Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

คึกคัก! ‘คาราวาน LOT 20’ลดราคาสินค้าช่วยประชาชน ขายดีมาก1ชม.หมดเกลี้ยง

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679464

คึกคัก! 'คาราวาน LOT 20'ลดราคาสินค้าช่วยประชาชน ขายดีมาก1ชม.หมดเกลี้ยง

คึกคัก! ‘คาราวาน LOT 20’ลดราคาสินค้าช่วยประชาชน ขายดีมาก1ชม.หมดเกลี้ยง

วันจันทร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.31 น.

สำนักงานพาณิชย์จังหวัด พิษณุโลก จัดคาราวานลดราคาสินค้าช่วยประชาชน ลดค่าครองชีพในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ถูกกว่าตลาด 20-30% โดยเฉพาะหมูเนื้อแดง จำหน่ายราคากิโลกรัมละ 160 บาท น้ำมันปาล์มราคาขวดละ 50 บาท

12 กันยายน 2565  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก  ได้จัดโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ โดยจัดเป็นคาราวานสินค้าลดราคา LOT 20 จังหวัดพิษณุโลกพาณิชย์ ภายในงานจะมีสินค้าอุปโภคบริโภคจำหน่ายมากกว่า 80 รายการ ที่นำมาลดราคาสินค้าถูกกว่าท้องตลาด มากกว่า  20-30 %

โดยเฉพาะหมูเนื้อแดง จำหน่ายราคากิโลกรัมละ 160 บาท ขณะที่ราคาท้องตลาดอยู่ที่กิโลกรัมละ 180-200 บาท น่องไก่ติดสะโพก ราคากิโลกรัมละ 65 บาท ขณะที่ท้องตลาดจำหน่าย กิโลกรัมละ 75 บาท  ไข่ไก่เบอร์ 2 ถึงเบอร์ 3 ราคาแผงละ 95 บาท ถูกกว่าท้องตลาดแผงละ 30  บาท น้ำมันปาล์มราคาขวดละ 50 บาท น้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 20 บาท

โดยบรรยากาศในการจำหน่ายสินค้า ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก ให้การตอบรับออกมาซื้อสินค้าราคาถูกจากพาณิชย์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะน้ำตาลทราย น้ำมันพืช ไข่ไก่ เนื้อไก่ เนื้อหมู จำหน่ายหมดภายในเวลารวดเร็วเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น โดยเวลาจำหน่ายสินค้านั้น เริ่มตั้งแต่ เวลา 8.30 น.ถึงเวลา 15.00 น 

สำหรับจุดจำหน่ายสินค้า ในเขตอำเภอเมืองพิษณุโลก วันนี้ มีจำนวน 8 จุด คือ ที่บริเวณด้านหน้าสวนเฉลิมพระเกียรติตำบลในเมือง อบต. วังน้ำคู้ ตำบลวังน้ำคู้ อบต. วัดจันทร์ ตำบลวัดจันทร์ โรงเรียนผู้สูงอายุ 333 หมู่ 3 ตำบลวัดพริก ตลาดจุฬาท่าทอง หมู่ 1 ตำบลท่าทอง บริเวณหน้าเซเว่น หมู่ 7 ตรงข้ามลานป้องกัน อบตท่าโพธิ์ ตำบลท่าโพธิ์  บริเวณโดมหน้าอบต.สมอแข ตำบลสมอแข  และอาคารเอนกประสงค์บ้านไร่ หมู่ 12 ตำบลดอนทอง

นางอุบลรัตน์ ศีลตระกูล พาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก ได้ดูแลค่าครองชีพประชาชน  ภายใต้โครงการคาราวานพาณิชย์ลดราคา!ช่วยประชาชน Lot 20 ซึ่งจะมีรูปแบบเป็นการจัดคาราวานสินค้าราคาถูกออกจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาดในทุกอำเภอของจังหวัดพิษณุโลก  โดยกำหนดเริ่มจำหน่ายในช่วงเดือน กันยายน – พฤศจิกายน 2565  ครอบคลุมพื้นที่ 9 อำเภอ  ณ จุดจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ จำนวน 8 จุด/ วัน /อำเภอ รวมระยะเวลา 60 วัน

โดยในวันนี้เป็นอำเภอเมืองเป็นอำเภอแรก จากนั้นก็จะหมุนเวียน ไปทั้ง  9 อำเภอ ผ่านระบบ Mobile เพื่อจำหน่ายสินค้าให้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง ทั้งสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ สินค้าเกษตร ผลไม้ สินค้าอุปโภคบริโภค –  สินค้าส่งเสริมการขาย และสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคลำดับแรกๆ ได้แก่ ข้าวสาร น้ำมันพืช จำหน่ายในราคาลดพิเศษกว่า  ราคาตลาดปกติ 

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์จัดคาราวานจำหน่ายสินค้าลดราคาช่วยประชาชน Lot 20  เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  และพลังงานมีการปรับตัวสูงขึ้น

นายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ออกตรวจเยี่ยมการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จัดคาราวานพาณิชย์ ลดราคา ช่วยประชาชน Lot 20  จังหวัดกาฬสินธุ์ขึ้น ที่บริเวณจุดจำหน่ายหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชน

ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการความช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  ประกอบกับราคาพลังงานมีการปรับตัวสูงขึ้น โดยมีนายศิริพงษ์ วิวัฒน์เกษมชัย พาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์ตั้งจุดจำหน่ายและบริการประชาชน

นายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า งานคาราวานพาณิชย์ ลดราคาช่วยประชาชนในครั้งนี้ได้ จัดรูปแบบเป็นคาราวานสินค้าราคาถูก ออกจำหน่ายในจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้ง 18 อำเภอ ไม่ต่ำกว่า 8 จุดต่อวันครอบคลุมทุกตำบล เป็นระยะเวลา 2 เดือน ระหว่างวันที่ 12 ก.ย. – 10 พ.ย. 2565 ซึ่งมีสินค้าประมาณ 50-80 รายการ ทั้งอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน

โดยมีการลดราคาสูงสุดถึงร้อยละ 50  ซึ่งมีสินค้าไฮไลต์ 4 รายการ ประกอบด้วย หมูเนื้อแดง ขายเฉลี่ยกิโลกรัมละ 160 บาท น่องไก่ติดสะโพก ราคา 65 บาทต่อกิโลกรัม ไข่ไก่คละเบอร์ 2-3 แผนละ 95 บาท น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม ถุงละ 20 บาท สำหรับหมวดสินค้าทั่วไปที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ลดสูสุดกว่าร้อยละ  10-50 อาทิ ผลิตภัณฑ์ชำระร่างกาย ผลิตภัณฑ์ซักล้าง น้ำมันพืช ซอสปรุงรส แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ครีมกันแดด กระดาษทิชชู อีกทั้งหมวดยารักษาโรค ยาแก้ไข้ หน้ากากอนามัย

