Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘เกาะช้าง’ปรับยุทธศาสตร์ ดึงนักท่องเที่ยวกลับมาช่วงปลายปี หลังฝนถล่มทำยอดลด

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679867

‘เกาะช้าง’ปรับยุทธศาสตร์ ดึงนักท่องเที่ยวกลับมาช่วงปลายปี หลังฝนถล่มทำยอดลด

‘เกาะช้าง’ปรับยุทธศาสตร์ ดึงนักท่องเที่ยวกลับมาช่วงปลายปี หลังฝนถล่มทำยอดลด

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.02 น.

‘เกาะช้าง’ปรับยุทธศาสตร์ ดึงนักท่องเที่ยวกลับมาช่วงปลายปี หลังฝนถล่มทำยอดลด

13 กันยายน 2565 นายสัคสิษฐ์ มุ่งการ ผู้บริหารโรงแรมสยามโรยัลวิลล์ เกาะช้าง และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก อ.เกาะช้าง จ.ตราด เกิดฝนตกหนัก และมีน้ำท่วม รวมทั้งดินสไลด์ทำให้ถนนทรุดลงช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ภาพของเกาะช้างไม่ดีนัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่กล้ามาท่องเที่ยว เนื่องจากเห็นว่าถนนพัง ดินสไลด์ และมีน้ำท่วม อย่างไรก็ตามไม่กระทบมากนัก เพราะเป็นช่วงโลว์ซีชั่น และนักท่องเที่ยวมีความมั่นใจว่าปัญหาน้ำท่วมหรือฝนตกหนักในพื้นที่เกาะช้างเป็นแค่ 1-2 วันก็ยุติแล้ว

อย่างไรก็ตาม การที่ไม่ได้เดินทางมาหรือยกเลิกการเดินทางมาเกาะช้าง น่าจะมีมาจากเหตุอื่นๆด้วย เช่น มีอุปสรรคในการเดินทาง เนื่องจากระหว่างทางมา จ.ตราด มีน้ำท่วมในพื้นที่ จ.ระยอง และ จ.จันทบุรี รวมทั้งกรุงเทพฯ ด้วย

ทั้งนี้ สิ่งที่เร่งทำในระยะสั้น คือ การปรับปรุงสภาพแวดล้อม เนื่องจากมีขยะที่เกิดจากฝนตกหนักและนำขยะจากเขาและเศษไม้ต่างๆลงมายังชายฝั่งจำนวนมาก ซึ่งจะต้องเร่งจัดเก็บให้เรียบร้อยเพื่อรับนักท่องเที่ยว ซึ่งวันนี้ทุกอย่างใกล้กลับมาสู่ภาปกติและสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้แล้ว” นายสัคสิษฐ์ กล่าว

ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด กล่าวอีกว่า ในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวประปราย และมีนักท่องเที่ยวไทยจำนวนหนึ่งเดินทางท่องเที่ยว รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมสัมมนาของผู้ประกอบการใน อ.เกาะช้าง และใน จ.ตราด เพื่อเตรียมรับการท่องเที่ยวในปลายปี 2565 ซึ่งขณะนี้มียอดจองห้องมาที่โรงแรมใน อ.เกาะช้าง จำนวนมากแล้ว คาดว่าช่วงปลายปีน่าจะเกินร้อยละ 80-90%

ขณะที่นายสารพล ประศาสน์ศิลป์ นายกสมาคมโรงแรมและรีสอร์ท จ.ตราด และเจ้าของโรงแรมคลองพร้าวรีสอร์ท เกาะช้าง เปิดเผยว่า ข่าวที่เผยแพร่ไปตามสื่อมวลชนเป็นภาพที่น่ากลัวและสร้างผลกระทบกับการเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะช้างระดับหนึ่ง คือ นักท่องเที่ยว 20-25% ตัดสินใจยกเลิกการเดินทางมาเที่ยวที่เกาะช้าง ซึ่งความจริงแล้วเหตุน้ำท่วมในเกาะช้าง หรือดินสไลด์จะเกิดเพียงระยะสั้น และสามารถแก้ปัญหาได้รวดเร็ว และน้ำที่หลากมาจะลงสู่ทะเลไปทั้งหมด ไม่มีน้ำท่วมขังเหมือนจังหวัดอื่นๆ ซึ่งเรื่องนี้ทางสมาคมโรงแรมฯได้ทำการสื่อสารออกไปทางสื่อออนไลน์แล้วว่าเกาะช้างสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้แล้วและทุกอย่างยุติลงทั้งหมด

นายกสมาคมโรงแรมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางสมาคมโรงแรมฯได้ร่วมกับทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตราด และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด เพื่อร่วมกับทำงานผลักดันการจัดกิจกรรมเสริมเพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของ จ.ตราด และหมู่เกาะ ให้กลับมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าปลายปี 2565 แม้นักท่องเที่ยวจะมีเพียง 40-50% เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ แต่เชื่อว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่ จ.ตราด เพิ่มขึ้น ซึ่งจากนี้ไปจะได้กำหนดยุทธศาสตร์และสร้างกิจกรรมทางกีฬา และบันเทิง ทั้งการแสดงดนตรี หรือจัดมหกรรมกีฬาใหญ่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาเหมือนเดิมต่อไป

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงพ่อจง’บอกหวย’เรือ บ.ข.ส.ออกตรงเผงเลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1’ โดย ‘หลวงพ่อฤาษีลิงดำ’

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679859

'หลวงพ่อจง'บอกหวย'เรือ บ.ข.ส.ออกตรงเผงเลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1' โดย 'หลวงพ่อฤาษีลิงดำ'

‘หลวงพ่อจง’บอกหวย’เรือ บ.ข.ส.ออกตรงเผงเลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1’ โดย ‘หลวงพ่อฤาษีลิงดำ’

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.31 น.

