Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เบาได้เบา! อย่าทิ้งคุณตาไว้กับหลาน ไม่เช่นนั้นจะเป็นแบบนี้!

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679086

เบาได้เบา! อย่าทิ้งคุณตาไว้กับหลาน ไม่เช่นนั้นจะเป็นแบบนี้!

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.14 น.

9 ก.ย.65 ผู้ใช้ TikTok ชื่อว่า @oo_nan_oo7 โพสต์สุดฮา เมื่อคุณแม่ท่านหนึ่งได้ปล่อยหลานไว้กับคุณตาลำพัง พอกลับมาเจออีกทีคุณตาอยู่ในสภาพที่เปลี่ยนไปจากเดิม เพราะหลานวัยซนเอาแป้งมาปะให้คุณตา เล่นเอาซะหมดกระป๋อง ขาวโพลนตั้งแต่หัวจดเท้า ทำเอาชาวเน็นเข้ามาคอมเมนต์ว่า อย่าทิ้งคุณตาไว้กับหลาน ,คุณตาชุบแป้งทอด เรียกว่าฮากันทั้งโซเชียลเลยทีเดียว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้า’สิงห์ดอก’ตายแล้วไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัสดี : หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679060

เจ้า'สิงห์ดอก'ตายแล้วไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัสดี : หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

เจ้า’สิงห์ดอก’ตายแล้วไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัสดี : หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.27 น.

“ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท มีคนเอาหมามาปล่อยเสมอๆ จนปรากฏเป็นฝูงใหญ่ หมาฝูงนี้มีหัวหน้าอยู่ตัวหนึ่ง ตัวเป็นดอกๆ เลยเรียกกันว่า “เจ้าสิงห์ดอก” หมาตัวนี้รู้สึกว่าจะมีความเฉลียวฉลาดผิดหมาทั่วไป รู้จักฟังธรรมและบังคับบัญชาลูกน้อง เวลาจะมีคนมาขโมยของวัด เจ้าสิงห์ดอกจะจัดวางกำลังกองทัพหมาไว้ป้องกันเป็นอย่างดี

วันหนึ่งไม่รู้ว่าเจ้าสิงห์ดอกเขานึกอย่างไร เขาจัดการวางกำลัง จัดกำลังไว้บนกุฏิ ๔ ตัว ที่วัดมีช่องทางเข้าวัด ๓ ทาง มันก็วางกำลังจุกไว้หมดทุกทาง แล้วก็มีอีกชุดหนึ่งนอนรวมกันอยู่เป็นกลุ่ม สักประเดี๋ยวมันก็กระโดดไปทางฝั่งกุฏิของพระครูวิชาญ เดี๋ยวเดียวมีเสียงเป๋ง ไอ้ตัวนั้นคงหลับ ทุกคืนไม่เคยมีอย่างนี้ ก็เลยสั่งพระสั่งเณรว่าคืนนี้พร้อมไว้ เราเป็นทหารของพระพุทธเจ้า ถ้าใครมาเอาของสงฆ์ละเอาชีวิตแลกเลย

เวลาสักทุ่มเศษๆ เราดับไฟเงียบแล้วนอนกันอยู่ที่นั่น ห้ามพูด ห้ามสูบบุหรี่ พอหกทุ่มกว่าๆ เสียงข้างล่างเจี๊ยวเลย คือที่ชายป่ามีเสียงเห่า เจ้าสิงห์ดอกก็เดินยามของเขาไม่ได้หยุดเลย พอมีเสียงเห่ามันก็ขับฝูงพิเศษพรวดออกไปตัวเขาก็กระโดดตาม

ปรากฏว่าตอนเช้าได้ปืนกระบอกหนึ่ง ผ้าขาวม้า ๒ ผืน ป่าราบไปเลย

โดยปกติต้องเลี้ยงข้าวกะละมังขนาดพระหิ้ว ๒ องค์ มื้อละตั้ง ๓ กะละมัง ชาวบ้านเขาเห็นเขากลัวหมาอด ทีนี้ก็เอาข้าวสารมาเลี้ยงหมาไม่ใช่เลี้ยงพระ คราวหนึ่งต้องไปที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เดือนหนึ่ง ก็สั่งพระสั่งเณรไว้ ให้สตางค์ไว้ ถ้าข้าวสารไม่มีกับข้าวไม่มีก็ให้เอาปลามาต้มเค็มเพราะมันกินได้นาน ถ้ามันเริ่มจะไม่กินก็เปลี่ยนเป็นต้มยำบ้าง ต้มส้มก็ได้ พอกลับมาปรากฏว่าสตางค์ไม่หมด เขาบอกว่าอาตมาไม่อยู่ ชาวบ้านเขากลัวหมาอดก็เอาต้มเค็มบ้าง ต้มส้มบ้าง หม้อใหญ่ๆ เลย

เณรที่มีหน้าที่อุ่นอาหารตอนนั้นชื่อ “เปีย” บอกอาตมาไม่อยู่ยิ่งรวยใหญ่

คราวหนึ่งมีข่าวว่าผู้ร้ายจะมาเอาพระพุทธรูป เป็นพระสุโขทัยสำริดเงิน

คำว่า “สำริด” มี ๓ อย่าง คือ มีทองคำ มีเงิน และก็ดีบุก เขาเรียกว่า “สามฤทธิ์” ไม่ใช่สำริด เราเรียกเสียงห้วนไป ตาชมช่างหล่อพระเขาบอก ถ้าออกสีของแร่ไหนมากก็เรียกสำริดอย่างนั้น นอกจากพระสุโขทัยสำริดเงินแล้วยังมีพระเชียงแสนอีก ๒ องค์ ของเก่าทั้งนั้นที่ขโมยมุ่งจะเอา มาวันหนึ่งยายแก่ไปหาหน่อไม้ ไปเจอะมันกำลังนอนสูบใบพลูอยู่ใต้กอไผ่ ๕ คน แกก็เลยส่งข่าวมาบอก ตอนนั้นหลังวัดยังเป็นป่าอยู่ แต่เวลานี้เขาถางหมดแล้ว พระครูวิชาญได้สร้างโรงเรียน เมื่อได้ข่าวก็ไปบอกผู้บังคับกองตำรวจชื่อ “จำลอง” เลยให้ตำรวจมา ๔ คน แกบอกว่า “หลวงพ่อทหารมาก ผมว่าตำรวจคนเดียวก็พอ”

เอ..ดันไปเชื่อหมาเสียอีก พอดีทายกเขามาก็เลยบอกสองสามคืนให้มานอนด้วยกันหน่อย ยังไงๆ มันต้องกดคอพระครูวิชาญแน่ ไอ้จะปล้นแบบตูมตามน่ะมันไม่ทำหรอก

พอคืนที่สองเจ้าสิงห์ดอกจัดเวรอีกแล้ว เลยบอกตำรวจสังเกตคืนนี้ขโมยต้องเข้า ให้เตรียมตะครุบให้ดีเถอะ ถึงเวลามันเข้ามา มองเห็นคนร้ายไปชิดกุฏิพระครูวิชาญ เอาไม้พาดกำลังจะปีนขึ้นเท่านั้น ไม่มีเสียงเลย เจ้าสิงห์ดอกบุกเงียบ มันฟัดเสียแหลกเลย หน้าตาเละหมด ได้ครบ ๕ คนโดยตำรวจไม่ต้องยิงเลย