อย่างไรก็ตาม คาดว่ายอดการจำหน่ายจะไม่ต่ำกว่า 5 ล้าน ซึ่งจะสามารถลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10-50 ซึ่งประชาชนให้ความสนใจร่วมจับจ่ายซื้อสินค้าราคาถูกเป็นจำนวนมาก โดยสามารถสอบถามรายละเอียดจุดจำหน่ายคาราวานพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน Lot 20  สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์ โทรศัพท์. 043 815 656 ที่เพจสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์ หรืออำเภอในทุกอำเภอ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มขับกระบะไปเยี่ยมญาติก้มเก็บมือถือเงยหน้าขึ้นมาพุ่งชนเสาไฟฟ้าหักรถพัง

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679457

หนุ่มขับกระบะไปเยี่ยมญาติก้มเก็บมือถือเงยหน้าขึ้นมาพุ่งชนเสาไฟฟ้าหักรถพัง

หนุ่มขับกระบะไปเยี่ยมญาติก้มเก็บมือถือเงยหน้าขึ้นมาพุ่งชนเสาไฟฟ้าหักรถพัง

วันจันทร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.14 น.

อุทาหรณ์! หนุ่มไร้สัญชาติชาวไทรโยค เมืองกาญจนบุรี ขับกระบะไปเยี่ยมญาติก้มเก็บโทรศัพท์พอเงยหน้าขึ้นมา รถพุ่งชนเสาไฟฟ้าหักโค่น รถพังยับ ทำชาวบ้านเดือดร้อนไปทั้งชุมชน 

วันที่ 12 ก.ย.65 นายประเทศ บุญยงค์ นายกเทศมนตรีตำบลทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 18.30 น.ของวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมาได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้าที่บริเวณชุมชนวังท่าขนุน เขตเทศบาลตำบลทองผาภูมิ หักไป 1 ต้นเป็นเหตุทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากเนื่องกระแสไฟฟ้าดับไปเกือบทั้งชุมชน

หลังเกิดเหตุตน และ ร.ต.อ.(หญิง) สถิตภรณ์ เสือสด รอง สว.(สอบสวน) ทองผาภูมิ พร้อมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอทองผาภูมิจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีดำ หมายเลขทะเบียน จอดอยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ส่วนเสาไฟฟ้าหักโค่นขวางถนนอยู่ 

ส่วนคนขับทราบชื่อคือนายอานนท์ (ไม่มีนามสกุล) พกบัตรประจำตัวของบุคคลที่ไม่มีฐานะทางทะเบียน (บัตรสีชมพู) คนไร้สัญชาติ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/ซ หมู่ 3 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งนายอานนท์ ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนขับรถยนต์คันดังกล่าวมาจากอำเภอสังขละบุรี เพื่อมาเยี่ยมญาติที่อยู่ฝั่งวัดท่าขนุน ระหว่างขับรถกลับโทรศัพท์มือถือเกิดหล่นตกไปอยู่ที่วางเท้า ตนจึงก้มลงไปเก็บ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมารถของตนเกิดเสียหลักและพุ่งชนกับเสาไฟฟ้าอย่างแรงจนหักโค่นขวางถนนดังกล่าว 

ลังจากที่นายอานนท์ ให้การยอมรับสารภาพเจ้าหน้าที่จึงนำตัวพร้อมเคลื่อนย้ายรถยนต์ไปที่ สภ.ทองผาภูมิและจะได้ดำเนินคดีต่อนายอานนท์ ที่ทำให้ทรัพย์สินทางราชการเสียหาย

นายประเทศ บุญยงค์ นายกเทศมนตรีตำบลทองผาภูมิ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากเนื่องจากกระแสไฟฟ้าดับไปหลายชั่วโมง แต่เจ้าหน้าที่ก็เร่งดำเนินการเปลี่ยนเสาไฟฟ้าใหม่ แต่กว่าจะเสร็จและจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ชาวบ้านได้ใช้ตามปกติได้ก็ปาเข้าไปถึง 4 ทุ่ม 

อยากฝากเตือนไปยังผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ขอให้นำเอาเหตุนี้ไปเป็นอุทาหรณ์ หากโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อะไรก็ตามที่หล่นไปอยู่กับพื้นรถ ขอให้หาที่ที่มีความปลอดภัยแล้วนำรถไปจอดให้สนิท จากนั้นจึงค่อยเก็บเอาสิ่งของ ซึ่งจะทำให้มีความปลอดปลอดภัยที่สุด – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยว’บ้านหลุกข้าวหลาม’สัมผัสวิถีชีวิต’ชาวลาหู่ดำ’ กลางหุบเขาเมืองสามหมอก

Posted on September 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679406

เที่ยว'บ้านหลุกข้าวหลาม'สัมผัสวิถีชีวิต'ชาวลาหู่ดำ' กลางหุบเขาเมืองสามหมอก

เที่ยว’บ้านหลุกข้าวหลาม’สัมผัสวิถีชีวิต’ชาวลาหู่ดำ’ กลางหุบเขาเมืองสามหมอก

วันจันทร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2565, 10.55 น.

ชวนไปเที่ยวบ้านหลุกข้าวหลามที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา ชิมน้ำพริกมูเซอ สัมผัสวิถีชีวิตชาวลาหู่ดำ

บ้านหลุกข้าวหลาม หมู่ที่ 9 อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน อยู่ห่างจากอำเภอปางมะผ้า ประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขา ประชากร เป็นชาติพันธุ์ลาหู่ดำ (มูเซอดำ) มีจำนวนครัวเรือนประมาณ 145 ครั้งเรือน พี่น้องชาติพันธุ์ลาหู่ดำที่นี่ ยังคงดำรงวิถีชีวิตดั้งเดิม อิงแอบธรรมชาติ อาชีพหลัก ทำไร่ข้าว ไร่ข้าวโพด ในขณะที่ผู้คนที่มาเยือนหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขาแห่งนี้ จะได้สัมผัสกับบรรยากาศการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่ง ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาติพันธุ์ลาหู่ดำอย่างใกล้ชิด 

นางจันทรา ศรีธิหล้า ผู้นำชุมชนด้านการท่องเที่ยวของหมู่บ้านหลุกข้าวหลามได้กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ ที่บ้านหลุกข้าวหลามแห่งนี้ มีให้ชมทั้งในเรื่องของวิถีชีวิตชาวลาหู่ดำ จุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงาม น้ำบ่อผี หรือ หลุมยุบ (Sinkhole หรือ Doline) หากได้มาเยือน จะประทับใจกับ อัธยาศัยและน้ำใจไมตรีที่ดีงามของชาวลาหู่ เรียนรู้การทำศิลปะด้านหัตถกรรม งานฝีมือของชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นการปักผ้าลาหู่ การทำเครื่องจักสานจากไม้ไผ่ อีกทั้งยังมีเมนูประจำถิ่นของพี่น้องชาติพันธุ์ลาหู่ คือน้ำพริกมูเซอ รสชาติจัดจ้านทานกับผักต้ม

