‘สมเด็จพระสังฆราช’มีพระดำรัสเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ’รัชกาลที่ 9’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696166

'สมเด็จพระสังฆราช'มีพระดำรัสเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ'รัชกาลที่ 9'

‘สมเด็จพระสังฆราช’มีพระดำรัสเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ’รัชกาลที่ 9’

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.44 น.

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2565 เพจเฟซบุ๊ก “สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช” โพสต์ข้อความระบุว่า เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๕ ว่า

“อภิลักขิตสมัยคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ทางราชการยังกำหนดให้เป็นวันชาติ และเป็นวันพ่อแห่งชาติอีกด้วย จึงควรที่เราทั้งหลาย ผู้อาศัยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมเป็นที่พึ่ง จักพึงน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และประกอบกรณียกิจ อุทิศถวายพระราชกุศลแด่พระองค์ ผู้ทรงเปรียบได้ดั่งบิดาแห่งประชาราษฎร

ธรรมะของพระราชา หรือราชธรรม ๑๐ ประการ ที่เรียกกันว่า “ทศพิธราชธรรม” นั้น แท้จริงแล้ว ย่อมยังประโยชน์ทั่วไปสำหรับสาธารณชน คนไทยทุกคนจึงควรศึกษาใคร่ครวญให้ถ้วนถี่ แล้วเชิดชูขึ้นเป็นวิถีนำทางประพฤติสำหรับตน ในปีนี้ จักได้ปรารภถึงธรรมะประการที่สามแห่งทศพิธราชธรรม กล่าวคือ “ปริจจาคะ” หรือ “บริจาค” ซึ่งหมายถึงการเสียสละโดยปราศจากความเห็นแก่ตัว โดยไม่หวังผลตอบแทน เป็นการยอมพลีให้พร้อม ๆ กับการละกิเลส เช่น สละทรัพย์ สละชีวิต สละกามสุข สละจากอกุศล เป็นต้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นั้น ทรงสละพระราชทรัพย์ ความสุขส่วนพระองค์ และโอกาสที่จะทรงแสวงหาความสำราญ อันอาจจะทรงได้รับอย่างง่ายดายตามพระราชสถานะ หรือแม้ในบางคราวก็ทรงพร้อมที่จะเสียสละสวัสดิภาพแห่งพระชนมชีพ ยอมเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเสี่ยงภยันตรายอยู่ท่ามกลางสถานการณ์อันน่าหวั่นวิตก ทั้งนี้ ก็ด้วยมีพระบรมราชปณิธานอย่างแน่วแน่ ในอันที่จะเกื้อกูลประโยชน์สุขของปวงประชา ทรงถึงพร้อมด้วยพระราชอุดมการณ์อันแรงกล้า ที่จะนำพาสังคมไทยให้รุดหน้าไปสู่ความรุ่งเรืองอยู่ทุกขณะ ทำให้ทรงรักษาพระราชสัตยาธิษฐานแห่งความเสียสละไว้ได้อย่างมั่นคง เหตุฉะนี้ จึงทรงงามสง่าด้วย “ปริจจาคะ” เป็นปรกติในการสั่งสมพระบารมีธรรม

เราทั้งหลายผู้เป็นไทย จึงควรเจริญรอยตามพระราชจริยาในรัชกาลที่ ๙ ด้วยการเพิ่มพูนความเสียสละ ไม่ว่าจะเป็นกำลังทรัพย์ กำลังกาย กำลังใจ หรือกำลังสติปัญญา เพื่อสร้างสรรค์ความสวัสดีให้บังเกิดในหมู่ญาติมิตร บริวาร ชุมชน และสังคมประเทศชาติในวงกว้าง โดยยึดถือประโยชน์ส่วนรวม ยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนตน หลีกเลี่ยงให้พ้นจากการมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อบันดาลความมั่นคงสถาพรให้บังเกิดแก่บ้านเมืองไทย สมพระบรมราชปณิธานในรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ

ขออานุภาพแห่งกุศลสมบัติที่สาธุชนทั้งหลายได้ร่วมกันสั่งสม จงสำเร็จเป็นทิพยารมณ์แห่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นเครื่องปกปักรักษาประชาชาติ ให้องอาจแกล้วกล้าในคุณธรรมจรรยาทุกสถาน พร้อมเพรียงกันทำนุบำรุงราชอาณาจักรไทย ให้เจริญสวัสดิ์วัฒนาการยิ่ง ๆ ขึ้นสืบไป เทอญ.”

