กมธ.ศาสนาฯ เตรียมเชิญเจ้าคณะจ.นครศรีธรรมราช ถกปม’อดีตพระกาโตะ’พรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652311

กมธ.ศาสนาฯ เตรียมเชิญเจ้าคณะจ.นครศรีธรรมราช ถกปม'อดีตพระกาโตะ'พรุ่งนี้

วันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.56 น.

วันที่ 9 พฤษภาคม 2565 นายสุชาติ อุสาหะ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ว่าการประชุมของคณะกรรมาธิการในวันพรุ่งนี้ ( 10 พฤษภาคม ) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 303 ชั้น 3 คณะกรรมาธิการจะเชิญหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านพุทธศาสนา ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าชี้แจงและให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการในกรณีอดีตพระกาโตะ เพื่อให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ และ หน่วยงานกำกับดูแลด้านพระพุทธศาสนา และหน่วยงานด้านกฎหมายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเริ่มจากเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ,เจ้าคณะอำเภอ ,ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ,และ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) 

นายสุชาติ กล่าวว่า ทั้งนี้ในการเชิญทั้ง 4 ในงานดังกล่าวเข้าชี้แจงร่วมกับคณะกรรมาธิการเพื่อร่วมกันพิจารณาว่ากฎหมายที่มีอยู่สามารถบังคับใช้ในแต่ละกรณีได้เพียงใด เผลอจำเป็นที่จะต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่เพื่อให้ประชาชนมีความรู้สึกว่าภาครัฐดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยไม่ปล่อยให้ภาคชนหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดำเนินการนอกเหนือจากที่กฎหมายรองรับ

อย่างไรก็ตามคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ จะไม่เชิญอดีตพระกาโตะ และคู่กรณีเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเนื่องจากไม่ต้องการสร้างกระแสให้เกิดเป็นวงกว้างไปกว่านี้และเพื่อไม่ให้เป็นการส่งเสริมต่อตัวบุคคลด้วย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตั้ง’สมเด็จพุฒาจารย์ วัดไตรมิตร’ นั่งปธ.ฝ่ายปกครอง มส. กำหนดโทษ’พระ-เจ้าคณะปกครอง’

ตั้ง’สมเด็จพุฒาจารย์ วัดไตรมิตร’ นั่งปธ.ฝ่ายปกครอง มส. กำหนดโทษ’พระ-เจ้าคณะปกครอง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652303

ตั้ง'สมเด็จพุฒาจารย์ วัดไตรมิตร' นั่งปธ.ฝ่ายปกครอง มส. กำหนดโทษ'พระ-เจ้าคณะปกครอง'

วันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.38 น.

‘อนุชา’ ตั้ง ‘สมเด็จพุฒาจารย์ วัดไตรมิตร’ นั่งปธ.ฝ่ายปกครอง มส. กำหนดโทษ ‘พระ-เจ้าคณะปกครอง ‘ ละเลยประพฤติไม่เหมาะสม ด้าน ‘ผอ.สำนักพุทธฯ’ ชี้ ‘กาโตะ’ ปาราชิกตั้งแต่บนสันเขื่อนแล้ว บวชอีกไม่ได้ 

วันที่ 9 พฤษภาคม 2565 เวลา 13.20 น. วันที่ 9 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พร้อมด้วยนายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ร่วมกันแถลงข่าวถึงประเด็นพระสงฆ์ในปัจจุบันว่า ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เกิดกรณีความเสื่อมเสียของพระสงฆ์ที่ไม่เอื้อต่อธรรมวินัย ทางมหาเถรสมาคม (มส.) และพศ. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมของมส. ซึ่งปัจจุบันได้มีมติที่ 391/2565 เรื่อง พระภิษุกมีจริยวัตรไม่เหมาะสมประพฤติตนไม่เอื้อต่อพระธรรมวินัย ดังนี้ 1.กำชับให้พระอุปัชณาย์ปฏิบัติตามกฎมหาเถระสมาคมและต้องเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลที่จะเข้ามาบรรพชาอุปสมบทอย่างเคร่งครัด 2.กำชับให้เจ้าอาวาส ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาใกล้ชิดควบคุมพระภิกษุ สามเณรในปกครองพฤติตามพระธรรมวินัย กฎหมาย และกฎมหาเถรสมาคมอย่างเคร่งครัด และ 3.กำชับให้เจ้าคณะผู้ปกครองในแต่ละระดับตรวจตราพระภิกษุผู้อยู่ในปกครองให้เป็นให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากพบเห็นหรือทราบข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมให้ดำเนินการแก้ปัญหาให้ยุติโดยเร็วโดยไม่ต้องรอรับรองรายงานการประชุม

เมื่อถามถึงกรณีลัทธิพิลึก พศ.สามารถเข้าไปตรวจสอบได้หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ทางพศ. ไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิที่มีอยู่ หรือความเชื่อของคนที่ปฏิบัติตามความเชื่อนั้นๆ ส่วนตัวมองว่าเกี่ยวข้องกับฝ่ายปกครองที่จะตรวจสอบ โดยลัทธิสามารถตั้งเป็นมูลนิธิ หรือสมาคมเพื่อทำคุณงามความดีให้กับสังคมได้ แต่หากตั้งขึ้นมาแล้วสร้างความเดือดร้อนก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครอง ส่วนในเรื่องของศาสนาและความเชื่อ หากผู้ใดอยากจดแจ้งสามารถยื่นเรื่องไปที่กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมได้ 

หลังจากนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด จะประชุม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสอดส่องร่วมกับผู้ปกครอง เพื่อเข้มงวดกวดขัน และเป็นหูเป็นตา ทำให้การปกครองของพระภิกษุนั้นเป็นไปด้วยความราบรื่นและถูกต้อง นอกจากนี้ ในปัจจุบันเป็นโลกของการสื่อสาร โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ที่เกิดขึ้นมากมาย เราจึงต้องเข้มงวดและควบคุมในสิ่งที่ผิดมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า 

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการสืบสวนอดีตพระกาโตะ เป็นอย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า ทางมหาเถรสมาคมนั้นได้มีมติมอบหมายให้ประธานฝ่ายปกครองของมหาเถรสมาคม คือ สมเด็จพุฒาจารย์วัดไตรมิตร ได้ตั้งคณะกรรการกำหนดหลักเกณฑ์และกำหนดโทษแก่พระที่ปฏิบัติไม่เหมาะสม และเจ้าคณะผู้ปกครองที่ได้ปล่อยปละละเลยให้มีการประพฤติไม่เหมาะสมเกิดขึ้นขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาในเรื่องของบทลงโทษ แต่ในส่วนของอดีตพระกาโตะนั้น ได้ดำเนินการตรวจสอบอยู่ทั้งในส่วนของธรรมและทางโลก ยืนยันว่าตรวจสอบอย่างเข้มงวดไม่มีการช่วยเหลืออย่างแน่นอน และสอบไปจนถึงการปาราชิกก่อนที่พระกาโตะจะสึกในภายหลัง ทั้งนี้ ความเป็นสงฆ์จะขาดความเป็นพระตั้งกระทำผิดพระวินัย และไม่สามารถกลับมาบวชได้อีก

