Roots Bangkok ดื่มด่ำรสชาติของอาหารให้ลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/596799

  • วันที่ 05 ส.ค. 2562 เวลา 16:30 น.

Roots Bangkok ดื่มด่ำรสชาติของอาหารให้ลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ

‘Roots Bangkok’ ร้านอาหารที่ถนัดแนวกริลและบาร์บีคิว รวมเมนูกริลหลากสัญชาติไว้ภายใต้บรรยากาศสวนกลางกรุงอันร่มรื่นใน เค วิลเลจ ซ.สุขุมวิท 26

สัมผัสรสชาติของอาหารให้ลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณของการเริ่มต้นแต่ละเมนู กับ ‘Roots Bangkok’ ร้านอาหารที่ถนัดแนวกริลและบาร์บีคิว รวมเมนูกริลหลากสัญชาติ ไว้ภายใต้บรรยากาศสวนกลางกรุงอันร่มรื่นในเค วิลเลจ ซ.สุขุมวิท 26 มุมที่สามารถทิ้งตัวในบรรยากาศสงบร่มรื่น รายล้อมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ในสไตล์อัล เฟรสโก้ ซึ่ง ‘Roots’ ไม่ได้สื่อความหมายเพียงบรรยากาศของสวนอันร่มรื่นเท่านั้น แต่ ‘Roots’ ยังรวมรวบแรงบันดาลใจจากเจ้าของที่ต้องการดึงแก่นแท้ของอาหารในทุกจานที่ล้วนมีเรื่องราวมาถ่ายทอดในแบบฉบับดั้งเดิม

เริ่มแนะนำด้วย Rocket Salad with Goat Cheese สลัดผักร็อกเกต ในน้ำสลัดแบบไลท์ ผสมน้ำมันมะกอก พาสลี่ย์ กระทียมสับและใบมิ้นต์เข้าด้วยกัน เพิ่มความเข้มข้นด้วยชีสจากนมแพะ และเบคอนกรอบ ก่อนจัดเต็มด้วยเมนู BBQ Pork Ribs  ซี่โครงหมูย่างซอสบาร์บีคิว ที่ผ่านการหมักซอสเข้มข้นจนเข้าถึงเนื้อนุ่มร่วน เสิร์ฟพร้อม Curly Fries มันฝรั่งทอดแบบเกลียว สลัด และโคลสลอว์ ไว้ตัดรสชาติความเข้มข้น

Chicken Wings Peri Peri  ปีกไก่ย่างซอสสไตล์ตุรกี เคียงด้วยซอสเผ็ดจากเครื่องเทศตุรกี และซอสบลูชีส เป็นเมนูแปลกใหม่ที่คนไทยยังไม่คุ้นเคยแต่อยากให้ได้ลองทำความรู้จัก ก่อนสลับมาลิ้มลองพิซซ่าแป้งบางสไตล์อิตาเลียนต้นตำรับ ที่ใช้แป้งโฮมเมดอบด้วยเตาถ่านเสิร์ฟ 2 รสชาติ พาร์ม่าแฮม และซีฟู้ด อัดแน่นด้วยกุ้ง หมึก หอยแมลงภู่คัดไซส์ ที่ถูกวางเรียงบนซอสมะเขือเทศและชีสมอซซาเรลล่าแบบจัดเต็ม จับคู่กับเครื่องดื่มทั้งม็อกเทลและค็อกเทลไว้เพลิดเพลินไปกับเพลงฟังสบาย นอกจากนี้ ยังมีดีเจไว้คอยเปิดแผ่นเติมบรรยากาศของการสังสรรค์ในช่วงค่ำ

‘Roots Bangkok’ เปิดบริการทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 15.00-01.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-24.00 น. โทร. 02-661-5227

ลิ้มลองขนมหวานสับปะรดยอดนิยมแห่งเมืองหัวหิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/596529

  • วันที่ 02 ส.ค. 2562 เวลา 11:00 น.

ลิ้มลองขนมหวานสับปะรดยอดนิยมแห่งเมืองหัวหิน

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน พาทุกคนไปลิ้มลองขนมหวานสับปะรดยอดนิยมแห่งเมืองหัวหิน

ร่วมสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมแนวคิดใหม่ “เซ็นทรัล ทำ” จากกลุ่มเซ็นทรัล โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ หัวหิน นำเสนอรายการของหวานสับปะรดยอดนิยมประจำเมืองหัวหิน ในชุดน้ำชายามบ่ายเลื่องชื่อตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป เน้นยกระดับภาพลักษณ์สินค้าท้องถิ่นและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

ตลอดทุกวันตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ขอเชิญทุกท่านลิ้มรสความอร่อยจากหลากหลายรายการของหวานสับปะรด ผลไม้ขึ้นชื่อยอดนิยมประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่นำเสนอในชุดน้ำชายามบ่ายชุดพิเศษ และบุฟเฟ่ต์น้ำชายามบ่าย เดอะ เฮอริเทจ อาฟเตอร์นูน ที (The Heritage Afternoon Tea) ให้บริการ ณ เดอะ มิวเซียม คอฟฟี่แอนด์ทีคอร์นเนอร์ โดยจัดเป็นส่วนหนึ่งของ “เซ็นทรัล ทำ” โครงการเพื่อสังคมแนวคิดใหม่จากบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด

ด้วยสับปะรดเป็นผลไม้ที่มีการปลูกอย่างแพร่หลายในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และมีความอร่อยเลื่องลือในเนื้อสีเหลืองกรอบ ชุ่มฉ่ำ และมีรสชาติอมเปรี้ยวอมหวานและกลิ่นหอมชวนรับประทาน โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน จึงนำผลไม้ยอดนิยมชนิดนี้มายกระดับเป็นรายการของหวานเชิงสร้างสรรค์ ให้ทุกท่านเพลิดเพลินและเอร็ดอร่อยอย่างเต็มที่

ลิ้มรสรายการของหวานสับปะรดยอดนิยม อาทิ ชีสแครกเกอร์ไส้สับปะรด หนึ่งในรายการของฝากยอดนิยมประจำเมืองหัวหินที่มอบความหวานอมเปรี้ยวแบบชุ่มฉ่ำของไส้สับปะรดสูตรพิเศษ ตัดกับความกรอบอร่อยของชีสแครกเกอร์ที่มีรสเค็มมันเป็นอย่างดี เค้กสับปะรดอัพไซด์ดาวน์ (Upside-down cake) เมนูของหวานคลาสสิกที่ผสานเนื้อนุ่มฉ่ำของสับปะรดกับบัตเตอร์เค้กเนื้อนวล เป็นความอร่อยคำโตที่เข้ากันได้อย่างลงตัว และที่พลาดไม่ได้ แยมสับปะรดสูตรพิเศษ ปรุงจากสับประรดที่ดีที่สุดประจำฤดูกาล เสิร์ฟคู่สโคนรสดั้งเดิมเคียงครีมสด เพิ่มเติมความเปรี้ยวอมหวานแบบละมุนละไมที่ไม่ซ้ำใคร พลางเพลิดเพลินกับอีกหลากหลายรายการของว่างคาวหวานแบบดั้งเดิมนานาชนิด เสิร์ฟพร้อมชาหอมกรุ่นคุณภาพเยี่ยมจาก TWG (ทีดับบลิวจี) หลากหลายรสชาติ เพิ่มอรรถรสการจิบชายามบ่ายได้อย่างลงตัว พลางชมวิวสวนสวยสไตล์อังกฤษของโรงแรมที่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คอันสวยงามของเมือง ในบรรยากาศสบายๆยามบ่ายของทุกวัน

รายการของหวานสับปะรดยอดนิยม ให้บริการทุกวันในชุดน้ำชายามบ่ายชุดหัวหิน และทุกวันอาทิตย์ในบุฟเฟ่ต์น้ำชายามบ่าย เดอะ เฮอริเทจ อาฟเตอร์นูน ที (The Heritage Afternoon Tea) ณ เดอะ มิวเซียม คอฟฟี่แอนด์ทีคอร์นเนอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน

1. ชุดน้ำชายามบ่าย ชุดหัวหิน ราคาชุดละ 450++ บาท (ให้บริการทุกวัน 10.00 – 18.00 น.)

