ดร.ณัฏฐ์ เย้ยฝ่ายค้าน ใช้ธีม พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว แค่สีสันทางการเมือง

ดร.ณัฏฐ์ เย้ยฝ่ายค้าน ใช้ธีม พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว แค่สีสันทางการเมือง

ดร.ณัฏฐ์ เย้ยฝ่ายค้าน ใช้ธีม พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว แค่สีสันทางการเมือง

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.39 น.

“ดร.ณัฏฐ์”ชี้”ฝ่ายค้าน” ใช้ธีม”พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว”เป็นเพียงสีสันทางการเมือง ในชั้นแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ฝ่ายค้านไม่อาจล้มรัฐบาลได้

8 เมษายน 2569 สืบเนื่องรัฐบาลกำหนดแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันที่ 9 – 10 เมษายน 2569 พรรคฝ่ายค้าน นำโดยอ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาขน ระบุว่า จะใช้ธีม “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” พร้อมส่งขุนพลอภิปรายนโยบายรัฐบาลนั้น

ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ระบุว่า ในชั้นคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 วรรคหนึ่ง มีความแตกต่างการยื่นญัติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ………เนื่องจากในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของคณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มา ของรายได้ที่จะนํามาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายใน 15 วันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่

กรณีตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน  แถลงข่าว โดยระบุว่า ใช้ขุนพลประมาณ 20 คน เพื่ออภิปรายนโยบายของรัฐบาล โดยใช้ ธีม “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” เป็นการลอกเลียนมาจากวาทกรรมทางการเมืองที่ว่า “พอแล้ว  รวยไม่ไหวแล้ว” เป็นลักษณะเชิงเสียดสีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการรณรงค์หาเสียงที่ผ่านมา ย่อมสามารถกระทำได้ ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้ ถือเป็นเพียง “สีสันทางการเมือง” เพราะในชั้นแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี กฎหมายกำหนดให้แถลงนโยบายของรัฐบาลที่จะนำไปใช้เป็นนโยบายสาธารณะ  หมายความว่า เอานโยบายของแต่ละพรรคฝ่ายรัฐบาลมากลั่นกรองเป็นนโยบายเดียว เป็นนโยบายของรัฐบาล เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในการขับเคลื่อนและใช้ในการบริหาราชการแผ่นดิน

พูดภาษาชาวบ้าน คือ การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน ในการบริหารราชการแผ่นดินที่จะมีอำนาจเต็ม  ส่วนการนำนโยบายของรัฐบาลผสม มาขับเคลื่อนเป็นนโยบายสาธารณะ การเปิดอภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน จะดุเดือดเลือดพล่านเพียงใด เป็นเพียงข้อเสนอแนะในการบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น ไม่สามารถล้มรัฐบาลในชั้นนี้ได้

ประเด็นในการแถลงนโยบาย รัฐธรรมนูญกำหนดให้เพียงคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายเฉพาะนโยบายเกี่ยวกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ ต้องไม่ขัดต่อยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยในเงื่อนไขหลัก นโยบายที่จะนำไปใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ต้องชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนํามาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยในการแถลงนโยบาย ย้ำว่า ไม่มีประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจแก่รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล หรือทั้งคณะรัฐมนตรี ทั้งกฎหมายห้ามเด็ดขาดในการลงมติความไว้วางใจ

ส่วนที่ถามว่า ปปช.จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาตรงกับวันแถลงนโยบายของรัฐบาล กระทบต่อฝ่ายค้านหรือไม่ ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า ต้องดูว่า ปปช. ได้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาในวันที่ 9 เมษายน 2569 หรือไม่ หากยื่นต่อศาลฎีกาจริง ต้องดูว่า หากยื่นแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งในวันเดียวกันหรือไม่หากศาลฎีกาใช้แนวทางเดียวกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อยื่นแล้ว ต้องรอเลือกองค์คณะจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตามจำนวนที่กำหนดแล้ว จึงจะมีคำสั่ง รับคำร้องหรือสั่งให้แก้ไขคำร้อง หมายความว่า หากใช้แนวเดียวกับคดี อม. หาก ปปช.ยื่นแล้ว ต้องรอคัดเลือกองค์คณะศาลฎีกาจากที่ประชุมใหญ่ มาเป็นองค์คณะรับผิดชอบสำนวนคดี ก่อนที่จะมีคำสั่งรับคำร้องของ ปปช.ผู้ร้องหรือไม่ หากใช้แนวเดียวกัน ที่ผ่านมาอาจใช้ระยะเวลาพอควร บางคดีใช้เวลาไม่น้อยกว่า 90 วันนับแต่ ปปช. ยื่นต่อศาลฎีกา หากคดีอยู่ในอำนาจศาลฎีกาแล้ว ถือเป็นดุลพินิจของศาล ส่วนจะใช้ดุลพินิจเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เป็นมติเสียงข้างมากขององค์คณะ