เนืองแน่น! ปชช.ทยอยกราบสักการะซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696142

เนืองแน่น! ปชช.ทยอยกราบสักการะซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9

เนืองแน่น! ปชช.ทยอยกราบสักการะซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.26 น.

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ว่า มีประชาชนทยอยเข้ากราบสักการะซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

ปลัดมท.’ชวนช้อปผ้าไทย ‘ใส่ให้สนุก’ เลือกซื้อเลือกหาลายพระราชทาน‘ลายขิดนารีรัตนราชกัญญา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696098

ปลัดมท.’ชวนช้อปผ้าไทย ‘ใส่ให้สนุก’ เลือกซื้อเลือกหาลายพระราชทาน‘ลายขิดนารีรัตนราชกัญญา’

ปลัดมท.’ชวนช้อปผ้าไทย ‘ใส่ให้สนุก’ เลือกซื้อเลือกหาลายพระราชทาน‘ลายขิดนารีรัตนราชกัญญา’

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.46 น.

2 วันสุดท้าย! ‘ปลัดมท.’ ชวนช้อปผ้าไทย ‘ใส่ให้สนุก’ เลือกซื้อเลือกหาสุดยอดผ้าไทยลายพระราชทาน ‘ลายขิดนารีรัตนราชกัญญา’ ถึง5 ธ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ที่เอ็ม ควอเทียร์

4 ธันวาคม 2565 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า “ผ้าไทย” มรดกภูมิปัญญา หัตถศิลป์ หัตถกรรม อันล้ำค่าของพวกเราคนไทย ที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของพี่น้องช่างทอผ้าจากทุกที่ถิ่นในชนบทห่างไกล ผู้สืบสานภูมิปัญญา ต่อลมหายใจด้วยการถักทอ ใส่ใจ ออกแบบเทคนิคลวดลายผ้าจากบรรพบุรุษ เพื่อรักษาหัตถศิลป์หัตถกรรมอันทรงคุณค่า สะท้อนความมั่นคงของชาติด้านเครื่องนุ่งห่ม อันเป็น 1 ในปัจจัย 4 ของชีวิตประจำวันให้คงอยู่คู่กับแผ่นดินไทย

ทั้งนี้ นับเป็นพระกรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานโครงการพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” มาเป็นหลักคิดในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความทันสมัย ใส่ได้ในทุกโอกาส จึงทรงพระกรุณาโปรดให้ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และผู้มีความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการทอผ้า การตัดเย็บเสื้อผ้า ได้ลงพื้นที่ Coaching พัฒนาทักษะ เทคนิค การทอผ้า การออกแบบลวดลาย และการตัดเย็บเสื้อผ้า ให้กับช่างทอผ้าและผู้ประกอบการ OTOP ผ้าไทย ในทั่วประเทศ ด้วยทรงห่วงใยพี่น้องช่างทอผ้าทั่วประเทศ และพระราชทานพระกำลังใจด้วยการสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนด้วยการจัด “การประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา” ประจำปี 2565 ซึ่งมีผู้สมัครส่งผลงานผ้าเข้าประกวด จำนวนทั้งสิ้น 2,946 ผืน และงานหัตถกรรม จำนวนทั้งสิ้น 298 ชิ้น 

โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานคณะกรรมการตัดสินการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา” และงานหัตกรรม รอบตัดสินระดับประเทศ เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 65 ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ผลงานผ้าทุกผืนที่ถูกถักทอส่งเข้าประกวด ผู้เข้าประกวดทุกคนได้นำเสนอแนวคิด เทคนิค และวิธีการทอผ้า ย้อมสีผ้าด้วยสีธรรมชาติ ด้วยความมุ่งมั่น โดยผลงานทุกชิ้น ล้วนเป็นสุดยอดผลงานผ้าไทยลายขิดนารีรัตนราชกัญญา พี่ผ่านการรังสรรค์ ความตั้งใจ ความใส่ใจ ในการถักทอด้วยระยะเวลานาน แต่อุปสรรคปัญหาทั้งหลายต่างกลายเป็นความทุ่มเทในการสร้างสรรค์ชิ้นงานเพื่อบรรลุความต้องการของผู้เข้าประกวดทุกคน ที่มีความมุ่งมาดปรารถนาในการน้อมนำลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา” มาผลิตเป็นผลงานอันทรงคุณค่า เพื่อให้ถูกอก ถูกใจ เป็นที่ต้องการของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย และจากการประกวดผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญาที่ผ่านมา มีพี่น้องประชาชนผู้สนใจและหลงใหลในผืนผ้าไทยจำนวนมาก ติดต่อสอบถามเพื่อเป็นเจ้าของผืนผ้าที่มีความประณีตบรรจงและงดงามเหล่านี้

