ทบ.แจงเหตุช่องจอม! จุดประทัด 3 นัดเตือนกัมพูชา หลังยั่วยุประชิดแนวรั้ว ขณะพา ผช.ทูตทหารลงพื้นที่

ทบ.แจงเหตุช่องจอม! จุดประทัด 3 นัดเตือนกัมพูชา หลังยั่วยุประชิดแนวรั้ว ขณะพา ผช.ทูตทหารลงพื้นที่

ทบ.แจงเหตุช่องจอม! จุดประทัด 3 นัดเตือนกัมพูชา หลังยั่วยุประชิดแนวรั้ว ขณะพา ผช.ทูตทหารลงพื้นที่

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.03 น.

ทบ. เผย ทหารไทย จุดประทัดแจ้งเตือน ทหารกัมพูชาประชิดแนวลวดหนามผิดข้อตกลง ขณะนำคณะทูตเข้าพื้นที่บริเวณชายแดนช่องจอม สุรินทร์ หวังสร้างภาพความรุนแรงให้ฝ่ายไทย

วันที่ 29 เมษายน 2569 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ว่า หน่วยที่ควบคุมพื้นที่ได้รับการประสานจากชุดประสานงานชายแดนไทย–กัมพูชา ว่าในเวลา 10.00 น. ฝ่ายกัมพูชาจะนำคณะทูตเข้าตรวจพื้นที่ใกล้แนววางกำลังของฝ่ายไทย ซึ่งกองกำลังฝ่ายไทยรับทราบและได้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ต่อมา พบว่าทหารกัมพูชาได้กระทำการยั่วยุด้วยการเข้าใกล้แนวลวดหนามของฝ่ายไทย ทั้งที่มีการแจ้งเตือนและทำความเข้าใจเรื่องข้อตกลงร่วมกันไว้แล้ว แต่ยังคงพบการกระทำซ้ำ หน่วยจึงได้ดำเนินการจุดประทัดจำนวน 3 นัด เพื่อเป็นสัญญาณแจ้งเตือนตามขั้นตอน ส่งผลให้ฝ่ายกัมพูชาถอยห่างออกจากบริเวณแนวลวดหนาม

ทั้งนี้ หน่วยได้รายงานเหตุการณ์ให้กองกำลังสุรนารี และกองทัพภาคที่ 2 รับทราบแล้ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการออกหนังสือประท้วงฝ่ายกัมพูชาต่อการละเมิดข้อตกลงตามถ้อยแถลงร่วมฯ อย่างเป็นทางการต่อไป

โฆษกกองทัพบก กล่าวเน้นย้ำว่า เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวไม่สมควรเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นการแสดงออกถึงการไม่เคารพต่อข้อตกลงระหว่างประเทศ และความพยายามสร้างสถานการณ์เพื่อให้ไทยมีภาพลักษณ์ที่ใช้ความรุนแรง ซึ่งขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ในทางกลับกัน ฝ่ายไทยยึดมั่นในการปฏิบัติตามกติกาและข้อตกลงอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยยังคงสงวนสิทธิ์ในการป้องกันตนเองตามหลักสากล เพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชนและอธิปไตยของไทยในทุกกรณี

ลุงป้อมชวนชิม ลุยภูเก็ตเช็กอิน ร้านระย้า แนะนำ 2 เมนูอาหารใต้แสนอร่อย

ลุงป้อมชวนชิม ลุยภูเก็ตเช็กอิน ร้านระย้า แนะนำ 2 เมนูอาหารใต้แสนอร่อย

ลุงป้อมชวนชิม ลุยภูเก็ตเช็กอิน ร้านระย้า แนะนำ 2 เมนูอาหารใต้แสนอร่อย

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.45 น.