ส่วนที่ นายณัฐพงษ์ฯ ระบุว่า ปปช.ฟ้องคดีกับอดีต 44 สส.ก้าวไกล เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ประหนึ่ง จะใช้ประชาชนเป็นโล่กำบัง ดร.ณัฏฐ์  ตนแนะนำว่า ให้นายณัฐพงษ์ฯกับพวก ไปพิสูจน์ตนเองในกระบวนการยุติธรรมให้สิ้นกระแสความก่อน เพราะจริยธรรมร้ายแรง เป็นคุณสมบัติของรัฐมนตรี กรณี ปปช. จะยื่นฟ้องศาลฎีกาในวันเวลาใด เป็นดุลพินิจของฝ่ายกฎหมาย ปปช.ไม่มีใครแทรกแซงหรือไม่มีใครไปกลั่นแกล้งทางการเมือง ตามพุทธภาษิตว่า “ถ้าวันนี้ถูกต้องก็ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้”

เช็กที่นี่! อนุทิน เซ็นแบ่งงาน 3 รมช.มหาดไทย

เช็กที่นี่! อนุทิน เซ็นแบ่งงาน 3 รมช.มหาดไทย

เช็กที่นี่! อนุทิน เซ็นแบ่งงาน 3 รมช.มหาดไทย

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.33 น.

คลองหลอดขยับ! อนุทิน เซ็นแบ่งงาน 3รมช.หนุ่ม เจ้าตัวกำกับดูแล สำนักงานรมต.-สำนักฯปลัดมท.-ปกครอง-ประสานฯชายแดนใต้ ด้าน พลพีร์ มท.2 ดู ที่ดิน-พัฒนาชุมชน-กฟภ.-กฟน. ขณะที่ เจเศรษฐ์ มท.3 คุม โยธาฯ-ปภ.-กปภ.-กปน. ส่วน วรศิษฎ์ มท.4 ได้ ท้องถิ่น-กทม.-องค์การตลาด-จัดการน้ำเสีย

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่881/2569 ลงวันที่ 8เม.ย.69 เรื่องการมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อแบ่งมอบภารกิจหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และรมช.มหาดไทย ทั้ง 3 คน ให้กำกับดูแล โดยนายอนุทิน นายกฯ ในฐานะรมว.มหาดไทย(มท.1) กำกับดูแล 1.สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย 2.สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย 3.กรมการปกครอง และ 4.การประสานงานส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตามพ.ร.บ.การบริการราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย(มท.2) กำกับดูแล 1.กรมที่ดิน 2.กรมการพัฒนาชุมชน 3.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ4.การไฟฟ้านครหลวง  

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย(มท.3) กำกับดูแล 1.กรมโยธาธิการและผังเมือง 2.กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 3.การประปาส่วนภูมิภาค และ4.การประปานครหลวง 

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย(มท.4) กำกับดูแล 1.กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2.กรุงเทพมหานคร 3.องค์การตลาด และ4.องค์การจัดการน้ำเสีย

กกต.รับรองแล้ว ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็น สส.สุพรรณบุรี เขต 2

กกต.รับรองแล้ว ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็น สส.สุพรรณบุรี เขต 2

กกต.รับรองแล้ว ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็น สส.สุพรรณบุรี เขต 2

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.05 น.

8 เมษายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568 และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป นั้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 และมาตรา 127 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เพิ่มเติม จำนวน 1 คน ดังนี้

ประกาศ ณ วันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2569

(นายณรงค์ กลั่นวารินทร์) ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

– 006

อ.ไชยันต์ เผยรับเป็นพยานคดีบาร์โค้ดให้ กกต. ยกอังกฤษมีมานานป้องการปลอม สืบย้อนได้ แต่ยากมาก

อ.ไชยันต์ เผยรับเป็นพยานคดีบาร์โค้ดให้ กกต. ยกอังกฤษมีมานานป้องการปลอม สืบย้อนได้ แต่ยากมาก

อ.ไชยันต์ เผยรับเป็นพยานคดีบาร์โค้ดให้ กกต. ยกอังกฤษมีมานานป้องการปลอม สืบย้อนได้ แต่ยากมาก

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.39 น.

