ซื้อผ้าไทย ใส่ผ้าไทย เที่ยวเมืองไทย “นุ่งสยามสามฤดู”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/595201

  • วันที่ 18 ก.ค. 2562 เวลา 13:15 น.

ซื้อผ้าไทย ใส่ผ้าไทย เที่ยวเมืองไทย "นุ่งสยามสามฤดู"

ททท. เปิดแคมเปญ “นุ่งสยามสามฤดู” ชูแนวคิด ซื้อผ้าไทย ใส่ผ้าไทย เที่ยวเมืองไทย จับมือ Influencer ด้านแฟชั่นผ้าไทย สร้างแรงบันดาลใจในการเดินทาง พร้อมเปิดตัว Look Book นุ่งสยามสามฤดู เจาะตลาดผู้หญิงกำลังซื้อสูง ชี้เป็นตลาดใหม่ที่มาแรงและศักยภาพในการเติบโตสูง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย นางจิราณี พูนนายม ผู้อำนวยการกองตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ททท.ได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์แผนวิสาหกิจ ปี 2560-2564 ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดผู้หญิงด้วยการเปิดตัวแคมเปญ นุ่งสยามสามฤดู ภายใต้แนวคิด ซื้อผ้าไทย ใส่ผ้าไทย เที่ยวเมืองไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผ้าไทยในมุมมองใหม่ในรูปแบบที่ทันสมัย นำเสนอการท่องเที่ยวแบบลึกซึ้งถึงประสบการณ์ท้องถิ่น Local Experience เน้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางเรียนรู้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น วิถีชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยแคมเปญดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ปี 2562 มีนักท่องเที่ยวภายในประเทศเดินทางตามเป้าหมายที่ ททท. กำหนดไว้จำนวน 166 ล้านคน/ครั้ง มีรายได้กว่า 1.12 ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้นจากเดิม 5%

โดยกลุ่มเป้าหมายจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มตลาดผู้หญิงที่จะเดินทางเดินทางไปเที่ยวในในพื้นที่ต่างๆ เพื่อได้ลงไปใช้จ่ายเลือกซื้อผ้าในท้องถิ่นมากขึ้นด้วย อันเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายและชอบเดินทางท่องเที่ยว เนื่องจากปัจจุบันพบว่าผู้หญิงมีบทบาทสำคัญกับในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งนี้จากข้อมูลของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) พบว่า ผู้หญิงกว่า 126 ล้านคนทั่วโลกก้าวสู่การเป็นผู้บริหารและเจ้าของกิจการ และคาดการณ์ว่า ภายในปี 2563 ประชากรหญิงของไทยจะมากกว่าประชากรชายถึงประมาณ 1.5 ล้านคน โดยผู้หญิง ที่ใช้ชีวิตคนเดียวมีเพิ่มมากขึ้นประมาณ 5.6 ล้านคน

 

สำหรับแคมเปญ นุ่งสยามสามฤดู ททท.มุ่งเน้นในการสร้างการรับรู้ในการแต่งผ้าไทยในแบบประยุกต์ ปลุกกระแสด้วยการใช้ Influencer และ Micro influencer นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายจำนวน 1 ล้านคน โดยเริ่มคิกออฟแคมเปญด้วยการจับมือกับ “แพรี่พาย” ในการเป็นผู้นำเทรนในการแต่งผ้าไทย เที่ยวเมืองไทยเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆในรูปแบบที่ประยุกต์ให้ทันสมัยได้ทุกฤดูกาล ด้วยการจัดทำ VLOG จำนวน 5 Clip 5 ภูมิภาค ซึ่งล่าสุดได้มีการเผยแพร่ในส่วนของภาคเหนือภาคอีสานเป็นที่เรียบร้อยแล้วและได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างมาก

รวมทั้งยังได้มีการจัดทำ Look Book-นุ่งสยามสามฤดู จำนวน 3,000 เล่มด้วยการจับมือกับ ตุ้ม-กรรณิการ์ แสงจันทร์ สไตล์ลิสต์จาก Made By Hotcake ผู้หลงใหลในผ้าไทยและงานฝีมือจากท้องถิ่นและสนับสนุนชุมชนอย่างเต็มหัวใจมาร่วมออกแบบและ Mix and Match ผ้าไทยให้ดูทันสมัยและเหมาะสมในการใส่ทุกโอกาส สร้าง Inspire การแต่งผ้าไทยให้สวย เปรี้ยวและนำเสนอเรื่องราวของการเดินทางท่องเที่ยวผสมผสานกับแฟชั่นผ้าไทย พร้อมจับมือกับพันธมิตร ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ทและร้านอาหารต่างๆทั่วประเทศ มอบส่วนลดพิเศษสูงสุดกว่า 50% โดยสามารถใช้ได้ตั้งเดือนกรกฎาคม- ธันวาคม 2562โดยคาดว่าจากกิจกรรมดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการเดินทางและการแต่งผ้าไทยในกลุ่มของผู้หญิงรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้ทำกิจกรรมออนไลน์ผ่าน Facebook : amazing ไทยเท่ ด้วยการเชิญชวนทุกคนมาร่วมส่งภาพอวดชุดผ้าไทยเก๋ๆ ในแบบตัวเองเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม แต่งผ้าไทยไปเลย เพื่อไปร่วมกิจกรรมที่จังหวัดเลยเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมของภาคอีสาน ซึ่งทริปนี้ ททท.จะพาผู้โชคดีไปร่วมแต่งผ้าไทย ซื้อผ้าไทย และโพสต์ท่าถ่ายภาพเก๋ๆริมแม่น้ำโขงโดยช่างภาพชื่อดังระดับโลก โต้ วิรุนันท์ ชิตเดชะ Leica Thailand Ambassador การันตีฝีมือภาพถ่ายภาพจาก Cannes Lion อย่างไรก็ดี ปีหน้านี้จะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวลงไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั้ง 5 ภาคทั่วประเทศและกระจายรายได้อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย

‘ปลาร้า คาเฟ่’ มื้อหน้าขอให้ปลาร้าเยียวยาทุกสิ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/594909

  • วันที่ 18 ก.ค. 2562 เวลา 11:30 น.

‘ปลาร้า คาเฟ่’ มื้อหน้าขอให้ปลาร้าเยียวยาทุกสิ่ง

เอาใจสาวกรสแซ่บแบบนัวๆ อร่อยยั่วๆ ด้วยเมนูปลาร้า ที่ร้าน ‘ปลาร้า คาเฟ่’

คอปลาร้าห้ามพลาดกับร้านที่เสิร์ฟเมนูปลาร้านัวๆ เน้นๆ อย่าง ‘ปลาร้า คาเฟ่’ คัดของดีของอร่อยมาอ่อยคนเมือง สูตรเด็ดตัวนำยกให้ปลาร้าที่สรรหามาจาก จ.กาฬสินธุ์ และนำมาปรุงรสชาติในสูตรของตัวเอง เพราะที่กรุงเทพฯ หาปลาร้าที่รสชาติถูกใจเจ้าของร้านไม่ได้ โดยทุกเมนูรสชาติจัดจ้านตามสไตล์อาหารอีสาน แต่ถ้าใครกินเผ็ดมากไม่ได้ สามารถบอกแม่ครัวขอให้ลดความเผ็ดลงได้  หรือใครที่ติดรสชาติแบบคนกรุงเทพฯ เวลาสั่งก็ให้บอกว่าขอรสชาติเปรี้ยวหวาน

