Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ในมุมของ‘ชูวิทย์’ ชำแหละ 5 ข้อจุกๆ ฝนตกน้ำท่วม ‘ชัชชาติ’โดนวางงาน?

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679233

ในมุมของ‘ชูวิทย์’ ชำแหละ 5 ข้อจุกๆ ฝนตกน้ำท่วม ‘ชัชชาติ’โดนวางงาน?

ในมุมของ‘ชูวิทย์’ ชำแหละ 5 ข้อจุกๆ ฝนตกน้ำท่วม ‘ชัชชาติ’โดนวางงาน?

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 08.04 น.

ในมุมของ‘ชูวิทย์’ ชำแหละ 5 ข้อจุกๆ ฝนตกน้ำท่วม ‘ชัชชาติ’โดนวางงาน?

11 กันยายน 2565 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืนชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” เกี่ยวกับสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วม กทม. มีเนื้อหาดังนี้…

“ฝนตก ชัชชาติโดนวางงาน

ระยะเวลา 3 เดือนประเมินผลการทำงานของท่านผู้ว่าชัชชาติ หน้าฝน

1. การใช้สรรพกำลัง และทรัพยากรที่มีอยู่ของ กทม. ไม่ได้ประสิทธิภาพ เพราะยังจับทางไม่ถูก ที่ปรึกษาเขี้ยวลาก มัวล้างบางคนเก่า

2. ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ อาสา กู้ภัย มูลนิธิ กรมชลประทาน กรมการปกครองไม่เป็น มีแต่คนพยักหน้า แต่เดินทำงานเอาหน้า ครับผมแค่ปาก

3. ยังไม่มีการประสานแผนรับมือน้ำท่วมกับจังหวัดรอบนอก ต่างคนต่างทำ จึงเกิดน้ำท่วมหนักที่รังสิต แล้วไหลลามถึงดอนเมือง บางเขน รามอินทรา ลาดพร้าว ส่วนชั้นในกรุงเทพฯเองก็ไม่เบา ท่วมหมด

4. บริหารบุคคลไม่ลงตัว ตั้งแต่ ผอ.เขตลงมา ไม่เชื่อถือการปฏิบัติงานของผู้ว่าฯ เช่น เทศกิจออกมาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมน้อยมาก ทั้งที่เป็นหน้าที่โดยตรง

ส่วนบรรดา ผอ. สารพัด ตัวใครตัวมัน วันก่อนมีข่าวโยธาฯ จะโดนย้ายฟ้าผ่า แค่เอาตัวรอดก็เหนื่อยแล้ว

5. การสั่งการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นหน้างานตามประสาวิศวกร ไม่มีแผนล่วงหน้า ตั้งรับตามพิมพ์เขียวอย่างเดียว ไม่มีแผนรุกแบบนักบริหาร และนักยุทธศาสตร์

เอาแค่นี้ ก็จุกแล้ว

หากปีหน้ายังเป็นแบบนี้ มีหวังโดนรับเละ

โชคดีครับ ท่านผู้ว่าฯ กทม.

ส่วนคน กทม. ตัวใครตัวมันครับ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แทบมิดหลังคา!เปิดภาพน้ำทะลัก‘ลานจอดรถ’ชั้นใต้ดิน คอนโดฯย่านบางเขน

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679230

แทบมิดหลังคา!เปิดภาพน้ำทะลัก‘ลานจอดรถ’ชั้นใต้ดิน คอนโดฯย่านบางเขน

แทบมิดหลังคา!เปิดภาพน้ำทะลัก‘ลานจอดรถ’ชั้นใต้ดิน คอนโดฯย่านบางเขน

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 07.35 น.

แทบมิดหลังคา!เปิดภาพน้ำทะลัก‘ลานจอดรถ’ชั้นใต้ดิน คอนโดฯย่านบางเขน

11 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเมื่อคืนวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของ กทม. โดยเฉพาะเขตสายไหม ดอนเมือง และบางเขน ซึ่งต้องพบกับปัญหาน้ำท่วมขังหลายจุด

ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 กันยายน 2565) เพจ “Survive – สายไหมต้องรอด” ได้โพสต์ภาพลานจอดรถชั้นใต้ดินของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งบน ถ.เทพรักษ์-พหลโยธิน เขตบางเขน ซึ่งถูกน้ำทะลักเข้าท่วมทั้งหมด รถยนต์จมน้ำได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งระดับน้ำสูงท่วมจนรถเก๋งจมน้ำเกือบมิดหลังคารถทั้งคัน

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หยุด‘ความรุนแรงในครอบครัว’ ปรับมุมคิด‘บ้านเขา..เรา (ยุ่ง)ได้’

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679191

หยุด‘ความรุนแรงในครอบครัว’  ปรับมุมคิด‘บ้านเขา..เรา (ยุ่ง)ได้’

หยุด‘ความรุนแรงในครอบครัว’ ปรับมุมคิด‘บ้านเขา..เรา (ยุ่ง)ได้’

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“เรื่องบ้านเขาเราอย่าไปยุ่ง” เป็นคำพูดที่สอนต่อๆ กันมาในสังคมไทย ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะหลายกรณีเมื่อคนนอกเข้าไปยุ่ง ต่อมาเมื่อคนในครอบครัวที่เป็นคู่กรณีกันเกิดคุยกันรู้เรื่อง-ตกลงกันได้ คนนอกก็มักจะได้รับผลกระทบถูกมองในแง่ลบจากคนในครอบครัวนั้นเสียเอง อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณีอีกเช่นกัน การที่สังคมรอบข้างเพิกเฉยละเลย กลับกลายเป็นทำให้สถานการณ์ “ความรุนแรงในครอบครัว” ในบ้านนั้นยิ่งรุนแรงขึ้น และบางครั้งอาจลุกลามบานปลายกลายเป็นเหตุน่าสลดใจ