นำเสนอรสชาติดั้งเดิมของเมืองหัวหิน ผ่านหลายรายการของว่างและของหวานขึ้นชื่อเจ้าดังที่เป็นที่คุ้นหูประจำเมือง เสิร์ฟคู่ชาคุณภาพเยี่ยมให้คุณได้เพลิดเพลินอย่างเต็มที่ ทั้งข้าวเหนียวมะม่วงหวานมันขึ้นชื่อ ม้าฮ่ออาหารว่างไทยโบราณคลายร้อน ลูกชุบคำจิ๋วต้นตำรับชื่อดัง สาคูมะพร้าวอ่อนพอดีคำชวนทาน ทองม้วนบางกรอบจากตลาดฉัตรไชย รวมถึงรายการที่ขาดไม่ได้ สโคนรสใบเตย เสิร์ฟเคียงครีมและแยมรสมะพร้าวที่ปรุงเป็นพิเศษเฉพาะที่ “เดอะ มิวเซี่ยม” เท่านั้น

2. เดอะ เฮอริเทจ อาฟเตอร์นูน ที (The Heritage Afternoon Tea) ราคาท่านละ 700++ บาท

ให้บริการน้ำชายามบ่ายแบบบุฟเฟ่ต์ทุกวันอาทิตย์ ให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินกับหลากหลายเมนูขนมหวาน ขนมอบ เค้กและคุกกี้นานาชนิดจากทุกชุดน้ำชายามบ่ายของ เดอะ มิวเซียม คอฟฟี่แอนด์ทีคอร์นเนอร์ เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่ม ชาและกาแฟคุณภาพเยี่ยมหลากหลายรสชาติจาก TWG (ทีดับบลิวจี) โดยไม่จำกัด ตั้งแต่เวลา 15.00 – 18.00 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ 0 3251 2021-38 หรืออีเมลล์ chbr@chr.co.th

บอกรักแม่ด้วยมื้อพิเศษได้ทุกวันตลอดเดือนสิงหาคมนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/596478

  • วันที่ 01 ส.ค. 2562 เวลา 14:15 น.

บอกรักแม่ด้วยมื้อพิเศษได้ทุกวันตลอดเดือนสิงหาคมนี้

“สิงหาคม” เดือนของแม่ ชวนคุณลูกบอกรักคุณแม่ทุกวัน ด้วยมื้ออาหารสุดพิเศษพร้อมโปรโมชั่นดีๆ ที่โรงแรมเดอะคอนทิเน้นท์ กรุงเทพ

โรงแรมเดอะคอนทิเน้นท์ กรุงเทพ โรงแรมบูติคที่ได้รับเลือกให้อยู่ในลิสต์ของ มิชลิน ไกด์ ปี 2018-2019 ออกโปรโมชั่นอาหารเดือนของแม่ ตลอดเดือนสิงหาคม 2562 นอกจากเป็นเดือนที่มีการเฉลิมฉลองเทศกาลวันแม่แห่งชาติ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงแล้ว ยังเป็นเดือนแห่งความรักและความผูกพันระหว่างคุณแม่และลูกๆ ด้วย เราขอเรียนเชิญท่านร่วมฉลองเทศกาลอันแสนพิเศษให้คุณบอกรักแม่ได้ทุกวันที่ห้องอาหารเมดินี่

ทุกวันคือวันแม่…คุณแม่ทานฟรี “MOM” Free Flow Lunch (เวลา 11.30-14.30 น.)

เมดินี่ (Medinii) ห้องอาหารสไตล์ทันสมัยที่มีแรงบันดาลใจจากอาหารอิตาเลียน ตั้งอยู่บนชั้น 35 ของโรงแรมเดอะคอนทิเน้นท์ กรุงเทพ (ติดกับสี่แยกอโศก) ขอร่วมมอบความสุขในเดือนของแม่กับ Free Flow Lunch ให้คุณและครอบครัวได้เพลิดเพลินกับ ซุป สลัดบาร์และของหวานไม่อั้น รวมถึงเมนูพาสต้าหลากสไตล์และพิซซ่าหน้าต่าง ๆ ที่ปรุงสดใหม่ให้เลือกสั่งได้ตามชอบ และสั่งได้ตลอดเรื่อยๆตลอดทั้งมื้อเที่ยงของคุณ รวมถึงเครื่องดื่มน้ำอัดลมแบบเติมฟรีตลอดมื้อ ในราคาท่านละ 699 บาทสุทธิ หรือจะจ่ายเพิ่มในราคาท่านละ 899 บาทสุทธิ พร้อมอาหารจานหลักเมนูใหม่ที่เชฟเตรียมไว้ให้ลิ้มลอง พิเศษสุด…คุณแม่ทานฟรี! เมื่อมา 2 ท่านขึ้นไป ได้ทุกวันตลอดเดือนสิงหาคมนี้

“MOM” Free Flow Dinner คุณแม่ทานฟรี เมื่อมากับคุณลูกๆ หรือครอบครัวจำนวน 5 ท่านขึ้นไป

The Sundowner (ตั้งแต่เวลา 17.30 – 20.00 น.)ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการนั่งจิบเครื่องดื่มพร้อมชมความงามของพระอาทิตย์ตกดินท่ามกลางวิวระฟ้าของกรุงเทพยามเย็น ไม่ว่าจะมาสังสรรค์กับเพื่อนหลังเลิกงานหรืองานสังคม และหลังจากรับประทานอาหารค่ำแล้ว คุณก็ยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะกลับไปมีความสุขกับครอบครัวและผ่อนคลายให้หายเหนื่อยได้อย่างสบายๆ

The Twilighter (ตั้งแต่เวลา 20.15 – 22.45 น.) – เพลิดเพลินกับความสนุกของสีสันยามราตรี ท่านสามารถเพลิดเพลินกับแสงไฟระยิบระยับที่ส่องประกายไปทั่วเมือง พร้อมกับเลือกสั่งพิซซ่าและพาสต้าจานโปรด ที่ปรุงสดใหม่แบบจานต่อจาน อาหารจานหลักและของหวาน รวมถึงเลือกจิบเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้ทุกประเภท ที่มีไว้บริการตลอดค่ำคืน นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี ก่อนปาร์ตี้คืนนี้จะจบลง

Free-Flow Dinner ให้คุณอิ่มอย่างคุ้มค่าในราคาเริ่มต้นท่านละ 999 บาท++ เต็มอิ่มกับพาสต้า พิซซ่าที่สั่งได้ตามต้องการ อาหารจานหลัก 1 จาน และของหวานที่มีให้เลือกอีกมากมายจากเมนู a la carte รวมถึงเครื่องดื่มหลากชนิดทั้ง แบบมี แอลกอฮอล์ ไม่มีแอลกอฮอล์ ไวน์ เบียร์ ค็อกเทลและม็อกเทล ที่มีไว้ตลอดค่ำคืน

“อิ่มท้องอิ่มใจ” กับ Mother’s Day Brunch และเมนูพิเศษเอาใจคุณแม่ ทั้งสเต๊ก ซุป และของหวาน ด้วยโปรโมชั่น มา 4 จ่าย 3 คุณแม่ทานฟรี! ในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม เท่านั้น (12.00 – 16.00 น.)

