นายกฯชื่นชมนักวิทยาศาสตร์เยาวชนไทย คว้า 10 รางวัล บนเวทีระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653607

นายกฯชื่นชมนักวิทยาศาสตร์เยาวชนไทย คว้า 10 รางวัล บนเวทีระดับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 09.29 น.

นายกรัฐมนตรีชื่นชมนักวิทยาศาสตร์เยาวชนไทย คว้า 10 รางวัล บนเวทีระดับโลก เจ๋ง! คิดเครื่องมือวินิจฉัยความเสี่ยงมะเร็ง

15 พฤษภาคม 2565 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมชื่นชมและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของเยาวชนไทย ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ  คว้า 10 รางวัล จากการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมสำหรับเยาวชน ระดับโลก Regeneron International Science and Engineering Fair (ISEF) 2022 ณ เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม 2565 โดยในปีนี้มีโครงงานเข้าร่วมประกวด 1,410 ผลงาน จำนวนนักเรียน 1,750 คน จาก 63 ประเทศ และมลรัฐต่างๆ ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา

สำหรับปีนี้ มีเยาวชนไทย 16 ทีม 35 คน โดยการสนับสนุนของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และพันธมิตร เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขัน และสามารถคว้ารางวัลรวม 10 รางวัล   ทีมเยาวชนไทยคว้ารางวัลใหญ่ 1 รางวัล รับเงินทุนการศึกษามูลค่า 1.7 ล้านบาท คือโครงการเครื่องมือช่วยวินิจฉัยความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีจากการหาตรวจหาไข่พยาธิใบไม้ในตับด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ จากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย และยังมีโครงการที่ได้อันดับที่ 1 สาขา Computational Biology and Bioinformatics โครงการคือ โครงการการทำนายความไวต่อยาด้วยเทคนิคผสมผสาน Graph Attention Networks เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการรักษาโรคมะเร็งด้วยการแพทย์แบบแม่นยำ โดยใช้โครงสร้างโมเลกุลยาร่วมกับข้อมูลทางเภสัชพันธุศาสตร์ จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และสถาบันวิทยสิริเมธี นอกจากนี้ยังมีที่ได้รับรางวัลในสาขา สิ่งแวดล้อม ฟิสิกส์ ชีววิทยา วิทยาศาสตร์สุขภาพ อีกด้วย

“นายกรัฐมนตรี ขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน โดยเฉพาะเยาวชน และคณะที่ปรึกษาที่ได้ทุ่มเทในการศึกษาวิจัยได้อย่างสร้างสรรค์ ทำโครงงานจนประสบความสำเร็จได้รับรางวัลในเวทีระดับโลก แสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถและศักยภาพของเยาวชนไทย และขอให้ทุกคนภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ เชื่อว่าจะเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาความสามารถของเด็กไทยอีกหลายคน  นายกรัฐมนตรีหวังให้เยาวชนทุกคนที่ผ่านการแข่งขันนำความรู้และประสบการณ์มาต่อยอดพัฒนาโครงงาน สิ่งประดิษฐ์สู่นวัตกรรมที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ โดยรัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือ สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือส่งเสริมพัฒนาผลักดันให้เยาวชนได้แสดงออกถึงศักยภาพของตนเอง พัฒนาก้าวสู่ความสำเร็จในเวทีระดับโลกสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไปอย่างต่อเนื่อง” นางสาวรัชดา กล่าว

สทป.ร่วมกับ อพวช. จัดแข่งขัน ‘THAILAND CANSAT – ROCKET COMPETITION 2022’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653582

สทป.ร่วมกับ อพวช. จัดแข่งขัน 'THAILAND CANSAT - ROCKET COMPETITION 2022'

วันเสาร์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 21.39 น.

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ(สทป.) ร่วมกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จัดการแข่งขัน “THAILAND CANSAT – ROCKET COMPETITION 2022” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศผ่านการแข่งขันประดิษฐ์และออกแบบดาวเทียมขนาดเล็ก (Cansat) และจรวดเชื้อเพลิงน้ำตาล (Sugar Rocket)โดยเฟ้นหาทีมนักประดิษฐ์

ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากทั่วประเทศ ทั้งหมด 15 ทีม เข้าร่วมแข่งขัน ระหว่างวันที่ 12 – 14 พฤษภาคม 2565 ณ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ จังหวัดปทุมธานี และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัด ชลบุรี 

สำหรับพิธีปิดการแข่งขัน ได้รับเกียรติจาก พล.อ.ชูชาติ บัวขาว ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ร่วมเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลและแสดงความยินดีกับทีมเยาวชนที่ได้รับรางวัลการแข่งขันซึ่งมีเงินรางวัลรวมมูลค่า 77,000 บาท และถ้วยเกียรติยศ ทั้งสิ้น 9 รางวัลด้วยกัน ได้แก่

1. รางวัลชนะเลิศ THAILAND CANSAT – ROCKET COMPETITION 2022 ได้แก่ ทีม Himitsukichiจาก โรงเรียนอัสสัมชัญ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ             

2. รางวัล Best Cansat Award ได้แก่ ทีม Himitsukichiจาก โรงเรียนอัสสัมชัญ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท 

3. รางวัล Best Rocket Award ได้แก่ ทีม Himitsukichiจาก โรงเรียนอัสสัมชัญ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท

4. รางวัล Cansat Mission Award ได้แก่ ทีม Himitsukichiจาก โรงเรียนอัสสัมชัญ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้รับเงินรางวัล 7,000 บาท

5. รางวัล Technique Award ได้แก่ ทีม อาบังขายปลาท่องโก๋ จาก โรงเรียนหารเทารังสีประชาสรรค์ จังหวัดพัทลุง ได้รับเงินรางวัล 7,000 บาท 

6. รางวัล Best Failure Award ได้แก่ ทีม MST  จาก โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับเงินรางวัล 7,000 บาท 

7. รางวัล Rocket Mission Award ทีม CANSAT-CANJAI จาก โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จังหวัดขอนแก่น ได้รับเงินรางวัล 7,000 บาท 

8. รางวัล Deployment  Award ได้แก่ ทีม CANSAT CANJAI จาก สถาบันโคเซ็นแห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้รับเงินรางวัล 7,000 บาท 

9. รางวัล Aerodynamics design Award ได้แก่ ทีม Nuageจาก โรงเรียนอัสสัมชัญ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้รับเงินรางวัล 7,000 บาท การแข่งขัน “THAILAND CANSAT – ROCKET COMPETITION 2022” ในปีนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่ตอกย้ำถึงภารกิจหลักของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ในการส่งเสริมและสนับสนุน เผยแพร่องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทั้ง 2 หน่วยงานโดยนำไปพัฒนาความรู้และศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับเยาวชน เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้เยาวชนไทยสนใจและเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และพร้อมพัฒนาเป็นนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ได้ในอนาคต 

สั่งปลัดอำเภอลงตรวจสอบ ภูมิลำเนา’หลวงเจ๊’ หลังเคยบวชอยู่แถวนั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653580

สั่งปลัดอำเภอลงตรวจสอบ ภูมิลำเนา'หลวงเจ๊' หลังเคยบวชอยู่แถวนั้น

วันเสาร์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 21.28 น.