นางจันทรา ศรีธิหล้า ผู้นำชุมชนด้านการท่องเที่ยวของหมู่บ้านหลุกข้าวหลาม ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราเชื่อว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้ ซึ่งปัจจุบันนี้ หมู่บ้านหลุกข้าวหลาม อยู่ในช่วงของการต่อยอด เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่จะทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ ได้มีส่วนร่วมกับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป”

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจ มาเที่ยวบ้านหลุกข้าวหลาม สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดู ทั้งฤดูฝน (Green Season) และฤดูหนาว พร้อมมีที่พักรูปแบบโฮมเสตย์รองรับ ติดต่อสอบถามได้ที่ นางจันทรา ศรีธิหล้า (มินนี่) โทรศัพท์ 0979291372

– 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่หวั่น!! นักกีฬายิงปืนลุยน้ำมาซ้อมยิงปืนกลางน้ำท่วม

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679341

ไม่หวั่น!! นักกีฬายิงปืนลุยน้ำมาซ้อมยิงปืนกลางน้ำท่วม

ไม่หวั่น!! นักกีฬายิงปืนลุยน้ำมาซ้อมยิงปืนกลางน้ำท่วม

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.40 น.

วันที่ 11 กันยายน 2565 ที่สนามยิงปืนภูมิไพลิน ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี สีสันสนามยิงปืน แม้น้ำจะท่วมแต่สมาชิกนักกีฬายิงปืนยังลุยน้ำมาฝึกซ้อมยิงปืนกันในน้ำ แม้มีอุปสรรค

เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ ทางสนามยิงปืนภูมิไพลินได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังเช่นกัน โดยมีน้ำท่วมถึงสูง 20-30 เซนติเมตร บรรยากาศที่สนามยิงปืนภูมิไพลิน ยังคงมีนักกีฬายิงปืนแวะเวียนเข้ามายินปืนที่สนามกันบ้าง มีช่องยิงแม่นยำ อยู่สูงจากระดับน้ำท่วม  สมาชิกนักกีฬายิงปืนสามารถใช้บริการได้ตามปกติ ส่วนพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมคือพื้นที่ทางเข้าสนาม และ สนามรณยุทธ และสนามสำหรับยิงเป้าบิน ยังมีสมาชิกนักกีฬายิงปืนบางส่วนลุยน้ำไปใช้สนามได้ แต่ก็อยู่ภายใต้การดูแลของครูฝึกอย่างใกล้ชิด

นายภาคภูมิ ราชกิจ นายกสมาคมยิงปืนคลองหลวงฯ และเจ้าของสนามยิงปืนภูมิไพลิน กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม ทางสนามยิงปืนภูมิไพลินยังเปิดให้บริการปกติ ขอแนะนำว่าสมาชิกนักกีฬายิงปืนควรเอารถยกสูงเข้ามาใช้ที่สนาม ซึ่งรถเก๋งไม่สามารถขับเข้ามาได้ เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงระดับหัวเข่า ส่วนบางคนก็ต้องให้เรือออกไปรับมาซ้อมยิงปืนกันในน้ำ ถือว่าเป็นการเผชิญอุปสรรคยุทธวิธีต่าง ๆ ซึ่งทางสนามจะมีบริการอาวุธปืนให้เช่า และจัดส่งกระสุนให้ มีช่องยิงแม่นยำ สนามรณยุทธ และสนามสำหรับยิงเป้าบินที่มีความมาตรฐาน และมีระบบปลอดกันความปลอดภัยตามมาตรฐานสนามยิงปืน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อาชีพเสี่ยงตาย ล้วงรัง ‘ต่อหัวเสือ’ ขายกิโลละ 2,000 บาท

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679303

อาชีพเสี่ยงตาย ล้วงรัง 'ต่อหัวเสือ' ขายกิโลละ 2,000 บาท

อาชีพเสี่ยงตาย ล้วงรัง ‘ต่อหัวเสือ’ ขายกิโลละ 2,000 บาท

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.30 น.

สุดระทึก !! ตามไปดูโชว์ล้วงรัง “ต่อหัวเสือ” อาชีพเสี่ยงตาย เสิรฟขึ้นโต๊ะเปิบพิสดาร สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ รังตัวต่อลูกค้ากว้านซื้อ เชื่อเป็นเครื่องรางของขลัง

11 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้รายงานจากจังหวัดนครพนม ในช่วงนี้ถือว่าเป็นโอกาสทองของชาวบ้านในพื้นที่ อ.ปลาปาก,อ.นาแก และ อ.วังยาง ที่มีอาชีพสุดเสี่ยงในการเลี้ยงต่อหัวเสือ เพื่อสร้างรายได้ แต่ถือเป็นอาชีพจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่มีการสืบทอดจากอดีตจวบถึงปัจจุบัน และยังเป็นอาชีพเสี่ยงตายที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ เฉลี่ยปีละนับแสนบาทต่อครอบครัว เพราะเป็นเมนูหายาก และเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะสายเปิบพิสดาร นำขึ้นโต๊ะเป็นเมนูเด็ดอีสาน อาทิ ก้อยลูกต่อ,แกงตัวต่อ,หมกตัวต่อ,ยำลูกต่อหัวเสือ และอีกสารพัดเมนู ยิ่งช่วงไหนหายาก โดยห้วงอากาศแล้ง จะส่งผลให้รังต่อหายาก จึงมีราคาถีบตัวสูงขึ้น ปีนี้ตกราคากิโลกรัมละประมาณ 2,000 บาท 

โดยชาวบ้านจะเริ่มเลี้ยงตัวต่อหัวเสือตอนต้นฤดูฝน คือราวเดือน มิถุนายนของทุกปี ใช้วิธีปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติประมาณ 3-4 เดือน จะสามารถเก็บผลผลิตออกสู่ท้องตลาด นำมาปรุงเป็นเมนูเด็ด ซึ่งตัวต่อหัวเสือจะให้ผลผลิตมากสุดราวหลังออกพรรษา ปีนี้ก็ประมาณเดือนตุลาคม และเป็นช่วงสุดท้ายในการเก็บผลผลิต ผู้เลี้ยงบางรายสามารถสร้างรายได้ปีละนับแสนบาท