อ.ไชยันต์ เผยรับเป็นพยานคดีบาร์โค้ดให้ กกต.  ยกอังกฤษมีมานานเพื่อป้องกันการปลอม สืบย้อนได้ แต่ยากมาก มองสังคมไทยยังต้องเผชิญปัญหาเรื่องการปกป้องสถาบัน – สิทธิเสรีภาพปชช.อีกนาน แนะศาล รธน.วางสัดส่วน-ความเหมาะสมให้ดี พร้อมอธิบายทำความเข้าใจมากขึ้น เพื่อรักษาสันติภาพในประเทศ

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 ที่โรงแรมเดอะเพนนินซูลา กรุงเทพมหานคร นายไชยันต์  ไชยพร อาจารย์พิเศษภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวตอนหนึ่งในการร่วมเสวนาวิชาการเรื่อง “ศาลรัฐธรรมนูญในฐานะผู้พิทักษ์หลักนิติธรรมเพื่อสันติภาพท่ามกลางระเบียบโลกที่เปลี่ยนแปลง” ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ว่า กกต.เชิญให้ไปเป็นพยานในคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งก็ให้คำให้การไปแล้วบางส่วน  

และอีกบางส่วนกำลังศึกษาอยู่ในจุดยืนของตนก่อนมีเรื่อง ได้อธิบายไว้ในโซเชียลมีเดียว่าที่มาคืออะไร บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ในบัตรเลือกตั้งที่อังกฤษเป็นอย่างไร มีไว้สำหรับป้องกันการปลอม กกต.ก็ใช้หลักการเดียวกันที่จะไม่ให้มีการปลอม ซึ่งของอังกฤษแน่นอน บางคนก็สืบย้อนได้ แต่จะทำก็ต่อเมื่อมีเรื่องขึ้นมา ซึ่งเคยมี ที่มีคนสงสัยว่าจะมีคนที่ไม่ใช่คนอังกฤษไปลงคะแนนก็มีการสืบย้อนไป ซึ่งสืบยากมากและพบว่ามีคน 3 คน เป็นคนเยอรมันในอังกฤษ 

นายไชยันต์ กล่าวถึงความคาดหวังบท บาทของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับสันติภาพในประเทศไทยว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายขณะนี้ จะทำอย่างไรให้สังคมเชื่อมั่นศาลรัฐธรรมนูญนั้น เห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญอาจจะมีการอธิบายให้มากขึ้นในภาษาที่คนเข้าใจได้ว่าที่มาที่ไปของคำตัดสิน หรือที่มักจะจะมีการพูดว่ามีข่าวลับ ข่าวลือต่างๆ  ตุลาการท่านนั้นท่านนี้มีที่มาอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าตุลาการจะมาจากวิธีไหนใครเลือกเข้ามาไม่สำคัญ  แต่เมื่อท่านเข้ามาแล้วต้องสวมจิตวิญญาณตรงนี้  ความโปร่งใสการตีความ ต้องมีการอธิบายให้มากขึ้นได้หรือไม่  ขณะเดียวกันควรมีการแปลเป็นภาษาต่างๆเพราะมีคนที่ไปเขียนด่าศาลรัฐธรรมนูญในต่างประเทศอยู่ตลอดเวลาและไม่มีใครไปตอบโต้  

“ศาลรัฐธรรมนูญอย่าทำตัวเหมือนศาลปกติ ต้องทำให้กว้างขวาง ให้เป็นอะไรที่ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้นในเรื่องของการพิจารณาคดีต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและการได้สัดส่วน โดยเฉพาะในเรื่องสถาบันกษัตริย์กับสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งจะยังเป็นปัญหาไปจนกว่าระบอบการปกครองของเราจะลงหลักปักฐานเหมือนต่างประเทศ สัดส่วนตรงนี้ยาก ต้องทำความเข้าใจให้กับประชาชน” นายไชยันต์ กล่าวและว่า “จึงอยากฝากตรงนี้สันติภาพภายในประเทศเป็นเรื่องสำคัญและรัฐธรรมนูญใหม่คงต้องมี ซึ่งถ้ามีก็ดีเพราะจะก้าวหน้าขึ้น แต่ก็ต้องดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก”

สุขุม ชี้รัฐบาลเปิดตัวสวย หลังลดราคาหน้าโรงกลั่น-ตรึงค่ารถช่วงสงกรานต์

สุขุม ชี้รัฐบาลเปิดตัวสวย หลังลดราคาหน้าโรงกลั่น-ตรึงค่ารถช่วงสงกรานต์

สุขุม ชี้รัฐบาลเปิดตัวสวย หลังลดราคาหน้าโรงกลั่น-ตรึงค่ารถช่วงสงกรานต์

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.25 น.

