Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ผมใช้ชีวิตคุ้มแล้ว! ‘ทนายเกิดผล’ป่วยหนัก ไตเสื่อมระยะสุดท้าย

Posted on September 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680914

ผมใช้ชีวิตคุ้มแล้ว! 'ทนายเกิดผล'ป่วยหนัก ไตเสื่อมระยะสุดท้าย

ผมใช้ชีวิตคุ้มแล้ว! ‘ทนายเกิดผล’ป่วยหนัก ไตเสื่อมระยะสุดท้าย

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.12 น.

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2565 นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงอาการป่วยโรคไตเสื่อมระยะสุดท้าย (ระยะที่ 5) โดยระบุว่า ผมใช้ชีวิตคุ้มแล้ว..

มีผู้ใจบุญเมตตาจะบริจาคไตให้ผม ผมได้ขอบคุณ และอนุโมทนา ในกุศลจิต ครั้งนี้ 3-4 ท่าน แต่ผมไม่อาจรับความปรารถนาดีตรงนี้ได้

สภาพร่างกาย และกำลังใจผม ยังดีอยู่ ผมยังสามารถต่อสู้กับมันได้ และถึงแม้ว่า ถ้าผมสามารถรับบริจาคปลูกถ่ายไตได้จริง ก็คงไม่คุ้มค่า กับการเสียสละของท่าน

ผมใช้ชีวิตมาอย่างคุ้มค่าแล้ว สร้างครอบครัวที่อบอุ่น ดูแล และทำทุกอย่างตามหน้าที่อย่างไม่บกพร่อง ไม่มีอะไรติดค้าง และคาใจ หากผมรับไต อันมีคุณค่านั้นมา ก็คงมีเวลาไม่กี่ปี

แต่ถ้าหากไตอันมีค่านั้น ได้ส่งมอบ หรือ บริจาค ให้กับ คนที่มีภาระ มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบอีกหลายชีวิต หรือ ให้กับ น้องๆ ที่ยังมีอนาคต มีชีวิตอีกยาวไกล ผมเชื่อว่า คุณค่าของไต ที่เขาได้รับ จะสร้างชีวิตยาวนาน มากกว่าผม และ ผู้บริจาค จะได้กุศุลบุญ สมดังเจตนา อนุโมทนา สาธุ ด้วยครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องบาส’ออกจาก รพ.แล้ว!! พ่อเมืองอุดรฯ เอารถประจำตำแหน่งพากลับบ้าน

Posted on September 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680881

'น้องบาส'ออกจาก รพ.แล้ว!! พ่อเมืองอุดรฯ เอารถประจำตำแหน่งพากลับบ้าน

‘น้องบาส’ออกจาก รพ.แล้ว!! พ่อเมืองอุดรฯ เอารถประจำตำแหน่งพากลับบ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.18 น.

18 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักจนน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลนครอุดรธานี และเกิดเหตุไฟฟ้ารั่วดูดเด็กนักเรียนจนได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย โดยขณะนี้ทุกคนปลอดภัยและมีอาการดีขึ้นตามลำดับ ล่าสุดในเวลา 13.00 น.วันนี้ (18 ก.ย.65) แพทย์เจ้าของไข้ได้อนุญาตให้นายอรรถชัย อาจอุดม หรือน้องบาส ฮีโร่ช่วยน้องโซดาถูกไฟดูดกลับบ้านได้แล้ว ส่วนน้องเรดิโอ อายุ 15 ปี และน้องโซดา ยังคงต้องนอนรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลอุดรธานีเพื่อสังเกตอาการอีกระยะ โดยวันนี้ นายวิจารย์ คลังบุญครอง ผช.ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 จ.อุดรธานี ที่รับผิดชอบ 8 จังหวัดอีสานตอนบน พร้อมคณะผู้บริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 ได้เดินทางนำกระเช้ามามอบเยี่ยมและให้กำลังใจกับน้องบาสฮีโร่ช่วยชีวิต น้องเรดิโอ นร.หญิงชั้น ม.3 และน้องโซดา นร.ชั้น ม.1 ด้วย

นายวิจารณ์ คลังบุญครอง ผช.ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ทางการไฟฟ้าฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจโดยการไฟฟ้าจะได้ร่วมกับเทศบาลนครอุดรธานี จะร่วมมือกันดำเนินการแก้ไขในส่วนของเสาไฟแสงสว่างตามถนนจุดอื่นๆ ในเขตจ.อุดรธานี ในวันที่ 20 ก.ย.65 นี้ เพื่อตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าสาธารณะดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว (RCD) และ ตรวจสอบสายไฟฟ้าและจุดเสี่ยงต่างๆเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่สาธารณะของประชาชนในพื้นที่ทั่วเมือง นอกจากนี้ในส่วนของ 8 จังหวัดที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 จะร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจเช็คระบบไฟเสาไฟฟ้าส่องสว่างและเสาไฟฟ้าทุกคนในเขตชุมชน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นแบบนี้อีก

ทางด้านน้องบาส ฮีโร่ที่ออกจากรพ.วันนี้ เปิดเผยว่า กรณีผู้ใหญ่ใจดีที่ต้องการสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องทุนทรัพย์ ตอนนี้ผมมีความเพียงพอแล้ว หากต้องการจะช่วย ขอให้ช่วยเหลือน้องๆที่ถูกไฟฟ้าดูดจะดีกว่าเพราะน้องๆโดนหนักกว่าผม ตอนนี้ตนเองร่างกายยังแข็งแรงดี วันนี้ก็ได้ออกจากรพ.แล้ว ส่วนเงินที่ได้ก็จะให้ยายไปใช้หนี้ และเก็บไว้ทุนหากตนเองจะเรียนต่อ ผมอยากเรียนว่าหากในอนาคตหากตนเองเกิดผลข้างเคียงกระทบตามมาจากไฟดูด หรือน้องๆ ทุกคนเป็นอยู่ตอนนี้ อยากจะขอให้ผู้ใหญ่ทุกท่านหรือทางหน่วยงานที่เกี่ยวช่วยเหลือในส่วนของการรักษาก็เพียงพอแล้ว แต่หากจะขอเงินเยี่ยวยาเป็นตัวเงินนั้นเป็นเรื่องของอนาคต ส่วนเรื่องหัวใจผมยังโสด ผมยังไม่มีแฟน ขอใช้ชีวิตอยู่กับคุณยายดูแลคุณยาย และฝันอยากเป็นคนส่งของของไปรษณีย์ไทยทำงานใกล้ๆ บ้านดูแลคุณยายก็พอ  โดยการเดินทางกลับบ้านไปพักผ่อนของน้องบาสครั้งนี้ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีได้สั่งการให้คนขับรถนำรถเก๋งหรูประจำตำแหน่ง ไปรับน้องบาสและคุณยายส่งกลับบ้าน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับฮีโร่ของชาวอุดรธานีคนนี้ด้วย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจสาวหล่อ อีก 1 ฮีโร่ช่วยปั๊มหัวใจเด็กถูกไฟดูด เผยดีใจที่น้องเขารอด

Posted on September 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680874

เปิดใจสาวหล่อ อีก 1 ฮีโร่ช่วยปั๊มหัวใจเด็กถูกไฟดูด เผยดีใจที่น้องเขารอด

เปิดใจสาวหล่อ อีก 1 ฮีโร่ช่วยปั๊มหัวใจเด็กถูกไฟดูด เผยดีใจที่น้องเขารอด

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.36 น.