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 กลายเป็นสีสันบนโลกโซเชียลทันที เมื่อพี่ใหญ่แห่งบ้านป่ารอยต่ออย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สลัดลุคการเมืองมาสวมวิญญาณนักชิมตัวยง โพสต์ภาพเมนูอาหารแบบจัดเต็มผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังแอบไปเช็กอินร้านอาหารพื้นเมืองระดับตำนานที่จังหวัดภูเก็ต

ลุงป้อม

โดย ลุงป้อม ได้โพสต์ภาพเมนูเด็ดที่วางเต็มโต๊ะอย่าง หมูฮ้อง และเป็นเมนูอื่น ๆ โดยเฉพาะ ผัดสะตอกุ้ง พร้อมระบุข้อความรีวิวแบบอินฟลูเอนเซอร์ว่า “สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปภูเก็ต ไม่พลาดแวะ ร้านระย้า แถวตัวเมือง โชคดีได้เจอป้ากุหลาบเจ้าของร้านมาต้อนรับเอง เมนูที่ผมชอบมากๆ สั่ง 2 จาน คือ ผัดสะตอกุ้ง ป้ากุหลาบเล่าว่า สะตอที่ร้านคัดทุกฝัก แกะดูทุกเม็ด สะอาดและใส่ใจจริง ๆ ผมกินคู่ กับหมูฮ้อง บอกเลยว่าอร่อยจริงๆครับ ใครมาเที่ยวภูเก็ต ผมแนะนำให้ลองแวะมาชิมครับ #ลุงป้อมชวนชิม #ร้านระย้า #อาหารพื้นเมืองภูเก็ต #ของอร่อยภูเก็ต

หลังจากโพสต์ของ ลุงป้อม เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น ทั้งชื่นชมในเมนูอาหารและเข้ามาทักทาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กันอย่างคึกคัก เช่น

“ขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง ตลอดไปครับ ผมชอบเมนูผัดสะตอกุ้งมากเลยครับ”

“องค์เหน่งขอให้ท่านพลเอกประวิตร มีสุขภาพแข็งแรง และเดินสายชิมอาหารน่ะครับ เดี๋ยวองค์เหน่งไปหาท่านพลเอกประวิตร ครับ”

ลุงป้อม
ลุงป้อม
ลุงป้อม
ลุงป้อม
ลุงป้อม
ลุงป้อม
ลุงป้อม
ลุงป้อม
ลุงป้อม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ดรามาชุดเดรส ไอซ์ รักชนก เข้าประชุมสภา เหมาะ-ไม่เหมาะ?

ดรามาชุดเดรส ไอซ์ รักชนก เข้าประชุมสภา เหมาะ-ไม่เหมาะ?

ดรามาชุดเดรส ไอซ์ รักชนก เข้าประชุมสภา เหมาะ-ไม่เหมาะ?

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.32 น.

ดรามา ชุดเดรส ไอซ์ รักชนก เข้าประชุมสภา กระแสวิจารณ์ 2 มุม เหมาะสมหรือไม่

วันที่ 29 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ เป็นไปด้วยความราบรื่น มีวาระสำคัญคือการพิจารณาญัตติด่วน แก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ทั้งนี้ บรรยากาศเริ่มคึกคักขึ้นเมื่อ น.ส. รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางเข้ามาร่วมประชุมในลุคที่ฉีกจากภาพลักษณ์เดิมๆ โดยสวมชุดเดรสสั้นเหนือเข่าสีน้ำเงินเข้ม ดีไซน์โชว์ต้นแขน พร้อมรองเท้าส้นสูง ซึ่งถือเป็นชุดที่ดูทันสมัยและเป็นตัวของตัวเองอย่างมาก นอกจากในห้องประชุมแล้ว น.ส.รักชนกยังได้ลงมาแถลงข่าวที่ห้องแถลงข่าวรัฐสภาด้วย

โดยภายหลังภาพดังกล่าว ถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล และเป็นการนำแฟชั่นสมัยใหม่เข้าสู่สภาฯ เพื่อทลายกรอบความคร่ำครึ ตราบใดที่ยังคงดูสุภาพและให้เกียรติสถานที่ ส่วนอีกฝ่าย ตั้งคำถามถึง กาลเทศะและระเบียบการแต่งกายของ สส. ที่ระบุให้สมาชิกต้องแต่งกายตามชุดสากลนิยม หรือชุดที่ประธานสภาฯ กำหนด ซึ่งอาจมองได้ว่าชุดนี้ดูลำลองเกินไปสำหรับการประชุมที่เป็นทางการ

กรณ์ ยื่นญัติตั้ง กมธ. ค้าน แลนด์บริดจ์ ชี้ ผิดปกติ รัฐบาลเร่งผลักดัน

กรณ์ ยื่นญัติตั้ง กมธ. ค้าน แลนด์บริดจ์ ชี้ ผิดปกติ รัฐบาลเร่งผลักดัน

กรณ์ ยื่นญัติตั้ง กมธ. ค้าน แลนด์บริดจ์ ชี้ ผิดปกติ รัฐบาลเร่งผลักดัน

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.02 น.