ด้าน นายสิปป์บวร กล่าวถึงอดีตพระกาโตะว่า มีการรับสารภาพว่าได้เสพเมถุน ซึ่งตามหลักศาสนา ถ้าพระเสพเมถุนเป็นหนึ่งในความผิดปาราชิกทันที และถ้าปาราชิกจะพ้นจากการเป็นพระสงฆ์โดยอัตโนมัติไม่ต้องลาสิกขา ซึ่งพ้นตั้งแต่ที่ลงมือเสพเมถุนแล้ว

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ามีผลต้ังแต่บนสันเขื่อนแล้วใช่หรือไม่ นายสิปป์บวร กล่าวว่า ใช่ และจะกลับมาบวชในพระพุทธศาสนาไม่ได้ เพราะถือเป็นบุคคลต้องห้าม 

นอกจากนี้  นายสิปป์บวร กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของแต่ละวัดมีการดำเนินการอย่างไร ว่า ในเรื่องการจัดทำบัญชีของวัด ปัจจุบันทุกวัดเป็นลักษณะบัญชีพื้นฐานรายรับรายจ่าย ส่วนวัดที่มีความพร้อมก็ได้จัดทำบัญชีเต็มรูปแบบ ซึ่งเรามีการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเจ้าคณะปกครองในการให้วัดต่างๆ ต้องรายงานสถานะการเงินของวัดมายัง พศ. อีกส่วนหนึ่งแต่ละวัดก็ต้องรายงานเจ้าคณะผู้ปกครองตามลำดับ 

‘วัดพระธรรมกาย’ร่วมจัดวิสาขาบูชานานาชาติ 3 ประเทศ ‘ชู 3 ธรรม นำสู่สันติภาพโลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652281

‘วัดพระธรรมกาย’ร่วมจัดวิสาขาบูชานานาชาติ 3 ประเทศ ‘ชู 3 ธรรม นำสู่สันติภาพโลก’

วันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 13.55 น.

‘วัดพระธรรมกาย’ร่วมจัดวิสาขาบูชานานาชาติ 3 ประเทศ ‘ชู 3 ธรรม นำสู่สันติภาพโลก’

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เปิดเผยว่า  เนื่องในสัปดาห์วันวิสาขบูชา วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และองค์การสหประชาชาติ ( UN ) ได้รับรองให้เป็นวันสำคัญสากล ตั่งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2542 มีความสำคัญคือ เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายในโลก จะเห็นได้จากการยกเลิกแบ่งชนชั้นวรรณะ ซึ่งเท่ากับเป็นการเลิกทาสโดยไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ นอกจากนี้พระองค์ยังทรงสอนให้รักสรรพสัตว์ทั้งหลาย กล่าวคือ ทรงสอนให้ไม่ฆ่าสัตว์ ให้รู้จักช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เหตุผลสำคัญ อีกประการหนึ่งคือ พระองค์ทรงเปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนาเพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคนให้ปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นจากความทุกข์ และไปสู่ความสุขอันเป็นนิรันดร์ คือ นิพพาน

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ กล่าวว่า “ เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่าน และชาวโลกทุกคน ร่วมกันทำทาน รักษาศีล และเจริญสมาธิภาวนา เพื่อเป็นพุทธบูชาในวันสำคัญดังกล่าว วัดพระธรรมกาย วัด – องค์กรพุทธนานาชาติ จึงร่วมกันงานวิสาบูชานานาชาติใน 3 ประเทศ ชู 3 ธรรม นำสู่สันติภาพโลก จัดขึ้นณ ประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย”

ในประเทศไทย จัดสัปดาห์วิสาขบูชา ระหว่างวันที่ 9-21 พ.ค.  โดย 7 วันก่อนงานมีพระอาจารย์มาเทศน์สอนเรื่องความสำคัญของวันวิสาขบูชา ช่วง เวลา 18.00 น. ผ่านลิงก์ zoom072.com และตั้งแต่ 15-21 พ.ค. เวลา 19.00 น. อาราธนาคณะสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ นั่งสมาธิ อธิษฐานจิต แผ่เมตตา ให้ทุกคนบนโลกพ้นโควิด และเกิดสันติภาพ  สำหรับกิจกรรมไฮไลท์ในวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ค. 2565 ภาคสายเป็นการปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ ภาคบ่าย พิธีอุปสมบทอุทิศชีวิตของสามเณรเปรียญธรรม จำนวน 17 รูป ณ อุโบสถพระไตรปิฎก ภาคค่ำ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ นั่งสมาธิ อธิษฐานจิต แผ่เมตตาให้ทุกคนทั่วโลกสงบสุขร่มเย็น รอดพ้นภัยจากโรคโควิด-19 และพิธีจุดวิสาขประทีป จำนวน 200,000 กว่าดวง แปรเป็นภาพ ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  คณะสงฆ์ประกอบพิธีเวียนประทักษิณ รอบพระมหาธรรมกายเจดีย์ ช่วงสุดท้ายพิธีฉลองชัย สวดธรรมจักร 4,363,000,000 จบ

ที่ประเทศเวียดนาม จัดขึ้น ณ วัดบาหว่าง ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ค. 1. พิธีตักบาตรพระสงฆ์นานาชาติ 500 รูป (ทางวัดได้อาราธนาคณะสงฆ์ เถรวาทในประเทศกว่า 350 รูป และจากประเทศไทย ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ บังกลาเทศ และศรีลังกา กว่า 150 รูป) 2. พิธีจุดโคมประทีปถวายเป็นพุทธบูชา 50,000 โคม 3. พิธีแห่พระประธานใจกลางเมืองกว๋างนิญ

ด้านประเทศอินโดนีเซีย จัด WAISAK NASIONAL LIGHT OF PEACE พิธีจุดโคมประทีป วันวิสาขบูชา ณ มหาเจดีย์บุโรบุโด ในวันจันทร์ 16 พ.ค. 2565 เวลา 7.00-20.00น.  โดยมีกิจกรรม ขบวนรถบุปผชาติ พิธีเจริญมนต์ นำนั่งสมาธิ  ลั่นฆ้องวิสาขบูชา พรมน้ำพุทธมนต์, พิธี Dharma santi, พิธีลอยโคมถวายพุทธบูชา” พระครูสมุห์สนิทวงศ์กล่าว

