‘ตรีนุช’เตรียมออกประกาศ ศธ. แยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์คิดหน่วยกิตเฉพาะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693781

'ตรีนุช'เตรียมออกประกาศ ศธ. แยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์คิดหน่วยกิตเฉพาะ

‘ตรีนุช’เตรียมออกประกาศ ศธ. แยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์คิดหน่วยกิตเฉพาะ

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.19 น.

 “ตรีนุช” จ่อออกประกาศ ศธ.แยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์คิดหน่วยกิตเฉพาะ เพื่อบ่มเพาะนักเรียนภาคภูมิใจรักความเป็นไทย 

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ให้มีความน่าสนใจ ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.ได้มีนโยบาย 8+1 โดยการกำหนดโครงสร้างเวลาเรียน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ แยกออกมา 1 รายวิชาอย่างชัดเจน เพื่อบ่มเพาะให้นักเรียนภาคภูมิใจรักความเป็นไทย หวงแหนในสิ่งที่บรรพชนให้ไว้เป็นมรดกทางปัญญา รักษา สืบสาน ต่อยอดและนำมาปรับประยุกต์ในปัจจุบันไปแล้วนั้น 

ดังนั้น เพื่อให้มีการแยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ออกมาเป็น 1 รายวิชาอย่างเป็นทางการ ตนจึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง” การบริหารจัดการโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ” และ พิจารณาแนวทางขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ปีงบประมาณ 2566 เพื่อเป็นแนวทางให้ต้นสังกัดของสถานศึกษา และสถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ในร่างประกาศ ศธ.ฉบับดังกล่าว กําหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดโครงสร้างหลักสูตร สถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ 1 รายวิชา โดยจัดเวลาเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ ระดับประถมศึกษา 40 ชั่วโมงต่อปี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 40 ชั่วโมงต่อปี (1 หน่วยกิตต่อปี) และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 3 ปี 80 ชั่วโมง (2 หน่วยกิต) ซึ่งสถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น การใช้พิพิธภัณฑ์เป็นสื่อ การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและต่อยอดประวัติศาสตร์สู่งานอาชีพ การบูรณาการประวัติศาสตร์กับรายวิชาอื่น และการศึกษานอกสถานที่และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เป็นต้น” รมว.ศธ. กล่าว และว่า หากบอร์ด กพฐ.พิจารณาให้ความเห็นชอบและตนได้ลงนามในประกาศ ศธ.ฉบับดังกล่าวแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นได้อย่างชัดเจน คือ จะมีการแยกรายการประเมินผลการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ใหม่ โดยในแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3) จะมีการแสดงผลการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์แยกออกมา จากเดิมที่รวมอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม  

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ในปีงบประมาณ 2566 นี้ นอกจากจะเน้นเรื่องการเรียนการสอนแนวใหม่ สร้างการรับรู้ เน้นย้ำความสำคัญโดยจะออกเป็นประกาศ ศธ.ในเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีการวางระบบสนับสนุนอย่างเหมาะสมให้ครอบคลุมทุกมิติ  เช่น การจัดกลุ่มตัวชี้วัดสาระประวัติศาสตร์และสาระหน้าที่พลเมือง เพื่อลดความซ้ำซ้อนของตัวชี้วัด, การส่งเสริมประสิทธิภาพจัดการเรียนรู้ฯ โดยส่งเสริมให้ใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นห้องเรียน อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนําองค์ความรู้ที่ได้จากแหล่งเรียนรู้ ไปต่อยอด ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน และเกิดเป็นจริยธรรมของนักเรียน มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยบูรณาการการทํางานข้ามกระทรวง เช่น สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา วัฒนธรรมจังหวัด การท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์จังหวัด เป็นต้น , มีการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง , การใช้สื่อดิจิทัลและวิธีการเรียนรู้สมัยใหม่และมีการติดตาม ให้คำปรึกษา และประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องด้วย

ปลื้มปิติ!รบพิเศษสหรัฐฯ ถวาย ‘ดาบสปาร์ตัน’ ให้พระองค์ภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693779

ปลื้มปิติ!รบพิเศษสหรัฐฯ ถวาย ‘ดาบสปาร์ตัน’ ให้พระองค์ภาฯ

ปลื้มปิติ!รบพิเศษสหรัฐฯ ถวาย ‘ดาบสปาร์ตัน’ ให้พระองค์ภาฯ

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.08 น.

ปลื้มปิติ!รบพิเศษสหรัฐฯ ถวาย ‘ดาบสปาร์ตัน’ ให้พระองค์ภาฯหลังได้เป็นGreen Beret กิตติมศักดิ์

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2565   ในเพจของพลโท โจนาธาน พี บรากา (LTG. Jonathan P. Braga Commanding General, USASOC) ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษกองทัพบก สหรัฐ ทูลเกล้าฯ ถวาย “ดาบสปาร์ตัน” แบบสั่งทำพิเศษแด่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มหิดล เจ้าหญิงแห่งประเทศไทย เพื่อให้สมพระเกียรติถึงการที่พระองค์ได้เป็น Green Beret กิตติมศักดิ์

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกานั้นแน่นแฟ้นมาโดยตลอด และหวังว่าจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