’กรณ์‘ ชงยื่นญัตติด่วนตั้งกมธ.ค้านเดินหน้า ‘แลนด์บริดจ์’ ชี้ผิดปกติ รัฐบาลเร่งผลักดัน แต่ไม่โผล่ในนโยบาย แฉ ‘บ.เอกชนเดินเรือ‘ โร่มาแจ้ง ’ปชป.‘ ไม่คุ้มค่าให้ใช้บริการ

วันนี้ 29 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นญัตติด่วน ขอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาโครงการแลนด์บริดจ์ เนื่องจากสะท้อนความเร่งรีบผิดปกติของรัฐบาล ที่จะผลักดันโครงการมูลค่า 1 ล้านล้านบาท ทั้งที่ควรจะเป็นโครงการที่พิจารณาอย่างละเอียด โปร่งใส รอบคอบ และยังไม่มีข้อมูลชัดเจนให้พิจารณาศึกษา 

กรณ์ จาติกวณิช

นายกรณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องแปลกที่ในนโยบายรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ที่นำเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ช่วงหาเสียง ไม่ปรากฏว่ามีโครงการดังกล่าว เป็นนโยบายของทั้งสองพรรค และเมื่อมาถึงการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่ปรากฏว่าโครงการที่มีความสำคัญมากขนาดนี้ ซึ่งมีผลผูกพันงบประมาณของประเทศไปอีกหลาย 10 ปีในอนาคต ถูกนำเสนอต่อรัฐสภาในขณะแถลงนโยบาย วันนี้กลับกลายเป็นโครงการที่รัฐบาลบอกให้ความสำคัญ เป็นโครงการระดับประเทศที่รัฐบาลพร้อมผลักดันทันที พรรคประชาธิปัตย์มีความกังวลในหลายมิติ โดยเฉพาะ สส.ภาคใต้หลายจังหวัด ได้ร่วมกันลงนามในญัตติฉบับนี้ เพื่อสะท้อนความกังวลในเขตพื้นที่ที่มีต่อความความคุ้มค่าของโครงการ 

นายกรณ์ กล่าวว่า การใช้เงิน 1 ล้านล้านบาทในโครงการที่นักวิชาการหลายฝ่าย พูดถึงความกังวลว่าไม่มีทางจะคุ้มค่า บริษัทเดินเรือภาคเอกชนก็แจ้งข้อมูลมายังพรรคประชาธิปัตย์ว่า แม้จะสร้างเสร็จแล้วก็ไม่คุ้มที่จะนำมาใช้บริการ หากคิดว่าการใช้แลนด์บริดจ์ในการลำเลียงขนส่งสินค้าจากซีกตะวันตกไปยังตะวันออก จะสามารถประหยัดเวลาได้ เมื่อเทียบกับการเดินเรือไปยังช่องแคบมะละกา ต้องคิดใหม่ เพราะการขนส่งสินค้าผ่านโครงการดังกล่าว เป็นการลำเลียงสินค้าขึ้นลงเรือหลายต่อ มีภาระค่าใช้จ่าย มีประเด็นเรื่องเงื่อนไขเวลา สุ่มเสี่ยงประกันถูกทิ้งร้าง เป็นโครงการที่นำเสนอโดยไม่มีข้อมูลรายละเอียด และไม่เคยส่งสัญญาณต่อประชาชนว่าจะทำ 