“สุขุม”ชี้รัฐบาลเปิดตัวสวย หลังลดราคาหน้าโรงกลั่น-ตรึงค่ารถช่วงสงกรานต์ ประเมินฐานการเมืองยังแข็ง

8 เมษายน 2569 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้สัมภาษณ์วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทยท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลก โดยประเมินว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันเปิดตัวได้อย่างโดดเด่น ทันทีหลังเข้ากระทรวงทำงาน เนื่องจากสามารถแสดงผลงานที่เป็นรูปธรรมได้

ทั้งนี้ มาตรการสำคัญที่สะท้อนผลงานดังกล่าว คือ การปรับลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุนพลังงานในช่วงที่ค่าครองชีพอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน มาตรการตรึงราคาค่าโดยสารสาธารณะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยังช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่มีการเดินทางจำนวนมาก

รศ.ดร.สุขุม ระบุว่า แนวทางดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงบวกของการบริหารประเทศในช่วงเริ่มต้น และช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อการทำงานของรัฐบาลได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจโลกและราคาพลังงานยังมีความผันผวนสูง

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ยังต้องติดตามผลการดำเนินงานในประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการตรวจสอบหาไอ้โม่งและจัดการปัญหาการกักตุนน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างราคาและความเป็นธรรมในตลาดพลังงาน

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ ที่เกิดปัญหาน้ำมันขาดหน้าปั๊ม ถึงเรื่องน้ำมันแพง ถือว่าเป็นวิกฤตรัฐบาลหรือไม่ รศ.ดร.สุขุม มองว่า ปัญหาเกิดทั้งโลก และรัฐบาลยังไม่อยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากมีฐานเสียงและเสถียรภาพทางการเมืองที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง จากการมี สส.ในสภากว่า 190 คน แต่ห้ามประมาท เพราะฝ่ายตรวจสอบก็ยังคงทำหน้าที่อย่างเข้มข้น และความรู้สึกของประชาชน คือปัจจัยชี้วัดในระบอบประชาธิปไตย ส่งผลให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงจำเป็นต้องเร่งสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน

“หลังจากแถลงนโยบายและเริ่มใช้อำนาจเต็มที่ รัฐมนตรีทุกคนต้องเร่งทำงานแข่งขันกับเวลา เพื่อพิสูจน์ศักยภาพของตนเอง ไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์ แต่ต้องเป็นผลงานที่ประชาชนรับรู้ได้จริง โดยเฉพาะกลุ่มลูกเทพทั้งหลายนี่คือโอกาส ในการพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง ว่าทำงานได้ ทำงานดี ไม่ใช่ว่ามาเป็นรัฐมนตรีเพราะบารมีผู้ใหญ่” รศ.ดร.สุขุม กล่าว

ทั้งนี้ รศ.ดร.สุขุม ยังระบุว่า ขอเป็นกำลังใจให้รัฐบาล เพราะหากรัฐบาลสามารถรักษาทิศทางการทำงานและสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรมได้ต่อเนื่อง จะส่งผลดีโดยตรงต่อประชาชน และช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อการบริหารประเทศในระยะต่อไป

สีหศักดิ์ แถลงข่าวเศร้า 3 ลูกเรือ มยุรี นารี เสียชีวิตแล้ว

สีหศักดิ์ แถลงข่าวเศร้า 3 ลูกเรือ มยุรี นารี เสียชีวิตแล้ว

สีหศักดิ์ แถลงข่าวเศร้า 3 ลูกเรือ มยุรี นารี เสียชีวิตแล้ว

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.17 น.