12 สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันแม่แห่งชาติของไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติและ เฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทางโรงแรมขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งให้คุณได้บอกรักและมอบความสุขให้กับคุณแม่ในโอกาสพิเศษนี้ กับอาหารมื้อพิเศษ Mother’s Day Brunch คุณแม่ทานฟรี! เมื่อมาพร้อมกับลูก ๆ หรือครอบครัวอีก 3 ท่าน ซึ่งเชฟสัจจา ทองศรีแก้ว Executive Chef ของโรงแรมและทีมงานได้จัดเตรียมเมนูสุดพิเศษเอาใจคุณแม่ไว้มากมายกับบรั้นช์บุฟเฟ่ต์ อาทิ สเต็กเนื้อวากิว ปลากะพงย่าง อาหารทะเล ซุปชนิดต่าง ๆ (ซุปบร็อคโคลี่ ซุปแครอทซุป ซุปเห็ด และซุปใส) ส้มตำ แกงมัสมั่นไก่ เนื้อผัดกับซอสน้ำมันหอย ผัดกระเพราเต้าหู้ ต้มยำกุ้ง ข้าวผัดปู และของหวานแสนอร่อยที่ผสมผสานความเป็นตะวันตกและไทยไว้ด้วยกันอย่างลงตัวอย่าง เค้กใบเตย เค้กแครอท วุ้นอัญชัน และพุดดิ้งมะพร้าวอ่อน บอกรักคุณแม่ทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจกับ Mother’s Day Brunch ในราคาท่านละ 1,299++ บาท หรือจะจ่ายเพิ่มขึ้นในราคาท่านละ 1,599++ บาท เพลิดเพลินกับสปาร์กลิงไวน์ฟรีตลอดมื้อ!

สำรองที่นั่งหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ 02-686-7056, 02- 686-7000 หรืออีเมล dining@thecontinenthotel.com

Like ความสด Love รสพรีเมี่ยม สนนราคาเบาเอาใจเจแปนีสเลิฟเว่อร์ @Nippon Kai Market

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/596460

  • วันที่ 01 ส.ค. 2562 เวลา 11:45 น.

Like ความสด Love รสพรีเมี่ยม สนนราคาเบาเอาใจเจแปนีสเลิฟเว่อร์ @Nippon Kai Market

Nippon Kai Market ยกมหาสมุทรขึ้นห้าง พร้อมสรรค์สร้างเมนูฟิวชั่นด้วยวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยมเปี่ยมคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้

ร้านนี้ถ้าให้เปรียบก็คงเหมือนยกความสดใหม่ของตลาดปลาที่ท่าเรือประเทศญี่ปุ่นมาไว้ในห้างใจกลางกรุง จรุงจิตจรุงใจแบบไม่ต้องบินไปไกลถึงแดนปลาดิบ แถมมีให้เลือกนั่งได้ 2 โซน 2 อารมณ์ สำหรับร้าน Nippon Kai Market (นิปปอน ไกด์ มาร์เก็ต) ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสยาม พารากอน ชั้น G

สำหรับคอนเซ็ปต์ร้านที่ยกความสดของมหาสมุทรมาขึ้นห้างนี้ มีที่มาจากการที่เจ้าของร้านเป็นเจ้าของกิจการนำเข้าของสด อาหารทะเลสดจากต่างประเทศ แล้วอยากนำของดีที่มีมาเนรมิตเป็นเมนูอาหารอันโปรดปรานจัดเสิร์ฟให้ลูกค้าได้รับประทาน พิเศษที่หน้าร้านในสยาม พารากอน จะมีขายทั้งอาหารทะเลสดทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา พร้อมละลานตากับเมนูอาหารแดนอาทิตย์อุทัย ที่ซื้อกลับไปปรุงที่บ้าน ทานที่บ้าน หรือจะนั่งกินที่ร้านก็มีให้เลือก 2 โซน โดยแยกอออกเป็นโซนครัวร้อน ที่จะมีเมนูราเมน ข้าวหน้าต่างๆ ซูชิ ข้าวปั้น ทเป็นต้น และอีกโซนที่เราอยากแนะนำให้ไปคือโซนของอาหารสดที่จะตั้งอยู่ในบริเวณ กรูเมต์ มาร์เก็ต ที่จะมีเมนูอาหารแบบฟิวชั่นรสชาติอร่อย หน้าตาอาหารสวยงามจนต้องถ่ายรูปรัวๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้าปลาดิบ ซูชิโรลล์ ซาซิมิ รวมถึงเมนูเพื่อสุขภาพอย่างสลัดและยำ

เปิดมาด้วยเมนูแรกที่เสิร์ฟมาพร้อมความอลังการกับ Sashimi Mori Toku Joe (1,500 บาท) ซาชิมิใหม่สดสะอาด ชิ้นใหญ่เต็มคำ พาเหรดของดีมาทั้งหมด 7 อย่าง อาทิ แซลมอน ฮามาจิ บลูฟิน หอยเชลล์ญี่ปุ่น หอยปีกนก และกุ้ง ท็อปด้วยไข่ปลาคาร์เวียร์และไข่ปลาแซลมอน ทานเรียงสเต็ปจากปลาเนื้อขาว แดง ส้ม เริ่มด้วยรสสัมผัสบางๆ ตามด้วยเนื้อแน่นๆ เพิ่มมิติด้วยมันแทรก ตบท้ายด้วยหอยและกุ้ง เป็นเมนูที่สั่งมาทานแล้วได้ทานครบจบในเซ็ตเดียว

ถัดมาเป็นเมนูที่อยากแนะนำสุดๆ คือ Engawa Lover Set (550 บาท) ซูชิ 4 คำ 4 รสชาติ ใน 1 เซ็ต คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มกับข้าวปั้นหน้า Engawa ท็อปด้วยวัตถุดิบไม่ซ้ำกันถึง 4 หน้า โดยเริ่มจากท็อปส้มยูซุและพริกดอก เปรี้ยวนิดเผ็ดหน่อย ต่อด้วยท็อปพอนสึซอสญี่ปุ่นเปี้ยวเค็ม เพิ่มความเข้มข้นกับคำต่อไปด้วยอูนิ และตบท้ายด้วยท็อปของไข่ปลาแซลมอน ก่อนทานห้ามพลาดที่จะจิ้มเกลือที่โรยมารอบๆ จานเพราะนั่นคือเกลือหิมาลัย

 

ฟิวชั่นให้สุดกับสารพัดโรลล์ อาทิ Dragon Roll (320 บาท) โรลล์ฟิวชั่นถูกปากทั้งคนไทยและคนต่างชาติ จัดมาทั้ง ชีส อะโวคาโด้ ไข่หวาน ปูอัด เต็มคำกับปลาไหลญี่ปุ่นย่างกลิ่นหอมยั่วๆ ราดซอสปลาไหลรสหวานกลมกล่อม ส่วนที่ทุกโต๊ะต้องสั่งยกให้ Spicy Salmon Roll (ราคาช่วงโปรโมชั่นเพียง 160 บาท++)

