณนั้นกลายเป็นพื้นที่ต้นแบบ เช่น การนำวัสดุเหลือใช้ อาทิ เศษใบไม้-วัชพืชมาทำปุ๋ยอินทรีย์ การทำน้ำยา EM เพื่อเร่งปฏิกิริยาของวัสดุเหลือใช้ดังกล่าวให้เน่าเปื่อยกลายเป็นปุ๋ยเร็วขึ้น การห่มดิน การเลี้ยงดินเพื่อให้ดินเลี้ยงพืช เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมตลอดทั้ง 15 วัน จะเป็นเหมือนการปลุกกระแส

จากนั้นตลอดทั้งปี 2566 มท. จะเดินหน้าขับเคลื่อนในเชิงปฏิบัติเพื่อทำนุบำรุงดิน ป้องกันหรือลดปัญหาการเผาตอซังข้าว รวมถึงใช้บทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัด ประสานกับศึกษาธิการจังหวัด วางนโยบายให้เด็กทุกคนที่เข้าเรียนใหม่ในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ได้ปลูกไม้ประจำชีวิต อย่างน้อย 1 คน 1 ต้น ไม่ว่าที่บ้าน โรงเรียนหรือพื้นที่สาธารณะ โดยให้นักเรียนรายงานครูเรื่องการดูแลต้นไม้นั้นเป็นระยะๆ ว่าต้นไม้นั้นเติบโตเพียงใด ตลอดจนการขยายผลแนวทางอารยเกษตร ที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทานไว้และแนวทางหมู่บ้านยั่งยืน ตามพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ให้เพิ่มขึ้น

ขณะที่การส่งผลงานประกวดรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award นั้น ในส่วนของ มท. ต้องการให้เป็นหมุดหมายเพื่อกระตุ้นผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอและประชาชน ได้ลุกขึ้นมาดูแลแผ่นดินของเราให้อุดมสมบูรณ์ ส่วนจะได้รับรางวัลหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากได้รับรางวัลก็นับว่าเป็นเกียรติที่หน่วยงานระดับสหประชาชาติให้การยอมรับว่าชาวไทยได้ช่วยกันดูแลแผ่นดินให้อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งกำเนิดอาหารการกินเลี้ยงคนในครอบครัว ในชาติและในโลก อีกทั้งยังได้ภาคภูมิใจในฐานะชาวไทย ว่าได้ปฏิบัติตามคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องการช่วยกัน“แก้ไขในสิ่งผิด” เพราะเราใช้ชีวิตกันแบบทำร้ายธรรมชาติมานาน

“กราบเรียนว่าไม่ใช่เพราะมีวันดินโลกแต่จริงๆ ชีวิตพวกเราย่ำแย่เพราะว่าพวกเราช่วยกันทำลายล้างมาเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร ฉะนั้นถึงเวลาที่เราต้องกลับไปทำให้แผ่นดินของเราเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแผ่นดินที่เหมาะสมกับการที่จะเป็นแหล่งอาหาร เป็นแหล่งที่พักผ่อนหย่อนใจเป็นที่อยู่อาศัยของทั้งเราแล้วก็ของสัตว์โลกอย่างอื่นด้วย” ปลัด มท. กล่าวทิ้งท้าย

ทั่วไทยน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9 5ธ.ค.วันพ่อแห่งชาติ นายกฯนำเหล่าพสกนิกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696182

ทั่วไทยน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9 5ธ.ค.วันพ่อแห่งชาติ นายกฯนำเหล่าพสกนิกร

ทั่วไทยน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9 5ธ.ค.วันพ่อแห่งชาติ นายกฯนำเหล่าพสกนิกร

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ทั่วไทยน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9 5ธ.ค.วันพ่อแห่งชาติ นายกฯนำเหล่าพสกนิกรทำบุญตักบาตรสนามหลวง พิธีวางพานพุ่ม-ถวายบังคม วัดทั่วปท.จัดพิธีถวายพระราชกุศล

รัฐบาลจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 วันที่ 5 ธันวาคม2565 สำนักนายกรัฐมนตรีจัดกิจกรรม ทั้งพิธีทางศาสนา การจัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และพิธีถวายบังคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 ธันวาคม 2565 รัฐบาลเตรียมจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่9 วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ในการนี้ รัฐบาลได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการจัดกิจกรรม

โดย นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดการจัดกิจกรรมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9 วันที่ 5ธันวาคม2565 ดังนี้ การจัดพิธีทางศาสนา 1.จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เริ่มเวลา 07.30น.ส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง พระสงฆ์ จำนวน 189รูป มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี พร้อมภริยา ส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่เหมาะสม

ส่วนในต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลพิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

การจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายพระราชกุศล สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดำเนินการเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อพิจารณาให้วัดทุกวัดในประเทศไทยจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายพระราชกุศล ในวันจันทร์ที่ 5ธันวาคม2565 สำหรับวัดไทยในต่างประเทศให้พิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

การจัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และพิธีถวายบังคม เริ่มเวลา 08.30 น.ส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี พร้อมภริยา ส่วนภูมิภาคทุกจังหวัด จัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่เหมาะสม ส่วนในต่างประเทศสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลพิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม การจัดกิจกรรมจิตอาสาบริการประชาชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความสุขของประชาชน ส่วนกลางจัดกิจกรรม ณ ท้องสนามหลวง เวลา 09.00-17.00น.ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนร่วมดำเนินการจัดกิจกรรมจิตอาสาบริการและให้คำปรึกษาแก่ประชาชน ในด้านการประกอบอาชีพและด้านอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความสุขของประชาชน

ส่วนภูมิภาค ทุกจังหวัดดำเนินการจัดกิจกรรมจิตอาสาตามความเหมาะสม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังจัดทำสารคดีโทรทัศน์น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5ธันวาคม 2565 ในนามคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เพื่อเผยแพร่ในช่วงวันวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ

ทั้งนี้ รัฐบาลขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยจัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมเครื่องราชสักการะ ตามอาคารสถานที่ พร้อมทั้งจัดทำคำกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมนำเสนอภาพพระราชกรณียกิจเพื่อเผยแพร่ทางเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ของหน่วยงาน โดยดำเนินการตลอดเดือนธันวาคม2565

‘วัดทั่วประเทศ’จัดกิจกรรมเจริญพระพุทธมนต์ออนไลน์-ถวายพระราชกุศลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696164

'วัดทั่วประเทศ'จัดกิจกรรมเจริญพระพุทธมนต์ออนไลน์-ถวายพระราชกุศลฯ

‘วัดทั่วประเทศ’จัดกิจกรรมเจริญพระพุทธมนต์ออนไลน์-ถวายพระราชกุศลฯ

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 22.05 น.

วัดทั่วประเทศจับมือภาคีเครือข่ายโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข จัดกิจกรรม Big Cleaning สร้างสัปปายะสู่วัดด้วยวิถี 5ส และเจริญพระพุทธมนต์ออนไลน์ ถวายพระราชกุศลฯ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 2565

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2565 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ วัดเขียนเขต พระอารามหลวง จ.ปทุมธานี คณะอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม ร่วมกับวัด และองค์กรภาคีเครือข่ายโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ทั่วประเทศ จัดให้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ และวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2565 โดยมีพระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง จ.ปทุมธานี และประธานคณะอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข (ส่วนกลาง) ฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม เป็นประธานสงฆ์นำเจริญพระพุทธมนต์ และปฏิบัติธรรมเพื่อถวายพระราชกุศลฯ ร่วมกับศูนย์กลางการจัดพิธีฯ ประจำหนในแต่ละภูมิภาค ประกอบด้วย หนกลาง ณ วัดขนอน จ.ราชบุรี วัดบางอ้อยช้าง จ.นนทบุรี , หนเหนือ ณ วัดพระธาตุผาเงา จ.เชียงราย วัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน, หนใต้ ณ วัดบางครั่ง จ.พังงา และหนตะวันออก ณ วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม วัดดาวเรือง จ.ชัยภูมิ โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ ระบบซูม (Zoom) จากศูนย์กลางการจัดพิธีฯ ส่วนกลาง ณ วัดเขียนเขต พระอารามหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อให้คณะสงฆ์ ประชาชน และองค์กรภาคีเครือข่ายโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ทั่วประเทศ เข้าร่วมพิธีฯ โดยพร้อมเพรียงกัน

นอกจากนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2565 เวลา 09.30 น.คณะอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม ยังได้ร่วมกับวัด และองค์กรภาคีเครือข่ายโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ทั่วประเทศ จัดให้มีกิจกรรม “Big Cleaning รวมพลังสร้างสัปปายะสู่วัดด้วยวิถี 5ส วัดสวยด้วยความสุข” โดยมีศูนย์กลางการจัดกิจกรรมฯ ประจำหนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมเพรียงกับวัดที่มีความพร้อมในการจัดกิจกรรมฯ ทั่วประเทศ ซึ่งในระหว่างการดำเนินกิจกรรมฯ วัด และองค์การภาคีเครือข่ายฯ ที่มีความพร้อมได้ร่วมกันถ่ายทอดสดภาพบรรยากาศการทำกิจกรรมฯ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ ระบบซูม (Zoom) ให้คณะสงฆ์ ประชาชน และองค์กรภาคีเครือข่ายฯ ทั่วประเทศ ได้ติดตาม และร่วมอนุโมทนาบุญ ในการรวมพลังการทำความดีร่วมกันอีกด้วย

พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง และประธานคณะอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข (ส่วนกลาง) ฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม กล่าวว่า “การจัดกิจกรรมเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2565 ของคณะสงฆ์ โดยความร่วมมือขององค์กรเครือข่ายโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ทั่วประเทศ เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดการดำเนินงานโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ซึ่งเป็นหนึ่งใน 14 โครงการของแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ซึ่งมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม เป็นประธานฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวัดให้เป็นสถานที่สัปปายะ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนา และเป็นรมณียสถานอันเป็นความสงบทางจิตใจเจริญปัญญาของประชาชน มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมให้มีเกิดการขับเคลื่อนกิจกรรม และองค์ความรู้ 5ส ไปสู่การปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ การจัดการสิ่งแวดล้อม การรักษาความสะอาดภายในวัดให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ และการพัฒนาการเรียนรู้ทางสังคมวิถีพุทธ ภายใต้แนวทางการประสานความร่วมมือในการส่งเสริมสนับสนุนขององค์กรภาคีเครือข่าย และประชาชนที่มีจิตอาสาเพื่อการพัฒนาสังคม ซึ่งปัจจุบันมีวัดทั่วประเทศรวมจำนวน 2,400 กว่าวัด เข้าร่วมโครงการฯ อาตมภาพในนามของคณะอนุกรรมการโครงการฯ ซึ่งมีการขับเคลื่อนดำเนินงานร่วมกันระหว่างคณะอนุกรรมการส่วนกลาง และคณะอนุกรรมการประจำหน ต้องขออนุโมทนาขอบคุณคณะสงฆ์ องค์กรภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน และประชาชนทั่วประเทศ ที่ได้ให้การส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ด้วยความเรียบร้อยดีงาม อันส่งผลให้วัดสวยด้วยความสุข ร่วมกันสร้างสรรค์ให้วัดมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง และประชาชนมีความสุข”

สำหรับวัด และองค์กรภาคีเครือข่ายฯ ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข หรือผู้ที่สนใจติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการฯ สามารถเข้าชมรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.wat3579.com หรือทาง Facebook page : โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข @wat3579

– 006