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ กล่าวเพิ่ม “สำหรับความร่วมมือขององค์กรพุทธนานาชาติครั้งนี้ เพื่อเชิญชวนให้ชาวโลกมี “3 ธรรม นำสู่สันติภาพโลก” นั่นคือ 1. “สามัคคีธรรม” ให้ทุกคนมีความรักความสามัคคี ร่วมมือกันทำการงานที่เป็นประโยชน์ไม่เป็นโทษ 2.“เมตตาธรรม” มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รัก ปรารถนาดีซึ่งกันและกัน และ 3. “กัลยาณธรรม” มีหัวใจแห่งมิตรแท้ รักตัวเองเป็น และทำดีต่อผู้อื่นได้ ชวนผู้อื่นทำดีตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ เพื่อเป็นการสร้างประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา จึงขอเชิญชวนร่วมกันส่งภาพการนั่งสมาธิของท่าน เพื่อรวบรวมเป็นสถิติ “ภาพคนนั่งสมาธิมากที่สุดในโลก 1 ล้านภาพ” บันทึกสถิติ Guinness world records โดยให้ถ่ายภาพนั่งสมาธิ แบบเต็มตัว ด้วยชุดสุภาพ ไม่ต้องระบุชื่อ-นามสกุล เริ่มส่งภาพได้แล้วตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันสมาธิโลก 6 สิงหาคม พ.ศ. 2565 ที่ http://meditationphoto.com หรือที่ Line Open Chat : https://bit.ly/1milliongwr”

-005

‘วิษณุ’ลั่นลักธิเพี้ยนกินฉี่แก้โรคจัดการได้ แม้เป็นความเชื่อแต่ให้เกิดอันตราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652228

'วิษณุ'ลั่นลักธิเพี้ยนกินฉี่แก้โรคจัดการได้ แม้เป็นความเชื่อแต่ให้เกิดอันตราย

วันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.43 น.

วันที่ 9 พฤษภาคม 2565 เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเกิดลัทธิพิลึก ให้กินอึฉี่แก้โรค ที่จังหวัดชัยภูมิ ตรงนี้ ภาครัฐสามารถเข้าดำเนินการอย่างไรได้บ้าง ว่า  ดำเนินการได้ เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องของความเชื่อแต่ก่อให้เกิดอันตราย เรื่องนี้จัดการได้  อย่างไรก็ตามตนจะรีบไปสอบถามรายละเอียด

วันมหัศจรรย์ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย ปีที่11 ‘บรรดาเรา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652224

วันมหัศจรรย์  สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย ปีที่11 ‘บรรดาเรา’

วันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 09.47 น.

“วันมหัศจรรย์ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย” ปีที่ 11 ย้อนเวลา 50 ปี สู่แดนสวนฯ “พล.ต.ท.ณัฐพงษ์ วัฒนสุคนธ์”ร่วมแต่งชุดนักเรียนเป็นประธานเปิดงาน

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2565 ที่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เชิงสะพานพุทธฯ  เขตพระนคร กทม. บรรดาเหล่านักเรียนศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 95 osk 95(91) ที่เข้าเรียนระหว่างปี พ.ศ.2515-2519 จำนวน 110 คน เดินทางมาร่วมกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ นักเรียนศิษย์ปัจจุบัน รุ่น sk146 ที่เข้าเรียน ม.1 ปีการศึกษา 2565

ย้อนความหลังสมัยที่เพิ่งเข้ามาสู่แดนสวนฯ สถาบันการศึกษาแห่งนี้ครบ 50 ปี  ภายใต้ชื่อกิจกรรมว่า ”วันมหัศจรรย์ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย” ริเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกโดยศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยรุ่น 81 พล.ต.ท.ณัฐพงษ์ วัฒนสุคนธ์ ประธานรุ่น osk81 เมื่อปี พ.ศ.2555 ส่งต่อรุ่นต่อรุ่น จัดต่อเนื่องกันมาปีนี้เป็นปีที่ 11

กิจกรรมในวันนี้กำหนดให้ศิษย์เก่าosk95(91)ทุกคนที่มาร่วมงานแต่งเครื่องแบบชุดนักเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

ร่วมกันเข้าแถวเคารพธงชาติและสวดมนต์ และเพลงโรงเรียน ในตอนเช้าพร้อมกับนักเรียนสวนกุหลาบฯ ศิษย์ปัจจุบัน บริเวณสนามหญ้าหน้าเสาธงและตึกยาวของโรงเรียน เพื่อเป็นการย้อนอดีตรำลึกถึงวันแรกที่ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้

พร้อมกับให้น้องศิษย์ปัจจุบันได้มองเห็นพี่ ๆ ศิษย์เก่าฯ ที่แต่ละท่านประสบความสำเร็จในอาชีพหน้าที่การงาน สร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง ครอบครัว สถาบัน และประเทศชาติ เป็นตัวอย่างให้น้องๆ ได้ภาคภูมิใจในการได้เข้ามาเป็นนักเรียนสวนกุหลาบฯ สถาบันที่ผลิตบุคลากรที่ดีให้กับประเทศชาติมาเป็นเวลายาวนาน ดั่งคำกล่าวว่า

“ความเป็นสวนกุหลาบนั้นเป็นตลอดชีวิต”

นายจิณณภัทร พิบูลวิทิตธำรง ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กล่าวว่า กิจกรรมรับน้องของ รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย จัดต่อเนื่องมากว่าสิบปีแล้ว แต่ละปีก็จะมีรุ่นพี่ที่รุ่นห่างกับน้อง ๆ 50 ปี สลับกันมาเยี่ยม รร. และร่วมต้อนรับพบปะน้อง ๆ ในวันเปิดเทอมวันแรกของปีการศึกษา โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนเห็นความสำเร็จของพี่เป็นแรงบันดาลใจ และได้แสดงออกถึงความกตัญญู เคารพรักครู การที่ทุกคนแต่งชุดนักเรียนมา ก็เพื่อให้ทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำในหมู่เพื่อน ด้วยแต่ละคนเมื่อจบออกไปแล้ว ต่างก็ไปประกอบสัมมาชีพ มีความเจริญก้าวหน้า ทั้งภาคราชการ เอกชน มีความแตกต่างของสถานะในสังคม