ทั้งนี้ ชาวบ้านอาชีพเสี่ยงต่อเลี้ยงต่อหัวเสือ ให้มีการพัฒนาต่อยอดจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่เก็บผลผลิต จากเดิมใช้วิธีการเผารังต่อ แต่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ จึงได้คิดค้นประดิษฐ์ชุดล้วงรังต่อ ที่มีความปลอดภัยสูง ในการล้วงรังต่อ เพื่อลดการสูญพันธุ์แทนการเผาด้วยไฟหรือรมควัน ทำให้สามารถเก็บผลผลิตเพิ่มขึ้นได้รังละ 2-3 รอบ

โดยผลผลิตตัวต่อนอกจากจะขายแม่ตัวต่อและลูกต่อหัวเสือ ยังสามารถขายต่อยกทั้งรัง เพราะมีบางคนมีความเชื่อ ไปทำเป็นเครื่องรางของขลัง นำไปประดับแขวนไว้หน้าบ้าน ร้านค้า ร้านอาหาร เชื่อกันว่าเป็นการต่อเงิน ต่อทอง ต่อยอดลูกค้า โดยขายได้ถึงรังละ 3,000-5,000 บาท แล้วแต่รูปแบบความสวยงามของรังต่อ

ด้าน นายบัญชา ศรีชาหลวง นายก อบต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม เปิดเผยว่า พื้นที่ ต.พิมานถือเป็นอีกหมู่บ้านที่ตนและชาวบ้าน ได้นำอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน มาพัฒนาต่อยอด ส่งเสริมการเลี้ยงต่อหัวเสือสร้างรายได้เสริมในช่วงฤดูฝน และนำผลผลิตลูกต่อส่งขายในช่วงใกล้งานประเพณีออกพรรษา ราวเดือนกันยายน-ตุลาคม เป็นฤดูกาลที่ต่อให้ผลลิตมากสุด ถือเป็นอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่สร้างรายได้ดีเป็นอย่างมาก ปัจจุบันมีราคาตกกิโลกรัมละ 2,000 บาท ปีไหนหายากยิ่งมีราคาแพง

ชาวบ้านจะใช้ความชำนาญ ในการล่าตัวหัวเสือตามป่าทุ่งไร่ทุ่งนาที่ทำรังตามธรรมชาติ ด้วยการนำเหยื่อประเภท เนื้อสัตว์ แมลงไปล่อ แล้วตามไปหารังต่อ ก่อนเคลื่อนย้ายมารักษาไว้ตามหัวไร่ปลายนาในที่ปลอดภัย ใช้เวลาเลี้ยงแบบธรรมชาติ ประมาณ 4-5 เดือน ก่อนเก็บผลลิตขาย เดิมใช้วิธีรมควัน แต่พัฒนาคิดค้นชุดล้วงรังต่อ เพื่อป้องกันต่อสูญพันธุ์ และเก็บผลผลิตได้หลายครั้ง บางรังสามารถเก็บผลผลิตได้ 2-3  ครั้ง หากรมควันจะได้เพียงครั้งเดียว บางรายสามารถหารังต่อได้เยอะ ก็สร้างรายได้ 50,000-100,000 บาทต่อปี

ส่วนเมนูเด็ดชาวบ้าน จะนำไปปรุงเป็นก้อยลูกต่อ คั่วต่อหัวเสือ หมกต่อ แกงต่อ ยำลูกต่อ สารพัดเมนู ถือเป็นเมนูเด็ดที่หากินยาก 1 ปีมีครั้งเดียว จึงทำให้มีราคาแพง นอกจากนี้ลูกค้าบางรายมีการสั่งซื้อยกรัง เพื่อนำรังที่แม่ต่อทิ้งรังร้าง ไปทำเป็นเครื่องรางของขลังตามความเชื่อ ขายได้ราคาสูงตกรังละ 3,000-5,000 บาท ส่วนการดูแลจะต้องมีความชำนาญ และต้องเลี้ยงในที่ปลอดภัย เพราะต่อหัวเสือถือเป็นแมลงที่มีพิษร้ายแรง หากถูกรุมต่อยจำนวนมากอาจอันตรายถึงชีวิต จึงต้องมีความชำนาญในการเลี้ยงดูแล ผู้คิดจะเลี้ยงต้องศึกษาวิธีให้ดีก่อน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘คนบางเขน’เช็กด่วน!! 30 จุดเลี่ยงน้ำท่วม-รถติดหนัก

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679354

'คนบางเขน'เช็กด่วน!! 30 จุดเลี่ยงน้ำท่วม-รถติดหนัก

‘คนบางเขน’เช็กด่วน!! 30 จุดเลี่ยงน้ำท่วม-รถติดหนัก

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.28 น.

11 ก.ย.65 รายงานสถานการณ์นำ้ท่วมขังในพื้นที่เขตบางเขน (11 กย.65) เวลา 18.00 น. 

1. วงเวียนบางเขน ถนนแจ้งวัฒนะฝั่งขาเข้า เลี้ยวซ้ายเข้าสะพานใหม่ ระดับน้ำสูง 3-5 ซม. ช่วงหน้าปากซอยแจ้งวัฒนะ 2 และ 4
2. บริเวณซอยรามอินทรา 39 ระดับน้ำสูงประมาณ 10-30 ซม. รถเล็กสัญจรลำบาก
3. ชุมชนวัชรปราณี ระดับน้ำสูงประมาณ 10-20 ซม.
4. ซอยคู้บอน 27 แยก 10 ระดับน้ำสูงประมาณ 20 ซม.
5. ซอยคู้บอน 27 แยก 10-1 หมู่บ้านเสนาวิลล่า ระดับน้ำสูงประมาณ 15 ซม. รถเล็กสัญจรได้

6. ซอยคู้บอน 27 แยก 10-2 หมู่บ้านเมธา ระดับน้ำสูงประมาณ 10-15 ซม. รถเล็กสัญจรได้
7. ซอยลาดปลาเค้า 72,74,76 ระดับน้ำสูงประมาณ 15-20 ซม.
8. หน้า ร.ร.วัดไตรรัตนาราม ไม่มีน้ำท่วมขัง
9. ซอยรามอินทรา 8 ไม่มีน้ำท่วมขัง
10. ซอยรามอินทรา 8 แยก 1-2 ระดับน้ำสูงประมาณ 10-20 ซม.

11. ถนนสุขาภิบาล 5 ถึงห้าแยกวัชรพล มีน้ำท่วมขัง 20-30 ซม.
12. บริเวณซอยคู้บอน 27 แยก 15 ระดับน้ำสูงประมาณ 10-15 ซม.
13. บริเวณซอยคู้บอน 27 แยก 42 ระดับน้ำสูงประมาณ 10-30 ซม.
14. บริเวณซอยคู้บอน 27 แยก 44 ระดับน้ำสูงประมาณ 10-15 ซม.
15. บริเวณซอยคู้บอน 27 แยก 46 ระดับน้ำสูงประมาณ 10-15 ซม.