8 เมษายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ได้แถลงข่าวว่า มีกำหนดการไปเยือนประเทศโอมาน ในวันที่ 15 – 16 เมษายน ตามคำเชิญของ รมต.ต่างประเทศโอมาน โดยตนจะไปขอบคุณที่ทางโอมาน ช่วยประสานงานช่วยเหลือลูกเรือ มยุรี นารี ที่ถูกโจมตี ซึ่งลูกเรือ 20 คน ได้เดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัยแล้ว

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียใจว่า ภายหลังที่มีหน่วยกู้ภัยของทั้ง 2 ประเทศ คือ โอมาน และอิหร่าน รวมทั้งของบริษัทเข้าไป ในที่สุดเราก็ทราบแล้วว่า ลูกเรือ 3 คน ที่ยังอยู่บนเรือ เสียชีวิตแล้ว ซึ่งเป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง และขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวด้วย

นายกฯ พกคำแถลงนโยบายรัฐบาลติดมือกลับบ้านไปอ่านด้วย ก่อนแถลงนโยบายต่อสภาฯ พรุ่งนี้

นายกฯ พกคำแถลงนโยบายรัฐบาลติดมือกลับบ้านไปอ่านด้วย ก่อนแถลงนโยบายต่อสภาฯ พรุ่งนี้

นายกฯ พกคำแถลงนโยบายรัฐบาลติดมือกลับบ้านไปอ่านด้วย ก่อนแถลงนโยบายต่อสภาฯ พรุ่งนี้

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.16 น.

นายกฯ พกคำแถลงนโยบายรัฐบาลติดมือกลับบ้านไปอ่านด้วย ก่อนแถลงนโยบายต่อสภาฯ พรุ่งนี้ 

เมื่อเวลา 15.26 น. วันที่ 8 เม.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้า โดยถือเล่มคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีสีน้ำเงินลายธงชาติ ติดมือลงมาด้วย  ซึ่งคาดว่านำไปอ่านเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาในเช้าวันที่ 9 เม.ย.นี้ โดยก่อนนายกฯ จะขึ้นรถนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินเข้ามาพูดคุยระยะหนึ่ง

ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนเรียกนายกฯ เพื่อที่จะขอสัมภาษณ์ แต่นายกฯ ไม่ได้หันมา ก่อนจะขึ้นรถเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปทันที

นายกฯ มั่นใจสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาด ขอปชช.ปรับตัว หวั่นสถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาเลวร้าย

นายกฯ มั่นใจสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาด ขอปชช.ปรับตัว หวั่นสถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาเลวร้าย

นายกฯ มั่นใจสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาด ขอปชช.ปรับตัว หวั่นสถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาเลวร้าย

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.56 น.

นายกฯ ขอบคุณปชช. ช่วยประหยัดพลังงานช่วงวิกฤติ ส่งผลสต็อกน้ำมันเหลือเพิ่ม ยืดเวลาใช้นานขึ้น มั่นใจสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาด แต่ขอประชาชน ปรับตัว ประหยัด-ปรับชีวิต หวั่น สถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาเลวร้าย กระทบระบบเศรษฐกิจ 

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรี ว่า นายกฯ ได้ให้ตนเข้าไปพบเพื่อรายงาน สถานการณ์ของการจําหน่ายน้ำมัน ในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง จากเดิมที่เรามีปริมาณการจําหน่ายน้ํามันดีเซล เฉลี่ยประมาณ 82 ล้านลิตร ซึ่งในช่วงตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน เป็นต้นมา ปริมาณการใช้น้ํามันปรับลดลง อยู่ที่ประมาณ 45 ล้านลิตร และเมื่อวันที่ 6 เม.ย. อยู่ที่ประมาณ 56 ล้านลิตร ซึ่งลดลงจากที่เคยบริโภคในช่วงของสถานการณ์ตะวันออกกลางช่วงแรก 

“นายกฯ จึงฝากขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่ช่วยกันประหยัดพลังงาน ซึ่งการใช้น้ำมันที่ลดลง ตรงจุดนี้ โดยเฉพาะน้ํามันดีเซล ทําให้เรามีสต็อกน้ํามันที่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นสามารถสะสมตัวน้ํามันเพื่อใช้ในการบริโภค ยืดเวลาการใช้น้ํามันของเราออกไปได้นานขึ้นกว่าเดิม” เลขาสภาพัฒน์ กล่าว