สตาร์ทความแซ่บกันด้วยออเดิฟร์ แจ่วบอง ที่ร้านเสิร์ฟให้ลูกค้าฟรีทุกโต๊ะ แล้วไปเริ่มพบความจริงจังกันที่ ตำปลาร้าคาเฟ่ เมนูที่เจ้าของร้านเลือกแต่ของที่ชอบมาเสิร์ฟรวมกับส้มตำปูปลาร้า ไม่ว่าจะเป็น หมูยอ กากหมู เห็ดหูหนู เห็ดหิมะ หน่อไม้ และชะอม

ตำหลวงพระบาง ที่ฝานมะละกอเป็นเส้นบางๆ รสชาติกลมกล่อมลงตัว อีกเมนูที่ขายดี ตำไหลบัวกุ้งสด ได้รสชาติกรุบกรอบของไหลบัวรวมกับน้ำปลาร้าสุดนัวและกุ้งสด และ ตำเกาเหลาหอยโข่ง

แก้เผ็ดด้วย ซี่โครงหมูย่าง และชุด หมูปลาร้า ที่ร้านคัดเอาส่วนคอหมูมาตัดส่วนมันออกเพื่อไม่ให้มันมากเกินไป กินคู่กับน้ำจิ้มแจ่วปลาร้า และซีฟู้ด เสิร์ฟมาพร้อมผักเคียงและข้าวเหนียว

ยังมี แหนมหมกไข่ใบตอง ไข่เจียวใส่แหนมหมูหอมกลิ่นใบตอง และปิดท้ายด้วย กวยจั๊บญวน ที่ทั้งหมูยอและเส้นส่งตรงจาก จ.อุบลราชธานี พร้อมน้ำซุปหอมๆ รสชาติกลมกล่อม

ร้าน ‘ปลาร้า คาเฟ่’ ตั้งอยู่ในโครงการสวนดอกลำเจียก ถ.พระราม 5 ติดกับห้างโฮมโปร เปิดให้บริการวันพฤหัสบดี-อังคาร (ร้านปิดทุกวันพุธ) เปิดตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. เบอร์โทรศัพท์ 08-1557-8828

‘ครัวกลางกรุง’ ปรุงรสชาติความเป็นไทยตำรับพื้นบ้าน เสิร์ฟความอร่อยมานาน 20 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/594987

  • วันที่ 17 ก.ค. 2562 เวลา 10:30 น.

'ครัวกลางกรุง' ปรุงรสชาติความเป็นไทยตำรับพื้นบ้าน เสิร์ฟความอร่อยมานาน 20 ปี

เพราะไม่อยากเห็นร้านอาหารไทยสูตรต้นตำรับถูกดิสครัปต์ด้วยเทรนด์การบริโภคอาหารนานาชาติที่เป็นกระแสในโลกโซเชียล ทั้งอาหารญี่ปุ่น เกาหลี กระทั่งอาหารฝรั่ง

คุณแม่คนึงนิจ ละออ เจ้าของร้านอาหารไทยที่ปรุงเมนูพื้นบ้านมานาน จึงมีไอเดียนำเสนอเมนูอาหารไทยในห้าง สร้างคาแรกเตอร์ใหม่จากเดิมที่เปิดเป็นร้านข้าวแกงและอาหารตามสั่งเมื่อ 20 ปีก่อนในชื่อร้าน “โอชารส” ที่สุขาภิบาล 3 จากตึกแถวสองห้อง แล้วจึงย้ายร้านมาเปิดที่กลางเมืองย่าน RCA พร้อมรีแบรนด์ใหม่ให้เข้ากับสถานที่ตั้งด้วยชื่อร้าน “ครัวกลางกรุง”

และล่าสุดกับสาขาใหม่ที่พลิกโฉมหน้าอีกครั้งด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนออาหารไทยในห้าง สร้างความแตกต่างด้วยบรรยากาศความเป็นไทยที่คุ้นเคย ตกแต่งแบบเรียบง่าย เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ ที่เป็นงานสาน ประดับด้วยเครื่องจักสานฝีมือภูมิปัญญาคนไทย เข้ากันดีกับโทนสีเขียวและต้นไม้ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งล้อมวงกินข้าวอยู่ที่บ้าน

ด้านเมนูเน้นเป็นอาหารไทยแบบไทยพื้นบ้านที่รสชาติกลมกล่อมถึงเครื่องเทศแบบไทยๆ มีให้เลือกกว่า 50 เมนู ส่วนที่มาแล้วไม่อยากให้พลาดเมนูแรกต้อง เปาะเปี๊ยะสด ใช้แป้งโรตีสดใหม่วันต่อวัน ด้านในจัดเต็มทั้งหมูแดง กุนเชียง เต้าหู้ เห็ดหอม แตงกวา ถั่วงอก ราดด้วยน้ำจิ้มสูตรเด็ดรสเปรี้ยวหวานจากน้ำมะเปียก น้ำตาลมะพร้าว หอมรากผักชี พริกไทย

สำหรับเมนูขึ้นชื่อของร้านนี่ยกให้ ข้าวคลุกกะปิสูตรชาววัง สูตรลับความอร่อยคือการใช้กะปิอย่างดีจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ให้กลิ่นหอมหวนชวนรับประทาน ต่อด้วยเมนูที่อร่อยไม่แพ้กันอย่าง กรรเชียงปูผัดพริกเหลือง เนื้อปูหวานแน่นขนาดกำลังดีส่งตรงจากสุราษฎร์ธานี เข้ากันดีกับพริกเหลืองและโหระพา

ตามมาด้วยเมนูคั่วพริกเกลือ อย่างปูนิ่มคั่วพริกเกลือ กัดปูนิ่มทอดกรอบเคลือบความอร่อยครบรส หวาน เผ็ด เค็ม ยังมี หมูกรอบคั่วพริกเกลือ กระดูกอ่อนคั่วพริกเกลือ เต้าหู้อ่อนคั่วพริกเกลือ อีกความอร่อยที่แนะนำคือ แกงส้มปลากระพง ยำถั่วพู มัสมั่นเนื้อน่องลาย แกงคั่วหอยหวานใบชะพลู ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน น้ำพริกกะปิปลาทูทอด ทอดมันปลากราย ต้มแซบซี่โครงอ่อน ผัดพริกขิงปลาดุกฟู ข้าวผัดปลาสลิด และอื่นๆ

ตบท้ายด้วยของหวานแบบไทยๆ อย่าง ข้าวเหนียวทุเรียน ใช้น้ำกะทิสูตรใสอร่อยกลมกล่อมหวานกำลังดี ลูกตาลลอยแก้ว กล้วยไข่เชื่อม ด้านเครื่องดื่มมีน้ำผลไม้และน้ำสมุนไพร อาทิ น้ำแตงโมปั่น น้ำส้มปั่น ลิ้นจี่โซดา อัญชันมะนาว กระเจี๊ยบ ลำไย เก็กฮวย

แวะไปชิมอาหารไทยที่ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง ได้ที่ร้านอาหาร “ครัวกลางกรุง”ที่ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ อาคาร B ชั้น G เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 – 20.30 น. โทรศัพท์ 02 108 6152 และ 093 519 2599

