อบรมเขียนลายสังคโลกลงบนวัสดุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667977

อบรมเขียนลายสังคโลกลงบนวัสดุ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางอุไรวรรณ โพธิ์นาค ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเมืองเก่า “ศรีอินทราทิตย์” สพป.สุโขทัย เขต 1 นำคณะครูและนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการเขียนลายสังคโลกลงบนวัสดุเช่น กระเป๋า เสื้อ แก้ว โดยมีวิทยากรจาก ปราชญ์ท้องถิ่นในชุมชนตำบลเมืองเก่า “บ้านปรีดาภิรมย์” เพื่อบูรณาการการจัดการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน โดยใช้องค์ความรู้ของ ปราชญ์ท้องถิ่น เพื่อเรียนรู้งานศิลปะ สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตในการดำรงชีพตามวิถีชุมชนอย่างยั่งยืนให้กับนักเรียน ตลอดจนส่งเสริมอาชีพในอนาคตด้วย 

‘วิถีถิ่น วิถีไทย’ภาคเหนือ สร้างงาน สร้างรายได้ เยียวยาศิลปินพื้นบ้าน ผู้ประกอบการวัฒนธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667973

‘วิถีถิ่น วิถีไทย’ภาคเหนือ สร้างงาน สร้างรายได้  เยียวยาศิลปินพื้นบ้าน ผู้ประกอบการวัฒนธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อีกหนึ่งงานที่น่าไปเที่ยวชมที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ “วิถีถิ่น วิถีไทย” ในพื้นที่ภาคเหนือขึ้น ณ จังหวัดแพร่ ภายใต้ชื่องาน มหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติวิถีถิ่นวิถีไทยเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และงานสมโภชพระบรมธาตุช่อแฮ 16 ปี พระอารามหลวง “ม่วนอ๊ก ม่วนใจ๋ เที่ยวไทยเมืองเหนือ งามเหลือชาติพันธุ์ นมัสการพระธาตุช่อแฮ” 24-26 กรกฎาคม 2565

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดแพร่ ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เอกชนผู้ประกอบการและเครือข่ายทางวัฒนธรรม 17 จังหวัดภาคเหนือ จัดงานครั้งนี้ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมนำพระราชปณิธาน มาเป็นแนวทางในการสืบสาน รักษา และต่อยอดงานศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนภูมิปัญญาชาวบ้านให้มีพื้นที่ในการนำเสนอคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น ฟื้นฟู เยียวยา และสร้างขวัญกำลังใจให้กับศิลปินพื้นบ้านและผู้ประกอบการทางวัฒนธรรม ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ไฮไลท์ในงานนอกจากการจัดพิธีสมโภชพระธาตุช่อแฮ กิจกรรมส่งเสริมแนวคิด “รวมพลคนปีขาล” เชิญชวนคนปีขาลมาสักการบูชาองค์พระธาตุประจำปีเกิด ร่วมทำบุญบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุช่อแฮเพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในจังหวัดแพร่เพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พิธีไหว้ครูศิลปินพื้นบ้านภาคเหนือ โดยมีศิลปินแห่งชาติและศิลปินพื้นบ้านจาก 17 จังหวัดภาคเหนือเข้าร่วม การแสดงแสง สี เสียง ศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ กว่า 20 ชุดการแสดง เช่น การแสดงชุด “นพชัยเภรีฤกษ์ เบิกฟ้าเวียงโกศัย”

การแสดงของศิลปิน “อนันต์ ไมค์ทองคำ” การแสดงโขนรามเกียรติ์ ชุด “ลักษมีสีดา” การแสดง ชุด “ยลศิลป์ ถิ่นเมืองเหนือ”การจัดแสดงวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ภาคเหนือ การแสดงจากคณะศิลปินที่มีชื่อเสียงจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ การประกวดขบวนแห่ “รวมพลคนปีขาล นมัสการพระธาตุช่อแฮ สีสันชาติพันธุ์ มหัศจรรย์เมืองเหนือ” ประกอบด้วย ขบวนแห่เครื่องสักการะองค์พระธาตุช่อแฮ จาก 8 อำเภอในจังหวัดแพร่ ขบวนแห่ 9 กลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดแพร่ และ 17 กลุ่มชาติพันธุ์จังหวัดภาคเหนือ ชิงโล่รางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม การออกร้านจำหน่ายอาหารและสินค้าของกลุ่มชาติพันธุ์ ของดีเมืองเหนือและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) กว่า 70 ร้านค้า เป็นต้น

การจัดมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติวิถีถิ่น วิถีไทย 4 ภาค ในปี 2565 เป็นไปตามนโยบายสำคัญของกระทรวงวัฒนธรรม ในการนำ Soft Power ของไทย มาพัฒนาและต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

การจัดงานดังกล่าวยังมีส่วนสำคัญในเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามและยังให้เด็ก เยาวชนได้เรียนรู้วิถีชีวิต ซึมซับประเพณีศิลปวัฒนธรรมของตนเอง มีความภูมิใจในความเป็นไทย โดยการจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ “วิถีถิ่น วิถีไทย”ในพื้นที่ภาคเหนือ ณ จังหวัดแพร่ ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2565ครั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 45,000 คน โดยคาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนในพื้นที่จังหวัดแพร่และจังหวัดใกล้เคียงไม่น้อยกว่า 35 ล้านบาท

ชนิตร ภู่กาญจน์

นักศึกษา ศิลปศาสตร์ มทร.ธัญบุรี อัปความรู้ เตรียมเข้าสู่อุตสาหกรรมการบิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667978

นักศึกษา ศิลปศาสตร์ มทร.ธัญบุรี  อัปความรู้ เตรียมเข้าสู่อุตสาหกรรมการบิน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาดอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เผยว่า มทร.ธัญบุรี ได้จัดโครงการ “Open Sky Challenging Project with BATC : ค้นฟ้า ท้าทาย บินไกลกับ BATC” โดยทางคณะศิลปศาสตร์ ได้ร่วมมือกับบริษัทบางกอกแอร์ เอวิเอชั่นเทรนนิ่งเซ็นเตอร์ จำกัด เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้มีความพร้อมทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ สำหรับสาขาวิชาอุตสาหกรรมการบริการการบิน ถือเป็นสาขาวิชาชีพที่ต้องการความเชื่อมั่นจากสาธารณชน จึงต้องทั้งเรียนในห้องเรียนและรับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรง โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยและเป็นมาตรฐานสากล

ผศ.ดร.นิศากร สิงหเสนี คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เผยว่า บริษัทบางกอกแอร์ เอวิเอชั่นเทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด หรือ BATC เป็นบริษัทย่อยของบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่เป็นโรงเรียนการบินและเป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านการบินของ IATA ระดับภูมิภาคแห่งเดียวในประเทศไทย นักศึกษาในโครงการจะจัดอบรมศูนย์นวัตกรรมและความรู้ มทร.ธัญบุรี DD Mall กทม. และสนามบินตราด ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด เพื่อให้นักศึกษานำความรู้ที่ได้รับจากการอบรม เข้าใจการทำงานความรับผิดชอบของพนักงานให้บริการภาคพื้นดิน และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินไปเชื่อมโยงกับความรู้ที่ได้รับในห้องเรียนได้โดยการสัมผัสการปฏิบัติงานจริง โดยนักศึกษาที่ร่วมโครงการจะได้ความรู้ด้านการให้บริการการฝึกอบรมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ครอบคลุมหลายส่วนของอุตสาหกรรมการบิน เพื่อเสริมประสบการณ์อย่างเป็นมืออาชีพก่อนจะเข้าสู่โลกการทำงานหลังสำเร็จการศึกษา