16. บริเวณซอยคู้บอน 27 แยก 48 ระดับน้ำสูงประมาณ 10-20 ซม.
17. บริเวณซอยคู้บอน 27 แยก 50 ไม่มีน้ำท่วมขัง
18. บริเวณซอยคู้บอน 27 แยก 52 ระดับน้ำสูงประมาณ 10-15 ซม.
19. บริเวณบิ๊กซีสะพานใหม่ช่วงหน้าโรงพยาบาล cgh ระดับสูงประมาณ 15-20 ซม. ช่วงฝั่งบิ๊กซีถึงสะานข้ามคลองลำผักชี ระดับน้ำสูงประมาณ 20 ซม.
20. บริเวณถนนพหลโยธินขาออกช่วงซอยพหลโยธิน 69/3-69/8 มีน้ำท่วมขีงหน้าซอยสูงประมาณ 10-20 ซม. ในซอยระดับน้ำสูง 40-50 ซม. และบริเวณหน้าตลาดยิ่งเจริญไม่มีน้ำท่วมขัง

21. บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสายหยุด ไปจนถึง แยกถนนเทพรักษ์ มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 5-15 ซม.
22. บริเวณปากซอยวัชรพล 2/7 หน้าเวนิส วัชรพล ระดับน้ำสูงประมาณ 15-20 ซม.
23. บริเวณชุมชนวัดอาวุธ ระดับน้ำ 10-20 ซม. ช่วงปากซอย 2 และสูง 40 ซม. บริเวณท้ายซอย
24. ซอยโชคดี 1,2,3,4 ระดับน้ำในซอยสูงประมาณ 40 ซม.
25. บริเวณปากซอยรามอินทรา 5 และช่วงต้นซอยรามอินทรา 5 สูงประมาณ 5-10 ซม. ช่วงกลางซอยจนถึงศูนย์กีฬารามอินทรา ไม่พบน้ำท่วมขัง

26. ซอยรามอินทรา 23 มีน้ำขังประมาณ 5-10 ซม. รถเล็กสัญจรได้
27. หน้าสนามมวยลุมพินี จนถึงสนามกอล์ฟ ทบ. ระดับน้ำสูงประมาณ 5 ซม.
28. ซอยรามอินทรา 19 ระดับน้ำสูงประมาณ 15 ซม.
29. ซอยรามอินทรา 21 ระดับน้ำสูงประมาณ 15 ซม.
30. ซอยรามอินทรา 31 ระดับน้ำสูงประมาณ 10 ซม.

.-008 
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานเขตบางเขน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ประกาศปิด’สกายวอล์ค’ชั่วคราว เหตุรองเท้าไม่เพียงพอต่อ นทท. เปิดอีกที 15 ก.ย.นี้\

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679353

ประกาศปิด'สกายวอล์ค'ชั่วคราว เหตุรองเท้าไม่เพียงพอต่อ นทท. เปิดอีกที 15 ก.ย.นี้

ประกาศปิด’สกายวอล์ค’ชั่วคราว เหตุรองเท้าไม่เพียงพอต่อ นทท. เปิดอีกที 15 ก.ย.นี้

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.23 น.

ประกาศปิดสกายวอล์คชั่วคราว ปมรองเท้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของ นทท.เปิดให้บริการอีกครั้ง 15 ก.ย.นี้

วันนี้ 11 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กสำนักงานเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ได้ประกาศประชาสัมพันธ์ ผ่านเพจ Kanchanaburi Municipality · เมื่อ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมาว่า “ขออภัยในความไม่สะดวก”Sky WalK กาญจนบุรี ปิดบริการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2565 ในเวลา 12.00 น.เป้นต้นไป หากพร้อมเปิดให้บริการ จะประกาศให้ทราบ ในโอกาสต่อไป ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเพจสำนักงานเทศบาลเมืองกาญจนบุรี โพสต์เฟซบุ๊กได้ไม่นาน มีผู้เข้าไปคอมมเนเพื่อสอบถามถึงสาเหตุการประกาศปิดเป็นจำนวนมาก เนื่องจาก ข้อความที่ประกาศนั้น ไม่มีคำอธิบายถึงสาเหตุแต่อย่างใด

แต่อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ได้ออกมาประกาศชี้แจงถึงสาเหตุที่มีความจำเป็นต้องปิดให้บริการ Sky Walk ชั่วคราว แล้ว โดยระบุว่า “ชี้แจงเหตุผล การปิดให้บริการ Sky Walk ชั่วคราว ทั้งนี้ เทศบาลเมืองกาญจนบุรี จะสามารถเปิดให้บริการขึ้นชม Sky Walk ได้อีกครั้ง ในวันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2565 นี้ เป็นต้นไป

เนื่องจากมีประชาชนให้ความสนใจในการขึ้นชม Sky Walk เป็นจำนวนมาก ทำให้รองเท้าสวมสำหรับการขึ้นชม Sky Walk ไม่เพียงพอ ประกอบกับผู้ผลิตรองเท้าอยู่ระหว่างการจัดส่ง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปิดให้บริการขึ้นชม Sky Walk เป็นการชั่วคราว ทั้งนี้เทศบาลเมืองกาญจนบุรี จะสามารถเปิดบริการให้ขึ้นชม Sky Walk ได้อีกครั้ง ในวันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ.2565 เป็นต้นไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ Sky Walk จุดเช็กอินแห่งใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำแควใหญ่ ถ.ริมน้ำหน้าเมือง เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ได้เปิดอย่างเป็นทางการในเวลา 09.09 น.ของวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากนายจีระเกียรติ  ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี มาเป็นประธานเปิด มีนายวสันต์  ภูษิตกาญจนา นายกเทศมนตรีเมืองกาญจนบุรี เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ โดยมีนางรชยา ภูมิสวัสดิ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี นายชำนาญ ชื่นตา นายสมหวัง บุญระยอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวสกายวอล์ค และถนนคนเดินสองแควแห่งนี้ เกิดจากโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาเมืองเก่ากาญจนบุรีและสองฝั่งแม่น้ำแควน้อย” เริ่มจากที่จังหวัดกาญจนบุรีได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาแพรุกล้ำบริเวณแม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อย รวมทั้งทางภาคเอกชน ได้เสนอขอรับการสนับสนุนในการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณสองฝั่งแม่น้ำแควน้อย เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ ก็ได้ส่งมอบให้ทางสำนักงานเทศบาลเมืองกาญจนบุรีดำเนินการเปิดให้บริการประชาชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในตัวเมืองกาญจนบุรี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดกาญจนบุรีต่อไป 