จากความคิดถึงจึงเป็น ‘กลับนครฯ’ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ที่หมายยกนครศรีธรรมราชมาไว้ในกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/594957

  • วันที่ 16 ก.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

จากความคิดถึงจึงเป็น 'กลับนครฯ' ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ที่หมายยกนครศรีธรรมราชมาไว้ในกรุง

“กลับนครฯ” ร้านข้าวแกงกินง่ายสไตล์คนนครฯ ที่พร้อมสานฝันยกบ้านเกิดมาไว้ในกรุง พร้อมปรุงเมนูอาหารใต้รสจัดจ้านเหมือนทำให้คนในบ้านกิน

ก่อนหน้านี้เป็นขวัญใจคนทำงานย่านร่มเกล้า และศรีนครินทร์ จนคนถิ่นนั้นรู้จักกันดีในชื่อ “กลับนครฯ” สุดยอดร้านข้าวแกงกินง่ายสไตล์คนเร่งรีบ ที่เปิดบริการอาหารปักษ์ใต้รสจัดจ้านมานานกว่า 4 ปี ซึ่งตอนนี้ “กลับนครฯ” ได้ขยายสาขาต่อยอดสานฝันอีกสาขาที่ถนนสุขาภิบาล 2 พร้อมรับรองความอร่อย คุณภาพ และบริการเหมือนกันทุกสาขา เพราะเจ้าของออกโรงมาบริหารจัดการด้วยตัวเองทุกขั้นตอน

ร้านนี้มีจุดกำเนิดจากสองหุ้นส่วนที่ขยันขันแข็ง หนึ่งเก่งด้านบริหารจัดการวางแผน อีกหนึ่งเก่งด้านการเงินการบัญชี แต่ที่ทั้งสองมีเหมือนกันคือความเป็นชาวนครศรีธรรมราช ผู้รักในถิ่นฐานบ้านเกิดและอาหารรสจัดจ้านที่หาทานได้ยากในกรุงเทพฯ เมื่อบวกความคิดถึงบ้านที่ต้องห่างมานานเพราะหน้าที่การงาน จึงเกิดเป็นไอเดียนำบ้านเกิดมาไว้ใกล้ๆ ตัว เริ่มจากสิ่งที่คุ้นเคยอย่าง “อาหารปักษ์ใต้”

สำหรับความตั้งใจในการทำธุรกิจ คุณเกรียง และคุณบี สองหุ้นส่วนร้าน “กลับนครฯ” เผยว่า แรกเริ่มเราแค่อยากเห็นคนกรุงเทพฯ ได้กินอาหารเช้า อาหารกลางวันแบบอิ่มๆ เพราะด้วยไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ทำงาน ด้วยความเร่งรีบทำให้หลายคนก็ไม่ได้กินมื้อเช้า บวกกับสองคนเราเป็นคนใต้ที่คุ้นเคยกับอาหารรสจัดจ้านสไตล์ปักษ์ใต้ เราจึงนำเสนอความเป็นเราใส่ลงไปในธุรกิจ ส่วนความตั้งใจคืออยากขยายสาขาของร้านข้าวแกงนี้ให้ครบ 23 สาขา เท่ากับจำนวนอำเภอในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกระจายไปหลายๆ มุมทั่วกรุงเทพฯ ทุกครั้งที่อยากกินอาหารใต้จะได้นึกถึงเรา ซึ่งเราจะขอทำหน้าที่เหมือนเป็นครัวที่สองของบ้านท่านที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยใกล้บ้าน ส่วนกิมมิกที่เราอยากนำเสนอคือการเนรมิตร้านในแต่ละสาขาให้ออกมาเป็นสถานที่สำคัญในแต่ละอำเภอ อย่างที่ผ่านมาเรามีกลับนครฯ ที่เป็นภาพรวมของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่สาขาศรีนครินทร์ มี อ.เมือง ที่สาขาร่มเกล้า และล่าสุด ณ ปากพนัง ที่สาขาสุขาภิบาล 2

ด้านเมนูอาหารร้านนี้มีให้เลือกกว่า 40 เมนูในแต่ละวัน สลับสับเปลี่ยนกันให้ลูกค้าได้กินอะไรที่หลากหลาย การันตีความสดใหม่วันต่อวัน เพราะผัดแกงกันเห็นๆ ตักเสิร์ฟกันแบบร้อนๆ มาแล้วห้ามพลาดเมนูซิกเนเจอร์อย่าง หมูผัดเคย หรือหมูผัดกะปิ เด็ดตรงที่กะปิพิเศษส่งตรงจากนครฯ ต่างกับร้านอื่นตรงความหอมและกลมกล่อม ไม่เหม็น ไม่เค็ม ใช้หมูเนื้อแดงสะโพกผัดกับเครื่องแกงและกะปิอย่างดี มีสะตอเพิ่มมิติความเป็นภาคใต้ได้อย่างชัดเจน

ตามด้วย คั่วกลิ้ง มีทั้งแบบหมูสับ หมูชิ้น และกระดูกหมู ผัดมาพอขลุกขลิก จัดจ้านกันต่อกับ แกงไตปลา และ อื้อไตปลา ทีเด็ดรสเผ็ดดุ กินคู่ผักแกล้มสดๆ ที่มีบริการฟรีคู่กับน้ำพริก ทั้งยอดมันปู ยอดมะม่วงหิมพานต์ มะเขือ แตงกวา ถั่วฝักยาว และผักนานาชนิด

นอกจากนี้ ยังมีเมนูอื่นๆ อีกเพียบในแต่ละวัน อาทิ ขนมจีนน้ำยาปู น้ำยาปลาทู สูตรกะทิเข้มข้น แกงส้มใต้ปลากะพงยอดมะพร้าวอ่อน แกงเนื้อมะเขือพวง ปลาช่อนทะเลผัดพริกไทดำ ใบเหลียงผัดไข่ หมูหวาน แกงคั่วกระดูกหมู ไข่พะโล้ ผัดขิงไก่ ผัดหอยลาย ปลาทูต้มเค็ม ห่อหมก หมี่ผัดกะทิ ปลาทอด ไข่ดาวเค็ม ไข่ต้ม ส่วนข้าวมีให้เลือกทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่

สนนราคาเริ่มต้นมื้อละ 40 บาท (ราดกับข้าว 1 อย่าง) 50 บาท (ราดกับข้าว 2 อย่าง) สามารถอัพเพิ่มได้ตามใจชอบ  ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มและของหวานที่มีบริการเช่นกัน

ตามไปชิมความจัดจ้านของข้าวแกงร้าน “กลับนครฯ” ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 6 โมงเช้า ถึงบ่าย 2 โมง หรือสั่งเดลิเวอรี่ได้ที่ โทร.097 078 5885 (คิดค่าส่งตามระยะทาง)

สำราญงานศิลป์ผ่านมื้ออาหารสุดพิเศษ กับ Greyhound Cafe & Marimekko

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/594896

  • วันที่ 15 ก.ค. 2562 เวลา 16:40 น.