วธ.เอาใจวัยรุ่น เล่าประวัติศาสตร์ ชาติไทยผ่านลายเส้นการ์ตูน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667980

วธ.เอาใจวัยรุ่น เล่าประวัติศาสตร์  ชาติไทยผ่านลายเส้นการ์ตูน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กำลังเตรียมจัดทำหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทยฉบับการ์ตูน โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของไทยในแต่ละยุคสมัย อาทิ สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นต้น เพื่อจูงใจให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้ตระหนักรู้และเห็นความสำคัญประวัติศาสตร์ชาติไทยที่สืบทอดมั่นคงมาอย่างยาวนาน สร้างจิตสำนึกรักชาติ ความภาคภูมิใจในความเป็นเอกราชของชาติไทยให้ได้รับความรู้ความเข้าใจของประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง ส่งเสริมให้เกิดการศึกษาอดีต เข้าใจปัจจุบันและสามารถนำประวัติศาสตร์สร้างสรรค์อนาคตต่อไปได้ 

นายอิทธิพล กล่าวอีกว่า ขณะนี้ วธ. อยู่ระหว่างการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยฉบับแรกเป็นการเผยแพร่ประวัติศาสตร์ในสมัยสุโขทัย ด้วยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ อาทิผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา เอกสารและหนังสือ โบราณคดี พิพิธภัณฑ์ วรรณกรรมและประวัติศาสตร์ไทย จากกรมศิลปากร และร่วมกับนักวาดการ์ตูนและนักเขียนการ์ตูนชื่อดัง อาทิ ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์และนางประภาสินี เจริญสกุลชัยพรเป็นต้น เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการจัดทำหนังสือ รวบรวม และเรียบเรียงต้นฉบับ รวมทั้งเพื่อพิจารณาตรวจสอบเนื้อหาต้นฉบับให้ถูกต้อง เรียบร้อยและครบถ้วนสมบูรณ์ โดยภายในหนังสือจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย สมัยสุโขทัย เล่าถึงชีวิตความเป็นอยู่ บุคคลสำคัญ แหล่งอารยธรรม และมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นตอนต่างๆได้แก่ การเมืองการปกครองเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเศรษฐกิจและการค้า สังคม การชลประทาน ศาสนาและพระภิกษุรูปสำคัญ วัฒนธรรมและประเพณี ลายสือไทย วรรณกรรมและปรับไตรภูมิพระร่วง สถาปัตยกรรม ประติมากรรมและจิตรกรรม

นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่าหนังสือ “ประวัติศาสตร์ชาติไทย ฉบับการ์ตูน” เป็นหนังสือที่จะทำให้เด็ก เยาวชนมีความสนใจศึกษา เรียนรู้ ประวัติศาสตร์ได้อย่างเพลิดเพลิน และเข้าใจง่ายด้วยตัวละครในวัย ที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งตัวละครหลักจะเป็นนักเรียนที่ดำเนินเรื่องราวการเรียนรู้ในห้องเรียนและนอกห้องเรียนมีภาพสีสันสวยงาม มีการใช้ภาษาที่สละสลวยซึ่งจะสร้างความรับรู้และความเข้าใจ ให้ทั้งความบันเทิง และความรู้ควบคู่กัน ทั้งนี้ วธ.คาดว่าจะเผยแพร่ภายในปี 2565และจะแจกจ่ายหนังสือนี้ไปยังห้องสมุดโรงเรียน และสถาบันอุดมศึกษาต่างๆเพื่อให้นักเรียน นักศึกษาและประชาชนได้อ่านเพื่อค้นคว้าหาความรู้ อีกทั้งยังได้จัดทำหนังสือนี้ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book อี-บุ๊ก) เพื่อการเข้าถึงอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

มูลนิธิสมาน-คุณหญิงเบญจา แสงมลิ มอบรางวัลบุคคลดีเด่นด้านการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667974

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมเกียรติ ชอบผล ประธานคณะกรรมการมูลนิธิสมาน-คุณหญิงเบญจา แสงมลิ เปิดเผยว่า มูลนิธิได้ประกาศผลการคัดเลือกและยกย่องบุคคลดีเด่นผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการศึกษา ประจำปี 2565 จำนวน 6 สาขา

สาขาพระสงฆ์ พระราชเสนาบดี (จรัล สิริธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่ในพระอารามหลวง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ สาขาผู้บริหารการศึกษา นายสยาม เรืองสุกใส ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา ตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 สาขาครูภาษาไทยนางปิยวรรณ บัวพันธ์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลบ้านด่านตำบลกะเปอร์  อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาระนอง สาขาครูสังคมศึกษา นายกรณ์ภูพงษ์ ศิลปเตชอังกูร
ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนกรรณสูตรศึกษาลัย ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1สาขาการศึกษาก่อนประถมศึกษา นางสาวสายฝน เอี่ยมสิทธิ์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลสมุทรสงคราม ตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม และสาขาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย นายชำนาญนิลกระวัตร ผู้ใหญ่บ้านสันติสุข หมูที่ 7 ตำบลสุคิริน อำเภอเมืองสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

บุคคลดีเด่นทั้ง 6 สาขา จะเข้ารับพระราชทานรางวัลเข็มเชิดชูเกียรติมูลนิธิฯ จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม 2565 เวลา 09.00 น. ณ วังสระปทุม

สพป.พิษณุโลก เขต 2 เพิ่มทักษะครู ผู้ดูแลนักเรียนต้องการดูแลเป็นพิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667975

สพป.พิษณุโลก เขต 2 เพิ่มทักษะครู  ผู้ดูแลนักเรียนต้องการดูแลเป็นพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2  เปิดเผยว่า สพป.พิษณุโลก เขต 2ได้จัดอบรมครูผู้รับผิดชอบนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เพื่อพัฒนาครูให้มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนที่มีความจำเป็นพิเศษตามศักยภาพ ตามสภาพ และประเภทของความพิการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้เด็กพิการเรียนรวมได้รับสิทธิ และโอกาสที่เท่าเทียมกันในการได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ในรูปแบบที่เหมาะสมอย่างเต็มศักยภาพเป็นรายบุคคล รวมถึงได้รับบริการ สื่อสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อเข้าถึงการศึกษา พัฒนาศักยภาพ ทักษะการดำรงชีวิต และพื้นฐานอาชีพเพื่อพึงตนเอง

การอบรมครั้งนี้ มี นายณัฐพงษ์ อินทร์เทพ รอง ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษ และนางปวีณา เล็กพันธุ์ ครูชำนาญการพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จ.พิษณุโลก เป็นวิทยากร มีครูผู้รับผิดชอบ จำนวน 80 คน เข้ารับการอบรม ที่สพป.พิษณุโลก เขต 2 เมื่อเร็วๆ นี้

สอศ.ชง2.3หมื่นล้านพัฒนาอาชีวะปี66 กมธ.หั่นแล้ว150ล้าน ‘สุเทพ’ยันไม่กระทบบริหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667937

สอศ.ชง2.3หมื่นล้านพัฒนาอาชีวะปี66 กมธ.หั่นแล้ว150ล้าน 'สุเทพ'ยันไม่กระทบบริหาร

วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.28 น.

