หัวเว่ย จับมือ สกมช. ร่วมสร้าง บุคลากรไอซีทีหญิง ด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699663

หัวเว่ย จับมือ สกมช. ร่วมสร้าง  บุคลากรไอซีทีหญิง ด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้

หัวเว่ย จับมือ สกมช. ร่วมสร้าง บุคลากรไอซีทีหญิง ด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ศูนย์ประสานงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ด้านโทรคมนาคม (TTC-CERT) และบริษัท สยามถนัดแฮกจัดการแข่งขันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับสตรี (Women : Thailand Cyber Top Talent 2022) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า200,000 บาท โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และผลักดันกลุ่มบุคลากรไอซีทีเพศหญิงในประเทศไทย ตอบโจทย์ความต้องการทรัพยากรบุคคลสำหรับงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้

พล.อ.ต.อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กล่าวถึงโครงการการแข่งขัน Women : Thailand Cyber Top Talent 2022 ในครั้งนี้ว่า การแข่งขันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับผู้หญิง มีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 132 ทีม แบ่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ นักเรียน จำนวน 83 ทีม และประชาชนทั่วไป จำนวน 49 ทีม มีทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศจำนวน 30 ทีม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนและบุคคลทั่วไปที่เป็นผู้หญิงหรือมีเพศสภาพเป็นหญิง ได้เรียนรู้ เพิ่มทักษะ และพัฒนาประสบการณ์ เพื่อให้เป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ประเทศไทย เสริมสร้างศักยภาพบุคลากรไซเบอร์ในระดับองค์กร ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้หญิงทุกคนมีสิทธิและแสดงออกถึงศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่

สกมช.มีแผนจะผลักดันการสร้างบุคลากรด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในประเทศให้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต เนื่องด้วยไทยขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถทางดิจิทัลอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงหรือมีเพศสภาพหญิง เพราะจากสถิติของโลกจะมีผู้หญิงเข้ามาทำงานสายไซเบอร์ซีเคียวริตี้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ขณะที่ในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 3% เท่านั้น ดังนั้น โครงการแข่งขันในครั้งนี้ จึงถือเป็นการส่งเสริมเรื่องความทัดเทียมทางเพศ ให้เข้ามาทำงานในด้านนี้

นางสาวแอ็กเนส เซี่ย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนในการมอบรางวัลให้ผู้ชนะในโครงการการแข่งขัน หัวเว่ยจะยังคงสนับสนุนการจัดกิจกรรมในการพัฒนาบทบาทสตรี การสร้างภาวะผู้นำ การพัฒนาองค์ความรู้ต่อไป เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านสังคมให้แก่สตรีและองค์กรสตรี ตามพันธกิจของหัวเว่ยในด้านการ “เติบโตในประเทศไทย ร่วมสนับสนุนประเทศไทย” เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เข้าสู่ยุคอัจฉริยะที่ทุกคนมีบทบาทและเชื่อมถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ

ผู้เชี่ยวชาญแนะสอนประวัตศาสตร์ยุคนี้ ต้องกระตุ้นให้เด็กอยากรู้ และหาคำตอบเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699662

ผู้เชี่ยวชาญแนะสอนประวัตศาสตร์ยุคนี้  ต้องกระตุ้นให้เด็กอยากรู้ และหาคำตอบเอง

ผู้เชี่ยวชาญแนะสอนประวัตศาสตร์ยุคนี้ ต้องกระตุ้นให้เด็กอยากรู้ และหาคำตอบเอง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนโยบายขานรับจากทางภาครัฐให้แยกออกมาเป็นวิชาเดี่ยวจากกลุ่มสาระสังคมฯ และล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ได้เห็นชอบร่างประกาศฯในเรื่องนี้ไปเรียบร้อยแล้ว และ ศธ. กำลังจะลงนามประกาศใช้ โดยมีกำหนดจะเริ่มต้นในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เป็นต้นไป แม้ว่าจะมีฝ่ายที่สนับสนุน แต่ก็ยังมีฝ่ายที่ยังคงมีคำถามในใจ อักษร เอ็ดดูเคชั่น จึงได้จัดเสวนา “สอนวิชาประวัติศาสตร์อย่างไร ในวันที่เราบอกเด็กไทยให้มองไปข้างหน้า” ขึ้น โดยมี นายตะวัน เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน วิทยากรผู้เชี่ยวชาญเรื่องประวัติศาสตร์ และเศรษฐกิจโลกมาร่วมเสวนา

ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน กล่าวว่า หนึ่งในปัญหาของการเรียนประวัติศาสตร์ที่ทำให้เด็กไม่สนุก คือไม่เห็นความเชื่อมโยงของประวัติศาสตร์ไทยและประวัติศาสตร์โลก หากเด็กเห็นประเทศไทยอยู่ในบริบทโลก การเรียนรู้ก็จะสนุกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ประวัติศาสตร์อาจมีการผสมปนเปกันระหว่างความจริงและเรื่องเล่า เด็กบางส่วนรู้สึกว่าเป็นเรื่องล้าหลัง แต่หนึ่งในทักษะสำคัญที่เด็กจะได้ฝึกฝน และเรียนรู้จากวิชานี้เพื่อวิเคราะห์แยกแยะว่า ควรจะเชื่อหรือไม่เชื่ออะไร คือ ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญของศตวรรษที่ 21 และยังเป็นหนึ่งในสมรรถนะของเด็กยุคใหม่อีกด้วย

นายตะวัน เทวอักษร กล่าวว่า การสอนประวัติศาสตร์ในยุคนี้ จึงอาจไม่ได้มีเป้าหมายให้เด็กจดจำข้อมูลทุกอย่างได้ตามหนังสือเรียน แต่เป็นการสอนเพื่อจุดประกายให้เด็กอยากรู้ แล้วไปหาคำตอบเพิ่มเติมด้วยตนเองมากกว่า ครูต้องทำให้เด็กเห็นว่า สิ่งที่เรียนมันเจ๋งแค่ไหน ถ้าเด็กสนุก เขาจะไปหาคำตอบด้วยตนเอง เมื่อเด็กมีแรงบันดาลใจที่จะค้นหาคำตอบด้วยตนเอง เขาจะสร้างทักษะในการดำรงชีวิตจากกระบวนการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการหาหลักฐาน การพิสูจน์ความจริง ได้คิดไตร่ตรอง แล้วสรุปผล