สำราญงานศิลป์ผ่านมื้ออาหารสุดพิเศษ กับ Greyhound Cafe & Marimekko

ดื่มด่ำมื้ออาหารแสนพิเศษกับวาระพิเศษฉลองครบ 10 ปี ‘Oiva Tableware Collection’ ในโปรเจกต์ ‘Greyhound Café & Marimekko’ ครั้งแรกในประเทศไทย @Central World

สาวกแบรนด์ Marimekko และ Greyhound Café ห้ามพลาด เมื่อ Marimekko (มารีเมกโกะ) ไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่ถ่ายทอดทัศนคติและลายพิมพ์อันเป็นเอกลักษณ์จากประเทศฟินแลนด์ ฉลองครบ 10 ปี ‘Oiva Tableware Collection’ จัดโปรเจกต์สุดพิเศษ ‘Greyhound Café & Marimekko’ ครั้งแรกในประเทศไทย ร่วมกับ Greyhound Café (เกรฮาวด์ คาเฟ่) ร้านอาหารในรูปแบบแฟชั่นคาเฟ่แห่งแรกๆ ของเมืองไทย ที่โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์อาหาร “Basic with Creative Twist” นำเสนอในรูปแบบสร้างสรรค์มากว่า 20 ปี และเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับศิลปะบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษ สุดลงตัวระหว่างเมนูยอดนิยมจากทาง Greyhound Café ที่พร้อมเสิร์ฟบนเทเบิลแวร์คอลเลคชั่นจาก Marimekko ตั้งแต่วันนี้-15 กันยายน 2562 ที่ร้าน Greyhound Café สาขา Groove @Central World

สัมผัสกับความพิเศษในบรรยากาศ Friendly&Easy Going ซึ่งภายในร้านมีการจัดมุมพิเศษที่เนรมิตบรรยากาศและสไตล์การตกแต่งที่มีกลิ่นอายสแกนดิเนเวียนในแบบฉบับของมารีเมกโกะ ตกแต่งด้วย Home Collection ผ่านลายพิมพ์ที่โด่งดังอันเป็นเอกลักษณ์ อาทิ ลายพิมพ์ Unikko (ดอกป๊อปปี้) ลายพิมพ์ Kivet (ก้อนหิน) เสิร์ฟพร้อมเมนูยอดฮิตตลอดกาลของ Greyhound Café

“เนื่องจากปีนี้เป็นปีสุดพิเศษที่ครบ 10 ปี คอลเล็กชั่นเซรามิค หรือ Oiva Collection ของทาง Marimekko เราจึงอยากให้แฟนๆ ได้มีช่วงเวลาพิเศษบนโต๊ะอาหาร พร้อมรื่นรมย์กับศิลปะแห่งลายพิมพ์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มารีเมกโกะ รวมถึงได้มีโอกาสสัมผัสกับสินค้าคุณภาพด้วยกัน จึงคิดถึงร้านอาหารที่มีทิศทางที่เป็นเอกลักษณ์ในแนวทางเดียวกัน คำตอบเดียวที่ได้ คือ Greyhound Café สำหรับความหมายของ Oiva แปลเป็นภาษาไทยว่า ยอดเยี่ยม ซึ่งแนวคิดหลักในการออกแบบเน้นในเรื่องของความคลาสสิคแบบไร้กาลเวลา หรือ Timeless Design แต่ต้องอยู่ในการผลิตที่มีคุณภาพ ด้วยคอนเซ็ปต์เหล่านี้จึงคิดว่า Greyhound Café ตอบโจทย์ที่สุด และลงตัวทั้งความเป็น Art และ Fashion จึงอยากให้ทุกคนที่ชื่นชอบทั้งแบรนด์มารีเมกโกะและเป็นแฟนของเกรฮาวด์คาเฟ่อยู่แล้ว ได้มีโอกาสมามีช่วงเวลาพิเศษนี้ด้วยกันค่ะ” คุณแพรวไพลิน เอมอักษร ผู้จัดการแบรนด์ Marimekko กล่าว

 

ด้านคุณอังสนา พวงมะลิต ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด กล่าวว่า “Greyhound Café ถึงจะเป็นแบรนด์ร้านอาหาร แต่ทุกครั้งที่ลูกค้าเดินเข้ามาที่ร้านของเรา เราอยากให้เขาได้อะไรมากกว่า ความรู้สึกอิ่มท้อง เพราะฉะนั้นนอกจากเราจะให้ความสำคัญกับเรื่องของเมนูและรสชาติอาหารภายใต้คอนเซปต์ ‘Basic with Creative Twist’ แล้ว เรายังให้ความำคัญกับภาชนะทุกชิ้นบนโต๊ะอาหาร บรรยากาศการตกแต่งร้าน รวมถึงดอกไม้ เพลง ไปจนถึงชุดของพนักงาน ที่ล้วนเป็นรายละเอียดที่เราตั้งใจมอบประสบการณ์ในหนึ่งมื้ออาหารที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน การได้ร่วมงานกับ Marimekko ที่เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก โดยการน าเมนูจานโปรดที่คุ้นเคยของ Greyhound Café มาจัดเสิร์ฟอย่างสวยงามใช้ภาชนะคอลเล็กชั่น Oiva (ออยวา) ของทาง Marimekkoจึงถือเป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะได้ร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ สร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับมื้ออาหารให้เป็นช่วงเวลาพิเศษที่น่าจดจำอย่างที่เราตั้งใจมาโดยตลอดค่ะ”

ไม่รอช้าเริ่มเพลิดเพลินกับอาหาร 11 เมนูยอดฮิต พร้อมรื่นรมย์กับศิลปะแห่งลายพิมพ์จาก Marimekko กันด้วย Caesar Salad with Country Style Dressing ซีซาร์สลัดสไตล์ Greyhound สูตรน้ำสลัดซีซาร์ของเราจากแม่ครัว size XL ที่ไม่หวงชีสและเบคอน ตามด้วย Grilled Pumpkin and Tofu Salad สลัดฟักทองย่างและเต้าหู้ พร้อมผักสลัดหลากชนิด โรยด้วยฟักทองกรอบราดน้ำสลัดโชยุ

Calamari Fritti ปลาหมึกชุบแป้งทอดแบบอิตาเลี่ยน ปลาหมึกสดๆ ไม่ผ่านการแช่แข็ง คัดสรรนำมาชุบแป้งบางๆ ทอดกรอบนิดๆ เคี้ยวเพลินๆ เสิร์ฟกับซอสทาร์ทาร์ เคี้ยวเพลินกับ Greyhound Famous Fried Chicken Wings ปีกไก่แดดเดียวชุบน้ำปลาทอด

ชอบซุปสั่ง Mushroom Cream Soup ซุปครีมเห็ดเข้มข้น โรยด้วยเห็ดหอมสับและใบผักชีฝรั่งสับ เสิร์ฟพร้อมขนมปังบริยอช หรือจะลอง Prawn Bisque with Fresh Cream ซุปข้นกุ้งรสชาติสไตล์พื้นบ้านทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ราดครีมสด เสิร์ฟพร้อมขนมปังบริยอชกระเทียม

ถึงคิวอาหารไทย Phad Thai with Fresh Shrimp ผัดไทยกุ้งสด เมนูยอดนิยมถูกปากคนไทยถูกใจไปทั่วโลก ตามด้วย Noodle in Tom Yum Koong ซดต้มยำกุ้งแม่น้ำรสแซ่บ ที่มาพร้อมเส้นหมี่หรือเส้นใหญ่ตามใจชอบ และ Salmon Sashimi in Spicy Hot Sauce แซลมอนสดแช่ซอสพริกรสจัดจ้าน