ขอแสดงความยินดีกับเจ้าหญิงและชาวไทย ด้วยข้อความจากผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สหรัฐอเมริกา

‘CIBA’ตามหา‘ท่านประธานฯ’ ในงาน‘DPU OPEN HOUSE ’24-25พ.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693662

‘CIBA’ตามหา‘ท่านประธานฯ’ ในงาน‘DPU OPEN HOUSE ’24-25พ.ย.นี้

‘CIBA’ตามหา‘ท่านประธานฯ’ ในงาน‘DPU OPEN HOUSE ’24-25พ.ย.นี้

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU เชิญชวนน้อง ๆ นักเรียนและผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมงาน “DPU OPEN HOUSE” ภายใต้ธีม DPUFLIX ระหว่างวันที่ 24-25 พ.ย. 2565 ตั้งแต่เวลา 10.00-16.30 น. โดยน้องๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ค้นหาตัวเองและรับข้อมูลการเรียนต่อเจาะลึกทุกหลักสูตรของมหาวิทยาลัย แบบไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดงาน

และในส่วนของ CIBA ภายใต้ธีมดังกล่าว จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิดตามรูปแบบภาพยนตร์ซีรี่ส์เกาหลี เรื่อง Start Up โดยน้องๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ค้นหาตัวเองด้านการเป็นผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ ผ่านฐานกิจกรรมของ CIBA โดยแต่ละฐานจะเป็นการแปลงสาขาหลักสูตรต่างๆ ที่มีการเรียนการสอน อาทิ บัญชี การตลาด และอื่นๆ มาเป็นกิจกรรมให้น้องๆ ได้ร่วมเล่นอย่างสนุกสนาน และเมื่อครบทุกฐาน จะผ่านการรับรองให้เป็นประธานบริษัทและได้รับเงินรางวัล สามารถนำไปแลกซื้อ หรือ Shopping ภายในงานได้

โดยการจัดงานครั้งนี้ยังได้ให้ความสำคัญในเรื่องของสิ่งแวดล้อม E (Environment) S (Social-สังคม) G (Governance-ธรรมาภิบาล) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง Sustainabilityขององค์การสหประชาชาติ (UnitedNations : UN) อีกด้วย นอกจากนี้ น้องๆที่เข้าร่วมงาน ยังจะได้สัมผัสบรรยากาศในการเรียน ทั้งห้องเรียนที่ทันสมัย อุปกรณ์การเรียนครบครัน สถานที่พักผ่อนหย่อนใจภายใต้มหาวิทยาลัยที่ร่มรื่น สบายตา และได้ร่วมพูดคุยกับรุ่นพี่Influencer คนดังมาร่วมแชร์ประสบการณ์การเป็น DEKDPU พร้อมกันนี้ ยังมีสิทธิพิเศษภายในงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทุนการศึกษา ตามด้วย ขบวน Food Truck จำนวนมากที่ขนเมนูสุดอร่อยยกมาเสิร์ฟกันแบบจัดเต็มตลอดทั้งงาน

สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ “CIBA วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์” https://www.facebook.com/dpuciba

กว่าจะเป็น‘หุ่นยนต์ CLOVER’ ผลงานคว้ารางวัลของเด็ก‘KOSEN-มจธ.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693665

กว่าจะเป็น‘หุ่นยนต์ CLOVER’  ผลงานคว้ารางวัลของเด็ก‘KOSEN-มจธ.’

กว่าจะเป็น‘หุ่นยนต์ CLOVER’ ผลงานคว้ารางวัลของเด็ก‘KOSEN-มจธ.’

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“Rapidly Manufactured Robot Challenge League (RMRC)” หรือ “หุ่นยนต์พิชิตภารกิจสำรวจและช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ” คือหัวข้อของการแข่งขัน “RoboCup Junior Rescue” ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพปีแรก โดยมีเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 30 ทีม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ทีม Cover ที่เป็นนักเรียนชั้นปีที่ 2 และ 3 (เทียบเท่า ม.5 และ ม.6) ของสถาบันโคเซ็น-มจธ. (KOSEN KMUTT) จำนวน 6 คน ได้แก่ นายชวกร ประเสริฐนุกุลผล นายภูริพัฒน์ นิลเรือง นายณัฐวีณ์ สุนิตย์สกุล นายธีรุตม์ ตั้งศิริภิญโญ น.ส.เทพรักษ์ รักผกาวงศ์ และ น.ส.วิวรรณ วิจิตรวรวงศ์ โดยหุ่น “Clover” สามารถคว้ารางวัลพิเศษ คะแนนสูงสุดในด่านที่มีความยากที่สุด มาครอบครอง

ชวกร ประเสริฐนุกุลผล เล่าว่า ความท้าทายของการสร้างหุ่นยนต์ครั้งนี้คือ นอกจากจะต้องออกแบบให้หุ่นยนต์สามารถเคลื่อนที่ผ่านด่านแต่ละด่านที่มีรูปแบบต่างกัน เช่น ด่านที่ต้องเคลื่อนที่ข้ามท่อ ด่านการวิ่งผ่านพื้นผิวต่างชนิดด่านที่เป็นทางลาดชัน และด่านทางต่างระดับแล้ว ยังจะต้องมีการระบุตำแหน่งของเป้าหมายที่เป็นตัวแทนของผู้ประสบพิบัติภัยได้อย่างถูกต้อง ภายในเวลาที่กำหนดไว้