กรณ์ จาติกวณิช

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญ ต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในสภาสภาผู้แทนราษฎร เงิน 1 ล้านล้านบาท ตามนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอต่อประชาชน สามารถที่จะนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวใต้ได้หลายโครงการ ยกตัวอย่างเช่น เราเสนอให้มีการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใต้ เชื่อมระหว่าง จ.นราธิวาสไปถึงกรุงเทพฯ ใช้งบประมาณ 4-5 แสนล้านบาท บวกกับการพัฒนาขนส่งผ่านระบบรถไฟทางคู่ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เสนอให้มีการวิ่งบนระบบรถไฟฟ้าทั้งสิ้น ใช้งบประมาณเพิ่มเติม 100,000-150,000 ล้านบาท

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่โครงการท่าเรือน้ำลึก เราสนับสนุนให้มีทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ในพื้นที่ที่เหมาะสม ใช้งบประมาณอีกเพียง 100,000 ล้านบาท โดยรวม 3-4 โครงการ ใช้งบประมาณ 700,000 ล้านบาท น้อยกว่างบประมาณที่ต้องใช้ในโครงการที่ไม่มีประโยชน์ชัดเจนว่าจะสร้างเสร็จหรือไม่ประชาชนจะมีใครบ้างที่ได้รับผลประโยชน์ 

กรณ์ จาติกวณิช

“ก่อนที่รัฐบาลจะเดินหน้ากับโครงการนี้ ขอให้ สส.มีโอกาสปรึกษากับหน่วยงานราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อช่วยให้รัฐบาลพิจารณาตัดสิน ในเรื่องที่เป็นผลประโยชน์สูงสุดต่อเงินภาษีของประชาชน” นายกรณ์ กล่าว

กรณ์ จาติกวณิช
กรณ์ จาติกวณิช
กรณ์ จาติกวณิช

เคลียร์ใจ?! อนุทิน เข้าประชุมสภาฯ นั่งประกับข้างคุย ณัฏฐ์ชนน หลังปมร้อนส่อวืดเก้าอี้ ‘ปธ.กมธ.’ โควตาภูมิใจไทย

เคลียร์ใจ?! อนุทิน เข้าประชุมสภาฯ นั่งประกับข้างคุย ณัฏฐ์ชนน หลังปมร้อนส่อวืดเก้าอี้ ‘ปธ.กมธ.’ โควตาภูมิใจไทย

เคลียร์ใจ?! อนุทิน เข้าประชุมสภาฯ นั่งประกับข้างคุย ณัฏฐ์ชนน หลังปมร้อนส่อวืดเก้าอี้ ‘ปธ.กมธ.’ โควตาภูมิใจไทย

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.03 น.

เคลียร์ใจ?! ‘อนุทิน’ เข้าประชุมสภาฯนั่งประกบข้างคุย ‘ณัฏฐ์ชนน’ หลังปมร้อนส่อวืดเก้าอี้ ‘ปธ.กมธ.’ ในโควตาพรรคภูมิใจไทย คาด ‘ผู้มีบารมี’ เคาะจบ30 เม.ย.นี้ 

วันที่ 29 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรช่วงเย็น ปรากฏภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เข้าร่วมประชุมสภาฯ โดยได้มีการพูดคุยกับนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ดีดตัวเองออกจากไลน์กลุ่มพรรค เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา คาดว่ามาจากความไม่พอใจ หลังจากไม่ปรากฏชื่อในรายงานข่าวของสื่อมวลชนในการจัดสรรให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญในสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 14 คณะ  ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ปัญหาตำแหน่ง ประธาน กมธ. ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย รวมถึงปมร้อนของนายณัฏฐ์ชนน จะเคาะสรุปจบ ในวันพรุ่งนี้(30เม.ย.) แบบไร้ปัญหาใดๆ โดยผู้มีอำนาจสูงสุดในพรรค

พลิกโฉมการบริหารท้องถิ่นไทย ‘โสภณ’ เปิดเกมรุก! ต้อนรับ 3 สมาคมท้องถิ่น เดินหน้าผลักดัน 5 กฎหมาย ค้างสภา ให้กลับมาอีกครั้งตามรัฐธรรมนูญ

พลิกโฉมการบริหารท้องถิ่นไทย 'โสภณ' เปิดเกมรุก! ต้อนรับ 3 สมาคมท้องถิ่น เดินหน้าผลักดัน 5 กฎหมาย ค้างสภา ให้กลับมาอีกครั้งตามรัฐธรรมนูญ

พลิกโฉมการบริหารท้องถิ่นไทย ‘โสภณ’ เปิดเกมรุก! ต้อนรับ 3 สมาคมท้องถิ่น เดินหน้าผลักดัน 5 กฎหมาย ค้างสภา ให้กลับมาอีกครั้งตามรัฐธรรมนูญ

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.53 น.