ปิดท้ายที่ของหวานอย่าง Young Coconut Crepe Cake เครปเค้กมะพร้าว ในรูปแบบเครปม้วนไส้มะพร้าวอ่อนและครีมสด รสหอมหวานกำลังดี ตกแต่งด้วยคุกกี้ไข่ขาวและไวท์ช็อกโกแลต และ Tub Tim Krob Greyhound Style ทับทิมกรอบสไตล์เกรฮาวด์ ใช้น้ำแข็งขูดที่ทำจากมะพร้าว โรยด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อน ราดกะทิสด อร่อยไม่เหมือนใคร

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม “SHARE AND WIN” ให้ร่วมสนุกได้ง่ายๆ เพียงแชร์ภาพถ่ายเมนูโปรดของคุณที่เสิร์ฟบน Oiva Tableware Collection จาก Marimekko พร้อม #greyhoundcafeandmarimekko แค่นี้ก็ได้ลุ้น Marimekko Tote Bag Thailand Edition และ Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท จาก Greyhound Cafe

ตามไปสัมผัสบรรยากาศและช่วงเวลาพิเศษผ่าน ‘Greyhound Café & Marimekko’ ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้-15 กันยายน 2562 ที่ร้าน Greyhound Café สาขา Groove@Central World

จองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่โทร.02-613-1263  ดูข้อมูลเพิ่มเติม Website www.greyhoundcafe.co.th   Facebook www.facebook.com/GreyhoundCafe   Instagram @greyhoundcafe

จิบน้ำชายามบ่าย ธีมสีม่วงลาเวนเดอร์ @อัพ แอนด์ อะบัฟ บาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/594883

  • วันที่ 15 ก.ค. 2562 เวลา 12:40 น.

จิบน้ำชายามบ่าย ธีมสีม่วงลาเวนเดอร์ @อัพ แอนด์ อะบัฟ บาร์

“อัพ แอนด์ อะบัฟ บาร์” เติมสีสันยามบ่ายด้วยชุดน้ำชาธีมลาเวนเดอร์ สัมผัสกลิ่นอายฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่น ที่โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ

อัพ แอนด์ อะบัฟ บาร์ (Up & Above Bar) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ชวนทุกท่านมาลิ้มรสขนมนานาชนิดในชุดน้ำชายามบ่ายสีม่วง สีสันของทุ่งดอกลาเวนเดอร์ในช่วงฤดูร้อนที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นให้บริการระหว่างวันนี้-30 กันยายน 2562

จุดเด่นที่นำเสนอของความพิเศษครั้งนี้ เชฟเซบาสเตียน ฮูแกแวร์ฟ (Sebastiaan Hoogewerf ) หัวหน้าพ่อครัวเบเกอร์รี่ (Executive Pastry Chef) ได้นำสีและกลิ่นของดอกลาเวนเดอร์มาใช้ออกแบบขนมในชุดน้ำชายามบ่ายสีม่วงธีมลาเวนเดอร์ เพื่อให้ทุกท่านเพลิดเพลินกับการจิมน้ำชายามบ่ายราวกับนั่งอยู่ท่ามกลางความงดงามของทุ่งดอกลาเวนเดอร์ในประเทศญี่ปุ่น

มีขนมนานาชนิดน่ารักน่ารับประทาน ได้แก่ มาการองพิมพ์ลายลาเวนเดอร์สอดไส้ครีมแบล็คเคอเรนท์ ช็อกโกแลตพราลีนลาเวนเดอร์ที่ทำจากเมล็ดโกโก้แทนเนียชั้นดี ชีสเค้กลาเวนเดอร์ ขนมเค้กรสพีช ทาร์ทช็อกโกแลตและแบล็คเคอเรนท์ เค้กลูกแพรและถั่วอัลมอนด์ ครีมโยเกิร์ตผสมน้ำผึ้งกลิ่นลาเวนเดอร์ สโคนสูตรดั้งเดิม ขนมปังบริยอช์ไส้ซอสโหระพาโรยไข่ปลาแซลมอน ขนมปังหน้าแตงกวา ขนมปังไส้ไก่สไตล์อังกฤษ ขนมปังหน้าแซลมอนสไลด์สไตล์ฝรั่งเศสหมักด้วยบีทรูท

ทั้งหมดนี้สามารถเลือกรับประทานคู่กับชามาคิยาจ แฟรส์ (Mariage Frères) ชาชั้นเลิศสัญชาติฝรั่งเศส โดยได้เลือกชา “Vert Provence” เป็นชาพิเศษที่ให้บริการเฉพาะชุดน้ำชาลาเวนเดอร์เท่านั้น ชากลีบดอกบัวซาโรที (Saro Tea) หรือกาแฟอิลลี่ (Illy) ให้บริการทั้งแบบร้อนและเย็น

ชุดน้ำชายามบ่ายสีม่วง ธีมลาเวนเดอร์ มีให้บริการรระหว่างวันนี้-30 กันยายน 2562 ช่วงเวลา 14.00–17.00 น. ราคาเริ่มต้นชุดละ 1,290++ บาท ราคารวมเครื่องดื่มชาหรือกาแฟสำหรับ 2 ท่าน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสนใจสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อ 02 687 9000 หรือ upandabove@okurabangkok.com

Sheddo Sushi Cottage ร้านอาหารญี่ปุ่นฟิวชั่นน่าลองย่านคลองประปา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/594648

  • วันที่ 13 ก.ค. 2562 เวลา 10:45 น.

Sheddo Sushi Cottage ร้านอาหารญี่ปุ่นฟิวชั่นน่าลองย่านคลองประปา

เอาใจเจแปนีสฟู้ดเลิฟเว่อร์ด้วยอาหารญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่น ท่ามกลางสวนสวยธีมโรงนาอังกฤษ ที่ร้าน Sheddo Sushi Cottage

บ้านหลังใหญ่สไตล์ยุโรปท่ามกลางสวนที่ตกแต่งแนวอังกฤษ เป็นที่สะดุดตาของคนย่านประชาชื่นที่ขับรถผ่านไปมา ที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่น ชื่อ Sheddo Sushi Cottage เน้นเสิร์ฟอาหารสด คุณภาพดี ให้ได้แวะเวียนมาลิ้มลอง

สไตล์การตกแต่งร้านถูกตกแต่งในธีมโรงนาอังกฤษ ล้อมรอบด้วยสวนสีเขียวขจี ด้านในเน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ตามแบบร้านอาหารญี่ปุ่นให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง จะเลือกนั่งแบบโต๊ะส่วนตัวหรือบาร์ด้านหน้าเชฟก็ได้

เอาใจคนรักปลาแซลมอนเลิฟเวอร์กับ Salmon Addict แซลมอนซาชิมิเซตใหญ่ สไลซ์สด ชิ้นหนา มาพร้อมท็อปปิ้งด้านบนเป็นไข่ปลาแซลมอน หากมากัน 4 คน กินกำลังพอดี แต่ถ้าอยากกินเซตเล็กๆ ก็สั่ง Salmon Sashimi แซลมอนเสิร์ฟมา 4 ชิ้น ส่วนซูชิก็แนะนำเซตโปรโมชั่นอย่าง Nigiri setB ข้าวปั้น 15 คำ เสิร์ฟพร้อมหน้าแซลมอน, แซลมอนเบิร์น, ฮามาจิ, ปลาไหลญี่ปุ่น และแคลิฟอร์เนียโรล