ส่วนใครที่กำลังลดน้ำหนักละก็ ทางร้านมีเมนู Seafood Salad (420 บาท) สลัดที่รวมปลาดิบทุกชนิด กับผักสดแน่นๆ เรียกว่าอิ่มจุใจจนลืมไปเลยว่ากำลังทานสลัด แต่ถ้าอยากได้แซ่บๆ รสชาติจัดจ้านขึ้นมาหน่อยสั่ง Salmol Yum (290 บาท) นอกจากนี้ ทางร้านยังมีเมนูยำให้เลือกอีกมากมาย เช่น ยำแซลมอน ยำหนวดปลาหมึกยักษ์ ที่การันตีว่าดีงามอร่อยเด็ดไม่แพ้กัน

มื้อนี้ยังมีสเปเชียลเมนูกับซูชิสุดฟิน สเปเชียลเอบิ ซูชิกุ้ง ฟัวกราส์ ครีบปลาตาเดียว ฉ่ำเรดไวน์ซอส เพิ่มความสดชื่นด้วยกีวี่ มีส้มและเชอร์รี่ตัดเลี่ยน ตบท้ายด้วยไข่ปลาบินฟินๆ ยั่วๆ แชะภาพสวยอย่าบอกใคร

ตามไปสัมผัสความฟินแบบนี้ได้ที่ร้าน Nippon Kai Market สยาม พารากอน ชั้น G เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 02-610-7622 ช่วงนี้โปรโมชั่นเด็ดๆ อาทิ โรลล์ทุกหน้า ลดทั้งวัน 10% และเมนูซาชิมิลด20 % คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม

Shiso Homu @The Jas Ramintra จัดเสิร์ฟความสดหมดหน้าตัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/596293

  • วันที่ 30 ก.ค. 2562 เวลา 17:10 น.

Shiso Homu @The Jas Ramintra จัดเสิร์ฟความสดหมดหน้าตัก

Shiso Homu (ชิโซะ โฮมุ) ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดอบอุ่นสไตล์คาเฟ่ เมนูครบจบทุกความต้องการ เลือกได้ทั้ง A La Carte และ Buffet พร้อมสารพันความอร่อยแบบพรีเมี่ยมในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง

วันนี้พาออกห่างความวุ่นวาย เดินทอดกายที่ The Jas Ramintra ศูนย์การค้าย่านรามอินทรา แหล่งรวมร้านอาหารมีสไตล์ ส่วนร้านที่ไปแล้วต้องแวะคือ “Shiso Homu (ชิโซะ โฮมุ)” ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์คาเฟ่ ดูอบอุ่นแม้ไม่คุ้นเคย โดดเด่นด้านอาหารญี่ปุ่นแนวฟิวชั่นและวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยม แถมหมดห่วงเรื่องราคาเพราะว่าไม่แพง ที่สำคัญร้านนี้ยังมีให้เลือกทั้งแบบ A La Carte และ Buffet แซลมอนนอร์เวย์สดๆ อิ่มจุกๆ ราคาโดนๆ เพียง 499 / 799 บาท++ ในเวลา 90 นาที

เปิดประตูเข้าสู่ร้านรู้สึกเหมือนเข้ามาในบ้านไม้ สัมผัสกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกอบอุ่นสมชื่อ Homu ที่แปลว่า “บ้าน” ด้านการตกแต่งเลือกใช้วัสดุไม้โทนสีอ่อนหยอกล้อกับแสงไฟวอร์มไลท์บรรยากาศสบายๆ มีบริการทั้งโต๊ะใหญ่สำหรับคนที่มาเป็นกลุ่ม เป็นครอบครัว หรือนั่งกินแบบส่วนตัวที่เคาน์เตอร์บาร์ เพลิดเพลินเกินบรรยายกับความพิถีพิถันสรรค์สร้างเมนูแบบใกล้ชิดติดขอบ

ประเดิมความอร่อยเรียกน้ำย่อยด้วย Hotate Salmon Roll (249 บาท) หอยเชลล์ญี่ปุ่นตัวโตๆ วางบนแซลมอนโรลล์เบิร์นไฟหอมๆ ท็อปด้วยไข่กุ้ง ราดด้วยซอสญี่ปุ่นและงา เพิ่มเทกซ์เจอร์ด้วยแป้งเทมปุระทอดกรอบ แนะนำให้กินครบทุกอย่างในคำเดียวแล้วเคี้ยวแบบฟินๆ

ต่อที่ Set Menu คุ้มค่าคุ้มราคาอย่าง Salmon Three Don Set (275 บาท) ข้าวหน้าแซลมอน 3 อย่าง 3 ฟิล ทั้งแซลมอนสับ สด และเบิร์นไฟ โรย Ikura หรือไข่ปลาแซลมอนตู้มๆ อิ่มเต็มคำ ตามด้วย Bara Chirashi Onzen Set(325 บาท) ข้าวหน้าปลาดิบรวมพร้อมไข่ออนเซ็น รวมวัตถุดิบที่มีทั้งหมด อาทิ Hamachi Salmon Akami Kani ไข่หวาน ไข่ออนเซ็นเยิ้มๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับซุปมิโซะ สลัด กิมจิ และชาเขียวร้อน/เย็น

เอาใจคนรักเนื้อด้วยเมนูกระทะร้อน Wagyu Steak Set (455 บาท) เนื้อวากิวนำเข้า (A4) มีมันแทรก รู้สึกถึงความชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟในกระทะร้อนๆ ส่วนคนรักเส้นห้ามพลาด Kastu Kara Udon/Soba Set (199 บาท) หมูทงคัตสึทอดกรอบราดด้วยซอสแกงกะหรี่ร้อน กินคู่เส้นนุ่มหนึบที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ได้อรรถรสครบทั้งความหอมของเครื่องเทศและความกลมกล่อมลงตัว

ปิดท้ายด้วยเมนูใหม่อย่าง Kani Shiso Ikura ลิ้มรสสุดละมุนกับข้าวญี่ปุ่นคลุกมันปู โรยหน้าด้วยไข่กุ้ง ได้รสเค็มๆ มันๆ ตัดเลี่ยนด้วยโรลล์แตงกวากรุบกรอบ และเมนู Spider Salad สลัดผักไฮโดรโปนิกส์และปูนิ่มทั้งตัวทอดจนกรอบ อัพความอร่อยด้วยสาหร่ายไคโซสีเขียว-แดง ราดน้ำสลัด Shiso สูตรลับเฉพาะของทางร้านที่รับรองว่าถูกปากคนไทยอย่างแน่นอน

ตามไปชิมอาหารญี่ปุ่นสดๆ รสชาติเริ่ดๆ โปรโมชั่นฟินๆ ในบรรยากาศดีๆ หนีรถติด ได้ที่ร้าน Shiso Homu (ชิโซะ โฮมุ) ตั้งอยู่บนชั้น 2 โครงการ The Jas Ramintra ถ.ลาดปลาเค้า ร้านเปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.30-21.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-22.00 น. มีบริการเดลิเวอรี่ส่งถึงบ้าน ทั้งสั่งผ่าน line man / lalamove สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02-010-0126

ไก่ทอดเกาหลีชื่อดังสไตล์ฟิวชั่น Chir Chir Fusion Fried Chicken Factory

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/596191

  • วันที่ 29 ก.ค. 2562 เวลา 15:30 น.