ในทางกลับกัน “การยื่นมือเข้าช่วยตั้งแต่เนิ่นๆ ก็อาจช่วยตัดวงจรความรุนแรงลงได้” ดังกรณีตัวอย่างที่ สุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นำมาบอกเล่าในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องของเด็กสาววัย 15 ปี ถูกบิดา-มารดาทำร้ายร่างกายด้วยวิธีการต่างๆ จนเกิดรอยฟกช้ำและบาดแผลตามร่างกาย รวมทั้งถูกบังคับให้กู้ยืมเงินผู้อื่นมาใช้จ่ายในครอบครัว กระทั่งญาติของเด็กสาวตัดสินใจเข้าร้องเรียนกับ กสม. ในเดือน ธ.ค. 2564

ต่อมาในเดือน มี.ค. 2565 กสม. ได้ทราบความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ได้ส่งนักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงรายและเครือข่ายชุมชน ประกอบด้วย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสารวัตรกำนันตำบล ฝ่ายรักษาความสงบในหมู่บ้าน ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านบิดามารดาของผู้เสียหายที่จังหวัดเชียงใหม่ และบ้านยายของผู้เสียหายที่จังหวัดเชียงราย จนได้ทราบว่าครัวเรือนนี้มีลูก 3 คน โดยผู้เสียหายเป็นลูกคนโต ทางครอบครัวมีภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและหนี้สินนอกระบบที่ค้างชำระจำนวนมาก

“จากการเจรจา บิดา-มารดาได้ตกลงให้ผู้เสียหายอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของยายและให้คำมั่นว่าจะเลิกแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับผู้เสียหาย ทั้งนี้ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงรายได้มีมติให้ผู้นำชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมเฝ้าระวังเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หากได้รับแจ้งว่าบิดามารดามารับผู้เสียหายไปดูแล ให้ตาและยายสามารถแจ้งไปยังผู้นำชุมชนเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วน รวมทั้งจะประสานขอรับการช่วยเหลือจากเงินกองทุนคุ้มครองเด็กจังหวัดเชียงรายเพื่อให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูต่อไป” สุภัทรา ระบุ

ล่าสุดจากการติดตามของเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เมื่อเดือน พ.ค. และ ส.ค. 2565 ได้ความว่า ปัจจุบันผู้เสียหายยังคงอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของยาย ซึ่งบิดา
เคยติดต่อยายของผู้เสียหายเพื่อขอรับผู้เสียหายไปอุปการะเลี้ยงดูอีกครั้ง แต่ยายของผู้เสียหายไม่ให้ความยินยอม ปัจจุบันจึงไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นกับผู้เสียหายแล้ว ดังนั้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2565 จึงมีมติเห็นชอบผลการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนดังกล่าว

และมอบหมายเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ให้คำแนะนำแก่ผู้ร้องว่าหากเกิดเหตุการณ์ตามคำร้องเรียนอีก ผู้ร้องสามารถขอความช่วยเหลือจากสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนและการบังคับคดีประจำจังหวัดของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

อย่างไรก็ตาม “กรณีนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่เด็กถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งยังดีที่ญาติไม่เพิกเฉยและร้องเรียนมายัง กสม. กระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” ถึงกระนั้นยังมีเด็กและผู้หญิงจำนวนมากที่ถูกกระทำความรุนแรงในที่ที่ควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัย โดยเพื่อนบ้าน ญาติ ชุมชน หรือเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องไม่สนใจหรือเพิกเฉยเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัวของผู้อื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติกันและหันมายื่นมือให้ความช่วยเหลือเหยื่อของความรุนแรง

ทั้งนี้ สอดคล้องตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มาตรา 5 ที่กำหนดให้ผู้พบเห็นหรือทราบการกระทำความรุนแรงในครอบครัว มีหน้าที่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย โดยเมื่อมีการแจ้งเหตุแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าว มีอำนาจหน้าที่เข้าไปยังสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งก็จะเริ่มจากกระบวนการพูดคุยสอบถามทั้งฝ่ายผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ เพื่อหาสาเหตุที่มาที่ไปของความรุนแรงนั้น

“อย่างน้อยที่สุด พบเห็นแล้วแจ้งเป็นเรื่องสำคัญ เราควรจะมีการเผยแพร่และทำความเข้าใจให้ประชาชนปรับเปลี่ยนทัศนคติมุมมอง ว่าเรื่องความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องภายในที่คนนอกไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว เราต้องช่วยกันปรับเปลี่ยนมุมมองอันนี้ เพราะการกระทำความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นใครกระทำต่อใครเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีสถานะของการเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือเป็นสามี-ภรรยา” สุภัทรา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : โขนรามคำแหงอนุรักษ์ศิลปะไทย

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679199

รายงานพิเศษ : โขนรามคำแหงอนุรักษ์ศิลปะไทย

รายงานพิเศษ : โขนรามคำแหงอนุรักษ์ศิลปะไทย

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผ่านไปแล้วการจัดแสดงโขนรามคำแหงสุดอลังการของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ชุด “ศรีราม ศรีราชะอโยธยา” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาส 5 ทศวรรษ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นประธาน มีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ร่วมชมการแสดงจำนวนมาก เมื่อเร็วๆ นี้ณ ห้องประชุม 322 ชั้น 3 อาคารสุโขทัย

ภายในงานมีการแสดง รำถวายพระพรทศมินทราธิราช โขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด ศรีราม ศรีราชะอโยธยา(พระรามเดินดง-ขาดเศียรขาดกร-หนุมานชูกล่องดวงใจ-พระรามคืนนคร) จัดโดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นการรวมพลังนักแสดงจากทั่วประเทศทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง สมาชิกโขนรามคำแหง และผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมแสดงโขนรามคำแหง อำนวยการสอนโดย ครูสมศักดิ์ ทัดติประธานการฝึกซ้อมโขนรามคำแหงครูไพฑูรย์ เข้มแข็ง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (โขน-ละคร)