เจ้าสิงห์ดอกนี้มันเก่งจริงๆ เวลาเจริญพระกรรมฐานเขาต้องมาอยู่หมดทั้งฝูง วันนั้นมันจะตาย ตอนคํ่าเจริญพระกรรมฐานเขามาอยู่ด้วย ตอนตี ๒ ฉันออกไปเจริญพระกรรมฐานหน้ากุฏิคนเดียว ตามปกติมันนั่งอยู่หน้าลูกกรง แต่วันนั้นมันขอเข้าก็เลยให้เข้า มันเข้ามานอนเอาหัวพาดตัก พอตี ๔ พระลุกขึ้นทำวัตร มันก็ลุกบ้าง ปลัดบุญธรรมแกทักว่า “อ้อ..สิงห์ดอกรึมานี่ มาหาหลวงพี่ที่นี่” มันก็เข้าไปใกล้ไปนอนฟังจนจบ จบแล้วก็กลับมาที่หน้าพระพุทธรูปที่เขาเจริญพระกรรมฐาน แล้วตายตรงนั้น

เวลาเขาตายเราก็ไม่รู้ พอใกล้สว่าง เห็นเทวดาองค์หนึ่งสว่างจ้าเลย ถามว่า “ใคร” เขาตอบว่า “ผมเทวดาสิงห์ดอกครับ” ถามชื่อจริงๆ เขาก็บอกแต่จำไม่ได้แล้ว ทรงผ้าพื้นเขียว เสื้อพื้นขาวแต่เพชรพราว ถามแกว่า “อยู่ชั้นไหน” ตอบว่า “ชั้นปรนิมมิตวสวัสดีครับ” ชั้นปรนิมมิตวสวัสดีนี่เขาต้องได้ฌาน ๔ นะ เขาบอกว่า “ผมก็ได้เหมือนกันนี่ครับ” เอ๊ะ ได้อย่างไร เขาอธิบายว่า”ที่หลวงพ่อไปทำพระกรรมฐานนั้น ผมก็ไปนั่งด้วยความเคารพ จิตมันทรงตัว”

จริงสิ เวลาเทศน์เป็นไม่ได้ เจ้าสิงห์ดอกเขามานั่งหรี่ตามอง ทำหางกระดุกกระดิกๆ ชอบใจจนกว่าจะจบ ไม่ว่าใครเทศน์มันก็ไป พอพระตีระฆังเท่านั้นไปแล้วอยู่ไม่ได้

นี่เห็นไหม หมาไปเป็นเทวดาได้ แต่คนถ้าตายแล้วไปเกิดเป็นหมาก็ซวยเต็มทีละ..”

ขอบคุณลานธรรมจักร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คู่รักวัยเรียนสุดโจ่งครึ่ม! ฝ่ายหญิงก้ม‘กินไอติม’กลางร้านกาแฟ

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679028

คู่รักวัยเรียนสุดโจ่งครึ่ม! ฝ่ายหญิงก้ม‘กินไอติม’กลางร้านกาแฟ

คู่รักวัยเรียนสุดโจ่งครึ่ม! ฝ่ายหญิงก้ม‘กินไอติม’กลางร้านกาแฟ

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.58 น.

วันที่ 9 กันยายน 256 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิป ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ โหลกแดง in the Multiverse of Madness ที่แชร์คลิปเหตุการณ์คู่รักวัยเรียนก่อเหตุ 18+ กลางร้านกาแฟ

โดยเพจโหลกแดงฯ โพสต์ข้อความ ระบุว่า “ไปเจอมาในทวิต มีบางคนบอกมันเป็นสิทธิของเขา คือxxเอาแค่กอดจูบxxยังพอคิดแบบนั้นได้ แต่เล่นxxxกันในร้านกาแฟxxว่าเกินไปนะ”

โดยในคลิปดังกล่าวจะเห็นได้ว่ามีนักเรียนหญิงและชายวัยมัธยมนั่งอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง แต่กลับมีท่านั่งแปลกๆ เพราะฝ่ายหญิงนั่งก้มลงไปช่วงต้นขาผู้ชาย พร้อมมีมือฝ่ายชายเอาหมอนรองนั่งของทางร้านมาบัง โดยมือของเด็กหนุ่มคนดังกล่าวยังกดศีรษะฝ่ายหญิง

หลังจากคลิปถูกโพสต์ออกไปก็มีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วอจารณ์มากมาย โดยมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม 

ขอบคุณคลิป : โหลกแดง in the Multiverse of Madness

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วิกฤตน้ำท่วมระยอง! สาวคลอดลูกบนรถหน้า รพ.แกลง คอหวยส่องทะเบียนรถ

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679024

วิกฤตน้ำท่วมระยอง! สาวคลอดลูกบนรถหน้า รพ.แกลง คอหวยส่องทะเบียนรถ

วิกฤตน้ำท่วมระยอง! สาวคลอดลูกบนรถหน้า รพ.แกลง คอหวยส่องทะเบียนรถ

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.30 น.

สาวสุดอั้น! คลอดลูกบนรถหน้า รพ.แกลงขณะติดน้ำท่วมอยู่บนถนน หมอพยาบาลวิ่งช่วยทุลักทุเล ก่อนที่ทำคลอดสำเร็จปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก 

วันที่ 9 ก.ย.65 เจ้าหน้าที่กู้ภัยพุทธศาสตร์สงเคราะห์ได้รับแจ้งว่ามีสาวท้องแก่กำลังปวดท้องใกล้คลอดอยู่ในรถกระบะแคป สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บพ-3486 ระยองที่จอดติดน้ำท่วมอยู่บนถนนสุขุมวิทหน้า รพ.แกลง อ.แกลง จ.ระยอง จึงประสานแพทย์ และพยาบาล รพ.แกลงให้นำเครื่องมือออกมาช่วยทำคลอดพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางไปให้ความช่วยเหลือทันที

เมื่อเดินทางไปถึงจุดรับแจ้ง ซึ่งอยู่ตรงหน้า รพ.แกลง ที่มีน้ำท่วมสูงระดับหัวเข่า ซึ่งทางโรงพยาบาลปิดเส้นทางไม่ให้รถเข้าไป พบกับผู้หญิงท้องแก่ใส่ชุดคลุมท้องสีบานเย็นที่กำลังร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดอยู่ในรถยนต์เพราะใกล้คลอดเต็มทีน้ำคร่ำแตกแล้ว เจ้าหน้าที่พยาบาลและเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงรีบช่วยกันนำตัวออกมาจากรถเพื่อจะพาเข้าไปทำคลอดในโรงพยาบาล  

แต่ปรากฎว่าเด็กใกล้จะคลอดออกมาแล้วจึงต้องช่วยกันอุ้มขึ้นไปบนกระบะและช่วยทำคลอดกันบนรถข้างถนนท่ามกลางน้ำท่วมโดยใช้เวลาทำคลอดประมาณ 30 นาทีทารกก็คลอดออกมาได้สำเร็จ เป็นทารกเพศชายน้ำหนักประมาณ 2.7 กิโลกรัม เวลาคลอด 09.59 ก่อนจะพาทั้งแม่และทารกขึ้นรถเข็นพาเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อตัดสายสะดือและ ดูแลหลังคลอดต่อไป ซึ่งล่าสุดปลอดภัยแล้วทั้งแม่และทารกแต่ยังคงพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล 