สอศ. ชง 2.3 หมื่นล้านพัฒนาอาชีวะ ปี 66 กมธ.หั่นแล้ว 150 ล้านบาท “สุเทพ” ยันไม่กระทบ พร้อมใช้กลไกรัฐดูแลลดข้อจำกัดการจัดการศึกษาเอกชน 

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ได้เข้าชี้แจงงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2566 ของศธ. ต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2566 ซึ่งในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดทำคำเสนอของบประมาณไปกว่า 23,000 ล้านบาท ถูกตัดไปประมาณ 150 ล้านบาท ในส่วนของงบโครงการต่างๆ ที่ไม่มีความจำเป็นหรืองบที่สามารถชะลอได้ ไม่เร่งด่วน อาทิ งบอบรมสัมมนาต่างๆ 

“ภาพรวมงบ สอศ.จะได้มากกว่าปีที่ผ่านมา โดยจะไปเพิ่มในส่วนของงบตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในส่วนของค่าอุปกรณ์การเรียนของนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปี 1 สอศ. ในสถานศึกษาของรัฐ 429 แห่ง และสถานศึกษาอาชีวะของเอกชน 445 แห่ง ครอบคลุมนักเรียนระดับ ปวช.ชั้นปี 1 กว่า 1 แสนคน งบสร้างบ้านพักครูอาชีวะ และงบอุดหนุนอาชีวะเอกชน ส่วนงบดำเนินงานต่างๆได้รับตามปกติ ไม่ได้มีผลกระทบยังสามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนงบอุดหนุนรายหัวนั้น สอศ.ขอไปตามฐานข้อมูลจำนวนเด็กเข้าเรียน ข้อมูลวันที่ 10 มิถุนายน 2565 ซึ่งหากมีจำนวนวนักเรียน นักศึกษาเพิ่มเติม สำนักงบประมาณก็เปิดช่องให้สามารถจัดทำคำของบประมาณเพิ่มเติมได้ในภายหลัง” นายสุเทพ กล่าว  

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า สำหรับงบพัฒนาการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน จะดูในเรื่องการพัฒนาคุณภาพโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน และใช้กลไกภาครัฐเข้าไปดูแลเพี่อไม่ให้ติดขัดในเรื่องระเบียบข้อปฏิบัติหรือข้อกฎหมายที่ไม่สามรถดำเนินการได้โดยตรง ทั้งในเรื่องการพัฒนาครู มีการแบ่งโควตาให้คัดเลือกครูอาชีวะเข้ามาร่วมพัฒนาการจัดการศึกษาร่วมกับภาครัฐ รวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆให้อาชีวะเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพื่อให้เกิดการพัฒนาไปพร้อมกัน ซึ่งส่วนตัวอยากให้อาชีวะเอกชน อยู่กับสอศ. ต่อไป เพื่อให้การจัดการอาชีวศึกษาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แม้ขณะนี้จะยังมีข้อเรียกร้องขอกลับไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ่างเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เพราะมองว่ายังไม่เบ็ดเสร็จเรื่องข้อกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องกองทุนสนับสนุนสถานศึกษาเอกชน ยังอยู่ที่สช.จึงยังไม่เบ็ดเสร็จในเรื่องนี้ แต่ก็ยังมีทั้งกลุ่มที่อยากอยู่กับสอศ. ดังนั้น จึงอยากทำให้เกิดความเข้าใจ

‘สมปรารถนา’เข้าปฏิบัติหน้าที่วันแรก พร้อมลุยช่วย’ตรีนุช’เดินหน้านโยบายเร่งด่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667915

'สมปรารถนา'เข้าปฏิบัติหน้าที่วันแรก พร้อมลุยช่วย'ตรีนุช'เดินหน้านโยบายเร่งด่วน

วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.37 น.

วันที่ 20 กรกฎาคม 2565 เวลา 9.00 น. นางสาวสมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้แก่ พระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์ สยามิศรจักรีสัฏฐีอนุสรณ์ ศึกษาทรรังสรรค์ ศาลพระภูมิเจ้าที่ รวมทั้งถวายสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เพื่อเป็นสิริมงคล ในโอกาสได้เข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ.) เป็นวันแรก โดยมี นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ นายสมใจ วิเศษทักษิณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ

ที่ปรึกษา รมว.ศธ. กล่าวว่า จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากท่าน รมว.ศธ. อย่างเต็มที่ และต้องขอความร่วมมือท่านผู้บริหาร ศธ. ฝ่ายข้าราชการประจำทุกท่าน ร่วมกับขับเคลื่อนนโยบายของท่าน รมว.ศธ. อย่างรวดเร็วและให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนต่อไป

‘ศิรดล ศิริธร’มอง2มุม‘ปฏิรูปรถเมล์’ สมดุล‘คนโดยสาร-ผู้ให้บริการเดินรถ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667728

‘ศิรดล ศิริธร’มอง2มุม‘ปฏิรูปรถเมล์’  สมดุล‘คนโดยสาร-ผู้ให้บริการเดินรถ’

วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ปฏิรูป” ความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง “ปรับปรุงให้สมควร” ขณะที่ศัพท์ภาษาอังกฤษที่มีความหมายแบบเดียวกันคือ “Reform” ตามพจนานุกรมภาษาอังกฤษ ฉบับออกซฟอร์ด (Oxford English Dictionary) ให้ความหมายว่า “การเปลี่ยนแปลงระบบสังคม องค์กร ฯลฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงหรือแก้ไข (change that is made to a social system, an organization, etc. in order to improve or correct it)”ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า “การทำให้ดีขึ้น” เป็นความหมายของทั้งปฏิรูปในภาษาไทย และ Reform ในภาษาอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม “การปฏิรูปรถเมล์”ถูกตั้งคำถามจากประชาชนอย่างต่อเนื่องว่า “ทำแล้วดีขึ้นจริงหรือ?” โดยเฉพาะนโยบาย “1 เส้นทาง 1 ผู้ประกอบการ”ที่ให้แต่ละเส้นทางมีผู้ประกอบการรายเดียว ไม่ว่าจะเป็น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หรือเอกชนก็ตาม เช่น “จ่ายแพงขึ้น” เนื่องจากมีข้อกำหนดให้เอกชนที่จะมาเดินรถตามแผนปฏิรูปต้องใช้รถปรับอากาศซึ่งเก็บค่าโดยสารแพงกว่ารถร้อน “ความสะดวกลดลง” เช่น สายเดิมที่ ขสมก. เคยวิ่งจนเวลา 4-5 ทุ่ม หรือวิ่ง24 ชั่วโมง แต่เมื่อเอกชนมาวิ่งแทนก็เลิกวิ่งไวขึ้น กระทบต่อคนเลิกงานดึก เป็นต้น

เปลี่ยนเลขสายรถเมล์พางง! : 18 มิ.ย. 2565 เฟซบุ๊คแฟนเพจ “รถเมล์ไทยแฟนคลับ Rotmaethai” ที่ให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเส้นทางรถเมล์ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล โพสต์ภาพการเปลี่ยนเลขสายรถเมล์ ซึ่งในเวลาต่อมามีเสียงสะท้อนของประชาชนผู้ใช้บริการจำนวนมาก ระบุว่าสับสนกว่าเลขสายแบบเดิม