วันนี้มาคุยกันถึงเรื่องหลวงพ่อจงใหม่ (หลวงพ่อจง พุทฺธสโร หรือพระอธิการจง พุทฺธสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอก) ต่อจากเรื่องเก่า เมื่อวานนี้มาจบลงแค่หวยสังกะสี วันนี้ก็ต่อเรื่องหวย… 

เรื่องหวยของหลวงพ่อจงตอนนี้ก็มีอยู่ว่า วันหนึ่งพวกชาวจังหวัดพระนครเขาพากันไปทอดผ้าป่าถวายหลวงพ่อจง ดูเหมือนว่าคราวนั้นจะได้เงินหมื่นกว่าๆ แล้วเขาก็เช่าเรือ บ.ข.ส. อะไร ของบริษัทสุพรรณขนส่ง เช่าเรือลำนั้นไป ก็ไปด้วยกันมาก เอาเรือจอดไว้หน้าท่า ความจริงหลวงพ่อจงไม่ได้ลงมาท่าเรือและจากกุฏิท่านก็มองไม่เห็นเรือ เวลาเขาทอดผ้าป่าเสร็จตามธรรมเนียมของคนไทย เรียกว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็แล้วกัน ตามธรรมเนียม ถ้าทำบุญแล้วก็อยากจะเห็นผลบุญในชาติปัจจุบัน ก็เลยขอหวยหลวงพ่อจง หลวงพ่อจงท่านตอบว่ายังไง ท่านตอบว่าพระไม่มีหวยหรอก ตั้งแต่ฉันเกิดมานี่ พ่อแม่ฉันไม่ได้แจกหวยมาให้เป็นมรดก ฉันไม่มี

ฟังคำพูดของท่านนะ แต่ท่านพูดเสียงเบาๆ ฟังไม่เกะกะหูเหมือนเสียอาตมาหรอก อาตมาน่ะมันเสียงเกะกะหู ท่านบอกว่าไม่มีหวย มรดกที่เป็นหวยพ่อแม่ไม่ได้ให้ไว้ เวลาที่มาบวช พระอุปัชฌาย์ก็ไม่ได้ให้หวยไว้เป็นมรดก ไม่มี แต่ว่าฉันเห็นไอ้เรือ บ.ข.ส. มันมาตายอยู่หน้าวัดลำหนึ่ง ก็ไปเอาที่เรือ บ.ข.ส. ซี ท่านพูดเท่านั้น แล้วก็เป็นอันว่าพวกชาวผ้าป่าก็ลากลับ ไม่ใช่ลากลับด้วยความผิดหวัง ดีใจ เขาว่า วันนี้หลวงพ่อจงให้หวย

อาตมาเดินสวนทางเห็นเขายิ้ม ถามว่าหลวงพ่อให้อะไรล่ะ ไปขอหวยท่าน เขาว่ายังงั้นท่านบอกว่าเรือ บ.ข.ส. มันมาตายอยู่ที่หน้าวัดลำหนึ่ง ท่านพูดเท่านี้ ก็เลยถามว่าเรือของคุณหมายเลขอะไร เขาบอกว่าเช่ามา ยังไม่ได้ดูเลข ก็เลยย้อนทางลงไปดูกับเขาว่ามันเป็นเลขอะไร ก็จดหมายเลขเรือเข้าไว้ ถึงเวลาหวยออกจริงๆ ปรากฏว่าเลขท้าย 3 ตัวของเรือ ตรงกับรางวัลที่ 1 พอดี ไม่กลับ เรียกว่าไม่ย้อนไปย้อนมา เรียงกันตามลำดับ เป็นอันว่าวันนั้นชาวจังหวัดพระนครถูกหวยเพราะเรือ บ.ข.ส. หลายสตางค์

หลังจากหวยออกแล้วไม่กี่วัน ปรากฏว่าเจ้าภาพคณะนั้นมาอีก เอาผ้าป่ามาถวายหลวงพ่อจงใหม่ แล้วก็ถามว่า ท่านบอกว่าคราวนี้เรือ บ.ข.ส. มันไม่ตายเสียแล้ว มันไม่ตายก็ไม่รู้จะเอาที่ไหน ไม่รู้จะไปเอาเลขที่ไหน เลิกกัน พวกนั้นก็ไม่ว่าอะไร เพราะว่าได้มากแล้ว ดูเหมือนว่าได้กันคนละมากๆ คนที่มาทอดผ้าป่าคราวนั้นที่ได้ไปจากหวยคราวนั้นน้อยกว่า 1 หมื่นบาทไม่มีทุกคน แล้วก็คนมาตั้ง 100 คนกว่านี่ คงล่อเข้าไปหลายสตางค์

เรื่องนี้ก็ขอผ่านไป

…………………….

โดยพระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ” วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) บ้านท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี คัดลอกจากลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=39746

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เวทีประชุม ‘เอเปค 2022’ ในไทยกุญแจแห่งการพัฒนา ‘ภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก’

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679849

เวทีประชุม 'เอเปค 2022' ในไทยกุญแจแห่งการพัฒนา 'ภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก'

เวทีประชุม ‘เอเปค 2022’ ในไทยกุญแจแห่งการพัฒนา ‘ภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก’

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.17 น.

ความเป็น “สหรัฐอเมริกา” ที่เป็นพี่ใหญ่ของโลกมาอย่างยาวนาน เมื่อมาถึง พ.ศ.2565 มีการพูดถึง “จีน” ว่า อาจจะเป็นประเทศมหาอำนาจใหม่ที่น่าจับตามองนับตั้งแต่ พ.ศ.นี้ และในทศวรรษต่อไป

เวทีหนึ่งที่เป็นเวทีอันท้าทายสำหรับทั้ง 2 ประเทศ คือ “APEC 2022” ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศไทย ประมาณเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2565 แต่ปรากฎว่า ไทยยังประสบพบเจอกับวิบากภายในประเทศ โดยเฉพาะในระยะหลังมานี้ ประเทศไทยมีวิบากกรรมด้านลบในเรื่องความขัดแย้งทางด้านการเมือง ทำให้เวทีเอเปคในไทยเข้าสู่ภาวะเรือแทบล่ม หรือ เป็นไปอย่างยากลำบาก และไม่ราบรื่นเท่าที่ควร โดยทางฝ่ายเห็นต่างมักใช้เวทีการประชุมเอเปค มาเป็นโอกาสในการแสดงออกด้านความขัดแย้งทางการเมือง และ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านลบต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

วันนี้หลายฝ่ายจึงพยายามกู้วิกฤต และสร้างความมั่นใจด้านการจัดประชุมเอเปคขึ้นมา เช่น เวทีงานเสวนาเรื่อง “การพัฒนาและความท้าทายในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค” ซึ่งเวทีนี้ มีการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “APEC 2022 เวทีใหญ่ที่เมืองไทย แล้วโลกจะได้อะไร” โดยมีนายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ อธิบดี กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เป็นองค์ปาฐก เนื้อหาหลักๆ เน้นไปที่ประเด็น การประชุมเอเปคที่จะมีขึ้นในอีก 2 เดือนข้างหน้าจะว่าด้วยธีม (THEME) : Open, Connect และ Balance โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุน และประเด็นที่ยังเป็นสิ่งที่จะนำพูดถึง คือ ภาวะโลกร้อน หรือ Climate  Change ซึ่งเริ่มมีการพูดคุยกันตั้งแต่ ค.ศ.2007 