พลิกโฉมการบริหารท้องถิ่นไทย “ประธานโสภณ” เปิดเกมรุก! ต้อนรับ 3 สมาคมท้องถิ่น เดินหน้าผลักดัน 5 กฎหมาย “ค้างสภา” ให้กลับมาอีกครั้งตามรัฐธรรมนูญ สู่ความต่อเนื่อง โปร่งใส และยั่งยืนอย่างแท้จริง

วันที่ 29 เมษายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การต้อนรับนายวิสูตร จงชูวณิชย์ นายกเทศมนตรีตำบลบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ในฐานะนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย  เข้าพบเพื่อหารือให้นำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จำนวน 5 ฉบับกลับมาพิจารณาใหม่ ตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 หลังจากร่างกฎหมายดังกล่าวตกไปในชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา

สำหรับร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 5 ฉบับ ครอบคลุมกฎหมายสำคัญด้านการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ การเลือกตั้งท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล รวมถึงระเบียบบริหารงานบุคคลท้องถิ่น โดยมีสาระสำคัญ เช่น การปรับคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง ลดอายุขั้นต่ำของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ยกเลิกการจำกัดวาระผู้บริหารท้องถิ่น ปรับปรุงคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม และยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 8/2560  ทั้งนี้ หากร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับความเห็นชอบ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานท้องถิ่น ส่งเสริมการจัดบริการสาธารณะ และขับเคลื่อนนโยบายของรัฐได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

นายโสภณกล่าวว่า การยื่นเสนอกฎหมายถือเป็นแนวทางที่ดีที่สุดของผู้นำท้องถิ่นในการสร้างประโยชน์ให้ประชาชนในวงกว้าง พร้อมยืนยันในฐานะประธานรัฐสภา ยินดีสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวอย่างเต็มที่
 

ย้อนเส้นทาง ราเชน ศิลปะรายะ ก่อนลมการเมืองเปลี่ยนทิศ โดนเด้งพ้นอธิบดีกรมฝนหลวง

ย้อนเส้นทาง ราเชน ศิลปะรายะ ก่อนลมการเมืองเปลี่ยนทิศ โดนเด้งพ้นอธิบดีกรมฝนหลวง

ย้อนเส้นทาง ราเชน ศิลปะรายะ ก่อนลมการเมืองเปลี่ยนทิศ โดนเด้งพ้นอธิบดีกรมฝนหลวง

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.37 น.

เรียกว่าเป็นเรื่องฟ้าผ่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เลยก็ไม่ผิด เมื่อการประชุมครม.วันอังคารที่ 28 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายวิทยา แก้วมี ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และให้ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้เสนอให้พิจารณา

จากนั้นในวันที่ 29 เมษายน นายราเชน ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ พร้อมทิ้งบอมพ์ลูกใหญ่ โดยระบุว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนโดนโยกย้าย มีบุคคลโทรศัพท์มา 5-6 ครั้ง เพื่อนัดหมายให้ไปพูดคุยกันที่ชั้น4 อาคารแห่งหนึ่งย่านถนนวิภาวดี-รังสิต แต่เมื่อถึงเวลานัดบุคคลดังกล่าวไม่มา แต่มีบุคคลอื่นมาแทน อ้างว่าจะคุยเรื่องการซ่อมอากาศยานของหน่วยงาน

ทั้งนี้ นายราเชน ถือเป็นลูกหม้อของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จบการศึกษา วิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคโนโลยีอุตสาหกรรม ก่อสร้าง) สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี และวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมโยธา) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