โอกาสนี้ อาจารย์อรอนงค์อิงชำนิ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ กล่าวว่า การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด “ศรีราม ศรีราชะอโยธยา” จัดแสดงขึ้นเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง 50 ปี การสถาปนามหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับ “พระรามครองเมือง” ซึ่งมีความหมายเป็นมงคลแห่งการมีชัยชนะของพระราม ภายหลังเสร็จสิ้นการศึกกับทศกัณฐ์เจ้ากรุงลงกา พร้อมทั้งการแสดงแทรกระหว่างเนื้อหาของโขนด้วยการเฉลิมฉลองผ่านการแสดงมหรสพต่างๆ เพื่อให้คณาจารย์ ศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบัน และบุคลากรได้ร่วมใจแสดงในมงคลวาระเช่นนี้

“ในนามของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ขอขอบคุณผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณาจารย์ บุคลากรทุกฝ่าย ศิษย์เก่า นักศึกษา ผู้ชม และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การแสดงโขนครั้งนี้เกิดขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะศิลปกรรมศาสตร์ จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยและประเทศไทยในโอกาสอื่นๆ ต่อไป”

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ กล่าวว่า ศิลปะการแสดงโขน เป็นวิจิตรศิลป์ที่มีความสำคัญทั้งเป็นมหรสพหลวงของราชสำนัก ทั้งยังใช้ในพิธีกรรมและการสมโภชในวาระต่างๆ ซึ่งเป็นสื่อทางวัฒนธรรมที่ให้ความบันเทิงและสะท้อนความเป็นไทยได้ชัดเจนที่สุด โขนจึงเป็นศิลปะการแสดงรายการแรกของประเทศไทยที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากองค์การยูเนสโก เมื่อ พ.ศ.2561

มหาวิทยาลัยรามคำแหงมีพันธกิจที่สำคัญทั้งสิ้น 6 ด้าน ประการหนึ่ง คือ การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม โดยมีรูปแบบทั้งการบูรณาการกับการเรียนการสอน การวิจัย รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ด้านศิลปกรรมศาสตร์ ซึ่งมหาวิทยาลัยส่งเสริมและจัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง

ในระยะเวลา 5 ทศวรรษที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยรามคำแหง กิจกรรมหนึ่งที่ชาวรามคำแหงมีความภาคภูมิใจ คือ การก่อตั้ง “โขนรามคำแหง” ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 ด้วยการริเริ่มของรองศาสตราจารย์รังสรรค์ แสงสุข อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง โขนคณะนี้มีการฝึกหัด ฝึกซ้อม รวมถึงจัดแสดงมาโดยตลอดระยะเวลา 19 ปี สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย เป็นที่รู้จักและยอมรับทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ

การจัดแสดงโขนรามคำแหง ชุด “ศรีราม ศรีราชะอโยธยา” ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นมหรสพเฉลิมฉลอง โอกาส5 ทศวรรษ ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นผลงานเชิงประจักษ์อีกชิ้นหนึ่งที่ได้เน้นย้ำถึงเจตนารมณ์พร้อมทั้งแสดงศักยภาพของมหาวิทยาลัยรามคำแหงในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม อันมีส่วนทำให้ชาวไทยได้เห็นถึงคุณค่าของการแสดงโขน เข้าใจ ภูมิใจ และตระหนักในความเป็นไทย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ส.ป.ก. จัดกิจกรรมใหญ่ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เฉลิมพระเกียรติ‘ในหลวง ร.10-สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679182

ส.ป.ก. จัดกิจกรรมใหญ่ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค  เฉลิมพระเกียรติ‘ในหลวง ร.10-สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

ส.ป.ก. จัดกิจกรรมใหญ่ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เฉลิมพระเกียรติ‘ในหลวง ร.10-สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เนื่องด้วยใน ปี พ.ศ.2565 เป็นปีมหามงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2565ซึ่งเป็นวาระอันสำคัญยิ่งของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมกันในการแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยและคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ผ่านมาทำให้จำนวนผู้บริจาคโลหิตได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการรับบริจาคโลหิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยที่ต้องใช้โลหิตตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ โดยโรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 340 แห่ง มีความต้องการใช้โลหิตวันละ 6,500-7,000 ยูนิต แต่ปริมาณการบริจาคโลหิตได้เพียงวันละ 2,000 ยูนิตเท่านั้น ทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งไม่มีโลหิตเพียงพอในการรักษาและผ่าตัดผู้ป่วย ทำให้การรักษาไม่อาจทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจส่งผลอันตรายแก่ผู้ป่วยถึงชีวิตได้

นอกจากปริมาณโลหิตที่ไม่เพียงพอ ยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ยังเป็นปัจจัยสำคัญอีกสิ่งในการรักษาพยาบาลที่ขาดแคลน โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ดังนั้นการบริจาคโลหิต ยา และเวชภัณฑ์ ถือเป็นการทำบุญสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ เป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้เจ็บป่วยที่ต้องการการรักษาพยาบาลที่ดี

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จึงได้จัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2565 โดยจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 นอกจากจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชนและระบบบริการทางด้านสาธารณสุขของประเทศแล้ว ผลกระทบต่อเนื่องที่สำคัญคือการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นไปด้วยความยากลำบากมากขึ้น ดังนั้นเป้าหมายของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเฉลิมพระเกียรติฯ ให้พระองค์ท่านแล้ว ส.ป.ก. ยังคาดหวังว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นจะช่วยส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดการพัฒนาตามพระราชปณิธานโครงการพระราชดำริในด้านต่างๆ ทั้งในเรื่องของการสนับสนุนระบบบริการสาธารณสุข การสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของชุมชน การส่งเสริมการประกอบอาชีพและการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับชุมชน

สำหรับรูปแบบการจัดกิจกรรมจะมีขึ้นทั้งในส่วนกลางและในเขตปฏิรูปที่ดิน 4 ภาค แบ่งได้ 2 ส่วนดังนี้ 1) ส่วนกลาง จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศลเฉลิมพระเกียรติฯ โดยจัดขึ้น ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ถนนราชดำเนินนอก มี 2 กิจกรรมคือ กิจกรรมบริจาคโลหิต ให้แก่สภากาชาดไทย/กองธนาคารเลือด สถาบันพยาธิวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในวันพุธที่ 20 กรกฎาคม 2565 เวลา 08.30-13.30 น.ณ ห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก และกิจกรรม ส.ป.ก. อาสารับบริจาคยา เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2565

2) ส่วนภูมิภาค จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ดังนี้ 2.1 ภาคเหนือ 17 จังหวัด (17 ชุมชน)จัดกิจกรรมปลูกป่า สร้างฝายชะลอน้ำ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า
สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 ณ จังหวัดน่าน ซึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การมอบกล้าพันธุ์ไม้เพื่อสนับสนุน โครงการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 1 ล้านไร่ ถวายพ่อ ให้แก่นายอำเภอภูเพียงและผู้นำชุมชนพิธีบวชป่าในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน 295-3-23 ไร่ปลูกต้นไม้ ประเภท ไม้ยืนต้น ไม้เศรษฐกิจไม้ป่า จำนวน 900 ต้น

กิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ มอบพันธุ์ปลาและส่งมอบฝายชะลอน้ำให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำเกี๋ยนและเกษตรกรใช้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นการสร้างจิตสำนึกภายในชุมชนให้ตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นแหล่งอาหารของชุมชน สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

2.2 ภาคกลาง จัดกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ ณ จังหวัดนครนายก และมีการจัดกิจกรรมปลูกป่าโดยปลูกต้นไม้ จำนวน 900 ต้น ประกอบด้วยต้นไม้ประจำพระองค์ ในหลวงรัชกาลที่ 10 (ต้นรวงผึ้ง) ต้นไม้ประจำชาติไทย(ต้นราชพฤกษ์) ต้นไม้ประจำจังหวัดนครนายก (ต้นสุพรรณิการ์) ไม้ยืนต้น ไม้เศรษฐกิจ และไม้ป่า ซึ่งการปลูกป่านี้เป็นกิจกรรมปลูกจิตสำนึกและมีประโยชน์ต่อทุกคน ทั้งการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การรักษาความชุ่มชื้นและความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ทั้งยังสามารถเป็นแหล่งอาหารของชุมชนและเกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากป่าได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในเขตปฏิรูปที่ดินหมู่ที่ 6 ตำบลดอนยอ อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก จำนวนมากกว่า 100,000 ตัว ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์และรักษาระบบนิเวศในพื้นที่ และให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ในอนาคต

2.3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดกิจกรรมปลูกป่าสร้างอาหารชุมชน แจกต้นพันธุ์พืชผัก ณ จังหวัดมหาสารคาม วันที่ 19 สิงหาคม 2565 ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในเขตปฏิรูปที่ดิน บ้านหนองบ่อ หมู่ที่ 2 ตำบลหนองเรือ อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม กิจกรรมร่วมพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา จำนวน 190 ตัวเพื่อนำไปส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ของโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริและกิจกรรมมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือแก่เกษตรกรที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการเป็นกรณีพิเศษ

สำหรับโคเพศเมีย จำนวน 100 ตัว นำไปมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสกลนคร กระบือเพศเมีย จำนวน 90 ตัว มอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นการสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ร่วมกันอนุรักษ์และเพิ่มจำนวนโค กระบือของประเทศไทยให้มากขึ้นและเกษตรกรมีอาชีพ มีรายได้ สามารถนำโค-กระบือไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ภายใต้หลักเกณฑ์ของโครงการโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริต่อไป

2.4 ภาคใต้ จัดกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯณ จังหวัดพัทลุง รวมทั้งรับมอบกล้าพันธุ์ไม้มงคลและไม้สำคัญในพื้นที่ รวม 5 ชนิด ได้แก่ ต้นพะยอม (ต้นไม้ประจำจังหวัดพัทลุง) ต้นตะเคียนทอง ต้นจำปาทอง ต้นหลุมพอ และต้นมะม่วงหิมพานต์รวมทั้งสิ้น 1,200 ต้นเพื่อเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อประชาชนชาวไทยให้อยู่ดีมีสุขมีจิตสาธารณะ เกิดความรักความสามัคคี มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม และทำประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์

อีกทั้งจะทำให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างชุมชนและเจ้าหน้าที่ในการดูแล รักษา และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตปฏิรูปที่ดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ และสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘สูงวัย’ไม่หวั่น‘ดิจิทัล’ เปิดใจเรียนรู้-ใช้เป็น‘มีโอกาส’

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679194

สกู๊ปแนวหน้า :  ‘สูงวัย’ไม่หวั่น‘ดิจิทัล’  เปิดใจเรียนรู้-ใช้เป็น‘มีโอกาส’

สกู๊ปแนวหน้า : ‘สูงวัย’ไม่หวั่น‘ดิจิทัล’ เปิดใจเรียนรู้-ใช้เป็น‘มีโอกาส’

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“12,116,199 คน” เป็นจำนวนของ “ผู้สูงอายุ” ในประเทศไทย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 18.3 ของประชากรทั้งหมด 66,165,261 คน ในช่วงเวลาเดียวกัน (ข้อมูล ณ เดือนมกราคม 2565 โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย) ดังนั้นไทยจึงเป็นประเทศที่อยู่ในภาวะ “สังคมสูงวัย” และมุ่งหน้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยสมบูรณ์ และสังคมสูงวัยระดับสุดยอด ในอนาคตอันใกล้