“ครั้งแรกที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค คือ ค.ศ.1992 ในตอนนั้นจะมีรัฐมนตรีด้านการค้าของแต่ละประเทศมาร่วมประชุม ต่อมาใน ค.ศ.1993 การประชุมเอเปคเริ่มขยับสู่กาประชุมระดับผู้นำประเทศ และ ใน ค.ศ.2003 ไทยเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในการประชุมเอเปคระดับผู้นำ ซึ่งเวลานั้นไทยเพิ่งเริ่มออกจากวิกฤตต้มยำกุ้ง จึงเน้นประเด็นการลงทุน (Investment) ให้กลับมาโดยเร็ว รวมไปถึงประเด็น การเจริญเติบโตการค้าที่ยั่งยืน และ การค้าการลงทุนแบบพหุภาคี”  นายเชิดชายกล่าว  

นอกจากนี้ นายเชิดชายยังมองว่า ประเด็นที่น่าสนใจและประเทศชิลีเปิดประเด็นไว้ในการประชุมเอเปค ในปี ค.ศ.2019 คือเรื่องผู้นำสตรี และขยะทางทะเล รวมทั้งการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขณะที่เมื่อปี ค.ศ.2021 ในการประชุมเอเปคที่นิวซีแลนด์ เน้นเรื่องการให้ความสำคัญกับชนพื้นเมือง 

เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าการประชุมเอเปคที่จะจัดขึ้นที่ไทยนั้น ยังคงไม่นอกเหนือประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโลก โดยเฉพาะเรื่องภาวะโลกร้อน ซึ่งมีความเชื่อมโยงและสัมพันธ์กับภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะเกษตรคนเมืองของไทยนั้น จำเป็นที่จะต้องทราบในเนื้อหาเหล่านี้ เพราะจะทำให้ประเมินสถานการณ์การทำเกษตรในเมืองได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ 

ในเวทีดังกล่าวยังมีการเปิดตัวหนังสือ “เส้นทางประชาคมจีน-อาเซียน ความร่วมมือและพัฒนา ตามแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว-ไทย” เขียนโดย ดร.วิรุฬห์ พิชัยวงศ์ภักดี ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทย-จีน ซึ่งมีวีดีทัศน์ของ “นายหลี่ หย่งเฉียง” (President of the Belt & Road Publishing Cooperative. & President of China Renmin University Press.) พร้อมด้วยวีดีทัศน์ของ “พลเอกสุรสิทธิ์ ถนัดทาง” ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน ที่พูดถึงประวัติศาสตร์รถไฟไทยตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศมาถึงปัจจุบัน อันเป็นจุดเชื่อมต่อโครงการรถไฟไทยไปจีน

“ประเทศไทยมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่มีความสำคัญมาก ตั้งอยู่ใจกลางคาบสมุทรอินโดจีน มีพรมแดนติดกับเมียนมา มาเลเซีย กัมพูชา ลาว นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางทางบกสำคัญที่เชื่อมระหว่างคาบสมุทรอินโดจีนกับประเทศจีน และ มีทางออกทางทะเลที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นทิศตะวันออกคือมหาสมุทรแปซิฟิก และ ทิศตะวันตก คือ มหาสมุทรอินเดีย ซึ่งถือได้ว่าที่ตั้งของประเทศไทยมีศักยภาพอย่างมากในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าของภูมิภาคนี้ โดยจีนและไทย ทั้งสองประเทศได้มีฉันทามติร่วมกัน ในการสร้างประชาคมอาเซียน โดยมีผลตาม ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งจะพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค รวมทั้งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียน-จีน” ดร.วิรุฬห์ กล่าว 

ตามมาด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นบนเวทีเสวนา “การพัฒนาและความท้าทายในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก” โดยมีวิทยากรที่สำคัญ ได้แก่ ผศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดี คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการ ศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายพิริยะ เข็มพล อดีตเอกอัครราชฑูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน, ดร.อนุสนธิ์ ชินวรรณโณ ผู้อำนวยการ ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ, นายชิบ จิตนิยม บรรณาธิการข่าวต่าวประเทศ เนชั่น ทีวี,

ดร.ธารากร วุฒิสถิรกูล รองผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน สำนักงานวิจัยแห่งชาติ และ นายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ บรรณาธิการ เดอะ ลีดเดอร์ เอเซีย (The Leader Asia) ดำเนินรายการ 

ประเด็นสำคัญบนเวทีเสวนาทั้งหมด มีความเห็นสอดคล้องกันว่า “จีน” เป็นประเทศมหามิตรของไทยที่สำคัญ และ เป็นตัวแปรสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค โดยเฉพาะมีความสัมพันธ์กันด้านเชื้อชาติจีนที่มีมาอย่างยาวนาน เพียงแต่ในทางด้านการฑูต ไทยอาจจะไม่สามารถเลือกข้างได้อย่างชัดเจนว่า จะเลือกอยู่ข้างสหรัฐอเมริกา หรือ จีน เพราะทั้งหมดไทยต้องดำเนินการตามแนวทางในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นอันดับแรก  ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนยังต้องเดินหน้าในลักษณะ “มหามิตร” ซึ่งมีมายาวนานตั้งแต่ครั้งประวัติศาสตร์ 

ขณะที่นายชิบ จิตนิยม บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ เนชั่นทีวี กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า การที่ประเทศไทยจะเป็นครัวของโลกนั้น ไม่น่าจะใช่อีกต่อไป เพราะปัจจุบันประเทศจีนมีการลงทุนด้านวิจัยอาหารและเมล็ดพันธุ์ ทำให้แก้ปัญหาความอดอยากของประเทศไปได้ และ ทำให้ประชากรกว่า 1,400 ล้านคน เหลือกิน เหลือใช้ และ เหลือเฟือ โดยวันนี้จีนมีนโยบายที่ต้องการให้ “คนจีนกินข้าวทุกเม็ดให้หมด” รวมทั้งยังมีศูนย์วิจัยเทคโนโลยีการเกษตร 3-4 ศูนย์ ใช้พื้นที่ 126,000 ไร่ ซึ่งนับเป็นซิลิคอนวัลเล่ย์ด้านการเกษตร และ ปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเข้าเทคโนโลยีด้านพลังงานมาจากจีน อย่างโซล่าร์เซลล์ และ ไฮบริดจ์ลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อนำมาใช้ที่เขื่อน เช่น เขื่อนสิรินธร 

“โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือ บีอาร์ไอ สะท้อน 3 อย่าง คือ 1.ระบบกระดูกสันหลัง เช่น ด้านเกษตรกรรม 2.ระบบเส้นเลือด เช่น นำ้มัน เชื้อเพลิง และ ทรัพยากร และ3.ระบบเส้นประสาท เช่น บรอดแบรนด์  เทคโนโลยีต่าง และ บิ๊ก ดาต้า (Big Data) ซึ่งทางแมคคินซีย์(McKinsy Global Institute : หน่วยงานวิจัยด้านเศรษฐกิจและธุรกิจของแมคคินซีย์) บอกว่า หากบีอาร์ไอเกิดขึ้นจริงจะทำให้ 80% ของเศรษฐกิจโลกได้รับการกระตุ้น” นายชิบ กล่าว 