นายดนุชา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ก็ต้องขอความร่วมมือประชาชนดําเนินการต่อ เพราะสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน แม้ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ชะลอการเข้าไปโจมตีอิหร่าน ประมาณสองสัปดาห์ แต่เรายังไม่ทราบว่าหลังจากสองสัปดาห์แล้ว อะไรจะเกิดขึ้น ฉะนั้นในช่วงนี้ อยากให้ทุกท่านยังคงช่วยกันประหยัดพลังงาน เพราะในช่วงถัดไปการจัดหาน้ำมัน ถ้าสถานการณ์กลับเข้ามาสู่จุดเดิม และอาจจะเลวร้ายลงกว่าเดิม การจัดหาน้ำมันอาจจะยากขึ้น เพราะฉะนั้นหากเราสามารถประหยัดพลังงาน และมีการสะสมสต็อกน้ํามัน ในช่วงนี้ได้มากขึ้น ยืดเวลาการมีน้ํามันให้ประชาชนได้ใช้ในชีวิตประจําวัน และการประกอบอาชีพได้นานกว่าเดิม 

เมื่อถามว่า ที่ระบุว่าสามารถยืดเวลาได้นั้นจะยืดได้กี่วัน นายดนุชา กล่าวว่า  ตอนนี้สต็อกน้ํามันที่บอกว่ามีร้อยกว่าวัน มีประมาณ 50 กว่าวันที่เป็นน้ำมัน 
กําลังเดินทางเข้ามา ส่วนน้ํามันที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้ ที่ใช้อยู่ จะมีสต๊อกตามกฎหมาย ประมาณ 25 วัน และสต็อกสําหรับการจําหน่าย ประมาณ 18-20 วัน ฉะนั้นการที่เราใช้น้ํามันลดลง กําลังการผลิตในโรงกลั่นจะลดลงตามมา ซึ่งก็จะดีกับโรงกลั่นด้วย โดยในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โรงกลั่นต้องเร่งกําลังการผลิตขึ้นมากว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าอยู่ในลักษณะนี้เป็นเวลายาวนาน ตัวโรงกลั่นเองอาจจะมีปัญหา หรือระบบการผลิตเกิดความเสียหาย ฉะนั้นถ้าเราใช้น้ํามันลดลงอย่างนี้ จะทําให้ตัวกําลังการผลิตสามารถลดลงมาได้ จะได้กลับมาสู่ภาวะปกติ จะได้มีตัวสต็อกน้ํามันมากขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าถ้าเราสามารถลดการใช้น้ํามันได้เรื่อย ๆ สต๊อกน้ำมันก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะทําให้ยืดเวลาได้ ส่วนจะกี่วันนั้น รายละเอียดก็ต้องคุยกับกระทรวงพลังงานด้วย เข้าใจดีว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะคุยเรื่องนี้กับประชาชนเช่นกัน 

เมื่อถามว่า การลดการใช้น้ํามัน ตรงนี้จะช่วยสถานะของกองทุนน้ํามันได้ด้วยหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ถ้าลดก็จะช่วยสถานะกองทุนน้ํามัน ในแง่ของเงินที่จ่ายออก ส่วนค่าการกลั่นที่มีการประกาศออกมาเมื่อวันที่ 7เม.ย. และได้ลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตรงนี้จะทําให้กองทุนน้ํามันมีรายจ่ายต่อวันลดลง เบื้องต้นน่าจะอยู่ประมาณ จากเดิม 1,500 ล้านบาท อาจจะเหลือประมาณ 1,200 ล้านบาท ก็จะชะลอการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้ของกองทุนลงได้ ซึ่งก็จะดีกับตัวฐานะการคลังของประเทศด้วย ก็จะมีเงินเพียงพอในการใช้ช่วยประชาชน ในการลดผลกระทบ รวมถึงภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ํามันที่เพิ่มสูงขึ้น แม้จริงๆ ราคาน้ํามันตอนนี้ จะเริ่มปรับลดลง จากเมื่อเช้าที่ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศก็ตาม แต่ถ้าพูดจริงๆ ก็ยังอยู่ระดับที่สูงกว่าปกติอยู่ดี ถ้าเราสามารถช่วยกันประหยัดได้ก็จะช่วยได้เยอะ 

เมื่อถามว่า นายกฯได้คุยถึงน้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะไม่ขาดแคลนใช่หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ไม่ขาด ตอนนี้ในระบบสถานีบริการน้ำมัน จากข้อมูลทั้งของปตท.และบางจาก ไม่มีปัญหาเรื่องน้ํามันขาดมา 2-3 วันแล้ว 