“แท้จริงแล้ววิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่มุ่งสร้างให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการสร้างความรู้ด้วยตนเอง และฝึกฝนให้ใช้กระบวนการคิดอย่างชำนาญ จนก่อให้เกิดทักษะสำคัญที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 คือ ทักษะการทำงาน ทักษะชีวิต และการเรียนรู้ตลอดชีวิต อักษร ได้ออกแบบวิธีการสอนวิชาประวัติศาสตร์ที่สัมพันธ์กับกระบวนการคิดของผู้เรียนในรูปแบบที่เรียกว่า 5Es ได้แก่ กระตุ้นความสนใจ (Engage) สำรวจค้นหา (Explore) อธิบายความรู้ (Explain) ขยายความเข้าใจ (Expand) และ ตรวจสอบผล (Evaluate) เป็นรูปแบบที่เน้นกระบวนการพัฒนาศักยภาพการคิด และการสร้างองค์ความรู้ด้วยตัวผู้เรียนเอง”

“สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้ คือเรียนวิชาประวัติศาสตร์แล้วผู้เรียนจะต้องสามารถนำหลักคิดไปบูรณาการข้ามศาสตร์
ให้ได้ สิ่งสำคัญคือครูต้องทำให้เด็กคิดเป็น วิพากษ์เป็น สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เป็น มันเป็นพื้นฐานของทุกวิชา และเป็นวิชาที่สร้างทักษะแห่งโลกยุคใหม่” คุณตะวันกล่าวทิ้งท้าย

ด้าน ดร.วิทย์ให้ความเห็นว่า “ประวัติศาสตร์ก็เหมือนตึก ถึงจะวิวัฒนาการไปขนาดไหน แต่ฐานรากมันเหมือนเดิม คือ มีความเชย เป็นคอนกรีตแท่งซีเมนต์แต่ถ้าไม่มีตึกก็อยู่ไม่ได้ ประวัติศาสตร์ไม่ใช่วิชาชีพ แต่มันเป็นระบบคิด”

วอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง พระองค์ภา พสกนิกรหลั่งไหลถวายพระพร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699739

วอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง  พระองค์ภา  พสกนิกรหลั่งไหลถวายพระพร

วอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง พระองค์ภา พสกนิกรหลั่งไหลถวายพระพร

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

วอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง พระองค์ภา พสกนิกรหลั่งไหลถวายพระพรเนืองแน่นโรงพยาบาลจุฬาฯ ทูตไทยทั่วโลกจัดสวดมนต์ขอให้หายพระอาการประชวร

“ในหลวง-พระราชินี” ทรงขอบใจคณะแพทย์ รพ.จุฬาฯ ถวายการรักษาสมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ด้านพสกนิกรเนืองแน่น ลงนามถวายพระพร “ม.ล.สราลี”สวดมนต์ขอพรจากสิ่งศักดิ์คุ้มครองให้พระองค์ท่านแข็งแรง ขณะที่ สถานทูต -สถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก พร้อมใจกันจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้เผยแพร่เอกสารราชการของหน่วยราชการในพระองค์ 904 ที่ พว 0202.2/22056 ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2565 เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระราชกระแสทรงขอบใจ เรียนถึง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ลงนามโดย พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โดยมีข้อความระบุว่า ทรงซาบซึ้งพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง และทรงขอบใจที่คณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ถวายการรักษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา อย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งขอให้ทุกท่านมีกำลังใจที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนสืบไป

ถวายพระพรแน่นรพ.จุฬา

ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

โดยตลอดวันนี้ได้มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชนจากทั่วทุกสารทิศได้นำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่างๆมาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ ม.ล.สราลี กิติยากร นางสาวมูนา อับบาส มะฮ์มูด รอฎี เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรบาห์เรน ประจำประเทศไทย,นายอิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมาน ประจำประเทศไทย,นายชัยยิด เรซ่า โนบัคตี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ประจำประเทศไทย,ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ รองประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จ.สมุทรสงคราม (อุทยาน ร.2) , สมาชิกราชสกุลในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ร.2), เทศาบาลเมืองหนองปรือ จ.ชลบุรี, โรงเรียนสิงห์บุรี, กาญนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง, อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์,มหาวิทยาลัยเทโนโลนีปทุมวัน,กรมพลาธิกาาทหารเรือ, ทีมถวายการรักษาพระองค์ คณะทันตแพทย์ศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย,ข้าราชการและพลทหาร กรมสารวัตรทหารเรือ, โรงเรียนเพชรรัชต์ ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี,อธิบดีกรมศิลปากร, สมาคมไทย-ญี่ปุ่น, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,สมาคมพัฒนาสถานรับเลี้ยงเด็กไทย, ผู้บริหารคณะกรรมการสมาคมผู้ปกครองและครูสาธิปทุมวัน และคณะกรรมการสมาคม

“ม.ล.สราลี”สวดมนต์ขอพร

นอกจากนี้ ยังมีกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่, สมาคมการค้าไทยไฮหลำ และสมาคมใหหนำแห่งประเทศไทย, นายกร ทัพพะรังสี นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน,คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน, การรถไฟแห่งประเทศ, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน),มูลนิธิขาเทียมในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, กรมการทหารสื่อสาร, โรงเรียนในเครือทรงวิทย์,โรงพยาบาลตำรวจ,บริษัทไทยรุ่งยูเนี่บนคาร์ จำกัด (มหาชน)มูลนิธิคนตาบอด ในพระบรมราชินูปถัมภ์, พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ชุมชนคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี, ม.ล. สราลี กิติยากร

ขอพรจากสิ่งศักดิ์คุ้มครอง

คุณน้ำผึ้ง ม.ล.สราลี กิติยากรกล่าวว่าได้ขอพรจากสิ่งศักดิ์คุ้มครองให้ท่านแข็งแรง ตอนนี้ยึดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพรให้ท่านแข็งแรง และขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่เป็นกำลังใจ และถวายกำลังใจให้กับพระองค์ท่าน เมื่อวานก็เดินทางไปขอพรจากเทพเจ้า “ไท้ส่วยเอี้ย” ซึ่งเป็นเทพแห่งการคุ้มครองดวงชะตาตามความเชื่อของชาวจีน ส่วนวันนี้จะเดินทางไปขอพรที่วัดพระแก้ว เพื่อขอพรถวายท่าน