เปิดใจฮีโร่เสื้อส้มสาวหล่อเมืองกาฬสินธุ์ช่วยน้องเรดิโอถูกไฟดูดจมน้ำคนแรกแม้ตัวเองจะบาดเจ็บหนัก

18 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีฮีโร่ช่วยเด็กนักเรียนถูกไฟรั่วจากเสาไฟฟ้าดูดที่ถนนศรีชมชื่น ด้านหลังโรงเรียนสตรีราชินูทิศ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ที่น้องบาสอายุ 19 ปี ฮีโร่จากวิทยาลัยเทคนิคคือ นายอรรคชัย อาจอุดม เข้าไปช่วยน้องโซดา นร.ชั้นม.1 โรงเรียนอุดรพิทยานูกูล ซึ่งก่อนหน้านี้ที่เสาไฟส่องสว่างตรงจุดนี้ก็มีน้องนร.ชั้น ม.3 ถูกไฟดูดนอนหมดสตินอนตะแคงข้างจมน้ำตรงจุดเสาไฟฟ้าส่องสว่างตรงนี้ด้วยเช่นกัน

โดยมีน้องบอสที่ชาวเน็ตตั้งชื่อให้เป็นฮีโร่ชุดนักเรียน เข้าไปหัวใจช่วยน้องผู้หญิงนร.ม.3 จนชีพจรกลับคืนมารอดอย่างปาฏิหาริย์และถูกนำตัวส่งรพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อให้การช่วยเหลือ แต่ที่ลืมไม่ได้ ฮีโร่คนแรกที่เข้าไปช่วยเหลือน้องเรดิโอนั่นคือน.ส.สุภารัตน์ ภูเหมือนบุตร อายุ 28 ปี หรือ “น้องเอ๋ สาวหล่อฮีโร่ ชาว ต.อิตื้อ อ.ยางพลาด จ.กาฬสินธุ์ ที่เข้าไปดึงร่างน้องน.ส.จิดาภา หรือน้องเรดิโอออกห่างจากเสาไฟฟ้าส่องสว่างที่มีไฟดูดและช่วยกันปั๊มหัวใจสลับกับน้องบอส เนื่องจากน้องเอ๋ได้รับบาดเจ็บมือซ้ายและขาด้านซ้ายเพราะอุบัติเหตุรถจยย.พาล้มมาก่อนหน้านี้

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ น้องเอ๋  น.ส.สุภารัตน์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เย็นวันที่ 16 ก.ย.65ตนเองเดินทางจะไปคลินิคทำฟันกับแฟนสาว พอมาถึงถนนศรีชมชื่นด้านหลังโรงเรียนสตรีราชินูทิศ ปรากฏว่า แฟนที่ขับรถอยู่เห็นน้องผู้หญิงที่ยืนอยู่บริเวณเสาไฟ จู่ๆ ก็ล้มหงายหลังตึงทันที พวกเราก็คิดว่าน้องเขาเป็นลม ร่างของน้องเขาก็จมน้ำที่กำลังท่วมถนน แฟนก็บอกว่า เธอๆ เข้าไปช่วยน้องเขาหน่อย เพราะน้องเขากำลังจมน้ำ ตนก็บอกกับแฟนว่า จะให้ไปจริงหรือบาดเจ็บจากรถล้มอยู่นะ

แต่เมื่อมองไปดูน้องเขาเห็นน้องเขานอนคว่ำหน้า อ้าวไม่ดีแล้ว จึงรีบเปิดประตูรถวิ่งขากะเผกจะไปช่วยน้องเขาทันที  ก็ใช้มือซ้ายที่เจ็บ พยายามดึงร่างของออกมาเพื่อขึ้นไปบนพื้นคอนกรีตที่น้ำท่วมไม่ถึง จากนั้นก็รีบปั๊มหัวใจ ปั๊มอยู่ประมาณ 2 นาที แต่เนื่องจากมือเจ็บทำอะไรไม่ได้มาก ก็เห็นน้องบอสที่ใส่ชุดนักเรียนวิ่งมาช่วย พวกเราก็สลับกันช่วยปั๊มหัวใจ ตอนแรกคิดว่าน้องเขาเสียชีวิตแล้ว เพราะตาค้าง ลิ้นจุกปาก มีเลือดออกทางจมูก คิดว่าคงไม่รอดแน่ แต่เมื่อช่วยกันปั๊มหัวใจช่วยกัน สุดท้ายเห็นน้องเขาลืมตาได้ เราก็ดีใจ ที่เราได้ช่วยให้น้องคนหนึ่งเขากลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม  

ส่วนตนเองก็เจ็บขาและแขน แต่ในใจคิดว่าต้องช่วยน้องเอาให้ได้ มารู้ทีหลังว่าน้องถูกไฟดูดเราก็ตกใจ วิ่งเข้าไปช่วยน้องเขาได้อย่างไร หนูคิดว่าน้องเขาเสียชีวิตแล้วตอนแรก คิดในใจอยู่เสมอว่าต้องช่วยน้องให้รอด เพราหนูก็มีน้องสาวรุ่นราวคราวเดียวกับน้องเรที่ช่วยชีวิตเอาไว้ น้องเอ๋ฮีโร่อีกคนกล่าวตอนท้าย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น่าน’ปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ‘สุขเสมอดาว’จาก‘นาน้อย’ถึงนาหมื่น-เวียงสา

Posted on September 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680871

‘น่าน’ปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ‘สุขเสมอดาว’จาก‘นาน้อย’ถึงนาหมื่น-เวียงสา

‘น่าน’ปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ‘สุขเสมอดาว’จาก‘นาน้อย’ถึงนาหมื่น-เวียงสา

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.31 น.