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านการตลาดและเปิดโอกาสให้พี่น้องช่างทอผ้าผู้ส่งผืนผ้าเข้าประกวดได้มีโอกาสนำเสนอผลงานออกสู่สายตา พี่น้องประชาชนและทำให้พี่น้องประชาชนผู้มีความสนใจในผืนผ้าไทยได้ร่วมสนับสนุนและอุดหนุนเลือกซื้อผืนผ้าที่ผ่านการประกวดจากผู้ประกอบการโดยตรง กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน จึงได้จัดงาน “สืบสานภูมิปัญญาวัฒนธรรมไทย “ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา”” ระหว่างวันที่ 1-5 ธันวาคม 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ Quartier Gallery, M Floor, The EmQuartier ซึ่งมีกลุ่มผู้ประกอบการร่วมออกร้าน จำนวน 50 บูท เพื่อจำหน่ายสุดยอดผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถศิลป์หัตถกรรมให้กับผู้สนใจ เช่น  กลุ่มผาสาทแก้ว ผ้าทอลายโบราณ จ.มหาสารคาม กลุ่มผ้าชิ่นตีนจกลับแล จ.อุตรดิตถ์ กลุ่มเย็บผ้าด้วยมือ (แบรนด์ขวัญตา) จ.หนองบัวลำภู กลุ่มตลาดไหมใต้ถุนเรือน (Young OTOP) จ.สุรินทร์ กลุ่มทอผ้าแม่บ้านเกษตรบ้านม่วงงาม จ.ชัยนาท saloma patek จ.นราธิวาส กลุ่มศิวะนาฎกนกไทย จ.พัทลุง กลุ่มหัตถกรรมงานทองเหลือง จ.ระยอง กลุ่มหัตถกรรมผ้าด้นมืออู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เป็นต้น” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวด้วยว่า กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนผู้สนใจ ได้เลือกซื้อผืนผ้าไทยและหัตถกรรมที่ผ่านการประกวด “ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา” ทุกลวดลาย ทุกเทคนิค จากผู้ประกอบการทั้ง 4 ภาค ที่นำมาได้จัดแสดงและจำหน่าย รวมทั้งเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ผ้าพันคอ กระเป๋า และสินค้าประเภทต่าง ๆ  ซึ่งจะจำหน่ายถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ Quartier Gallery, M Floor, The EmQuartier เพื่อร่วมสืบสานภูมิปัญญาวัฒนธรรมผ้าไทย และร่วมให้กำลังใจผู้ประกอบการช่างทอผ้าจากทั่วประเทศ อันเป็นการทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศ และต่อลมหายใจผืนผ้าไทย ธำรงรักษามรดกภูมิปัญญาที่ล้ำค่าให้คงอยู่คู่กับแผ่นดินไทยอย่างยั่งยืน

ย้ายแล้ว! ‘ครูสาว’แอบขึ้นหอพักนร.ชาย สพฐ.สั่งตั้งกรรมการสอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695840

ย้ายแล้ว! ‘ครูสาว’แอบขึ้นหอพักนร.ชาย สพฐ.สั่งตั้งกรรมการสอบ

ย้ายแล้ว! ‘ครูสาว’แอบขึ้นหอพักนร.ชาย สพฐ.สั่งตั้งกรรมการสอบ

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.39 น.

จากกระแสสังคมโซเชียลที่กำลังให้ความสนใจและพูดถึงกันในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นกรณีแชทฉาว ระหว่างครูสาวของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปรกาาร กับลูกศิษย์หนุ่มชั้น ม.ปลาย โดยในแชทยังมีการอ้างถึงพฤติกรรมของครูคนดังกล่าวว่า ได้แอบขึ้นหอพักนักเรียนชายและหลับนอนด้วยกัน จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้าง ทั้งนี้ แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า ทางโรงเรียนก็ทราบเรื่อง แต่ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ จนนำแชทดังกล่าวแชร์ไปยังเพจต่างๆ เพื่อไม่อยากให้เรื่องนี้เงียบ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในโรงเรียน

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 2 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวเดินทางที่โรงเรียนย่าน ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ หลังจากทราบว่า ต้นเรื่องดังกล่าวมาจากสถานศึกษาแห่งนี้ โดยบรรยากาศพบว่า ภายในโรงเรียนอยู่ระหว่างมีกิจกรรมแข่งกีฬาสีประจำปี ยังไม่มีใครออกมาให้ข้อมูลใดๆ กับข่าวนี้ โดยให้ผู้สื่อข่าวสังเกตุการณ์ภายนอกโรงเรียนเท่านั้น

กระทั่งเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ดร.วัชรินทร์ โตขาว รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ เดินทางมาประชุมที่โรงเรียนดังกล่าว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ใช้เวลาประชุมประมาณ​ 1 ชม.ก่อนที่จะอนุญาติให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปภายในโรงเรียน และให้แถลงข่าวกับสื่อมวลชน ว่า หลังจากทราบข่าว ตนเองสอบถามไปยังทีมผู้บริหารของโรงเรียน พร้อมกับตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานหาข้อเท็จจริง แต่ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร สำหรับข้อมูลที่เห็นตนเองก็เห็นเท่าทุกคน แต่ลึกๆ แล้วก็ยังไม่รู้ว่ามีอะไรมากว่านี้หรือไม่ การทึ่จะลงโทษบุคคลใด เราควรได้รับข้อมูลให้ครถ้วนทุกด้านก่อน และการลงโทษก็ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของเขตพื้นที่โดยตรง โดยมีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง

ทั้งนี้ ในขั้นตอนต่างๆ ก็ต้องเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลให้สมบูรณ์ สำหรับข้อมูลทั้งสองคนนั้น ก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนพบว่า ครูซึ่งเป็นครูฝึกสอนของวงโยธวาทิต จนมีความสนิทสนมกับนักเรียนชายในวงโยด้วยกัน ได้มีการเรียกเข้ามาตักเตือนแล้ว หลังจากนั้นทั้งคู่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว จนเวลาผ่านไปกว่า 3 เดือน กระทั่งมาเป็นข่าว ส่วนการดำเนินการเบื้องต้น หลังจากเกิดเรื่องจำเป็นที่จะต้องแยกครูกับนักเรียนออกจากกันก่อน โดยให้ครูไปปฏิบัติหน้าที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ ระหว่างรอคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

อย่างไรก็ตาม ได้มีการสอบถามไปยังนักเรียนแล้ว ทราบว่าวันเกิดเหตุนั้น พบว่าครูป่วย ก่อนที่นักเรียนซึ่งมีหลายคนขึ้นไปเยี่ยมที่หอพัก ไม่ได้ขึ้นไปเพียงลำพังตามที่เป็นข่าว ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ต้องรอสอบสวนอีกครั้ง

สำหรับความผิดเบื้องต้นมีความผิดอยู่แล้ว เนื่องจากข้อความที่เห็นค่อนข้างจะเกินเลย แต่จะผิดในระดับไหนต้องมาดูอีกที สำหรับครูคนดังกล่าว เป็นครูผู้ช่วย ซึ่งอยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการไม่ถึง 2 ปี ซึ่งตามกฏระเบียบต้องผ่านการประเมินถึงจะได้บรรจุ หากข้อมูลสอบสวนทุกอย่างพบว่ามีความผิดจริง บทลงโทษก็คือให้ออกราชการ ทั้งนี้ เราจะปกป้องนักเรียนก่อน เรื่องนี้เราจะไม่โทษนักเรียน นักเรียนก็คือนักเรียน จากนี้จะให้นักจิตวิทยาเข้ามาดูแลสภาพจิตใจต่อไป

ที่มา : เพจ “ข่าวสารเมืองปราการ v2

อว. จัดงาน ‘ดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2565’ ดึงวงนักศึกษาจาก 18 สถาบันร่วมถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695810

อว. จัดงาน 'ดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2565'  ดึงวงนักศึกษาจาก 18 สถาบันร่วมถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์

อว. จัดงาน ‘ดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2565’ ดึงวงนักศึกษาจาก 18 สถาบันร่วมถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.37 น.

อว. จัดงาน  “ดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2565” เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร ฯ วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณด้านการดนตรี  ดึงวงนักศึกษาจาก 18 สถาบันร่วมถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์  ให้รับฟังอย่างเต็มอิ่ม 3 -5 ธันวาคมนี้ ที่สวนสาธารณะสำคัญ 3 แห่งของกรุงเทพฯ

ศาสตราจารย์(พิเศษ) ดร.เอนก  เหล่าธรรมทัศน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า วันที่ 5 ธันวาคม 2565  เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ  รัฐบาลได้กำหนดจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ซึ่งไม่เพียงแต่ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเท่านั้น   แต่พระองค์ทรงเป็นทั้งคีตกวีและนักดนตรีที่ชาวโลกยกย่องถึงพระปรีชาสามารถในด้านการดนตรี  ทรงเป็นองค์บรมราชูปถัมภกทางดนตรี  ทรงส่งเสริมทั้งดนตรีไทยและสากล ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ศิลปินดนตรีอย่างทั่วหน้า และเป็นประโยชน์นานัปการแก่สังคมและประชาชนชาวไทย เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยการน้อมนำพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านดนตรี มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างความดีงาม สืบสานศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วมผ่านการแสดงดนตรี 

กระทรวง อว. โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และหน่วยงานในสังกัดทั้งสถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  จึงร่วมกันจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ  ร.9 เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2565 “ดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2565”  ขึ้นเป็นปีที่ 2 ซึ่ง “ดนตรี” ถือเป็นอีกหนึ่งศิลป์ที่กระทรวง อว.ให้ความสำคัญ นอกเหนือจากศาสตร์ที่เป็นการสร้างองค์ความรู้ การวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม 

ทั้งนี้ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 5 ธันวาคม 2565 ในพื้นที่สวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร จำนวน  3 แห่ง คือ สวนเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก สวนหลวงพระราม 8  เชิงสะพานพระราม 8  และสวนวชิรเบญจทัศ หรือสวนรถไฟ ถนนกำแพงเพชร 3 ภายในงานจะมีวงดนตรีจากสถาบันการศึกษาในสังกัดกระทรวง อว.  18  สถาบัน หมุนเวียนกันมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์และบทเพลงต่าง ๆ ในแต่ละวัน อาทิ  วง KU Band and Alumni  วงดนตรีที่มีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ถือกำเนิดมายาวนานกว่า  70 ปี จะมาบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ให้รับฟังกันที่สวนวชิรเบญจทัศ  หรือสวนรถไฟ   ในวันที่ 3 ธันวาคม  วันเดียวกันที่สวนเบญจกิติ จะเป็นวงดนตรี Rangsit University Jazz Orchestra  วงแจ๊สออร์เคสตราแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต  หนึ่งในวงแจ๊สออร์เคสตราระดับนักศึกษารุ่นบุกเบิกในประเทศไทย    และที่สวนหลวงพระราม 8  มีวงดนตรีไทยฉลองขวัญสังคีต  จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร  จะมาบรรเลงเพลงชะตาชีวิต ด้วยวิธีการบรรเลงแบบ “ลูกขัด”เพื่อให้มีทำนองเพลงที่เหลื่อมกัน ฟังเสมือนคลื่นน้ำ ซึ่งเป็นอรรถรสในการฟังเพลงอีกรูปแบบหนึ่ง   
ส่วน วงดนตรี CU Band จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2498 และได้สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยตลอดจนระดับประเทศ จะมาบรรเลงเพลงให้ฟังในวันที่ 5 ธันวาคม ที่สวนหลวงพระราม 8 ขณะที่สวนวชิรเบญจทัศในคืนวันที่ 5 ธันวาคม จะพบกับวงถั่วงอกสีทอง วงเฉพาะกิจที่เกิดจากการรวมตัวของนักศึกษาวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล คละชั้นปี เพื่อบรรเลงบทเพลงของพ่อโดยเฉพาะ และ วง Silpakorn Univ ersity Wind Orchestra  วงดุริยางค์เครื่องลมแห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร  
ประชาชน และผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมรับฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ และผลงานการแสดงดนตรีจากสถาบันการศึกษาได้ตั้งแต่เวลา 17.00 – 20.00 น. 
 

เชิญชวนลงนามถวายพระพร เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695744

เชิญชวนลงนามถวายพระพร เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

เชิญชวนลงนามถวายพระพร เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.43 น.

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 7 ธันวาคม 2565 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 6-8 ธันวาคม 2565

‘ตรีนุช’สั่งสอบปม‘ครูสาว’แอบขึ้นหอพักนร.ชาย จี้กมว.ทบทวนขั้นตอนยึดตั๋วครู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695730

‘ตรีนุช’สั่งสอบปม‘ครูสาว’แอบขึ้นหอพักนร.ชาย จี้กมว.ทบทวนขั้นตอนยึดตั๋วครู

‘ตรีนุช’สั่งสอบปม‘ครูสาว’แอบขึ้นหอพักนร.ชาย จี้กมว.ทบทวนขั้นตอนยึดตั๋วครู

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.02 น.

‘ตรีนุช’สั่งสอบปม‘ครูสาว’แอบขึ้นหอพักนร.ชาย จี้กมว.ทบทวนขั้นตอนยึดตั๋วครู

2 ธันวาคม 2565 น.ส.ตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีเพจดังแชร์ข้อมูลอ้างเกี่ยวกับพฤติกรรมของครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ มีการแอบขึ้นหอพักนักเรียนชายและหลับนอนด้วยกัน จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดแชท!! ครูสาว รร.ดังคุยสยิวนักเรียนชาย โซเชียลวิจารณ์สนั่น) ว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยมอบหมายให้นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ลงไปตรวจสอบที่มาที่ไป ซึ่งกรณีนี้แม้จะเป็นครูผู้หญิง และไม่ว่าจะเป็นครูหญิงหรือครูชาย แต่หากกระทำความผิดในเชิงชู้สาวกับนักเรียน ก็ต้องถูกตรวจสอบ และได้รับโทษตามระเบียบข้อบังคับต่างๆเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้หารือกับคุรุสภา และคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) ซึ่งดูแลเรื่องจริยธรรมความเป็นครูให้เร่งดูระเบียบและข้อกฎหมายว่าสามารถดำเนินการลงโทษอย่างไรได้บ้าง เพราะบางเรื่องเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะมีข้อยุติ ทำให้ ศธ. ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะต้องรอกระบวนการในส่วนนั้น 

“ตอนนี้ได้พยายามดูกระบวนการภายใน ศธ. ว่า สามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง โดยขอให้ กมว. ไปทบทวนระเบียบ หากเรื่องใดที่มีหลักฐานประจักษ์จริงๆจะสามารถระงับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเลยได้หรือไม่ จนกว่ากลไกทางกฎหมายจะแล้วเสร็จ หากไม่มีความผิดค่อยคืนใบอนุญาตฯกลับมา โดยขอให้เร่งดำเนินการเร็วที่สุด” น.ส.ตรีนุช กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีผู้ปกครองนักเรียนอนุบาล 2 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ร้องเรียนเพจทนาย ว่าลูกล้มในห้องเรียนกลับมาบ้านเสียชีวิตนั้น ทราบว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าน้องมีปัญหาเรื่องสุขภาพ หรือเป็นเพราะครูละเลย ซึ่งค่อนข้างมีความซับซ้อน คงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตนขอกำชับให้ครูดำเนินการตามมาตรการดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดและเข้มงวดมากยิ่งขึ้น

ล่าสุดมีรายงานว่า ทางผู้บริหารโรงเรียนได้สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว กำหนดให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน จากนั้นจะส่งผลการสอบสวนไปยังสำนักงานคณะกรรมการขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

ทบ.จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ’ในหลวง ร.9′

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695714

ทบ.จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ'ในหลวง ร.9'

ทบ.จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ’ในหลวง ร.9′

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.07 น.

ทบ.จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันบรมราชสมภพ 5 ธันวาคม 2565

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 2 ธันวาคม 2565 ณ กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธันวาคม 2565 โดยมี พลตรีหญิง พิมพ์พิศา จิตต์แก้วแท้ นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก และคณะผู้บังคับบัญชาเข้าร่วม

กิจกรรมประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ 54 รูป จาก วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร ถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 , พิธีถวายราชสักการะ ถวายราชสดุดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ณ ห้องรับรอง 221 อาคาร 2 ชั้น 2 จากนั้นจึงกระทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยนิมนต์พระสงฆ์ 10 รูป จากวัดโสมนัสราชวรวิหาร ณ ห้องรับรอง 321 อาคาร 3 ชั้น 2 และกิจกรรมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ณ ห้องรับรอง 212 – 213 อาคาร 2 ชั้น 1