“ขณะที่ทีมส่วนใหญ่เลือกใช้สายพาน แต่เราเลือกใช้การเคลื่อนที่ด้วยล้อ เพราะคิดว่าจะทำให้หุ่นของเราเคลื่อนที่ผ่านด่านต่างๆ ได้เร็วที่สุด ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องสร้างล้อที่ใช้ได้กับด่านทุกด่าน โดยล้อจะเป็นลักษณะเหมือนแขนหลายๆ แขนยื่นต่อออกมาจากดุมล้อ เพื่อให้ตัวแขนทำหน้าที่เกี่ยวและปีนป่ายได้ แต่กว่าจะได้ล้อที่มีสมบัติที่ต้องการก็ต้องออกแบบและทดลองกันหลายรอบ เราจึงเลือกใช้ไม้แผ่นบางมาเป็นวัสดุหลัก เพราะหาได้ง่ายและมีราคาไม่แพง โดยใช้เครื่อง LaserCutting ที่เราใช้กันอยู่ในหลักสูตรมาตัดให้เป็นล้อตามต้องการ” ชวกร กล่าว

ขณะที่ ธีรุตม์ ตั้งศิริภิญโญ ซึ่งที่รับผิดชอบการออกแบบร่วมกับชวกร กล่าวเสริมว่า นอกจากการออกแบบและสร้างล้อแล้ว การออกแบบตัวหุ่น ให้สามารถยกตัวหรือขยับตัวไปในทิศทางที่ต้องการอย่างคล่องตัว และไม่ติดขัด ก็เป็นอีกจุดเด่นของหุ่น Clover ตัวนี้ โดยทีมต้องการให้ตัวหุ่นยนต์มีความยืดหยุ่น เพื่อให้ตัวหุ่นสามารถขยับตัวไปมาได้บ้าง ซึ่งจะช่วยในการปีนป่าย

“ตอนแรกเราเลือกใช้ระบบรางลิ้นชัก แต่ปรากฏว่าการใช้รางลิ้นชักที่ยืดเข้าออกได้เฉพาะหน้าหลังเราพบว่าในหลายกรณีเกิดการแตกหักของระบบราง เพราะไม่สามารถรับแรงกดหรือแรงบิดที่เกิดขึ้นได้ หุ่นที่ประกวดในรอบสุดท้ายจึงเปลี่ยนมาใช้ Ball Joint มาแทนระบบราง และช่วยแก้ปัญหาเรื่องการการแตกหักจากการบิดตัวได้”ธีรุตม์ กล่าว

ด้าน ภูริพัฒน์ นิลเรือง ที่รับผิดชอบด้านระบบโปรแกรม กล่าวว่า นอกจากการพัฒนาโปรแกรมที่ติดตั้งบนตัวหุ่นและโปรแกรมทำงานผ่านตัวควบคุมที่สั่งการผ่านระบบไร้สาย เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถเคลื่อนที่หรือปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ควบคุมแล้ว ยังต้องทำโปรแกรมที่สามารถระบุ “ป้าย” ที่เป็นเป้าหมายให้ค้นหาได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ โดย ณัฐวีณ์ สุนิตย์สกุล อธิบายเพิ่มเติมว่า เนื่องจากโจทย์กำหนดให้ต้องถ่ายป้ายต่างๆ ตามเส้นทางให้ครบถ้วน

“ความยากคือการทำให้หุ่นยนต์สามารถวิเคราะห์และระบุว่าสิ่งที่กล้องบันทึกมานั้น คือป้ายที่เขากำหนดไว้หรือไม่ในการทำงานเราจึงต้องใส่ภาพของป้ายในมุมมองต่างๆ ลงไปในฐานข้อมูลของโปรแกรมกว่า 5,000 ภาพ เพื่อให้หุ่นสามารถประเมินได้ว่า สิ่งที่เห็นผ่านกล้องนั้น มีโอกาสที่จะเป็นป้ายกี่เปอร์เซ็นต์” ณัฐวีณ์ ระบุ

ในส่วนของการทำให้มอเตอร์ที่ล้อทั้ง 4 ตัว กับ อีก 6 ตัวที่แขนกล ทำงานตามชุดคำสั่งในโปรแกรม หรือคำสั่งการของผู้ควบคุม เพื่อให้หุ่นยนต์เคลื่อนที่หรือขยับแขนกลไปในตำแหน่งที่ต้องการนั้นจะเป็นหน้าที่ของ 2 สาวในฐานะผู้รับผิดชอบส่วนระบบควบคุม (Circuit) ซึ่ง เทพรักษ์รักผกาวงศ์ กล่าวว่า งานในส่วนนี้มีตั้งแต่การออกแบบแผงควบคุม การเลือกอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่เหมาะสม การสร้างและทดสอบแผงวงจร รวมถึงการประกอบแขนกล ที่เป็นชิ้นส่วนเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนที่สุดของหุ่นยนต์ตัวนี้