‘น่าน’ปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ‘สุขเสมอดาว’จาก‘นาน้อย’ถึงนาหมื่น-เวียงสา

นางลลิดา ตงศิริกุล ผู้อำนวยการกองนวัตกรรมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) , นายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน เดินทางทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับภูมิภาคภาคเหนือ กับกิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายระหว่าง TAT Travel Tech Start-Up ร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2565

ทั้งนี้ เพื่อหารือแนวทางการเลือกใช้นวัตกรรม และพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับพื้นที่ ตามหลัก BCG Model โดยได้เลือกพื้นที่ชุมชนบ้านหนองป่าค่า อ.นาน้อย จ.น่าน ในการทำ Product Testing ภายใต้ชื่อกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สุขกาย สุขใจ “สุขเสมอดาว” อาทิ กิจกรรมแม่อุ๊ยพาสานดอกพิกุลเสริมสุข สุขใจไปกับการฝึกสมาธิสานดอกพิกุล และสุขใจไปกับการทำบุญตามศรัทธา ณ วัดหนองป่าค่า , ลุงทวนชวนฟัง อาหารปลอดภัยที่ทาโนฟาร์มสุขกายจากอาหารปลอดภัย และสุขใจไปกับความมั่นคงทางอาหาร

กิจกรรมทำไข่ป่าม Mix Herb ที่ “ฮอยมือป่อเดิน” สุขใจไปกับกิจกรรมทำอาหารพื้นถิ่น และสุขกายไปกับการใช้วัตถุดิบอินทรีย์และสมุนไพรพื้นบ้าน , ซื้อของฝาก กาแฟโรบัสต้า นาน้อย ณ บ้านหัวเมือง มีรางวัลการันตีระดับประเทศ และสักการะพระธาตุศรีษะเกษ พระธาตุประจำตำบลศรีษะเกษ ไหว้พระขอพร พร้อมชมวิวทุ่งนาสุดลูกหูลูกตา ณ บ้านศรีษะเกษ และไหว้พระวัดนาเตา ชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ทรงล้านนาแบบแม่ไก่ฟักไข่ และหอไตรเก่าแก่ อายุกว่า 600 ปี ณ บ้านหนองเตา

นายโยธิน กล่าวว่า ททท.น่าน มองเห็นการพัฒนาในเขตน่านใต้ เช่น อ.เวียงสา นาน้อย และนาหมื่น โดยเส้นทางที่ ททท.น่าน เลือก คือ อ.นาน้อย โดยใช้พื้นที่ของ ต.ศรีสะเกษ บ้านหนองป่าค่า ซึ่งการที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชน นอกจากจะรองรับการท่องเที่ยวในพื้นที่ของน่านใต้แล้ว ยังกระจายพื้นที่หลัก เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภออื่นด้วย นอกจากนี้ยังกระจายรายได้สู่ชุมชน เพราะที่ผ่านมานักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาทางน่านใต้ค่อนข้างจะน้อย ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ส่วนใหญ่จะรู้จักในพื้นที่รอบนอก เช่น ดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลัก

ทั้งนี้ ททท.น่าน มองว่าจะทำอย่างไรให้กระจายรายได้สู่พื้นที่ อ.เวียงสา นาน้อย และนาหมื่น ทาง ททท. มองว่าควรสร้างศักยภาพให้แก่ชุมชนได้มีความรู้ความเข้าใจในด้านการท่องเที่ยว โดยชุมชนที่เป็นต้นแบบของ อ.นาน้อย คือ ชุมชนบ้านหนองป่าค่า ซึ่งมีต้นทุนศิลปวัฒนธรรมอยู่แล้ว ต้นทุนของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และวัฒนธรรม อาหารการกิน และที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม , สิงหาคม และกันยายน ได้มีการพัฒนาการถอดบทเรียน มีการคุยกับชุมชน กระบวนการพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะถอดบทเรียนสรุปเป็นเส้นเส้นทางท่องเที่ยว

นายโยธิน ระบุว่า ทาง ททท.น่าน ได้นำคณะของสื่อมวลชน กลุ่มสตาร์ทอัพ และ Walker ต่างๆ เดินทางเข้ามาในพื้นที่เพื่อทดสอบเส้นทางการพัฒนาการเที่ยวชุมชนในเขต อ.นาน้อย ที่ชุมชนบ้านหนองป่าค่า เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับชุมชนในพื้นที่หนองป่าค่า และยังเป็นการเตรียมพร้อมการรองรับฤดูการท่องเที่ยวของ จ.น่าน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเองที่จะเดินทางมาดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเชื่อมโยงกับชุมชนบ้านหนองป่าค่าได้อีกด้วย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของตั้งรางวัล 5 หมื่นบาท ประกาศตามหา ‘เจ้าโป’ แมวสุดที่รัก

Posted on September 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680859

เจ้าของตั้งรางวัล 5 หมื่นบาท ประกาศตามหา ‘เจ้าโป’ แมวสุดที่รัก

เจ้าของตั้งรางวัล 5 หมื่นบาท ประกาศตามหา ‘เจ้าโป’ แมวสุดที่รัก

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.59 น.

เจ้าของแมวใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาตั้งรางวัลเป็นเงินสด 5 หมี่นบาทตามหาแมวสุดที่รักชื่อว่าเจ้าโป เป็นแมวสายพันธุ์สก๊อตติชที่หายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ยังหาไม่เจอ 

18ก.ย.65 ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีเจ้าของแมวรายหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม ได้ประกาศตามหาแมวที่หายไปพร้อมตั้งรางวัลเป็นเงินสดถึง 5 หมื่นบาท ให้กับผู้พบเห็นและนำมาคืนได้ 

หลังจากที่มันหายออกไปจากบ้านซึ่งอยู่ในหมู่บ้านฉัตรทอง ย่านเขต 8 ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมกับนำคลิปและภาพแมวตัวนี้มาให้สื่อมวลชนช่วยประกาศตามหาอีกทางหนึ่ง 

เจ้าของแมวตัวนี้เผยว่าแมวที่หายไปชื่อว่า เจ้าโป อายุ 1 ปี เพศผู้ เป็นแมวสายพันธุ์สก๊อตติส สีขาวล้วน จุดสังเกตุหูและจมูกสีชมพู ขี้กลัวคน ตกใจง่าย 

โดยก่อนที่มันจะหายไปเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าโป ได้ถูกรถกระบะถอยมาทับ และมันตกใจวิ่งกระโดดข้ามกำแพงบ้านที่สูงเกือบ 2 เมตรออกไปทางชายป่าจากนั้นก็หายไปไม่กลับมาอีกเลย ซึ่งตอนนี้เจ้าของเป็นห่วงมากเพราะไม่รู้ว่ามันจะบาดเจ็บ หรือว่ามีคนที่รักแมวพบเห็นและพาไปเลี้ยง โดยตอนนี้ครอบครัวนี้เป็นกังวลและห่วงเจ้าโปมากโดยเฉพาะลูกสาวที่เลี้ยงมันมาตั้งแต่เล็ก  

ทางครอบครัวพยายามออกตามหาในชุมชนแถวหมู่บ้านมาตลอด 13 วัน จนถึงขณะนี้ก็ไม่พบตัว จึงตั้งรางวัล 5 หมื่นบาทให้กับผู้ที่พบเจ้าโป และนำมาคืนได้หากใครพบติดต่อได้ที่เบอร์โทร 081-8962051 และพร้อมจะจ่ายเงินสด 5 หมื่นบาททันทีเพื่อเป็นน้ำใจ . -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยึดแล้วไม่คืน!! นักเรียนแฉวีรกรรมซ้ำ ผอ.ยึดของแล้วไม่ยอมคืน ตีเด็กเลือดซึม

Posted on September 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680827

ยึดแล้วไม่คืน!!  นักเรียนแฉวีรกรรมซ้ำ ผอ.ยึดของแล้วไม่ยอมคืน ตีเด็กเลือดซึม

ยึดแล้วไม่คืน!! นักเรียนแฉวีรกรรมซ้ำ ผอ.ยึดของแล้วไม่ยอมคืน ตีเด็กเลือดซึม

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.37 น.