วันที่ 14 พฤษภาคม 2565 ความคืบหน้ากรณีพระมหานภารัตน์ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี พำนักอยู่ที่วัดอิสาณ บ้านหนองแสง ต.ท่ากระเสริม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น มีพฤติกรรมแบบชายรักชายจะชอบตระเวนไปตามวัดต่างๆ ที่มีสามเณรอยู่จำนวนมากแล้วจะเข้าไปคุกคามสามเณร พร้อมกับเชิญชวนให้มาขายบริการทางเพศให้ทำในลักษณะนี้มาไม่ต่ำกว่า 3 ปีและมีข่าวได้กลับมาอยู่ที่วัดต้นสังกัดชื่อวัดจันทรไชยศรี ตำบลบ้านยาง อำเภอลำทะเมนชัย ตามที่มีข่าวแล้วนั้น

ล่าสุด นายศิวะเสก  สินโทรัมย์ นายอำเภอลำทะเมนชัย จังหวัดนครราชสีมา ได้สั่งการให้ปลัดอำเภอลงพื้นที่ตรวจสอบหาข้อมูลจาก นายสว่าง ดีไธสง ผู้ใหญ่บ้านหนองม่วง หมู่ 12 ต.บ้านยาง อ.ลำทะเมนชัย ถึงกรณีดังกล่าวทราบว่า พระมหานภารัตน์ นันทโก หรือพระหลวงเจ๊ มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหนองม่วง และเคยบวชจำวัดอยู่ที่วัดจันทนไชยศรี แต่พระหลวงเจ๊ก็ได้ย้ายไปอยู่ที่วัดอื่นนานหลายปีแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สำนักพุทธโคราชตามล่าตัว ‘พระเจ๊’ คุกคามชวนเณรขายบริการหลังหายตัวลึกลับ

ทีมหมอแถลง 10 อาการอาพาธ’หลวงปู่แสง’ เผยเหตุทำให้มีพฤติกรรมผิดปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653480

ทีมหมอแถลง 10 อาการอาพาธ'หลวงปู่แสง' เผยเหตุทำให้มีพฤติกรรมผิดปกติ

วันเสาร์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.11 น.

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 14 พ.ค.65 นายแพทย์เศวต ศรีศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี พร้อมทีมแพทย์แถลงอาการอาพาธของ “หลวงปู่แสง ญาณวโร”ว่า ทางคณะศิษยานุศิษย์ได้มอบหมายให้คณะแพทย์ผู้ทำการรักษาอาการอาพาธของหลวงปู่แสง มากว่า 20 ปี ให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสุขภาพของหลวงปู่แสง โดยทางคณะแพทย์วินิจฉัยว่า มีภาวะอัลไซเมอร์ ระยะที่ 1 มีโอกาสที่ผู้ป่วยจะมีความจำถดถอยบ้าง ถามซ้ำๆพูดซ้ำๆเรื่องเดิม แต่ยังสื่อสารและใช้ชีวิตได้ตามปกติ ส่วนจะเป็นอัลไซเมอร์ ระยะที่ 2 หรือเปล่าแพทย์เฉพาะทางยังต้องวินิจฉัยเพิ่มเติม ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบพบว่า หลวงปู่แสง มีประวัติไข้มาลาเรียขึ้นสมอง ซึ่งในทางการแพทย์ หากการตรวจซิฟิลิส (TPHA) อาจพบเชื้อลวงได้ ควรตรวจซ้ำเพื่อยืนยัน หรืออาจเคยติดเชื้อซิฟิลิซมาก่อนก็เป็นได้ หากสงสัยจริงๆอาจใช้วิธีเจาะน้ำไขสันหลังตรวจสอบเพิ่มเติม

ด้าน นายแพทย์สมฤทธิ์ เวียงสมุทร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลหัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ซึ่งให้การดูแลรักษาอาการอาพาธหลวงปู่ใกล้ชิด กล่าวว่า ตนเป็นแพทย์ที่เข้ามาดูอาการของหลวงปู่แสงตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งการดูแลอาการอาพาธของหลวงปู่แสง ซึ่งเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ จะมีความแตกต่างจากประชาชนทั่วไปเยอะ โดยท่านจะไม่ชอบทานยาและไม่ต้องการให้ใครเข้าไปยุ่งกับร่างกายของท่าน และในช่วงแรกของการรักษานั้น การตรวจร่างกายหลวงปู่แสง ต้องเท่าที่ท่านยอมเท่านั้น และกฎเหล็กห้ามผู้หญิงเข้าใกล้และไปยุ่งกับร่างกายของท่านหรือแค่การวัดไข้ก็ตาม

การเจ็บป่วยแบ่งเป็น 3 ช่วง ระหว่าง คือช่วงแรก ปี 2552 -2560 ช่วงที่สอง ปี 2560-2562 เป็นช่วงระยะเวลาที่หลวงปู่ย้ายไปอยู่จังหวัดเชียงใหม่ จะติดตามอาการโดยโทรศัพท์ไปเช็ค และช่วงที่ 3 ก็คือกลับมาอยู่อีสาน

ในช่วงแรกท่านเจ็บป่วยด้วยกลุ่มโรคที่ 1 โรคสูงอายุทั่วไป ความดันโลหิตสูง ชาร้าวลงขาเนื่องจากภาวะกระดูกเสื่อม ทับเส้นประสาทปวดข้อเนื่องจากโรคเก๊าท์หรือกระดูก เสื่อมตามวัย ส่วนกลุ่มโรคที่ 2 เป็นกลุ่มโรคเรื้อรัง โรคความดันโลหิตสูง ต่อมลูกหมากโต ทั้งนี้ในช่วงแรกของการรักษาต้องใช้ระยะเวลาอยู่นานจึงจะยอมรับยา กลุ่มโรคที่ 3 กลุ่มโรคติดเชื้อมีปัญหาปอดอักเสบหรือเรียกว่าปอดบวม โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเนื่องมาจากอาการต่อมลูกหมากโตและบางครั้งมีอาการหนักถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือด และหลวงปู่แสงก็จะไม่ยอมมารักษาที่โรงพยาบาล ทำให้ทีมแพทย์ต้องไปให้การรักษาที่วัด ทั้งนี้ สิ่งต่างเหล่านี้เป็นปกติการปฏิบัติของพระป่าสายกรรมฐาน

ต่อมาช่วงปี 2558 จะมีภาวะท้องผูกถี่มากขึ้น และเริ่มนอนไม่หลับ จะต้องมีการเพิ่มขนาดของยาแรงขึ้นเรื่อยๆ  ปี 2559 -2560 อาการนอนไม่หลับเริ่มรุนแรงมาก 4-5 วัน แม้จะกินยานอนหลับแล้วก็ตาม ซึ่งในปี 2560จะมีอาการภาวะหัวใจล้มเหลวซึ่งมีการดูแลร่วมกันของโรงพยาบาลอำนาจเจริญ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น  เราต้องยกเครื่องมือแพทย์ไปที่วัด เพราะท่านไม่ยอมไปรักษาที่โรงพยาบาล หลังจากนั้นก็มีภาวะอาการลำไส้อุดตันบางส่วนจนต้องไปนอนโรงพยาบาล ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ท่านเคยผ่าตัดไส้ติ่ง

จากนั้นปลาย 2560 หลวงปู่ได้ย้ายไปอยู่ที่เชียงใหม่ ปรากฏว่ากลางปี 2561 พระที่ดูแลใกล้ชิดหลวงปู่แสง ได้โทรมารายงานตนให้ทราบว่าหลวงปู่แสงท่านมีอาการแปลกๆ คือมีการถูกเนื้อต้องตัวลูกศิษย์ที่เข้าไปกราบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ท่านเคร่งมากในเรื่องดังกล่าว ทำให้ตนตกใจมาก ซึ่งก็ได้ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ว่า เนื่องจากอายุมากอาจมีภาวะสมองฝ่อได้ตามวัย ซึ่งหากบริเวณที่ฝ่อเกี่ยวข้องกับส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม อาจส่งผลทำให้การแสดงออกทางพฤติกรรมและอารมณ์มีความผิดปกติได้ โดยที่ความทรงจำยังเป็นปกติอยู่ เพราะสมองส่วนที่ทำงานนั้นคนละส่วนกัน ต่อมาทางคณะศิษย์ได้นิมนต์ไปโรงพยาบาลเพื่อเข้าเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง ที่โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ ทำให้ทราบว่ามีภาวะของอัลไซเมอร์  อย่างไรก็ตามตนเข้าใจว่าเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเพราะไม่ได้มีการรับทราบข้อมูลใดๆหลังจากนั้นอีกเลย