เมื่อถามว่า แนวคิดการจะปิดปั๊มน้ํามันเป็นเวลา ยังมีอยู่หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ตรงนั้นต้องคุยกันในรายละเอียดอีกที ซึ่งเมื่อเช้าก็มีข่าวเกี่ยวกับผู้ประกอบการรถบรรทุกที่เขาจะได้รับผลกระทบ ก็ต้องมาดูว่าจะออกเป็นมาตรการในลักษณะไหน ไม่ให้กระทบกันมาก แต่สิ่งสําคัญคือทุกคนต้องปรับตัว เพราะตอนนี้เป็นเรื่องน้ํามันแพง แต่ในระยะถัดไป จะกลายเป็นเรื่องปัญหาด้านเศรษฐกิจตามมา ฉะนั้นทุกคนต้องปรับตัวทั้งเรื่องการประหยัดและใช้ชีวิต ต้องปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้ 

ทรงศักดิ์ รับท้าทายคุม สทนช. แก้น้ำท่วม-แล้ง บอกโชคดี นั่งรองนายกฯ ได้ทำงานใกล้ชิดนายกฯ

ทรงศักดิ์ รับท้าทายคุม สทนช. แก้น้ำท่วม-แล้ง บอกโชคดี นั่งรองนายกฯ ได้ทำงานใกล้ชิดนายกฯ

ทรงศักดิ์ รับท้าทายคุม สทนช. แก้น้ำท่วม-แล้ง บอกโชคดี นั่งรองนายกฯ ได้ทำงานใกล้ชิดนายกฯ

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.30 น.

ทรงศักดิ์ รับท้าทายแก้ปัญหาน้ำท่วม-แล้ง หลังได้รับมอบหมายดู สทนช. เปิดใจถูกขยับพ้นเก้าอี้ รมช.มหาดไทย บอกโชคดี นั่งรองนายกฯ ได้ทำงานใกล้ชิดนายกฯ

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีได้รับการแบ่งงานให้ดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ว่า จะต้องทำงานอย่างเต็มที่ เพราะวันนี้ถือว่านายกฯ ไว้วางใจมอบหมายให้ดูแลงานที่มีความสำคัญ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะมีการแก้ไขในเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้ง เพราะคนส่วนใหญ่จะติดใจในเรื่องน้ำท่วมกับน้ำแล้ง เพราะถือเป็นวิถีชีวิตของคนไทย ถือเป็นงานที่ท้าทายอย่างหนึ่ง  แต่ส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องของคณิตศาสตร์ น้ำท่วมคือ ปริมาณน้ำที่เกินกว่าต้องใช้ ส่วนน้ำแล้งคือน้ำที่ขาดไม่เพียงพอ เพราะปัญหาน้ำท่วมและแรงซ้ำซากถือเป็นปัญหาที่ท้าทาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย มั่นใจใช่หรือไม่ว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีเรื่องที่แปลก พื้นที่ที่น้ำท่วมจะมีน้ำแล้งด้วยเหตุใดจึงไม่สามารถบริหารจัดการได้ และนี่เป็นสิ่งที่ตนคิดมาตลอด อย่างไรก็ตาม มองว่าเป็นเรื่องที่โชคดีที่ได้มาดูแลเรื่องน้ำ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญของประเทศ มองว่า ภาคการเกษตรเขาบอกว่า มีน้ำต้องมีเงิน คนไทยถ้ามีน้ำต้องมีเงิน ซึ่งฤดูแล้งหากสังเกต เวลาเดินทางจะเห็นว่า มีที่ดินว่างจำนวนมากและคนก็ไม่มีงานทำ และเมื่อเข้าเมืองใหญ่ก็เกิดปัญหาในชุมชนเมืองอีก ฉะนั้น เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข

เมื่อถามถึงการได้กำกับดูแลกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา (ดูแลด้านกีฬา) จะมีความคืบหน้าแยกกระทรวงอย่างไร นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่สอดรับกัน เพราะมีคนเคยคิดว่า จะทำเรื่องกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว แต่การกีฬานั้นเป็นกิจกรรมเฉพาะ แนวความคิดที่จะแยกจากกันหากแยกออกได้จะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ ขณะนี้ตนทราบเพียงว่าเป็นแค่กรอบความคิด และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็บอกว่าใช้เวลาระยะเวลาประมาณ 6 เดือน