ไก่ทอดเกาหลีชื่อดังสไตล์ฟิวชั่น Chir Chir Fusion Fried Chicken Factory

ยกก๊วนชวนชิมไก่ทอดสไตล์ฟิวชั่น ที่ร้าน Chir Chir Fusion Fried Chicken Factory ต้นตำรับไก่ทอดกับเบียร์สไตล์เกาหลีที่มีสาขานับร้อยในเอเชีย เสิร์ฟความอร่อยแบบต้นตำรับในเมืองไทยที่ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

Chir Chir (เชอร์ เชอร์) เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของการทอดไก่ลงในน้ำมันเดือดๆ แบบชาวเกาหลี ถูกนำมาใช้เป็นชื่อร้านไก่เกาหลีชื่อดัง ‘Chir Chir Fusion Fried Chicken Factory’ ต้นตำรับไก่ทอดกับเบียร์สไตล์เกาหลีที่มีสาขานับร้อยในเอเชีย ส่งตรงมาเสิร์ฟความอร่อยแบบต้นตำารับในเมืองไทยที่ชั้น 6 ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ โซนเอเทรียม ผ่านการตกแต่งในบรรยากาศเรียบง่าย แต่ให้กลิ่นอายความเป็นเกาหลี

ใครยังไม่เคยลิ้มลอง แนะนำให้เริ่มทำความรู้จักกันด้วยเมนูซิกเนเจอร์ Crispy Fried Chicken ไก่ทอดสูตรต้นตำรับที่ผ่านการหมักในซอสสูตรพิเศษกว่า 6 ชม. ก่อนนำามาทอดให้กรอบนอกนุ่มในที่ใช้สูตรแป้งนำเข้าจากเกาหลี เพื่อคงรสชาติดั้งเดิมไม่มีผิดเพี้ยน เสิร์ฟร้อนพร้อมซอสฮันนี่มัสตาร์ดและมะเขือเทศซัลซ่า

ขยับมาที่เมนูหน้าตาดีสไตล์ฟิวชั่น Nest Snow Fried ไก่คาจันทอดเสิร์ฟในกระทะร้อนพร้อมครีมซอส บร็อกโคลี่ และมันบด แล้วโปะด้วยวิปครีมสดลงบนไก่จนพูนเหมือนกองหิมะสีขาว ได้รสชาติออกเค็มมัน แทรกในความกรอบของไก่ สลับรสชาติด้วยเมนู Caju Chicken Salad สลัดไก่ทอดในเดรสซิ่งครีมมี่หวานมัน

หรือถ้าหากอยากเปลี่ยน รสชาติจากไก่ทอด ต้องลอง Spicy BBQ Roasted Chicken ไก่อบในซอสบาร์บีคิวเข้มข้นเสิร์ฟบนกระทะร้อน ได้รสชาติของซอสบาร์บีคิวพร้อมเนื้อไก่นุ่มๆ หรือลอง Soy Dalkabi อีกเมนูกระทะร้อนเสิร์ฟไก่อบผัดในซอสเผ็ดสูตรพิเศษ พร้อมข้าวคลุกสาหร่ายเฟรนช์ฟรายส์ และซัลซ่าก่อนโรยดว้ยชีสเล็กน้อย ยกใหเป็นอีกเมนูอร่อยที่ไม่อยากให้พลาด

ตามไปลองกันได้ที่ร้าน Chir Chir Fusion Fried Chicken Factory ร้านเปิดทุกวัน ที่ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่เวลา 10.30- 22.00 น. โทร. 02-252-2204

พาเที่ยวนิทรรศการ Invisible Things เจาะลึก 5 ความเชื่อและไลฟ์สไตล์ชาวเยอรมันผ่านสิ่งที่มองไม่เห็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/595710

  • วันที่ 24 ก.ค. 2562 เวลา 12:00 น.

พาเที่ยวนิทรรศการ Invisible Things เจาะลึก 5 ความเชื่อและไลฟ์สไตล์ชาวเยอรมันผ่านสิ่งที่มองไม่เห็น

ตามไปดูให้รู้ 5 ความเชื่อและไลฟ์สไตล์ชาวเยอรมัน ในนิทรรศการ Invisible Things @TCDC BKK

ท่ามกลางการผันแปรของเทคโนโลยีและความก้าวหน้าของสิ่งต่างๆ รอบตัว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้คนจะหลงลืมความสำคัญของสิ่งใกล้ตัว และเลือกให้เวลากับการเดินตามสิ่งใหม่อยู่เสมอ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และสถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย (Goethe-Institut Thailand) จึงได้ชวนผู้คนมาร่วมกันหาคำตอบของ “สิ่งสำคัญของสิ่งใกล้ตัว” ผ่านนิทรรศการ “สิ่งที่มองไม่เห็น” (Invisible Things) นิทรรศการสัญชาติเยอรมันที่รวบรวมสิ่งของจัดแสดงที่สะท้อน “ความเป็นไทย-เยอรมัน” และพร้อมเผยให้ผู้เข้าชมเข้ามาสัมผัส เรียนรู้ รวมถึงฉุกคิดถึงคุณค่าของสิ่งที่แอบซ่อนอยู่ในข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันนับ 50 ชิ้น

ทว่า การมองเห็นคุณค่าของสิ่งของเหล่านั้น มักมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หากแต่รับรู้ได้จากการทำความเข้าใจถึง “ปูมหลัง” ของความเชื่อ และไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวตนของคนทั้งสองประเทศว่าแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ติดตามได้จากรายละเอียดดังต่อไปนี้

• ชาวเยอรมันเชื่อว่า “ตุ๊กตาโนม” ช่วยป้องกันเงินทองรั่วไหล

เพราะชาวเยอรมันเชื่อว่า “โนม” สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในถ้ำ ถึงแม้จะมีนิสัยดุร้าย แต่กลับมีพละกำลังมหาศาล อีกทั้งยังมาพร้อมกับพรสวรรค์ยิ่งใหญ่ ในการเสาะแสวงหาสมบัติมาสะสม โดยการขุดหาแร่โลหะมีค่าและอัญมณีจากโลกใต้ดิน และทะนงตนว่าจะไม่ยอมแลกทองไปกับความสุขสบายใดใดในชีวิต ซึ่งพรสวรรค์นี้เอง จึงเป็นไอเดียธุรกิจของประดับสวนหน้าบ้านในเมือง กราเฟนโรดา ในรูปแบบ “คนไฟรูปคนแคระ” ที่ดูไม่มีพิษมีภัย และหน้าตาคล้ายเด็ก โดยปัจจุบันมีรายงานว่าชาวเยอรมัน ได้เลือกใช้ตุ๊กตาโนมประดับสวนหน้าบ้านแล้วกว่า 25 ล้านตัว

       • ชาวเยอรมันเชื่อว่า “ตราม้าน้ำ” การันตีสกิลว่ายน้ำที่แข็งแกร่ง

เพราะไลฟ์สไตล์ชาวเยอรมันโดยแท้ ชอบการเล่นน้ำเป็นกิจวัตร เรียกได้ว่าเมื่อถึงช่วงวันหยุดพักผ่อน คนส่วนใหญ่มักเลือกทำกิจกรรมเกี่ยวกับน้ำ ทั้งลงสระที่มีกระดานลื่นสีสดใสและมีอ่างน้ำวน หรือนอนอ่านหนังสือดีๆ สักเล่มบริเวณชายหาด ซึ่งกิจวัตรเหล่านี้ รัฐบาลเยอรมนี จึงมุ่งหวังให้คนเยอรมันทุกคนว่ายน้ำเป็น “ตราม้าน้ำ” ของสมาคมผู้รักษาความปลอดภัยทางน้ำ หรือ DLRG (German Lifeguard Association) จึงถือเป็นเครื่องหมายรับรองชิ้นแรก ที่ผู้เรียนจะได้รับจากคอร์สเรียนว่ายน้ำของสมาคมฯ แต่กว่าจะได้มานั้น ผู้เรียนจะต้องกระโดดพุ่งตัวจากขอบสระน้ำเป็นระยะทาง 25 เมตร โดยไม่มีเครื่องช่วยและงมเอาของที่อยู่ใต้น้ำลึกระดับไหล่ขึ้นมาให้ได้ ดังนั้น หากไลฟ์การ์ดพบเห็นใครที่ไม่มี “ตราม้าน้ำ” และมีทีท่าว่าจะเป็นอันตราย จะรีบเข้าไปช่วยเหลือเป็นลำดับแรก