น้องพู่กัน ด.ช.กฤษ เกตุแก้ว อายุ 12 ปี นร.มัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้อง 110 กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ วันนี้เปิดเทอมวันแรก มีกิจกรรมรับน้องโดยรุ่นพี่ที่ทราบว่าจบไปแล้วถึง 50 ปี รู้สึกประทับใจและอบอุ่นมากที่พี่ๆ ให้เกียรติมารับน้องถึงที่โรงเรียนในวันนี้

พี่หมี พล.อ.บัณดิต สุวัฑฒน ประธาน osk 95(91) กล่าวว่า ในอดีตเมื่อ 17 พ.ค.2515  พี่ๆ สวนกุหลาบฯ ที่ยืนอยู่ตรงนี้วันนี้ได้กลับมาเข้าแถวเคารพธงชาติ รับฟังโอวาทจากท่าน ผอ.สุวรรณ จันทร์สม ผอ.โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยในขณะนั้น วันนี้พี่ๆ สวนฯ ได้กลับมายืนตรงนี้อีกครั้งหลังผ่านไป 50 ปีเพื่อพบกับน้องๆ นักเรียนปัจจุบัน ภาพความหลัง ณ วันนั้นย้อนกลับมาอีกครั้ง พี่ๆ ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ นักเรียนในปัจจุบัน โดยเฉพาะรุ่น 146 ที่ได้เข้ามาเรียนในสถาบันแห่งนี้

พล.ต.ท.ณัฐพงษ์ ผู้ริเริ่มจัดกิจกรรม ”วันมหัศจรรย์ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย” ที่มาร่วมกิจกรรมวันนี้ด้วย กล่าวว่า บรรยากาศอบอุ่นมาก ดีใจที่มีการสานต่อกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 11 แล้ว ขอฝากให้น้องๆ สานต่อประเพณีนี้สืบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กิจกรรมดังกล่าวที่จัดต่อเนื่องมา 11 ปี บางปีเลื่อนจากวันแรกเปิดเทอมแรก เป็นเทอมสองแทนเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 บางปีต้องย้ายเข้าไปจัดกิจกรรมในห้องประชุมแทนสนามหญ้าหน้าอาคารตึกยาวเพราะฝนตก บางปีโดนรายการทีวีที่มีความเห็นแตกต่างในช่วงสังคมแตกแยกทางความคิดหยิบเอาไปวิพากษ์วิจารณ์โดยขาดองค์ความรู้  หลายฯ ครั้งที่สื่อมวลชนมารายงานข่าวนำเสนออย่างเข้าใจวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมนี้ดั่งเนื้อเพลง

“สู่แดนสวนฯ”


สู่แดนสวนฯ มวลมิตรชิดชมหนักหนา…พวกเรามา เริงร้องพร้องทำนองต้องใจ…สุขอื่นใดไม่แม้นเหมือนแดนเกียรติไกร…อบอุ่นไปในสวนกุหลาบเปรมปรีดิ์…สู่แดนเรา ร่วมรักเหมือนเราน้องพี่…สร้างความดี แหล่งนี้ล้วนน่าชื่นชม…งามสวยสมสำรวยด้วยใจรักสามัคคีเกลียวกลม…ชมชื่นชมเพื่อสวนกุหลาบสมนามฟ้าชมพูเอย

‘ความหลากหลายทางเพศ-ยุติการตั้งครรภ์’ ภาควิชาการ-ประชาสังคมฝากถึงว่าที่ผู้ว่าฯกทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652124

‘ความหลากหลายทางเพศ-ยุติการตั้งครรภ์’ ภาควิชาการ-ประชาสังคมฝากถึงว่าที่ผู้ว่าฯกทม.

วันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ เครือข่ายภาควิชาการและภาคประชาสังคม ซึ่งประกอบด้วยองค์กรและบุคคลที่ดำเนินงานด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ 26 องค์กร เผยแพร่ 6 ข้อเสนอประเด็นความหลากหลายทางเพศต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2565 “Vote For Sexual Diversity-โหวตเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ” เนื่องในโอกาสที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในวันที่ 22 พ.ค. 2565 โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

1.ประกาศให้กรุงเทพฯเป็นเมืองที่เป็นมิตรต่อประชาชนหลากหลายทางเพศ ในฐานะที่กรุงเทพมหานครถูกยกย่องให้เป็นเมืองสวรรค์ของประชาชนหลากหลายทางเพศ และ ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) มีแคมเปญส่งเสริมนักท่องเที่ยวหลากหลายทางเพศให้มาท่องเที่ยวในประเทศไทย บุคลากรของสำนักงานเขตทุกพื้นที่จึงต้องให้บริการประชาชนในทุกๆ มิติของชีวิต

โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิความหลากหลายทางเพศโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงบริการสาธารณะ บริการด้านสุขภาพอนามัย เป็นต้น 2.จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เป็นศูนย์กลางความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มเยาวชน ครอบครัว ผู้ปกครอง บุคลากรทางการศึกษา เปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคม มีส่วนร่วมพัฒนาองค์ความรู้ด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศร่วมกับบุคลากรของกรุงเทพมหานคร

3.บริหารจัดการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่คำนึงถึงประชาชนหลากหลายทางเพศ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชนหลากหลายทางเพศ และพนักงานบริการ เช่น พื้นที่สาธารณะ สถานที่ทำงาน สถานบันเทิง รวมทั้งในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ภัยพิบัติ การแพร่ระบาคไวรัสโควิค-19 ต้องมีการกำหนดมาตรฐานในการให้ความช่วยเหลือและดูแลประชาชนทุกกลุ่มโดยไม่เลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งเพศ

และส่งเสริมให้ประชาชนหลากหลายทางเพศมีส่วนร่วมในการคิดตัดสินใจร่วมดำเนินงานและประเมินผลในคณะกรรมการชุดต่างๆ ของกรุงเทพมหานครเช่น สภาเยาวชนกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมกรุงเทพมหานคร เป็นต้น 4.จัดตั้งบริการสายด่วนให้คำปรึกษาและส่งต่อเฉพาะประชาชนหลากหลายทางเพศ เพื่อให้ความช่วยเหลือในกรณีเกิดฉุกเฉินถูกกระทำความรุนแรง ถูกเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งเพศ

5.กำหนดมาตรการทางกฎหมายกฎระเบียบ ในสถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร ให้ประชาชนหลากหลายทางเพศมีโอกาสในการเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม เช่น การรับสมัครนักเรียน การรับสมัครงาน โดยไม่ขึ้นอยู่กับเพศสภาพ และปราศจากการเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งเพศ และ 6.แสดงวิสัยทัศน์ต่อประเด็น “สมรสเท่าเทียม” เพื่อช่วยให้เกิดความรู้ความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวกับสาธารณะมากขึ้น

โดยทั้ง 6 ข้อข้างต้น เสนอโดยองค์กรและบุคคลที่ดำเนินงานด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ ตามรายชื่อดังต่อไปนี้ 1.มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ 2.มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษชยน 3.มูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ 4.มูลนิธิเอ็มพลัส 5.มูลนิธิธีรนาถ กาญจนอักษร 6.สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย 7.ศูนย์ความเป็นเลิศการวิจัยด้านเพศภาวะ เพศวิถีและสุขภาพมหาวิทยาลัยมหิดล 8.โครงการส่งเสริมสุขภาวะและลดช่องว่างในการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนข้ามเพศประเทศไทย

9.คลินิกแทนเจอรีน สถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี 10.ผศ.ดร.กนกวรรณ ธราวรรณ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 11.องค์กรพิ้งค์มังกี้ เพื่อความหลากหลายทางเพศ จังหวัดลพบุรี 12.สำนักพิมพ์สะพาน 13.โรงน้ำชา 14.กลุ่มพยูนศรีตรัง จังหวัดตรัง 15.กลุ่มทำทาง 16.กลุ่มคนตาบอดผู้มีความหลากหลายทางเพศ 17.Trans for career Thailand 18.Non-Binary Thailand

19.SAGA Thailand 20.Intersex Thailand 21.AroAce-clusionist : Aromantic&Asexual Exist 22.GIRLxGIRL 23.ชวินโรจน์ พัชรพร นักวิชาการอิสระด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ 24.ศรัทธารา หัตถีรัตน์ นักกิจกรรมอิสระด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ 25.พริษฐ์ ชมชื่น นักกิจกรรมอิสระด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ และ 26.มูลนิธิซิสเตอร์

อีกด้านหนึ่ง กลุ่มทำทาง ได้เปิดหัวข้อรณรงค์ “ผู้ว่าฯ กทม. ต้องมีนโยบายจัดบริการทำแท้งปลอดภัย ฟรี ถูกกฎหมายโดยรัฐ อย่างน้อย 1 แห่งใน กทม.”บนเว็บไซต์ Change.org ระบุว่า กรุงเทพฯ เป็นจังหวัดที่มีผู้ที่ต้องการรับบริการยุติการตั้งครรภ์มากที่สุด ปัจจุบัน กฎหมายทำแท้งก็เปลี่ยนแล้ว ในอายุครรภ์ต่ำกว่า 12 สัปดาห์ ไม่มีความผิดทั้งผู้ให้และผู้รับบริการ มากกว่า 12 สัปดาห์ กฎหมายก็กำหนดให้ทำได้ ตามเงื่อนไขกว้าง เช่น ความผิดปกติด้านกาย จิต, ตัวอ่อนพิการ, ถูกข่มขืน (ไม่ต้องแจ้งความ), อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ ยังเข้าปรึกษาทางเลือกแล้วเข้ารับบริการได้

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือบัตรทอง ยังสนับสนุน 3,000 บาท ให้โรงพยาบาลรัฐสามารถเบิกจ่ายในการให้บริการทำแท้ง (ต่อราย) อีกด้วย ทำให้ รพ.รัฐ ที่ให้บริการ หลายๆ แห่งสามารถให้บริการฟรี แต่ในกรุงเทพฯ จะไปรับบริการ ต้องจ่าย 5,000 บาทเป็นอย่างต่ำ ไม่มี รพ.รัฐ ที่ให้บริการฟรี เหตุใดในกรุงเทพฯ มีแต่โรงพยาบาลและคลินิกเอกชน (ทั้งหมด 6 แห่ง) ส่วน รพ.รัฐ ถ้าจะเข้า ต้องมีเงื่อนไข ข่มขืน ตัวอ่อนพิการ ตั้งครรภ์แล้วเป็นอันตราย เป็นต้น

มีคำถามว่าเหตุใด รพ.รัฐไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ที่ต่ำกว่า 12 สัปดาห์ ทำแท้งได้แล้ว รพ. เบิกอุดหนุนจาก สปสช. 3,000 บาทต่อคน เท่านี้ คนก็ได้รับบริการฟรีแล้ว รพ.ที่ทำแบบนี้ปัจจุบันไม่ใช่ว่าไม่มี โดยอยู่ในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี จึงเรียกร้องไปยังผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หากได้รับการเลือกตั้ง ขอให้จัดให้มีสถานบริการทำแท้ง อายุครรภ์ต่ำกว่า 12 สัปดาห์ ฟรี (เบิก สปสช.) ให้คนกรุงเทพฯ

หมายเหตุ : กฎหมายการทำแท้งซึ่งถูกแก้ไขหลักเกณฑ์อายุครรภ์ตามที่อ้างถึงข้างต้น คือประมวลกฎหมายอาญา หมวด 3 ความผิดฐานทำให้แท้งลูก โดยมีการแก้ไขมาตรา 301 และมาตรา 305 เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2564 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนที่ 10 ก ลงวันที่ 6 ก.พ. 2564 เรื่อง พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564

‘เอนก’เปิดศูนย์’จันทน์กะพ้อ’มรภ.ยะลา ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 3 จังหวัดชายแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652156

'เอนก'เปิดศูนย์'จันทน์กะพ้อ'มรภ.ยะลา ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 3 จังหวัดชายแดนใต้

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 22.05 น.

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2565 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หรือ ผู้มีภาวะพึ่งพิง “จันทน์กะพ้อ” มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (มรภ.ยะลา) โดยมี ดร.พัชรินรุจา จันทโรนานนท์ ที่ปรึกษา รมว.อว. , ศ.ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัด อว.เข้าร่วม พร้อมด้วย ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ อธิการบดี มรภ.ยะลา คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ที่อาคาร Day Care มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า ศูนย์ฯ จันทน์กะพ้อนับเป็นต้นแบบของมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งในการเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษาและผู้ที่สนใจ รวมถึงยังเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าในอนาคตจำนวนผู้สูงอายุจะมีมากขึ้น และเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งไม่ควรมองเป็นปัญหาหรือภาระ แต่ให้มองเป็นโอกาส ที่จะสร้างธุรกิจหรือสร้างงานที่รองรับสังคมผู้สูงอายุได้ สำหรับศูนย์ฯ จันทน์กะพ้อที่ตนอยากให้เพิ่มเติม คือ การเร่งผลิตนักบริบาลผู้สูงอายุให้มีจำนวนมากขึ้น โดยใช้หลักการ “มาก​ เร็ว​ ดี​ ประหยัด” ตั้งเป้าภายใน 1 – 2 ปี​ ให้มีที่รองรับผู้สูงอายุใน 3 จังหวัดชายแดนอย่างเพียงพอ และทำให้คนในพื้นที่โดยเฉพาะ จ.ยะลา มีงานทำ ในขณะที่ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับมหาวิทยาลัยได้อีกด้วย ที่สำคัญ ยังแสดงให้เห็นว่า มรภ.เป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งพัฒนาพื้นที่และรับรู้ทุกข์สุขของคนในชุมชน