ด้าน นายอักษร น้อยสว่าง ประธานกรรมการบริหารจัดการน้ำชุมชน ต. บึงชำอ้อ จังหวัดปทุมธานี พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ชุมชนคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชทานความช่วยเหลือชุมชนชาวคลองรังสิต ตั้งแต่ปี 2555 โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนแนวทางการจัดการน้ำ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเกษตร โดยพระราชทานเงินบริจาคของวิทยาลัยกระบวนการยุติธรรมเพื่อสถาบันสารสนเทศทรัพย์กรน้ำและการเกษตรในการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและพัฒนาพื้นที่คลองรังสิต เป็นแก้มลิงแบบเพิ่มรายได้และพระราชทานต้นกล้าปาล์มน้ำมัน จำนวน 13,000 ต้นให้กับประชาชนเพื่อปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ พร้อมทั้งพัฒนาร่องสวนปาล์มน้ำมัน เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำและหน่วยน้ำในช่วงฤดูฝน ทำให้สามารถเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

“ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ทุกวันนี้ทำให้ชาวบ้านชุมชนคลองรังสิต สามารถตัดปาล์มน้ำมันได้ปีละ 24 ครั้งจนมีรายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว แม้กระทั่งช่วงโควิด 19 ระบาดหนัก ทำให้ประชาชนในพื้นที่สามารถนำเงินกองทุนสำรองจากการขายปาล์มน้ำมันมาใช้จ่ายได้โดยไม่ลำบาก” นายอักษร กล่าว

ทูตไทยทั่วโลกเจริญพระพุทธมนต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย และสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ร่วมกับชุมชนไทย และวัดไทยในต่างประเทศ พร้อมใจกันจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา และ เปิดให้มีการลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา – สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ (ร่วมกับชุมชนไทย จัดกิจกรรมขึ้น ที่ วัดพุทธชินวงศ์ เมือง Kristiansand วัดพุทธบารมี เมือง Stavanger วัดพุทธภาสแชนนิส เมือง Stavanger และวัดนาร์วิก เมือง Narvik) ,สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน, สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน

, สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตาประเทศอินเดีย ,สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ,สถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิค เยอรมนี, สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว, สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น สวิตเซอร์แลนด์, สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี, สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ สปป.ลาว, สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญกัมพูชา, สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีสฝรั่งเศส , สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา อินโดนิเซีย เป็นต้น

ราชินีฏานจะเสด็จฯลงนามถวายพระพร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 22 ธันวาคม 2565 เวลา 10.00 น. สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน จะเสด็จฯ มาลงพระนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ

เปิดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699658

เปิดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน

เปิดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 70 ปีการศึกษา 2565 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา สพป.พิษณุโลก เขต 2 โดยมี นายกิตติพงษ์ โปร่งเจริญ นางนุชสรา ทองดอนคำ รอง ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่ม ข้าราชการครู และนักเรียน ร่วมพิธีเปิด จากนั้นเยี่ยมชม ให้กำลังใจแก่คณะกรรมการ ครู นักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน ณ สนามแข่งขันโรงเรียนพิณพลราษฎร์ตั้งตรงจิตร

มมส ได้รับการจัดอันดับ ม.สีเขียว อันดับที่ 5 ของไทย ที่ 101 ของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699661

มมส ได้รับการจัดอันดับ ม.สีเขียว  อันดับที่ 5 ของไทย ที่ 101 ของโลก

มมส ได้รับการจัดอันดับ ม.สีเขียว อันดับที่ 5 ของไทย ที่ 101 ของโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ได้รับการจัดอันดับการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว อันดับที่ 5 ของประเทศ และอันดับที่ 101 ของโลก จากการจัดอันดับของ UI Green Metric World University Rankings 2022 ซึ่งเป็นการจัดอันดับการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวของมหาวิทยาลัยทั่วโลก

UI Green Metric World University Rankings 2022 ได้ประกาศผลการจัดลำดับมหาวิทยาลัยสีเขียวประจำปี 2022 เมื่อกลางเดือนธันวาคม 2565 และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ติดอันดับที่ 5 จาก 47 มหาวิทยาลัยไทย และได้อันดับที่ 101 จาก 1,050 มหาวิทยาลัยทั่วโลกโดยในปีนี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้คะแนนรวมทั้งหมด 8,200 คะแนนตามเกณฑ์การประเมินทั้ง 6 ด้าน ดังนี้ ที่ตั้งและโครงสร้างพื้นฐาน (Setting and Infrastructure) 1,300 คะแนนการจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Energy and Climate Change) 1,525 คะแนน การจัดการของเสีย (Waste) 1,275 คะแนน การจัดการน้ำ (Water) 800 คะแนน การขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Transportation) 1,550 คะแนน และ ความสามารถในการให้การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน (Education) 1,750 คะแนน

‘ลำนำศิลป์ พื้นถิ่นไทย ประกวดคลิปวีดีโอ ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่’ ชิงเงินรางวัลรวม 250,000

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699671

‘ลำนำศิลป์ พื้นถิ่นไทย ประกวดคลิปวีดีโอ ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่’ ชิงเงินรางวัลรวม 250,000

‘ลำนำศิลป์ พื้นถิ่นไทย ประกวดคลิปวีดีโอ ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่’ ชิงเงินรางวัลรวม 250,000

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.24 น.

‘ลำนำศิลป์ พื้นถิ่นไทย ประกวดคลิปวีดีโอ ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่’ ชิงเงินรางวัลรวม 250,000 บาท

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวในโอกาสแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “ลำนำศิลป์ พื้นถิ่นไทย” ว่ากองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ให้ความสำคัญกับศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ซึ่งรวมถึงดนตรีพื้นบ้าน และการละเล่นท้องถิ่นในภูมิภาคต่างๆ ถือเป็นต้นทุนและมรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่เป็นจุดแข็งที่สามารถนำมาต่อยอดสร้างผลกระทบได้ทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ สร้างสิ่งที่เป็นคุณค่าและมูลค่าได้ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกองทุนที่ต้องการสร้างให้เกิดสื่อดีๆ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยการจัดเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างบรรยากาศให้มีการส่งผ่านมรดกทางวัฒนธรรมพื้นบ้านจากศิลปินที่อาจเป็นคนรุ่นเก่าไปสู่คนรุ่นใหม่

ผู้จัดการกองทุนกล่าวย้ำว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มีวัตถุประสงค์ 5 ยุทธศาสตร์ 6 สร้าง ประกอบด้วย