เมื่อกล่าวถึงผู้สูงอายุ “เทคโนโลยีดิจิทัล” ดูเหมือนจะเป็น “ยาขม” อยู่ไม่น้อย เห็นได้จากในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา หนึ่งใน “ดราม่า” สำคัญคือมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ของภาครัฐที่มุ่งเน้นให้ดำเนินการผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล แม้เข้าใจได้ว่าเพื่อลดการสัมผัสวัตถุหรือรวมกลุ่มคน แต่ก็มักจะมีเสียงสะท้อนเสมอว่าทำให้ผู้สูงอายุเหมือนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เนื่องด้วยไม่ถนัดในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งหลายคนอย่าว่าแต่ใช้แพ็กเกจอินเตอร์เนต แม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือก็ยังคงเลือกใช้แบบปุ่มกดแทนที่จะเป็นสมาร์ทโฟน

รศ.ดร.พนม คลี่ฉายา อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในงานเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง “เทคโนโลยีกับผู้สูงวัย” จัดโดย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุ (มส.ผส.) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า การเตรียมความพร้อมให้กับผู้สูงอายุในเรื่องของเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะปัจจุบันสังคมไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุค New Normal และสังคมดิจิทัล ซึ่งแต่เดิมผู้สูงอายุกับคอมพิวเตอร์ไม่ค่อยถูกกัน จึงอยากเปิดมุมมองใหม่ว่า เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่ผู้สูงอายุสามารถใช้ในการดูแลตนเองได้

ทั้งนี้ มุมมองที่สำคัญ “คือผู้สูงอายุทุกคนจะต้องมีความกระปรี้กระเปร่า” ซึ่งอยากจะลบภาพเดิมที่มองว่าวัยเกษียณต้องไปเลี้ยงหลาน และยังพบอีกว่าปัจจุบันมุมมองดังกล่าวที่มีต่อผู้สูงอายุไม่ได้มีทุกคน นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีกับผู้สูงอายุ จะต้องเคารพภูมิปัญญา ความสามารถ หรือต้นทุนทางความคิดของผู้สูงอายุ ซึ่งเทคโนโลยีสามารถดึงเอาภูมิปัญญาและความสามารถของผู้สูงอายุมาใช้สร้างความกระปรี้กระเปร่าได้

รศ.ดร.พนม กล่าวต่อไปว่า “ปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเอง” โดยการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และมีการสร้างเนื้อหา
(Content) ที่มีการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งสามารถมีรายได้จากส่วนแบ่งเข้าชมในแพลตฟอร์มออนไลน์ และอาจจะมีพัฒนาเพื่อสร้างรายได้จากสินค้าของตัวเอง อีกทั้งมีผู้สูงอายุปรับตัวโดยใช้เทคเทคโนโลยีเพื่อดูแลสุขภาพ เช่น “สมาร์ทวอทช์” หรือนาฬิกาที่บอกข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับร่างกายผู้ใช้งาน ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

“แต่ผู้สูงอายุในระดับกลางและผู้สูงอายุที่มีความเปราะบางจะถูกบังคับในการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐฯที่จะต้องผ่านเรื่องของเทคโนโลยี เช่น แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ซึ่งในช่วงยุคโควิด-19 จะต้องเว้นระยะห่าง ซึ่งการไปสถานพยาบาลจะต้องผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือเวลามองผู้สูงอายุในเรื่องของเทคโนโลยีจะต้องแยกกลุ่มให้ชัดเจน เนื่องจากผู้สูงอายุทั้งหมดไม่ได้คล่องแคล่วกับการใช้เทคโนโลยี ซึ่งผู้สูงอายุแต่ละช่วงวัยจะมีความคล่องแคล่วในการใช้เทคโนโลยี และการปรับตัวที่แตกต่างกัน” รศ.ดร.พนม กล่าว

รศ.ดร.พนม ให้ความเห็นว่า “การพัฒนาเทคโนโลยีในกับผู้สูงอายุจะต้องมองเป็นกลุ่มๆ” โดยแบ่งเป็น 1.กลุ่มอายุ 60–70 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุตอนต้น
มีความคล่องตัวในการใช้เทคโนโลยีในระดับปานกลางและดี กับ 2.กลุ่มอายุ 70–80 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุตอนกลางและตอนปลาย จะมีทักษะเรื่องเทคโนโลยีน้อย ขณะเดียวกัน ยังมี “กลุ่มผู้สูงอายุในอนาคต” ที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 40-49 ปี และกลุ่มอายุ 50-59 ปี ซึ่งมีความคล่องตัวและแรงจูงใจในการใช้เทคโนโลยีสูงกว่าผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

สุดท้ายที่ละทิ้งไม่ได้คือ “กลุ่มผู้สูงอายุเปราะบาง” อาทิ ฐานะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี อยู่คนเดียวไม่มีลูกหลานดูแล และป่วยติดเตียง ซึ่งเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เทคโนโลยีไม่ค่อยเข้าถึง แต่คนกลุ่มนี้ใช้เทคโนโลยีเช่นกัน เช่น ใช้ไลน์และเฟซบุ๊ค และบางคนใช้แค่โทรศัพท์แบบปุ่มกด โดยสิ่งที่จะต้องมองคือ “การพัฒนาเทคโนโลยีในกลุ่มเปราะบาง จะนำความคิดในงานวิจัยไปบอกกลุ่มนี้ไม่ได้” โดยบางคนคิดว่าเทคโนโลยียังเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น และยังพบอีกว่า “แม้จะมีความคล่องตัวในการใช้เทคโนโลยี แต่ยังขาดสัญญาณอินเตอร์เนต” มองว่าเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน

ขณะที่ สุธีรา จำลองศุภลักษณ์ กรรมการบริษัท OPPY : ชมรมคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนตเพื่อผู้สูงอายุ กล่าวว่า การออกแบบหลักสูตรของ OPPY จะมีหลักการ ไม่ใช่เล่นคอมพิวเตอร์เป็นก็สามารถออกแบบหลักสูตรได้ โดยจะใช้หลักการ ADDY Model ในการออกแบบหลักสูตรโดยเฉพาะ ซึ่งมีสิ่งที่สำคัญคือ “การวิเคราะห์” จะต้องวิเคราะห์ให้ขาดว่าผู้เรียนของเราคือใคร เนื่องจาก “กลุ่มผู้เรียนแต่ละช่วงอายุและการศึกษาจะมีบริบทของการออกแบบหลักสูตรที่ไม่เหมือนกัน” จึงต้องวิเคราะห์ลึกมากเพื่อที่จะทำการสอนได้อย่างตรงกลุ่มและถูกต้อง