ผศ.ดร.ศิรดล ศิริธร อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งนอกจากจะสนใจเรื่องในเชิงเทคนิคแล้ว ยังรวมถึงการบริหารระบบขนส่งสาธารณะด้วย กล่าวว่า ที่ผ่านมาขสมก. มีบทบาทเป็นทั้งผู้ให้บริการเดินรถเส้นทางกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และเป็นผู้กำกับดูแลการเดินรถในเส้นทางดังกล่าวไปพร้อมกัน ดังนั้น ผู้ประกอบการเอกชนที่มาเดินรถจึงถูกเรียกว่า “รถเอกชนร่วมบริการ” หมายถึงแต่เดิม ขสมก.ได้สิทธิ์ในทุกเส้นทาง แล้ว ขสมก. ค่อยมาจัดสรรเส้นทางให้เอกชนที่สนใจเข้ามาร่วมวิ่งด้วย

แต่ปัญหาที่พบคือ “ที่ผ่านมาผู้ประกอบการเอกชนที่มาเดินรถมักเป็นรายเล็ก” หมายถึงมีรถในสังกัดเพียงไม่กี่คัน ดังจะเห็นว่าบางเส้นทางมีเอกชนหลายเจ้าวิ่งในเส้นทางเดียวกัน ทำให้การปรับเปลี่ยนระบบต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทำได้ยากเมื่อเทียบกับบริษัทใหญ่ๆ “กระทั่งในเวลาต่อมา มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายโดยให้กรมการขนส่งทางบกเป็นผู้กำกับดูแล ส่วน ขสมก. เป็นเพียงผู้ให้บริการเดินรถเจ้าหนึ่งเท่านั้นไม่ต่างจากผู้ประกอบการเอกชน” นำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ พบเห็นในช่วงไม่กี่ปีมานี้

แผนที่เขตเดินรถเมล์แบบใหม่ : 21 มิ.ย. 2565 กรมการขนส่งทางบก เผยเพร่แผนที่แบ่งเขตการเดินรถประจำทางในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ซึ่งจะสอดคล้องกับการเปลี่ยนเลขสายรถเมล์ กล่าวคือแบ่งเป็น 4 โซน ใช้หลักการแบ่งพื้นที่การเดินรถของจุดต้นทางตามทิศของกรุงเทพมหานคร คือเลขแรกเป็นเลขโซน และตัวเลขหลังเป็นเลขสาย ซึ่งจะแตกต่างจากหมายเลขสายรถเดิมที่มีการเรียงตัวเลขสายไปเรื่อยๆ เมื่อมีเส้นทางใหม่จะเพิ่มตัวเลขเข้าไป

“กรมการขนส่งทางบกเขาทำรวดเดียวไม่ได้ ก็ค่อยๆ ทยอยทำไป เพราะใบอนุญาตเดินรถมีอายุ 7 ปี ฉะนั้นใบอนุญาตก็จะค่อยๆ หมดไป อันไหนยังไม่หมดไปแตะเขาไม่ได้ ก็ต้องเอาให้มันหมดไปเรื่อยๆ เรื่องของเรื่องก็เป็นอย่างนี้ แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือ รถร่วมบริการเองในปัจจุบันต้องบอกว่าเขาไม่ได้อยู่ในสภาพที่มีความสุขกับการประกอบธุรกิจเท่าไร มันมีหลายปัจจัย

อย่างแน่นอนคือค่าโดยสารก็ถูกจำกัดไว้ แล้วเขาก็ต้องมาดูแลเรื่องรถ มันใช้ได้เท่านั้นเท่านี้ปีต้องเปลี่ยน ซึ่งเลิกคิดไปเลยเพราะว่าเขารอเหมือนตอนนี้สภาพแค่ว่าใครจะมาเอาสัมปทาน มาซื้อรถ หรือมาซื้อกิจการเขาในราคาที่โอเค แค่นั้นเอง ถ้าพูดตรงๆ นะ มันอาจจะมีอยู่บ้างที่ยังพอไหว แต่ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในสภาพประมาณนี้” อาจารย์ศิรดล กล่าว

ด้วยปัจจัยดั้งเดิมที่มีระบบขนส่งอื่นอย่างรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินซึ่งสะดวกกว่า รวมถึงผู้คนที่มีกำลังทรัพย์มากพอจะซื้อรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลมาขับขี่เอง ส่งผลให้ปริมาณผู้ใช้รถเมล์ลดลง ประกอบกับปัจจัยใหม่อย่างการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีช่วงล็อกดาวน์ จำกัดการเดินทางเพื่อควบคุมโรคเป็นระยะๆ ก็ยิ่งทำให้ผู้ประกอบการที่แบกรับภาระมานานตัดสินใจง่ายขึ้น “หลายสายถือโอกาสช่วงโควิดไปแล้วไปลับ..ไม่กลับมาอีกแม้จะเลิกล็อกดาวน์แล้วก็ตาม” เพราะหากยังฝืนวิ่งก็มีแต่เจ็บเข้าเนื้อ ไม่คุ้มค่ากับต้นทุนที่เสียไป

ไม่ใช่ทุกคนที่พร้อมจ่ายเพิ่ม : 28 ก.พ. 2565 วัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ชี้ผลกระทบของการยกเลิกการให้บริการรถเมล์ของ ขสมก. ในเส้นทางสาย 7 (คลองขวาง-หัวลำโพง) เหลือเพียงรถเมล์ของเอกชน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อย เนื่องจาก ขสมก. ใช้รถร้อน ค่าโดยสาร 8.50 บาท ส่วนเอกชนใช้รถปรับอากาศ ค่าโดยสารตั้งแต่15-25 บาท

อาจารย์ศิรดล กล่าวต่อไปว่า“ต่อให้รถเอกชนเลิกวิ่งไปดื้อๆ ขสมก.ก็ทำอะไรไม่ได้ และการยกเลิกใบอนุญาตผู้ประกอบการก็อยากยกเลิกอยู่แล้วสุดท้ายผลกระทบย่อมตกอยู่กับประชาชน” ซึ่งก็เช่นเดียวกับเรื่องของ “คุณภาพการให้บริการ” การควบคุมผู้ประกอบการแบบเดิมไม่สามารถทำได้มากนัก เพราะหากผู้ประกอบการเห็นว่าเป็นภาระมากเข้าสุดท้ายก็พร้อมจะเลิกวิ่ง

อีกด้านหนึ่ง “ต้นทุนการเดินรถก็เป็นปัญหาทั้งเอกชนและ ขสมก.”ในขณะที่เอกชนไม่มีภาครัฐอุดหนุน จึงยากที่จะควบคุมคุณภาพได้ ขสมก. ที่มีภาครัฐอุดหนุนในฐานะที่เป็นรัฐวิสาหกิจมีหน้าที่ต้องบริการประชาชน แต่การอุดหนุนสะสมมากๆ เข้าก็ถูกมองเป็นภาระ เช่นกัน นอกจากนี้ แม้ ขสมก. จะมีภาครัฐอุดหนุน แต่ก็มีข้อจำกัดในการรับพนักงานใหม่แม้จะรู้ว่าปัจจุบันขาดแคลนทั้งพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร (กระเป๋ารถเมล์) ก็ตาม