1. สร้างสื่อ ทำให้มีสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์มากขึ้น การแสดงออกทางศิลปวัฒนะธรรมพื้นบ้าน ก็เป็นหนึ่งในสื่อที่กองทุนต้องการสนับสนุน

2. สร้างคน เริ่มต้นด้วยการประกวด ซึ่งมุ่งเป้าที่คนรุ่นใหม่ เพราะต้องการให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างผู้เกี่ยวข้องหลายๆ ฝ่าย เช่น ถ้าน้อง ๆ เยาวชนสนใจโครงการนี้ พวกเขาจะต้องวิ่งไปหาศิลปินต้นแบบ เช่น ภาคใต้ ไปหาหนังตะลุง มโนราห์ ภาคกลาง ลำตัด ฉ่อย ภาคเหนือ ไปปรึกษาครูด้านสะล้อซอซึง ภาคอีสาน เป็นครูหมอลำหรือการแสดงพื้นถิ่นของภาคอีสาน  เพราะฉะนั้นเป็นการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันของคนรุ่นใหม่ไปถึงศิลปินต้นแบบ

3. สร้างภูมิคุ้มกัน ให้คนสามารถรับสื่ออย่างมีสติ ได้ใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์  ไม่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสื่อให้เป็นมลภาวะกับสังคม หรือการระรานกันในโลกออนไลน์

4. สร้างองค์ความรู้ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ให้ความสำคัญในการศึกษาวิจัยการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ

5. สร้างเครือข่าย สร้างการมีส่วนร่วม ส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคส่วนต่าง ๆ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สื่อให้มีประโยชน์

6. สร้างองค์กรที่เป็นองค์กรต้นแบบ หากพูดถึงกองทุนสื่อให้คนนึกถึงผลงานดี ๆ เป็นองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ และพร้อมจะเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่

โครงการกิจกรรมส่งเสริมการผลิตสื่อสร้างสรรค์ ผ่านดนตรี และศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ภายใต้หัวข้อ “ศิลปินพื้นบ้านส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่” นี้ จึงถือเป็นการเริ่มต้นที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ต้องการเห็นเดินไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ซึ่งในอนาคตกองทุนคาดหวังว่า นอกจากผลงานที่ปรากฏแล้ว ยังจะเกิดความร่วมมือระหว่างศิลปินพื้นบ้านต้นแบบ นักดนตรีพื้นบ้านต้นแบบ และคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเข้าไปสัมผัสเรียนรู้ต้องการเห็นการทำงานร่วมกัน

“ในอนาคตเราอยากเห็นตลาดนัดการแสดงศิลปวัฒนธรรม ทำให้คนที่อาจจะไม่เคยสนใจในมรดกทางวัฒนธรรมของไทยหันกลับมาใส่ใจ  เป็นความงดงามที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ ไม่เพียงเป็นการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้านเพียงอย่างเดียว หากแต่จะเป็นการสร้างคุณค่า ส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการเรียนรู้ใหม่ ๆ สร้างความผูกพันธ์ ความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนต่างวัยที่จะเกิดขึ้นจากการทำงานผ่านงานศิลปะมาเป็นเครื่องมือ เป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้ สืบสาน ต่อยอด สิ่งที่เป็นศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้าน ”

อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะ และวัฒนธรรม ในคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ซึ่งเป็นองค์ปาฐกในงานกล่าวว่า ประเทศไทยมีสิ่งที่ต้องตระหนักสิ่งคือ เรื่องของ ‘3 ภูมิ’ ประกอบด้วย หนึ่งภูมิศาสตร์ ที่เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ และความอุดมสมบูรณ์ มีของดีมากมายที่ทั่วโลกพูดถึง สองภูมิวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ภูมิภาษาและปัญญาแผ่นดิน และภูมิศิลปะต่างๆ และสามคือภูมิน้ำใจ ที่เป็นจุดแข็งที่สามารถผลักดันให้โลกเกิดสันติสุขได้

“หากพวกเราร่วมมือร่วมใจกันในการผลักดันให้ศิลปินได้สร้างสรรค์ผลงานต่อไปให้ครบวงจรทั้ง 3 ภูมิ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถสร้างพลังทางวัฒนธรรม หรือ Soft Power ให้กับประเทศไทยได้”

สำหรับเงื่อนไขและกติกาการส่งผลงานเข้าประกวด ในข้อสำคัญ คือ การถ่ายทอดแง่มุมความสวยงามของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม มีความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอมุมมอง ซึ่งคลิปวีดีโอที่ส่งเข้าประกวด ต้องนำเสนอประวัติ และตัวตนของศิลปินพื้นบ้าน เพื่อการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้าน ที่สอดคล้องกับหัวข้อโครงการ คือ ลำนำศิลป์ พื้นถิ่นไทย หรือ THE MELODY OF FOLK ART ความยาวของผลงานที่ส่งเข้าประกวดอยู่ระหว่าง 10 – 15 นาที

นอกจากนั้นผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องคำนึงถึงการไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ทั้ง ภาพ เสียง เอฟเฟค รวมถึงไม่ใช้ผลงานที่ทำซ้ำ ดัดแปลง ไม่เคยเผยแพร่ หรือเคยได้รับรางวัลหรือถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ นอกจากการส่งเข้าประกวดในครั้งนี้

เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 19 มกราคม 2566 และสิ้นสุดรับผลงาน 9 กุมภาพันธ์ 2566 โดยทางกรรมการจะใช้เวลา พิจารณาคัดเลือกก่อนประกาศผลในเดือนมีนาคม 2566

สำหรับผู้ที่ส่งผลงานเข้าประกวดและผ่านการคัดเลือกจะได้รับรางวัลพร้อมโล่รางวัลจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ รวมมูลค่ากว่า 250,000 บาท แบ่งเป็น

รางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัลๆ ละ 50,000 บาท

รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง มี 1 รางวัลๆ ละ 40,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับสอง มี 2 รางวัลๆ ละ 30,000 บาท

รางวัลชมเชย จำนวน 4 รางวัลๆ ละ 10,000 บาท

และป๊อบปูล่าโหวต อีก 2 รางวัลๆ ละ 30,000 บาท

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ผ่าน LINE ID

: @ThemelodyoffoIkart และสามารถติดตามข่าวสารโครงการฯ ได้ที่ Facebook :ลำนำศิลป์ พื้นถิ่นไทย(https://www.facebook.com/TheMelodyofFolkArt)

‘ม.ล.สราลี’ ลงนามถวายพระพร ขอ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯพัชรกิติยาภา’หายจากพระประชวร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699664

‘ม.ล.สราลี’ ลงนามถวายพระพร ขอ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯพัชรกิติยาภา’หายจากพระประชวร

‘ม.ล.สราลี’ ลงนามถวายพระพร ขอ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯพัชรกิติยาภา’หายจากพระประชวร

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.05 น.