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองกาญจนบุรีได้จัดให้มีถนนคนเดินสองแคว (Songkwae Walking Street) ตั้งอยู่ที่บริเวณถนนริมแม่น้ำแควใหญ่ เปิดทุกวันเสาร์ เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 10 กันยายน 2565 เป็นต้นไป เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. ส่วนสกายวอล์คจะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2565 เป็นต้นไป      

โดยขั้นตอนการเข้าชมนั้นสามารถเข้าชมแบบวอล์คอิน แต่จำกัดจำนวนให้ขึ้นไปชมบรรยากาศได้รอบละ 100-120 คน สำหรับวันจันทร์-ศุกร์  เปิดบริการ 6 รอบ รอบเวลา 09.00-10.00 น./ 10.00-11.00 น. /11.00-12.00 น./15.00-16.00 น. / 16.00-17.00 น. และ 17.00-18.00 น.  (เว้นให้บริการช่วงเวลา 12.00 – 15.00 น.)

ส่วนวันหยุดวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์  เปิดบริการตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. รอบละ 1 ชั่วโมง ตลอดทั้งวัน ซึ่งในช่วงแรกจะเปิดให้ขึ้นชมฟรี  มีค่าใช้จ่ายแค่ค่ารองเท้าขึ้นชม ในราคา คู่ละ 60 บาท โดยรองเท้าที่สามารถสามารถนำกลับไปได้เลย โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเทศบาลเมืองกาญจนบุรี โทร 034-511502

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใต้สุดแดนสยาม!! ‘เบตง’ นทท.ไทย-มาเลเซีย แห่เที่ยววันหยุดคึกคัก

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679278

ใต้สุดแดนสยาม!! 'เบตง' นทท.ไทย-มาเลเซีย แห่เที่ยววันหยุดคึกคัก

ใต้สุดแดนสยาม!! ‘เบตง’ นทท.ไทย-มาเลเซีย แห่เที่ยววันหยุดคึกคัก

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.40 น.

บรรยากาศ การท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยังคงมีประชาชนชาวไทยและมาเลเซีย ใช้ช่วงเวลาของการเดินทางกลับก่อนไปทำงาน แวะท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ กันอย่างคึกคัก

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.65 บรรยากาศท่องเที่ยวในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ภาพรวมยังคงถือว่า ยังคึกคักโดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็น คนไทยที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ที่ยังคงเลือกเดินทางระยะใกล้และนิยมเดินทางด้วยการเช่ารถตู้พร้อมคนขับเพื่อปรับลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยที่ไม่นำรถยนต์ส่วนตัวเพราะราคาน้ำมันที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเลือกพื้นที่ในการเดินทางท่องเที่ยวและยังส่งผลทำให้รายได้จากการเดินทางเที่ยวในประเทศช่วงวันหยุดนี้ในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ยังคงมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยภายหลังจากที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการลงจากสถานการณ์การระบาดโควิด-19ทำให้นักท่องเที่ยใอย่างประเทศมาเลเซีย เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้ ทำให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มกลับมาฟื้นตัว มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากขึ้น ทำให้แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ กลับมาคึกคึกอีกครั้งสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนในพื้นที่

ถึงแม้อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จะอยู่ไกลถึงใต้สุดแดนสยามติดชายแดนประเทศมาเลเซีย อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ก็ยังพบว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย เดินเข้ามามากขึ้นโดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเป็นช่วงปิดภาคเรียนของทางประเทศมาเลเซียทำให้มีนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จำนวนมาก ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในพื้นที่  ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยว ในเดือน สิงหาคมมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวมาเลเซียเข้ามาแล้วราว 4 – 5 แสนคน

 สำหรับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ นี้ และเป็นจุดหมายปลายทางของคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่อำเภอเบตง เมืองรอง แต่มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งธรรมชาติ อย่างทะเลหมอกอัยเยอร์เวง บ่อน้ำพุร้อน อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ เป็นอุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งแรกของเมืองไทย ที่ขุดทอดโค้งให้รถวิ่งไปมา ความยาวตลอดอุโมงค์ ประมาณ 268 เมตร และทำเป็นทางเดินตลอดสองข้างทาง ในช่วงเวลาเย็นจะเปิดไฟประดับอุโมงค์สวยมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปหน้าอุโมงค์นี้เพื่อเป็นที่ระลึก อีกทั้งยังมีอาหารการกินอร่อย อย่าง ไก่เบตง ที่ใครก็บอกว่าเด็ด และความเป็นอยู่ของผู้คนหลายเชื้อชาติที่น่ารักใจดี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ต่างต้องการมาสัมผัส ทำให้อำเภอเบตง กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในทุกช่วงวันหยุดเพราะเป็นหนึ่งในเมืองรองยอดนิยมที่คนไทยและต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องถึงแม้จะมีสถานการณ์ความไม่สงบก็ตาม.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เอาอยู่!! ‘ปู’ ได้ทีโหนน้ำท่วม โอดเสียดายถ้าได้ทำงานต่อปัญหาคงไม่เกิด

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679323

เอาอยู่!! 'ปู' ได้ทีโหนน้ำท่วม โอดเสียดายถ้าได้ทำงานต่อปัญหาคงไม่เกิด

เอาอยู่!! ‘ปู’ ได้ทีโหนน้ำท่วม โอดเสียดายถ้าได้ทำงานต่อปัญหาคงไม่เกิด

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.42 น.

11 ก.ย.65 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ระบุว่า “จากที่ดิฉันได้ติดตามสถานการณ์สภาพอากาศในประเทศไทย เห็นว่าปีนี้เป็นปีที่ฝนตกมาก ทำให้มีปริมาณน้ำมาก แม้อาจจะไม่เท่าปี 2554 แต่ก็อดห่วงพี่น้องเกษตรกรไม่ได้ค่ะ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มภาคกลาง เพราะพบว่ามีการปล่อยให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่นา ทำให้ผลผลิตข้าวของชาวนาได้รับความเสียหาย ทั้งๆ ที่ควรระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยังพร่องอยู่ ขณะที่น้ำจากทุ่งรังสิตกำลังเข้ามาใกล้กรุงเทพฯ

รัฐบาลต้องวางแผนระบายน้ำออกไปยังแม่น้ำบางปะกงและเจ้าพระยาแต่เนิ่นๆ เพราะในสมัยรัฐบาลดิฉัน ได้สร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ​ ไว้แล้วทั้งฝั่งตะวันตก และทางตอนใต้ของคลองรังสิต รวมทั้ง รัฐบาลต้องมีประสานความร่วมมือกับ กทม. ให้สามารถระบายน้ำตามคลองหลักได้อย่างสะดวก มาถึงวันนี้ ดิฉันยังอดเสียดายโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบที่เคยวางแผนมิได้ หากวันนั้นได้มีโอกาสเดินหน้านโยบาย วันนี้ปัญหาเช่นนี้คงไม่เกิด อย่างไรก็ตามดิฉันขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถเร่งจัดการน้ำได้ทันท่วงทีเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและชาวกทม. ด้วยค่ะ”.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดงง!ชายวัย46ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ถูกเรียกกลับไปติดคุกต่ออีก 7 เดือน

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679306

สุดงง!ชายวัย46ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ถูกเรียกกลับไปติดคุกต่ออีก 7 เดือน

สุดงง!ชายวัย46ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ถูกเรียกกลับไปติดคุกต่ออีก 7 เดือน

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.46 น.