ส่วนสถานการณ์ในปัจจุบัน “กรณีมีผู้ประกอบการเอกชนรายใหญ่ได้สิทธิ์เดินรถในเส้นทางต่างๆ จำนวนมาก มองว่าอาจไม่ทำกำไรระยะสั้น แต่น่าจะเป็นประโยชน์ในระยะยาว” ทั้งต้นทุนการเดินรถที่ประหยัดกว่าและการปรับปรุงคุณภาพทำได้ง่ายกว่าบริษัทเล็กๆ เพราะ “สามารถใช้มาตรฐานเดียวกันได้กับทุกสายที่ตนเองได้สิทธิ์เดินรถ” ซึ่งในหลายเมืองทั่วโลก ระบบรถโดยสารประจำทางหรือรถเมล์นิยมใช้ผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่กี่เจ้า เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง มี 2 เจ้าวิ่ง ส่วนกรุงลอนดอนของอังกฤษมี TfL เจ้าเดียว

“ผมเชื่อว่ามันก็มีบางสายที่ยังคงไว้ (รถร้อน) คือค่าโดยสารขั้นต่ำ 15 บาท (รถปรับอากาศ) ไม่ใช่ทุกคนจะสู้ไหว แต่ว่าก็น่าจะเป็นเรื่องหนึ่งที่สุดท้ายเราก็คงจะต้องมีการกำหนดบางเส้นทางที่คงต้องมีเส้นที่ราคาถูกบ้าง หรือเส้นที่มันอุดหนุนวิธีใดวิธีหนึ่ง ในอีกแง่หนึ่ง ถ้ากำหนดแบบนี้ขึ้นมามันก็เป็นการกันบริษัทเล็กๆ ออกไป

ฟังดูมันอาจจะไม่แฟร์นะ แต่เรื่องของคุณภาพบริการ มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เขาอาจจะพยายามพัฒนาขึ้นมา แต่ใช่!..ปัญหาในเรื่องความสามารถในการจ่ายค่าโดยสาร อันนี้เป็นปัญหาใหญ่มาก” ผศ.ดร.ศิรดล ให้ความเห็นใน 2 มุม ว่าด้วยข้อกำหนดให้ผู้ประกอบการเดินรถต้องใช้รถปรับอากาศระหว่างคุณภาพที่ดีขึ้น กับความสามารถในการจ่ายของประชาชน

อาจารย์ศิรดล ยังกล่าวอีกในประเด็นการเดินรถ กรณีฝั่งผู้โดยสารมองว่าบางช่วงผู้ให้บริการปล่อยรถวิ่งน้อยลงจนไม่สะดวก แต่ฝั่งผู้ประกอบการก็ไม่อยากวิ่งในช่วงผู้โดยสารน้อยเพราะไม่คุ้มต้นทุนโดยเฉพาะเมื่อต้องใช้รถปรับอากาศ ว่า ในมุมของผู้ใช้บริการ การเดินทางจากจุด A ไปจุด B และจุด B ไปจุด C ในช่วง A ถึง B มีผู้ใช้บริการมาก แต่ B ถึง C มีผู้โดยสารน้อย

ดังนั้นด้านหนึ่งผู้ที่ใช้บริการในจุด B ไป C ก็ต้องยอมรับว่าปริมาณรถมีน้อยและรอนาน ทั้งนี้ หากเส้นทางวิ่งดังกล่าวเป็นช่วงกลางคืน ก็สามารถกำหนดเวลาเดินรถได้ แต่ในมุมของผู้ให้บริการ จริงอยู่หากเป็นเส้นทางที่วิ่งยาวย่อมมีโอกาสขาดทุน แต่ก็ยังมีเส้นทางที่วิ่งสั้นๆ ซึ่งได้กำไร ดังนั้น ก็ต้องมาถัวเถลี่ยกัน เพราะเมื่อได้รับใบอนุญาตจากรัฐแล้วก็ต้องมี 2 หน้าที่ จะหวังแต่กำไรสูงสุดอย่างเดียวคงไม่ได้

อนึ่ง ในช่วง 1 เดือนล่าสุด นับตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 2565 เป็นต้นมา มีประเด็น “การเปลี่ยนเลขและชื่อสายรถเมล์” ที่ประชาชนจำนวนมากคัดค้านเพราะสร้างความสับสน ในขณะที่เจ้าภาพอย่าง กรมการขนส่งทางบก มองว่าสายรถแบบใหม่จะอำนวยความสะดวกมากขึ้นดังที่ จิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ชี้แจงเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2565 ว่า ความแตกต่างระหว่างหมายเลขสายรถเดิม คือสายรถเดิมมีการเรียงตัวเลขสายไปเรื่อยๆ เมื่อมี
เส้นทางใหม่จะเพิ่มตัวเลขเข้าไป ขณะที่สายรถเมล์ใหม่นี้จะมีเลขโซนอยู่ด้านหน้า

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้ทราบว่ารถเมล์สายนี้มีต้นทาง อยู่ในพื้นที่ใดถนนสายใด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ทุกกลุ่ม แม้แต่ผู้ที่ไม่ค่อยได้ใช้บริการรถเมล์และนักท่องเที่ยวต่างชาติจะสามารถทราบข้อมูลการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ต้องขึ้นรถเมล์ในโซนใดหรือสายใด เช่นเดียวกับ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ให้ความเห็นในวันเดียวกัน ว่า เรื่องนี้ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบให้มากขึ้น เพราะรถที่ใช้อยู่ขณะนี้คณะกรรมการขนส่งทางบกได้พิจารณาดูที่จะทำให้การวิ่งรถมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เพราะที่ผ่านมาการวิ่งมีการทับซ้อนกันหลายเส้นทาง และประเด็นนี้ถือเป็นประเด็นหนึ่งที่เป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาด้านการจราจร, PM2.5 และต้นทุนในการดำเนินการ ซึ่งการเปลี่ยนจะพยายามเกิดการทับซ้อนให้น้อยมากที่สุด โดยนายศักดิ์สยาม ย้ำว่ากำลังเร่งประชาสัมพันธ์อยู่ ก็ขอให้ประชาชนที่ยังสับสนขอให้ดูป้ายบอกเส้นทางข้างรถว่าไปที่ใด วิ่งจากที่ใดไปที่ใด

ประเด็นนี้ อาจารย์ศิรดล ให้ความเห็นว่า “อาจเป็นการให้ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการไม่อยากได้ หรือเป็นข้อมูลสำหรับใช้ในองค์กร” เช่น รถเมล์คันนี้เดินรถจากเขตนั้น-อยู่โซนนี้ แต่ตนก็ไม่มั่นใจ เพราะหากใช้ไปจริงๆ อาจจะคุ้นเคยก็ได้ เหมือนสมัยก่อนที่มีสาย ปอ.1ปอ.2 แล้วต่อมาเปลี่ยนเป็นสาย 501 502 ซึ่งแม้จะไม่มีคำว่า ปอ. แล้ว แต่เห็นเลข 5 ผู้โดยสารก็รู้ได้ว่าเป็น ปอ.