‘ม.ล.สราลี’ สวดมนต์ขอพรถวาย ขณะที่ชาวบึงชำอ้อ จ.ปทุมธานี ได้รับพระราชทานช่วยเหลือจนพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน ด้วยพระบารมี “สมเด็จเจ้าฟ้าฯพัชรกิติยาภา”

วันที่ 21 ธันวาคม 2565 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

โดยตลอดวันนี้ได้มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คณะผู้บริหาร ครู นักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมถึงประชาชนจากทั่วทุกสารทิศได้นำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่างๆมาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน  อาทิ  นางสาวมูนา อับบาส มะฮ์มูด รอฎี เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรบาห์เรน ประจำประเทศไทย,  นายอิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมาน ประจำประเทศไทย,  นายชัยยิด เรซ่า โนบัคตี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ประจำประเทศไทย,  ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์  วีรานุวัตติ์ รองประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อุทยาน ร.2) , สมาชิกราชสกุลในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ร.2), เทศาบาลเมืองหนองปรือ จ.ชลบุรี, โรงเรียนสิงห์บุรี, กาญนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง, อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, มหาวิทยาลัยเทโนโลนีปทุมวัน, กรมพลาธิกาาทหารเรือ, ทีมถวายการรักษาพระองค์ คณะทันตแพทย์ศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ข้าราชการและพลทหาร กรมสารวัตรทหารเรือ, โรงเรียนเพชรรัชต์ ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี,  อธิบดีกรมศิลปากร, สมาคมไทย-ญี่ปุ่น, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สมาคมพัฒนาสถานรับเลี้ยงเด็กไทย, ผู้บริหารคณะกรรมการสมาคมผู้ปกครองและครูสาธิปทุมวัน และคณะกรรมการสมาคม, ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่, สมาคมการค้าไทยไฮหลำ และสมาคมใหหนำแห่งประเทศไทย,  นายกร ทัพรังษี นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน,  คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน, การรถไฟแห่งประเทศ, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน),  มูลนิธิขาเทียมในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, กรมการทหารสื่อสาร, โรงเรียนในเครือทรงวิทย์, โรงพยาบาลตำรวจ,  บริษัทไทยรุ่งยูเนี่บนคาร์ จำกัด (มหาชน)  มูลนิธิคนตาบอด ในพระบรมราชินูปถัมภ์, พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ชุมชนคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี, ม.ล. สราลี กิติยากร

ม.ล.สราลี กล่าวว่า ได้ขอพรจากสิ่งศักดิ์คุ้มครองให้ท่านแข็งแรง ตอนนี้ยึดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพรให้ท่านแข็งแรง และขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่เป็นกำลังใจ และถวายกำลังใจให้กับพระองค์ท่าน เมื่อวานก็เดินทางไปขอพรจากเทพเจ้า “ไท้ส่วยเอี้ย” ซึ่งเป็นเทพแห่งการคุ้มครองดวงชะตาตามความเชื่อของชาวจีน ส่วนวันนี้จะเดินทางไปขอพรที่วัดพระแก้ว เพื่อขอพรถวายท่าน

ด้านนายอักษร น้อยสว่าง ประธานกรรมการบริหารจัดการน้ำชุมชน ต. บึงชำอ้อ จังหวัดปทุมธานี  พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ชุมชนคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี  กล่าวว่า  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชทานความช่วยเหลือชุมชนชาวคลองรังสิต ตั้งแต่ปี 2555 โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนแนวทางการจัดการน้ำ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเกษตร โดยพระราชทานเงินบริจาคของวิทยาลัยกระบวนการยุติธรรมเพื่อสถาบันสารสนเทศทรัพย์กรน้ำและการเกษตรในการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและพัฒนาพื้นที่คลองรังสิต เป็นแก้มลิงแบบเพิ่มรายได้และพระราชทานต้นกล้าปาล์มน้ำมัน จำนวน 13,000 ต้นให้กับประชาชนเพื่อปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ พร้อมทั้งพัฒนาร่องสวนปาล์มน้ำมัน เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำและหน่วยน้ำในช่วงฤดูฝน ทำให้สามารถเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

“ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ทุกวันนี้ทำให้ชาวบ้านชุมชนคลองรังสิต สามารถตัดปาล์มน้ำมันได้ปีละ 24 ครั้งจนมีรายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว แม้กระทั่งช่วงโควิด 19 ระบาดหนัก ทำให้ประชาชนในพื้นที่สามารถนำเงินกองทุนสำรองจากการขายปาล์มน้ำมันมาใช้จ่ายได้โดยไม่ลำบาก” นายอักษร กล่าว
 

‘สอวช.-ภาคเอกชน’มั่นใจเอเปค 2022 นำไปสู่การเป็น‘บีซีจีโมเดล’ของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699642

‘สอวช.-ภาคเอกชน’มั่นใจเอเปค 2022 นำไปสู่การเป็น‘บีซีจีโมเดล’ของโลก

‘สอวช.-ภาคเอกชน’มั่นใจเอเปค 2022 นำไปสู่การเป็น‘บีซีจีโมเดล’ของโลก

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.46 น.

‘สอวช.-ภาคเอกชน’มั่นใจเอเปค 2022 นำไปสู่การเป็น‘บีซีจีโมเดล’ของโลก เผยต้นแบบการดำเนินการภาคเอกชน BCG Model ไทย มาจากแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จัดการเสวนาผ่านรายการ Future Talk by NXPO ในหัวข้อ “Circular Economy : ผลสำเร็จจากเวทีเอเปค สู่จุดยืนประเทศไทย” โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วย นายเฉลิม โกกนุทาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์ คณะทำงาน BCG Model สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นางจิรายุณัฐ อัจฉริยะขจร เจ้าของแบรนด์ One more ช็อกโกแลตสัญชาติไทย และ นายนรชัย รังสีวิจิตรประภา ผู้เชี่ยวชาญนโยบาย กลุ่มนโยบายเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน สอวช. ดำเนินรายการโดย ดร.ศรวณีย์ สิงห์ทอง ผู้อำนวยการฝ่ายกลุ่มนโยบายเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน สอวช.