เพราะฉะนั้น “การประชุมเอเปค 2022” ซึ่งเป็นเวทีของผู้นำประเทศนั้น จะมีผลขับเคลื่อนต่อแผนการพัฒนาเศรษฐกิจโลกในลักษณะมหภาค และ มีผลต่อการพัฒนาในระดับภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค ซึ่งจะมีหัวข้อประเด็นที่เป็นจุลภาคเข้ามาภายใต้กรอบใหญ่ ขึ้นอยู่ที่ว่า สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริงได้ ถ้าการประชุมเอเปค 2022 ในไทย ไม่ล่มไปเสียก่อนด้วยวิบากกรรมด้านลบของประเทศชาติบ้านเมือง รวมไปถึงหากการประชุมเอเปคเกิดขึ้นได้จริงๆ ก็ควรจะงดการแสดงออกด้านความเห็นต่างทางการเมืองไว้ก่อนในช่วงนั้น เพื่อรักษาหน้าตาของประเทศชาติไว้บ้าง และ แสดงออกถึงพลังแห่งความสามัคคี ซึ่งเป็นด้านบวก ก็จะทำให้เวทีการประชุมเอเปค 2022 เป็นไปด้วยความงดงาม และ มีคุณค่าในความเป็นไทยที่แสดงออกให้ชาวโลกได้รับทราบ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ชูวิทย์’ยกเคส‘Forex 3D’เตือนสติ รวยน้อยยังดีกว่า…ถ้าได้อยู่นอกคุก

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679847

‘ชูวิทย์’ยกเคส‘Forex 3D’เตือนสติ รวยน้อยยังดีกว่า...ถ้าได้อยู่นอกคุก

‘ชูวิทย์’ยกเคส‘Forex 3D’เตือนสติ รวยน้อยยังดีกว่า…ถ้าได้อยู่นอกคุก

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.12 น.

“ชูวิทย์”ยกเคส”Forex 3D”เตือนสติ รวยน้อยยังดีกว่า…ถ้าได้อยู่นอกคุก ชี้คดีฉ้อโกงติดจนแก่-ไม่มีอภัยโทษ

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2565 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืนชื่อดัง เขียนบทความ “คดีหมื่นปี” เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เนื้อหาดังนี้

คดี Forex 3D มีข้อหาหลักคือ “ฉ้อโกงประชาชน”

คดีแบบนี้ในคุกเรียก “คดีหมื่นปี” เพราะเมื่อมีผู้เสียหายมาก ศาลท่านตัดเป็นกรรม

หากกรรมละ 5 ปี คูณจำนวนผู้เสียหาย 2,000 คน ก็ได้หมื่นปีแล้ว

แต่ตามกฎหมายสามารถจำคุกสูงสุดได้ 20 ปี จำเลยส่วนมากจึงเลือก “สู้คดี” เพราะสารภาพ ลดครึ่งยังไง จาก 10,000 ปี ก็เหลืออีกตั้ง 5,000 ปี แล้วก็ติด 20 ปี อยู่ดี

คดีสารพัดแชร์ลูกโซ่จึงจบด้วยการสู้ เพราะหวังฟลุ๊คศาลยกฟ้อง

ที่ผมเจอในคุก คดีพวกนี้ท่าทางเหมือนคนดี มีความรู้ เจอข้างนอกเหมือนด็อกเตอร์ พรำ่บ่นว่า ผมผิดอะไร?

ขีดเขียนเส้นกราฟรายได้ วิธีทำเงิน โชว์อัลบัมรูปรถซุปเปอร์คาร์ บ้านพร้อมสระว่ายน้ำ บินไพรเวทเจ็ท สัมนาลูกข่าย ให้คนสนใจว่ามีชีวิตดีๆ เกษียณตั้งแต่อายุ 30 บินเที่ยวเมืองนอกทุกเดือน

อย่าไปหลงเชื่อครับ เพ้อเจ้อกันไป

กระซิบอีกนิด คดีฉ้อโกงประชาชน ไม่ได้สิทธิในการอภัยโทษด้วย

อยู่ยันแก่ กว่าจะได้ออก หรือภาษาคุกเรียก “อยู่จนเมียเลี้ยว”

ชีวิตจริงมันเศร้ายิ่งกว่าในนิยาย

รวยน้อยหน่อย แต่อยู่นอกคุก ดีกว่ารวยล้นฟ้า แต่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในคุกนะครับพี่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เครือข่ายชาวบ้านออกแถลงการณ์ไม่เอาโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่โขง-ชี-มูล

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679843

เครือข่ายชาวบ้านออกแถลงการณ์ไม่เอาโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่โขง-ชี-มูล

เครือข่ายชาวบ้านออกแถลงการณ์ไม่เอาโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่โขง-ชี-มูล

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.06 น.

นักศึกษาร่วมสู้เคียงชาวบ้านทวงคืนธรรมชาติ-ตะเพิดเขื่อนออกไป อ่านแถลงการณ์บนเขื่อนราษีไศล-พุ่งจรวดส่งข้อความถึงรัฐบาล-ไม่เอาโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่

วันที่ 13 ก.ย.65 ที่บริเวณหน้าสำนักงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูนล่าง เขื่อนราษีไศล อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านจากเครือข่ายต่าง ๆ ภาคประชาชน อาทิ เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำ ภาคอีสาน เครือข่ายนักวิชาการนิสิตนักศึกษาภาคอีสาน เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชี จ.ร้อยเอ็ด จ.ยโสธร กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม(ดาวดิน) กว่า 200 คน ได้เดินทางมาจัดกิจกรรมอ่านแถลงการณ์ “30 ปี โขง ชี มูล ปัญหาเก่าต้องแก้ไขให้เสร็จ ไม่เอาผันน้ำโขง เลย ชี มูล”

ทั้งนี้ระหว่างวันที่ 12-13 กันยายน 2565 ที่สมาคมคนทาม ริมเขื่อนราษีไศล ได้มีการจัดงาน “3 ทศวรรษโขง ชี มูล บทเรียนการจัดการน้ำขนาดใหญ่ของรัฐที่ล้มเหลว” โดยได้มีการวิพากษ์วิจารณ์โครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่ของรัฐเพื่อนำไปสู่บทเรียนและคัดค้านโครงการในลักษณะดังกล่าว ซึ่งมีชาวบ้าน นักวิชาการ นักศึกษา นักพัฒนาและสื่อมวลชนเข้าร่วม