จากการสอบถามสามีของสาวท้องแก่ เปิดเผยว่า ภรรยาขื่อ น.ส.ดาววี อายุ 26 ปี สัญชาติลาว โดยก่อนคลอดได้ปวดท้องอยู่ที่บ้านจึงพาขึ้นรถยนต์แล้วรีบขับมา รพ.แกลง แต่เนื่องด้วยเส้นทางถูกน้ำท่วมจึงต้องใช้เส้นทางอ้อม จึงทำให้ล่าช้า พอมาถึงทางเข้าโรงพยาบาลกลับมีน้ำท่วมตรงทางเข้าและมีการปิดห้ามเข้ารถยนต์เข้าไป ขณะที่กำลังจะลงไปแจ้งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ปรากฎว่าภรรยาปวดท้องใกล้คลอด น้ำคร่ำแตกออกมา จึงรีบวิ่งไปแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้มาช่วยภรรยาแต่ก็ไม่ทันต้องทำคลอดบนรถ ดีใจมากภรรยาและลูกชายปลอดภัย ซึ่งเป็นบุตรคนที่ 2 คนแรกเป็นผู้ชายอายุ 4 ขวบแล้วต้องขอขอบคุณแพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่กู้ภัยทุกคนที่ช่วยเหลือ 

ด้านชาวบ้านที่มาคอยลุ้นตอนทำคลอดต่างดีใจกันทุกคนที่แม่และเด็กปลอดภัย ส่วนเซียนหวยไม่พลาดที่จะส่องเลขทะเบียนรถ น้ำหนักทารก และวันเวลาเกิด 496 959 และ 27 59 เตรียมนำไปเสี่ยงโชค เพราะเชื่อว่าเป็นสิริมงคล – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทเรียนใหญ่มาก! หนุ่มใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถปุ๊บ พุ่งชนบ้านถล่มทั้งแถบ

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679004

บทเรียนใหญ่มาก! หนุ่มใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถปุ๊บ พุ่งชนบ้านถล่มทั้งแถบ

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.29 น.

บทเรียนใหญ่มาก! หนุ่มใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถปุ๊บ พุ่งชนบ้านถล่มทั้งแถบ

กลายเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ใช้รถ เมื่อผู้ใช้ติ๊กต๊อกชื่อ @baokonsan ได้โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถกระบะ ที่จอดอยู่บริเวณหน้าบ้าน แต่เมื่อสตาร์ทรถและเหยียบคลัตช์ รถค่อยๆเคลื่อนไปข้างหน้าและพุ่งชนบ้านจนพังถล่ม แถมข้างในบ้าน ยังมีคนอยู่อีกด้วย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา 

โดยเจ้าของคลิป ยังเผยถึงเหตุระทึกครั้งนี้ว่า ” รถในคลิปเป็นรถกระบะเกียร์ธรรมดา ก่อนหน้านั้นคาดว่ารถถูกจอดโดยใส่เกียร์ไว้ ไม่ได้ปลดเป็นเกียร์ว่าง พอก่อนเกิดเหตุ รุ่นน้องได้วอร์มเครื่องยนต์ก่อนออกไปทำงาน แต่พอเปิดประตูรถ และเอาขาข้างหนึ่งเหยียบคลัชต์ มือก็บิดกุญแจสตาร์ต ปรากฏว่ารถได้พุ่งชนกำแพงบ้านพังทั้งแถบตามที่เห็น จอดรถทุกครั้งให้ใส่เกียร์ P เท่านั้น ไม่งั้นจะเป็นแบบนี้ได้ “

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ระวัง!กรมการแพทย์เตือน‘6 โรคผิวหนัง’ที่มากับฝน ผิดปกติรีบปรึกษาหมอ

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678995

ระวัง!กรมการแพทย์เตือน‘6 โรคผิวหนัง’ที่มากับฝน ผิดปกติรีบปรึกษาหมอ

ระวัง!กรมการแพทย์เตือน‘6 โรคผิวหนัง’ที่มากับฝน ผิดปกติรีบปรึกษาหมอ

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.09 น.

ระวัง!กรมการแพทย์เตือน‘6 โรคผิวหนัง’ที่มากับฝน ผิดปกติรีบปรึกษาหมอ

9 กันยายน 2565 นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ช่วงนี้ฝนตกแทบทุกวัน หน้าฝนเป็นช่วงที่มีความชื้นในอากาศสูง ทำให้มีการเจริญเติบโตของเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรีย อีกทั้งประชาชนยังต้องเดินทางไปทำงานนอกบ้าน อาจต้องโดนฝน ลุยน้ำ เสื้อผ้าเปียก ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคผิวหนังตามมาได้ง่าย ซึ่งโรคผิวหนังที่พบบ่อยในช่วงหน้าฝนคือ โรคน้ำกัดเท้า โรคกลาก และเกลื้อน โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ โรคผิวหนังอักเสบจากแมลงกัดต่อย โรคเท้าเหม็น และสิวเห่อ หมั่นสังเกตตนเองอยู่เสมอหากมีอาการผิดปกติทางผิวหนัง แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยรักษาที่ถูกต้อง

ด้านแพทย์หญิงมิ่งขวัญ  วิชัยดิษฐ  ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง  กรมการแพทย์  กล่าวเพิ่มเติมว่า  6 โรคผิวหนังยอดฮิต ที่มากับหน้าฝน คือ

1.  โรคน้ำกัดเท้า (Athlete’s foot หรือ Hong Kong foot) 

โรคผิวหนังที่เกิดกับเท้า และซอกนิ้วเท้า มีสาเหตุมาจากเชื้อรากลุ่ม Dermatophytes  ซึ่งก็คือเชื้อราชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคกลากนั่นเอง  ความอับชื้นของถุงเท้ารองเท้า จากการลุยฝนลุยน้ำ มีส่วนทำให้เชื้อเจริญเติบโตได้ดี  และหรืออาจติดจากสิ่งของเครื่องใช้ที่มีเชื้อนี้อยู่ก็ได้ และอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ การดูแลรักษา สามารถให้ยาทาฆ่าเชื้อราภายนอก หรือพิจารณาให้ยารับประทาน ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง  ความกว้างของพื้นที่ติดเชื้อ และภาวะภูมิต้านทานของผู้ป่วยเองด้วย

2. โรคกลาก (Dermatophytosis) และเกลื้อน ( Tinea Versicolor)

คือ โรคผิวหนังติดเชื้อรา โดยกลากเป็นเชื้อรากลุ่ม Dermatophyte เช่นเดียวกันกับโรคน้ำกัดเท้า ซึ่งเชื้อชนิดนี้สามารถเป็นกับผิวหนังได้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณอับชื้นเช่นขาหนีบ ก้น ส่วนเกลื้อนเป็นเชื้อรากลุ่ม Pityriosporum ซึ่งจะให้ลักษณะทางคลินิกที่แตกต่างกัน การดูแลรักษา ก็เช่นเดียวกับโรคน้ำกัดเท้า และทั้งสองกลุ่มโรคนี้ ควรต้องรักษาความสะอาดร่างกายและเสื้อผ้าที่สวมใส่ให้แห้งสะอาดอยู่เสมอ

3. โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ (Atopic eczema)

ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ผิวหนังจะมีความไวต่อการเกิดผื่น โดยผื่นอาจถูกกระตุ้นให้เห่อขึ้นได้ เมื่อมีความชื้นมาก  เหงื่อที่ระบายได้ยาก และการเสียดสี แม้แต่การติดเชื้อราหรือแบคทีเรียเล็ก ๆ น้อย ๆ บนผิวหนัง ก็สามารถทำให้ผื่นภูมิแพ้แย่ลงได้ การดูแลรักษา คือการดูแลความสะอาดด้วยสารทำความสะอาดที่ไม่รุนแรงต่อผิว เลือกทาครีมบำรุงเป็นประจำที่ไม่มีสารก่อระคายเคืองเข่นน้ำหอมหรือสารเร่งให้ขาว เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไป

4.ผิวหนังอักเสบจากแมลงสัตว์กัดต่อย  

ในฤดูฝนอาจมีแมลงต่าง ๆ แตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่  โดยเฉพาะแมลงบิน แมลงดูดเลือด อย่างเช่นยุงชนิดต่าง ๆ ริ้นดำ ริ้นทะเล และแมลงอื่นที่ไม่ได้มากัด เราแต่อาจมาสัมผัสโดนโดยบังเอิญ เช่น ด้วงก้นกระดก แมลงเหล่านี้เมื่อสัมผัสกับผิวหนังแล้วก็อาจจะมีอาการมากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละราย และบางชนิดก็อาจเป็นพาหะนำโรคอื่น ๆมาด้วย การดูแลรักษา เมื่อถูกกัดหรือถูกสัมผัสโดน ให้รีบล้างด้วยน้ำสะอาด ถ้าผิวหนังมีผื่นหรือมีอาการคัน อาจใช้ยาสำหรับทาแมลงสัตว์กัดต่อยทาบริเวณที่เป็นได้ แต่หากมีอาการปวดแสบปวดร้อน หรือบวมเจ็บผิดสังเกตให้รีบไปพบแพทย์

5. เท้ามีกลิ่นเหม็น( Pitted keratolysis)

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่หนังเท้าชั้นนอก พบบ่อยเมื่อเท้ามีความอับชื้นอยู่นาน  มีเหงื่อออกเท้ามาก สวมรองเท้าถุงเท้าที่ระบายเหงื่อหรือความชื้นได้ไม่ดี มีหนังฝ่าเท้าหนา น้ำหนักตัวมาก หรือเป็นเบาหวานก็เป็นปัจจัยส่งเสริมโรคนี้ได้  ฝ่าเท้าอาจจะมีลักษณะเป็นขุย หรือหนา หรือลอก หรือเมื่อดูใกล้ๆจะพบว่ามีรูพรุนเล็ก ๆ มากมายบริเวณฝ่าเท้า และด้านล่างของนิ้วเท้า มักไม่มีอาการใด ๆ แต่อาจจะทำให้เสียบุคลิกภาพ  การดูแลรักษา ให้ยาปฏิชีวนะชนิดใช้ภายนอก เช็ดทาให้ทั่วบริเวณที่เป็น หมั่นดูแลความสะอาด ปรับเปลี่ยนถุงเท้ารองเท้า หรือรักษาภาวะเหงื่อเท้ามากเกินถ้ามี 

6. สิวเห่อ (Seasonal aggravation of acne)

ความร้อนและความชื้นล้วนมีผลต่อทั้งปริมาณ และการอักเสบของสิว หลายคนอาจจะสังเกตว่าสิวเห่อขึ้นกว่าปกติ   ความอบอ้าวส่งผลต่อเชื้อบนผิว การเปิดของรูขุมขน การทำงานที่เพิ่มขึ้นของต่อมไขมัน เหล่านี้ส่งผลต่อสิวบนใบหน้า โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ยังคงต้องสวมหน้ากากอนามัยอย่างต่อเนื่องอีกด้วย  การดูแลรักษา  ดูแลความสะอาด หากอักเสบหรือเห่อมากควรพบแพทย์ ใช้ยาสิวอย่างสม่ำเสมอ เปลี่ยนหน้ากากทุกวัน เลือกหน้ากากที่ไม่ระคายผิวจนเกินไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปรัชญา’เศรษฐกิจพอเพียง’ฐานรากอันมั่นคงของประเทศไทย

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678992

ปรัชญา'เศรษฐกิจพอเพียง'ฐานรากอันมั่นคงของประเทศไทย

ปรัชญา’เศรษฐกิจพอเพียง’ฐานรากอันมั่นคงของประเทศไทย

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.03 น.

รายงานพิเศษชุด “ตื่นรู้สู่เกษตรคนเมือง” (Awake to urban agriculture) ตอน 5 

ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหนึ่งในความรู้อันมีค่าดั่งเพชร ที่ทำให้คนเมืองมีโอกาสใช้ชีวิตตามความเป็นจริง และ มองเห็นโอกาสในการทำเกษตรในเมือง และยังเป็นปรัชญาที่สำคัญในการเป็นฐานรากที่มั่นคงของประเทศไทย ผ่านเรื่องราวของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้ศึกษาและเรียนรู้ เพื่อต่อยอดไปใช้ในทางปฏิบัติ 

อาจารย์พงษ์พิสิฏฐ์ วิเศษกุล เขียนไว้ในหนังสือ “เศรษฐกิจเขียวและใส” เศรษฐกิจพอเพียงสำหรับประเทศไทยในเรือนกระจกว่า ปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร : รัชกาลที่ 9) ทรงยึดเป็นแนวทางในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ พระองค์ท่านจะไม่ทรงอธิบายปรัชญาเหล่านี้มาก แต่จะทรงปฏิบัติให้ดูเป็นตัวอย่าง และ ผลสำเร็จของการนำปรัชญาเหล่านี้มาปฏิบัติให้ดูได้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จนเกิดผลอเนกอนันต์กับทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นองค์กรของรัฐและเอกชน 

อาจารย์พงษ์พิสิฏฐ์ยกตัวอย่าง “โครงการบำบัดน้ำเสียแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี” ซึ่งทำหน้าที่บำบัดน้ำเสียจากบ้านเรือนในเขตอำเภอเมืองเพชรบุรีทั้งหมด และมีการแยกวัสดุที่ไม่ใช่สารอินทรีย์ เช่น ถุงพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋องโลหะ ออกไปตั้งแต่ต้นทาง จากนั้นจึงส่งนำ้เสียที่เหลือมาบำบัดในบ่อที่หนึ่ง ซึ่งเป็นบ่อที่สกปรกที่สุดภายในโครงการ แต่ด้วยจุลินทรีย์ชนิดแอโรบิก (Aerobic) ที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติและแสงแดด ทำให้สิ่งสกปรกต่างๆกลายเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และ ตกตะกอนสู่ก้นบ่อ โดยจะถูกจุลินทรีย์ที่ก้นบ่อกินเป็นอาหารต่อไป หลังจากนั้นน้ำบนผิวบ่อที่หนึ่งที่มีความสะอาดกว่าน้ำที่ส่งมาจากตัวเมืองเพชรบุรี จะไหลเอ่อล้นไปบ่อที่สองโดยแรงโน้มถ่วงโลก จุลินทรีย์บ่อที่สองก็ทำหน้าที่กินเป็นอาหาร และน้ำบนผิวบ่อก็ไหลไปยังบ่อที่สาม จนถึงบ่อสุดท้าย เพื่อปล่อยน้ำลงสู่ป่าชายเลน