ทั้งนี้ ระหว่างนั้นก็ทราบว่าท่านก็ได้มีการย้ายวัดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งล่าสุดอยู่ที่วัดป่าดงสว่างธรรม จึงได้มีโอกาสเข้าไปพบท่าน จะเห็นถึงความแตกต่างของพระอุปัฏฐาก ที่ดูแลหลวงปู่แสง ก่อนหน้านี้จะเป็นพระที่ดูแลประจำ ซึ่งจะทำให้สามารถตรวจสอบเรื่องการให้ยา รวมทั้งอาการของหลวงปู่ได้ วันนี้พระที่ดูแลหลวงปู่ได้มีการเปลี่ยนคนบ่อยมาก และทุกครั้งที่ไปพบ หลวงปู่ก็จะบอกว่าคนที่จ่ายยาก่อนหน้านี้ไม่อยู่ ขณะที่ยาฆ่าเชื้อจะต้องมีการสัญญาอย่างต่อเนื่องจนหมด ประกอบกับช่วง covid ทำให้ตนไม่สามารถที่จะไปดูแล นานและบ่อยได้เพราะเกรงว่าจะ เพราะเกรงมีโอกาสเสี่ยงนำเชื้อไปติดหลวงปู่ จากการสัมผัสกับคนไข้ จำนวนมาก  เพิ่งต้องรีบดูอาการและรีบกลับ

จากปัญหาดังกล่าวจึงต้องอาศัยญาติโยมที่เป็นฆราวาส ให้ดูแลเรื่องการให้ท่านฉันยาแทน จากนี้ยังมีปัญหาเรื่องยาที่ได้รับตั้งแต่ครั้งอยู่ภาคเหนือได้รับการบอกว่ามีอยู่ แต่เป็นพระอีกรูปหนึงที่จัดให้ ซึ่งพระที่ตนสอบถามนี้ไม่ทราบว่ายาดังกล่าวเก็บไว้อยู่ที่ไหน จึงไม่สามารถตรวจสอบได้  นอกเหนือจากนี้ ก็เป็นการดูแลเรื่องการผ่าตัดเนื้อก้อนเล็ก ตามร่างกายท่าน 3 ครั้ง ซึ่งก็ยาวมาจนกระทั่งถึงเกิดเหตุการณ์ตามที่เป็นข่าวก็รู้สึกตกใจ

เมื่อเกิดเหตุเกิดเหตุการณ์ขึ้นเราก็มีการประชุม ในส่วนของพระที่ดูแลและลูกศิษย์ลูกหา ซึ่งก็มาไล่ดู ก็ตรงกับที่เคยมีพระโทรมารายงาน ตอนที่ท่านอยู่เชียงใหม่เมื่อกลางปี 2561 จากการที่ไล่ดูว่าได้มีการดำเนินการอะไรหลังจากนั้นหรือไม่ ก็พบว่ามีโยมนำท่านเข้ารับการตรวจ MRI สมองทราบผลและได้รับยาอย่างไรหรือไม่ ซึ่งก็ได้ข้อมูลหลังจากนั้น2วันถัดมา ทราบว่าไป 2 ครั้ง แต่อนุมานว่ายาไม่ได้ทานต่อเนื่อง ซึ่งอาการน่าจะเกิดจากการภาวะขาดยาตัวดังกล่าว อย่างไรก็ตามเมื่อวาน (13 พ.ค.) คณะแพทย์ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมและตรวจอาการอาพาธเป็นที่เรียบร้อย และจะให้การดูแลรักษาอาการอาพาธของท่านต่อไป

ขณะที่ นพ.พงษ์พัฒน์ พิมพ์สะ นายแพทย์ชำนาญการ กล่าวว่า ได้เข้ามาดูแลอาการ ร่วมกับนายแพทย์สมฤทธิ์ ในช่วงปี 59-61 ช่วงที่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดนั้น มีปัญหาว่า มีข้อจำกัดว่าหลวงปู่ไม่ สามารถไปโรงพยาบาลได้ ไม่สามารถรับยาทางหลอดเลือดดำ รวมทั้งภาวะหัวใจล้มเหลว

ทั้งนี้ หลวงปู่มีพื้นฐานมีความผิดปกติจากการนอนไม่หลับ หรือนอนหลับไม่สม่ำเสมอ ก็อาจจะทำให้พบความผิดปกติเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งจากการหลวงปู่อายุมากเกือบ100 ปี อาจเกิดภาวะสมองเสื่อมขึ้นได้ ส่งผลให้ความจำระยะยาวยังคงอยู่จำได้ก็คือการแจกพระ แต่อัลไซเมอร์จะมีภาวะผลเสียความจำระยะสั้นไปก่อน และหลังจากนั้นถ้ารุนแรงมากขึ้นๆ ความจำก็จะลดลงร่วมกับภาวะการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์และจิตใจของผู้สูงอายุมากขึ้น โดยอาจจะคุมได้หรือไม่ได้เป็นภาวะปกติ

ปัจจุบันเป็นภาวะสังคมผู้สูงอายุ ทั้งนั้น คนรุ่นนี้ควรจะต้องรู้ว่า คุณพ่อ คุณแม่หรือปู่ย่าตายายเริ่มมีภาวะเหล่านี้ต้องรีบพาไปหาแพทย์ ทั้งนี้จากประวัติการรักษาในระยะแรกเป็นภาวะดำเนินโรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคแห่งความเสื่อม จะทำได้เพียงประคับประคองแต่ไม่สามารถให้ยาที่จำเพาะกับโรคได้  แต่จะให้ยาเกี่ยวกับการปรับด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งการฉันยาต่อเนื่องมีผลสำคัญมากกับอาการของหลวงปู่ ในขณะที่ขึ้นอยู่กับหลวงปู่ แต่ โรคจะมีภาวะดำเนินอาการโรคไปเรื่อย

ทั้งนี้จากการข่าวที่เกิดขึ้น จึงคิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องดูแลท่านอย่างจริงจัง ซึ่งซิฟิลิสอาจเกิดจากการสัมผัสเชื้อ สัมผัสสารคัดหลั่งบางอย่าง โดยเบื้องต้นจะมี 4 ระยะ ระยะขึ้นสมองหรือเรียกว่านิวโรซิฟิลิส  ซึ่งในรายที่เกิดภาวะดังกล่าวแล้วอาจจะเกิดขึ้นได้อีกตลอดชีวิต ทั้งนี้ไม่สามารถทราบได้ว่า พฤติกรรมที่เกิดขึ้นตามปรากฏข่าวมาจากนิวโรซิฟิลิส
(ภาวะซิฟิลิสขึ้นสมอง)หรือไม่เพราะการวินิจฉัยโรคจะต้องเจาะน้ำไขสันหลังไปตรวจ แต่มีข้อจำกัดเรื่องตัวหลวงปู่ ที่ไม่สามารถทำได้ ทางทีมแพทย์จึงให้ยาหลวงปู่โดยไม่ทราบว่าหลวงปู่เป็นอาการมาจากซิฟิลิสหรือไม่

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจ MRIสมองพบเสื่อมจริง โดยสามารถยืนยันว่าเกิดจากการภาวะสมองขาดเลือดหลายจุด ทีมแพทย์ได้ให้ยารักษาแล้ว แต่เนื่องจากปัญหาที่หลวงปู่อาจจะไม่ฉันยาต่อเนื่อง ซึ่งข้อจำกัดที่หลวงปู่มีความแตกต่างจากคนปกติ

นอกจากนี้ นายแพทย์เศวต ศรีศิริ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพริ้นซ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนผลการตรวจหลวงปู่แสง พบนิวโรซิฟิลิส อาจมีผลจากความผิดพลาด false positive หรือที่เรียกว่าผลตรวจลวงก็ได้ เพราะจากการหลวงปู่เคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อ 6 ปีที่แล้วหลวงปู่เดินทางไปประเทศจีนตอนใต้และพม่าผ่านเมืองลับแล ครั้งนั้นทำให้หลวงปู่เป็นมาลาเรียขึ้นสมองเกือบเสียชีวิต ซึ่งอาจทำให้เกิดผลการตรวจลวงเป็นนิวโรซิฟิลิสได้

สรุปอาการอาพาธของหลวงปู่แสง ญาณวโร จากประวัติการรักษาของทีมแพทย์

1.การทำงานของทางเดินอาหารผิดปกติ (GI vasculopathy)

2.โรคหัวใจที่เกิดจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายผิดปกติ (CHF c Cardiomypathy LVH)

3.โรคความดันโลหิตสูง (HT)