โดยแบ่งเป็น 1.เขาคือใคร จะต้องรู้ว่าสภาพร่างกายของผู้เรียนเป็นอย่างไร โดยคลาสเรียนจะไม่เกิน 10 คน เพราะว่าครูจะได้ดูแลใกล้ชิดและทั่วถึง เพื่อที่จะให้ผู้เรียนทำได้และทำเป็นตามที่ผู้เรียนต้องมี และ 2.วิเคราะห์ผู้เรียน โดยวิเคราะห์ว่าคนแต่ละกลุ่มมีลักษณะและความจำเป็นอย่างไร โดยเนื้อหาที่มีทั้งหมดผู้เรียนควรจะได้รับขนาดไหน และควรจะมีพื้นฐานจากที่ใดก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ ฉะนั้นผู้สอนจะยัดเยียดเนื้อหาให้ผู้เรียนไม่ได้ แต่เวลาสอนจะให้ผู้เรียนทำซ้ำหลายๆ รอบ และให้ข้อมูลที่จำเป็น

ด้าน มะลิ สีดี เจ้าของเพจ “ผ้าไหมป้ามะลิ บุรีรัมย์” ผู้สูงอายุที่เปิดใจเรียนรู้เพื่อปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล เปิดเผยว่า สาเหตุที่อยากเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี เนื่องจากเป็นประธานกลุ่มแม่บ้านขายผ้าไหม จึงคิดว่าการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน ซึ่งก็ยอมรับว่า “ตอนแรกเรียนไม่รู้เรื่องเพราะสูงอายุแล้วความจำไม่ค่อยดี” แต่พอเรียนรู้ได้เบื้องต้นก็ได้นำความรู้ที่ได้มานำไปขายผ้าไหม ด้วยการให้หมายเลขโทรศัพท์กับลูกค้าที่จะซื้อผ้า

ต่อมาได้ลองใช้หมายเลขโทรศัพท์ผูกกับบัญชีธนาคาร เมื่อเวลาลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารจะแจ้งเตือนเป็น SMS ซึ่งถือได้ว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีอีกรูปแบบหนึ่ง ตามด้วยเรียนรู้การใช้สมาร์ทโฟนเพื่อที่จะขายผ้าไหมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยการเรียนรู้ในการตั้งเฟซบุ๊คเพจ และได้เรียนรู้การถ่ายรูปสินค้า เมื่อเข้าสู่ช่วงโควิด-19 ระบาด ทำให้มีผลกระทบขายสินค้าหน้าร้านไม่ค่อยได้ แต่ยังขายได้ต่อเนื่องผ่านช่องทางออนไลน์

จึงทำให้เห็นว่า “แม้จะสูงอายุ แต่ไม่มีข้อจำกัดถ้าอยากเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี” ซึ่งการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆจะต้องปรับเข้าหา!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ผู้ว่าฯหมูป่า’เข้าผ่าตัดใหญ่ นอนรักษาตัว 3 สัปดาห์แล้ว ลั่นหายเมื่อไหร่พร้อมลุย

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679217

'ผู้ว่าฯหมูป่า'เข้าผ่าตัดใหญ่ นอนรักษาตัว 3 สัปดาห์แล้ว ลั่นหายเมื่อไหร่พร้อมลุย

‘ผู้ว่าฯหมูป่า’เข้าผ่าตัดใหญ่ นอนรักษาตัว 3 สัปดาห์แล้ว ลั่นหายเมื่อไหร่พร้อมลุย

วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.49 น.

วันที่ 10 กันยายน 2565 เพจเฟซบุ๊ก PR.Thailand โพสต์ภาพนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมข้อความระบุว่า ขอส่งกำลังใจให้ผู้ว่าฯหมูป่าหายป่วยไวๆ น้ำท่วมปทุมฯรอบนี้มีหลายคนถามหาผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ว่าหายไปไหน ติดถ้ำอยู่หรือเปล่าถึงไม่ออกมาช่วยชาวบ้าน บางคนก็บอกว่าสงสัยยังไม่ตื่น

ซึ่งที่จริงแล้วขณะนี้ท่านผู้ว่าฯนอนรักษาตัวหลังการผ่าตัดใหญ่อยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช 3 สัปดาห์แล้ว และระหว่างที่รักษาตัวก็ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ประสานสั่งการท่านรองผู้ว่าอยู่เป็นระยะ

ผู้ว่าฯหมูป่ายังฝากแอดมินมาบอกทุกคนว่าถ้าหายเมื่อไหร่พร้อมลุยเหมือนเดิม และฝากความห่วงใยถึงพี่น้องชาวปทุมฯ และขอบคุณแฟนเพจที่ร่วมส่งกำลังใจให้ด้วยจ้า ดูน้อยลง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันหยุด! ผู้ปกครองพาบุตรหลานเที่ยวเล่นน้ำตกหลังทำบุญข้าวสาร์ทคึกคัก

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679198

วันหยุด! ผู้ปกครองพาบุตรหลานเที่ยวเล่นน้ำตกหลังทำบุญข้าวสาร์ทคึกคัก

วันหยุด! ผู้ปกครองพาบุตรหลานเที่ยวเล่นน้ำตกหลังทำบุญข้าวสาร์ทคึกคัก

วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.00 น.