ตัวแทนชาวบ้านได้อ่านแถลงการณ์ว่า “โขง ชี มูล” เป็นโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่ของรัฐบาลไทยเมื่อ 30 ปีก่อน ที่พยายามนำเสนอภาพฝันของการขจัดปัญหาความแห้งแล้งในภาคอีสานแบบถาวร โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งในพื้นที่สำคัญอย่างลุ่มน้ำชี-ลุ่มน้ำมูน แต่เวลาที่ล่วงเลยมาถึงปัจจุบันโครงการนี้กลับถูกประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ โขง ชี มูล นักวิชาการและประชาชนทั่วไป วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่ล้มเหลวของรัฐและความไม่คุ้มค่ากับการลงทุนในหลากหลายมิติ

แถลงการณ์ระบุว่า บทเรียนกรณีเขื่อนราษีไศล เขื่อนหัวนา แม่น้ำมูน เขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร แม่น้ำชี  จากวันนั้นจวบจนวันนี้ภาพฝันกับความจริงกลับไม่เป็นไปตามที่ผู้มีอำนาจกล่าวอ้างไว้ เพราะการรวมศูนย์อำนาจการจัดการน้ำ และอำนาจการตัดสินใจทางนโยบายถูกกำหนดอยู่ภายใต้ผู้มีอำนาจที่ไม่ได้เข้าใจภูมินิเวศ  ประชาชนไม่มีส่วนร่วม  ทุกพื้นที่ที่มีการดำเนินโครงการประชาชนกลับได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน เช่น การถูกอพยพโยกย้ายออกจากถิ่นฐานบ้านเกิด การสูญเสียที่ดินทำกิน น้ำท่วมขังพื้นที่ทำการเกษตรยาวนาน การสูญเสียอาชีพประมงพื้นบ้าน การพังทลายของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะการหายไปของพันธุ์ปลา พันธุ์พืชท้องถิ่น ดินเค็มแพร่กระจาย ผลกระทบที่เกิดยังทำลายโครงสร้างทางชุมชน ตลอดจนยังทำลายระบบสิทธิการจัดการทรัพยากรแบบดั้งเดิม ปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นได้สร้างความขมขื่นต่อประชาชนลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูนกันอย่างถ้วนหน้า 

แถลงการณ์ระบุว่า กระบวนการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิจึงเป็นหน้าที่ของประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายโครงการ โขง ชี มูล รวมทั้งนักวิชาการ นิสิตนักศึกษา คนรุ่นใหม่ ประชาชนทั่วไป ที่ได้ออกมาเปล่งเสียงเรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ผ่านมาแล้วหลายรัฐบาลแต่สัญญาปากเปล่าของผู้มีอำนาจและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่จริงใจทั้งยังไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง 

แถลงการณ์ได้ระบุข้อเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า 1. ปลดปล่อย แม่น้ำชี แม่น้ำมูน แม่น้ำโขง ไหลเป็นอิสระ เอาระบบนิเวศคืนมา เอาเขื่อนออกไป 2. ให้รัฐประเมินความไม่คุ้มค่าของเขื่อนที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้โครงการโขง ชี มูล และเร่งรัดแก้ไขปัญหาเขื่อนให้เสร็จเป็นรูปธรรม 3. เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำอีสาน จะร่วมกันทวงคืนสิทธิและอำนาจการจัดการทรัพยากรน้ำกลับคืนระบบนิเวศและชุมชน

ขณะที่ตัวแทนของกลุ่มนักศึกษาได้อ่านแถลงการณ์ว่า จากการที่เราได้มาลงพื้นที่ 2 วันนี้ได้เห็นน้ำตาและน้ำเสียงที่สั่นเครือของพี่น้อง ได้สัมผัสถึงความคือทุกข์ยากและการไม่ยอมจำนนต่อโยบายขอรัฐที่ไม่คำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก โดยพบว่า สิ่งที่พี่น้องพบเจอกับการจัดการน้ำของรัฐ คือ 1. พี่น้องประชาชนถูกละเมิดสิทธิจากนโยบายการจัดการน้ำขนาดใหญ่ที่รวมศูนย์อำนาจ 2.รัฐไม่ใส่ใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนนี้ 3.วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนก่อนสร้างเขื่อนนั้นหายไป การสร้างเขื่อนไม่ได้ทำชีวิตของพวกเขาดีขึ้น แต่กลับกลายเป็นแย่ลงกว่าเดิม

“พวกเราตัวแทนของกลุ่มคนรุ่นใหม่จึงได้ออกมาร่วมต่อสู้เรียกร้องอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จนกว่าจะได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริงและยั่งยืน สุดท้ายด้วยสองมือสองเท้าและหลากหลายมันสมองพวกเรา จะทวงคืนธรรมชาติ เอาเขื่อนออกไป” ตัวแทนนักศึกษา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากอ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้น กลุ่มนักศึกษาได้ร่วมกันปาจรวดกระดาษที่เขียนข้อเรียกร้องต่างๆ เช่น คืนความเป็นธรรมให้ชาวบ้าน คืนธรรมชาติให้แม่น้ำมูน พุ่งผ่านประตูเข้าไปยังสำนักงานของกรมชลประทาน เพื่อแสดงสัญลักษณ์ในการส่งข้อความไปถึงรัฐบาลโดยผ่านกรมชลประทาน

นพ.นิรันดร์ นาควัชระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า เราต่อสู้กับรัฐเพื่อฟื้นคืนชีวิตให้แม่น้ำ โดยลูกหลานต้องได้รับความลำบากในอนาคต ไม่ใช่แค่ชาวบ้านที่เดือดร้อนในตอนนี้เท่านั้น นโยบายและกฏหมายพิสูจน์แล้ว การตีความกฎหมายและหน่วยงานของรัฐไม่เห็นหัวอกชาวบ้าน ยิ่งทับถมด้วยทุนยิ่งซ้ำร้ายโดยมองทรัพยากรเป็นสินค้าราคาถูก ชาวบ้านจึงต้องช่วยตัวเอง นอกจากมีสภาประชาชนแล้ว ต้องมีข้อตกลงกับพรรคการเมืองไม่ให้ผลักดันโครงการจัดการน้ำขนาดใหญ่ โครงการเหล่านี้ต้องมีฉันทามติว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากประชาชน 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ม.มหิดลฯกาญจน์เตรียมขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สินค้า’ทุเรียนทองผาภูมิ’

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679842

ม.มหิดลฯกาญจน์เตรียมขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สินค้า'ทุเรียนทองผาภูมิ'

ม.มหิดลฯกาญจน์เตรียมขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สินค้า’ทุเรียนทองผาภูมิ’

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.55 น.