4.โรคต่อมลูกหมากโต (BPH)

5. ปวดหลังเนื่องจากกระดูกสันหลังคด (Low back pain c Scoliosis)

6. ข้อเข่าเสื่อมทั้ง 2 ข้าง (OA both khee)

7. โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)

8. โรคนอนหลับยาก (Elderly c Insomnia)

9. สมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ระยะที่ 1 (dementia c Alzheimer’s)

10. ภาวะพฤติกรรมอารมณ์ที่ผิดปกติที่เกี่ยวกับสมองเสื่อม (BPSD = behavioral and psychological symtoms of dementia)

เสี่ยงทายแรกนาขวัญ ‘พระโค’กินถั่ว น้ำ หญ้า เหล้า น้ำท่าบริบูรณ์/เศรษฐกิจรุ่งเรือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653419

เสี่ยงทายแรกนาขวัญ  ‘พระโค’กินถั่ว น้ำ หญ้า เหล้า  น้ำท่าบริบูรณ์/เศรษฐกิจรุ่งเรือง

วันเสาร์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2565 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง “พระยาแรกนาเสี่ยงทาย” หยิบผ้านุ่งได้ 4 คืบ ทำนายน้ำจะมากสักหน่อยนาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่ส่วน “พระโค”กินน้ำ หญ้า ถั่วและเหล้าน้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2565 เวลา 08.38 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2565 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา โดยเสด็จในการนี้ด้วย

เมื่อเสด็จฯถึงมณฑลพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนา ยาตราขบวนพร้อมด้วย เทพีคู่หาบทอง – เงิน ออกจากโรงพิธีพราหมณ์ เมื่อถึงหน้าพระที่นั่ง พระยาแรกนา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคม แล้วออกไปประกอบพิธีแรกนา เจ้าพนักงานจูงพระโคเทียมแอก พระยาแรกนา เจิมพระโคและคันไถ แล้วจึงไถดะไปโดยรี 3 รอบ โดยขวาง 3 รอบ หว่านธัญพืช โหรหลวงลั่นฆ้องชัย แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เจ้าพนักงานปลดพระโคออกจากแอก พระยาแรกนาและเทพีกลับไปยังโรงพิธี

พราหมณ์ พราหมณ์ นำสิ่งของเสี่ยงทาย 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค เสร็จแล้ว นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบบังคมทูลถวายคำพยากรณ์การเสี่ยงผ้านุ่งของพระยาแรกนา และการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง การนี้ พระยาแรกนาหยิบเสี่ยงทายผ้านุ่ง 4 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะมีปริมาณมาก นาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้างได้ผลไม่เต็มที่

การเสี่ยงทาย พระโคกินเลี้ยง พระโคกินน้ำและหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี พระโคกินถั่ว พยากรณ์ว่าผลาหาร ภักษาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมจะสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

จากนั้น นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบบังคมทูลเบิกผู้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัล ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปีพุทธศักราช 2565 ประกอบด้วย ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ได้แก่เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 14 ประเภท ผู้แทนสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 11 ประเภท และผู้แทนสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 4 สหกรณ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานรางวัล

เสร็จแล้ว พระยาแรกนายา ตราขบวนพร้อมด้วยเทพี ออกจากโรงพิธีพราหมณ์ เมื่อถึงหน้าพระที่นั่ง พระยาแรกนา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคม เสร็จแล้ว ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังแปลงนาสาธิต สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ทอดพระเนตรพระยาแรกนาหว่านข้าวในแปลงนาสาธิต สำหรับปลูกไว้เก็บเมล็ดพันธุ์ เพื่อใช้ในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีต่อๆไป

เวลา 08.59 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาเสด็จพระราชดำเนินถึงบริเวณแปลงนาสาธิต สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เสด็จเข้าพลับพลาพิธี

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พระยาแรก เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคม แล้วออกไปประกอบพิธีแรกนา พร้อมด้วยเทพีคู่หาบทอง – เงิน เมื่อพระยาแรกนา ประกอบพิธีเสร็จแล้ว พระยาแรกนา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคม สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

สำหรับพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบด้วย พระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีสงฆ์ ซึ่งเป็นการประกอบพระราชพิธีวันแรกที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เป็นพิธีทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหารที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอธิษฐานเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ โดยประกอบพระราชพิธีในวันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีการซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริม บำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก กำหนดจัดขึ้นในราวเดือนหกของทุกปี หรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสม ต้องตามประเพณีซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนาอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย

สำหรับ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวณัฐชยา ศรีสุขสวัสดิ์ นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการพิเศษ

นักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และนางสาวอาทิตยา ทองแกมแก้ว นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวกันยารัตน์ เศวตนันทิกุล นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางสาวชลธิชา ทองอ่อน นายสัตวแพทย์ชำนาญการ กรมปศุสัตว์ ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย และคู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา จำนวน 16 ราย ส่วนพระโคแรกนาขวัญได้แก่ พระโคพอ และ พระโคเพียง

เปิดโพล‘วันวิสาขบูชา’ปี2565 กาง 5 กิจกรรมที่ปชช.สนใจเข้าร่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653371

เปิดโพล‘วันวิสาขบูชา’ปี2565 กาง 5 กิจกรรมที่ปชช.สนใจเข้าร่วม

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 17.55 น.

วธ.เผยผลโพล “วันวิสาขบูชา ปี 2565” ประชาชนส่วนใหญ่ทราบเป็นวันประสูติ-ตรัสรู้-ปรินิพพานของพระพุทธเจ้าและวันสำคัญสากลของโลก ส่วนใหญ่สนใจร่วมกิจกรรมตักบาตร ทำบุญ ลด ละ เลิก อบายมุข เวียนเทียนและฟังพระธรรมเทศนา ตั้งใจนำหลักธรรม ‘ศีล 5’ และ ‘สติ’ มาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

13 พฤษภาคม 2565 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเด็ก เยาวชน และประชาชนที่มีต่อ “วันวิสาขบูชา ปี 2565” (15 พฤษภาคม 2565) จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 7,865 คน ครอบคลุมทุกอาชีพและทุกภูมิภาค 

ผลสำรวจพบว่า เด็ก เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 71.28 คิดว่าวันวิสาขบูชามีความสำคัญ คือ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประสูติ รองลงมา ร้อยละ 67.15 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ , ร้อยละ 63.55 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน และร้อยละ 49.26 เป็นวันสำคัญสากลของโลก และผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 51.46 สนใจเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชาในปีนี้

เมื่อถามถึงปัจจุบันอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ต้องการให้จัดกิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชารูปแบบใด พบว่า ส่วนใหญ่อยากให้จัดกิจกรรมรูปแบบปกติและรูปแบบออนไลน์ควบคู่กัน ส่วนกิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6) ที่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่สนใจเข้าร่วม 5 อันดับแรก คือ อันดับ 1 ตักบาตรพระสงฆ์ อันดับ 2 ทำบุญ ทำทาน อันดับ 3 ลด ละ เลิก อบายมุข  อันดับ 4 เวียนเทียน และอันดับ 5 ฟังพระธรรมเทศนา

เมื่อสอบถามเด็ก เยาวชนและประชาชนในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชนจะนำหลักธรรมใดมายึดถือปฏิบัติและนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน พบว่า ส่วนใหญ่ผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า “ศีล 5” เป็นศีลพื้นฐานที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้ชาวพุทธทุกคนยึดถือปฏิบัติเป็นหลักของชีวิต รองลงมา “สติ” ความรู้สึกตัว ความระลึกได้ ความรับรู้ การเอาจิตไปรับรู้ ในสิ่งที่เกิดขึ้น หรือปรากฏขึ้น ในปัจจุบัน  “อริยสัจ 4”  (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ อันเป็นหลักคำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา อิทธิบาท 4 (ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) คุณธรรมแห่งความสำเร็จและหลักการครองงาน และท้ายสุดความกตัญญูกตเวที ความรู้และตอบแทนอุปการคุณที่ผู้อื่นทำไว้

ผลสำรวจได้สอบถามถึงวิธีการจูงใจให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา มากขึ้น 5 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 พ่อ แม่/ปู่ย่า ตายาย/ญาติพี่น้อง พาลูกหลานเข้าร่วมกิจกรรมวันวิสาขบูชา อันดับ 2 เปิดแหล่งเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมหรือเรียนรู้ผ่านสื่อเทคโนโลยีออนไลน์ อันดับ 3 ผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ และการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมผ่านโซเชียลมีเดีย

อันดับ 4 หน่วยงานรัฐ เอกชน ภาคประชาชนและคณะสงฆ์ ร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในมิติทางศาสนา ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และอันดับ 5 นำศิลปินดารา บุคคลที่มีชื่อเสียง มาร่วมรณรงค์/เชิญชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์

ส่วนกิจกรรม/ประเพณีทางพระพุทธศาสนาที่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นว่า ควรสืบสาน รักษาไว้ให้คงอยู่คู่สังคมไทยตลอดไป เช่น ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ประเพณีเวียนเทียนกลางน้ำ ประเพณีพิธีสมโภช น้ำสรงพระบรมธาตุดอยสุเทพ (เตียวขึ้นดอย)  รวมทั้งงานวันอัฏฐมีบูชา ซึ่งเป็นวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า หลังเสด็จดับขันธปรินิพพานได้ 8 วัน ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือนวิสาขะ (ตรงกับเดือน 6 ของไทย) เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า

นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่า วธ.โดยกรมการศาสนา ขอเชิญชวนเด็ก เยาวชนและประชาชน ร่วมกิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา ปี 2565 ในกิจกรรมตามรอย Buddha ตอบปัญหาธรรมะที่เวบไซต์ http://www.วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา.com วันที่ 15  พฤษภาคม 2565 เวลา 08.30 – 16.30 น. ผู้ตอบปัญหาธรรมะผ่าน 5 ข้อขึ้นไป 100 คนแรก จะได้รับของที่ระลึกจากกรมการศาสนา

ญาติรับช็อกเห็นข่าว’หลวงปู่แสง’ เอกสารยันป่วย’อัลไซเมอร์’ หมอแนะไม่ควรออกรับกิจนิมนต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653318

ญาติรับช็อกเห็นข่าว'หลวงปู่แสง' เอกสารยันป่วย'อัลไซเมอร์' หมอแนะไม่ควรออกรับกิจนิมนต์

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.35 น.

ญาติรับสุดช็อกเห็นข่าว “หลวงปู่แสง” ยันด้วยเอกสารป่วย “อัลไซเมอร์” จริง หมอแนะไม่ควรออกรับกิจนิมนต์

รายการโหนกระแสวันที่ 13 พ.ค. 65 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 เกาะติดประเด็นเหยื่ออ้างถูก “หลวงปู่แสง จนฺทโชโต (ญาณวโร)” วัดป่าดงสว่างธรรม อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร จับหน้าอก จับอวัยวะเพศ ซึ่งกำลังเกิดประเด็นถกเถียงกันสองมุมมอง โดยวันนี้สัมภาษณ์ “คุณไก่” ญาติหลวงปู่แสง ที่นำเอกสารมายืนยันว่าหลวงปู่แสงป่วยเป็นอัลไซเมอร์จริง มาพร้อม นพ. เขษม์ชัย เสือวรรณศรี รองประธานอาวุโสปฏิบัติการด้านการแพทย์ และแพทย์ชำนาญการเฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาท รพ.บำรุงราษฎร์ และ พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการศาสนาวุฒิสภา

คุณไก่เป็นญาติสายไหน?

ไก่ : เป็นหลานค่ะ หลวงปู่มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน ส่วนใหญ่บวชหมดเลย มีที่เป็นตาเป็นคนสุดท้าย ไม่ได้บวช ไก่เป็นหลานโดยสายเลือดค่ะ รู้จักตั้งแต่เกิดค่ะ ตั้งแต่เกิดมาก็เจอเลย

ท่านบวชแล้วเหรอตอนนั้น?

ไก่ : บวชแล้วค่ะ น่าจะประมาณ 77 พรรษา

คุณเองเสียใจ?

ไก่ : ค่อนข้างเสียใจ เราเป็นญาติ และเรารู้ในแง่ปฏิบัติของหลวงปู่ เราเกิดมาในตระกูลที่ที่พ่อแม่พี่น้องบวชกันหมดเลย พี่น้องหลวงปู่มรณภาพในผ้าเหลือง แม่ชีหมดเลย มีพี่สาวคนนึงไม่ได้บวช และตามีอีกคนไม่ได้บวชเท่านั้น คุณพ่อก็เป็นพระสายวัดป่าเหมือนกัน มรณภาพในผ้าเหลืองเช่นกัน ตระกูลเราปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เราคิดว่าสิ่งต่างๆ ที่เราเห็นค่อนข้างตกใจกับภาพที่ออกมา รวมถึงคุณหมอปลากับนักข่าวที่แสดงออกไม่ค่อยสุภาพ ประเด็นนี้ค่อนข้างเสียใจมาก

พอเห็นช็อกมั้ย?

ไก่ : ช็อกค่ะ มีทางญาติเดินทางไปในวันที่เกิดเหตุ แต่ทีมนักข่าวกับหมอปลาออกไปแล้วช่วงบ่าย มีสองสามทีมเดินทางไปดูแลหลวงปู่

เห็นด้วยกับทิดไพรวัลย์ที่พูดในรายการมั้ย?

ไก่ : เห็นด้วยค่ะ ค่อนข้างมีเหตุมีผลมากทีเดียว ฝั่งที่คิดว่าเป็นเหยื่ออันนั้นก็น่าเห็นใจ ถ้าเกิดกรณีแบบนี้ต้องสืบสาวราวเรื่องกันไป อย่าตัดสินจากสิ่งที่เห็น

ทิดไพรวัลย์บอกว่าอยากให้มีใครสักคนเอาเรื่องราวของหลวงปู่ในการอาพาธมายืนยันข้อเท็จจริง ว่าท่านอาพาธเป็นอัลไซเมอร์จริงๆ คุณไก่ก็ส่งให้ทางสื่อเลย?

ไก่ : ค่ะ เพื่อยืนยันว่าท่านป่วยจริงๆ ค่ะ

ขอถามอาจารย์สักนิด ผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะมีอาการยังไง?

นพ. เขษม์ชัย :   ส่วนใหญ่เราพูดเรื่องความจริง แต่จริงๆ เรื่องพฤติกรรมจะบ่อยมาก ไม่ต่ำกว่า 60-70 เปอร์เซ็นต์ จะมีอาการทางพฤติกรรมด้วย ซึ่งมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่เงียบๆ เศร้าๆ ก้าวร้าว ขี้โมโห ทะลึ่ง ลามก ได้หมดเลย ทั้งที่เดิมไม่เคยเป็นมาก่อน มันเป็นเรื่องของโรค ที่ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้

ส่วนใหญ่อัลไซเมอร์เกิดกับคนอายุเท่าไหร่?

นพ. เขษม์ชัย : 65 ขึ้นไปเจอค่อนข้างบ่อยกว่า เริ่มถามซ้ำๆ ที่เจอบ่อย อาการทางความจำก็ส่วนนึง แต่อาการพฤติกรรม มานำความจำก็มี เอ๊ะ คนนี้เริ่มแปลกๆ ปกติมารพ.สุภาพเรียบร้อย แต่พอมาอีกทีเดินผ่านพยาบาลจับก้นเลย หรือพูดจาแทะโลม ทั้งๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เดี๋ยวนี้ชักบ่อย หรือดุด่าลูกหลาน ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเลย ก็เป็นอาการทางพฤติกรรมที่เจอได้เรื่อยๆ

สนิทหลวงปู่แค่ไหน เคยไปเจอ เคยเห็นพฤติกรรมท่านเป็นแบบนี้มั้ยก่อนหน้านี้?

ไก่ : ต้องบอกก่อนว่าเรื่องการดูแลใกล้ชิดจะเป็นทางพระอุปัฎฐาก หรือญาติโยมที่ใกล้ชิดดูแลท่าน ส่วนญาติอยู่คนละที่ อยู่จังหวัดขอนแก่นเป็นส่วนใหญ่ อยู่ภาคเหนือ อยู่กรุงเทพฯ ก็เดินทางไปหาท่านเดือนละครั้งอย่างน้อย อาการเรื่องการจับสีกา เราไม่เคยเห็น แต่เรื่องสมองหรือความจำไม่ดี มีทราบค่ะ ว่าเริ่มแก่ จำญาติพี่น้องไม่ได้แล้วค่ะ

กรณีของหลวงปู่ ท่านจะโยนพระตลอดเวลา โยนซ้ำๆ พอย้อนกลับไปดู ก่อนหน้ามีข่าวเกิดขึ้น หลายๆ ปีก่อน ท่านก็โยนแบบนี้เหมือนกัน มันเป็นไปได้มั้ย ในความจำของคนเป็นอัลไซเมอร์จะย้ำคิดย้ำทำ?

นพ. เขษม์ชัย : ได้ครับ บางคนติดกระดุมทั้งวัน บางคนร้องเพลงท่อนเดิมๆ ทั้งวัน หรืออย่างที่หลวงปู่ทำซ้ำๆ เป็นอาการทำซ้ำๆ ไม่แปลกใจถ้าเกิดในอัลไซเมอร์

กรณีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เปลี่ยนโดยฉับพลันมั้ยหรือค่อยๆ เปลี่ยน?

นพ. เขษม์ชัย : ส่วนใหญ่ค่อยๆ เปลี่ยน แต่มีอัลไซเมอร์กลุ่มนึงพวกนั้นต้องหาสาเหตุอื่นด้วย แต่หลายๆ กรณีหาไปหามาสุดท้ายก็เป็นอัลไซเมอร์ ค่อยเป็นค่อยไป แต่ถามว่าเป็นใน 3 เดือน 6 เดือนได้มั้ย ก็เป็นได้ บางคนเป็นปี 3 เดือนเจอได้บ้าง แต่เจอไม่บ่อย แต่ก็เจอได้

พอเป็นแล้วพฤติกรรมที่ท่านเองปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ การเปลี่ยนโดยไปจับหน้าอกสีกาตามข่าวก็เป็นไปได้?

นพ. เขษม์ชัย : ก็เป็นไปได้ ถ้าเป็นอัลไซเมอร์เราก็ไม่แปลกใจ

พี่ศานิตย์ กรณีแบบนี้ มุมพระป่วยอาพาธ แล้วมีพฤติกรรมที่ไม่ได้เป็นตัวท่านเอง แล้วไปโดนต่างๆ นานา อันนี้มองยังไง?

พล.ต.ท.ศานิตย์ : หลักกฎหมายการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ใช้หลักเจตนา มาตรา 59 ป.อาญา บุคคลได้รับความผิดทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา ในกรณีนี้ หนึ่งหลวงปู่อายุมาก ผมว่าคนอายุ 90 กว่า เรื่องความกำหนัด โดยทั่วไปไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แล้วเรื่องโรคภัยไข้เจ็บต้องให้หมอมายืนยัน สองส่วนผสมผสานกัน ผมก็วินิจฉัยได้ว่าการกระทำของหลวงปู่ไม่ถึงขั้นเป็นความผิดทางอาญา ในความเห็นส่วนตัวนะ ในมุมมองสอบสวนคดีมาเยอะ คงให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจทั้งสองด้าน

เรื่องนี้ถ้าเกิดไม่เจตนา มีอาการป่วย อาพาธ?

พล.ต.ท.ศานิตย์ : เราสันนิษฐานจากคนทั่วไป วิญญูชน

ในเมื่อหลวงปู่อาพาธ ไฉนเลยพระรอบข้างเอาหลวงปู่มารับกิจ และทำให้ท่านกลายเป็นจำเลยสังคมแบบนี้?

พล.ต.ท.ศานิตย์ : ไม่ทราบว่าหลวงปู่เป็นเจ้าอาวาสหรือเปล่า ไม่มีใครมาเป็นแทนเหรอ

ไก่ : คิดว่าไม่มีนะคะ

พล.ต.ท.ศานิตย์ : ตรงนี้ต้องสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงโดยปราศจากข้อสงสัย ว่าทำไมลูกศิษย์ลูกหาถึงเอาท่านมาทำอย่างนั้น ต้องทำการสอบสวนให้ชัดเจน ผมก็ฝากเจ้าคณะผู้ปกครอง หรือแม้แต่พส. หรือผู้เกี่ยวข้อง ควรทำการสอบสวนเรื่องนี้ให้ชัดแจ้ง ถ้ากลุ่มนั้นทำผิดวินัย ก็ต้องตั้งอธิกรสอบสวนให้ชัดเจน ถ้าเป็นการกระทำผิดอาญา ต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมาย แต่มาพูดตอนนี้ยังไม่ได้เพราะเรายังไม่ได้ไปสอบสวน จะไปฟันธงล่วงหน้าคงไม่ได้ ต้องมีการสอบสวนทั้งทางวินัยและอาญา

ได้คุยกับลูกศิษย์ท่านที่พาท่านไปฝากเงิน 57 ล้าน ท่านเป็นคนเซ็นเอาเงินออกมา วันนี้ ณ เบื้องต้นอาจไปถึง 80 90 100 ล้านผมก็ไม่รู้ คนเป็นอัลไซเมอร์ เซ็นชื่อเอาเงินออกมาได้มั้ย?

นพ. เขษม์ชัย : เซ็นได้ครับ บางคนก็เซ็นได้ บางคนก็เซ็นไม่ได้ แล้วแต่ ที่สำคัญคือมีสัมปชัญญะ มีความสามารถในการตัดสินใจหรือเปล่า เซ็นน่ะได้ ประเด็นสำคัญคือตอนที่เซ็นรู้ มีสติหรือเปล่า แต่เซ็นชื่อหลายคนก็เซ็นได้อยู่ แต่หลายคนก็เริ่มเซ็นไม่เป็นแล้ว อยู่ที่ว่าตอนเซ็นมีสติสัมปชัญญะรับรู้ทำนิติกรรมได้มั้ย

เป็นประเด็นมั้ยคุณไก่?

ไก่ : น่าจะเป็นประเด็นเหมือนกันค่ะ

คนแวดล้อมไม่ได้ดูแลท่านเป็นอย่างดี เอาท่านมารับกิจ ในฐานะสายเลือดของท่านมองยังไง?

ไก่ :  เหมือนปู่ย่าตายายเราอายุจะ 100 ปีอยู่แล้ว ควรได้รับการพักผ่อน ควรได้อยู่นิ่งๆ ทำใจให้สงบ ท่านก็เตรียมละสังขารแล้วในเร็วๆ นี้ไม่ควรมานั่งรับญาติโยมแล้ว ก็ค่อนข้างไม่ค่อยเห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้น อยากให้ท่านได้พักผ่อน

คุณไม่เห็นด้วย รู้ว่าอาพาธ ทำไมยังเอาออกมา มีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า?

ไก่ : ค่ะ คิดว่าในบางส่วนอะไรลึกๆ ที่รอบข้างรอบด้าน อาจต้องสอบสวนเพิ่มเติม เพราะเราไม่ได้อยู่ในพื้นที่ เราไปพูดแทนคนอื่นไม่ได้เดี๋ยวก็เป็นความผิดอีก

ท่านสามารถลงไปสอบสวนได้มั้ย?

พล.ต.ท.ศานิตย์ : ถ้าเป็นประเด็นที่สงสัย และเกี่ยวพันกับทั้งทางแพ่งและอาญา ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็ควรทำการสืบสวน สอบสวนให้กระจ่าง แม้แต่ญาติไม่อยากให้ท่านมาแบบนี้ ทำไมยังมีคนเอามาทำให้ ลูกศิษย์ลูกหาเรียกร้องหรือเปล่า ความเชื่อของคนก็ไม่สามารถลบล้างได้ ถ้าดูเหตุผลตรงนี้ ก็เห็นด้วยกับทางญาติ ควรให้หลวงปู่ได้พักผ่อนเพื่อให้ท่านได้ละสังขารไปตามที่ท่านควรดำเนินการ

พระที่นั่งอยู่รายล้อม เห็นหลวงปู่โดนตัวสีกา พระรอบข้างต้องเห็น แล้วไม่ห้ามท่าน ผิดมั้ย?

พล.ต.ท.ศานิตย์ : ต้องถามเหตุผลก่อน จะบอกว่าผิดหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องที่มีเหตุผล ผมยังอธิบายเวลานี้ไม่ได้ ต้องไปถามเขาก่อน ว่าทำไมถึงยังให้หลวงปู่ไปนั่งอย่างนั้น เวลาหลวงปู่โดนตัวทำไมไม่สะกิด เพราะท่านสามารถดูแลหลวงปู่ได้ ไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยดี ป้องกันได้แต่กลับไม่ป้องกัน

ผอ.สำนักพุทธฯสั่งตามล่าตัว’หลวงเจ๊’ พระปกครองยันยังไม่พบตัว-ชี้เจอตัวจับสึกได้เลย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653282

ผอ.สำนักพุทธฯสั่งตามล่าตัว'หลวงเจ๊' พระปกครองยันยังไม่พบตัว-ชี้เจอตัวจับสึกได้เลย

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.45 น.

โคราช ผอ.สำนักพุทธฯสั่งติดตามตัว หลวงเจ๊ ล่าสุดพระผู้ปกครองยังไม่ยืนยันพบตัว ลั่นเจอตัวจับปาราชิกได้เลย ความเป็นปาราชิกไม่ต้องจับสึก เป็นพ้นจากพระโดยพฤติกรรมอยู่แล้วผอ.สำนักพุทธฯ สั่งตามตัวหลวงเจ๊คุกคามสามเณร พระปกครองยืนยันยังไม่พบตัว

วันที่ 13 พฤษภาคม 2565 ความคืบหน้ากรณีหลวงเจ๊ พระมหา (นามสมมติ) อายุ 26 ปี พำนักอยู่ที่วัดอิสาณ บ้านหนองแสง ต.ท่ากระเสริม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่นมีพฤติกรรมแบบชายรักชาย จะชอบตระเวนไปตามวัดต่างๆ ที่มีสามเณรอยู่จำนวนมาก แล้วจะเข้าไปคุกคามสามเณร พร้อมกับเชิญชวนให้มาขายบริการทางเพศให้ทำในลักษณะนี้มาไม่ต่ำกว่า 3 ปีตามที่มีข่าวแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด ได้รับทราบว่าได้กลับมาอยู่ที่วัดศิริโภคาภิรมย์ ถนนทางหลวงชนบท ต.ช่องแมว อ.ลำทะเมนชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบ

นายวินัย บุณยรัชตปรีชา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาลาจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบลงพื้นที่อยู่ รวมทั้งเรื่องนี้เรายังไม่ได้รับการแจ้งมาจากคณะสงฆ์จาก จ.ขอนแก่น ส่วนกรณีที่ถ้าพบว่าพระร่วมหลับนอนพฤติกรรมคุกคามสามเณร พร้อมกับเชิญชวนให้มาขายบริการทางเพศให้  เรื่องนี้ต้องย้ำว่าถ้าผิดก็เป็นความผิดหนักคือ ปาราชิก ความเป็นปาราชิกไม่ต้องจับสึก เป็นพ้นจากพระโดยพฤติกรรมอยู่แล้ว และจะไม่สามารถบวชใหม่ได้ ถ้ามีความผิดหมายถึงไปยุ่งเกี่ยวโดยทำในลักษณะอย่างนี้ เรื่องทำนองนี้ทาง รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีก็ได้มอบนโยบายให้สอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิดและเข้มข้น แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯเรามีน้อยก็ได้มีการร่วมมือดับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กอ.รมน.จังหวัดฯ , ฝ่ายปกครอง และคณะสงฆ์ ร่วมด้วยช่วยกันสอดส่องดูพฤติกรรม ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายหลังจากปาราชิกแล้วกรณีถ้าไปล่วงละเมิดกับเด็กอันนั้นก็เป็นกฎหมายบ้านเมือง แต่วินัยสงฆ์เป็นเรื่องของทางพระ แต่ทีนี้มีปรากฏภาพออกมา แต่ยังไม่เจอตัวพระที่ว่าหรือว่าจ.ขอนแก่นถ้ามีหลักฐานชัดเจน อะไรชัดเจนเดี๋ยวทางสงฆ์ก็จะพิจารณาโดยต้นสังกัดของท่าน

นายวินัยฯ กล่าวว่า โดยปกติจริงๆแล้วกรณีพระประพฤติผิดวินัยสงฆ์ ประพฤติผิดกฎหมายสำนักพุทธจังหวัดต่างๆเขาก็ดำเนินการมาโดยตลอด เพียงแต่ว่าเราไม่ให้ออกข่าว อย่างเช่น เลขาเจ้าคณะจังหวัดปีหนึ่งๆก็สึกหลายรูป เรื่องนี้ไม่ต้องไปถึงมหาเถระสมาคมก็ต้นสังกัดท่านที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งถ้าปาราชิกทางคณะสงฆ์ก็จะทำทะเบียนของท่านเอาไว้เพื่อไว้ตรวจสอบ ถ้าเกิดไปบวชอีกเมื่อไหร่ก็เข้าข่ายแต่งกายเลียนแบบพระ ขณะนี้เรากำลังตรวจสอบและถ้าหากพี่น้องประชาชนญาติโยมพบเห็นหรือเจอก็สามารถแจ้งเราได้

ซึ่งกรณีเขาเรียกว่าผิดทางวินัยสงฆ์ก็แจ้งพระสังคาธิการ พระลูกวัดก็แจ้งเจ้าอาวาส ถ้าเป็นเจ้าอาวาสก็แจ้งเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ หรือให้ข้อมูลมาทางสำนักพุทธฯเราก็แจ้งให้คณะสงฆ์ดำเนินการ แต่ถ้าเป็นเรื่องทางบ้านเมืองผู้เสียหายถ้าจะเอาผิดก็สามารถไปแจ้งความดำเนินคดีได้เลย ซึ่งการตรวจสอบของคณะสงฆ์ และเจ้าคณะผู้ปกครองใน อ.ลำทะเมนชัยฯ ตอนนี้ไปตรวจสบที่วัดแล้วยังไม่เจอตัว และจากการสอบถามในพื้นที่ทราบว่า ท่านไปหลายวัด หลายสถานที่ และยังไม่ยืนยันว่าพบตัวแต่อย่างใด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ฉาวรายวัน! ‘พระขอนแก่น’นัดซื้อสามเณร ตำแซ่บนัวๆทุกอาทิตย

คำทำนายปีนี้ดี! พระโคกินน้ำ-หญ้า-ถั่ว-เหล้า ค้าขายดีขึ้น-เศรษฐกิจรุ่งเรือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653223

คำทำนายปีนี้ดี! พระโคกินน้ำ-หญ้า-ถั่ว-เหล้า  ค้าขายดีขึ้น-เศรษฐกิจรุ่งเรือง

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.01 น.