ดังนั้นโดนส่วนตัวเรื่องนี้ไม่ค่อยมีความเห็น เพราะอาจออกหัวหรือก้อยก็ได้เพียงแต่ในปัจจุบัน คนที่เดินทางเขาคุ้นชินกับเลขสายแบบเดิมอยู่ ส่วนเหตุผลที่บอกว่าคนอื่นๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน พอมานั่งรถสายนี้ก็จะรู้ว่าไปจบฝั่งนั้น ต้องบอกว่า เขาไม่ได้อยากได้ข้อมูลเพียงเขตกว้างๆ การรู้ว่าไปจบใน 4 เขต ก็ไม่รู้ว่าจะรู้ไปเพื่ออะไร ส่วนคนที่ต้องการรู้เขาก็เปิดแอปพลิเคชั่นดู เพราะถ้าแอปฯ ทำออกมาดี จะใช้ชื่อสายแบบใดก็ไม่เป็นปัญหา ดังนั้น ชื่อเรียกไม่สำคัญเท่ากับการสื่อสารกับผู้ใช้บริการ

“อย่างฮ่องกง เขามีสาย 1 2 3 4 5 รันไปเรื่อยๆ แต่ก็จะมีสายที่เป็น 100 พอสาย 100 คนก็จะรู้ว่าสาย 100 มันจะวิ่งข้ามระหว่างฮ่องกง-เกาลูน เหตุผลที่ต้องตั้งชื่ออย่างนี้เพราะคนเห็นปุ๊บเขารู้ว่าเขาจะต้องเตรียมจ่ายสตางค์เพิ่ม เพราะตรงนั้นมันข้ามอ่าวหรือช่องทะเล เขามีเหตุผลของเขาว่าทำไมต้องกำหนดแบบนี้ คือเขากำหนดชื่อสายเขาคิดถึงคนเดินทางเป็นหลัก คนเดินทางมองเห็นปุ๊บเขาต้องการรู้อะไร พอมีตัว X คนเดินทางเข้าใจแล้วขึ้นไปเขาต้องจ่ายสตางค์เพิ่ม หรือตัวนี้เป็น N คือมันวิ่งไปถึงตอนกลางคืน” อาจารย์ศิรดล ยกตัวอย่าง

ผศ.ดร.ศิรดล กล่าวต่อไปว่า หากเป็นการใส่เครื่องหมายพิเศษแบบเดิม เช่น สายรถเมล์ที่มีตัวอักษา “ก” ต่อท้ายหรือป้ายรถเสริมที่ระบุเส้นทางที่ตัดระยะหรือขึ้นทางด่วน แบบนั้นเป็นการมองเห็นที่ชัดเจนว่ารถเมล์จะวิ่งไปจบที่ใด ส่วนสายรถเมล์แบบใหม่ที่มีเลขตามด้วยขีดขวางและเลขอีกชุดหนึ่ง แม้จะไม่มีปัญหาอะไรแต่ก็มองไม่เห็นความจำเป็นว่าจะทำไปเพื่ออะไร เช่น รถเมล์วิ่งเส้นทางหนึ่งใช้สาย 8 ต่อมาจะเปลี่ยนเลขสายก็อาจเปลี่ยนเป็น 46 เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องบอกว่าสาย 46 ไปจบที่ 2

“ผมว่ามันไม่ได้เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์เท่าไร จริงๆ มันเป็นแค่4 เขต เราเห็นมันเป็น 4 เขต ถามว่าผมเห็นแล้วเป็นเขต 1 ผมก็จะจบอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่งตั้งแต่รังสิตไปยันพญาไท แล้วตกลงผมจบที่ไหน ไม่รู้เหมือนกัน มันอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรผมเท่าไร อาจจะมีบางกรณีที่มันช่วยแต่ผมยังนึกไม่ออก ถ้า 4 เท่ากับผมจบที่ไหนก็ได้ในฝั่งธน ก็คือหน้าตาแบบนี้มันเป็นรถเมล์ฝั่งธน แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรผมเยอะเท่าไร” อาจารย์ศิรดล กล่าวย้ำ

สุดท้ายคือเรื่องของ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ซึ่งเป็นสวัสดิการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้น้อย ที่ผ่านมาพบปัญหารถเมล์ ขสมก. รับบัตรแต่รถเอกชนไม่รับ ทำให้เมื่อมีนโยบาย 1 เส้นทาง 1 ผู้ประกอบการ ย่อมส่งผลกระทบกับผู้ที่เคยใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐขึ้นรถเมล์ของ ขสมก. เพราะเมื่อ ขสมก. ไม่ได้วิ่งเส้นทางนั้นแล้วก็ไม่สามารถใช้ได้อีก แต่ประเด็นนี้ ก็ต้องมองใน 2 มุมด้วยเช่นกัน เพราะการใช้สิทธิ์ของผู้ใช้บริการเพื่อจ่ายน้อยลง อีกด้านก็ส่งผลกระทบกับผู้ให้บริการ

“รัฐต้องมีความชัดเจน มีกลไกที่ชัดเจนในการอุดหนุน บริการมันถึงจะไปได้ ไม่ใช่ว่าทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้ใช้บริการมีความสุข แต่ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้ให้บริการมีความสุขด้วย ถ้า
ผู้ให้บริการไม่มีความสุข รัฐไม่สามารถลงมาบริการเองได้ทั้งหมด ณ ปัจจุบันโครงสร้างทุกอย่างรัฐก็ให้เอกชนช่วยบริการ เพราะฉะนั้นในแง่หนึ่งรัฐก็ต้องรักษาผลประโยชน์ของเอกชน มันก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าเอกชนมีความสุข ผู้ใช้บริการก็มีความสุขด้วย” อาจารย์ศิรดล ฝากทิ้งท้าย

‘อาชีวศึกษา-เท็ตทรา’พัฒนาแพลตฟอร์มแห่งนวัตกรรมแรงงานยุคใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667676

‘อาชีวศึกษา-เท็ตทรา’พัฒนาแพลตฟอร์มแห่งนวัตกรรมแรงงานยุคใหม่

วันอังคาร ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.21 น.

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เดินหน้าร่วมกับ บริษัท เท็ตทรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด วางแผนโครงสร้างด้านตลาดแรงงาน บนพื้นฐานแพลตฟอร์มแห่งนวัตกรรมแรงงานยุคใหม่ ผนวกแพลตฟอร์มธุรกิจดิจิทัล THEZCAPE ตอบโจทย์นวัตกรรมแรงงานแห่งอนาคต ช่วยรองรับการเติบโตด้านตลาดแรงงานของประเทศไทยและระดับสากลในอนาคต ถือเป็นนวัตกรรมด้านตลาดแรงงานที่จะช่วยลดขั้นตอน ลดปัญหาอัตราว่างงาน พร้อมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตลาดแรงงานในประเทศ โดยครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน ที่จะเชื่อมโยงระหว่างนายจ้าง – คนทำงาน เปิดมิติใหม่ในตลาดแรงงานไทย มุ่งหวังให้เกิดการจ้างงานระดับประเทศ ตอบโจทย์ความต้องการของนายจ้าง เดินหน้าเศรษฐกิจแบบ Gig Economy มุ่ง 80% นำคนไทยเข้าสู่ตลาดงาน

นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาคาดหวังจากความร่วมมือบนพื้นฐานแพลตฟอร์มแห่งนวัตกรรมแรงงานจะเป็นส่วนผลักดันให้กับนักเรียนอาชีวศึกษาที่เรียนจบหางานได้ง่ายสะดวกบนแพลตฟอร์มธุรกิจดิจิทัล THEZCAPE ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายของประเทศ นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ตอบโจทย์สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ต้องการให้หน่วยงานทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานภาคเอกชน สถานประกอบการ เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการอาชีวศึกษาทุกมิติ รวมถึงการสร้างเครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคน แสวงหา ระดม และพัฒนาความร่วมมือกับสานประกอบการและองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนและขับเคลื่อนให้ผู้เรียนและผู้สำเร็จการศึกษา มีงานทำ มีอาชีพ ซึ่งบริษัท เท็ตทรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เห็นว่ามีศักยภาพ มีความพร้อมที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างนายจ้างรวมถึงพันธมิตรต่าง ๆ ในการสรรหาตำแหน่งงานต่าง ๆ รองรับผู้เรียนหลังจากสำเร็จการศึกษาผ่านบริการแพลตฟอร์ม THEZCAPE 

