เฝ้าระวังฝีดาษลิง! ศธ.เตรียมประสาน สธ.หารือแนวทางป้องกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/668443

เฝ้าระวังฝีดาษลิง! ศธ.เตรียมประสาน สธ.หารือแนวทางป้องกัน

วันศุกร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.23 น.

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีประเทศไทยตรวจพบผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิง 1 รายแล้วนั้น ว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก็จะประสานกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่ง ศธ.และ สธ.เราทำงานประสานกันอยู่แล้ว เพื่อหารือถึงแนวทางการป้องกันและการเฝ้าระวังโรคต่างๆ และโรคฝีดาษลิง

ขณะที่ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยังคงเน้นย้ำให้ทุกโรงเรียนเข้มงวดมาตรการ 6-6-7 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อย่างเข้มงวด ถึงแม้ว่าขณะนี้หากมีการติดเชื้ออาการจะไม่รุนแรงแล้วก็ตาม แต่โรงเรียนต้องป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด แต่อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าหากดบมีการติดเชื้อจะไม่มีการปิดโรงเรียนทั้งจังหวัด หรือทั้งประเทศเหมือนที่ผ่านมาแล้ว แต่ขอให้โรงเรียนพิจารณาดำเนินการตามบริบทพื้นที่ของตน และหากพบนักเรียนติดเชื้อโควิด-19 ต้องปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มอบให้ เช่น พบนักเรียนติดเชื้อโควิด-19 เพียงห้องเดียว อาจจะพิจารณาปิดแค่ห้องเรียนที่มีนักเรียนติดเชื้อ หรือหากพบนักเรียนทั้งระดับชั้นติดเชื้อ อาจจะพิจารณาปิดแค่ระดับชั้นที่พบมีการติดเชื้อ หากพบนักเรียนติดเชื้อกระจายอยู่ในโรงเรียน อาจจะพิจารณาหยุดเรียน 3 วัน เพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นต้น

‘ตรีนุช’พร้อมดูแลโรงเรียนประสบภัยธรรมชาติ ให้นักเรียนมีสถานที่เรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/668432

'ตรีนุช'พร้อมดูแลโรงเรียนประสบภัยธรรมชาติ ให้นักเรียนมีสถานที่เรียน

วันศุกร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.13 น.

‘ตรีนุช’พร้อมดูแลโรงเรียนประสบภัยธรรมชาติ เพื่อให้นักเรียนมีสถานที่เรียน ที่มีความพร้อม 

22 ก.ค.65 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งก่อสร้างอื่นให้กับโรงเรียนที่ประสบภัยธรรมชาติในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรอบวงเงิน 395,237,200 บาท ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอไปแล้วนั้น ทั้งนี้ เนื่องจากปี 2565 ศธ.ถูกสำนักงบประมาณตัดงบไป จำนวน 2.6 หมื่นล้านบาท แต่ที่ผ่านมามีโรงเรียนประสบภัยธรรมชาติหลายแห่งมาก ทำให้ สพฐ.ไม่มีงบไปปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียนให้กับนักเรียน ศธ.จึงจำเป็นต้องของบกลางมาดูแลเพื่อให้เด็กๆได้มีอาคารเรียนหนังสือ

“ขณะนี้มีโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและวาตภัยหลายแห่งมากที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งศธ.มีหน้าที่ทำให้โรงเรียนสามารถเป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนให้ได้มากที่สุด เพราะเราหยุดเรียนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( โควิด-19) ไประยะหนึ่ง แต่เมื่อมีการจัดการเรียนที่โรงเรียนแล้ว เด็กๆก็ควรจะได้มีสถานที่เรียนที่มีความพร้อม” รมว.ศธ. กล่าว 

เร่งสืบค้นประวัติบ้านโบราณพังงา เป็นของ‘เจ้าจอมยี่สุ่น’หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/668349

เร่งสืบค้นประวัติบ้านโบราณพังงา เป็นของ‘เจ้าจอมยี่สุ่น’หรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 23.10 น.