ด้าน ผศ.ดร.สุนีย์ เครานวล อาจารย์รับผิดชอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงจันทน์กะพ้อ กล่าวว่า ศูนย์ฯ จันทน์กะพ้อได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้บริการด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีการดำเนินงานใน 2 ลักษณะ คือ เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักศึกษาและผู้ที่สนใจ รวมถึงให้บริการผู้สูงอายุแบบไปกลับ โดยจะเปิดให้บริการเดือนมิถุนายน 2565 ตลอดจนอบรมหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ 420 ชั่วโมง ที่ผู้เรียนหรือผู้ที่สนใจใช้เวลาเรียนในระยะเวลาสั้น แต่สามารถประกอบอาชีพในสถานบริบาลผู้สูงอายุได้ ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อและมีใจรักด้านการดูแล ถือเป็นการส่งเสริมการมีงานทำ และมีรายได้ โดย มรภ.ยะลา จะรับเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยในการดูแลผู้สูงอายุ จัดระบบการให้บริการส่งไปดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ซึ่งมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้ติดตามให้คำแนะนำในด้านมาตรฐานการดูแลผู้สูงอายุที่ส่งไปดูแลที่บ้าน รวมทั้งพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลอย่างต่อเนื่อง และทำความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยได้ทำบันทึกความร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

ผศ.ดร.สุนีย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ มรภ.ยะลา ยังมีการศึกษาและมีแนวคิดที่จะขยายผลจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในระดับตำบล โดยบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน ตามภารกิจของ มรภ.เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นโอกาสและความท้าทายอย่างยิ่งของบทบาทมหาวิทยาลัยในพื้นที่

– 006

นายกฯห่วงเสียงวิพากษ์พระสงฆ์พฤติกรรมไม่เหมาะสม สั่ง‘พศ.’เข้มวินัยสงฆ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652073

นายกฯห่วงเสียงวิพากษ์พระสงฆ์พฤติกรรมไม่เหมาะสม สั่ง‘พศ.’เข้มวินัยสงฆ์

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 09.10 น.

นายกฯห่วงเสียงวิพากษ์พระสงฆ์พฤติกรรมไม่เหมาะสม สั่ง‘พศ.’เข้มวินัยสงฆ์

8 พฤษภาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความเป็นห่วงต่อกระแสข่าวที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ส่งผลต่อความศรัทธาของพี่น้องประชาชน สั่งการสำนักพระพุทธศาสนา (พศ.) กำชับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) เข้มงวดพระสงฆ์ให้ปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หน้าที่หลักของพระสงฆ์คือ การธำรงรักษา และเผยแผ่พระธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาให้ยั่งยืนสืบไป ด้วยสังฆคุณอันยิ่งใหญ่นี้ พุทธศาสนิกชนจึงควรรู้จักการปฏิบัติตนต่อพระภิกษุสงฆ์ที่เหมาะสม หน้าที่หลักของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ได้แก่ การศึกษาหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา แล้วปฏิบัติตาม พร้อมทั้งนำหลักคำสอนมาเผยแผ่แก่ประชาชน การจะปฏิบัติกิจใด ๆ ก็ตามต้องไม่ละเลยการประพฤติในส่วนที่เรียกว่า “พรหมจรรย์” ซึ่งเป็นความประพฤติเพื่อความประเสริฐ เพื่อบรรลุถึงความสิ้นกิเลส โดยประพฤติให้เป็นไปตามพุทธบัญญัติและต้องเอื้อเฟื้อ ไม่ละเมิดพุทธอาณัติอันเป็นข้อห้ามมิให้ประพฤติ หรือเรียกว่าประพฤติให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย

“นายกรัฐมนตรี ขอให้ พศจ. เร่งประสานงานกับเจ้าคณะปกครองสงฆ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาแนวทางร่วมกันในการทำความเข้าใจต่อสังคมให้ถูกต้อง รวมถึงสอดส่องดูแล ให้พระภิกษุสงฆ์ปฏิบัติตามคำสั่งมหาเถรสมาคม เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน สร้างศรัทธา  สร้างความเหลื่อมใส ร่วมกันทำนุบำรุงศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าต่อไป” นายธนกร กล่าว

จิตแพทย์ เผยสถิติยุคโควิดคนป่วยจากสารเสพติดสวนทางโรคอื่น ชี้ ทำเด็กฆ่าตัวตายสูง 3-4 เท่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652003

จิตแพทย์ เผยสถิติยุคโควิดคนป่วยจากสารเสพติดสวนทางโรคอื่น ชี้ ทำเด็กฆ่าตัวตายสูง 3-4 เท่า

วันเสาร์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.03 น.

จิตแพทย์ เผยข้อมูลยุคโควิดคนป่วยจากสารเสพติดตบเท้าเข้ารพ.พุ่ง สวนทางโรคอื่นๆ พบทำเด็กฆ่าตัวตายสูง 3-4 เท่า ความรุนแรงในครอบครัว การละเมิดทางเพศสูงตาม ด้าน อาจารย์นิติศาสตร์ มธ. ชี้ ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับ ภท.เอื้อนายทุน ขาดการคุ้มครองสุขภาพ “อัยการ” แนะเพิ่มบทลงโทษกรณีไร้ใบอนุญาต-ถือครองฉบับหมดอายุ จี้ เพิ่มหมวดจัดตั้งกองทุนเยียวยาผลกระทบจากกัญชา กัญชง 

ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) ร่วมกับสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย จัดเสวนาวิชาการและการประชุมวิชาการศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด โดยมี รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) นพ.สุจิระ  ปรีชาวิทย์ โรงพยาบาลจิตเวชสระแก้วราชนครินทร์  ศ.นพ.ชวนันท์ ชาญศิลป์ นายกสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ดร.ภูวิชชชญา เหลืองธีรกุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 10 ร่วมเสวนาผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