เข้ารับราชการในสังกัดกรมชลประทาน เคยเป็นผู้อำนวยการโครงการก่อสร้าง สำนักงานชลประทานที่ 5 กรมชลประทาน ต่อมาในช่วงที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นรมว.เกษตรและสหกรณ์ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ นายราเชน ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานรัฐมนตรี และรองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

ต่อมาเมื่อนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ลาออกจากอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปสมัครเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายราเชน ก็ได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เมื่อเดือนมีนาคม 2568 โดยมีงานสำคัญที่สานต่อจากนายสุพิศ คือการจัดซื้อเครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

นายราเชน มีอายุราชการถึงเดือนตุลาคม 2569 การตัดสินใจลาออกอย่างกระทันหัน หลังถูกโยกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการ จึงเกิดข้อกังขาจากสังคมว่า มีสาเหตุจากเรื่องการเมืองหรือไม่

สภายุคดิจิทัล! โสภณ เปิดระบบหารือ ลายลักษณ์อักษร ส่งเรื่องถึงรัฐแบบเรียลไทม์ เห็นผลทันทีในห้องประชุม

สภายุคดิจิทัล! โสภณ เปิดระบบหารือ ลายลักษณ์อักษร ส่งเรื่องถึงรัฐแบบเรียลไทม์ เห็นผลทันทีในห้องประชุม

สภายุคดิจิทัล! โสภณ เปิดระบบหารือ ลายลักษณ์อักษร ส่งเรื่องถึงรัฐแบบเรียลไทม์ เห็นผลทันทีในห้องประชุม

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.14 น.

สภายุคดิจิทัล! “ประธานโสภณ” เปิดระบบหารือ “ลายลักษณ์อักษร” ส่งเรื่องถึงรัฐแบบเรียลไทม์ เห็นผลทันทีในห้องประชุม

วันที่ 29 เมษายน 2569  ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจเยี่ยมบูธรับเรื่องหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าห้องประชุมชั้น2 ที่มีการเปิดใช้ระบบ “การปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในรูปแบบลายลักษณ์อักษร” เป็นวันแรก เพื่อส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โดยตรง โดยมีกระบวนการใกล้เคียงกับการหารือด้วยวาจา และจะมีการแสดงผลบนจอภายในห้องประชุม เพื่อให้เห็นจำนวนผู้ยื่นหารืออย่างชัดเจน สร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้   

นายโสภณกล่าวว่า ปกติ สส.จะหารือปัญหาของประชาชนต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เพียงวันละ 40 คน  แต่ปัญหาความเดือดร้อนปัญหาของประชาชนมีมาก และสส.มี 500 คน จึงได้แก้ไขระเบียบให้ สส.สามารถหารือแบบลายลักษณ์อักษร 

“ระบบดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประชุม ประหยัดเวลา และทำให้ประชาชนติดตามบทบาทของผู้แทนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบรัฐสภาให้ทันสมัย สอดรับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ ทั้งการทำให้สภาเข้าถึงประชาชนมากขึ้น ถือเป็นมิติใหม่ ของการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ ที่มุ่งยกระดับสภาผู้แทนฯ ให้เป็นพื้นที่หลักในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง” นายโสภณกล่าว

กล้าธรรมผิดหวัง รัฐบาลคว่ำตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ราคาพืชผล ชี้ เป็นการปิดประตูใส่ความทุกข์เกษตรกร

กล้าธรรมผิดหวัง รัฐบาลคว่ำตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ราคาพืชผล ชี้ เป็นการปิดประตูใส่ความทุกข์เกษตรกร

กล้าธรรมผิดหวัง รัฐบาลคว่ำตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ราคาพืชผล ชี้ เป็นการปิดประตูใส่ความทุกข์เกษตรกร

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.11 น.