เมื่อถามถึงความรู้สึกที่มาดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ทั้งที่ภาพการเป็น รมช.มหาดไทย ติดตัวมาตลอด นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าถามถึงความรู้สึก รู้สึกว่าปกติ เพราะการทำหน้าที่รัฐมนตรีอยู่ที่นายกฯ จะมอบหมาย อาจจะเห็นว่าที่ผ่านมาเราทำตรงนู้นแล้วอาจจะมีเรื่องที่เราเหมาะสมกว่าเลยให้ช่วยทำงานตรงนี้ ยิ่งเป็นรองนายกฯถือว่าเป็นการทำงานที่ใกล้ชิดนายกฯ ตนถือว่าโชคดีและดีใจ อย่างไรก็ตาม งานที่ตนทำบางส่วนก็ต้องอาศัยกระทรวงมหาดไทยเข้ามาบูรณาการในการทำงานร่วมกัน จะถือว่าเรามีงานที่เคยทำอยู่แล้ว คราวนี้มาทำอีกงานหนึ่ง แต่งานที่เราทำต้องอาศัยองคาพยพของกระทรวงมหาดไทยในการดำเนินงาน เพื่อให้งานที่เรารับผิดชอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นประโยชน์กับประชาชน

ทรงศักดิ์ มั่นใจ รบ.หนู อยู่ครบ 4 ปี ไม่กังวลฝ่ายค้านแปลงเวทีแถลงนโยบายเป็นศึกซักฟอก

ทรงศักดิ์ มั่นใจ รบ.หนู อยู่ครบ 4 ปี ไม่กังวลฝ่ายค้านแปลงเวทีแถลงนโยบายเป็นศึกซักฟอก

ทรงศักดิ์ มั่นใจ รบ.หนู อยู่ครบ 4 ปี ไม่กังวลฝ่ายค้านแปลงเวทีแถลงนโยบายเป็นศึกซักฟอก

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.18 น.

“ทรงศักดิ์”มั่นใจ”รบ.หนู”อยู่ครบ 4 ปี ไม่กังวล”ฝ่ายค้าน”แปลงเวทีแถลงนโยบายเป็นศึกซักฟอก ชี้อภิปรายเรียบๆ ประชาชนอาจดูแล้วน่าเบื่อ

8 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 9 เม.ย.แต่ฝ่ายค้านจองกฐินเหมือนซักฟอกรัฐบาลในตัว ว่า ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปกังวลใจ เรื่องของสภาถือว่าเป็นหน้าที่ เราเป็นฝ่ายบริหารเมื่อเราแถลงนโยบาย สมาชิกหลายคนคงทำงานเพื่อบ้านเมือง อาจจะให้ข้อแนะนำ หรือข้อท้วงติงบ้าง แต่ละคนมีความรู้หลากหลาย เราก็เก็บรวบรวมข้อมูลที่สมาชิกทั้งหลายให้ข้อมูลมา จะนำมาดูว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองก็นำมาใช้ ส่วนตัวไม่กังวลเลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่เวทีนี้ยังไม่ควรที่จะมาซักฟอกหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของสมาชิก บางคนอาจจะพูดเหมือนลักษณะเป็นการซักฟอกหรืออภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ตนคิดว่าเขาไม่ได้มีเจตนาที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพียงแต่อาจจะมีน้ำเสียงหรืออะไรประมาณนี้ แต่คิดว่าทำให้สภาเป็นที่น่าสนใจ ถ้าสมาชิกหลายคนอภิปรายไปเรียบๆ บางทีคนที่ติดตามการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติกับรัฐบาลก็อาจจะดูน่าเบื่อ แต่สำหรับตนอยู่สภามานานเป็นเรื่องปกติ

เมื่อถามถึงกระแสความนิยมของประชาชนต่อรัฐบาลที่ลดลง ไม่เหมือนกับการเข้ามาในตอนแรก นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า มันคงยังวัดไม่ได้ รัฐบาลเองเพิ่งจะเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ และจะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา จะมาบอกว่าวัดความนิยมในขณะที่ยังไม่ได้ทำงานจริงๆ คงยังไม่ได้ ตนเชื่อว่าสถานการณ์บ้านเมืองมันก็ต้องมีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงไป แต่คิดว่านายกฯ มีความตั้งใจในการแก้ปัญหาของบ้านเมือง

เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าถามตนคิดว่า ด้วยองค์ประกอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของนายกฯ ก็มั่นใจว่า รัฐบาลก็อยู่ได้