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระมหากษัตริย์ไทย แห่งราชวงศ์จักรี ทรงครองสิริราชสมบัติตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2489 สิริรวมระยะเวลา 70 ปี นับว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงครองราชสมบัติยาวนานที่สุดในประเทศไทย พระองค์ทรงปกครองราษฎรไทยด้วยน้ำพระราชหฤทัยงดงามเปี่ยมด้วยพระเมตตา ภายใต้พระปฐมบรมราชโองการที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถ และทรงเข้าพระทัยอย่างถ่องแท้ถึงความต้องการความเดือดร้อน และความจำเป็นของราษฎรของพระองค์ท่านทรงประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ พระองค์ได้พระราชทานแนวพระราชดำริเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งได้รับการยกย่องจากยูเนสโกว่า พระองค์ท่านเป็นกษัตริย์นักพัฒนา โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ เป็นที่ประจักษ์ถึง พระวิริยะอุตสาหะในการทุ่มเทพระวรกายเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พระองค์จึงทรงเป็นที่เทิดทูน และเคารพของคนไทยทั้งประเทศ และเป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศ

ด้านการทหารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะต้องศึกษาค้นคว้าให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ดังพระบรมราโชวาทที่ว่า “กองทัพนั้น มีหน้าที่สำคัญหลักอยู่ที่การป้องกันประเทศ และการธำรงรักษาเอกราช อธิปไตย ของชาติไว้ เหตุนี้ทุกเหล่าทัพจึงจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพของตนให้สมบูรณ์ พร้อมทุกเมื่อทั้งในด้านยุทโธปกรณ์ที่มีความก้าวหน้า ทันสมัย และในด้านกำลังพลที่เข้มแข็งองอาจเพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้ครบถ้วน” (พระบรมราโชวาท ในพิธีสวนสนามแสดงแสนยานุภาพของกองทัพไทย เมื่อ 23 มิถุนายน พ.ศ.2539)

กองทัพบก ในฐานะที่ดำรงไว้ซึ่งการพิทักษ์ ปกป้อง และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันสูงสุด และเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย จึงได้ยึดมั่นในภารกิจอันสำคัญยิ่ง ได้แก่ การถวายการรักษาความปลอดภัย และถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสนองงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง จวบจนรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 รัชกาลปัจจุบัน

วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี นอกจากจะตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรีแล้ว รัฐบาลยังได้ประกาศให้วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันพ่อแห่งชาติ และวันชาติ เพื่อให้เป็นไปตามขนบประเพณีของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข จึงนับได้ว่าวันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันสำคัญของประเทศไทย และเป็นโอกาสที่พสกนิกรชาวไทย จะได้รำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของบูรพมหากษัตริย์ ที่ทรงปกป้องบ้านเมืองมาจนถึงทุกวันนี้

กองทัพบก ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งกองทัพบกรวมทั้งส่วนราชการและภาคพลเรือน จัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

‘ตรีนุช’นำขรก.ศธ.ทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ’ในหลวง ร.9’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695699

'ตรีนุช'นำขรก.ศธ.ทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ'ในหลวง ร.9'

‘ตรีนุช’นำขรก.ศธ.ทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ’ในหลวง ร.9’

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.38 น.

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 2 ธันวาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 โดยมีผู้บริหารระดับสูง และบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมในพิธี ณ พิธีบริเวณสนามหญ้ากระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศธ.จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และถวายความเคารพ เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์

ประธานในพิธี และผู้บริหารระดับสูง ประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม ประธานในพิธี ทอดผ้าไตร จำนวน 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานในพิธี กรวดน้ำ เสร็จแล้ว ประธานในพิธี กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์

จากนั้น ประธานในพิธี พร้อมผู้บริหาร และบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึงถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานับประการเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยตลอดมา

– 006

ภูมิภูเบศรผุด‘คอร์สสั่งตัด’จัดอบรม-ต่อยอดอาชีพสร้างผลิตภัณฑ์ได้จริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695595

ภูมิภูเบศรผุด‘คอร์สสั่งตัด’จัดอบรม-ต่อยอดอาชีพสร้างผลิตภัณฑ์ได้จริง

ภูมิภูเบศรผุด‘คอร์สสั่งตัด’จัดอบรม-ต่อยอดอาชีพสร้างผลิตภัณฑ์ได้จริง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.00 น.

ภูมิภูเบศรผุด‘คอร์สสั่งตัด’จัดอบรม-ต่อยอดอาชีพสร้างผลิตภัณฑ์ได้จริง

1 ธันวาคม 2565 พท.ป.ณิชนันท์ ปุ่มเพชร แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ภูมิภูเบศร เป็นแหล่งเรียนรู้ และฝึกอบรม ตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการ เราได้จัดเวิร์คช็อปให้ความรู้และลงมือปฏิบัติจริงกับ ผู้ที่สนใจทั้ง สถาบันการศึกษา ภาครัฐ เอกชน บุคคลทั่วไป ส่วนหนึ่งมาฝึกอบรมเพื่อเรียนรู้นำไปใช้ในการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว หาไอเดียไปทำธุรกิจ และบางส่วนก็นำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองเพื่อให้มีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งมีการจองเป็นกรุ๊ปเล็ก ๆ  เพื่อฝึกอบรมตามความต้องการของตัวเอง

พท.ป.ณิชนันท์ กล่าวว่า ขณะนี้ภูมิภูเบศรเริ่มมีการจับอบรมแบบ “คอร์สสั่งตัด” คือจัดอบรมตามความต้องการของผู้เรียน ที่สนใจจะนำไปต่อยอดทำธุรกิจจริง ๆ โดยเป็นคอร์สระยะสั้น  1 วัน เราไม่มีหลักสูตรตายตัว แต่จะสอนตามความสนใจของผู้เรียน โดยส่วนใหญ่กลุ่มที่เข้ามาอบรม จะมีเป้าหมายว่าอยากเรียนรู้เรื่องใด นำไปทำสิ่งใด  ซึ่งส่วนมากมีวัตถุดิบสมุนไพร หรือต้นทุนเดิมอยู่บ้างแล้ว เราก็จะดีไซน์ให้เขาไปสำรวจว่าวัตถุดิบหรือต้นทุนเดิมว่าเขามีอะไร จากนั้นก็มาออกแบบกิจกรรมว่ามันสามารถนำมาทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่างเช่น เครื่องดื่มสมุนไพร อาหารสมุนไพร ยาหม่องน้ำ น้ำมันนวด พิมเสนน้ำ ยาดมสมุนไพร สเปรย์แก้ปวด หรือแม้แต่การปรุงชาสมุนไพรเฉพาะราย ซึ่งก็เคยมีคนขอให้จัดอบรมเพราะเขาต้องการทำแบรนด์เป็นของตัวเอง ค่าอบรมหัวละ 3,500 บาท  วัตถุดิบเป็นของเรา อบรมเสร็จนำผลิตภัณฑ์กลับบ้านไปใช้ได้จริง และเราพร้อมให้คำปรึกษาตลอด

พท.ป.ณิชนันท์ กล่าวด้วยว่า ภูมิภูเบศร เคยทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย อาทิ มหาวิทยาลัยราชนครินทร์  ให้เราไปออกแบบกิจกรรมที่เขามีวัตถุดิบในชุมชน ว่าสามารถนำมาสร้างอะไรได้บ้าง เช่นในชุมชนมีผักไชยามาก เราก็แนะนำให้แปรรูปเป็นผงผักนัว เป็นชาชงที่ต้องผ่านความร้อนก่อนนำมารับประทาน รวมถึงเคยไปอบรมให้กับชาวบ้าน ที่ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ชุมชนแถวนั้นมีส้มโอเยอะ เราก็ไปออกแบบดีไซน์ในสิ่งที่เขามี คือสาธิตการทำสเปรย์กันยุง ยาหม่องน้ำเปลือกส้มโอ เราอยากให้เขานำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ มีการใช้จริงในชุมชน และสามารถพัฒนาเป็นแบรนด์ของตัวเองได้ในอนาคต

“ต้องบอกว่า เราให้ความรู้และไอเดียเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เพราะบางเรื่องที่เรามองว่ามันง่าย แต่พอลงมือทำแล้วมันอาจจะยาก มีความซับซ้อน หรือต้นทุนที่สูงเกินไป จนไม่คุ้มที่จะลงทุนต่อ  สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดต่อเข้ามาพูดคุยปรึกษากับเราได้ หากเป็นสิ่งที่ทางภูมิภูเบศรมีองค์ความรู้ตรงกับความต้องการของท่าน ก็สามารถจัด“คอร์สสั่งตัด” ให้ท่านได้ ผู้สนใจสามารถสอบถาม หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ facebook fanpage :  ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพ บางเดชะ  โทร. 097 098 3582” แพทย์แผนไทยฯ อภัยภูเบศร กล่าวทิ้งท้าย