เร่งสืบค้นประวัติบ้านโบราณพังงา เป็นของ‘เจ้าจอมยี่สุ่น’หรือไม่

21 กรกฎาคม 2565 ที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพังงา ศาลากลาง (หลังเก่า) เขตเทศบาลเมืองพังงง น.ส.อุไรวรรณ แดงงาม วัฒนธรรมจังหวัดพังงา พร้อมด้วย นางเสริมกิจ ชัยมงคล ผอ.ศิลปากร เขต 12 (นครศรีธรรมราช) ร่วมประชุมคณะกรรมการสืบค้นข้อมูลอาคารโบราณในพื้นที่วัดประชุมโยธี พระอารามหลวง ต.ท้ายช้าง อ.เมือง จ.พังงา กรณีสื่อออนไลน์คัดค้านการรื้อถอนเรือนไทยโบราณ โดยอ้างว่าเป็นเรือนเจ้าจอมยี่สุ่น ณ นคร พระสนมในรัชกาลที่ 3 บุตรสาวของพระยาบริรักษ์ บำรุง หรือแสง ณ นคร ทำให้สังคมออนไลน์ ได้แสดงความคิดเห็นให้มีการอนุรักษ์

ขณะที่นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบค้นข้อมูลอาคารโบราณในพื้นที่วัดประชุมโยธี พระอารามหลวง เพื่อความชัดเจนของบ้านหลังดังกล่าว

ในที่ประชุมมีนางประทุม สิลา และ น.ส.จุฑารัตน์ ณ ถลาง ทายาทผู้ครอบครองบ้าน ก่อนมอบบ้านให้ทางวัดประชุมโยธี เข้าร่วมด้วย โดยในที่ประชุมได้วางแนวทางการสืบค้นทั้งข้อมูล หลักฐานบุคคล การพิสูจน์สิ่งปลูกสร้าง นักโบราณคดี วิศวกร สถาปัตยกรรม เพื่อรวบรวมข้อมูลเรื่องราวจากแหล่งต่างๆ  ตามข้อเท็จจริง เบื้องต้นทราบว่าบ้านดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งในสี่ ยังมีตัวบ้านมากกว่าที่เหลืออยู่ในปัจจุบันโดยก่อนหน้านี้ส่วนที่เหลือเสื่อมสภาพ จนต้องรื้อถอนไปก่อนหน้าจะเป็นกรรมสิทธิ์ของทางวัด

จากนั้นคณะกรรมการได้เข้าพบ พระเทพปัญญาโมลี เจ้าอาวาสวัดประชุมโยธี เพื่อขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ชำนาญทางโบราณวัตถุ เข้าสำรวจโดยใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อค้นคว้าเรื่องราว เมื่อได้ข้อสรุปประวัติความสำคัญ แล้วจึงจะสอบถามความต้องการของทางวัดประชุมโยธี ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านหลังดังกล่าวอีกครั้ง

พระเทพปัญญาโมลี เจ้าอาวาสวัดประชุมโยธี ฝากให้ทางกรรมการชุดดังกล่าวค้นสืบหาแหล่งที่อยู่ ที่ทำงาน บุคคลสำคัญ โดยเฉพาะ เจ้าจอมยี่สุ่น ณ นคร พระยาบริรักษ์บำรุง(แสง ณ นคร) พระยาบริรักษ์ภูธร(ขำ ณ นคร) เพื่อได้บันทึกเป็นประวัติศาสตร์บุคคลสำคัญและสถานที่ประวัติศาสตร์สืบทอดให้คนรุ่นหลังได้รับทราบ

ด้าน น.ส.จุฑารัตน์ ณ ถลาง ทายาทผู้ครอบครองบ้านรุ่นสุดท้ายก่อนมอบให้ทางวัด กล่าวว่า ได้ตัดสินใจมอบบ้านให้ทางวัด หลังจากได้ขายที่ดินให้แก่วัดประชุมโยธี ส่วนประวัติของบ้านดังกล่าวตนเองไม่ทราบแน่ชัด และขอให้ผู้สนใจเรื่องนี้รอข้อเท็จจริงอีกนิด ซึ่งกรรมการชุดนี้เร่งสืบค้นข้อมูลและหลักฐานที่ชัดเจนอยู่ เบื้องต้นตนยืนยันโดยมีรูปถ่ายได้ว่าเป็นตระกูล ณ ถลาง ซึ่งอาจจะมีการแต่งงานกับตระกูล ณ นคร หรือไม่นั้น ไม่ทราบได้

ด้านนางประทุม สิลา ทายาทเจ้าของบ้านก่อนมอบให้ทางวัด กล่าวทั้งน้ำตาในที่ประชุม ว่า ตนเองภูมิใจที่เป็นทายาทในวงศ์ตระกูลของบ้านหลังนี้ ถึงแม้ว่าผลการพิสูจน์จะออกมาว่าใช่หรือไม่ใช่บ้านของเจ้าจอมยี่สุ่น ณ นคร ก็ตาม และยืนยันว่าเท่าที่ตนทราบเป็นที่อยู่ รับรอง ในตระกูล ณ ถลาง โดยก่อนหน้านี้ยังมีเรือน อาคาร ติดกันมากกว่าปัจจุบัน แต่ความเสื่อมสภาพทำให้ผุพังตามกาลเวลา ซึ่งเมื่อมอบให้ทางวัดตนเองทำใจเห็นควรแล้วแต่ทางวัดแต่ไม่อยากให้มีการทำลายหรือรื้อถอน

ส่วนนางเสริมกิจ ชัยมงคล ผอ.ศิลปากร เขต 12 (นครศรีธรรมราช) กล่าวว่า ทาง ศิลปากรเขต 12 ได้นำนักวิชาการด้านโบราณคดี เข้าสำรวจพิสูจน์อายุของบ้านดังกล่าว และประวัติความสำคัญ เมื่อได้ข้อสรุปหากมีความสำคัญทางสำนักพร้อมเสนอขึ้นทะเบียนทางกรมศิลปากร ส่วนสามารถขึ้นทะเบียนได้หรือไม่นั้น ต้องมีองค์ประกอบครบตามกำหนด แต่ต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือทางวัดประชุมโยธี

-005

เช็คเลย! ประกาศหลักเกณฑ์วิธีการสรรหา’เลขาธิการคุรุสภา’คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/668315

เช็คเลย! ประกาศหลักเกณฑ์วิธีการสรรหา'เลขาธิการคุรุสภา'คนใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.36 น.

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) รักษาการเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 จึงขอเชิญบุคคลผู้มีความรู้ ความสามารถ สมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “เลขาธิการคุรุสภา” จำนวน 1 ตำแหน่ง มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และเป็นผู้สามารถทำงานให้แก่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้เต็มเวลา

คุณสมบัติทั่วไป ดังนี้ 1) มีสัญชาติไทย  2) อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 65 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร และ 3) มีความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับกิจการของคุรุสภาตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด และกำหนดคุณสมบัติเฉพาะ ดังนี้ 1) มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท 2) เป็นผู้มีวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำทางการศึกษา และ 3) เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการสอน หรือการบริหารสถานศึกษา หรือการบริหารการศึกษา หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่น ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านมารวมกันไม่น้อยกว่า 10 ปี และ 4) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คุรุสภากำหนด

หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย 1) ใบสมัคร 2) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 3) สำเนาทะเบียนบ้าน 4) รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป (รูปถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) 5) สำเนาหลักฐานแสดงวุฒิการศึกษาในระดับชั้นปริญญาทุกระดับ 6) สำเนาเอกสารการฝึกอบรมที่สำคัญที่ผู้สมัครเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา 7) ประวัติ (Curriculum Vitae/Resume) เพิ่มเติม (ถ้ามี) 8) ผลงานการปฏิบัติงานที่ผ่านมาที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา ความยาวรวมไม่เกิน 5 กระดาษ A4 9) เอกสารแสดงแนวคิดการบริหารจัดการสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และวิสัยทัศน์ด้านวิชาชีพทางการศึกษาของประเทศ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพทางการศึกษา การพัฒนาวิชาชีพ นโยบายและแผนพัฒนาวิชาชีพทางการศึกษา ความยาวรวมไม่เกิน 5 หน้ากระดาษ A4 ทั้งนี้ เอกสารหลักฐานประกอบการรับสมัครฯ ให้รวมทั้งหมดเป็นเล่มเดียว โดยจัดรูปเล่มเป็นต้นฉบับ 1 เล่ม และสำเนาอีก 12 เล่ม รวมทั้งหมด 13 เล่ม และผู้สมัครต้องลงนามรับรองความถูกต้องของเอกสารที่เป็นสำเนาทุกหน้า

วิธีการสรรหา มีคณะอนุกรรมการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุรุสภา ให้ดำเนินการ ดังนี้ ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการสรรหาแต่ละรายจากข้อมูลใบสมัครและเอกสารหลักฐานประกอบการสมัคร แล้วจัดทำประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด พร้อมกำหนดวันสัมภาษณ์และแสดงแนวคิดและวิสัยทัศน์ให้ทราบโดยทั่วกัน ในวันสัมภาษณ์ ให้คณะอนุกรรมการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกด้วยวิธีการสัมภาษณ์ผู้สมัครและให้ผู้สมัครแสดงแนวคิดและวิสัยทัศน์โดยพิจารณาเอกสารตามที่กำหนดไว้ แล้วเสนอรายชื่อผู้มีคุณสมบัติ จำนวนไม่เกิน 3 คน โดยจัดทำเป็นบัญชีรายชื่อตามลำดับอักษรพร้อมประวัติข้อมูลรายละเอียดที่ใช้ประกอบการพิจารณาเสนอต่อคณะกรรมการคุรุสภาเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา

ทั้งนี้ กรณีผู้ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งเป็นเลขาธิการคุรุสภาเป็นข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องลาออกจากราชการก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่ง คณะกรรมการคุรุสภา สงวนสิทธิยกเลิกการสรรหา เปลี่ยนแปลง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาได้ตามที่เห็นสมควร และสงวนสิทธิที่จะพิจารณายกเลิกการสรรหาในกรณีที่มีปัญหาในกระบวนการคัดเลือกหรือมีจำนวนผู้สมัครน้อยราย หรือในกรณีที่มีการคัดกรองแล้วแต่ไม่มีผู้สมัครรายใดมีความรู้ ความสามารถที่เหมาะสม และให้ดำเนินการสรรหาใหม่ การยกเลิกการสรรหาหรือการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาตามวรรคหนึ่ง ผู้สมัครจะฟ้องร้องหรือเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ไม่ได้ และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการคุรุสภาเกี่ยวกับการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภาให้ถือเป็นที่สุด หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือก โดยพิจารณาจากเอกสารประกอบการสมัครและการสัมภาษณ์ผู้สมัคร ประกอบกัน โดยมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน ดังนี้ 1) ความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน (น้ำหนักคะแนน 30 คะแนน) 2) ความประพฤติและประวัติการทำงาน (น้ำหนักคะแนน 30 คะแนน) และ 3) แนวคิดและวิสัยทัศน์ (น้ำหนักคะแนน 40 คะแนน)

ผู้ประสงค์จะสมัครสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์คุรคุสภา http://www.ksp.or.th และยื่นใบสมัครได้ด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนด่วนพิเศษ (EMS) ได้ที่ กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักอำนวยการ ชั้น 2 อาคารหอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา 128/1 ถนนนครราชสีมา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 (ถือวันตราประทับไปรษณีย์ต้นทาง ต้องไม่เกินวันที่ 16 สิงหาคม 2565 เวลา 16.30 น.ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร) รับสมัครตั้งแต่วันที่ 5 – 16 สิงหาคม 2565 ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น.ในวันและเวลาราชการ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คุรุสภา http://www.ksp.or.th หรือ โทร 0 2280 6676 หรือ 0 2280 1729

‘ส.ส.จิตภัสร์’ชวนร่วมเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหาร แด่สามเณรพระภิกษุสำนักเรียนวัดโมลี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/668307

'ส.ส.จิตภัสร์'ชวนร่วมเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหาร แด่สามเณรพระภิกษุสำนักเรียนวัดโมลี

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.23 น.

‘ส.ส.จิตภัสร์’ชวนชาวพุทธร่วมเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหาร-น้ำปานะ แด่สามเณรพระภิกษุสำนักเรียนวัดโมลี

21 ก.ค. 2565  น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำบุญถวายน้ำปานะ พระภิกษุ สามเณร จำนวน 547 รูป ที่สำนักเรียนวัดโมลีโลกยาราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ เนื่องในวันพระ ทั้งนี้ สำนักเรียนวัดโมลีโลกยาราม เป็นสำนักจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี ตั้งแต่นักธรรมตรี โท เอก และ ประโยค 1-2 ถึง ประโยค ป.ธ.9 ทางวัดโมลีโลกยารามทั้งนี้ ตนขอเชิญพุทธศาสนิกชน คนไทยทั้งหลายร่วมจองเป็นเจ้าภาพภัตตาหาร-น้ำปานะ แด่พระภิกษุสามเณร ที่มาศึกษาพระปริยัติธรรม เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาให้มั่นคงเป็นหลักหนึ่งของชาติไทยต่อไป โดยสามารถติดต่อได้ที่ พระมหาสดใส ภทฺทธมฺโมโทร.087-916-6713

ผอ.ฟ้า-ศิษยานุศิษย์‘หลวงปู่เมฆ สัจจาสโภ’ร่วมพิธีทักษิณานุปทาน แจกทุนการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/668305

ผอ.ฟ้า-ศิษยานุศิษย์‘หลวงปู่เมฆ สัจจาสโภ’ร่วมพิธีทักษิณานุปทาน แจกทุนการศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.21 น.

ผอ.ฟ้า-ศิษยานุศิษย์‘หลวงปู่เมฆ สัจจาสโภ’ร่วมพิธีทักษิณานุปทาน แจกทุนการศึกษา

21 กรกฎาคม 2565 น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ช่องฟ้าให้ ทีวี 160 จาน PSI  และศิษยานุศิษย์ ร่วมพิธีทักษิณานุปทาน ทำบุญถวาย หลวงปู่เมฆ สัจจาสโภ(สิทธิราชา) 116 ปี ชาตกาล หลวงปู่เมฆ สัจจาสโภ ท่านได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2534 เวลา 06.45 น.รวมสิริอายุ ได้ 85 ปี ปัจจุบันสังขารหลวงปู่เมฆบรรขุอยู่ในโลงแก้ว ที่วัดลำกะดาน จนถึงปัจจุบัน 

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นโดยมี พระครูวิธาน วรานุกูล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  และ ผอ.ฟ้า พรทิพา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ท่ามกลางเหล่าบรรดาลูกศิษย์ คณะศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธา ในหลวงปู่เมฆ มาร่วมพิธีในวันนี้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้การประกอบพิธีได้กำหนดให้มีการประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ การถวายจตุปัจจัยไทยทานพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์  สวดพระพุทธมนต์ และเข้าสู่พิธีทักษิณานุประทาน การทอดผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์อนุโมทนา และในเวลา 11.00 น. พิธีถวายภัตราหารเพล เป็นอันเสร็จพิธี จากนั้น ผอ.ฟ้า พรทิพา ได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 5  ทุน ให้กับนักเรียนจากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา2 ซึ่งเป็นโรงเรียนในพื้นที่

-005

วช.​หนุนวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเหมือดแอ่ สร้างผลิตภัณฑ์ฝ้ายทอมือ สู่ตลาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/668253

วช.​หนุนวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเหมือดแอ่ สร้างผลิตภัณฑ์ฝ้ายทอมือ สู่ตลาดโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 16.53 น.

วช.​หนุนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเหมือดแอ่  จ.อุบลราชธานี สร้างผลิตภัณฑ์ฝ้ายทอมือผ้าทออีสาน สู่ตลาดโลก

วันที่ 21 กรกฎาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเหมือดแอ่ อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อดูผลสำเร็จงานวิจัยสร้างสรรค์วิชาการงานศิลป์ จากผลงานโครงการวิจัย เรื่อง “การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยี การฟอก ย้อม พิมพ์ การออกแบบ และการสร้างผลิตภัณฑ์ฝ้ายทอมือสู่เชิงพาณิชย์” โดยมี ผศ.ดร. รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เป็นหัวหน้าโครงการ เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนให้วิสาหกิจชุมชนซึ่งผลิตสิ่งทอพื้นเมืองที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้ผ้าทออีสาน เป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น โดยนำองค์ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมเข้าไปส่งเสริมและสนับสนุน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ภาครัฐมีนโยบายพัฒนาและส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้เกิดการสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่เข้มแข็ง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จึงสนับสนุนทุนวิจัยใน “โครงการการจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการฟอก ย้อม พิมพ์ การออกแบบ และการสร้างผลิตภัณฑ์ฝ้ายทอมือ สู่เชิงพาณิชย์” ของ “ผศ.ดร.รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนให้วิสาหกิจชุมชน ซึ่งผลิตสิ่งทอพื้นเมืองที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถต่อยอดประกอบธุรกิจเชิงพาณิชย์ และยกระดับผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และชุมชน โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วนวิจัยที่มีความพร้อมในการสนับสนุนองค์ความรู้ไปถ่ายทอด เพื่อพัฒนากระบวนการผลิต พัฒนาอาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับชุมชน เป็นฐานรากการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ที่มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ผศ.ดร.รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์ อาจารย์ประจำคณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร​ เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้คนมีความสนใจในวิถีชุมชน วิถีชาวบ้าน ความเป็นธรรมชาตินิยม รวมถึงผลิตภัณฑ์ชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งผ้าทอของอีสานก็เป็นอีกหนึ่งจุดสนใจที่กำลังได้รับความนิยม และเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น จึงควรที่จะส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทออีสานในรูปแบบต่าง​ ๆ ให้ได้มาตรฐาน มีความเป็นสากลและเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก โดยวิสาหกิจชุมชน​ กลุ่ม​ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ​บ้าน
เหมือดแอ่​ จังหวัด​อุบลราชธานี​ ได้รังสรรค์​ผลิตภัณฑ์​ผ้าฝ้าย​ ผ้าย้อมครามที่เป็น​อัตลักษณ์​ของ​จังหวัด​ภาคอีสาน​ และเป็นแหล่งผลิตผ้าไหม​ ผ้าฝ้าย​ ผ้าย้อมคราม​ก่อให้เกิดการแปรรูป​ผลิตภัณฑ์​ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีครามจากธรรมชาติ​ อาทิเช่น​ ผ้าพันคอ​จากผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีคราม​ ผลิตภัณฑ์​กระเป๋า​ผ้าฝ้าย​ย้อมสีพิมพ์​สีจากใบมังคุ​ด​ และผลิตภัณฑ์​หมวกบักเก็ต​จากผ้าฝ้ายทอมือ มีการผสมผสาน​วัฒนธรรม​ต่างชาติ​ ทำให้ผ้าทอมือของไทยมีรูป​แบบและลวดลาย​ที่มีความเป็​นสากลและเป็​นที่นิยมในต่างประเทศ​ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจตามหลักปรัชญา​เศรษฐกิจพอเพียง​ ยกระดับ​คุณภาพผ้าฝ้าย​ทอมือ​ หมู่บ้าน​ท่องเที่ยว​เชิง​วัฒนธรรม​วิถีลุ่มน้ำ​โขง​ ชี​ มูล​ ได้อย่างยั่งยืน

ซึ่งในการดำเนินงานมีการประสานงานกับศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จังหวัดอุบลราชธานี ในการคัดเลือกกลุ่มวิสาหกิจชุมชน บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธร และจังหวัดศรีสะเกษ เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้น 70 คน สำหรับการต่อยอดงานวิจัยในอนาคตจะเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ฟอก ย้อม พิมพ์ ตลอดจนการทอผ้าด้วยเส้นด้ายฝ้ายทั่วประเทศที่สนใจเทคโนโลยีนี้ โดยทางทีมผู้วิจัยได้จัดทำคู่มือองค์ความรู้​ เรื่อง “การฟอก ย้อม พิมพ์ ออกแบบ และการสร้างผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือ” เพื่อใช้ในการเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ เช่น เว็บไซต์ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติwww.nrct.go.th และคณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เป็นต้น ซึ่งในคู่มือดังกล่าวกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้และปฏิบัติตามได้ 

โดยผู้สนใจติดตามรายละเอียดได้ที่เพจ​ Facebook​ : ผ้าชมดาว​ และ​ เพจ​ Facebook​ : ​ครามนาผ้าฝ้าย​ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร​ศัพท์086-2626754,061-9523623 อีกทั้ง​ผลิตภัณฑ์​ดังกล่าว​ ​​จะจัดแสดงให้เยี่ยมชมในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 ( Thailand Research Expo 2022 )”  ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 สิงหาคม 2565 ภายใต้แนวคิด​ “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์​ 

สว.ชวนเด็กๆ วาดภาพสิ่งแวดล้อมไทยในอนาคต เทิดพระเกียรติ ‘พระพันปีหลวง’12 ส.ค.2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/668225

สว.ชวนเด็กๆ วาดภาพสิ่งแวดล้อมไทยในอนาคต เทิดพระเกียรติ 'พระพันปีหลวง'12 ส.ค.2565

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 15.37 น.

สมาชิกวุฒิสภา เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กทั่วประเทศร่วมแสดงฝีมือด้านศิลปะ โดยเชิญชวนให้ส่งผลงานการวาดภาพสิ่งแวดล้อมไทยในอนาคต ชิงรางวัลทุนการศึกษารวมกว่า 50,000 บาท

พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของเด็ก ที่จะเติบโตเป็นอนาคตสำคัญในการพัฒนาประเทศ จึงได้เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ด้านศิลปะให้เด็กๆ จากทั่วประเทศ แสดงฝีมือการวาดภาพโดยจัดโครงการประกวดภาพวาดเชิงสร้างสรรค์ ในหัวข้อ “สิ่งแวดล้อมไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า(ในความคิดของฉัน)” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565

และระลึกถึงพระราชเสาวนีย์ที่ว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า” พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานแก่ราษฎรบ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร

เมื่อ 20 ธันวาคม พ.ศ.2525 ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้ง “โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่” อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีพระราชประสงค์ให้ประชาชนกับป่าอยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยกันเกื้อกูลกัน สร้างความเจริญงอกงามให้แก่กันและกัน คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อม โดยนำพระราชเสาวนีย์ดังกล่าว มาขยายต่อในกลุ่มเด็กและเยาวชน ตามภาระบทบาทหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้พระราชเสาวนีย์ดังกล่าวเผยแพร่ไปยังกลุ่มเด็กเยาวชน และผู้ปกครอง รวมถึงผู้รับข้อมูลข่าวสารกิจกรรมทั่วประเทศ

พลเอก มารุต ปัชโชตะสิงห์ สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะทำงานโครงการฯ กล่าวว่า “คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุมิสภา ต้องการให้เด็กๆ ซึ่งเป็นพลังที่สำคัญของชาติ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และได้สืบค้น เรียนรู้ยุทธศาสตร์ชาติด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สมาชิกวุฒิสภาได้ดำเนินการเร่งรัด ติดตาม ประสานงาน ให้เกิดการพัฒนา เปลี่ยนแปลง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปในทางที่ดีที่ถูกต้องตามยุทธศาสตร์ชาติที่ได้วางไว้ นอกจากจะเป็นการรณรงค์เรื่องความรักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักประเทศชาติแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมความรัก และการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นหนึ่งในสถาบันหลักของชาติ ให้กับเด็กๆ ทั่วประเทศได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังสร้างการรับรู้ให้กับสาธารณชนทั่วประเทศ ผ่านการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของการดำเนินงานทางสื่อโซเซียล และสื่อหลากหลายช่องทางอีกด้วย”

โครงการประกวดภาพวาดเชิงสร้างสรรค์ ในหัวข้อ “สิ่งแวดล้อมไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า

(ในความคิดของฉัน)” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 เปิดรับสมัครวันนี้ ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 โดยรับสมัครนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ส่งภาพวาดตามหัวข้อดังกล่าว(ไม่จำกัดเทคนิค) รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษา 10,000 บาท โล่รางวัล และเกียรติบัตร จาก พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา และรางวัลอื่นๆ รวมกว่า 23 รางวัล

สามารถดูรายละเอียดการสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ เฟสบุ๊กของ สมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย www.facebook/ThaiYouthNewsCenter โดยผู้เข้ารอบ 23 คนสุดท้ายจะได้รับเชิญร่วมพิธีมอบรางวัล ณ อาคารรัฐสภา และนักเรียนที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดทุกคนจะได้รับเกียรติบัตรอีกด้วย

สอศ.ซักซ้อมจัดการศึกษาอาชีวะสร้างช่างฝีมือฯ สร้างมาตรฐานคุณภาพ สู่ความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/668195

สอศ.ซักซ้อมจัดการศึกษาอาชีวะสร้างช่างฝีมือฯ สร้างมาตรฐานคุณภาพ สู่ความยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.38 น.

สอศ.ซักซ้อมจัดการศึกษาอาชีวะสร้างช่างฝีมือฯ สร้างมาตรฐานคุณภาพ สู่ความยั่งยืน

วันที่ 21 ก.ค.2565 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(เลขาธิการ กอศ.)  เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมและสร้างความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานโครงการอาชีวศึกษาสร้างช่างฝีมือตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ระหว่างวันที่ 21-22 กรกฎาคม 2565 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี

นายสุเทพ กล่าวว่า การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมแนวทางการดำเนินงานโครงการอาชีวะ สร้างช่างฝีมือ ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อสร้างความเข้าใจผู้บริหารสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอาชีวะ สร้างช่างฝีมือ ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส ทั้ง 30 แห่ง ซึ่งเป็นสถานศึกษาใหม่ที่เข้าร่วมโครงการฯ 18 แห่ง ได้เข้าใจในบริบท และแก่นแท้ในการจัดการเรียนการสอนของโครงการฯ สามารถนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากสถานศึกษา 12 แห่ง ในโครงการระยะที่ 1 เป็นพี่เลี้ยงและต้นแบบ สร้างการขับเคลื่อนนำไปสู่การเพิ่มปริมาณในการสร้างคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส และขยายผลด้านการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนการพัฒนาครู ผู้เรียนสู่สถานศึกษาต่าง ๆ 

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่าการจัดการศึกษาในโครงการฯ ซึ่งตามเจตนารมณ์ของโครงการฯ ไม่ได้เน้นปริมาณ เน้นในเรื่องของคุณภาพ สิ่งสำคัญคือเข้ามาเรียนแล้วจะต้องมีอาชีพจบแล้วมีงานทำอย่างแท้จริง ซึ่งการจัดการเรียนการสอนแบบ Block Course นี้จะเป็นกรอบ ของการเรียนอาชีพ เพื่อให้มีอาชีพ มีงานทำ โดย สอศ. มีเป้าหมายเพิ่มเติมในการสร้างและหารายได้ระหว่าเรียนให้แก่ผู้เรียน ด้วย “บ้านอาชีพ” สถานที่ฝึกทักษะอาชีพ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ และการให้บริการของผู้เรียน และจะได้นำไปสู่การขยายผลสถานศึกษาในสังกัด พร้อมทั้งเตรียมแผนพัฒนาต่อยอดแก่ผู้เรียนในโครงการฯ ซึ่งใช้ระยะเวลาเรียนตามหลักสูตร 1 ปี 10 อาชีพช่างพื้นฐาน (ช่างเขียนแบบ ช่างตะไบ ช่างไม้ ช่างไฟฟ้า ช่างปูน ช่างเหล็ก ช่างเชื่อมและช่างยนต์) +1 เกษตร (10+1) ด้วยการสะสมหน่วยกิต หรือ Cradit Bank เพื่อให้ ผู้เรียนในโครงการฯ ได้มีโอกาสรับวุฒิทางการศึกษาเพิ่มขึ้น
 

‘ตรีนุช’ย้ำสถานศึกษาต้องปลอดกัญชา ‘สพฐ.’ จี้ ร.ร.ทำความเข้าใจประโยชน์-โทษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/668191

‘ตรีนุช’ย้ำสถานศึกษาต้องปลอดกัญชา ‘สพฐ.’ จี้ ร.ร.ทำความเข้าใจประโยชน์-โทษ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.29 น.

วันที่ 21 กรกฏาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยกรณีนักเรียนในจังหวัดลำปางลักลอบนำกัญชาเข้าไปขายในโรงเรียน ว่า ที่ผ่านมา ศธ.ประกาศ แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับกัญชาหรือกัญชงในสถานศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัด และในกำกับของ ศธ.ตั้งแต่ แรก ๆ ที่มีการปลดล็อกกัญชากัญชงแล้ว  และได้มีการเน้นย้ำมาตลอดว่า สถานศึกษาต้องปลอดกัญชาทุกกรณี สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นที่จังหวัดลำปาง ก็ได้กำชับกับไปแล้วว่าจะต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก สำหรับมาตรการในการดูแลเด็กนั้น ศธ.ได้เน้นย้ำและกำชับหน่วยงานในกำกับอยู่เสมอ แต่ขณะเดียวกันทุกฝ่ายจะต้องให้ความร่วมมือด้วยไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ชุมชน  

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ทุกวันนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พยายามสื่อสารและทำความเข้าใจว่า กัญชง กัญชา ก็เหมือนบุหรี่ ที่แม้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็มีความผิดได้เพราะระเบียบของโรงเรียนมีห้ามอยู่ ซึ่งขณะนี้ทุกโรงเรียนได้พยายามสื่อสารทำความเข้าใจประเด็นนี้แล้ว  เพราะต้องยอมรับว่าเดิม อาจมีปัญหาความไม่เข้าใจ คำว่า “กัญชาเสรี” คือ ไม่ใช่เป็นการเสรีกัญชาทั้งหมด แต่เป็นการเสรีทางการแพทย์ ซึ่งการใช้กัญชาก็ยังต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ หรือการใช้ กัญชา กัญชงเพื่อการศึกษาวิจัย  ต้องอยู่ภายใต้การกำกับ  ควบคุม  และดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้บริหารสถานศึกษา  หัวหน้าส่วนราชการ  หรือหัวหน้าหน่วยงานนั้นๆ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นจะต้องมีการสื่อสารทำความเข้าใจให้มากขึ้น 

“ประเด็นสำคัญที่จะต้องเร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับนักเรียน ชี้ให้เห็นว่า กัญชง กัญชา มีพิษต่อร่างกายหากใช้ไม่ถูกวิธี หรือใช้ในปริมาณมากเกินความจำเป็น และการนำมาใช้ไม่ถูกวิธีไม่ว่าอะไรก็ตาม สิ่งที่มีประโยชน์มาก ก็อาจมีโทษมากได้  เพราะฉะนั้น สิ่งที่ต้องทำใน 2 เรื่อง คือ บอกกล่าวเรื่องกติกา อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ในโรงเรียน  และ บอกถึงประโยชน์และโทษของชง กัญชาด้วย” นายอัมพร กล่าว