นอกจากนี้ อาจารย์พงษ์พิสิฏฐ์ยังตั้งข้อสังเกตุจากเอกสารเผยแพร่ของธนาคารโลกใน ค.ศ.1992 ว่า เมื่อนำคนจนที่มีรายได้ 100 ดอลล่าร์สหรัฐต่อปี มาเปรียบเทียบกับคนรวยที่มีรายได้ 100,000 ดอลล่าร์สหรัฐต่อปี แต่กลับพบว่าทั้งคนรวยและคนจนต้องเผชิญอยู่กับสภาพอากาศที่มีแต่ฝุ่นและควันพิษ นอกจากนี้ยังพบว่า คนรวยผลิตขยะและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้น้ำมันมากกว่าคนจน รวมไปถึงยังสะท้อนการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งคนรวยมีกำลังซื้อมากกว่าก็ได้ครอบครองทรัพยากรไปก่อน 

สิ่งที่น่าใจอีกประการหนึ่ง ภายใต้ภาวะก่อนการตื่นรู้ ธรรมชาติของมนุษย์มักจะต้องอยากรู้ และ เรียนรู้ แต่โดยธรรมชาติที่ฝังแน่นเข้าไปใจของแต่ละบุคคลก็คือ ความต้องการรับข้อมูลที่สามารถพยากรณ์ (predict) อนาคตได้ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เชื่อมโยงกับการเมืองและการปกครอง เพราะฉะนั้น การทำเกษตรของคนเมืองก็เช่นกัน จำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลเหล่านี้ซึ่งมีการพยากรณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วในระดับหนึ่ง เพื่อวางแผนการทำเกษตรได้อย่างถูกต้องแม่นยำ นอกเหนือไปจากการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อทำนายสภาพอากาศ 

อาจารย์พงษ์พิสิฏฐ์ยกตัวอย่างหนังสือ “World Out of  Balances” เขียนโดย Paul Laudicina ซึ่งเป็นหนังสือที่สภาพัฒน์ใช้หนังสือเล่มนี้เป็นคัมภีร์ในการทำ “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10” โดยมี 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 

1.โลกาภิวัฒน์ ที่มาจากการติดต่อสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตที่ทำได้ง่ายขึ้นและราคาถูกลง ทำให้การค้าสินค้าและการลงทุนระหว่างประเทศทำได้ง่ายขึ้น แต่ก็จะเกิดกระแสต่อต้านทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศมากขึ้น โดยผู้คนในที่ประเทศที่เจริญแล้วกลัวจะเสียตำแหน่งงานให้คนในประเทศที่กำลังพัฒนา และ คนในประเทศที่พัฒนาแล้วก็กลัวการเอารัดเอาเปรียบจากประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยวิธีใช้ช่องว่างทางกฎหมาย รวมทั้งยังทำให้เกิดการทำลายทรัยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในประเทศที่กำลังพัฒนา

2.โครงสร้างของประชากร จะมีคนแก่มากขึ้น มีการออมมากขึ้น และ ดอกเบี้ยจะถูกลง เกิดการลงทุนด้านการออม แต่จะเกิดในประเทศจีน , อินเดีย และ เวียดนาม โดยถึงกับมีการย้ายทุนของกองทุนบำเหน็จบำนานมายังประเทศที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ส่วนข้อเสียของการมีคนแก่มากขึ้น จะทำให้มีคนที่มีกำลังที่จะมีรายได้เลี้ยงคนทั้งประเทศน้อยลง

3.พฤติกรรมผู้บริโภค เมื่อมีคนแก่มากขึ้น สินค้าเกี่ยวกับคนแก่ก็มีความต้องการมากขึ้น รวมทั้งสินค้าเพื่อสุขภาพ งานอดิเรก บันเทิง และ ท่องเที่ยว ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน 

4.ทรัพยากรธรรมชาติ มีการคาดการณ์ว่า ภายใน พ.ศ.2595 จะไม่มีธารน้ำแข็ง (Glacier) เหลืออยู่บนโลก ซึ่งหมายความว่า ร้อยละ 50 ของโลกที่อาศัยน้ำที่ละลายจากธารน้ำแข็งใช้ในฤดูร้อนจะไม่มีน้ำใช้ ซึ่งจะอยู่ในพื้นที่จีน , อินเดีย , บังคลาเทศ และ ประเทศที่มีแม่น้ำโขงไหลมาจากที่ราบสูงทิเบต ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย 

5.การก่อการร้าย ทำให้รัฐของแต่ละประเทศต้องวางกฎเกณฑ์ต่างๆมากขึ้น ทำให้การค้าระหว่างประเทศมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และ ไม่สะดวกรวดเร็วเหมือนสมัยก่อน 

ทั้ง 5 ข้อนี้ เมื่อเวลาเดินทางมาถึง พ.ศ.2565 จำเป็นที่จะต้องใส่ข้อ 6 เข้าไปคือ เรื่องโรคระบาดทั้งในคน , สัตว์ และ พืช ซึ่งในอดีตเคยมี ตอนนี้ก็ยังมี และ อนาคตก็จะยังมีโรคระบาดเกิดขึ้น อยู่ที่ว่าจะเป็นโรคอะไรเท่านั้นเอง ทำให้รัฐของแต่ละประเทศต้องวางงบประมาณครอบคลุมถึงเรื่องเหล่านี้ ซึ่งโรคระบาดจะส่งผลต่อวงจรของแหล่งอาหาร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ อย่างที่เกิดขึ้นมาแล้วกรณีการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อคนเมืองอย่างหนัก บางชีวิตในเมืองหลวงถูกปลดจากงานกระทันหัน และไม่เคยแต่ทำงานออฟฟิศ ไม่เคยอยู่กับเกษตรกรรม ต้องพลิกชีวิตทันทีในการไปเรียนรู้การทำเกษตร 

บางชีวิตอาจยังมีงานประจำ แต่วิถีชีวิตการซื้ออาหารต้องซื้อผ่านคนกลาง เช่น ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ และ ต้องมีระบบขนส่งอาหารเข้ามาอีกขั้นตอนหนึ่ง ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ เรียกว่า ต้องมีเงินตลอดเวลา ถ้าขาดเงินก็อดตายในสภาวะที่เกิดโรคระบาด

กรณีดังกล่าว หากนำแนวทางพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” มาใช้ในทุกวัน ก็จะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน อันมีสาเหตุมาจากโรคระบาดได้ โดยไม่ต้องใช้เงินมากในแต่ละวัน  เพราะหากสามารถปลูกผักในพื้นที่พักอาศัยได้ แม้เพียงไม่กี่ตางรางวาก็จะกลายเป็นแหล่งอาหารขนาดย่อมได้ ซึ่งจะเพียงพอต่อช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต ส่วนในต่างจังหวัด จะพบว่า ผู้คนที่อาศัยอยู่ในชนบท มีอาชีพเกษตรกรจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดน้อยมาก เพราะเกษตรกรในชนบทสามารถผลิตแหล่งอาหารได้ครบวงจรมาตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตโรคระบาด 