ดร.ศรวณีย์ กล่าวว่า จากการที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค 2022 และได้ยกประเด็นโมเดลเศรษฐกิจบีซีจี โดยมีเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญในเวทีนี้ เพื่อตอบโจทย์การนำพาประเทศและเขตเศรษฐกิจไปสู่ความยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยวางเป้าหมายสำหรับเวทีนี้ให้เกิดการทำงานร่วมกันในเขตเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก จะทำให้เกิดความเข้มแข็งทางการค้าและความร่วมมืออื่นๆ ในเขตเศรษฐกิจนี้ นอกจากนี้เศรษฐกิจหมุนเวียนยังสนับสนุนผู้ประกอบการ/ภาคเอกชนในมิติภาษีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มิติภาคบังคับของการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหากเราปรับตัวเร็วก็จะเป็นโอกาสในการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะสามารถเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของโลกได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ประเทศไทยต้องมีความจริงจังและให้ความสำคัญ และเป็นจังหวะที่ดีที่ได้ถูกหยิบยกเป็นวาระในการประชุมเอเปค 2022 นี้

นายนรชัย กล่าวว่า ความสำเร็จจากการประชุมเอเปค เป็นที่มาของ Bangkok Goals ที่นานาประเทศในกลุ่มเอเปค ยอมรับแนวทางนี้ที่ริเริ่มโดยประเทศไทย ซึ่งแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเอง ก็มีการระบุไว้ชัดเจนว่าจะสามารถนำไปสู่เป้าหมายความยั่งยืนได้ ทั้งนี้ ในส่วนของ สอวช. ที่ผ่านมาได้ดำเนินนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งในระดับนโยบายและระดับผู้ประกอบการ โดยระดับนโยบาย ได้จัดตั้ง CE Innovation Policy Forum ขึ้นมา ให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของผู้ประกอบการได้สนับสนุนให้เกิดโครงการสร้างขีดความสามารถในการออกแบบหมุนเวียน (Circular Design) เพื่อเสริมสร้าง และติดอาวุธให้กับผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันในระดับเอเปค สอวช. มีศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค (APEC Center for Technology Foresight) ที่มีบทบาทในการจัดทำแผนภาพของเทคโนโลยีด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน และยังร่วมกับหลายเขตเศรษฐกิจ จัดทำแผนที่นำทางเทคโนโลยีนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศด้วย

อย่างไรก็ตามหากจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างจริงจัง ต้องดำเนินการใน 3 แนวทางคือ 1. สร้างระบบนิเวศผ่านหน่วยงานและมาตรการต่าง ๆ โดย สอวช. ตั้งใจจะพัฒนาความร่วมมือกับหลายภาคส่วนตามแนวทาง CE Vision 2030 เพื่อให้ดำเนินการไปในทิศทางและเป้าหมายเดียวกัน 2. สนับสนุนผู้ประกอบการ โดย สอวช. ร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สร้างขีดความสามารถและเครื่องมือที่เป็นสิ่งกระตุ้น(Incentive) ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับเอสเอ็มอีในการประกอบธุรกิจ และ 3. สร้างความร่วมมือกับต่างประเทศในการทำแผนที่นำทางเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับเขตเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกเพื่อให้เกิดการทำงานกับเครือข่ายในภูมิภาค ภายใต้บทบาทศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค (APEC Center for Technology Foresight)

ด้านนายเฉลิม กล่าวว่า หลายสิบปีก่อน บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ยังเป็นธุรกิจขนาดเล็ก และได้เข้าโครงการเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 จากนั้นนำมาปรับใช้กับธุรกิจเกษตรที่เราทำ และน้อมนำแนวคิดมาดำเนินงานคือ สินค้าเกษตรเราไม่สามารถเพิ่มราคาได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือ ลดต้นทุนแล้วทำผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรที่มีเฉพาะที่ (สินค้า GI (Geographical Indications) ซึ่งเราได้เป็นต้นแบบสำคัญที่ต่อยอดมาสู่บีซีจี และสู่เป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ภายใน 8 ปี

นายเฉลิม กล่าวว่า หลังการประชุมเอเปค ประเทศไทยเรามีความพร้อมมาก เนื่องจากเรามีหน่วยงานมีความรู้ ความสามารถ ผู้บริหารหน่วยงาน ไปจนถึงผู้นำประเทศ ให้ความสนใจและผลักดันเรื่องบีซีจีอย่างจริงจัง แต่สิ่งที่ท้าทายคือ เราจะนำความรู้ความสามารถนั้น มาร่วมกันจัดการได้อย่างไร ซึ่งหากมีการบริหารจัดการที่ดี มีการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ชัดเจน มีส่วนร่วมของภาคประชาชน ทุกคนก็จะได้ผลประโยชน์ร่วมกัน และหากมีต้นแบบที่ชัดเจน เกิดมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ ประเทศไทยก็จะสามารถเป็นโมเดลบีซีจีของโลกได้

ดร. สวนิตย์ กล่าวว่า บีซีจีเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่จะทำให้ผู้ประกอบการได้เห็นในหลาย ๆ มิติ อย่างไรก็ตามยังมีความท้าทายว่า หากต้องการส่งเสริมให้เกิดความสามารถในการแข่งขันก็อยากจะผลักดันให้เกิดศูนย์กลางความเป็นเลิศทางด้านชีวภาพให้เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยตรง นอกจากนี้อยากให้มีกลไกภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การสร้างแรงจูงใจในด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี รางวัลต่าง ๆ รวมไปถึงการปลดล็อกทางกฎหมาย เป็นต้น