วันที่ 13 ก.ย.65 ที่ห้องห้องประชุมทับทิม 1 ชั้น 2 สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ผศ.ดร.นงนุช สังข์อยุทธ์ ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตกาญจนบุรี ด้านบริการสังคมและชุมชนสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมจังหวัดกาญจนบุรี ผศ.ดร.พรปวีณ์ วรเศรษฐ์พงศา อาจารย์ประจำสาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดทำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สินค้า “ทุเรียนทองผาภูมิ” ครั้งที่ 1/2565 โดยไดรับเกียรติจากนายสมหวัง บุญระยอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางมาเป็นประธาน มีนายผกายเนติ์ เล่งอี้ พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งคำสั่งจังหวัดกาญจนบุรี เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานจัดทำคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สินค้า “ทุเรียนทองผาภูมิ” โดยความร่วมมือกับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี และในโอกาสนี้ ทางมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ในฐานะเจ้าภาพยังได้ชี้แจงรายละเอียดโครงการพร้อมรายงานผลการดำเนินงานผลโครงการดังกล่าวที่ผ่านมาอีกด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนใจร้าย!! เอาน้องแมว 17 ตัว ทิ้งในป่า แต่เจอคนใจบุญรับไปดูแลต่อ

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679823

คนใจร้าย!! เอาน้องแมว 17 ตัว ทิ้งในป่า แต่เจอคนใจบุญรับไปดูแลต่อ

คนใจร้าย!! เอาน้องแมว 17 ตัว ทิ้งในป่า แต่เจอคนใจบุญรับไปดูแลต่อ

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.22 น.

13 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังจุดสแตนบายของอาสาสมัครศูนย์ชาลีกรุงเทพ ที่ตั้งอยู่บนถนนสุขาประชาสรรค์ 2 (ซอยวัดกู้) ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังทราบว่าได้มีการโพสต์ผ่านทางเพจต่างๆหาบ้านให้น้องแมวจำนวนกว่า 10 ตัวที่มีคนนำมาทิ้งไว้ในป่าริมทาง เมื่อไปถึงพบว่าลูกแมวทั้งเพศผู้และเพศเมียถูกรวมกันไว้อยู่ในกรงจำนวน 8 ตัวจากจำนวนทั้งหมด 17 ตัว ที่มีผู้ใจบุญรับอนุเคราะห์ไปดูแลบ้างแล้วก่อนหน้า จากการสอบถามข้อมูลในเบื้องต้นทราบว่ามีคนพบลูกแมวทั้งหมดถูกทิ้งอยู่ในป่าหญ้าภายในซอยสุขาประชาสรรค์ 2 ซอยย่อย 40 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ ไปพบกับน.ส.ปรายขวัญ ธาราฉัตร อายุ 21 ปีและนายปรินทร กิจโมกข์ อายุ 30 ปีที่เป็นคนพบเจอ

น.ส.ปรายขวัญ กล่าวว่าเมื่อวันที่ 12 ก.ย.65 เวลาประมาณ 17.00 น.ที่ผ่านมาในขณะที่กำลังขี่รถ จยย.ออกมาจากบ้านพบกับผู้หญิงคนหนึ่งขับขี่รถ จยย.มาจอดริมทางจุดที่เป็นป่าหญ้าและกำลังเทบางอย่างออกจากถุงปุ๋ย โดยช่วงเวลานั้นตนเองไม่ได้มองสังเกตว่าในถุงปุ๋ยนั้นมีอะไรจึงได้ขี่รถ จยย.ผ่านไปตามปกติจนกระทั่งมารู้จากญาติกันว่าเป็นลูกแมวหลังจากที่ช่วยจับใส่กรงแล้ว น.ส.ปรายขวัญ ยังบอกอีกว่าก่อนหน้านี้ก็เคยมีผู้หญิงนำสุนัขมาปล่อยแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่รู้ว่าจะเป็นบุคคลเดียวกันหรือและเหตุการณ์นี้ตนเองก็ไม่คิดด้วยว่าจะเป็นลูกแมวซึ่งคาดว่าหญิงคนดังกล่าวจะนำงูมาปล่อยด้วยซ้ำ

ขณะที่นายปรินทร กล่าวว่าหลังจากน้องสาวออกไปซื้อของและพบเห็นลูกแมวหลายตัวอยู่ในป่าหญ้าริมทางได้นำเรื่องราวดังกล่าวมาบอก ตนเองจึงได้ออกมาดูซึ่งขณะนั้นเป็นเวลา 20.00 น.ตอนแรกสังเกตเห็นลูกแมวรวมกันอยู่จำนวน 5 ตัวแต่ดูไปดูมามีอีกหลายตัวส่งเสียงร้องเริ่มเดินเข้าไปในป่าลึกจนกระทั่งจับรวมมาได้ทั้งหมด 17 ตัวจึงนำกรงมาใส่และประสานเจ้าหน้าที่มารับไปดูแลต่อ ส่วนผู้หญิงที่ทราบว่าเป็นคนนำแมวมาปล่อยทิ้งไว้นั้นจากการพูดคุยกับน้องที่พบเห็นเกี่ยวกับรูปพรรณสัณฐาน มั่นใจว่าไม่น่าจะเป็นคนในซอยนี้ซึ่งคาดว่ามาจากที่อื่นอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกันน้องแมวที่เหลืออีกจำนวน 8 ตัวยังคงรอผู้ใจบุญรับไปดูแลต่อโดยสามารถติดต่อได้ที่จุดสแตนบายของอาสาสมัครที่ตั้งอยู่ติดกับวัดกู้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แทบทรุด!! พิษน้ำท่วม ‘ผักชี’ ราคาพุ่งจาก 80 เป็น 200 บาท

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679815

แทบทรุด!! พิษน้ำท่วม 'ผักชี' ราคาพุ่งจาก 80 เป็น 200 บาท

แทบทรุด!! พิษน้ำท่วม ‘ผักชี’ ราคาพุ่งจาก 80 เป็น 200 บาท

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.11 น.

พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดเมืองชัยภูมิ โอดควานฝนตกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างทั่วประเทศ รวมทั้งพื้นที่ปลูกผัก จ.ชัยภูมิ ถูกน้ำท่วมแล้ว พืชผักสดทุกชนิดที่ปลูกไว้เน่าตาย พบพืชผักชนิดขาดแคลน และมีราคาแพงขึ้น มีราคาแพงสุดเป็นผักชีจากกิโลกรัมละ 80 บาท ขึ้นไปขายที่กิโลกรัมละ 200 บาท

13ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจราคาพืชผักชนิดต่าง ๆ ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองชัยภูมิ หลังในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ มีฝนตกหนักติดต่อกันนานกว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พื้นที่ปลูกพืชผักสองฝั่งชีในพื้นที่ตำบลลุ่มลำชี อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกพืชผักนานาชนิดที่สำคัญของจังหวัดชัยภูมิ ได้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ใช้ปลูกผักไม่ได้ พืชผักหลายชนิดหลังถูกน้ำท่วมเริ่มขาดแคลน