รศ.พญ.รัศมน กล่าวว่า วันนี้สังคมเห็นด้วยในการนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ และลุ้นการพิจารณาผ่านร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ….ในสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังมีความเป็นห่วงผลกระทบกับสุขภาพ ดังนั้นการใช้กัญชาต้องใช้อย่างถูกต้องเข้าใจผลข้างเคียง ทั้งนี้ จากการศึกษาย้อนหลัง 3 ปีต่อเนื่อง พบกลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปี มีการใช้กัญชาแบบสูบเพิ่มมากขึ้น ส่วนการกิน การดื่มพบเพิ่มทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะวัยกลางคน ดังนั้นก้าวย่างต่อไปต้องมั่นคง ปลอดภัยกับทุกฝ่าย

นพ.สุจิระ กล่าวว่า สาร THC ส่งผลต่อสมองทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทำให้การถอดรหัสพันธุกรรมและการสร้างโปรตีนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การใช้กัญชาอาจทำให้เกิดอาการโรคจิตมีหูแว่วหวาดระแวง โรคซึมเศร้า ความคิดหรือความพยายามฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ยังทำให้โรคจิตเวชเดิมแย่ลง ทั้งโรคจิตเภท โรคอารมณ์สองขั้ว โรควิตกกังวล และPTSD ปัญหาสำคัญที่สุด คือ ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคจิตเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้และติดสารเสพติดชนิดอื่นด้วย

จากการศึกษาในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาที่ประกาศใช้นโยบายกัญชาทางการแพทย์ทั้งแบบจำกัดข้อบ่งชี้และแบบเปิดกว้างที่ไม่จำกัดข้อบ่งชี้ พบว่ารัฐที่ใช้นโยบายกัญชาแบบเปิดกว้างนั้นมีอุบัติการณ์ของโรคจิตเวชรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลจากประเทศที่อนุญาตให้ใช้กัญชาแบบสันทนาการได้พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยและผู้ได้รับผลกระทบจากกัญชาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับประเทศไทยมีรายงานจากฐานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ปี 63-64 ช่วงการระบาดของโควิด–19 พบว่า ผู้รับบริการแบบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในแผนกจิตเวชลดลง แต่ผู้เข้ารับการรักษาโรคจากการใช้สารเสพติดไม่รวมแอลกอฮอล์และบุหรี่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องถึง 20-40% การออกนโยบายกัญชาจึงควรสร้างสมดุลระหว่างประโยชน์และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคมโดยรวม รัฐควรทำให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้กัญชาสามารถเข้าถึงและได้รับประโยชน์สูงสุด ในขณะเดียวกันยังสามารถป้องกันบุคคลทั่วไปและเยาวชนจากความเสี่ยงของกัญชารูปแบบต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการอย่างเสรีอีกด้วย

ศ.นพ.ชวนันท์ กล่าวว่า กัญชายังถือเป็นสารเสพติด ผู้ใหญ่จะมีโอกาสเสพติดประมาณ 9% เด็ก วัยรุ่น 17% และมีผลกระทบต่อการทำงานของสมองโดยเฉพาะเด็ก วัยรุ่น ซึ่งจากการทำ MRI พบสมองเล็กลง รอยหยักเปลี่ยนไป เกี่ยวข้องกับความสามารถในการเรียนรู้และสติปัญญา ไอคิวลด มีผลต่อความจำ ความสามารถในการใช้เหตุผล สมาธิ ทักษะแก้ปัญหาชีวิต มีปัญหาความยับยั้งชั่งใจ ส่งผลต่อพฤติกรรมความรุนแรง พบความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย เกเร ทั้งนี้ พบพฤติกรรมฆ่าตัวตายในวัยรุ่นที่ใช้กัญชา สูง 3-4 เท่า ซึ่งน่ากังวลหากเปิดใช้กัญชาที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ ปัญหาการฆ่าตัวตายอาจจะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อครอบครัว เกิดความเครียดทั้งจากกัญชา และการเงิน มีข้อมูลพบการใช้ความรุนแรงทางร่างกาย ความรู้สึก การล่วงละเมิดทางเพศสูงขึ้นด้วย ดังนั้น ข้อเสนอของสมาคมจิตแพทย์ฯ คือ ร่างพ.ร.บ.ที่จะผ่านสภาฯ นั้นขอให้ตีกรอบเฉพาะการใช้ทางการแพทย์ก่อน ส่วนการใช้ที่นอกเหนือจากทางการแพทย์ ขอให้รอพัฒนาระบบการใช้กัญชาทางการแพทย์ให้เข้าที่ก่อน มีการควบคุมการผลิต ป้องกันการใช้นอกระบบ หากทำสิ่งเหล่านี้ได้ดีแล้วค่อยมาว่าเรื่องการใช้กัญชาด้านอื่น ๆ ต่อไป

นายไพศาล กล่าวถึงนโยบายกัญชาของภาครัฐกับผลกระทบของร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ….ของพรรคภูมิใจไทยต่อสังคมไทย ว่า กัญชาหรือพืชกัญชา ถือเป็นยาเสพติดตามกฎหมายยาเสพติดระหว่างประเทศคือ อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยสารเสพติด ค.ศ.1961 (Single Convention 1961) การแก้ไขประกาศ สธ. ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด จะส่งผลทำให้พืชกัญชาในส่วนที่มีสารTHC สูงซึ่งมิใช่สารสกัด ไม่เป็นยาเสพติดประเภท 5 ตามประกาศ สธ.เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 มิ.ย.2565 จึงขัดต่อกฎหมายยาเสพติดระหว่างประเทศ ไม่มีประเทศใดออกกฎหมายลักษณะนี้ จะทำให้การค้ากัญชาผิดกฎหมายกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ทำให้มีใช้เพื่อสันทนาการได้อย่างถูกต้อง ซึ่งประเทศไทยยังขาดความพร้อมในเรื่องนี้ อาจส่งผลเสียมากต่อสังคมและประชาชน มีการใช้กัญชาเพิ่มขึ้น จนส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ทำให้เกิดอาชญากรรม อุบัติเหตุ ปัญหาสังคม

ทั้งนี้ การจัดทำร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. …. ที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย มีจุดอ่อนหลายประการ เน้นการส่งเสริมการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาที่เอื้อต่อกลุ่มทุน ขาดมาตรการคุ้มครองสุขภาพ ขาดมาตรการควบคุมการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพโดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มที่เหมาะสม ซึ่งในกฎหมายต่างประเทศจะมีมาตรการเข้มงวดในเรื่องนี้ นอกจากนี้ รัฐบาลและสธ.ยังละเลยการเสนอร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญและอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง

ด้าน ดร.ภูวิชชชญา กล่าวถึงข้อเสนอกฎหมายกัญชาจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ว่า ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ ที่เสนอนั้น มีบางอย่างที่ก่อให้เกิดความสับสนในเรื่องการสื่อสาร และการนำไปบังคับใช้ ดังนั้น ข้อเสนอแนะคือให้มีการปรับบทนิยามในมาตรา 3 มาตรา 4 เรื่องการใช้เพื่อประโยชน์ในครัวเรือน และเพิ่มมาตรการรองรับการครอบครองกัญชา หรือกัญชงภายหลังการสิ้นอายุการแจ้ง หรือสิ้นอายุใบอนุญาตว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป และพิจารณาบทกำหนดโทษกรณีที่ไม่จดแจ้งหรือไม่ขออนุญาตครอบครองภายหลังสิ้นอายุใบอนุญาต เพราะในร่างฯ ไม่ได้มีการกำหนดไว้ และควรมีการกำหนดหมวดใหม่ ในร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ให้มีการตั้งกองทุนสำหรับเยียวยาผลกระทบจากกัญชา กัญชง เพิ่มเติม เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ภายใต้การกำกับของสธ. จะมาใช้กองทุนของ ป.ป.ส.ไม่ได้ ซึ่งเท่าที่ดูร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ยังไม่ได้กำหนดตรงนี้ไว้ ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะต้องมี เพราะสุดท้ายพ.ร.บ.อาจจะบังคับใช้ไม่ได้จริง เนื่องจากปัจจุบันมีการมองในมุมการแพทย์ การรักษาพยาบาล แต่ไม่ได้มองในมุมที่จะเกิดขึ้นตามมา เพราะเท่าที่ดูน่าจะเป็นทุนใหญ่ที่มาขออนุญาต ดังนั้นต้องเขียนไว้ในร่างพ.ร.บ.ให้ชัดเจน เพราะถ้าผลักดันภายหลังเป็นเรื่องยากมาก.

ลดรับเปิดเทอม!ศธ.ช่วยผู้ปกครอง หั่นราคา‘ชุดนักเรียน-เครื่องเขียน’50%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651944

ลดรับเปิดเทอม!ศธ.ช่วยผู้ปกครอง หั่นราคา‘ชุดนักเรียน-เครื่องเขียน’50%

วันเสาร์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 12.33 น.

ลดรับเปิดเทอม!ศธ.ช่วยผู้ปกครอง หั่นราคา‘ชุดนักเรียน-เครื่องเขียน’50%

7 พฤษภาคม 2565 ดร.วีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (โฆษก ศธ.) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)  ได้หารือร่วมกับองค์การค้าคุรุสภา เพื่อนำเสนอมาตรการแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2565 โดยสั่งการให้ องค์การค้าคุรุสภา หาแนวทางในการลดราคาสินค้าที่ผู้ปกครองจำเป็นต้องซื้อให้นักเรียน และให้ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายผู้ค้าร่วม เพื่อลดราคาสินค้าทั่วประเทศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงเปิดภาคเรียนนี้

ทั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน ซึ่ง รมว.ศธ. ได้เรียกประชุมองค์กรหลักทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองและประชาชน โดยจะมีการแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมของการเปิดภาคเรียนของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ในวันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2565 ณ โรงเรียนพญาไท เวลา 08.30 น เป็นต้นไป

ดร.วีระ กล่าวต่อว่า ในการแถลงข่าวดังกล่าว นอกจากจะเน้นย้ำนโยบายเรื่องความพร้อมในการเปิดเรียนอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในสถานศึกษา ซึ่ง ศธ.ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด ในการวางแนวทางและมาตรการที่สำคัญจำเป็นไว้ครบถ้วน รวมถึงการเปิดโอกาสให้กรรมการสถานศึกษา ชุมชนมีส่วนร่วมในเรื่องความปลอดภัย  นอกจากนี้ รมว.ศธ. ยังได้ให้ส่วนราชการเน้นให้ความสำคัญกับการเรียนการสอน ด้วยการคืนคุณภาพการศึกษาไทย โดยให้วางมาตรการฟื้นฟูเพื่อแก้ไขภาวะการเรียนรู้ถดถอยในเด็ก หรือ Learning Loss ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่นี้

สำหรับการลดราคาชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน และสินค้าอื่น ๆ ทางองค์การค้าคุรุสภา ได้นำเสนอรายการสินค้า และการส่งเสริมการขาย โดยมีส่วนลดระหว่าง 10-50 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะชุดนักเรียนทั้งชายและหญิง สามารถซื้อได้ในราคาครึ่งหนึ่ง หรือลด 50 เปอร์เซ็นต์ โดยกิจกรรมทางการตลาดเพื่อลดภาระผู้ปกครองนักเรียน จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม ถึงวันที่ 15 มิถุนายน นี้ สามารถซื้อได้ที่ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ  อาทิ กระโปรงประถมผ้าโทเรจีบรอบ ลด 50% จากราคา 190 เหลือ 95 บาท (ราคาตามขนาด) , เสื้อเชิ๊ตนักเรียนผ้า 210 เส้น ลด 50% จากราคา 120 เหลือ 60 บาท (ราคาตามขนาด) , ดินสอ 2B ได้รับมาตรฐานการทำข้อสอบ ลด 10% จากราคา 44 เหลือ 40 บาท , ดินสอสี 36 สี แถมกบเหลา ลด 10% จากราคา 126 เหลือ 113.50 บาท , ดินสอสีกล่องเหล็กพรีเมี่ยม ลด 10% จากราคา 68 เหลือ 61.50 บาท , สารเคมีลด 15% , คู่มือครู ลด 30%

ทั้งนี้ สินค้าดังกล่าวจะมีจัดจำหน่ายที่ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ทุกสาขา หรือระบบออนไลน์ รวมถึงร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการ เช่น ภาคเหนือ ร้านโมเดิร์น และร้านมิวนิคบุ๊คเซ็นเตอร์ ภาคกลาง ร้านเบญจวิโรฒ ภาคใต้ ร้านเส้งโห และภาคอีสาน ร้านบิ๊กบุ๊ค เป็นต้น

“เชื่อมั่นว่า สถานศึกษาทุกแห่งมีความพร้อมในการเปิดภาคเรียนใหม่นี้ได้อย่างปลอดภัย พร้อมแก้ปัญหาความถดถอยคุณภาพการศึกษา ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองและสาธารณชนต่อต่อระบบการศึกษาของไทย” ดร.วีระ กล่าว