New Bara Don ข้าวหน้าปลาดิบรวมหั่นเต๋า ที่มีทั้งแซลมอน ฮามาจิ หนวดหมึกยักษ์ ไข่หวาน ไข่ปลาแซลมอน และอโวคาโด้ ข้าวแกงกระหรี่หมูทอด ข้าวญี่ปุ่นนุ่ม มาพร้อมหมูสันนอกชุปเกล็ดขนมปังพร้อมน้ำราดแกงกะหรี่ญี่ปุ่นสูตรพิเศษของร้าน ที่หอมเครื่องเทศแต่กลิ่นไม่แรงจนเกินไป ถูกปากคนไทย

แก้เลี่ยนด้วย Sheddo King Salad สลัดซิกเนเจอร์ชามโตที่ใช้ผักสดใหม่ กรอบ ท็อปด้วยฟัวกราส์ และหอยเชลล์ฮอกไกโดเบิร์น กินคู่กับน้ำสลัดญี่ปุ่นสูตรเฉพาะของร้าน เติมความสดชื่นอีกนิดด้วยเครื่องดื่ม Passion Peach น้ำโซดารสพีช เสิร์ฟคู่กับน้ำเชื่อมเสาวรส มาพร้อมน้ำแข็งกลีบดอกไม้สีสวยน่ากิน ถ้าชอบรสเปรี้ยวอีกหน่อยก็เติมเสาวรสที่เสิร์ฟมาเพิ่มเข้าไปได้

แวะไปลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นกันได้ที่ร้าน Sheddo Sushi Cottage ตั้งอยู่ เลียบคลองประปา-แจ้งวัฒนะ เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ 2 ช่วงเวลา 11.00-14.00 และ 17.00-22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเต็มวัน โทร. 06-4159-3969 Line Id : @sheddosushi

เยือนเรือน ‘ภัทรา’ ร้านอาหารไทยรุ่นใหญ่ในทองหล่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/594534

  • วันที่ 12 ก.ค. 2562 เวลา 11:00 น.

เยือนเรือน 'ภัทรา' ร้านอาหารไทยรุ่นใหญ่ในทองหล่อ

หากเอ่ยชื่อร้านอาหารไทยรุ่นใหญ่ย่านทองหล่อ หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อ ‘ภัทรา ไฟน์ ไทย คูซีน (Patara Fine Thai Cuisine)’ ร้านอาหารไทยร่วมสมัย รสชาติต้นตำรับที่อยู่คู่ทองหล่อมากว่า 10 ปี พ่วงรางวัลการันตีนับไม่ถ้วน และล่าสุดกับ 1 ใน 5 ร้านอาหารไทยที่ดีที่สุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ Thai Select Premium ซึ่งเป็นเลิศทั้งด้านอาหาร การตกแต่ง และการบริการยอดเยี่ยมระดับ 5 ดาว

ร้าน ภัทรา ไฟน์ ไทย คูซีน เปิดตัวสาขาแรกที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดย คุณภัทรา ศิลาอ่อน ต้องการนำรสชาติอาหารไทยไปเผยแพร่ยังต่างแดน และจากผลตอบรับที่ดีเยี่ยม จึงขยายสาขากระทั่งปัจจุบันมี 6 สาขาในลอนดอน ยุโรป และเอเชียอีก 5 สาขา

สำหรับที่ทองหล่อ เปิดเป็นร้านอาหารไทยต้นตำรับ คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันจากแม่ครัวมากประสบการณ์ ให้ความสำคัญกับการจัดแต่งจานสวยงามทันสมัย ด้านบรรยากาศภายในร้านโดดเด่นด้วยโทนสีแดง ประดับประดาเครื่องเบญจรงค์หรูหราสวยงามแฝงความโมเดิร์น

เมนูไฮไลท์อร่อยถูกใจทั้งคนไทยและต่างชาติ ต้องยกให้ มัสมั่นน่องแกะ บะหมี่ผัดล็อบสเตอร์ แกงเนื้อปูใบชะพลู ขาดไม่ได้กับ ต้มยำกุ้งน้ำมะพร้าวอ่อน กุ้งแม่น้ำไซส์ใหญ่ น้ำต้มยำรสเข้มทำจากน้ำมะพร้าวอ่อน ชูโรงความหอมหวานจากธรรมชาติ สัมผัสได้ถึงความกลมกล่อมไม่เหมือนใคร

ตามด้วย ราดหน้าเจ้าพระยา ราดหน้าเนื้อชั้นดี ที่ใช้เส้นก๋วยเตี๋ยวแผ่นแช่เย็นให้เซตตัวก่อนทอดกรอบ เป็นหนึ่งจานที่นำเสนอออกมาสู่สายตาสากลได้แตกต่างไม่ซ้ำใคร ต่อด้วย ขนมเบื้องและอาจาด  ยำตะไคร้ปาท่องโก๋กรอบ สมุนไพรและตะไคร้อ่อนราดด้วยน้ำยำพริกเผาเข้ากับปาท่องโก๋

อีกซิกเนเจอร์ น้ำพริกไข่เค็มมันกุ้ง ชุดน้ำพริกตามฤดูกาลรสชาติแบบไทยแท้ หอมรัญจวนด้วยเครื่องพริกแกงที่ทำเองทุกขั้นตอน เสิร์ฟพร้อมเซตผักสด ผักลวกและหมูหวาน กินคู่กับข้าวหอมมะลิหลากสี เช่นสวยด้วยสีเขียวจากใบเตย สีเหลืองจากดอกคำฝอย และสีแดงไรซ์เบอร์รี่

พร้อมมีเมนูแนะนำ Seafood Platter ซีฟู้ดสดใหม่นานาชนิด เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด 4 สไตล์ ยังมี ยำปลาสลิดกรอบหมูหวาน แกงส้มปลาอินทรีผักปลัง หมึกผัดซอสกะปิ หอยตลับซอสเขียวหวานใบชะพลู พร้อมสารพันอาหารไทยไว้คอยบริการ

 

 

สัมผัสความเป็นไทยในสายตาชาวโลกได้ที่ร้าน ภัทรา ไฟน์ ไทย คูซีน ร้านอยู่ใน ซ.ทองหล่อ 19 เปิดทุกวัน มื้อเที่ยงเวลา 11.30-14.30 น. และมื้อเย็น 17.30-22.30 น. สอบถามโทร. 02-185-2960-1

ค็อกเทลอวกาศและอาหารกาแลคซี่ ปาร์ตี้สุดคูล @โรงแรม เดอะคอนทิเน้นท์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/travel/593658

  • วันที่ 02 ก.ค. 2562 เวลา 17:00 น.