และทั้งหมดของความมุ่งมั่นในครั้งนี้ ได้ทำให้ หุ่นยนต์ Clover ได้รับรางวัลพิเศษ คะแนนสูงสุดในด่านที่มีระดับความยากสูงสุด” ซึ่งจากจำนวน 25 ทีม ที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสิน มีทีมที่สามาถพิชิตด่านที่ยากที่สุดนี้ได้เพียง 1 ทีมเท่านั้น โดยเป็นด่านชื่อว่า “Elevated Ramp” ที่มีการทำเส้นทางเดินให้หุ่นยนต์ต้องปีนขึ้นลงผ่านเนินที่มีระดับของความสูง ความชัน และความเอียง ที่แตกต่างกัน ทำให้คณะกรรมการเลือกให้เป็นด่านที่มีความยากสูงสุด และเป็นด่านที่ทีมต้องการเอาชนะมากที่สุด

ซึ่งปรากฏว่า ขณะที่หุ่นยนต์ส่วนใหญ่ทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จ แต่หุ่นยนต์ Clover กลับสามารถทำภารกิจได้สำเร็จถึง 2 รอบ ในเวลาที่กำหนดไว้ (5 นาที) ทำให้เราได้รับรางวัลพิเศษนี้ โดย ชวกร กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากรูปแบบการเรียนที่ KOSEN KMUTT ที่เป็นการเรียนผ่านโปรเจกท์ (Project Based) ที่พอได้โจทย์มาแล้ว นักเรียนก็จะได้ฝึกและทำจริงๆ

โดยตนเองได้ใช้ทักษะด้านการวาดแบบด้วยมือและด้วยคอมพิวเตอร์ มาใช้ในขั้นตอนการออกแบบหุ่น Clover เช่นเดียวกับ ณัฐวีณ์ ก็ใช้นำความรู้และทักษะด้าน Driver และ Servo มาช่วยทำให้โปรแกรมสั่งการได้อย่างถูกต้องและแม่นยำขึ้น รวมถึง เทพรักษ์ ซึ่งเป็นน้องปี 2 อีกคนหนึ่ง กล่าวว่า ได้นำประสบการณ์การใช้เครื่องมือช่างตอนทำแล็บ มาช่วยในการตัดและประกอบชิ้นส่วนของหุ่นยนต์ตัวนี้

กฤษดา ดวงจิตต์เจริญ อาจารย์ของ KOSEN KMUTT ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของทีม Clover กล่าวว่า เนื่องจากโครงการ KOSEN KMUTT ที่ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กับ KOSENซึ่งเป็นสถาบันพัฒนาวิศวกรและบุคลากรทางเทคนิค จากประเทศญี่ปุ่น ทำให้นักศึกษาซึ่งมีความสนใจทักษะด้านหุ่นยนต์เป็นทุนเดิม และผ่านการเรียนรู้ด้านระบบอัตโนมัติ การเขียนโปรแกรม การออกแบบเครื่องกล การออกแบบแบบวงจรมาแล้วทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อยากจะร่วมแข่งออกแบบหุ่นยนต์สำรวจและกู้ภัยในเวทีนี้

สำหรับสิ่งที่คาดหวังจากการเข้าร่วมกิจกรรมประกวดครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวรางวัล แต่เป็นตัวกระบวนการเรียนรู้ที่เด็กได้รับจากการทำงาน ซึ่งสอดล้องกับมุมมองของ ศ. ดร.ทากะ โยชิโอกะ อาจารย์ KOSEN ประเทศญี่ปุ่น ที่มาเป็นอาจารย์ประจำ ที่ KOSEN KMUTT กล่าวว่า การสอนของ KOSEN ให้ความสำคัญกับการกำหนดเป้าหมาย และมี Concept ที่ชัดเจนก่อนการลงมือทำหรือปฏิบัติจริงดังนั้นการประกวดครั้งนี้จะช่วยให้เขาเข้าใจสิ่งเหล่านี้ผ่านการลงมือทำและแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

“สิ่งที่ผมเห็นคือ เด็กกลุ่มนี้มีการสังเกตหาจุดเด่น-จุดด้อยในผลงานของทีมอื่นๆ และนำมาคิดหาวิธีแก้หรือปรับปรุงในแบบของตัวเอง ซึ่งไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ แต่กระบวนการในการหาวิธีการแก้ปัญหา ได้ถูกปลูกฝังไปในวิธีคิดของเขาแล้ว” อาจารย์กฤษดา กล่าว

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

แบตเตอรี่‘โซเดียมไอออน’โดย‘มข.’ ความหวัง‘ไทย’สู่อุตสาหกรรมอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693667

แบตเตอรี่‘โซเดียมไอออน’โดย‘มข.’  ความหวัง‘ไทย’สู่อุตสาหกรรมอนาคต

แบตเตอรี่‘โซเดียมไอออน’โดย‘มข.’ ความหวัง‘ไทย’สู่อุตสาหกรรมอนาคต

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ร่วมกับ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม แถลงข่าว “โครงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจากแหล่งแร่เกลือหินเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ” โดย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจากแหล่งแร่เกลือหินเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ นับเป็นความสำเร็จของมหาวิทยาลัยขอนแก่น