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2565 พระยาแรกนาได้เสี่ยงทายหยิบผ้าได้ 4 คืบ น้ำจะมากสักหน่อย นาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่ และพระโคกินน้ำ หญ้า ถั่ว และเหล้า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลาประมาณ 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพลับพลาที่ประทับเพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2565 ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยเสด็จด้วย ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบด้วยพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีสงฆ์ ซึ่งเป็นการประกอบพระราชพิธีวันแรกที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เป็นพิธีทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหารที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอธิษฐานเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ โดยประกอบพระราชพิธีในวันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีการซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริม บำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก กำหนดจัดขึ้นในราวเดือนหกของทุกปี หรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสม    ต้องตามประเพณี ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนาอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย

การจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้ ฤกษ์การไถหว่านอยู่ในระหว่างช่วงเวลา 08.19 – 08.49 น. ผู้ทำหน้าที่ พระยาแรกนา คือ นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวณัฐชยา ศรีสุขสวัสดิ์ นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการพิเศษ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และนางสาวอาทิตยา ทองแกมแก้ว นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวกันยารัตน์ เศวตนันทิกุล นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางสาวชลธิชา ทองอ่อน นายสัตวแพทย์ชำนาญการ กรมปศุสัตว์ ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย และคู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา จำนวน 16 ราย ส่วนพระโคแรกนาขวัญ ได้แก่ พระโคพอ และ พระโคเพียง

สำหรับผลการพยากรณ์ถึงความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารของประเทศ นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ถวายรายงานการพยากรณ์ ผลการเสี่ยงทายผ้านุ่งแต่งกาย และพระโคกินเลี้ยง ในปี พ.ศ.2565 นี้ พระยาแรกนาได้ตั้งสัตยาธิษฐาน หยิบได้ผ้านุ่ง 4 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะมากสักหน่อย นาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่ ผลการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค พระโคกินน้ำ หญ้า ถั่ว และเหล้า ซึ่งผลเสี่ยงทายกล่าวว่า พระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี พระโคกินถั่ว พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

ในโอกาสเดียวกันนี้ เกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2565รวม 34 ราย ได้รับพระราชทานโล่เกียรติคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนี้
เกษตรกรและบุคคลทางการเกษตรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2565 จำนวน 16 ราย ได้แก่
1) อาชีพทำนา ได้แก่ นายพัด ไชยวงค์ จ.เชียงใหม่
2) อาชีพทำสวน ได้แก่ นายวีรวัฒน์ จีรวงส์ จ.ชุมพร
3) อาชีพทำไร่ ได้แก่ นายรุ่งเรือง ไล้รักษา จ.ประจวบคีรีขันธ์
4) อาชีพไร่นาสวนผสม ได้แก่ นางจิระวรรณ ยืนนาน จ.ชุมพร
5) อาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ได้แก่ นางนิกร แก้ววิสัย จ.อุดรธานี
6) อาชีพเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ นายเกรียงศักดิ์ เสรีรัตน์ยืนยง จ.ยะลา
7) อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ได้แก่ นายประวัติ พิริยศาสน์ จ.ปราจีนบุรี
8) อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย ได้แก่ นายอรรถพงษ์ บุญเลิศฟ้า จ.นครปฐม
9) อาชีพเพาะเลี้ยงปลาสวยงามและพรรณไม้น้ำ ได้แก่ นายวัลลภ วุ่นสุด จ.นครปฐม
10) อาชีพปลูกสวนป่า ได้แก่ นายสมพร โล่ห์จินดา จ.เชียงราย
11) สาขาบัญชีฟาร์ม ได้แก่ นายอดุลย์ วิเชียรชัย จ.ปทุมธานี
12) สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ นายบรรจง แสนยะมูล จ.มหาสารคาม
13) สาขาการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช ได้แก่ นายสานนท์ พรัดเมืองจ.สุราษฎร์ธานี
14) สาขาเกษตรอินทรีย์ ได้แก่ นางสุจารี ธนสิริธนากร จ.กาฬสินธุ์
15) ที่ปรึกษายุวชนเกษตรกร ได้แก่ นางสาวประทุมรัตน์ จงคูณกลาง จ.นครราชสีมา
16) สมาชิกกลุ่มยุวชนเกษตรกร ได้แก่ นางสาวศิริมน พันธุ์พิริยะ จ.ตราด
สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2565 จำนวน 11 กลุ่ม ได้แก่
1) กลุ่มเกษตรกรทำสวน ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำสวนยางค้อม จ.นครศรีธรรมราช
2) กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงแพะแกะ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์
3) กลุ่มเกษตรกรทำประมง หรือกลุ่มเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำประมงพัฒนาเกษตรพอเพียง 49 จ.สมุทรสาคร
4) กลุ่มเกษตรกรแปรรูปสัตว์น้ำ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนปลาส้มบ้านคำกลาง จ.อุบลราชธานี
5) กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านทุ่งโฮ้งหมู่ 5 จ.แพร่
6) กลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านบุเขว้า จ.นครราชสีมา
7) กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวตะเคียนงาม จ.กำแพงเพชร
8) สถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน ได้แก่ กลุ่มบริหารการใช้น้ำระบบท่อส่งน้ำบ้านชำตาเรือง
จ.จันทบุรี
9) ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภท ข้าวหอมมะลิ ได้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชน ตำบลบัวงาม 
จ.อุบลราชธานี
 10) ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภท ข้าวอื่น ๆ ได้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชนองค์กรเกษตรอินทรีย์
สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
11) วิสาหกิจชุมชน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผักสมุนไพรและผลไม้ จ.ลำพูน  
สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2565 จำนวน 4 สหกรณ์ ได้แก่
1) สหกรณ์การเกษตร ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรกุดข้าวปุ้น จำกัด จ.อุบลราชธานี
2) สหกรณ์โคนม ได้แก่ สหกรณ์โคนมลำพูน จำกัด จ.ลำพูน
3) สหกรณ์ออมทรัพย์ ได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลชัยภูมิ จำกัด จ.ชัยภูมิ
4) สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ได้แก่ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด จ.สกลนคร
ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี พ.ศ. 2565 จำนวน 3 สาขา ได้แก่
1) สาขาปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย ได้แก่ 
    นายเอนก สีเขียวสด จ.อ่างทอง
2) สาขาปราชญ์เศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ นายสงวน มงคลศรีพันเลิศ จ.กระบี่
3) สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น ได้แก่ นายสุพจน์ สิงห์โตศรี จ.ราชบุรี

‘เวิร์คพอยท์’สั่งพักงานนักข่าวสาว 7 วัน สอบจริยธรรมปมทำข่าว’หลวงปู่แสง’ไม่เหมาะสม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653211

‘เวิร์คพอยท์’สั่งพักงานนักข่าวสาว 7 วัน สอบจริยธรรมปมทำข่าว'หลวงปู่แสง'ไม่เหมาะสม

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 08.25 น.

วันที่ 13 พฤษภาคม 2565 จากกรณีที่ นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา พาทีมสื่อมวลชนบุกไปที่สำนักสงฆ์ดงสว่างธรรม อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร หลังปรากฎคลิปกล่าวหาว่า หลวงปู่แสง ญาณวโร คุกคามทางเพศผู้หญิง กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก หนึ่งในนั้นมีประเด็นที่นักข่าวหญิงรายหนึ่ง สังกัดสถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์ทีวี แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อหน้าหลวงปู่แสง จนกลายเป็นที่วิจารณ์ในโซเชียลนั้น

ล่าสุด กองบรรณาธิการข่าวเวิร์คพอยท์ ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวว่า จากกรณีนำเสนอข่าว หลวงปู่แสง ญาณวโร พระเกจิชื่อดัง เมื่อวันที่ 11-12 พ.ค. 65 ซึ่งมีภาพของผู้สื่อข่าวที่ลงพื้นที่ทำข่าวปรากฏออกมาสู่สาธารณะอย่างไม่เหมาะสม จนส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนผู้ที่ได้ติดตามข่าวเป็นอย่างมาก

ทางกองบรรณาธิการข่าวเวิร์คพอยท์ ได้ตระหนักถึงข้อผิดพลาดดังกล่าว และต้องขออภัยเป็นอย่างสูงต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ทุกท่าน รวมถึงผู้ที่ได้ติดตามข่าว มา ณ ที่นี้ โดยทางกองบรรณาธิการข่าวได้มีการดำเนินการตักเตือน และพิจารณาสั่งพักงานผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวเป็นเวลา 7 วัน พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรมทันที โดยจะมีการกำหนดบทลงโทษเพิ่มเติมต่อไป

กองบรรณาธิการข่าวเวิร์คพอยท์ขอน้อมรับผิดต่อความผิดพลาด จะใช้ความระมัดระวังและจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อมวลชนในการทำข่าวและนำเสนอข่าวให้มากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาดเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

ด้วยความเคารพอย่างสูง

กองบรรณาธิการข่าวเวิร์คพอยท์

อ่านรายละเอียด : หลานสายตรง’หลวงปู่แสง’งัดใบแพทย์ยันอาพาธสมองฝ่อจากอัลไซเมอร์