ค็อกเทลอวกาศและอาหารกาแลคซี่ ปาร์ตี้สุดคูล @โรงแรม เดอะคอนทิเน้นท์

ฉลองครบรอบ 50 ปี ที่มีมนุษย์คนแรก นีล อาร์มสตรอง เหยียบพื้นผิวบนดวงจันทร์ ด้วยเครื่องดื่มและอาหารธีมอวกาศ ที่เอ็กซิส แอนด์ สปิน เลาจน์ (Axis & Spin Lounge – Fashionable Bar ที่แนะนำโดยหนังสือมิชลิน ไกด์ แบงค็อก) บนชั้น 38 ของโรงแรมบูติคที่ได้รับเลือกให้อยู่ในลิสต์ของ มิชลิน ไกด์ ปี 2018-2019 โรงแรมเดอะ คอนทิเน้นท์ กรุงเทพ จัดกิจกรรมท่ามกลางบรรยากาศและการตกแต่งในธีมดวงดาวและอวกาศ ให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ค็อกเทลอวกาศและอาหารธีมกาแลคซี่ พร้อมชมไฮไลต์การแสดงดนตรีแจ๊ซสด ที่นำบทเพลง ‘To Another Armstrong’ และ ‘What a Wonderful World’ มาขับร้องเพื่อร่วมรำลึกถึงเรื่องราวที่น่าประทับในทุกค่ำคืนวันพฤหัสบดี ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้

สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบนักบินอวกาศกับอาหาร 5 คอร์ส เริ่มต้นจากอาหารเรียกน้ำย่อย 2 เมนู ได้แก่ Mergers of the Galaxy ถั่วรสต้มยำสไตล์โฮมเมด ผลไม้อบแห้งหลากชนิดและมะกอกหมัก Gradient of The Galaxy ค็อกเทลกุ้งกับซอสเผ็ด อุ่นท้องด้วย Solar System Soup ซุปครีม มะเขือเทศ

ต่อด้วยอาหารจานหลักที่มีให้เลือก 2 แบบ Brightest Star ลาวิโอลีผักโขมกับครีมซอส หรือ Center of The Milky Way ผัดบะหมี่ไข่ต้มยำทะเล และของหวานยอดนิยม Galaxy Macarons กาแลคซี่มาการอง พร้อมจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดจากเมนูค็อกเทลอวกาศที่เตรียมไว้ให้ท่านเลือกตามชอบ

สามารถเลือกดื่มด่ำกับค็อกเทลอวกาศแบบไม่จำกัดได้ตลอดค่ำคืน กับ 5 ค็อกเทลแฟนตาซีสูตรพิเศษเฉพาะ ได้แก่ อพอลโล 11 (Apollo 11) ค็อกเทลที่ให้ความรู้สึกสดชื่นกระปี้กระเปร่าเหมือนติดจรวด ด้วยส่วนผสมของ จิน โรซ กับเฟรนช์วนิลา น้ำมะนาว และโพรเซ็กโก้ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากยานอพอลโล 11 ที่นำสองนักบินอวกาศขึ้นเหยียบดวงจันทร์ครั้งแรก

อาร์ทิมิส (Artemis) ด้วยส่วนผสมของวอดก้า เบอร์รี่เซนเซชั่น น้ำมะนาว ไวน์ขาวและโซดา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ ตามด้วย ทางช้างเผือก (Milky Way) เป็นการผสมสานของเหล้ารัม น้ำมะนาวและน้ำส้มสูตรพิเศษ และโพรเซ็กโก้ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากทางช้างเผือก (แถบแสงสว่างขาวเรือง ๆ คล้ายเมฆบาง ๆ ที่พาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน)

หรือจะลอง แอทมูน ออน 20/7/1969 (@Moon on 20/7/1969) จากแรงบันดาลในที่มนุษย์คนแรกสามารถไปเหยียบบนดวงจันทร์ครั้งแรกในวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 ค็อกเทลนี้จึงเป็นการผสมผสานที่ลงตัวของเตกีล่า น้ำเชื่อมชาอัลมอนด์อิตาเลียน คาลัวร์ นม และคุ้กกี้ ปิดท้ายด้วย ทะเลแห่งความเงียบสงบ (Sea of Tranquility) แรงบันดาลใจจากตำแหน่งที่ตั้งของยานอพอลโล 11 จึงนำมาซึ่งการผสมผสผานของวิสกี้ เหล้าพีช ชแนปส์ เหล้าบ๊วยญี่ปุ่น (Umeshu) น้ำมะนาวและโซดา

สัมผัสปาร์ตี้แบบคูลๆ กับประสบการณ์เครื่องดื่มค็อกเทลและอาหารกาแลคซี่ที่ เอ็กซิส แอนด์ สปิน เลาจน์ ได้ทุกวัน ตลอดเดือนกรกฎาคม สำรองที่นั่งหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 02-686-7056, 02- 686-7000

โปรโมชั่นพิเศษ

พิเศษสุดกับส่วนลด 50% สำหรับแพ็คเกจ “อาหารธีมกาแล็คซี่ 5 เมนู พร้อมเครื่องดื่มต้อนรับค็อกเทลอวกาศ 1 แก้ว” ในราคาท่านละ 985 บาท++ (1,159 บาทสุทธิ) จากราคาเต็ม 1,969 บาท++

เอาใจสายดริงค์กับ Free Flow Spacey Cocktail Flights ในราคาท่านละ 1,234 บาท++ (1,452 บาทสุทธิ)

พาส่องร้านรวงรวมของเด็ดของดีที่ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/travel/593678

  • วันที่ 01 ก.ค. 2562 เวลา 18:00 น.

พาส่องร้านรวงรวมของเด็ดของดีที่ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์

อัพเดทห้างเปิดใหม่ใจกลางเมือง “เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์” คัดสรรของดี ของเด็ด ของขึ้นชื่อจากตลาดชื่อดังทั่วไทยมารวมไว้ที่นี่ที่เดียว

วันนี้เราขอพาชมศูนย์การค้าแห่งใหม่ที่รวมที่สุดแห่งโลกไลฟ์สไตล์มาไว้ในกรุง ที่ “เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์” ตลาดติดแอร์ที่ยกตลาดชื่อดังทั่วไทยมารวมไว้ในแห่งเดียว เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำประสบการณ์พิเศษตั้งแต่เช้าจรดเย็น พร้อมสร้างสรรค์บรรยากาศร้านค้าแบบตลาดดั้งเดิม เติมเต็มความต้องการของคนเมืองย่านราชประสงค์ให้ครบครันมากยิ่งขึ้น

สุฐิตา โชติจุฬางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนยุทธศาสตร์องค์กร บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ กล่าวถึงที่มาของเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ ว่า “คำว่า มาร์เก็ต (Market) หรือตลาด คือศูนย์รวมของความต้องการที่หลากหลายเป็นทั้งแหล่งนัดพบ แหล่งซื้อขายสิ่งของต่างๆ ซึ่งแม้รูปแบบของตลาดจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ตลาดกับผู้คนจะไม่มีวันแยกจากกันได้ ด้วยเหตุนี้ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ จึงตั้งใจรวบรวมของดีของเด็ดจากตลาดดังทั่วกรุงเทพฯ เช่น ตลาดนัดสวนจตุจักร สำเพ็ง เยาวราช ประตูน้ำ ฯลฯ พร้อมผสานเข้ากับความครบครันและทันสมัยในรูปแบบศูนย์การค้าใจกลางเมือง หากยังคงกลิ่นอายตลาดแบบไทยๆ ผ่านงานตกแต่งสุดสร้างสรรค์ จึงทำให้ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวแตกต่างจากศูนย์การค้าแห่งอื่นๆ”