“จากการทำงานวิจัยอย่างหนักของทีมวิจัย ตอบสนองนโยบายการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลก นำทีมโดย รศ.ดร.นงลักษณ์ มีทอง จนสามารถพัฒนาได้สำเร็จเป็นแห่งแรกในอาเซียน โดยแบตเตอรี่ตัวนี้ สามารถกักเก็บพลังงานทั้งจากแสงอาทิตย์ หรือจากกังหันลม แปลงมาเป็นกระแสไฟฟ้า แล้วเก็บในรูปแบบแบตเตอรี่ อันนี้คือสิ่งที่จะมาช่วยในชีวิตประจำวันของเรา ในอนาคตพลังงานแบตเตอรี่เหล่านี้ก็จะถูกลงๆ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน” อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าว

รศ.ดร.นงลักษณ์ มีทอง ผู้จัดการโครงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจากแหล่งแร่เกลือหินเพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ เผยว่า ทีมวิจัยในโครงการได้ ร่วมกันทำงานจนประสบความสำเร็จในการพัฒนาศึกษาวิจัยและทดลองแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจากแหล่งแร่เกลือหินในประเทศไทย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ทางเลือกโดยการใช้วัตถุดิบที่มีภายในประเทศทดแทนแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน ให้มีประสิทธิภาพใกล้เคียงเทียบเท่า ในราคาที่ถูกลงกว่าร้อยละ 30-40

โดยในสเกลที่เท่ากัน แบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจะเข้าไปเป็นตัวเสริมในบางแอปพลิเคชั่นได้ดีกว่า แบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนมีความปลอดภัยสูงกว่า อย่างไรก็ตาม ทางโครงการฯ ได้ดำเนินการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ทางเลือก ในระดับเซลล์จากโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และนำไปทดลองใช้งานจริงในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ใหม่ และระบบกักเก็บพลังงาน เช่น แบตเตอรี่สำหรับจักรยานไฟฟ้า แบตเตอรี่สำรองสำหรับระบบโซลาร์เซลล์ และไฟส่องสว่าง

“เรามีโมเดลการใช้พลังงานแบตเตอรี่จากโซเดียม คือ E-Bike ที่ประหยัดพลังงานและใช้งานได้จริง ในอนาคตทีมนักวิจัยมีแนวโน้มจะศึกษา พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจากแหล่งแร่เกลือหิน โดยให้มีประสิทธิภาพใกล้เคียงแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน ให้กลายเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่มีศักยภาพสูง ราคาประหยัด คุ้มค่ามากที่สุด ผลักดันให้ไทยกลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ของโลกตามเป้าของกระทรวงอุตสาหกรรมต่อไป” รศ.ดร.นงลักษณ์ กล่าว

ธีรวุธ ตันนุกิจ ผู้แทนอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยว่า จากการสำรวจพบประเทศไทยมีแหล่งแร่โปแตชหรือกลุ่มแร่ชนิดโซเดียมมักเกิดคู่กัน โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณมากที่สุด และมีปริมาณสำรองแหล่งแร่เกลือหินในประเทศไทยมี 18 ล้านล้านตัน เป็นแหล่งแร่สำรองที่มีปริมาณมหาศาล ซึ่งแร่ชนิดดังกล่าวเป็นสารตั้งต้นในการผลิตแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจากแหล่งแร่เกลือหิน โดยทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่นและของชาติไทยพัฒนาเทคโนโลยีเอง ลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ

“เราต้องการสร้างอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ครบวงจร นำเกลือหินมาทำเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตแบตเตอรี่ อาจจะไปใช้ในยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ใช้เป็นตัวพลังงานเพื่อทำสมาร์ทฟาร์มให้กับอุตสาหกรรมเกษตรต่อไป เป้าหมายของกระทรวงคือผลักดันอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ครบวงจรสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้ประเทศ ความสำเร็จเหล่านี้ส่งผลให้อุตสาหกรรมไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลักคืออุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่แห่งอนาคต” ธีรวุธ กล่าว

‘SCGC’ผนึกกำลัง‘สจล.’ ต่อยอดงานวิจัยเชิงพาณิชย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693663

‘SCGC’ผนึกกำลัง‘สจล.’ ต่อยอดงานวิจัยเชิงพาณิชย์

‘SCGC’ผนึกกำลัง‘สจล.’ ต่อยอดงานวิจัยเชิงพาณิชย์

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ มีพิธีนามความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนาเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา ระหว่าง บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC กับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดย นายนิวัฒน์ อธิวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการเทคโนโลยี SCGC กล่าวว่า SCGC เป็นผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนในระดับภูมิภาค มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมเคมีภัณฑ์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนตามแนวทาง ESG (Environmental-สิ่งแวดล้อม, Social-สังคม, Governance-ธรรมาภิบาล)

โดยเน้นพัฒนาสินค้าและโซลูชันที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Products & Solutions หรือ HVA) ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลกใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานบรรจุภัณฑ์ การแพทย์และสุขภาพ โซลูชันด้านพลังงาน และยานยนต์ โดย SCGC มีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ เนื่องจากมีศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงมีความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกและเครือข่ายนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation) กับสถาบันชั้นนำทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีศูนย์พัฒนานวัตกรรมและสินค้า i2P Center (Ideas to Products) ที่จังหวัดระยอง โดยเปลี่ยนความต้องการของลูกค้าให้กลายเป็นนวัตกรรมสินค้าและโซลูชันต่างๆ ที่ใช้งานได้จริง ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม การลดใช้พลังงาน และลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก เมื่อผนวกกับความแข็งแกร่งทางวิชาการและการวิจัยด้านเทคโนโลยีของ สจล. ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม จึงเชื่อมั่นว่าจะเร่งให้เกิดนวัตกรรมเพื่ออนาคต นำไปสู่โอกาสทางธุรกิจ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนต่อไป