วันหยุดฝนงดตก! ผู้ปกครองพาบุตรหลานเที่ยวเล่นน้ำตกห้วยจันทร์ ตำบลห้วยจันทร์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ คลายร้อนหลังทำบุญข้าวสาร์ทคึกคัก

วันที่ 10 ก.ย.65 วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ชาวอีสานทำบุญใหญ่กันเรียกว่าบุญข้าวสาร์ท หลังจากเข้าวัดทำบุญกันเสร็จเรียบร้อยแล้วประกอบกับเป็นวันหยุดราชการ พ่อแม่ผู้ปกครองพาบุตรหลานออกท่องเที่ยวพักผ่อน ซึ่งวันนี้ฝนไม่ตกอากาศร้อนอบอ้าว จึงพาเด็กที่เป็นบุตรหลานไปเที่ยวเล่นน้ำคลายร้อนกัน ทำให้บรรยากาศที่น้ำตกห้วยจันทร์ ต.ห้วยจันทร์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ มีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวอำเภอขุนหาญ อำเภอใกล้เคียง และจากต่างอำเภอต่างจังหวัดมาเที่ยวเล่นน้ำกันคึกคัก 

ทั้งนี้ หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด รัฐบาลได้ประกาศปิดสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ทำให้พ่อค้าแม่ค้าท่าค้าขายอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวได้รับกระทบเป็นอย่างมาก ผู้ประกอบการร้านค้าที่น้ำตกห้วยจันทร์ซึ่งมีกว่า 35 รายต่างก็ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากไม่ได้ค้าขายทำให้ขาดรายได้ พอมาเปิดการท่องเที่ยว ทำให้ได้กลับมาค้าขายมีรายได้โดยเฉพาะวันหยุดมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวกันจำนวนมาก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แปลกแต่จริง!ญาติจัดรำวงย้อนยุคต่อหน้าเมรุฌาปนกิจตามคำสั่งเสียของอดีตนางรำ

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679174

แปลกแต่จริง!ญาติจัดรำวงย้อนยุคต่อหน้าเมรุฌาปนกิจตามคำสั่งเสียของอดีตนางรำ

แปลกแต่จริง!ญาติจัดรำวงย้อนยุคต่อหน้าเมรุฌาปนกิจตามคำสั่งเสียของอดีตนางรำ

วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.53 น.

นางรำกว่า 20 ชีวิตร่วมรำรวงย้อนยุคต่อหน้าเมรุ ก่อนฌาปนกิจศพ ตามคำสั่งเสียของอดีตนางรำรุ่นบุกเบิกของวงรำวงย้อนยุคชื่อวง “รวมพลัง” เนื่องจากผู้เสียชีวิตชื่นชอบการรำวงย้อนยุคอย่างมาก สร้างความแปลก และแตกต่างจากงานศพทั่วไป

วันนี้ (10 ก.ย.65) ที่บริเวณเมรุ วัดทองหลาง ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้มีพิธีฌาปนกิจศพของนางลำพูน แสงเถื่อน อายุ 77 ปี ชาว ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่เสียชีวิตจากด้วยโรคประจำตัว ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช เมื่อวันที่ 5 ก.ย.65 ที่ผ่านมา ทางญาติได้บำเพ็ญกุศลตั้งศพไว้ 3 วัน จนกระทั่งวันนี้ได้มีพิธีฌาปนกิจศพ ก่อนมีพิธีทอดผ้าบังสุกุล นั้นทางญาติ ได้จัดให้มีการรำวงย้อนยุคให้กับผู้ที่มาร่วมพิธีฌาปนกิจศพ นานเกือบ 1 ชั่วโมง โดยบรรยากาศในการรำย้อนยุคหน้าเมรุ ครั้งนี้มีทั้งเครื่องเสียงดนตรี และนางรำสวมชุดสวยงามพร้อมเพียงทำให้ผู้ที่มาร่วมรำวงย้อนยุคได้สัมผัสกับบรรยากาศครื้นเครง ไม่แตกต่างกับเวทีรำวงตามงานวัดต่างๆ ทีเดียว

นางบัวขาว ช้างรบ อายุ 74 ปี น้องสาวคนเล็กของผู้วายชนม์ กล่าวว่า นางลำพูนพี่สาวได้สั่งเสียก่อนเสียชีวิตว่าหากได้จากโลกนี้ไปแล้วก็ให้จัดรำวงย้อนยุค ต่อหน้าเมรุ ก่อนฌาปนกิจศพ เนื่องจากพี่สาวเป็นคนชื่นชอบรำวง ถึงแม้ว่าเดิมที จะมีอาชีพเกษตรกรรม แต่ยามว่าง ก็จะไปร่วมรำวงย้อนยุค กับวงรำวงย้อนยุคชื่อวง “รวมพลัง “ มักจะเล่นที่เทศบาลนครพิษณุโลกเป็นประจำ ทำให้เมื่อจะฌาปนกิจศพนางลำพูน ทางคณะรำวงย้อนยุค ก็มาทำการแสดงรำวงให้กับผู้วายชนม์ ตามคำสั่งเสีย

นายเชาวฤทธิ์ แจ้งแก้ว ผู้ดูแลวงรวมพลัง กล่าวว่า นางลำพูน ผู้วายชนม์เป็นคนชื่นชอบรำวงย้อนยุคมากและเป็นคนบุกเบิกรำวงย้อนยุคคณะรวมพลัง หมู่ 2 บ้านทองหลาง ต.มะขามสูง ตั้งแต่ปี 2552 เริ่มเล่นภายในหมู่บ้านก่อน จากนั้นก็ไปเล่นในงานวัดใหญ่และที่ถนนคนเดิน จะมีนางรำทั้งหมด 50 คน อยู่บนเวที 25 คน อยู่ข้างล่างหน้าเวที 25 คน นางรำของคณะมีอายุมากและหลายคนเจ็บป่วยปวดขาปวดเข่ารำไม่ไหวแล้ว 

สำหรับป้าลำพูนเป็นคนสู้จริงๆ จะชอบรำวงมากจริง ๆ ซึ่งในการรำวงย้อนยุค ต่อหน้าพิธีศพ ถึงแม้ว่าจะเป็นการสั่งเสียของนางลำพูน ก็ตาม แต่นางรำทุกท่าน ต่างรู้สึกเสียใจ และเสียดาย ของการจากไปของผู้ชื่นชอบรำวงย้อนยุคอีกท่านหนึ่ง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ข้าวเม่าพอกเงินล้าน’วัดหาดมูลกระบือเปิดขายหน้า’วัดใหญ่’พิษณุโลกวันแรก

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679164

'ข้าวเม่าพอกเงินล้าน'วัดหาดมูลกระบือเปิดขายหน้า'วัดใหญ่'พิษณุโลกวันแรก

‘ข้าวเม่าพอกเงินล้าน’วัดหาดมูลกระบือเปิดขายหน้า’วัดใหญ่’พิษณุโลกวันแรก

วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.26 น.