โดยเฉพาะผักชี ซึ่งปลูกอยากอยู่แล้วในช่วงหน้าฝน นั้นขาดตลาดมีการปรับราคาสูงจากกิโลกรัมละ 80 บาท จนขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 200 บาท คื่นช่ายจาก กก.ละ 80 ปรับเป็น กก.ละ 160 บาท ต้นหอม กก.ละ 80 ปรับเป็น กก.ละ  120 บาท เช่นเดียวกับผักคะน้าจากกิโลกรัมละ 30 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 50 บาท กระหล่ำปลีจากกิโลกรัมละ 25 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 45 บาท ต้นหอมกิโลกรัม 40 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 80 บาท ผักกาดขาวปลีขึ้นไปที่ กิโลกรัมละ 40  บาท กะหล่ำปลีกิโลกรัมละ 40 บาท ผักบุ้งกิโลกรัมละ 40 บาท เฉลี่ยแล้วพืชผักในตลาดสดเทศบาลเมืองชัยภูมิ แพงขึ้นกว่า 1 ตัวจากสิงหาคมที่ผ่านมา 

โดยทั้งบรรดาพ่อค้า แม่ค้าที่รับผักมาขายในตลาดสดเทศบาลเมืองชัยภูมิ ได้เผยว่าราคาพืชผักที่นำมาขายส่งให้ช่วงนี้ ทุกชนิดมีการปรับราคาสูงขึ้นทุกชนิด ตั้งแต่ 20 %ไปจนถึงเท่าตัว และไม่ค่อยมีมากเหมือนเมื่อก่อนที่น้ำยังไม่ท่วม เมื่อรับมาแพงขึ้นทำให้ต้องขยับขายราคาสูงขึ้นตามไปด้วย เมื่อราคาพืชผักแพงขึ้น ลูกค้ามาหาซื้อที่แผงผักในตลาด ยอดซื้อก็ลดลง จากที่เคยซื้อเป็นกิโลกรัม ก็ลดลงเหลือครึ่งกิโลกรัม หรือเคยซื้อเป็นกำขนาดใหญ่ ได้ขอแบ่งซื้อเพียงครึ่งกำ หากเป็นลูกค้าประจำก็ยอมแบ่งขายหาย ที่ขึ้นราคาแพงสุด จะเป็นผักชี จากกิโลกรัมละ 80 บาท ขึ้นไปที่กิโลกรัมละ 200 บาท.

.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเมืองน้ำดำสวมชุดผู้ไทห่มสไบแพรวารำบวงสรวงพระยาชัยสุนทรเจ้าเมืองคนแรก

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679804

ชาวเมืองน้ำดำสวมชุดผู้ไทห่มสไบแพรวารำบวงสรวงพระยาชัยสุนทรเจ้าเมืองคนแรก

ชาวเมืองน้ำดำสวมชุดผู้ไทห่มสไบแพรวารำบวงสรวงพระยาชัยสุนทรเจ้าเมืองคนแรก

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.56 น.

เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระและพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทรประจำปี 2565 เนื่องในวันคล้ายวันวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างอนุสาวรีย์ฯ พร้อมนางรำสวมชุดผู้ไทห่มสไบแพรวากว่า 300 คน รำถวายดวงวิญญาณพระยาชัยสุนทร เจ้าเมืองกาฬสินธุ์คนแรก

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 13 ก.ย.65 ที่บริเวณอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร หรือเจ้าโสมพะมิตร เจ้าเมืองกาฬสินธุ์คนแรก จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระและพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร เนื่องในโอกาสคล้ายวันวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร 13 ก.ย.โดยมีนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธี จุดธูปเทียนสักการะอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร ถวายพวงมาลัยดอกไม้ พราหมณ์กล่าวชุมนุมเทวดา กล่าวถวายเครื่องสังเวย กล่าวคำขอขมา กล่าวคำบวงสรวง ปักธูปหางเครื่อง โปรยข้าวตอกดอกไม้

โดยมีนายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ นายนพสิทธิ์ กุลเจริญวิรัตน์ รองนายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมในพิธี

จากนั้นประชาชนชาวกาฬสินธุ์ทั้งเด็ก หนุ่ม สาว ผู้สูงอายุกว่า 300 คนที่พร้อมใจกันสวมชุดผู้ไท ห่มสไบแพรวา ซึ่งเป็นชุดที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลกและขึ้นชื่อของจังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมรำบวงสรวงดวงวิญญาณพระยาชัยสุนทร เจ้าเมืองกาฬสินธุ์คนแรก

ทั้งนี้ พระยาชัยสุนทร เดิมพระนามว่า เจ้าโสมพะมิตร เป็นเจ้าผู้ปกครองเมืองกาฬสินธุ์พระองค์แรก ทรงเป็นผู้สร้างเมืองกาฬสินธุ์ เมื่อปี 2336 คำว่ากาฬสินธุ์ มาจากเครื่องมงคลราชบรรณาการ “กาน้ำสัมฤทธิ์” ที่พระยาชัยสุนทร นำไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และทรงโปรดเกล้าฯ ยกฐานะบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมืองพระราชทานนามว่า “กาฬสินธุ์” สำหรับอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร มีขนาดความสูง 175 เซนติเมตร หล่อขึ้นเมื่อวันที่ 13 ก.ย.24 เพื่อประดิษฐานไว้ให้ชาวกาฬสินธุ์ได้สักการบูชา จึงได้ถือเอาวันที่ 13 ก.ย.ของทุกปี เป็นวันบวงสรวงอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฉโรงเรียนดัง!! เก็บเงิน นร.จัดงานเกษียณครู ผู้ปกครองไลน์ถาม ถูกเหวี่ยงใส่

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679784

แฉโรงเรียนดัง!! เก็บเงิน นร.จัดงานเกษียณครู ผู้ปกครองไลน์ถาม ถูกเหวี่ยงใส่

แฉโรงเรียนดัง!! เก็บเงิน นร.จัดงานเกษียณครู ผู้ปกครองไลน์ถาม ถูกเหวี่ยงใส่

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.25 น.