นักเรียนหลายคนรวมตัวแฉซ้ำพฤติกรรม ผอ.โรงเรียนดังที่บุรีรัมย์ ชอบยึดของเด็กนักเรียนแล้วไม่คืน ทั้งเผยคลิปขณะเข้าไปยึดเครื่องหนีบผมในห้องเรียนแต่ไม่แจ้งจะยึดกี่วันคืนให้วันไหน ทั้งเคยทำโทษเด็กรุนแรงด้วยการใช้ไม้ตีเด็ก นร.จนเลือดซึม​ เพียงเพราะออกไปดูงานกีฬาข้างนอก เรียกร้องให้ย้าย  

18 ก.ย.65 จากกรณีที่ผู้ปกครองของ ด.ช.เอ (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่ง​ ที่จังหวัดบุรีรัมย์  ได้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อ​ เพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม   กรณีที่เมื่อวันพุธที่ 14 ก.ย.65 ที่ผ่านมา  โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อวีโว้ Y12 สีน้ำเงิน ราคาประมาณ 3,500 บาท ที่แม่ซื้อให้ลูกชายเพื่อใช้เรียนออนไลน์  ค้นหาข้อมูลในบางวิชาเรียน และไว้ติดต่อกับผู้ปกครองตอนเลิกเรียนได้หายไป  ขณะเสียบชาร์ตไว้ในห้องเรียน จึงให้ลูกชายไปแจ้งความ และใช้แอพพลิเคชั่นในการติดตามค้นหาตำแหน่งมือถือที่หาย  พอเจอพิกัดก็แจ้งตำรวจให้ช่วยติดตามให้  กระทั่งผ่านไป 3 วัน  ผอ.โรงเรียนได้นำโทรศัพท์มือถือของลูกชายที่หายไป  มาส่งให้ตำรวจแต่กลับอ้างว่าไม่เจตนาจะเอาไป  แค่ยึดไว้เพราะไม่อนุญาตให้เด็กเอาโทรศัพท์มาโรงเรียน  ทั้งบอกให้ลูกชายถอนแจ้งความเดี๋ยวจะเสียชื่อเสียงโรงเรียน  โดยที่ไม่สนใจความรู้สึกของลูกชายทั้งที่เป็นฝ่ายเสียหาย  ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น 
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : พ่อแม่คาใจ! มือถือลูกหายในห้องเรียน ใช้แอปฯค้นหา 3 วัน โผล่ที่ ผอ.เอามาส่ง

ล่าสุดวันนี้ (18 ก.ย.65)  เด็กนักเรียน ทั้งระดับชั้น ม.ต้น และ ม.ปลาย​ ของโรงเรียนดังกล่าวจำนวนหลายคน  ได้รวมตัวกันออกมาแฉพฤติกรรมของ ผอ.โรงเรียนคนดังกล่าว โดยให้ข้อมูลว่า ผอ.คนนี้ออกกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไป​ ทั้งเรื่องทรงผม  ห้ามเอาโทรศัพท์ไปโรงเรียน​ ทั้งที่ครูบางวิชาก็อนุญาต​ เพราะจะต้องใช้ค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต  และชอบยึดของเด็กนักเรียนแล้วไม่ยอมคืนให้   

โดยได้เผยคลิปขณะที่ ผอ.เข้าไปยึดเครื่องหนีบผมที่เด็กเอาไปไว้ในห้องเรียน ซึ่งนักเรียนบอกว่าอาจจะผิดกฎระเบียบที่เอาเครื่องหนีบผมไปที่โรงเรียน  แต่ ผอ.ยึดไปแล้วก็ไม่ได้แจ้งว่าจะยึดไว้กี่วันแล้วจะคืนให้วันไหน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่คืนให้กับนักเรียน    

นอกจากนั้น​ ยังมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงเกินความเหตุ  ด้วยการใช้ไม้ตีทำโทษเด็กนักเรียนทั้งชายและหญิงหลายคน ที่ออกไปดูกิจกรรมกีฬานอกโรงเรียน   เพราะระยะหลังทางโรงเรียนไม่ได้จัดกิจกรรมให้เด็กนักเรียนได้ผ่อนคลายบ้างเรียนอย่างเดียวก็รู้สึกเครียด 

โดยนักเรียน​ ชั้น ม. 4 และ ม.2  บอกตรงกันว่า  รับไม่ได้กับการกระทำของ ผอ.ที่เอามือถือของนักเรียนชายชั้น ม.2 ไปโดยไม่แจ้งให้ใครทราบเลย กระทั่งน้องไปแจ้งความและใช้แอพฯค้นหาตำแหน่งด้วยตัวเองจนจับพิกัดได้ชัดเจน  กระทั่งผ่านไป 3 วัน ผอ.ก็เอาโทรศัพท์ไปส่งให้ ตร.แต่อ้างว่าไม่เจตนาแค่ยึดไว้  ซึ่งนักเรียนมองว่าหากจะยึดโทรศัพท์หรือสิ่งของอะไรก็แล้วแต่  ที่เด็กนักเรียนเอาไปโดยที่ทาง ร.ร.ไม่อนุญาตให้เอาไป  ก็ควรจะตักเตือนแล้วแจ้งให้ทราบว่าจะยึดไว้กี่วันจะคืนให้ตอนไหน  ไม่ควรจะเอาไปแล้วแบบนี้ซึ่งมองว่าไม่สมควรกระทำ       

นอกจากนั้น ผอ.ยังชอบทำโทษเด็กรุนแรงเกินเหตุ เคยใช้ไม้ตีรุ่นพี่แอบออกไปดูกิจกรรมกีฬาข้างนอกจนเขียวช้ำเลือดซึม และหาก นร.คนไหนทำผิดระเบียบก็ประกาศประจานหน้าเสาธงทำให้รู้สึกอับอาย  ทั้งที่ควรจะเรียกมาตักเตือนส่วนตัวก็ได้  จึงอยากให้ย้าย ผอ.ออกจาก ร.ร.เพราะมองว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อแม่คาใจ! มือถือลูกหายในห้องเรียน ใช้แอปฯค้นหา 3 วัน โผล่ที่ ผอ.เอามาส่ง

Posted on September 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680825

พ่อแม่คาใจ! มือถือลูกหายในห้องเรียน ใช้แอปฯค้นหา 3 วัน โผล่ที่ ผอ.เอามาส่ง

พ่อแม่คาใจ! มือถือลูกหายในห้องเรียน ใช้แอปฯค้นหา 3 วัน โผล่ที่ ผอ.เอามาส่ง

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.03 น.