สำหรับในประเทศไทยนั้นการรู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้า จะต้องเพิ่มตัวแปรสำคัญเป็นข้อ 7 เข้าไป คือ ความผันผวนทางการเมือง เช่น การเกิดม๊อบ หรือ การเกิดความขัดแย้งทางการเมือง โดยเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดความผันผวนทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างฉับพลัน และ จะส่งผลต่อภาคเกษตรโดยรวม ทั้งการทำเกษตรในเมืองและในชนบท เพราะภาคเกษตรกรรมยังต้องอาศัยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการจับจ่ายใช้สอย มาเป็นรายได้ในการตีคืนกลับไปเป็นทุนเพื่อทำเกษตรต่อไป

ถึงกระนั้น ทั้งภาคเกษตร ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม การบริการ และ อื่นๆ ต่างหลอมรวมเป็นหนึ่งซึ่งเปรียบดั่งฐานรากที่มั่นคงด้วย “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเป็นแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และ พระองค์ทรงปฏิบัติให้ดูเป็นตัวอย่าง ด้วยการเสด็จประพาสต้นตามดอยต่างๆของภาคเหนือตั้งแต่ปี 2512 ซึ่งการเสด็จประพาสต้นในบางพื้นที่ 

ต่อมาได้รับการยอมรับจากประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้นตามดอยที่ขุนวาง จ.เชียงใหม่ ใน พ.ศ.2525 ส่งผลให้มีการลดปลูกฝิ่นอย่างเร่งด่วน ทำให้การดำเนินงานได้รับงบประมาณช่วยเหลือจาก “โครงการเพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ” (United Nation Development Programme : UNDP) จนกระทั่ง พ.ศ.2531 ได้ดำเนินการสู่รูปแบบ “โครงการหลวง” และ ตั้งชื่อว่า “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง” ซึ่งเป็นทั้งศูนย์การเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางด้านเกษตรจวบจนทุกวันนี้ 

ทั้งหมดคือเนื้อหาที่รายงานพิเศษชุด “ตื่นรู้สู่เกษตรคนเมือง” (Awake to urban agriculture) เพื่อนำไปสู่มิติของเกษตรคนเมืองที่มีความเป็นไทยได้อย่างลงตัว โดยนับจากปีนี้ไปคนเมืองในจุดต่างๆจะหันมาสู่วิธีธรรมชาติมากขึ้น และ หนึ่งในนั้นคือการเรียนรู้การทำเกษตรนั่นเอง


อ้างอิงข้อมูล 
หนังสือเศรษฐกิจเขียวและใส เขียนโดย ดร.พงษ์พิศิฏฐ์ วิเศษกุล 
และ วารสาร อ.ส.ท. เดือนมกราคม พ.ศ.2544 


ขอบคุณภาพ :- 
https://www.thaicityfarm.com/
https://www.busseltonmail.com.au/

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แชมป์โลกเวคสเก็ต ลูกครึ่งไทย-ผู้ดี โชว์ลีลา โต้คลื่นบนถนนน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678981

แชมป์โลกเวคสเก็ต ลูกครึ่งไทย-ผู้ดี โชว์ลีลา โต้คลื่นบนถนนน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ

แชมป์โลกเวคสเก็ต ลูกครึ่งไทย-ผู้ดี โชว์ลีลา โต้คลื่นบนถนนน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.35 น.

วันที่ 9 กันยายน 2565 หลายพื้นที่ในประเทศไทยตอนนี้น้ำท่วมขัง และเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร ก็เจอกับปัญหานี้เช่นกัน กระทั้งแดเนียล แกรนท์ นักกีฬาเวคสเก็ตดีกรีแชมป์โลก ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ วัย 24 ปี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Daniel Grant เป็นคลิปวิดีโอที่เขาโชว์ลีลาแชมป์โลกเวคสเก็ต โต้คลื่นกลางถนนเมืองไทยที่มีน้ำท่วมขัง หลังจากเผชิญเหตุการณ์ที่มีฝนถล่มอย่างหนักลงมาทั่วกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง

แดเนียล แกรนท์ อัพคลิปวิดีโอลงโซเชียลมีเดียของตัวเอง พร้อมกับข้อความระบุว่า  September Week 1  Bangkok is flooding! #WakeskateWednesday in the streets!  “สัปดาห์แรกของเดือนกันยายน น้ำท่วมกรุงเทพ” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจ CEO อะโกรว์พลัส ดึง ‘วิลลี่&หอย’ ร่วมทุน ต่อยอด ‘เกษตรคนเมือง’

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678959

เปิดใจ CEO อะโกรว์พลัส ดึง 'วิลลี่&หอย' ร่วมทุน ต่อยอด 'เกษตรคนเมือง'

เปิดใจ CEO อะโกรว์พลัส ดึง ‘วิลลี่&หอย’ ร่วมทุน ต่อยอด ‘เกษตรคนเมือง’

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.53 น.

หลังจากมีข่าวการร่วมลงทุนของนายวิลลี่ แมคอินทอช และ นายเกียรติศักดิ์ อุดมนาค หรือ เสนาหอย ในธุรกิจภาคเกษตรของไทยที่ชื่อว่า “อะโกรว์พลัส” (Agrowplus) นั้นทาง “แนวหน้า ออนไลน์” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “นายตะวัน น้อยมีธนสาร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (GROUP CEO) ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการดำเนินธุรกิจการเกษตร ภายใต้แบรนด์ “อะโกรว์พลัส” (Agrowplus)และ ประสบความสำเร็จในเส้นทางเกษตรกรรมด้วยวัยเพียง 40 ปี และกำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน “เกษตรคนเมือง” ให้ทำเกษตรได้ง่ายขึ้น ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งบริษัทอะโกรว์พลัสทุ่มสรรพกำลังลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D)ไปกว่า 50 ล้านบาท 

– ทำไมถึงมาสนใจลุยธุรกิจด้านการเกษตร?

“นายตะวัน” :- ส่วนตัวผมชอบทำเกษตร และ พื้นฐานเป็นวิศวกร มีบริษัททำวิศวกรรมของตัวเองอยู่ก่อนแล้ว และ ด้วยความสนใจเรื่องเกษตร เพราะมองว่า “เมกกะ เทรนด์” ของโลกต่อไป คือ เรื่องเกษตร ตามมาด้วยเรื่องสุขภาพ (Health Care)  เป็นอีกเมกกะเทรนด์หนึ่ง จากเดิมที่ผมเคยทำมาทั้งจากวงการยานยนต์ เคมีคอล หรือ วงการอาหาร เทคโนโลยีเขาไปไกลๆ ไกลมาก

ตรงนี้่ก็เป็นจุดแข็ง และ เราพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว อย่างตัวผมเองก็เคยทำด้านออโต้เมชั่นมานาน แล้วทำเกษตรเรื่องนี้ หลักๆ คือ ทำเรื่องเทคโนโลยีขั้นสูง โดยใช้พื้นฐานยานยนต์ ซึ่งเคยทำเรื่องโรบอท(ROBOT) มาก่อน พอไปทำด้านเคมีคอล ก็มีโอกาสทำเรื่องดาต้า อะนาลิซิส เพราะฉะนั้น ผมจะมีแบคกราวน์อยู่แล้ว แค่มาจับใส่กับการเกษตร มันก็ไปได้เร็ว