• ชาวเยอรมันพิสมัย “การปิ้งย่าง” ท่ามกลางอุณหภูมิเกิน 25 องศา

เพราะช่วงที่อากาศดีในอุณหภูมิเกิน 25 องศา ท้องฟ้าเหนือสวนสาธารณะในเมืองใหญ่ของเยอรมนี จะมีหมอกสีน้ำเงินลอยนิ่งท่ามกลางอากาศร้อน จึงนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดของการปาร์ตี้ร่วมกับเพื่อนฝูงและครอบครัว เรียกได้ว่า ทันทีที่ถึงช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ชาวเยอรมันที่พิสมัยและคลั่งอาหารปิ้งย่างเป็นอย่างมาก จะทำการตระเตรียมอุปกรณ์สำหรับการปิ้งย่าง และวัตถุดิบต่างๆ แบบจัดเต็ม พร้อมจับจองพื้นที่สวนสาธารณะเพื่อจัด “ปาร์ตี้ปิ้งย่าง” ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว ถ่านหินจะกลายเป็นของหายากยิ่งกว่ายุคหลังสงคราม และตามซุปเปอร์มาร์เก็ต จะมีซอสรุ่น “Limited Grill-Edition” จาก Kraft ผู้ผลิตซอสมะเขือเทศ วางเรียงเป็นแถวยาวเหยียด

• ชาวเยอรมันเปรียบการชอปปิ้งสินค้าที่ ALDI เป็นหน้าที่

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ชาวเยอรมัน นับเป็นพลเมืองที่โชคดี เนื่องด้วยประเทศเยอรมนีเป็นประเทศที่มั่งคั่ง และอุดมด้วยสิ่งของจำเป็นพื้นฐานที่ครบถ้วน เป็นเหตุให้พลเมืองในประเทศไร้ข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้ชีวิต เพราะชีวิตและร่างกายของพลเมืองได้รับความคุ้มครอง อีกทั้งมีที่อยู่อาศัยที่แห้งและปลอดภัยให้อยู่ และมีน้ำประปาสะอาดเพื่อการดูแลสุขอนามัยประจำวัน คนส่วนใหญ่จึงเลือกทุ่มเงินที่มีไปกับการชอปปิ้งกับสิ่งของที่ไม่จำเป็นแทน ไม่เพียงเท่านี้ ยังมองว่า อาหารดีๆ ไม่ได้มีค่ามากมาย ซึ่งทัศนคติแบบนี้เอง จึงนำไปสู่การถือกำเนิดธุรกิจALDI บริษัทสัญชาติเยอรมันที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก ที่มีจุดยืนในการจำหน่ายสินค้าโภคภัณฑ์ในชีวิตประจำวันไม่กี่ประเภท แต่คงคุณภาพดีเสมอต้นเสมอปลาย แถมมีราคาต่ำมาก ดังนั้น การชอปปิ้งที่ ALDI จึงไม่นับว่าเป็นประสบการณ์ แต่เป็นการทำหน้าที่ประจำวันมากกว่า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลักการดังกล่าว ได้ติดตลาดแล้วในเยอรมนี และชาวเยอรมันร้อยละ 90 ก็บอกว่าตนเองไปซื้อของที่ ALDI เป็นประจำ

• ชาวเยอรมันเชื่อว่า “เบียร์” เป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมมนุษย์ และไม่อันตรายต่อสุขภาพ

เพราะชาวเยอรมันเข้าใจดีว่าเบียร์เป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมมนุษย์ และถือว่ากฎความบริสุทธิ์ (Purity Law) ที่กำหนดว่าการทำเบียร์ต้องใช้วัตถุดิบเพียง 3 อย่าง คือ ฮ็อปส์ ข้าวบาร์ลี่ย์ และน้ำนั้น มีความสำคัญดุจมาตราหนึ่งในรัฐธรรมนูญ และควรจะได้รับการปกป้องอย่างแข็งขัน ในทศวรรษ 1980 มีการยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมแห่งยุโรป ขอให้สั่งห้ามจำหน่ายเบียร์ต่างชาติในเยอรมนี แต่ศาลเห็นว่าส่วนผสมพิเศษที่ชาวเยอรมันยื่นประท้วงไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงตัดสินยกฟ้อง อย่างไรก็ดี การต่อสู้ทางกฎหมายดังกล่าว ก็ทำให้นักดื่มเบียร์ชาวเยอรมันตกอกตกใจ และพร้อมใจกันช่วยตลาดในประเทศเท่าที่จะทำได้ ด้วยการสั่งเบียร์เยอรมันมาดื่มเวลาไปเที่ยวบาร์

อย่างไรก็ตาม สำหรับ 5 ความเชื่อของชาวเยอรมันในข้างต้น เป็นเพียงความเชื่อส่วนหนึ่งของชาวเยอรมันเท่านั้น หากแต่มีความเชื่อ ค่านิยม และความเป็นตัวตนของชาวเยอรมันในหลากหลายมิติ ที่ยังคงซุกซ่อนอยู่ในของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และรอคุณเข้าไปเรียนรู้ ทำความเข้าใจแบบอินไซท์เพื่อเข้าใจถึงลักษณะนิสัย และเข้าใกล้ความเป็นคนเยอรมันมากยิ่งขึ้น อาทิ ตลับครีมนีเวีย กระดาษปิดผนังเยื่อไม้ หนังสือพิมพ์ BILD  และรองเท้าแตะเบียร์เคนชต๊อก ไม่เพียงเท่านี้ ในนิทรรศการเดียวกันนี้ ยังมีของใช้ในชีวิตประจำวันคนไทยอีก 25 สิ่ง อาทิ โต๊ะ ก.ไก่ น้ำมันนวดสมุนไพร สายสิญจน์ ปฏิทินไทย-จีน และรูปรับปริญญา ที่พร้อมเชื้อเชิญให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้ถึงค่านิยมและความเชื่อของคนไทยโดยแท้ไปพร้อมๆ กัน

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ “สิ่งที่มองไม่เห็น” (Invisible Things) ได้ตั้งแต่วันนี้–15 กันยายน 2562 เวลา 10.30–21.00 น. ณ ห้องแกลเลอรี่ ชั้น 1 อาคารส่วนหลัง ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ กรุงเทพฯ โดยสามารถเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวกในหลายช่องทาง ได้แก่ รถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที (ลงสถานีสามย่าน หรือหัวลำโพง) รถไฟฟ้าบีทีเอส (ลงสถานี สะพานตากสิน) เรือโดยสาร (ลงท่าเรือสี่พระยา) รถจักรยนต์รับจ้าง และรถยนต์ส่วนตัว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02-105-7400เว็บไซต์ www.tcdc.or.th

ลิ้มรสอาหารแดนภารตะ @ห้องอาหารปัญจาบ กริลล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/595563

  • วันที่ 22 ก.ค. 2562 เวลา 17:00 น.