ผู้ปกครองนักเรียน  ม.2 โรงเรียนชื่อดังที่บุรีรัมย์ คาใจมือถือลูกหายในห้องเรียนโร่แจ้งความนึกว่าเพื่อนขโมย  แต่พอใช้แอพค้นหาตำแหน่งจนเจอพิกัดชัด  ผ่านไป 3 วัน ผอ.ถือมาส่งให้ตำรวจแต่อ้างไม่เจตนาเอาไป  ทั้งพยายามขอไกล่เกลี่ยให้ถอนแจ้งความ   แม่เผยรับไม่ได้ถ้าไม่เจตนาทำไมไม่บอกผู้ปกครองแต่แรก   ด้าน ผอ.รุดขอเคลียร์ถึงบ้านแต่ปัดไม่สะดวกให้ข้อมูลสื่อ

18 ก.ย.65 นายสมชาย และนางเดือน (นามสมมติ) พ่อและแม่ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์  ได้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อเพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม กรณีที่เมื่อวันพุธที่ 14 ก.ย.65 ที่ผ่านมา  โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อวีโว้ Y12 สีน้ำเงิน ราคาประมาณ 3,500 บาท ที่แม่ซื้อให้ลูกชายเพื่อใช้เรียนออนไลน์ ค้นหาข้อมูลในบางวิชาเรียน และไว้ติดต่อกับผู้ปกครองตอนเลิกเรียนได้หายไปขณะเสียบชาร์ตไว้ในห้องเรียน  จึงให้ลูกชายไปแจ้งความ และใช้แอ๊พพลิเคชั่นในการติดตามค้นหาตำแหน่งมือถือที่หายไป  พอเจอพิกัดก็แจ้งตำรวจให้ช่วยติดตามให้  กระทั่งผ่านไป 3 วัน  ผอ.โรงเรียนได้นำโทรศัพท์มือถือของลูกชายที่หายไป  มาส่งให้ตำรวจแต่กลับอ้างว่าไม่เจตนาจะเอาไป  แค่ยึดไว้เพราะไม่อนุญาตให้เด็กเอาโทรศัพท์มาโรงเรียน ทั้งบอกให้ลูกชายถอนแจ้งความเดี๋ยวจะเสียชื่อเสียงโรงเรียน   โดยที่ไม่สนใจความรู้สึกของลูกชายทั้งที่ลูกชายเป็นฝ่ายเสียหาย 

จากการสอบถาม ด.ช.เอ ก็เล่าให้ฟังว่า  ช่วงประมาณบ่าย 3 วันพุธที่ผ่านมา ตนได้เสียบชาร์ตโทรศัพท์มือถือเอาไว้บนโต๊ะครูหน้าห้องเรียนแล้วใช้หนังสือปิดทับเอาไว้  จากนั้นก็ลงไปทำกิจกรรมลูกเสือกับเพื่อนคนอื่น  กระทั่งช่วง 4 โมงเย็นเสร็จก็กลับขึ้นมาบนห้อง  พบว่าทั้งมือถือและสายชาร์ตหายไป   ตอนแรกก็คิดว่าอาจจะเป็นนักเรียนในโรงเรียนลักขโมยไป  จึงได้แจ้งครูประจำชั้นทราบ จากนั้นครูประจำชั้นจึงลองใช้มือถือของครูโทรเข้าเครื่องของตนเองหลายครั้ง  ก็โทรติดแต่ไม่มีคนรับสาย ครูจึงได้ประกาศหน้าเสาธงก่อนเลิกเรียน และขอตรวจกระเป๋านักเรียนทุกคนแต่ก็ไม่เจอ จากนั้นเช้าวันที่ 15 ก.ย. แม่ก็ให้ครูพาไปแจ้งความที่ สภ.หนองสองห้อง    


 แล้วตนเองก็พยายามใช้แอพพลิเคชั่นในการค้นหาตำแหน่งโทรศัพท์มือถือที่หายไป  จนช่วงสายของวันที่ 15 ก.ย. ก็พบพิกัดแจ้งว่าโทรศัพท์อยู่บริเวณด้านหลังเสาธง  ตนกับครูอีกคนก็พยายามเดินหาเพราะคิดว่านักเรียนคนที่ขโมยไปอาจจะเอาไปซ่อนไว้  อีกทั้งได้เดินหาบนอาคารเรียนด้วยแต่ก็ไม่เจอ

กระทั่งเลิกเรียนก็กลับบ้าน  แล้วใช้แอพจับสัญญาณอีกรอบคราวนี้แจ้งพิกัดว่าอยู่หอพักแห่งหนึ่งแถว ต.สะแกโพรง ก็โทรไปบอก ตร.  แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นยามวิกาลไม่สามารถไปขอตรวจค้นได้  กระทั่งช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 16 ก.ย. ก็จับพิกัดได้ว่ามือถือกลับมาโผล่ใน ร.ร. อีก  จึงโทรบอกตำรวจอีกครั้ง   จากนั้นช่วง 11 โมง พ่อแม่และตนก็เดินทางไปโรงพัก  ตร.โทรไปหา ผอ.ว่ามีใครพบเห็นมือถือน้องหรือไม่  แต่ ผอ.ก็ตอบว่าไม่เห็น  แต่พอตำรวจแจ้งกลับไปว่ามีหลักฐานว่ามือถืออยู่ตรงไหน   ต่อมา ผอ.จึงได้นำโทรศัพท์มาส่งให้ตำรวจที่โรงพัก  แต่อ้างว่าไม่ได้เจตนาจะเอาไปแค่ยึดเอาไว้เพราะไม่ได้อนุญาตให้เด็กเอามือถือมาเรียนเท่านั้น   ซึ่งตนมองว่ามันย้อนแย้งเพราะถ้ายึดไปทำไมไม่เอาไว้ที่โรงเรียนหรือมอบให้ฝ่ายปกครอง  ก็อยากให้ ผอ.รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น  

ขณะที่นางเดือน ผู้เป็นแม่ บอกว่า ตอนแรกที่ลูกมาบอกว่ามือถือหายในห้องเรียนก็คิดว่าอาจจะเป็นเพื่อนนักเรียนด้วยกันหยิบฉวยเอาไป  แต่พอมีหลักฐานว่าคนที่หยิบเอาไปเป็นถึงผู้บริหารโรงเรียนที่น่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีของเด็ก แต่หาก ผอ.ไม่มีเจตนาจะหยิบฉวยเอาไปทำไมไม่แจ้งใครที่โรงเรียนหรือบอกผู้ปกครองก็ได้ว่าจะยึดเอาไว้ก่อน แต่นี้ปล่อยเงียบหายไปถึง 3 วันแล้วค่อยเอามาส่งให้ตำรวจแล้วอ้างว่าไม่มีเจตนา  ทั้งยังมาขอเคลียร์กับพ่อแม่ให้ถอนแจ้งความอีก ก็อยากจะขอความเป็นธรรมด้วย 

อย่างไรก็ตาม​ ขณะนี้กำลังสอบถามข้อมูลกับทางครอบครัวน้อง  ผอ.คนที่ถูกกล่าวอ้างถึงก็ได้เดินทางมาที่บ้านเพื่อมาขอเคลียร์กับพ่อแม่ เมื่อผู้สื่อข่าวขอสอบถามรายเอียดเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น  ผอ.แจ้งว่า​ ยังไม่สะดวกจะให้ข้อมูล.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : การรักษาศีลคือ..การรักษาใจ โดย’พระครูวรรณ คุณาภรณ์’

Posted on September 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680824

ธรรมะวันอาทิตย์ :  การรักษาศีลคือ..การรักษาใจ โดย'พระครูวรรณ คุณาภรณ์'

ธรรมะวันอาทิตย์ : การรักษาศีลคือ..การรักษาใจ โดย’พระครูวรรณ คุณาภรณ์’

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.01 น.