จุดแรกเริ่ม อย่างที่บอกผมเห็นช่องว่างมันพัฒนาได้อีกก็เริ่มเรียนรู้การเกษตร ก็พยายามไปหาพันธมิตรในหน่วยงานราชการ เช่น มหาวิทยาลัย และ อย่าง สวทช. (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ : สวทช. : NSTDA)อย่างนี้ ก็เป็นจุดเริ่มแรกที่ทำให้่เรียนรู้ เกษตรมันยาก ผมก็เลยหาความรู้เพิ่มเติมจากหน่วยงานราชการ 

เรื่องมหาวิทยาลัยเราก็มีพาร์ทเนอร์ เซ็นเอ็มโอยู (MOU) ก็มาผนวกกับวิศวกรรม พอผมรู้ปัจจัยแวดล้อมที่พืชต้องการทั้งหมด ทั้งอาหารพืช ดินน้ำลมไฟ อะไรพวกนี้ พอรู้ว่าพืชหลักๆ ชอบอะไร เราก็แค่เอาสภาวะนั้นมาควบคุมให้ได้ โดยทางวิศวกรรมทำได้หมด 

พอทำได้ปุ๊ป ผมก็มาเรื่องตัวเลข ซึ่งในส่วนของนวัตกรรม ทางวิศวกรรมทำได้หมด เช่น เรื่องอุณหภูมิ , ปล่อยค่าร์บอนไดออกไซต์ก็มีตัวควบคุม ทำได้ ไฟก็ทำได้ จะเอาความเข้มเท่าไหร่ ก็ทำได้หมด ระบายอากาศก็ทำได้ ก็ควบคุมได้ พอต่อมา ทำแล้วมันคุ้มทุนไหม สิ่งที่ผมบอก วงการอื่นยากกว่านี้เยอะ ถ้าบัดเจด (Budget) ไม่อั้น ทำได้เยอะกว่านี้อีก 

ผมก็มาเน้นว่าในเชิงลูกค้า ซื้อระบบเราไป คุ้มทุนไหม อย่างที่เห็นเราก็ต้องดูแลลูกค้าให้ทำธุรกิจได้ ในมุมของเราในการขายชุดกลุ่มย่อย เราคุ้มทุนหรือเปล่า มันก็เป็นข้อจำกัดที่ผมจะต้องดูว่า ชุดปลูกได้มากกว่านี้ แต่ไม่มีตลาด ทำได้ดีกว่านี้ แต่ต้องดูในหลายมิติ 

– ทำไมถึงทุ่มงบประมาณกับด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ?

“นายตะวัน” :- เรื่องเกษตรผมมองว่า ยังไม่มีเครื่องมืออะไร ทำให้มันมีช่องว่างที่ให้พัฒนาอีกเยอะมาก และพอดีผมมีแบลกกราวนด์ จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ ด้านไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ปริญญาโท เยอรมัน “RWTH Aachen University” (RWTH Aachen University :- มหาวิทยาลัยในประเทศเยอรมนี มี 9 คณะ 260 สถาบัน และ ศูนย์วิจัยอีก 9 แห่ง )ซึ่งเกษตรมีคนทำเยอะ แต่ในเมืองไทยยังไม่มีเจ้าไหนทำอย่างชัดเจน และ อีกตัวคือ โอนเนอร์เองก็มีแบคเป็นวิศวกรอยู่แล้วทุกคน เพราะฉะนั้น เราเป็นโอนเนอร์กัน เพราะฉะนั้นความใส่ใจหรือการพัฒนามันดี ก็ให้พนักงาน 

งานวิจัย มันเป็นช่องว่าง เกษตรกรบ้านเราเป็นหนี้กันเยอะ ถ้าดูจากอิสราเอล เนเธอร์แลนด์ ผมก็อยากให้เกษตรกรเมืองไทยพัฒนาเป็นแบบนั้น คือ ต้องลดหนี้ก่อน ซึ่งก็ต้องมีความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งธนาคาร ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุน, หน่วยงานราชการ และ ภาคเอกชน อันนี้ผมทำได้ คือ ทำอุปกรณ์ที่ดีๆ ในราคาที่จับต้องได้ ให้ทุกๆคนได้ใช้ นี่เป็นสิ่งที่ผมทำได้เอง ผมก็พยายามทำราคาถูก ดูดี และ เข้าถึงได้ง่าย ตอนที่เราไปเรียนหนังสือที่เยอรมัน เกษตรกรมีไม่กี่คน จัดการฟาร์มได้เยอะมาก และ ใช้เครื่องมือ และ อย่างอิสราเอง เขาแห้งแล้งกว่าเราอีก แต่ปลูกด้วยเทคโนโลยี

ประเทศเรายังขอฟ้าขอฝนอยู่เลย มันต้องพัฒนา มันเป็นเรื่ององค์ความรู้ ก็มาทำตรงนี้ พอทำไปทำมา ก็เน้นเรื่องระบบ และ ต่อยอดด้วยธุรกิจ ซึ่งต่อมาผมก็ได้เจอพี่วิลลี่ (นายวิลลี่ แมคอินทอช)  และพี่หอย (นายเกียรติศักดิ์ อุดมนาค)  ก็ได้บูรณาการ จนมาเป็นต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ คือจริงๆก็รู้จักมาสักระยะแล้ว แกก็ทำวิน ฟาร์ม นั่นแหล ผมก็ไปช่วยแกด้วย และ พัฒนา วิน ฟาร์ม ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างพี่หอยแกก็คลุกฝุ่นกับ “วิน ฟาร์ม” มา 3-4 ปี ซึ่งช่วงแรกๆ แกก็เจ๊งกะบ๋งเหมือนกัน มันยาก คนเริ่มทำ อะไรก็เยอะแยะไปหมด ตอนนี้ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว หมดเงินไม่เยอะ แต่เสียเวลา กว่าผักจะออกก็เดือนหนึ่ง รู้ผลก็เดือนหนึ่ง มันมีโน ฮาว(know how)  แต่โนฮาวพวกนี้ไม่ได้แพร่หลาย แก่ก็ทำผิดๆถูกๆมาเป็นปีเหมือนกัน มันไม่ได้ง่ายเกษตร พอทำเห็นผลก็เริ่มรอบใหม่ๆ 

พอไปทำที่วิน ฟาร์ม ก็เห็นตรงกันว่า เมืองไทยยังไม่มีเทคโนโลยีอะไรบ้าง หรือ มีก็น้อย เรามาร่วมมือกันดีกว่า ก็เลยเป็นอะโกรว์พลัส และ บริษัทอื่นๆ อีก

– คุณวิลลี่และคุณหอยถือหุ้นในสัดส่วนอย่างไร?  