ลิ้มรสอาหารแดนภารตะ @ห้องอาหารปัญจาบ กริลล์

เทสติ้งเมนูใหม่ล่าสุดที่ห้องอาหารปัญจาบ กริลล์ อิ่มอร่อยชิลๆ ในโรงแรม เรดิสัน สวีท กรุงเทพ สุขุมวิท

“ปัญจาบ กริลล์” ห้องอาหารอินเดียที่มีหลายรางวัลประกันคุณภาพ เปิดตัวเทสติ้งเมนู 6 คอร์สล่าสุด โดยหัวหน้าเชฟ บารัธ ชรินดาร์ บัต ผู้รังสรรค์อาหารอินเดียประจำภูมิภาคแท้ๆ ใช้เทคนิคการปรุงและการนำเสนอที่ทันสมัย เอาใจผู้ชื่นชอบอาหารอินเดียด้วยประสบการณ์มื้อค่ำแบบร่วมสมัยสุดประทับใจ ด้วยทักษะการนำเมนูอาหารอินเดียรสชาติดั้งเดิมนำเสนอในรูปแบบใหม่ของเชฟบารัธ ผู้มีประสบการณ์การร่วมงานกับโรงแรมและรีสอร์ทระดับ 5 ดาวหลายแห่ง อาทิ โรงแรมกรอสเวอเนอร์เฮ้าส์ ดูไบ, โรงแรมอาร์มานี่, โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส, โรงแรมเลอ เมอริเดียน และอลีลา รีสอร์ท จึงการันตีได้ถึงความอร่อยที่พร้อมเสิร์ฟทุกท่านด้วยเทสติ้งเมนู 2 เซ็ตใหม่นี้ ซึ่งมีทั้งแบบมังสวิรัติ และไม่มังสวิรัติ

เซ็ตเมนูทั้ง 2 เซ็ต เริ่มต้นด้วยเมนู Burrata Badal Jaam ที่รังสรรค์ขึ้นใหม่จากอาหารอินเดียสไตล์อวาธี (Awadhi) ยอดนิยม โดยดัดแปลงจากโยเกิร์ตรสผักชีดั้งเดิมมาใช้ชีสบูราต้า ชีสสดจากท้องถิ่นของประเทศอิตาลี ซึ่งมีเนื้อนิ่มและให้รสชาติเข้มข้นเข้ากันดีกับมะเขือม่วงย่างเสิร์ฟคู่กับสลัดมะเขือเทศ

ต่อด้วยเมนู Laal Mirch Aur Leshuni Jheenga (กุ้งและยำส้มโอ) เป็นจานที่ผสมผสานความเป็นอินเดียเข้ากับเมนูอาหารไทยท้องถิ่น โดยเลือกเสิร์ฟกุ้งลายเสือปรุงรสที่ผ่านการหมักพริกแดงและกระเทียมก่อนนำไปย่างในเตาถ่านทันดูร์ เสิร์ฟกับยำส้มโอและฝรั่งที่ช่วยเสริมรสหวานอมเปรี้ยวได้เป็นอย่างดี สำหรับเมนูมังสวิรัติจะเปลี่ยนวัตถุดิบจากเนื้อกุ้งเป็นเต้าหู้เนื้อนุ่ม

ถัดมาเป็น Raan Tacos เปลี่ยนอาหารเม็กซิโกแบบดั้งเดิม เพิ่มรสชาติด้วยแรดิช แตงกวาดอง และซอสอโวคาโดกับกระเทียม โดยนำแผ่นแป้งข้าวโพดมาห่อไส้เนื้อลูกแกะส่วนขาที่ผ่านการตุ๋นจนเนื้อนุ่ม สำหรับเมนูมังสวิรัติจะยัดไส้ขนุนอ่อนปรุงกับเครื่องเทศรสเผ็ดแทนส่วนของเนื้อลูกแกะ ก่อนจะเสิร์ฟเมนูล้างปากอย่าง กรานิต้าเสาวรสผสมขิง (A Passion Fruit Ginger Granita) เพื่อให้พร้อมสำหรับเมนูหลักถัดไปอย่าง Saag Murgh อาหารจานหรูจากแคว้นปัญจาบที่นำเนื้ออกไก่หมักใบลูกซัดแห้ง โยเกิร์ต และผงพริกเหลือง ก่อนย่างในเตาทันดูร์ เสิร์ฟบนซอสเกรวี่ผักโขมหอมกลิ่นกานพลู และเลือกใช้โฮมเมดคอทเทจชีส แทนเนื้ออกไก่สำหรับผู้เลือกเมนูมังสวิรัติ

ปิดท้ายด้วยของหวานที่เชฟบารัธฉีกภาพเดิมๆ ของของหวานอินเดียที่มักมีรสหวานจัด โดยยังคงความอร่อยเอาไว้ด้วยเมนู Gajar Halwa Tart พุดดิ้งรสนมผสมแครอท และผงกระวานเทศในแป้งทาร์ตรสหวานกำลังดี เสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมพิสตาชิโอแสนอร่อย เป็นของหวานปิดท้ายมื้อนี้ได้อย่างสมบูรณ์

ตามไปสัมผัสความอร่อยในสไตล์อินเดีย ได้ที่ห้องอาหารปัญจาบ กริลล์ ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณล็อบบี้ของโรงแรม เรดิสัน สวีท กรุงเทพ สุขุมวิท ซอย 13 เปิดให้บริการเฉพาะดินเนอร์ เวลา 18:00-23:30 น. ทุกวัน และซันเดย์บรันช์ (เฉพาะอาทิตย์) เวลา 12:00-15:00 น. (เทสติ้งเมนูไม่มังสวิรัติ 6 คอร์ส ราคา 1,499++ บาท และเมนูมังสวิรัติ 6 คอร์ส ราคา 990++ บาท)

ความสุขที่เสิร์ฟใส่ในจาน ที่ร้านสุขกินได้ @ศาลายา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/595450

  • วันที่ 21 ก.ค. 2562 เวลา 15:50 น.

ความสุขที่เสิร์ฟใส่ในจาน ที่ร้านสุขกินได้ @ศาลายา 

ตามไปกินให้แฮปปี้ที่ “สุขกินได้” ร้านน่านั่งหลัง ม.มหิดล ศาลายา ที่เป็นทั้งคาเฟ่และฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์

“สุขกินได้” คือชื่อของร้านอาหารเล็กๆ รูปทรงโดดเด่นสะดุดตา ตั้งอยู่ถนนเส้นหลัง ม.มหิดล ศาลายา จ.นครปฐม ซึ่งเป็นทั้งคาเฟ่และฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์ ที่เกิดจากความตั้งใจเดิมที่ต้องการปลูกผักปลอดสารพิษแบบไฮโดรโปนิกส์เพื่อส่งไปยังโรงแรมและร้านอาหารต่างๆ ก็เกิดเป็นความรู้สึกอยากจะนำผักที่ปลูกเองมาทำอาหารให้คนอื่นได้กินบ้าง เพราะคุณแม่เป็นคนที่มีฝีมือทางด้านการทำอาหาร ร้าน “สุขกินได้” จึงเกิดขึ้นมา

ด้วยคอนเซ็ปต์ของร้าน คือการทำอาหารให้ลูกค้ากินเหมือนกับที่ทำให้คนในครอบครัวได้กิน โดยคุณแม่ของเจ้าของร้านลงมือทำเองคนเดียวทุกจาน และใส่ใจทุกรายละเอียด เพราะฉะนั้นอาจจะต้องใช้เวลารออาหารสัก 10-15 นาที แต่รับรองว่าอร่อยคุ้ม