นางสาวสุธิดา กาญจนกันติกุล ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้ง THEZCAPE, บริษัท เท็ตทรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน ปัญหาจากคนว่างงาน คนเลือกงาน คนทำงานไม่ตรงสายงาน นายจ้างได้คนทำงานไม่ตรงกับทักษะที่ต้องการ เป็นต้น ในฐานะที่คร่ำหวอดประสบการณ์ด้านตลาดงานกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดแนวคิด THEZCAPE แพลตฟอร์มแห่งนวัตกรรมแรงงานและศูนย์กลางตลาดแรงงานระยะสั้นในประเทศไทย ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เท็ตทรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด แพลตฟอร์มเชื่อมโยงระหว่างนายจ้างและคนทำงานส่งเสริมการมีงานทำเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยแพลตฟอร์มอัจฉริยะสำหรับงานระยะสั้นดังกล่าว ประกอบด้วย งานฟรีแลนซ์, งาน Part Time, งานชั่วคราว, งานสัญญาจ้าง, งานโปรเจคท์ และงาน Outsource มุ่งธุรกิจและอุตสาหกรรมในด้านต่างๆ อาทิ กลุ่มการค้าและการพาณิชย์, กลุ่มบริการลูกค้า, กลุ่มไอทีและเทคโนโลยี, กลุ่มการผลิต และกลุ่มการขนส่งและโลจิสติกส์ ครอบคลุมหลากหลายกว่า 20 สายงาน และแพลตฟอร์มยังสามารถรองรับทุกการเข้าถึงที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว ด้วยเว็บไซต์ แอปพลิเคชันและโซเชียลมีเดียต่างๆ พร้อมกระบวนการบริหารจัดการด้านกำลังคนแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยคุณภาพ ความรวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา ตอบโจทย์ตลาดงานที่ต้องการความยืดหยุ่นได้อย่างแท้จริง

นางสาวสุธิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐระดับประเทศที่ผลิตกำลังออกสู่ตลาดงานปีละกว่า 4 – 5 แสนคน เห็นถึงความสำคัญในการนำเอาเทคโนโลยีแพลตฟอร์มแห่งนวัตกรรมแรงงานและศูนย์กลางตลาดแรงงานวางแนวทางนำร่องร่วมกัน โดยภาคการศึกษาจะเป็นส่วนช่วยผนึกตลาดงานกับนักเรียน นักศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะก้าวสู่ตลาดงานด้วยทักษะและประสบการณ์ ปั้นศูนย์กลางตลาดงานระยะสั้น แก้ปัญหาตลาดแรงงานของประเทศ พร้อมวางแผนในอนาคตหลังจากแนวทางการทำงานหลังโควิด ที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิม พร้อมซ่อมแซมฐานรากของประเทศ เพื่อสร้างฟื้นฟูสู่การพัฒนาของเศรษฐกิจประเทศ โดยเฉพา

แผนการดำเนินงานขั้นแรก คือ วางทิศทางของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบใหม่ ที่เรียกว่า Gig Economy เศรษฐกิจอันเกิดจากงานระยะสั้นที่กำลังเติบโตขึ้นในประเทศไทย และอีกหลากหลายประเทศทั่วโลก จากผลสำรวจจากตลาดแรงงานระดับโลก พบว่า แรงงานระยะสั้น (Gig Worker) มักอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ทันกับความต้องการและการเปลี่ยนแปลง และในประเทศไทยกำลังเติบโตเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ปัจจุบันการเติบโตของแรงงานระยะสั้นมีโอกาสสูงมากกว่า 80% ของกำลังแรงงานจากจำนวนประชากรทั้งประเทศ ทั้งนี้ ตลาดแรงงานระยะสั้น Gig Worker เป็นการมองมุมใหม่ในพ.ศ. นี้ ตลาด Gig จะกว้างขึ้นกว่าที่เป็นมาเพราะควบรวมทั้งแรงงานในระบบและนอกระบบ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ เพศ การศึกษา และสถานที่ทำงาน สามารถทำงานที่ไหน เวลาใดก็ได้ หากมีทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ตรงกับตำแหน่งงานที่เปิดรับ ไม่ว่าจะคุณทำงานประจำ งานอิสระ ผู้ประกอบการ และงานระยะสั้นต่างๆ คุณก็สามารถทำงานได้ และทำได้หลายงานในเวลาเดียวกัน และนี่ก็จะเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ อุตสาหกรรม สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วต่อไป

ตลอดระยะเวลา 30 เดือนที่คนไทยใช้ชีวิตร่วมกับสถานการณ์โควิด ตั้งแต่ New Normal จนถึง Next Normal เราผ่านยุคของการปรับตัวและกำลังก้าวสู่การฟื้นฟูเพื่อพัฒนาทั้งตนเอง สังคม เศรษฐกิจและประเทศให้เติบโตต่อไป สถานการณ์โควิดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นแรงผลักดันที่รุนแรงและรวดเร็ว ตั้งแต่ การใช้ชีวิต พฤติกรรม กรอบความคิด และทักษะจนถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างกว้างขวางในระดับธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกและเพื่อความปลอดภัยในสังคมอนาคต ซึ่งทำให้เกิดเทรนด์โลกการทำงานหลังโควิดที่เราต้องทำความเข้าใจ ตั้งรับ และปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

1.DIGITAL TRANSFORMATION TO DIGITALIZATION เป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ได้หลากหลายองศาของการใช้ชีวิตและการทำงาน ทั้งการเชื่อมโยงธุรกิจ ข้อมูล ทั้งในองค์กรและนอกองค์กร

2.THE HYBRID PHENOMENON IS SIGNIFICANT ปรากฏการณ์ผสมผสานถือเป็นสิ่งสำคัญ ในหลากหลายมิติของการทำงาน ทั้งสถานที่ทำงาน เวลาทำงาน บทบาทในการทำงาน และการเรียนรู้

3.WORKING ANYWHERE, ANY TIME การทำงานที่ไหน เวลาใดก็ได้ คนมีอิสระในการทำงานด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาทำให้สามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา การทำงานระยะไกลผสานระบบออนไลน์ ทำให้ข้อจำกัดในการเดินทางและระยะทางหมดไป

4.RESULT ORIENTED WORKING การทำงานแบบเน้นผลลัพธ์ การทำงานมุ่งเน้นประสิทธิภาพเป็นหลัก แม้รูปแบบการทำงานจะปรับเปลี่ยนไปเพื่อให้เหมาะสมตามสถานการณ์

5.ONE LIFE BALANCE ใช้ชีวิตทั้งงานและครอบครัวจนเป็นชีวิตเดียวอย่างสมดุล เมื่อไลฟ์สไตล์และการทำงาน รวมถึงการใช้ชีวิต ถูกบูรณาการจนเป็นเรื่องเดียวกัน การออกแบบการชีวิต เพื่อให้สมดุลในแต่ละบทบาท หน้าที่และกิจกรรมจะเป็นสิ่งที่ได้รับการออกแบบ ให้เหมาะสมกับแต่ละปัจเจกบุคคลต่อไป