18 กันยายน 2565 ธรรมะวันอาทิตย์ พาญาติโยม พุทธศาสนิกชน ไปที่วัดดอนขวัญ ต.พนา อ.พนา จ.อำนาจเจริญ โดยมี พระครูวรรณ คุณาภรณ์ ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอนขวัญและเจ้าคณะตำบลพนา เพื่อทำบุญสร้างกุศล ฟังพระธรรมเทศนา อันนำไปสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน สะดวกราบรื่น อยู่เย็นเป็นสุข ร่ำรวย เจริญรุ่งเรืองนั่นเอง

สำหรับวัดดอนขวัญ มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาอยู่ 15 รูป สามเณร 8 รูป ไวยาวัชกรวัด 2 คน สังกัด มหานิกาย บนเนื้อที่ 12 ไร่ 2 งาน ประกอบด้วย อุโบสถ กุฏิ ศาลาการเปรียญ พระพุทธรูปนามว่า พระพุทธรัตนวิสุทโคดม โดยเฉพาะ พระพุทธรัตนมหาเจดีย์ศรีอำนาจเจริญ ลักษณะคล้ายพระธาตุพนม จ.นครพนม ทั้งนี้ พระพุทธรัตนมหาเจดีย์ศรีอำนาจเจริญ ยอดฉัตร บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า เพื่อให้ ญาติโยม พุทธศาสนิกชน กราบไหว้บูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นมงคลชีวิตสูงสุด 

ก่อนเดินทางกลับควรแวะฟังธรรมเทศนา กับพระครูวรรณ คุณาภรณ์ ท่านเทศนาให้ข้อคิดแนวทางในการต่อสู้ชีวิต เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจดี ว่า การที่คนเราจะเกิดมาได้นั้น จะต้องเวียนว่ายต่อสู้กับผลกรรมและหลายจิตหลายวิญญาณ ก่อนจะอยู่ในครรภ์ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะถือกำเนิดเกิดเป็นคน และวัฒนธรรมอันดีงาม ที่มีมาต่อพ่อแม่ แต่ปัจจุบันเริ่มจางหายไป ขาดความเคารพ ยำเกรงต่อบาปกรรม ไม่มีหิริโอตัปปะ คือ ความเกรงกลัวต่อบาป ทำให้คนหลงทาง เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ทำให้คนเปลี่ยนไป จากเป็นคนก็กลายเป็นสัตว์ ซึ่งอวัยวะทุกส่วนเป็นคนหมด

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ไม่เป็นคน คือใจ เพราะขาดศีลธรรม ขาดความเกรงกลัว ขาดปัญญา เช่น ตัวเป็นคน ใจเป็นสัตว์ ใจเป็นคนใจเป็นอสูรกาย ถ้าตัวเป็นคนใจเป็นเปรต ไม่รู้จักบุญคุณพ่อแม่ ถ้าใจดี เป็นคนสมบูรณ์ เริ่มคิดว่า วันแม่จะเอาอะไรไปฝากแม่ อยากให้อะไรแม่ พาแม่ไปกินข้าว นี่คือ คนที่มีปัญญา ใจเป็นคน จิตเป็นคน หาแต่เรื่องดีๆมาทำ คือ ใจเป็นคน กายเป็นคน คิดหาสิ่งดีมาทำ โดยเฉพาะวันแม่ ให้ถือดอกไม้ ไปหา แม่ กราบไหว้พ่อแม่ สำนึกถึงพระคุณพ่อแม่ ซึ่งก่อนจะมีอาชีพติดตัว อาชีพเลี้ยงตัวเองทุกวันนี้ เพราะมือของพ่อแม่ ก็ขอขมาลาโทษ ถือขันดอกไม้กราบพ่อแม่ ด้วยความจริงใจ นั่นคือ ลูกกตัญญูที่แท้จริง 

พระครูวรรณ คุณาภรณ์ เทศนาต่อไปว่า ถ้าไม่รู้จักบุญคุณพ่อแม่ เป็นลูกอกตัญญู จะไม่มีความก้าวหน้า เจริญรุ่งเรือง ซึ่งพ่อแม่ กว่าจะส่งเรียนจบมีความรู้ ท่านลำบากมาก เห็นความลำบากของพ่อแม่จึงจะเจริญได้ ที่สำคัญ อย่าทำให้พ่อแม่เสียใจ เพราะเรานี่เรียกว่า คน ถ้าคนใครก็ตาม ทำให้พ่อแม่เสียใจ เป็นทุกข์ คนๆนั้น แม้ร่างกายจะเป็นคน ก็ถือว่า เป็นสัตว์เดรัจฉาน เพราะ ไม่รู้บุญคุณพ่อแม่ 

และยังเทศนาเกี่ยวกับคุณสมบัติของชาวพุทธว่า ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ เราควรจะปฏิบัติตนในเบื้องต้นอย่างไร เมื่อเรามาปฏิญาณตนถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่ง แล้วเราควรปฏิบัติอย่างไรให้สมกับเป็นพุทธบริษัท ไม่ใช่ว่า เป็นแล้วยังเป็นคนที่ทำตัวเหมือนเดิม เคยคิดอย่างไร ทำอย่างไร ก็ทำเหมือนเดิม การเป็นพุทธบริษัทก็ไม่มีความหมาย เพราะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร พระผู้มีพระภาคเจ้าของชาวเราทั้งหลายนั้น พระองค์เป็นนักปฏิรูปคำสอนทางศาสนา คือทรงเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ไม่เหมาะสม และไม่ควรให้เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่ควรขึ้น ที่เป็นเรื่องงมงายไร้สาระ ก็เปลี่ยนเป็นเรื่องที่มีสาระเป็นแก่นสารขึ้น

เรื่องที่เคยถ่วงให้ไม่ก้าวหน้าในทางปฏิบัติ เพื่อความงดงามแห่งจิตใจ ให้สะอาด สว่าง สงบ พระองค์ได้แก้ไขสิ่งเหล่านี้ การแก้ไขสิ่งต่างๆ อันเป็นข้อปฏิบัตินั้นทรงกระทำโดยความเป็นธรรม ไม่ได้เข้าใครออกใคร ไม่ทรงเกรงกลัวผู้นั้น มีอยู่ในที่นี่ที่นั่น เช่น พวกพราหมณ์ทั้งหลาย ที่มีความรู้ ความฉลาด เป็นครู เป็นอาจารย์ในท้องถิ่นนั้น ในสมัยนั้นพระองค์ทรงถือธรรม เอาธรรมเป็นหลัก เป็นแนวทาง ต้องการปรับปรุงให้เข้าหาหลักธรรม ที่ถูกต้องตามความเป็นจริง ดังนั้น ในฐานะที่เราเป็นพุทธบริษัท เราต้องเลิกจากสิ่งที่ควรเลิก ถ้าจะเดินตามรอยของพระพุทธเจ้าได้ต้องถือหลักดังนี้ 

ต้องให้มีศรัทธามั่นในพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อย่างแท้จริง ไม่เอาใจออกห่างไปหาสิ่งอื่นเป็นสรณะเป็นที่พึ่ง แม้จะมีความทุกข์ก็ต้องนึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งเท่านั้น 

ผู้เป็นพุทธบริษัท จะต้องเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ที่ใจของผู้ปฏิบัติธรรม ตามแนวทางที่พระพุทธเจ้าชี้แนวทางให้เราเดิน คือ เริ่มต้นด้วยการรักษาศีล การเจริญสมาธิ ที่เราเรียก ภาวนา ต่อไปก็จะเกิดปัญญาด้วยด้วยการค้นคิดให้รู้แจ้งชัดในเรื่องนั้น 

การรักษาศีล เรารักษาศีลเพื่ออะไร รักษาทำไม วัดพระก็ไปรักษาศีลที่วัด หรือเวลามีงานอะไรที่เป็นพิธี เรามักจะมีการรับศีลแต่สังเกตดูทั่วๆไปแล้ว ดูเหมือนว่า รับศีลพอเป็นพิธีเท่านั้น พอเสร็จพิธีกลายเป็นคนไม่มีศีล ไปนั่งล้อมวงดื่มสุรากันต่อไป หารู้ไม่ว่า เรารับศีลเพื่ออะไร รับทำไม เวลามีงานศพ ก็นิมนต์พระไปสวดอภิธรรม แล้วก็มานั่งรับศีลกัน รับเสร็จแล้วก็มานั่งดื่มเหล้ากัน เป็นเสียอย่างนี้ การทำเช่นนี้แสดงว่า ไม่เข้าใจความมุ่งหมายว่าเรารับศีลเพื่ออะไร หรือบางทีอาจไม่ต้องรับจริงจัง ทำไปพอเป็นพิธีว่าพระให้ศีล 

ขอให้เข้าใจเสียว่า เรารับศีลนั้น คือการรับแบบฝึกหัดเพื่อจะเอามาใช้เป็นหลักปฏิบัติ ขัดเกลาใจของเราให้สะอาดขึ้น ถ้ารับแล้วไม่ปฏิบัติก็ไม่ใช่การรับศีล เพราะการรับศีล การให้สัญญากับพระสงฆ์ ผู้ให้ศีลว่า เราจะงดเว้นอย่านั่น อย่างนี้ ถ้ารักษาไม่ได้ แสดงว่า ราผิดสัญญา จิตโลเลไม่มีความหนักแน่น 

การรักษาศีลนั้น เราต้องรับเอาข้อปฏิบัตินั้นมาไว้ที่ใจ การรักษาศีลนั้นคือการรักษาใจ ในคำบาลีท่านบอกว่า เจตะนาหัง ภิกขะเว สีวัง วันทามิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวคำตั้งใจว่าเป็นศีล ตราบใดเรายังตั้งใจรักษาอยู่ ก็เรียกว่า เรายังมีศีลอยู่ตลอดไป ถ้าเราไม่ตั้งใจรักษา มันก็ขาดไปเอง.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนึ่งปีมีครั้งเดียว!! ชาวบ้านเก็บ ‘ด้วงกว่าง’ ขายตัวละ 500 สร้างรายได้

Posted on September 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680819

หนึ่งปีมีครั้งเดียว!! ชาวบ้านเก็บ 'ด้วงกว่าง' ขายตัวละ 500 สร้างรายได้

หนึ่งปีมีครั้งเดียว!! ชาวบ้านเก็บ ‘ด้วงกว่าง’ ขายตัวละ 500 สร้างรายได้

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 11.55 น.

18 ก.ย 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านทั้งชายและหญิง บ้านต๊ำใน ตำบลต๊ำ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ต่างพากันเข้าป่าหาด้วงกว่างที่เกาะตามต้น ไม้ในป่านำมาขายและชนเล่น ซึ่งเป็นช่วงฤดูด้วงกว่างพากันออกจากรูในดินบินออกมาจับคู่ผสมพันธุ์ตามฤดูกาลเล่นชนกว่างหรือกีฬาชนกว่างของคนท้องถิ่นชาวเหนือล้านนา ที่มีมา ตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงปัจจุบัน จนถือเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง ของคนเมืองเหนือ ที่นำกว่างมาชนเล่น ซึ่ง1 ปีจะมีเพียง 1 ครั้ง และกว่างยังนำมาขายได้ราคาโดยเฉพาะตัวผู้มีเขา ยาว สูงสวย งาม ตัวละ20-500 บาท อยู่ที่ความสวยงามแข็งแรงของรูปร่างด้วยส่วนตัวเมียตัวละ1-3บาท ตัวเล็กใหญ่ ด้วงกว่างยังนำมาทำอาหารกินเล่นได้หลายอย่างอาทิ  ต้ม ทอด ตำน้ำพริก และอื่นๆ หลากหลายวิธี กินแล้วอร่อย

นายเป้ และนายดอน ชาวบ้านต๊ำใน ต.ต๊ำ อ.เมืองพะเยา กล่าวว่าช่วงนี้เป็นช่วงด้วงกว่างกำลังออกซึ่งจะพากันออกไปหาตามต้นไม้ในป่าโดยเฉพาะต้นคามต้นมะค่า ต้นชมพอ ต้นไป่รวก ซึ่งด้วงกว่างจะพากันออกมากินดูดกินน้ำค้างน้ำหวาน ใบไม้ ของต้นไม้ จะจับมาขายและเล่นชนกว่าง  1 ปีจะมีเพียง 1 ครั้งเท่านั้นสำหรับกว่างตัวผู้ที่มีลักษณะสวยงามจะขายตั้งแต่ตัวละ 20 จนถึง 500 บาทตัวเมียตัวละ 1-3 บาท 

นอกจากจับกว่างมาขายแล้วก็จะนำด้วงกว่างมาเป็นกีฬาชนกว่างซึ่งในถิ่นของภาคเหนือจะมีประเพณี ชนกว่าง และมีอาการอนุรักษ์ ไว้ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณในการจนถึงปัจจุบัน  สำหรับฤดูของกว่างจะมีในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมของแต่ละปีเพียงเท่านั้น

สำหรับกีฬาชนกว่างจะมีไม้คอนตัวผู้และตัวเมียมาชนกันบนคอนและจะมีด้วงกว่างตัวเมียอยู่ในรูคอน ตรงกลาง เพื่อดึงดูดให้กว่างตัวผู้เข้ามาต่อสู้กันแย่งชิงตัวเมีย หากตัวไหนชนะก็จะได้ครอบครองตัวเมียไป.-008  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แน่น’หาดสมิหลา’ นักท่องเที่ยวมาเลเซียทะลัก รถบัส30กว่าคันล้นลานจอด

Posted on September 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/680804

แน่น'หาดสมิหลา' นักท่องเที่ยวมาเลเซียทะลัก รถบัส30กว่าคันล้นลานจอด

แน่น’หาดสมิหลา’ นักท่องเที่ยวมาเลเซียทะลัก รถบัส30กว่าคันล้นลานจอด

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 09.05 น.