“ปิยวัฒน์” ผิดหวัง รบ.คว่ำตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ราคาพืชผล ชี้ เป็นการปิดประตูใส่ความทุกข์เกษตรกร

วันที่ 29 เมษายน 2569 นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก พรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีพรรคฝ่ายรัฐบาลลงมติคว่ำ ไม่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขราคาพืชผลทางการเกษตรว่า เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง เพราะขณะนี้พี่น้องเกษตรกรกำลังเผชิญทั้งปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ต้นทุนการผลิตสูง และมาตรการแก้ปัญหาที่ยังไม่ตรงจุด

นายปิยวัฒน์ กล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรควรเป็นพื้นที่สะท้อนความทุกข์ของประชาชน ไม่ใช่ปิดกั้นกลไกที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหา โดยเฉพาะ “กรรมาธิการวิสามัญ” ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการศึกษา ตรวจสอบ และหาทางออกจากต้นเหตุอย่างรอบด้าน

“พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคที่สร้างมาเพื่อพี่น้องเกษตรกร เราจึงเห็นด้วยกับมติฝ่ายค้านในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพราะวันนี้เกษตรกรกำลังเดือดร้อนจริง และปัญหานี้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการแก้ปลายเหตุ” นายปิยวัฒน์ กล่าว

นายปิยวัฒน์ ตั้งข้อสังเกตว่า หากฝ่ายรัฐบาลไม่มีอะไรต้องปิดบัง ก็ไม่ควรกังวลต่อการตั้งกรรมาธิการ เพราะกรรมาธิการไม่ใช่เวทีทำลายใคร แต่เป็นเวทีหาความจริงและหาทางออกให้ประชาชน การคว่ำญัตติครั้งนี้จึงอาจทำให้สังคมตั้งคำถามว่า รัฐบาลไม่ต้องการให้เรื่องใดถูกตรวจสอบหรือไม่

“แม้เสียงข้างมากจะปิดประตูในวันนี้ แต่พรรคกล้าธรรมจะไม่หยุดทำหน้าที่ เราจะยืนอยู่ข้างพี่น้องเกษตรกร และเดินหน้าสะท้อนปัญหาปากท้องของประชาชนในสภาต่อไป”

ปลัดพาณิชย์ ดึง ศุภจี ออกจากวงสัมภาษณ์ หลังถูกจี้ถาม ดรามาไลฟ์ขายทุเรียน เจ้าตัวชี้ยังไม่ทราบรายละเอียด

ปลัดพาณิชย์ ดึง ศุภจี ออกจากวงสัมภาษณ์ หลังถูกจี้ถาม ดรามาไลฟ์ขายทุเรียน เจ้าตัวชี้ยังไม่ทราบรายละเอียด

ปลัดพาณิชย์ ดึง ศุภจี ออกจากวงสัมภาษณ์ หลังถูกจี้ถาม ดรามาไลฟ์ขายทุเรียน เจ้าตัวชี้ยังไม่ทราบรายละเอียด

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.31 น.

“ศุภจี” บอกยังไม่ทราบรายละเอียด หลังสื่อจี้ถามปมดรามาไลฟ์สดขายทุเรียน – ฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถาม ขณะ “ปลัดพาณิชย์” พยายามดึงออกจากวงสัมภาษณ์ 

วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 15.10 น. วันที่ 29 เม.ย. 69 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีสภาผู้แทนราษฎรเตรียมตั้งกระทู้ถามกรณีการไลฟ์สดขายทุเรียน และเตรียมตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาแก้ไขปัญหาราคาพืชผล โดยให้เหตุว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุดเกาไม่ถูกที่คัน โดยสื่อมวลชนพยายามขอให้นางศุภจีเข้าไปให้สัมภาษณ์ที่ไมโครโฟน แต่นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พยายามดึงนางศุภจีออกจากวงสัมภาษณ์ โดยอ้างว่ามีภารกิจต่อ 

ก่อนที่นางศุภจี  กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ และยังไม่เห็นว่าคณะกรรมาธิการตั้งโดยใคร และมีรายละเอียดอย่างไร จึงขออนุญาตไปดูในรายละเอียดก่อน

เมื่อถามถึงกรณีเรื่องไลฟ์สดทุเรียนกับอินฟลูฯ ชื่อดังในราคา 100 บาทไม่ตรงปก รวมถึงฝ่ายค้านโจมตีว่าเป็นไปไม่ได้ และเป็นการทำลายกลไกตลาด นางศุภจี กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ดูและกดสั่งซื้อไม่ทันด้วย ส่วนเรื่องที่วิจารณ์ว่าไม่ตรงปกนั้น ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบดูแล