ทั้งนี้ หลักสูตรการเรียนรู้ผ่าน TU NEXT ต่างๆ ที่ปัจจุบันมีทั้งหมดกว่า 200 หลักสูตร โดยแบ่งออกเป็น 7 หมวด ได้แก่ Art & Spiritualities, Good life & Wellbeing, Learn with Thammasat Lecturer, Thammasat initiative, Reskill & Upskill for communities and yourself, TU Faculties และ TU Partner นั้น ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์กับความต้องการของสังคม ทั้งในเชิง Soft skill และ Hard skill ควบคู่กันไป
ขณะเดียวกันจะมีการฝึกอบรม “สร้างความตระหนักรู้การใช้ AI ในการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา” เพื่อเปิดกว้างให้คณาจารย์และบุคลากรสถาบันอุดมศึกษา ด้านสังคมศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ หรือกลุ่มผู้ที่ไม่ได้ทำงานด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์โดยตรง ได้เข้าร่วมเรียนรู้และทดลองปฏิบัติการใช้งานแพลตฟอร์มด้านการศึกษาที่มี AI เป็นตัวช่วยในห้องเรียนดิจิทัล จัดทำตัวละครบทบาทสมมุติให้ผู้เรียนได้ผ่านกระบวนการเรียนรู้และแก้โจทย์ปัญหา นอกจากนี้ ยังจัดทำระบบบริการและบริหารจัดการเครื่องมือ AI เพื่อใช้ในการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา โดยประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ 1.ระบบบริการ AI token ที่จัดสรรให้กับสถาบันอุดมศึกษา 2.โมเดล AI ที่พัฒนามาจากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ของไทย และ 3.โมเดล LLM ที่พัฒนาจากต่างประเทศ ซึ่งจะมีบริการสำหรับสถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมการฝึกอบรม
โดยในปี 2569 จะมีการขยายผลกิจกรรมออกไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือการส่งเสริมการใช้งาน AI ในสถาบันอุดมศึกษาตามภูมิภาค และสร้างกรณีศึกษาการประยุกต์ใช้งาน AI ในสาขาวิชาที่หลากหลายต่อไป
17 ตุลาคม 2568 สถาบันสารสาสน์เทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ ได้จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “วิจัยและนวัตกรรม AI เพื่อโลกที่ยั่งยืน (Advancing AI Research and Innovation for Global Sustainability)” ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนความรู้และนวัตกรรมของไทยให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติ โดยมี พลอากาศตรี เฉลิมชัย วงษ์เกตุ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ดร.ชวลิต หมื่นนุช อุปนายก สภาสถาบันสารสาสน์เทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา และแขกผู้มีเกียรติจากทั้งภาครัฐและเอกชนที่มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ หอประชุมพิบูลย์ สุวรรณภูมิ
พลอากาศตรี เฉลิมชัย วงษ์เกตุ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยย้ำถึงความสำคัญของ “AI ที่มีจริยธรรมและความปลอดภัย” ซึ่งเป็นหัวใจของโลกยุคดิจิทัล “การพัฒนา AI ที่มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และเคารพต่อคุณค่าความเป็นมนุษย์ คือหนทางแห่งอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน” พร้อมชื่นชมบทบาทของสถาบันสารสาสน์เทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาองค์ความรู้ด้าน AI อย่างต่อเนื่องและมีวิสัยทัศน์ระดับสากล
นายอนุสรณ์ นามประดิษฐ์ อธิการบดี ได้กล่าวว่า “ความยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยมิได้วัดจากขนาดของอาคารหรือจำนวนคน แต่จากความสามารถในการสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ พร้อมออกไปเปลี่ยนแปลงโลก” สถาบันจึงพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาภายใต้กรอบแนวคิด KSLAVE Model — Knowledge, Skills, Life Mentor, Attitude, Value of Work, and English เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ ทัศนคติ คุณค่าของงาน และศักยภาพระดับสากลแก่ผู้เรียน พร้อมสร้างสนามพลังบวกภายในมหาวิทยาลัย และในฐานะมหาวิทยาลัยรุ่นใหม่ของไทย สถาบันจึงมุ่งเน้น “คิดต่าง และกล้าก้าวข้ามกรอบเดิม” โดยนำเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมมาขับเคลื่อนการเรียนรู้ ให้การศึกษาเป็นทั้งการถ่ายทอดความรู้และการจุดประกายแรงบันดาลใจสู่อนาคตอย่างแท้จริง
นอกจากเวทีระดับชาติ ในครั้งนี้ สถาบันยังได้จัดการประชุมวิชาการนานาชาติครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 โดยได้รับเกียรติจากนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิจาก The Education University of Hong Kong ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร. John Erni และศาสตราจารย์ ดร. Angel Lin รวมถึงนักการศึกษาชาวฟินแลนด์ที่ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ในการประชุมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “What makes Finnish Education Unique and Successful?” ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของสถาบันในการสร้างความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ
MUT เข้าร่วมสมาชิกเครือข่าย ‘ASU-Cintana Alliance’ ก้าวสู่การเป็นสถาบัน ‘Powered by ASU’
วันศุกร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.26 น.
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) เข้าร่วมเครือข่ายมหาวิทยาลัยนานาชาติด้านนวัตกรรม เพื่อผลักดันการพัฒนาการศึกษาและสร้างโอกาสระดับโลกแก่นักศึกษาไทย Powered by Arizona State University® MUT จะยกระดับขีดความสามารถด้านบุคลากรและนวัตกรรมของประเทศไทย
17 ตุลาคม 2025 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Arizona State University (ASU) มหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของรัฐในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็น มหาวิทยาลัยที่มีนวัตกรรมสูงสุดในสหรัฐอเมริกา 11 ปี ติดต่อกัน (2016–2026) โดย U.S. News & World Report ความร่วมมือนี้ทำให้ MUT ก้าวสู่การเป็นสถาบัน “Powered by ASU” และเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่าย ASU-Cintana Alliance เครือข่ายมหาวิทยาลัยระดับโลกที่ร่วมมือกันเพื่อขยายการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพระดับนานาชาติ
ASU ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 1% แรกของมหาวิทยาลัยโลก โดย Center for World University Rankings 2024 และได้รับการยอมรับด้านการจ้างงานบัณฑิต โดยอยู่ในอันดับที่ 2 ในบรรดามหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ จากการจัดอันดับของ Global Employability University Ranking and Survey 2025
“ด้วยโมเดล Powered by ASU เรากำลังเปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยได้เข้าถึงหลักสูตร คณาจารย์ และเทคโนโลยีการเรียนรู้ระดับโลก ซึ่งเท่ากับเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาไทยประสบความสำเร็จในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันมากยิ่งขึ้น”
Prof. Michael M. Crow อธิการบดี Arizona State University กล่าวว่า “พันธกิจของ Arizona State University คือการสร้างโอกาสทางการศึกษา ความเป็นเลิศ และผลลัพธ์เชิงบวกในระดับโลก เราภาคภูมิใจที่ได้ต้อนรับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครเข้าสู่เครือข่าย Powered by ASU” เเละกล่าวคำมั่นว่า “เราจะร่วมกันมอบองค์ความรู้และการเรียนรู้ระดับโลกแก่นักศึกษาและบุคลากร ซึ่ง MUT เป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”