“โรงเรียนชื่อดังในจังหวัดขอนแก่น” ขอให้นักเรียนร่วมบริจาคเงินคนละ 10 บาท จัดงานแสดงมุทิตาจิตครูที่เกษียณอายุราชการ ด้านผู้ปกครองเดือด ถามเหตุผลกลับถูกเหวี่ยงใส่

13 ก.ย.65 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก วัลลภ หาลาภ ได้โพสต์ภาพข้อความการสนทนาในกลุ่มไลน์ผู้ปกครองและครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยระบุว่า “งง กับการสื่อสารอะไรแบบนี้ กับการแค่ขอความชัดเจนของผู้ปกครองนักเรียน แต่คำตอบที่ได้รับมันช่างไม่โอเค เสียนี่กระไร…เข้าใจในเรื่องระบบการเกษียณการจัดงานมุทิตาจิต ให้ผู้เกษียณนะครับ เราแค่ไม่เข้าใจสิ่งที่ครูสื่อสารมา ก็เท่านั้น เพราะตลอดระยะเวลาที่พาลูกมาเรียนที่นี่ มีค่าใช้จ่ายอะไร ก็ไม่เคยขาด  

แต่พอมาเรื่องนี้คำตอบที่ได้จากครูหรือหัวหน้าชั้นสาย มันเหมือนการประชด กระแทกแดกดัน ยังไงไม่รู้ ก็ว่าจะไม่พูดแล้วมันอดบ่ได้ ช่างเหมือนกับรัฐบาลชุดนี้ที่หาเงินไม่เป็น หารายได้เข้าประเทศไม่ได้ สุดท้ายก็มาเก็บภาษีกับประชาชน กับการแสดงมุทิตาจิต คือการกตัญญู แต่ถ้าไม่แสดงหรือไม่ออกเงิน คือ..ไม่กตัญญู เหรอครับ เราถามแค่ว่า ความหมายของต้องออกเงินให้ผู้เกษียณ 10 ท่าน คนละ10 บาทขึ้นไป คือยังไง บังคับหรือไม่บังคับ แต่การอธิบายกลับมานอกจากจะไม่ชัดเจนแล้วยังบ่เข้าหูอีก งึดส์สสสสหลาย #โรงเรียนเทศบาลแห่งหนึ่ง” 

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับเจ้าของโพสต์ นายวัลลภ หาลาภ ผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสนามบิน ตั้งอยู่ไม่ไกลจากศาลากลาง โดยนายวัลลภ เล่าว่า การสนทนากันในกลุ่มไลน์ครูและผู้ปกครองในกลุ่มไลน์ เกิดขึ้นในเวลา 15.53 น. ของวันที่ 12 ก.ย.65 ที่ผ่านมา โดยครูท่านหนึ่งที่สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้โพสต์ข้อความแจ้งผู้ปกครองในกลุ่มไลน์ ว่าให้นักเรียนเตรียมเงินมุทิตาจิตครูและบุคลากรที่จะเกษียณราชการ จำนวน 10 ท่าน คนละ 10 บาทขึ้นไป ทำให้ตนเองและผู้ปกครองของนักเรียนที่อยู่ในกลุ่มไลน์เกิดความสงสัย ว่าเงินที่ให้นักเรียนเตรียมไปนั้น เป็นการบังคับหรือบริจาค และหากเตรียมไปต้องเตรียมไปเท่าไหร่กันแน่ จึงได้ไลน์สอบถามกลับไปว่า เงินที่ให้นักเรียนนำไป เป็นการบริจาคหรือบังคับ แต่ครูที่เป็นคนแจ้งในไลน์กลุ่มกลับได้นำเอาภาพแคปข้อความของครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มาตอบแทน โดยข้อความระบุว่า “แล้วแต่ คำว่ามุทิตาจิตไม่ร่วมก็ไม่เป็นไรค่ะ เป็นการแสดงความกตัญญูต่อครูที่ได้วาระเกษียณ ไม่บังคับ ทุกชั้นทุกสายก็ร่วมแสดงมุทิตาจิตเหมือนกัน ก็สืบต่อวัฒนธรรมอันดีงามมาทุกๆ ปีที่มีผู้เกษียณไม่ใช่เพิ่งมี”  

ซึ่งข้อความดังกล่าวทำให้ตนเองและผู้ปกครองท่านอื่นๆ ที่ได้อ่านเกิดความไม่สบายใจ แม้จะพยายามสอบถามเพื่อให้ได้ความชัดเจน แต่กลับไม่ได้รับคำตอบจากทางคณะครู

นายวัลลภ บอกอีกว่า ตนไม่ได้มีปัญหากับการบริจาคเงินเพื่อใช้ในการจัดงานมุทิตาจิตครูที่เกษียณ เพราะที่ผ่านมาเวลาโรงเรียนมีงานหรือกิจกรรมก็ช่วยเหลือมาตลอด แต่ที่ต้องสอบถามไปนั้นก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า ตนจะต้องให้เงินลูกไปกี่บาทกันแน่ เพราะตามข้อความที่ครูแจ้งนั้นไม่ชัดเจน ไม่รู้ว่า ให้เด็กนำเงินไป 10 บาทหรือมากกว่า หรือว่า ให้นำไปครบตามจำนวนครูที่เกษียณ จำนวน 10 คน คนละ 10 บาท ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลังก็เท่ากับว่า ตนเองจะต้องให้เงินลูกไปร่วมงาน จำนวน 100 บาท นี่คือประเด็นที่สอบถามไป แต่ครูกลับใช้คำตอบว่า “แล้วแต่…” ซึ่งตนเองมองว่า เป็นการใช้คำพูดและการสื่อสารที่ใช้ไม่ได้ ครูและบุคลากรควรที่จะให้ความสำคัญในการสื่อสารและทำความเข้าใจกับผู้ปกครองให้ดีกว่านี้ เพราะลำพังการมาขอรับบริจาคเงินจากนักเรียนและผู้ปกครองไปจัดงานเลี้ยงเกษียณราชการของครูและบุคลากร ก็เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว เพราะเป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ปกครอง แม้จะบอกว่า ไม่บังคับก็ตาม  

“แต่การไม่บังคับก็ยังมีข้อความในทำนองว่า การมุทิตาจิตเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญู ซึ่งหากผู้ปกครองหรือนักเรียนไม่มุทิตาจิตก็เท่ากับว่าปกครองหรือนักเรียนไม่กตัญญูใช่หรือไม่ จึงอยากให้ทางผู้บริหารโรงเรียนตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย”.-008           

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,940,167 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ครม.ฉีกMOU44 ลั่นไทยแลนด์เฟิร์ส กัมพูชาแถลงเสียใจ
อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ
เอ็ดดี้ ผ่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สะพานข้ามวิกฤต หรือ หนี้ซื้อเวลา? จี้รัฐบาลตอบให้ชัด 4 ข้อใหญ่
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ๑๐๓ ปี วันคล้ายวันประสูติ ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์’
ส่องอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิซ่า BLACKPINK กระทบไหล่เซเลบระดับโลก
กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยัน การหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผล ลั่นไม่ได้หาเรื่อง
นราพัฒน์ ตั้งคำถาม แลนด์บริดจ์ ดีจริงแค่ไหน? หวั่นคุ้มทุนไม่จริง-กลายเป็นภาระยาว
ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
ณัฐพงษ์ นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม.เงา จี้ 3 ข้อเสนอเรียกเยียวยา ‘ขนส่ง-ประมง’
อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

Recent Posts

  • เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้
  • ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ
  • ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
  • ญาติ “ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ในกลุ่มบริษัท “ฮวยวัน” เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์
  • อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d