คณะกรรมการวัดหาดมูลกระบือ จังหวัดพิจิตร นำข้าวเม่าพอกมาขายด้านหน้าวัดใหญ่ เมืองพิษณุโลก ช่วงแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน เผยปีนี้ตั้งเป้าขายไว้ 500,000 บาทเนื่องจากปีนี้วัตถุดิบแพงขึ้น

วันที่ 10 ก.ย.65 ที่บริเวณหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) จังหวัดพิษณุโลก คณะกรรมการวัดหาดมูลกระบือ จังหวัดพิจิตร ได้ออกร้านตั้งเต้นท์จำหน่ายข้าวเม่าพอกในช่วงที่การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานจังหวัดพิษณุโลกประจำปี 2565 เป็นวันแรก โดยมีประชาชนที่สนใจเข้าแถวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากข้าวเม่าพอกของวัดหาดมูลกระบือ มีรสชาติอร่อย และจำหน่ายปีละ 1 ครั้ง ซึ่งในปีนี้ได้เตรียมกล้วยไข่ที่เป็นวัตถุดิบมากกว่า 1 ตัน เพื่อนำมาทอดจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจในราคาแพละ 45 บาท โดยจะจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 10-18 กันยายน 2565

นายสงกรานต์ มากยิ้ม คณะกรรทการวัดหาดมูลกระบือ กล่าวว่า หลังจากโควิดระบาด 2 ปี ทางวัดฯ ก็ไม่ได้ออกทอดข้าวเม่าพอก ตามงานแข่งเรืออีกเลย จนมาปีนี้ ทางคณะกรรมการวัดได้ร่วมแรงร่วมใจอีกครั้ง กลับมาขายข้าวเม่าพอก เพียงแค่งานแข่งเรือในจ.พิจิตรและพิษณุโลก นั้น เพื่อหารายได้นำไปพัฒนาวัดหาดมูลกระบือ โดยแต่ละปีในงานแข่งจะมีรายได้จากการทอดข้าวเม่าพอกแห่งละประมาณ 1 ล้านบาท แต่ในปีนี้วัตถุดิบก็เริ่มแพงขึ้น ทำให้ในงานแข่งเรือที่พิจิตรที่ผ่านมามีรายได้ประมาณ 5 แสนบาทส่วนที่จังหวัดพิษณุโลก ปีนี้ ตั้งเป้าไว้ประมาณ 5 แสนบาทเช่นกัน

นอกจากนี้ที่ จ.พิษณุโลกปีนี้ ไม่ได้นำอุปกรณ์ และวัตถุดิบ มาทอดข้าวเม่าพอกกันสดๆ เนื่องจากสถานที่ไม่เอื้ออำนวยมากนัก ทางคณะกรรมการวัดฯ ได้พร้อมใจกันทอด กันที่วัดหาดมูลกระบือ จ.พิษณุโลก จากนั้นก็ขนมาขายที่พิษณุโลก วันหนึ่งประมาณ 1,000 แพ หากประชาชนท่านใด ที่เคยชิม และอยากชิมข้าวเม่าพอก ของวัดหาดมูลกระบือ ก็สามารถมาซื้อกันที่ได้ที่หน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่กันได้ ไปจนถึงงานแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทาน ของ จ.พิษณุโลก เสร็จสิ้น – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,940,302 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ
ครม.ฉีกMOU44 ลั่นไทยแลนด์เฟิร์ส กัมพูชาแถลงเสียใจ
เอ็ดดี้ ผ่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สะพานข้ามวิกฤต หรือ หนี้ซื้อเวลา? จี้รัฐบาลตอบให้ชัด 4 ข้อใหญ่
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ๑๐๓ ปี วันคล้ายวันประสูติ ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์’
ส่องอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิซ่า BLACKPINK กระทบไหล่เซเลบระดับโลก
นราพัฒน์ ตั้งคำถาม แลนด์บริดจ์ ดีจริงแค่ไหน? หวั่นคุ้มทุนไม่จริง-กลายเป็นภาระยาว
ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
ณัฐพงษ์ นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม.เงา จี้ 3 ข้อเสนอเรียกเยียวยา ‘ขนส่ง-ประมง’
กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยัน การหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผล ลั่นไม่ได้หาเรื่อง
ก.เกษตรฯ จัดพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์ องค์พระพิรุณทรงนาค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล

Recent Posts

  • DMD LAND 3 : THE FINAL LAND ‘LAND OF FUSION’ ทุ่มทุนสูงกว่า 70 ล้านบาท สนุกมาราธอนกว่า 7 ชั่วโมง
  • ‘SMTR25’ ประสบความสำเร็จกับแฟนมีตติ้ง ณ กรุงโซล พร้อมปิดท้ายทัวร์ที่ประเทศไทย
  • ปังข้ามประเทศ! ‘อุ้ม– แบม’ ดังไกลแบบฉุดไม่อยู่ บินกระทบไหล่แฟนคลับไทเป
  • เตรียมความพร้อมทุกภาคส่วน เดินหน้าเทศกาลดนตรีระดับโลก ‘Tomorrowland Thailand’
  • ออร่าตัวแม่พุ่งกระจายส่องดูชัดๆกับลุค ลิซ่า ในชุดสูทสีขาวประดับเฟอร์สุดหรูเซ็กซี่ขยี้ใจ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d