ส่วนเรื่องของเมนูก็มีให้เลือกหลากหลาย เริ่มเรียกน้ำย่อยกันด้วย สลัดโรลล์จากสวนหลังบ้าน เสิร์ฟคู่น้ำสลัด 3 รส สลัดโรลล์ปูอัดพร้อมผักสดสารพัดชนิด กับน้ำสลัดซีฟู้ด น้ำสลัดเทาซันไอส์แลนด์ และน้ำสลัดเสาวรส เมนูต่อมาคือ หมูคลุกฝุ่น หมูสันนอกไม่มีมัน คลุกเคล้ากับข้าวคั่ว พริกป่น น้ำตาล น้ำปลา และเคล้าแป้งแล้วทอด จะกินเล่นๆ หรือกินกับข้าวเปล่าก็อร่อยไม่แพ้กัน

อีกเมนูที่อยากนำเสนอ คือ พะแนงกระดูกอ่อน กับ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ น้ำแกงมาแบบขลุกขลิกรสชาติจัดจ้าน กลมกล่อม ส่วนกระดูกอ่อนก็เคี่ยวจนเนื้อนุ่มเปื่อยไม่เหนียว แถมทางร้านยังเสิร์ฟผัดสดมาเป็นเครื่องเคียงด้วย

ตามมาด้วย สลัดไก่ย่าง ใช้ไก่ช่วงสะโพกเนื้อนุ่ม หมักเครื่องปรุงรสเข้าเนื้อ เสิร์ฟพร้อมผักสดและน้ำสลัด อีกจาน คือ สเต๊กหมูสุขกินได้ หมูสันนอกเนื้อนุ่ม เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมปังกระเทียมและมันฝรั่งทอด ปิดท้ายด้วย สปาเก็ตตี้พริกแห้ง สปาเก็ตตี้ผัดกับเบคอน รสชาติจัดจ้านถูกใจ เมนูยอดฮิตที่ใครไปใครมาต้องสั่ง

ร้าน “สุขกินได้” เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เปิด 11.00-20.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 10.00-20.00 น. โทร. 06-2323-9619

เข้มข้นจัดจ้านฉีกกฎราเมง @Ramenga

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/595254

  • วันที่ 19 ก.ค. 2562 เวลา 11:00 น.

เข้มข้นจัดจ้านฉีกกฎราเมง @Ramenga

Ramenga ชวนซู้ดราเมงรสเข้มโดนใจอยากท้าให้ไปลอง

ต้องบอกก่อนเลยว่าน้ำซุปร้านนี้มีดีมากๆ จากเคยกินราเมงก็หลายร้าน แต่ร้านนี้ต้องให้และขอแปะไว้ในดวงใจ เค็มนิดๆ คนไม่กินเค็มน่าจะขอบาย แต่ความเค็มนี้เป็นความเค็มแบบไม่ได้เค็มปี๋จนกินไม่ไหว ตรงกันข้ามกลับแฝงด้วยความนัว คนที่ชอบ…เอะอะปรุงๆ พึงระวัง ควรชิมก่อน เพราะถ้าเค็มเกินก็หมดอร่อยได้

ราเมงที่นี่มีเส้น 2 แบบ เส้นดั้งเดิมคล้ายเส้นบะหมี่บ้านเราแต่นุ่มกว่า อีกแบบคือ เส้นสไตล์ญี่ปุ่น คล้ายเส้นโซบะ จะออกกรึ๊บๆ หนึบๆ เวลาเคี้ยว แต่ถ้าไม่ชอบกรึ๊บๆ และหนึบๆ สั่งให้ลวกเส้นนานกว่าปกติ เส้นก็จะนุ่มนิ่มขึ้น ด้านเครื่องเคราและท็อปปิ้งก็เหมือนร้านอื่น ประกอบด้วย หมูชาชู ไข่ (เป็ด) ต้มยางมะตูม หน่อไม้ญี่ปุ่น แต่ที่แปลกออกไปคือมีการเพิ่มหมูเผ็ด ที่ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้มาได้ชิม บีบมะนาวสักซีก แซบๆ นัวๆ เหมือนกินต้มนยำหมูทรงเครื่อง ยิ่งพอไปรวมกับน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวนานสองนาน ยิ่งเลิศรส

ถ้าไม่กินเผ็ดก็มีเมนูราเมงเย็นให้ชิม ซารุราเมง หรือที่รู้จักกันดี “บะหมี่เย็น” เสิร์ฟแยกกัน เส้นราเมงโรยสาหร่าย ตามด้วยท็อปปิ้งช่วยชูรส ต้นหอมญี่ปุ่น ไช้เท้าฝน และวาซาบิสด ขาดไม่ได้คือ น้ำซุปซีอิ๊ว เมนูนี้ต้องคนที่ชอบกินเย็นเท่านั้น ไม่ชอบ ไม่แนะนำให้สั่ง สำหรับคนกินเผ็ด ห้ามพลาดกับการเหยาะซอสพริกสูตรเฉพาะของร้าน หน้าตาเหมือนน้ำพริกเผา แต่รสจัดกว่าหลายเท่า เคล้าลงไปในชามราเมง รับรองว่าแซบสุดๆ

นอกจากรสชาติจะเด็ดดวง ‘Ramenga’ ยังมีแคมเปญน่ารักๆ “ปันอิ่ม” เป็นการมอบโอกาสดีๆ ให้แก่คนที่อยากกิน แต่ไม่มีเงิน ได้อิ่มท้องฟรี ในแต่ละวันร้านจะมีโควตาปันอิ่ม 6 ชามต่อวัน ส่วนคนที่มีกำลังจ่ายไหวและอยากแบ่งปันความอร่อย ทำได้ง่ายๆ เพียง “ซื้อชาม” 80 บาท ทิ้งไว้ที่ร้าน เขียนโพสต์อิทแปะบนกระดาน เพื่อให้สะดวกแก่คนที่จะใช้บริการปันอิ่มคราวต่อไป

จริงๆ แล้ว ‘Ramenga’ เจ้าของไม่ใช่คนญี่ปุ่น แต่เป็นคนไทยนามว่า “สิทธิชัย เรืองจรุงพงศ์” ด้วยชื่นชอบราเมงเป็นทุนเดิม เขาเลยตะลอนชิมราเมงทั่วญี่ปุ่น จากนั้นก็พัฒนาและต่อยอดสู่ราเมงสัญชาติไทย ก่อนขยับขยายกลายเป็นราเมนแฟรนไชส์อีกหลายสาขา หนึ่งในนั้นคือ สาขาสะพานควาย ที่เราไปลิ้มลอง ซึ่งมี “สมภพ โหมดม่วง” เป็นคนดูแลกิจการ ขณะที่ชื่อและความหมายก็ไม่ได้มีสตอรี่ หรือดีเทลซับซ้อน มันมาจากการออกเสียงเล่นๆ แบบวัยรุ่น “ราเมงอ่ะ” ฟังแล้วเก็ตและใช่ สิทธิชัยเลยเลือกใช้เป็นชื่อแบรนด์นั่นเอง

‘Ramenga’ สาขาสะพานควาย ซอยโรงหนังพหลโยธิน (ตรงข้าม รพ.เปาโล) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. ร้านไม่มีที่จอดรถ การเดินทางสะดวกสุดคือรถไฟฟ้าบีทีเอส ลงสถานีสะพานควาย แล้วเดินย้อนมาทางโรงหนัง โทร. 08-1205-0700