18 กันยายน 2565 ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ตลอดทั้งวัน ที่บริเวณลานจอดรถสวนสาธารณะเมืองสงขลา เขตเทศบาลนครสงขลา ใกล้กับชายหาดสมิหลาสงขลาคึกคัก มีรถบัสของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียกว่า 30 คันจอดเรียงรายเต็มลานจอดรถ จนไม่มีที่จอดและจะต้องขับเวียนไปหาที่จอดด้านนอก

หลังส่งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียลง เพื่อเข้าไปยังชายหาดชายหาดสมิหลา บริเวณถนนมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินกันขวักไขว่ ทั้งเดินทางมาและเดินทางกลับ ร้านค้ารถเข็นบริเวณริมถนนทั้งโรตีกรอบ อาหารทะเลทอดกรอบและไอศกรีมมะพร้าวอ่อน ทุกเจ้าขายดิบขายดี มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ยืนรอซื้อแบบชนิดล้อมรถเข็นกันทีเดียว อาศัยว่าแม่ค้าทุกร้านสามารถพูดภาษามาเลย์ได้ ทำให้ไม่ยุ่งยาก ส่งภาษากันรู้เรื่องจนขายดิบขายดี แม่ค้าทุกคนยิ้มได้ โดยเฉพาะแม่ค้าขายไอศกรีมมะพร้าวอ่อน “อมีนา”ของพี่กุ้ง เจ้าประจำของชาวมาเลเซีย วันนี้มีทัวร์จองไอศกรีมมะพร้าวอ่อนล่วงหน้า 2 รถบัสแม่ค้าทำแทบไม่ทัน

ในขณะเดียวกัน ร้านค้าด้านใน ที่ขายอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งของที่ระลึกมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียก็เข้ามาอุดหนุนกันแน่นเช่นเดียวกัน ซึ่งบรรยากาศแบบนี้ เป็นอีกวันหนึ่ง ที่แม่ค้าชายหาดสมิหลา ต้องจดจำ เนื่องจากเป็นวันที่รอคอยมากว่า 2 ปีแล้ว ขณะนี้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้กลับมาท่องเที่ยวดั่งเดิมเหมือนเช่น 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้เศรษฐกิจในเมืองสงขลาดีขึ้น อย่างรวดเร็ว พ่อค้าแม่ค้าบริเวณชายหาดสมิหลายิ้มได้ทุกคน อีกทั้งบริเวณนางเงือกทองสัญลักษณ์ของชายหาดสมิหลาสงขลา วันนี้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียก็เข้าคิวกันถ่ายรูปยืนรอชนิดที่ไม่กลัวแดดร้อน อย่างไรก็ต้องถ่ายให้ได้ เนื่องจากมาแล้วจะต้องเก็บภาพนางเงือกทองกลับไปเป็นที่ระลึก

นอกจากนี้ ร้านค้าที่ขายเสื้อผ้ากว่า 20 ร้าน บริเวณชายหาดสมิหลาก็มีลูกค้าชาวมาเลเซียเข้าไปเลือกซื้อเสื้อผ้า เพื่อนำไปเป็นของฝากให้กับญาติพี่น้องเนื่องจากเสื้อผ้าที่นี่มีราคาถูกกว่าในมาเลเซียและมีความสวยงามโดดเด่นทันสมัยอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งสีสันสดใสสวยงามเป็นที่สะดุดตาของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่จะต้องเข้าไปในร้านเพื่อจับต้องและสอบถามราคาเนื่องจากมีความสะดุดตาทั้งรูปแบบและสีสันที่อดใจไม่ได้ที่จะต้องซื้อติดมือกลับไป

จากการพูดคุยกับไกด์ที่นำนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลาบอกว่า เนื่องจากในจังหวัดสงขลาโดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่มีการจัดงานอีเว้นท์ต่างๆเพื่อการท่องเที่ยวที่น่าสนใจและในปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียก็เริ่มออกมาท่องเที่ยวตามปกติ โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์วันศุกร์เสาร์และวันอาทิตย์จะจัดทัวร์เข้ามาเพียง 3 วันทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียสามารถมาท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก

อีกทั้งมีเมื่อวานนี้(ที่ 16 ก.ย.65) รถไฟKTMของประเทศมาเลเซียจัดขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษวิ่งตรงจากสถานีรถไฟKL Sentral กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มายังปลายทางที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถที่สถานีปาดังเบซาร์เหมือนปกติ ขนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจำนวน 402 คนมาท่องเที่ยวในจ.สงขลาเป็นเวลา 3 วัน และเป็นรถไฟท่องเที่ยวนำร่องขบวนแรกระหว่างไทยกับมาเลเซียโดยมีแผนจะเปิดวิ่งเดือนละครั้ง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยรถไฟก็ได้

นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมาจับจ่ายซื้อของทั้งของกินและของฝาก ทำให้ในช่วงนี้เศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาดีขึ้น หลังจากที่มีการเปิดประเทศไปแล้วทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,939,938 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ
ครม.ฉีกMOU44 ลั่นไทยแลนด์เฟิร์ส กัมพูชาแถลงเสียใจ
ส่องอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิซ่า BLACKPINK กระทบไหล่เซเลบระดับโลก
เอ็ดดี้ ผ่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สะพานข้ามวิกฤต หรือ หนี้ซื้อเวลา? จี้รัฐบาลตอบให้ชัด 4 ข้อใหญ่
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ๑๐๓ ปี วันคล้ายวันประสูติ ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์’
กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยัน การหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผล ลั่นไม่ได้หาเรื่อง
นราพัฒน์ ตั้งคำถาม แลนด์บริดจ์ ดีจริงแค่ไหน? หวั่นคุ้มทุนไม่จริง-กลายเป็นภาระยาว
ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
ณัฐพงษ์ นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม.เงา จี้ 3 ข้อเสนอเรียกเยียวยา ‘ขนส่ง-ประมง’
อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

Recent Posts

  • เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้
  • ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ
  • ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
  • ญาติ “ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ในกลุ่มบริษัท “ฮวยวัน” เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์
  • อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d