6.THE JOB MARKET LANDSCAPE HAS SHIFTED TO FOCUS ON ON-DEMAND ภูมิทัศน์ของตลาดงานเปลี่ยนเป็นแบบตามต้องการ องค์กรเน้นการแข่งขันด้วยต้นทุนที่ต่ำลง เน้นความยืดหยุ่นสูง ทำให้การจ้างงานระยะสั้นประเภทต่างๆ รวมถึงการจ้างองค์กรภายนอก (Outsource) เป็นที่นิยม รองรับการเปลี่ยนแปลงองค์กรและการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วและคล่องตัว

7.THE SKILL COMPETITION INTENSIFIED การแข่งขันด้านทักษะทวีความรุนแรง หากคุณมีทักษะจะทำให้คุณมีงาน หากคุณมีทักษะเชี่ยวชาญ จะทำให้คุณมีงาน และรักษาความมั่นคงในงานที่คุณทำ หากคุณมีทักษะหลายด้าน จะทำให้คุณมีโอกาสมีงานหลายงาน และมีรายได้ที่มากขึ้น

8.PARADIGM SHIFT OF CAREER PLANNING การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ การวางแผนอาชีพ การวางแผนอาชีพถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบไปทั้งการเติบโตทางสายอาชีพ (Vertical Move) และข้ามเส้นอาชีพ (Horizontal Move) คาดการณ์ในอีก 2 ปีข้างหน้า เราจะเห็น คน 1 คน รับงาน 4 งาน ทั้งการรับงานแบบงานประจำและรับงานอิสระ

9.CREATING A HOLISTIC EXPERIENCE DELIVERS EFFICIENCY & VALUE การสร้างประสบการณ์แบบองค์รวมส่งมอบประสิทธิภาพและคุณค่า ไม่ว่าจะเป็น Virtual Experience (เสมือนจริง) หรือ Real Experience (ประสบการณ์) ล้วนสร้างคุณค่าและส่งมอบผลลัพธ์ที่แตกต่าง บางประสบการณ์ก็ไม่สามารถทดแทนด้วยประสบการณ์เสมือนจริงได้ การบูรณาการและสร้างประสบการณ์แบบองค์รวมเพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานจะทำให้ได้ทั้งผลลัพธ์ที่มีคุณภาพและคุณค่าทางจิตใจของลูกค้าทั้งในองค์กรและนอกองค์กร

10.WORKING TO CREATE THE EQUATION OF STABILITY การทำงานสร้างสมการของความมั่นคง การทำงานเป็นการนำทักษะมาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์และรายได้ หากทำงานได้มากขึ้น รายได้ก็จะมากขึ้น ครอบครัวก็จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คุณภาพชีวิตที่ดีก็จะตามมา

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงมากมายตามบริบทที่เปลี่ยนไป 3R MODEL (REVIEW REFORMATION REVOLUTION) จะเข้ามาช่วยรับมือโลกการทำงานในอนาคต ท่ามกลางการปรับเพื่อเปลี่ยน ซ่อมเพื่อสร้าง ฟื้นฟูสู่การพัฒนา ได้เป็นอย่างดี ถึงเวลาที่เราจะได้ทบทวน – Review แล้วปฏิรูป – Reformation ในเรื่องที่ต้องแก้ไข ปรับปรุง และหากเป็นเรื่องใหญ่ สำคัญ เร่งด่วน ก็ต้องปฏิวัติ – Revolution วิธีการทำงานเพื่อให้ประสบความสำเร็จ

นางสาวสุธิดา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ขอบคุณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่ให้โอกาสในการทำงานร่วมกันครั้งนี้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาด้านตลาดแรงงานนักเรียนจบใหม่ แนวคิด พฤติกรรม ทัศนคติที่ต้องเปิดกว้าง ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ในประเทศ โดยเฉพาะ งานฟรีแลนซ์, งาน Part Time, งานชั่วคราว, งานสัญญาจ้าง, งานโปรเจคท์ และงาน Outsource แพลตฟอร์มระหว่างนายจ้างและคนทำงานด้วยฟีเจอร์ที่ทำให้เรื่องการหางานเป็นเรื่องง่ายๆ แบบ On Demand ที่เข้าถึงกลุ่มคนยุคใหม่ โดยระบบจะทำงานคัดกรองที่มีประสิทธิภาพด้วย ระบบการค้นหาแบบ Intelligent Search ลดระยะเวลา เพิ่มประสิทธิภาพ กับการประมวลผลที่เรียกว่า ”อับดุล” ตรวจจับการค้นหาและประมวลผลด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว, รองรับความหลากหลายด้วยสายงานที่รองรับกว่า 20 สายงาน, ระบบการค้นหาตำแหน่งงานผ่าน Map เพื่อรองรับการหางานตามพื้นที่ที่ต้องการทำงาน และรองรับการรับงานด่วนด้วยการจับพิกัดตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ Location Based Service, ระบบการจัดการพนักงานตามประเภทงาน

“ไม่เพียงเท่านั้น งานชั่วคราว งานสัญญาจ้าง (รายชั่วโมง รายวัน รายเดือน รายปี) ทำงานด้วยระบบ Time Attendance ผ่านการ Check In/Out ของพนักงาน พร้อมอำนวยความสะดวกให้พนักงานด้วยการเข้าสู่ระบบครั้งเดียวแบบ Single Sign-On ที่สามารถเข้าถึงงานที่ตนเองทำงานอยู่  และเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมการบริหารบุคคลตามสาขาด้วยระบบ Admin Branch Control เพื่อควบคุมการทำงานของคนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และส่วนที่ 2 งานโครงการและ Outsource ผ่านระบบ Management & Monitoring Schedule อนุมัติงานตามเฟสเมื่อมีการส่งมอบงาน เพื่อควบคุมการทำงานของทั้ง 2 ฝ่ายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รองรับการพูดคุยผ่านระบบ Personal Chat ถือเป็นเครื่องมือการสื่อสารแบบ Private Message เพื่อสื่อสารข้อความส่วนตัวระหว่างผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม, ระบบ Real Time Bidding ที่ช่วยให้นายจ้างสามารถเห็นใบเสนอราคาจากคนทำงานในทุกๆ การนำเสนอราคาที่ส่งเข้ามาผ่านแพลตฟอร์มได้โดยตรง, ระบบ 2-Way Review ที่อนุญาตให้พนักงานและนายจ้าง สามารถประเมินความพอใจในการทำงานได้ทั้งสองฝ่าย, ระบบ Real Time Payment เมื่อคนทำงานทำงานเสร็จและนายจ้างอนุมัติการทำงานแล้ว ระบบจะทำการชำระเงินให้แก่คนทำงานได้ทันที และการทำงานของคนทำงานและนายจ้างที่เกิดขึ้น ภายใต้แพลตฟอร์มนี้ ระบบมีการสร้างข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Dashboard) ที่เก็บรวบรวมสถิติการทำงานอีกด้วย 

“นี่คือการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของนวัตกรรมแรงงานเพื่อให้คนไทยเข้าถึงตลาดงานและทำงานได้ตามต้องการในรูปแบบที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว ตอบโจทย์นายจ้าง-คนทำงานยุค 4.0+ หากเรารู้เท่าทันสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลง แล้วรับมืออย่างมีสติ มีแนวทาง จะทำให้เราแก้ปัญหาอย่างมีทิศทางและออกแบบความสำเร็จของชีวิตเราได้ต่อไป เพราะเราเชื่อว่า…ความสำเร็จออกแบบได้” นางสาวสุธิดากล่าวสรุปทิ้งท้าย