ด้าน รศ.ดร.คมสัน มาลีสี รักษาการแทนอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า สจล. เป็นสถาบันการศึกษาที่ก่อตั้งมานานกว่า 60 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเรามุ่งพัฒนาประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมสู่สังคมโลกมาอย่างต่อเนื่องเรามีทั้งบุคลากรที่มีคุณภาพ ห้องปฏิบัติการและเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมให้เรียนรู้และทำงานได้จริง

และเมื่อเร็วๆ นี้ ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศ จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัย โดย Times Higher Education World University Rankings 2021 (Asia- Pacific) ในด้านงานวิจัย (Research) และด้าน Industry Income นอกจากนี้ สจล. ยังมีเป้าหมายที่จะเป็น The world master of innovation เจ้าแห่งนวัตกรรมระดับโลก มีการเตรียมบุคลากรที่เป็นนักวิจัย นักคิดที่ดี

สร้างสรรค์เป็น Global citizen ด้วยการร่วมมือกับทุกภาคส่วน รวมทั้งสถานประกอบการที่มีการสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากความพร้อมทั้งทางด้านวิชาการ วิจัย บุคลากร นักศึกษา สจล. จึงมีความยินดีที่จะสนับสนุนและผลักดันให้ความร่วมมือทางวิชาการกับบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC บรรลุตามวัตถุประสงค์ส่งเสริมให้สถาบันไปสู่เป้าหมาย และพร้อมพัฒนาประเทศไปพร้อมๆ กับหน่วยงานเครือข่าย

ลงนามถวายพระพร’กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693657

ลงนามถวายพระพร'กรมสมเด็จพระเทพฯ' ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

ลงนามถวายพระพร’กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.26 น.

คณะบุคคลและประชาชน ร่วมลงนามถวายพระพร”กรมสมเด็จพระเทพฯ” ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

หลังจากสำนักพระราชวัง ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เนื่องจากเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระอาการพระหทัยเต้นเร็วผิดปกติ

คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาจึงได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในวันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน 2565 เพื่อถวายการรักษาภาวะ พระหทัยเต้นเร็วผิดปกติ ด้วยวิธีจี้ไฟฟ้าพระหทัยด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง หลังจากถวายการรักษาแล้ว คณะแพทย์ฯ ขอพระราชทานให้ประทับพักฟื้นต่อที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และขอพระราชทานให้ทรงงดพระราชกิจสักระยะหนึ่งนั้น

วันนี้ (22 พ.ย.2565) สำนักพระราชวังได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราซกุมารี ตั้งแต่ เวลา 08.30 – 16.30 น.ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤศจิกายน 2565 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ตลอดทั้งวันได้มีคณะบุคคล หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และประชาชนทั่วไป นำแจกันดอกไม้ และสิ่งของไปทูลเกล้าฯ ถวาย พร้อมใจลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว อาทิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรี และคู่สมรส, นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา, คณะผู้บริหารมูลนิธิชัยพัฒนา, อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย, มูลนิธิสายใจไทยในพระราชูปถัมภ์, ราชินีมูลนิธิ, กรมที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย, คณะผู้บริหาร บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน), คณะผู้บริหารสภากาชาดไทย, สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ, ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, นางเกตุวลี นภาศัพท์ และนางวัลลิยา ปังศรีวงศ์ กรรมการบริษัทสยามพิวรรธน์ สยามพารากอน และไอคอนสยาม, น.ส.อารยา ภู่พานิช รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานกิจกรรมเพื่อสังคมและสื่อสารภายในองค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), คณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัฒฑ์ จำกัด, นายปวัตร์ นวะมะรัตน เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(กปร.) และคณะ, ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหาร

อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมคณาจารย์, รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมคณะผู้บริหาร, คณะสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์, อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมคณาจารย์, คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และคณะผู้บริหาร, รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า พร้อมคณะ, รองประธานบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด พร้อมคณะ, คณะผู้บริหาร ครูและนักเรียน โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์, โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, เครือข่ายจุฬาฯ เชิดชูคุณธรรม, ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายภักดี  พัฒนพัฒนานนท์ ประชาชนชาวประเวศ กทม., เป็นต้น

– 006

คณะผู้บริหารมท.ร่วมถวายแจกันดอกไม้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693628

คณะผู้บริหารมท.ร่วมถวายแจกันดอกไม้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

คณะผู้บริหารมท.ร่วมถวายแจกันดอกไม้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.23 น.