สุดงง!ชายวัย46ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ถูกเรียกกลับไปติดคุกต่ออีก 7 เดือน

11 กันยายน 2565 ที่ชมรมทนายความจิตอาสา ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายธีรพิพัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี เจ้าของสวนอโวคาโด ต.ศรีถ้อย อ.แม่สวย จ.เชียงราย เดินทางนำหลักฐานเข้าพบนายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือทนายโป้ง ประธานชมรมทนายความจิตอาสา เพื่อขอความช่วยเหลือหลังไม่ได้รับความเป็นธรรมระหว่างที่อยู่เรือนจำพะเยาได้อภัยโทษ 2 ครั้ง ซึ่งได้ปล่อยตัวออกมาแล้ว ต่อมาทางเรือนจำได้มีหนังสือให้ศาลจังหวัดพะเยา เรียกตัวให้ตนกลับไปรับโทษที่เหลืออีก 7 เดือนเหมือนเดิม ทั้งที่ได้รับอภัยโทษแล้ว

นายธีรพิพัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมาปรึกษาทนายโป้ง เรื่องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในระหว่างที่อยู่เรือนจำจังหวัดพะเยา ข้อหาความผิดเกี่ยวกับเอกสารเซ็นรับรองบุคคลเข้าทะเบียนบ้าน ระหว่างที่อยู่เรือนจำพะเยาตนได้อภัยโทษ 2 ครั้ง และได้ปล่อยตัวออกมา หลังจากปล่อยตัวมาได้ประมาณ 11 วัน ได้มีหนังสือยกเลิกไม่ให้ชั้นพิเศษตนในเดือนตุลาคมปี 2564 แต่คำสั่งนี้ออกมาทีหลังหลายเดือนหลังจากที่ตนโดนปล่อยตัว ตนจึงมาปรึกษาทนายโป้งว่ามีวิธีการแก้ไขอย่างไรบ้าง เพราะว่าทางเรือนจำมีหนังสือให้ศาลจังหวัดพะเยา ให้ตนกลับไปรับโทษที่เหลือ 7 เดือนเหมือนเดิมทั้งที่ได้อภัยโทษ

ทั้งนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาตนให้จำคุก 3 ปี หลังจากนั้นตนได้ทำเรื่องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง หลังจากนั้นศาลฎีกาลงตามศาลชั้นต้นโดยให้จำคุกตน 3 ปี ตนเข้าเรือนจำวันที่ 7 เมษายน 2564 หลังจากนั้นตนถูกปล่อยตัวมาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 รวมแล้วตนติดอยู่ในเรือนจำ 10 เดือน ที่ตนติดแค่ 10 เดือนเนื่องจากในเรือนจำมีการเลื่อนชั้นพิเศษตามคำสั่งของรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม สำหรับโทษของตนไม่เกิน 3 ปี เลยได้ลดโทษ

นายธีรพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นทางเรือนจำได้ปล่อยตัวตนออกมา ต่อมามีหมายเรียกตนให้ไปที่ศาล เพื่อไปรายงานตัว เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่เรือนจำไปยื่นคำร้อง ว่าปล่อยตัวตนผิดพลาด จะให้ตนกลับเข้าไปรับโทษที่เหลืออีก 7 เดือน ตอนนี้ตนได้ให้ทนายยื่นอุทธรณ์ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ตนเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังจากนี้ตนจะไปยื่นคำร้องถึงรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ท่านพิจารณาตรวจสอบตามที่ท่านจัดรายการไว้ Ep.ที่ 129 ซึ่งออกอากาศโดยสรยุทธ สุทัศนะจินดา สัมภาษณ์รายการเรื่องเล่าชาวเรือนจำ ซึ่งให้ผู้ต้องขังในเรือนจำดูทุกอาทิตย์ ท่านให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2564 ว่าในช่วงนี้เป็นช่วงระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อเป็นการลดความเครียดของผู้ต้องขัง ท่านยังให้ชั้นพิเศษเหมือนเดิม ให้เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2564 ตนเข้าข่ายตามที่ออกรายการ ทางเรือนจำจังหวัดพะเยา ได้ตรวจสอบยื่นคำร้องต่อศาลให้ปล่อยตัว

“ตอนนี้ผมรู้สึกไม่สบายใจหลังที่ออกมา เตรียมตั้งหลักลงทุนทำธุรกิจไปแล้วหลายอย่าง ตอนนี้ศาลกลับจะเรียกเข้าไป แล้วใครจะช่วยดูแลธุรกิจที่ทำไว้ ตอนนี้ออกมาได้ 7 เดือนแล้ว อยากให้ทางกรมราชทัณฑ์ช่วยตรวจสอบเอกสารการที่ให้ชั้นพิเศษ ทำไมไม่ให้ช่วงเวลาที่ใกล้กัน แต่ท่านให้เวลาห่างกันเกินไป ท่านบอกเดือนตุลาคม 2564 แต่คำสั่งออกมาเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ถูกปล่อยตัวไปจะทำยังไง ตอนนี้ถ้าศาลสั่งมาให้ไปติดคุก ผมก็คงต้องไป อยากให้ทนายโป้งช่วยดูเอกสารว่าสามารถโต้แย้งอะไรได้หรือไม่ เพราะดูแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรม การที่ปล่อยนักโทษชั้นเยี่ยมออกไปจำนวนมาก แต่เรียกผมกลับเข้าไปรับโทษแค่เพียงคนเดียว ผมก็ไม่เข้าใจ” นายธีรพิพัฒน์ กล่าว