จากตลาดดั้งเดิมและโรงซ่อมรถไฟมักกะสัน สู่แรงบันดาลใจในงานออกแบบความเจริญของชุมชนตลาดย่านประตูน้ำเลียบคลองแสนแสบ ซึ่งเป็นแหล่งการค้าเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องหนังที่สำคัญ และเส้นทางคมนาคมสายหลักของกรุงเทพมหานครมาตั้งแต่อดีตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงสถานีรถไฟ-โรงซ่อมรถไฟมักกะสันที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2453 คือแรงบันดาลใจในงานสถาปัตยกรรมของ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ ก่อกำเนิดเป็นต้นทางของงานออกแบบแบบวินเทจ-โมเดิร์น อินดัสเทรียล ที่คงความอ่อนช้อยในสไตล์โคโลเนียลและความดิบแบบอินดัสเทรียลลุค เริ่มตั้งแต่การใช้วัสดุอย่างอิฐแดงก่อเป็นผนังอาคาร จนถึงการสร้างสเปซเสมือนเป็นโครงสร้างอาคารรถไฟเก่าที่มีซุ้มโค้งอิฐเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทรอบข้างที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานส่วนพื้นที่ร้านค้าภายในศูนย์ ได้รับการดีไซน์ให้ดูฮิปและทันสมัย ผสมผสานความเก่าใหม่อย่างลงตัว ภายใต้แนวคิดหลักคือ ความเป็น “ตลาด” ทั้งยังสร้างให้เกิดบรรยากาศของการเลือกซื้อสินค้าที่หลากหลายและต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังตกแต่งโดยนำกลิ่นอายความเป็นไทย (THAINESS) ที่ปรากฏให้เห็นทั่วศูนย์ฯ อาทิ การตกแต่งเพดานด้วยไม้ในลักษณะคล้ายงานจักสาน คิ้วบัว การใช้รูปแบบบานประตู หน้าต่างแบบบานกระทุ้งและบานเกล็ดรวมถึงกระเบื้องโบราณเล่นลายฉลุวินเทจ เพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัวรวมร้านสุดฟิน กิน ดื่ม ช้อป ครบทุกไลฟ์สไตล์ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ รวบรวมความพิเศษที่เป็นจุดเด่นของตลาดชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ มาสรรสร้างโซนพื้นที่ร้านค้าที่น่าสนใจ แบ่งเป็น 6 ชั้น ได้แก่

ชั้น G – โซนร้านอาหารคาวหวาน อาหารกินเล่น และเครื่องดื่ม ในคอนเซ็ปต์ Lifestyle Café & Bistro และ Quick Meal Eatery /Takeaways อาทิ ซีฟู้ด มหานคร, โจนส์ สลัด, หลงโถว คาเฟ่,มอร์แกน เฟรนช์ฟรายส์ ฯลฯ

ชั้น M – เป็นชั้นที่เชื่อมกับ R-Walk จากด้านหน้าศูนย์ฯ รวมร้านเสื้อผ้า เครื่องหนัง กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ แว่นตา มากกว่า 200 ร้าน มาให้ช้อปอย่างมีสไตล์ดีไซน์สวย ทั้งหญิงชายวัยทำงาน ในราคาจับต้องได้ อาทิ ดีเซมเบอร์ส, เซนส์, เซเว่น เดย์ส ออปติค ฯลฯ รวมถึงอีกหลายร้านที่มีที่นี่ที่เดียว

ชั้น 1 – สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้กับวัยรุ่นนักช้อปด้วยสินค้าแฟชั่นแนวสตรีท พร้อมการตกแต่งที่เน้นสีสันและโครงสร้างของร้านค้าที่แปลกตาทันสมัย อาทิ เครซี่ ฮอร์ส, จัสท์ อิน เคส เป็นต้น รวมถึงโซนสินค้าที่ตอบโจทย์คุณแม่คุณลูก เช่น คิดสมาร์ท, พีพีแอนด์พีคิดส์แวร์ ฯลฯ

ชั้น 2 –  ยกร้านเด็ดจากตลาดนัดสวนจตุจักรและตลาดดังทั่วไทย ให้เดินได้ทุกวันไม่จำกัดแค่เสาร์อาทิตย์ ทั้งของกินของใช้ ของแต่งบ้านงานคราฟต์ ของที่ระลึก และของฝากมาให้ช้อปกันจุใจในราคาสบายกระเป๋า นอกจากนี้ ยังมีร้านในหมวดความงามและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น สกินแคร์ เครื่องสำอาง เครื่องหอม ยาหม่องสมุนไพร ฯลฯ และยังพร้อมให้บริการด้านธุรกรรมทางการเงินผ่าน ซุปเปอร์ริช สีเขียว และธนาคารกสิกรไทยอีกด้วย

ชั้น 3 –รวมร้านอาหารระดับตำนานและร้านอาหารชื่อดังหลายสัญชาติ ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลี เมียนมาร์ และอาหารตะวันตก ที่ใครกินต้องยกนิ้วไว้อย่างครบครัน อาทิ ฮิโนยะ เคอรี่, พระราม 9 ไก่ย่าง, รื่นรส ฯลฯ รวมถึงโซนสตรีท ฟู้ด ที่พาเหรดร้านเด็ดจากทั่วกรุงเทพฯ มากกว่า 60 ร้าน กับราคาอาหารอิ่มท้อง สบายกระเป๋า เริ่มต้นเพียง 40 บาท

ชั้น 4 – สวยและสุขภาพดีให้สุดไปกับศูนย์รวมความงามหลากหลาย อาทิ เล็ทส์ รีแล็กซ์ สปา, เพ้นท์, Kami Kami, 786 Salon นอกจากนี้ ยังเอาใจพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ด้วยเคอรี่ เอ็กซ์เพรส สาขา ใจกลางเมืองที่เปิดให้บริการจนถึง 20.00 น. ทุกวัน

การเดินทางมาที่นี่แสนสะดวกและมาได้ทุกเส้นทางด้วยสถานที่ตั้งที่อยู่ใจกลางย่านราชประสงค์ สะดวกสบายด้านการเดินทางทั้งทางรถยนต์ หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส จากสถานีชิดลมเดินต่อมาทาง R-Walk มีทางเชื่อมเข้าชั้น M ของศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ ได้เลย นอกจากนี้ หากเดินทางด้วยเรือ ก็สามารถเดินจากท่าเรือประตูน้ำใช้เวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น

พิเศษ!! เพื่อฉลองการเปิดโซน สตรีท ฟู้ด อย่างเป็นทางการ พบโปรโมชั่นอิ่มมื้อกลางวันราคาเพียง 15 บาท สำหรับ 15 จานแรกจากทุกร้าน และอร่อยมื้อเย็น ลดราคา 10 บาททุกเมนู!ระหว่างเวลา 17.00-19.00 น. ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ก.ค. นี้ เท่านั้น

เติมเต็มประสบการณ์ช้อปปิ้ง กินดื่มให้ฟินแบบสุด ๆ ที่ศูนย์การค้าเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 น. – 22:00 น. อัพเดตกิจกรรมน่าสนใจ พร้อมโปรโมชั่นเด็ด ๆ ได้ทาง Facebook/Instagram: TheMarketBangkok