‘ปลัดมท.-นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย’ นำคณะผู้บริหารฯ ร่วมถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางนิศากร วิศิษฏ์สรอรรถ ที่ปรึกษาด้านบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ และข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และลงนามถวายพระพร ขอทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน

จากนั้นดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำอุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ประกอบด้วย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นางจิรวรรณ เพ็ญพาส นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ และคณะกรรมการสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และลงนามถวายพระพร ขอทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ร่วมตกแต่งสมุดภาพด้วยการวาดภาพระบายสี เพื่อถวายพระกำลังใจแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อีกด้วย

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ เมื่อวานนี้ (21 พ.ย. 65) เรื่อง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เนื่องจากเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระอาการพระหทัยเต้นเร็วผิดปกติ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาจึงได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในวันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2565 เพื่อถวายการรักษาภาวะ พระหทัยเต้นเร็วผิดปกติ ด้วยวิธีจี้ไฟฟ้าพระหทัยด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง หลังจากถวายการรักษาแล้ว คณะแพทย์ฯ ขอพระราชทานให้ประทับพักฟื้นต่อที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และขอพระราชทานให้ทรงงดพระราชกิจสักระยะหนึ่ง

“ในวันนี้ ผมพร้อมด้วยนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ที่มาร่วมทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแจกันดอกไม้ ลงนามถวายพระพร และตกแต่งสมุดภาพถวายพระพรในวันนี้ ขอเป็นตัวแทนของข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทยทุกคน รวมถึงภาคีเครือข่ายการทำงานของกระทรวงมหาดไทยทุกพื้นที่ ถวายพระพรแทบเบื้องพระบาท ด้วยความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ได้โปรดจงอภิบาลบันดาลดลให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน สถิตเป็นมิ่งขวัญแก่พสกนิกรชาวไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

สิ้น ‘ครูเสนาะ หลวงสุนทร’ ศิลปินแห่งชาติดนตรีไทย สิริอายุ 88 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693618

สิ้น ‘ครูเสนาะ หลวงสุนทร’ ศิลปินแห่งชาติดนตรีไทย สิริอายุ 88 ปี

สิ้น ‘ครูเสนาะ หลวงสุนทร’ ศิลปินแห่งชาติดนตรีไทย สิริอายุ 88 ปี

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.01 น.

สวธ.แจ้งการบำเพ็ญกุศล ครูดนตรีไทยอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ พันโทเสนาะ หลวงสุนทร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) พุทธศักราช ๒๕๕๕ ถึงแก่กรรมอย่างสงบ ด้วยโรคชรา

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2565  นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า วงการดนตรีไทยแสนเศร้า เมื่อได้รับแจ้งว่า พันโทเสนาะ หลวงสุนทร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) พุทธศักราช 2555 ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ ในวันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน 2565 เวลาประมาณ 00.30 น. ที่บ้านพักเลขที่ 13 ซอยรามคำแหง 130 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร ด้วยโรคชรา สิริรวมอายุ 88 ปี โดยทายาทแจ้งว่าจะมีกำหนดการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 เวลา 17.00 น. และกำหนดสวดพระอภิธรรมศพ เป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤศจิกายน 2565 เวลา 19.30 น. ณ ศาลา 1 วัดบางเพ็งใต้ ซอยรามคำแหง 187 เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ เก็บศพไว้บำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 100 วัน โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จะดำเนินการเรื่องขอพระราชทานเพลิงศพให้ต่อไป

อธิบดีสวธ. เปิดเผยอีกว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ ตลอดจนเผยแพร่และถ่ายทอดผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน แล้ว ในยามที่ศิลปินฯ เสียชีวิต ยังให้การช่วยเหลือด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับการฌาปนกิจศพ คือ มอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิตเพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพ จำนวน 20,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท และขอพระราชทานเพลิงศพให้(กรณีเสียชีวิตปกติ) ตามระเบียบสวัสดิการของศิลปินแห่งชาติ 

ประวัติโดยสังเขป พันโทเสนาะ หลวงสุนทร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) พุทธศักราช 2555 ท่านเกิดเมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2477 จังหวัดสมุทรสาคร สืบทอดสายเลือดดนตรีไทยจากครูบาง หลวงสุนทร ผู้เป็นบิดา ทางระนาดเอก และปี่ใน เริ่มเรียนดนตรีไทยกับคุณตาถม เจริญผล  และยังได้เรียนดนตรีไทย เป็นศิษย์สายตรงกับครูดนตรีไทยหลายท่าน เช่น  ครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ครูเผือด นักระนาด  ครูกมล (เจียน) มาลัยมาลย์  ครูสาลี มาลัยมาลย์  ครูบุญยงค์ เกตุคง เป็นต้น สำเร็จมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดพระยาทํา กรุงเทพมหานคร ต่อมาสําเร็จหลักสูตรนายทหารสัญญาบัตร กรมยุทธศึกษาทหารบก เข้ารับราชการทหารที่กองดุริยางค์ทหารบกและโรงเรียน ดุริยางค์ทหารบก จนเกษียณอายุราชการ