ด้าน “ทนายโป้ง” กล่าวว่า ดูจากเอกสารหลักฐานที่เอามาให้ดูวันนี้ ตอนนี้คดีอยู่ระหว่างชั้นอุทธรณ์ ตามที่ทางเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ยื่นคำร้องขอต่อศาลโดยผ่านพนักงานอัยการ ไต่สวนคำร้องว่าคำสั่งของกรมราชทัณฑ์ที่จะต้องให้มาจำคุกยังขาดอยู่อีก 7 เดือน ต้องกลับไปรับโทษอีก 7 เดือนที่เหลือ ซึ่งตอนนั้นเขาไม่ได้รับหมายศาล ศาลก็เลยพิจารณาไปฝ่ายเดียว เพราะว่าศาลบอกว่านัดโดยชอบแล้วไม่มา ก็เลยพิจารณาคำร้องของกรมราชทัณฑ์ไปฝ่ายเดียว ก็มีคำสั่งตามที่กรมราชทัณฑ์ขอ ศาลมีหมายแจ้งทางนี้ได้ยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว โดยยื่นอุทธรณ์กับศาลอุทธรณ์ภาค 5 คดีนี้อยู่ระหว่างศาลอุทธรณ์พิจารณา

“สิ่งที่จะทำได้ตอนนี้คือต้องยื่นคำร้อง ต่อศาลจังหวัดพะเยาเพื่อให้ ศาลจังหวัดพะเยา มีคำสั่งที่ แจ้งให้เขาไปรับโทษ ให้เป็นการทุเลา ในการที่จะบังคับคดี เพราะฉะนั้นตัวจำเลยมีสิทธิ์ที่จะขอปล่อยตัวชั่วคราวหรือขอประกันตัวโดยยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวหรือติดกำไร EM ดูจากสำนวนทางผู้ร้องมีทนายความอยู่แล้วเมื่อสักครู่ตนโทรหาทนายความ ได้พูดคุยกันแล้วทนายรับทราบว่าจะดำเนินการยังไงต่อ เดี๋ยวจะให้ทนายไปยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว เพราะคดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จะไปบังคับตามที่ศาลมีคำสั่ง ของศาลชั้นต้น โดยต้องทำคำร้องให้ศาลท่านทราบว่าคดีนี้ อยู่ในการพิจารณาศาลอุทธรณ์ภาค 5” ทนายโป้ง กล่าว

ทนายโป้ง กล่าวอีกว่า  ตนไม่รู้ว่าทางตัวเขาเองหรือทางทนายอาจจะผิดหลง ในการที่จะแจ้งต่อศาลชั้นต้นให้ทราบ ศาลชั้นต้นท่านก็ไม่ทราบว่าคดีนี้ อยู่ในการพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือเปล่า เพราะว่าสำนวนมันย้อนไปย้อนมา และวิธีการส่งหมายที่อยู่ของเขามันส่งหมายยาก เพราะที่อยู่อยู่ในที่สูงซึ่งอยู่ในเขา ซึ่งการติดต่อที่จะรับหมายมันเลยยากอาจจะไม่ทราบข้อมูล ทางผู้เสียหายจะไปยื่น หนังสือกับกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ตรวจสอบกับกรมราชทัณฑ์ ติดต่อไปที่เรือนจำจังหวัดพะเยา เพื่อให้ทราบว่ามีอะไรผิดพลาดคลาดเคลื่อนหรือเปล่า หรือมีข้อมูลไม่ตรงกันหรือเปล่า เขาไม่มีสิทธิ์ไปคัดค้าน ในชั้นไต่สวนตั้งแต่ทีแรกเพราะเขาไม่ได้รับหมาย

ทั้งนี้ จะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมราชทัณฑ์ และเรือนจำจังหวัดพะเยา การที่คุณจะพิจารณา เลื่อนชั้นนักโทษคุณควรจะรอบคอบ ไม่ใช่มีหนังสือคำสั่งปล่อยตัวไปแล้ว แล้วจะมาเลือกกลับคืน เนื่องจาก คิดคำนวณวันเดือนปีผิดพลาด หรือมีการคิดจำนวนชั้นโทษผิดพลาด หรือดูระเบียบผิดพลาดไป ซึ่งเรื่องนี้โอกาสผิดพลาดน้อยมากซึ่งเรือน ทุกเรือนจำจะมีคณะ กรรมการพิจารณาเรื่องลดโทษอยู่แล้ว โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีอัยการจังหวัด และคณะกรรมการครบถ้วน เพราะฉะนั้นถ้ามีคำสั่งหมายปล่อยมาแล้วก็ควรจะร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ตอนหลังเห็นว่ามีการประชุมคณะกรรมการ พิจารณาเรื่องของการลดโทษประจำจังหวัด มีการทักท้วง ต้นคิดว่าทางราชทัณฑ์ก็น่าจะคำนวณ ให้ถูกต้องและกลั่นกรองให้ดีก่อน ก่อนที่จะเสนอคณะกรรมการที่พิจารณาลด โทษ หรือพักโทษ เพราะฉะนั้นเมื่อคณะกรรมการพิจารณา แล้วก็ถือว่า เป็นคำสั่งที่เด็ดขาดแล้ว ที่ชอบแล้ว ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง

“ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องของสิทธิเสรีภาพ 1 วันแม้กระทั่ง 1 ชั่วโมงในเรือนจำ ไม่มีใครอยากไปอยู่ นี่ขาดหายไป 7 เดือนต้องกลับไปรับโทษใหม่ สิ่งที่คุณทำ ควรต้องรับผิดชอบ และยอมรับ ไม่ใช่อะไรผิดพลาดแล้วมา เรียกร้องกับเขา ซึ่งเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย กับการที่คุณพิจารณาผิดพลาด ฝากรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมช่วยพิจารณา ให้ด้วย” ทนายโป้ง กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,940,233 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ
ครม.ฉีกMOU44 ลั่นไทยแลนด์เฟิร์ส กัมพูชาแถลงเสียใจ
เอ็ดดี้ ผ่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สะพานข้ามวิกฤต หรือ หนี้ซื้อเวลา? จี้รัฐบาลตอบให้ชัด 4 ข้อใหญ่
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ๑๐๓ ปี วันคล้ายวันประสูติ ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์’
ส่องอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิซ่า BLACKPINK กระทบไหล่เซเลบระดับโลก
ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
ณัฐพงษ์ นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม.เงา จี้ 3 ข้อเสนอเรียกเยียวยา ‘ขนส่ง-ประมง’
กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยัน การหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผล ลั่นไม่ได้หาเรื่อง
นราพัฒน์ ตั้งคำถาม แลนด์บริดจ์ ดีจริงแค่ไหน? หวั่นคุ้มทุนไม่จริง-กลายเป็นภาระยาว
ไฟเขียวพรก.กู้เงิน4แสนล. รับมือสู้วิกฤต ขุนคลังอ้างจำเป็นเร่งด่วน

Recent Posts

  • เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้
  • ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ
  • ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
  • ญาติ “ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ในกลุ่มบริษัท “ฮวยวัน” เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์
  • อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d