นางจิรายุณัฐ กล่าวว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนจากพื้นที่ มีจุดเริ่มต้นมาจากการเห็นคุณค่าของทรัพยากรในพื้นที่ที่เรามีคือ โกโก้ ซึ่งในชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ปลูกกันมายาวนาน โดยปลูกร่วมกับพืชชนิดอื่น เช่น เงาะ มังคุด ทุเรียน กระท้อน รวมถึงพืชสวนครัว ผ่านการปลูกแบบออร์แกนิค อย่างไรก็ตามในช่วงแรกเรายังไม่รู้หลักการแปรรูป หรือทำออกมาเป็นธุรกิจ จึงค่อย ๆ ศึกษาเรียนรู้ โดยยึดแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นต้นแบบ เน้นการรักษาสิ่งแวดล้อม จนมาถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ปรับบรรจุภัณฑ์  ให้เป็นธรรมชาติ และมีความเป็นไทย คงเอกลักษณ์ท้องถิ่น สอดรับกับความมั่นคงทางด้านอาหาร และเป็นครัวของโลกได้ ซึ่งวิธีคิดแบบนี้ควรอยู่ในทุกธุรกิจไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ เนื่องจากประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน จะไม่ใช่แค่เพียงการกำจัดขยะ แต่จะไหลเวียนไปสู่เกษตรกร พัฒนาไปสู่พืชเกษตรชนิดอื่น ๆ เช่น การใช้น้ำตาลมะพร้าวในพื้นที่มาเป็นวัตถุดิบในการผลิต การออกแบบเสื้อผ้าที่ลดการสิ้นเปลืองทรัพยากร ก่อให้เกิดการเรียนรู้ในชุมชน และยังเป็นต้นแบบ เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กลุ่มนักศึกษาและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาศึกษาได้อีกด้วย

“เรายึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีแง่คิดในการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ เข้าใจการใช้ซ้ำ และบริหารจัดการทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างเต็มศักยภาพ แม้เราจะเป็นธุรกิจเล็ก ๆ แต่ก็ขอเป็นจิ๊กซอว์ ตัวน้อย ๆ ที่จะขับเคลื่อนสู่เป้าหมายใหญ่ของประเทศได้” นางจิรายุณัฐ กล่าว

‘สถานทูต-สถานกงสุลใหญ่ไทย’ทั่วโลก จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพร ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699557

'สถานทูต-สถานกงสุลใหญ่ไทย'ทั่วโลก จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพร 'สมเด็จเจ้าฟ้าฯพัชรกิติยาภา'

‘สถานทูต-สถานกงสุลใหญ่ไทย’ทั่วโลก จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพร ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯพัชรกิติยาภา’

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.58 น.

สถานทูต -สถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก พร้อมใจกันจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพร “สมเด็จเจ้าฟ้าฯพัชรกิติยาภา”

สถานเอกอัครราชทูตไทย และสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ร่วมกับชุมชนไทย และวัดไทยในต่างประเทศ  พร้อมใจกันจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา  และ เปิดให้มีการลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา  – สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ (ร่วมกับชุมชนไทย จัดกิจกรรมขึ้น ที่ วัดพุทธชินวงศ์ เมือง Kristiansand วัดพุทธบารมี เมือง Stavanger วัดพุทธภาสแชนนิส เมือง Stavanger และวัดนาร์วิก เมือง Narvik)  ,สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน, สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน  , สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตาประเทศอินเดีย,สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม  ,สถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิค เยอรมนี,  สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว,  สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น สวิตเซอร์แลนด์,  สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี, สถานเอกอัครราชทูต  ณ เวียงจันทน์ สปป.ลาว,  สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญกัมพูชา,  สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีสฝรั่งเศส, สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา อินโดนิเซีย เป็นต้น

 

นายกฯนำถวายพระพรชัยมงคล เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เปิดทำเนียบเจริญพระพุทธมนต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699521

นายกฯนำถวายพระพรชัยมงคล  เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ  เปิดทำเนียบเจริญพระพุทธมนต์

นายกฯนำถวายพระพรชัยมงคล เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เปิดทำเนียบเจริญพระพุทธมนต์

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.30 น.

นายกฯนำถวายพระพรชัยมงคล เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เปิดทำเนียบเจริญพระพุทธมนต์ พสกนิกรแน่นโรงพยาบาลจุฬาฯพร้อมใจลงนามถวายพระพร เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชน น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

นายกฯและภริยา เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 19 ชุมชนทั่วประเทศ ร่วมลงนามถวายพระพร

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 20 ธันวาคม ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีคณะรัฐมนตรีและคู่สมรสเข้าร่วมพิธีตามลำดับพิธี ดังนี้ นายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงตึกภักดีบดินทร์ พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นายกรัฐมนตรีจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายธูปเทียนแพหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีลและเจริญพระพุทธมนต์

จากนั้น นายกรัฐมนตรีถวายผ้าไตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์สวดอนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำรับพร กราบลาพระรัตนตรัย ถวายความเคารพหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสร็จพิธี

ลงนามถวายพระพรที่รพ.จุฬา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ตลอดวันนี้ได้มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดนำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของมาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ ราชสกุลดิศกุล, ราชสกุลสนิทวงศ์, ชมรมสายสกุลบุนนาค, ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย(ADB), หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก, กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ อาหาร จำกัด(มหาชน), กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายกสมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียล แห่งประเทศไทย,สมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล, นายกสมาคมนามธารี สังคัต แห่งประเทศไทย, กรมจเรทหารบก, สำนักงานข้าราชการพลเรือน, คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม, กรมกิจการเด็กและเยาวชน สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กระยอง กรมกิจการเด็กและเยาวชน พร้อมคณะในโครงการสนับสนุนกิจกรรมเด็กและเยาวชนนในสถานคุ้มครองเด็กระยอง จ.ระยอง ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา,

คณะพระสหายร่วมถวายพระพร

คณะพระสหาย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดปราจีนบุรี, กองพลทหารปืนใหญ่ลพบุรี, โรงเรียนนายเรือ, ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก, วิทยาลัยการทัพบก, เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, โรงเรียนศึกษานารี, สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์, โรงเรียนสตรีภูเก็ต, สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร(องค์การมหาชน), สมาคมสมาพันธ์สตรีมุสลิม ประเทศไทย, บริษัทซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน), มูลนิธิกุมาร รพ.พระมงกุฏเกล้า, มูลนิธิกีฬาซีเกมส์, มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 1, มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนี(พอ.สว.), สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา, ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองพร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมิตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ศูนย์คุณธรรม วงดุริยางค์ฟิลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย, นายปัญญา นิรันตร์กุล ประธานบริษัทเวิร์คพอยร์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด, นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

เครือข่ายเตือนภัยฯชุมชนทั่วปท.