พันโทเสนาะ ท่านคือครูผู้เชี่ยวชาญในวิชาดนตรีไทย ทั้งทางทฤษฎี การปฏิบัติ และการประพันธ์เพลง มีความแตกฉานในศาสตร์แห่งดนตรีไทยอย่างลึกซึ้ง มีความสามารถสูงในการบรรเลงระนาดเอกอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะการบรรเลงเดี่ยวระนาดเอกที่ได้รับการถ่ายทอดและฝึกฝนจากครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) และ ได้รับมอบให้เป็นผู้อ่านโองการไหว้ครูดนตรีไทยจากครูประสิทธิ์ ถาวร และครูบุญยัง เกตุคง ท่านยังได้ศึกษาเรียนรู้ด้านทฤษฎีและการปฏิบัติเครื่องดนตรีสากล รวมถึงการเรียบเรียงเสียงประสาน  พันโทเสนาะ ได้สร้างผลงานการบรรเลงไว้ในหลายรูปแบบ เช่น การประชันวงในโอกาสต่าง ๆ การบันทึกเสียงเพลงเดี่ยวระนาดเอกที่บันทึกโดยนายเดวิด มอร์ตัน ในปี พ.ศ. 2510 ชุดเพลงดีที่บ้านบาตร เป็นต้น และยังมีผลงานการเข้าร่วมวงดนตรีสากลและวงดนตรีลูกทุ่ง อีกด้วย

จากประสบการณ์ที่สั่งสมถือได้ว่า ท่านเป็นผู้ถึงพร้อมทั้งด้านทฤษฎีและการปฏิบัติ ทั้งในทางดนตรีไทยและดนตรีสากลไปพร้อมกัน ทั้งได้ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ด้านดนตรีไทยให้กับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ภายหลังเกษียณอายุราชการแล้ว ยังได้ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่กับการบันทึกบทเพลง ทั้งบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเอง ประมาณ ๔๐ เพลง ได้แก่ เพลงประเภทโหมโรง เช่น โหมโรงจักรทอง โหมโรงภัทรมหาราช โหมโรงรั้วแดงกำแพงเหลือง โหมโรงบุหลันลอยเลื่อน ประเภทเพลงทางเปลี่ยน เช่น เพลงมาลีหวน เพลงสมิงทองมอญ ประเภทเพลงเถา เพลงนกขมิ้นสี่ชั้น เพลงทัพบกรุกรบ เถา รวมถึงประเภทเพลงเดี่ยวอีกหลายบทเพลง ทั้งยังได้บันทึกบทเพลงที่ได้รับการถ่ายทอดจากครูต่าง ๆ ประมาณ ๕๐๐ เพลง เป็นโน้ตสากล เพื่อมอบให้เป็นสมบัติของมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ทั้งยังเป็นการเผยแพร่และฝากไว้เป็นสมบัติของอนุชนรุ่นหลังสืบไป

รางวัลเกียรติคุณที่ได้รับ อาทิ เหรียญพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จ พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในงานบรรเลงดนตรีออกอากาศวิทยุ อส. พระราชวังสวนดุสิต เหรียญพระราชทานฯ เนื่องในงานสังคีตสายใจไทย เหรียญเกียรติคุณเนื่องในงานสายตระกูลดุริยประณีต ครบรอบ 100 ปี เหรียญเกียรติคุณครบรอบ 120 ปี ครูดนตรีไทย และรับพระราชทานโล่ เข็มประกาศเกียรติคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) พุทธศักราช 2555 โดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ นอกจากนี้ พันโทเสนาะ ยังได้ร่วมเล่นดนตรีในการแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างต่อเนื่องทุกปี จวบจนวาะสุดท้ายของชีวิต
 

สสจ.กาญจน์ส่งวิทยากรให้ความรู้กลุ่มเด็กนักเรียน-เยาวชนเรื่องกัญชา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693560

สสจ.กาญจน์ส่งวิทยากรให้ความรู้กลุ่มเด็กนักเรียน-เยาวชนเรื่องกญชา

สสจ.กาญจน์ส่งวิทยากรให้ความรู้กลุ่มเด็กนักเรียน-เยาวชนเรื่องกญชา

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.19 น.

สสจ.กาญจนบุรีหนุนการใช้กัญชาทางการแพทย์ฯ ส่งวิทยากรให้ความรู้กลุ่มเด็กนักเรียน-เยาวชนในเชิงรุก 

เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ 22 พ.ย.65 นายแพทย์ชาติชาย กิติยานันท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เภสัชกร กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและแพทย์แผนไทย กลุ่มงานแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ไปให้ความรู้แก่กลุ่มนักเรียนและเยาวชน ที่โรงเรียนเทพมงคลรังษี อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องกัญชาทางการแพทย์ การใช้อย่างปลอดภัย ข้อควรระวังและผลข้างเคียงจากการใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนการใช้กัญชาทางการแพทย์และเพื่อสุขภาพ ไม่สนับสนุนการใช้ที่ไม่เหมาะสม เช่น การสูบ การเสพ และการใช้เพื่อสันทนาการ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัย เนื่องจากการใช้กัญชาทางการแพทย์ในการดูแลรักษาผู้ป่วย เป็นการใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น 

โดยมีการออกข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม หรือป้องกันการเข้าถึงในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กและเยาวชน สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร รวมทั้งจัดระบบติดตามเฝ้าระวังทั้งในส่วนของโรงพยาบาล คือ พิษจากกัญชาและปัญหาจิตประสาท และการเฝ้าระวังในชุมชน  – 003