เวลา 11.00 น. เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) 19 ชุมชนทั่วประเทศ เดินทางมาทูลเกล้าฯถวายแจกันดอกไม้พร้อมลงนามถวายพระพรด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อชุมชนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติทั้ง 19 ชุมชน ที่ทรงห่วงใยพระราชทานความช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยให้ชาวบ้านในชุมชนต่าง ๆ

จ่าโทโกเมศร์ ทองบุญชู ผู้แทนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชน อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่าวันนี้มาเป็นตัวแทนเครือข่ายชุมชนทั่วประเทศ เพื่อมาลงนามถวายพระพรให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็ววัน และชาวบ้านทุกคนต่างก็เฝ้าภาวนาขอพรให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรกลับไปช่วยเหลือพัฒนาชุมชนของพวกเขาต่อไป ดังรับสั่งที่เคยกล่าวกับชาวบ้านทุกคนว่า “เดี๋ยวเราจะมาช่วยเหลือชาวบ้านทุกคน”

“พอทราบข่าวพระองค์ท่านประชวรผมเชื่อว่าไม่ใช่แค่เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเท่านั้นคนไทยทั่วประเทศก็สวดมนต์ภาวนาตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวร ที่ผ่านมาพระองค์ภาทรงมีพระกรุณาธิคุณต่อพวกเราชาวชุมชน อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช และหมู่บ้านเครือข่ายอย่างมาก ได้พระราชทานพระราชดำริในการแก้ปัญหาและบรรเทาสาธารณภัยที่ต้นเหตุแบบยั่งยืนแทนการตั้งรับ โดยการอบรมความรู้ให้คนในชุมชนและเยาวชนในพื้นที่เสี่ยงภัย จำนวน 19 ชุมชนครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีในการเตือนภัยก่อนเกิดภัยพิบัติ และช่วยเหลือดูแลกันในชุมชนพร้อมพระราชทานอุปกรณ์ในการเฝ้าระวังเตือนภัยที่จำเป็น เช่น วิทยุสื่อสาร วิทยุแม่ข่าย การติดตั้งสถานีโทรมาตร หรือเรือกู้ภัย เพื่อให้คนในชุมชนและเยาวชนในพื้นที่ได้เข้ารับการอบรมการเตือนภัยพิบัติ ทรงมีพระดำริให้เน้นแก้ปัญหาแบบยั่งยืน และให้มีระบบเฝ้าระวังภัย โดยเริ่มที่คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา”

รำลึกทรงช่วยน้ำท่วมนครศรีฯ

จ่าโทโกเมศร์ กล่าวต่อว่า ตัวแทนเครือข่ายภัยพิบัติชุมชนทั่วประเทศจะสลับเดินทางมาลงนามถวายพระพร แม้พวกเขาจะอยู่ไกลแค่ไหนของประเทศก็จะเดินทางมาถวายพระพรให้ได้เพราะถ้าเทียบกับน้ำพระทัยที่พระองค์มีต่อพวกเราชาวชุมชนแล้วการเดินทางแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ

“ผมจำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่จังหวัดนครศรีธรรมราช น้ำท่วมหนักมาก พระองค์เสด็จฯมาเป็นการส่วนพระองค์และทรงวิ่งประมาณ 3-4 กิโลเมตร เพื่อสอบถามชาวบ้านทุกคนที่เดินผ่านอย่างไม่ถือพระองค์ ว่า ได้รับถุงยังชีพหรือยัง หรือแม้แต่เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันประสูติของพระองค์ ก็ยังทรงมีรับสั่งว่าจะเสด็จไปเยี่ยมพวกเราชาวเครือข่ายเตือนภัยพิบัติ ซึ่งพวกเราทุกคนจะรอพระองค์ท่านกลับมาทรงงานต่อ” จ่าโทโกเมศร์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

อาชีวะจัดน้ำอื่มอาหารบริการ

ทั้งนี้ วิทยาลัยในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้นำชา กาแฟ ขนมคุ๊กกี้ อาหารว่าง และน้ำดื่ม มาแจกจ่ายให้ประชาชนที่เดินทางมาลงนามถวายพระพรด้วย โดยในวันนี้มีคณะอาจารย์นักเรียน นักศึกษาอาสา จากวิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก มหานคร วิทยาลัยพาณิชยการธนบุรี วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอี่ยมละออ วิทยลัยอาชีวศึกษานครปฐม และร่วมดูแลการจราจรที่บริเวณหน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

กทม.จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนาถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ร่วมกับคณะสงฆ์ ณ พระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร ทั้งนี้ ขอเชิญประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนาถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ วัดสุทัศนฯ ได้ทุกวัน ตามเวลาดังนี้ เวลา 08.30 น. ทำวัตรภาคเช้า ณ พระอุโบสถ วัดสุทัศนเทพวราราม ถ้าเป็นวันธัมมัสสวนะ (วันพระ) ทำวัตรภาคเช้า เวลา 09.00 น. ที่พระวิหารหลวง เวลา 12.00 น. สวดมนต์ภาคกลางวัน ณ พระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม โดยวันจันทร์-ศุกร์ เริ่มเวลา 12.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เริ่มเวลา 13.00น.เวลา 16.00น.ทำวัตรภาคเย็น ณ พระอุโบสถ วัดสุทัศนเทพวราราม เวลา 19.00น.สวดมนต์ภาคค่ำ ณ พระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม รวมทั้ง สามารถร่วมสวดมนต์ออนไลน์ และถวายพระพรชัยมงคล ผ่านทาง Facebook Fanpage สวดมนต์ วัดสุทัศน์www.facebook.com/watsuthateveningservice

‘พังงา’สวดมนต์ถวายพระพร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณห้องโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพังงา นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายเถลิงศักดิ์ นุชประหาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ร่วมลงนามถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อให้ทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็ว โดยมีข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ นายอำเภอ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหล่ากาชาดจังหวัดพังงา พนักงานและเจ้าหน้าที่ ร่วมลงนาม

ด้าน นาวาตรีหญิงโนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา พญ.ทิพย์รัตน์ ต้นสกุลประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพังงา หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงในริมคลองพังงา ข้างศูนย์ราชการจังหวัดพังงา เพื่อบำเพ็ญกุศลถวายแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน ด้วยหัวใจแห่งความจงรักภักดี ขณะที่ พล.ต.ต.ณฐกรญ์ กาญจนาภรณ์ ผบก.ภ.จ.พังงา นำข้าราชการตำรวจในสังกัดกว่า 100 นาย ร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการพระประชวร มีพระพลามัยแข็งแรงในเร็ววัน ซึ่งจัดขึ้นที่บริเวณหน้าอาคารกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา เขตเทศบาลเมืองพังงา