“นายตะวัน” :-  พี่วิลลี่กับพี่หอยถือหุ้นในอะโกรว์พลัส สัดส่วนหนึ่งในสาม และ อะโกรว์พลัสเข้าไปถือหุ้นในอีก 4 บริษัท ในสัดส่วนหนึ่งในสาม เป็น “หุ้นส่วน” ซึ่งเงินลงทุนไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะทำธุรกิจมันมีกำไรอยู่แล้ว เราก็เอากำไรมาลงทุนต่อ 

“ผมเห็นช่องว่ามันเยอะ มันเป็นบลู โอเชี่ยน ที่เราฉกฉวยได้ สร้างโอกาสได้ เรามีองค์ความรู้น้อย มาแปรผันได้กับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ ส่วนผักปลอดสาร เป็นเพนพอยท์ และ มีเซ็นทรัล แล็บ เราก็มีที่ยืนในตลาด เฉพาะเงินวิจัยและพัฒนารวมๆแล้วก็ 50 กว่าล้าน เป็นเงินของผู้ถือหุ้นอย่างเดียว พอจับจุดได้ สิ่งที่เราทำ เราไม่ได้ copy ใคร ซึ่ง 50 กว่าล้านก็มีทั้งลองผิดลองถูก ที่แพงก็คือ ค่าแม่พิมพ์และค่าเซ็ตอัพต่างๆ”

ตอนนี้ก็มีการทำงานวิจัยโดยร่วมวิจัยกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล และ ในส่วนมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในส่วนนี้เรารวมทำวิจัยกับบริษัทมหาชนเจ้าหนึ่ง ทำให้เรามีจุดแข็งในภาคอุตสาหกรรมเกษตรที่เป็นต้นน้ำ เช่น อุปกรณ์ควบคุมอาหารพืช เซ็นเซอร์,หลอดไฟ ส่วนปลายน้ำ ก็มีเดลิเวอร์รี่ เช่น น้ำชา และปุ๋ย

เราอยากจะเป็นแพลทฟอร์ม (Platform) การเกษตร เชื่อมต่อธุรกิจและประสานผลประโยชน์ ในมุมผู้บริหาร เราไม่ได้ทำคนเดียวร้อยเปอร์เซนต์ เราต้องซินเนอร์จี้ ทั้งตัวเราเอง และ ตัวพาร์ทเนอร์ ที่เราไปจับมือกัน เช่น มีที่ มาคุยกับอะโกรว์ พลัส ถ้าไม่มีทุน ผมหาทุนให้ มีเทคโนโลยีไหม ผมหาพาร์ทเนอร์ไหม หรือ อยากแปรรูปไหม ผมพาไปคุยกับ ม.เกษตร เราอยากซินเนอร์จี้ บิสซิเนส เพื่อต่อยอด เรามีความพร้อม ประสานผลประโยชน์ บิสซิเนส แมทช์ชิ่ง เรามีทั้งหมด จุดแข็งเรามีต้นน้ำ แต่ปลายน้ำเราไม่อาจหาญกล้าไปแข่ง เช่น บริษัทเครื่องดื่ม แต่เราทำได้ในส่วนเป็นพาร์ทเนอร์กันได้ ต่อยอดกันได้ และ อุตสาหกรรมไทยโตขึ้น ผลก็ออกมาที่เกษตรกร 

– มองเกษตรคนเมืองในวันนี้และอนาคตอย่างไร?

“นายตะวัน” :-  เกษตรบนดิน ก็เป็นเกษตรกรรมของโลกไปอีกนานแสนนาน แต่สังคมเมืองเติบโตขึ้น นวัตกรรมการปลูกก็เติบโตขึ้นมา อย่างที่ผมทำในคอนโดมิเนียม ที่ผมทำเป็นระบบน้ำ ไฮโดรโปนิกส์ แต่ถ้าชอบดิน และ ออร์แกนิกส์ เราก็มีให้เลือก ถ้าเรื่องความปลอดภัยมีมาตรฐานจีเอ็มพี และ เป็นผักปลอดสารเหมือนกัน แล้วแต่ลูกค้าชอบ 

ณ วันนี้ เกษตรมีความสมัยใหม่ขึ้น ซึ่งยุคเก่าการทำเกษตรก็ยาก เหนื่อย แต่การทำเกษตรสมัยใหม่ มันดีขึ้น ไม่ต้องหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน และ ที่แน่ๆ สังคมเมืองเริ่มมา เป็นสิ่งที่เป็นอนาคตจริงๆ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทางหลวงแจ้ง จอดรถบน‘โทลเวย์’ หนี‘รังสิต’ท่วมหนัก ข่าวปลอม อย่าแชร์!

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678950

ทางหลวงแจ้ง จอดรถบน‘โทลเวย์’ หนี‘รังสิต’ท่วมหนัก ข่าวปลอม อย่าแชร์!

ทางหลวงแจ้ง จอดรถบน‘โทลเวย์’ หนี‘รังสิต’ท่วมหนัก ข่าวปลอม อย่าแชร์!

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.12 น.

ข่าวปลอม อย่าแชร์!  “กรมทางหลวงเตรียมพื้นที่จอดรถยนต์ชั่วคราวบนทางด่วนโทลเวย์ เนื่องจาก รังสิต น้ำท่วมหนัก”

หมวดทางหลวงรังสิตได้รับแจ้งจากประชาชนจำนวนมากที่โทรสอบถามถึงเรื่อง อนุญาตให้นำรถยนต์ขึ้นมาจอดชั่วคราวบนทางด่วนโทลเวย์เนื่องจากน้ำท่วมรังสิตได้นั้น

แขวงทางหลวงปทุมธานีขอชี้แจงว่าเป็น “ข่าวปลอม” อย่าหลงเชื่อและแชร์ เพราะจะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดและอาจนำรถขึ้นไปจอด อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้เส้นทาง – เกิดอุบัติเหตุ – ถูกโจรกรรม

หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 1586 สายด่วนกรมทางหลวงตลอด24ชม. 

.-008

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : แขวงทางหลวงปทุมธานี กรมทางหลวง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,940,624 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ต้อนรับสมาชิกใหม่ เจมส์ เรืองศักดิ์ ปลื้ม ครูก้อย คลอดลูกสาวคนที่ 2 ตั้งชื่อสุดไพเราะ น้องมีเมตตา
อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ
ครม.ฉีกMOU44 ลั่นไทยแลนด์เฟิร์ส กัมพูชาแถลงเสียใจ
ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม รับพระราชทานรางวัล 'อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2567 ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน ระดับดีมาก' จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เอ็ดดี้ ผ่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สะพานข้ามวิกฤต หรือ หนี้ซื้อเวลา? จี้รัฐบาลตอบให้ชัด 4 ข้อใหญ่
EGCO Group ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี 'Dow Jones Best-in-Class 2026' ประเภทสาธารณูปโภคไฟฟ้า กลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่
ส่องอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิซ่า BLACKPINK กระทบไหล่เซเลบระดับโลก
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ๑๐๓ ปี วันคล้ายวันประสูติ ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์’
รวยไม่ไหวแล้วโว้ย เปิ้ล นาคร ใส่ทอง 12 ล้าน ขายแกง ทำชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น ชมคลิป
กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยัน การหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผล ลั่นไม่ได้หาเรื่อง

Recent Posts

  • ลึกลับในสนามข่าว : 7 พฤษภาคม 2569
  • ฉะกลับปชป.เคยกู้4แสนล เอกนิติเดือด ไม่สนฝ่ายค้านจ่อยื่นศาล ปชน.เตรียมหารือเอาด้วย
  • แนวหน้าวาทะเด็ด
  • สรรเพชญ หารือภาคเอกชนลุ่มน้ำโขง ดันเชื่อมโลจิสติกส์เหนือ–ใต้
  • นายกฯ ลั่น ทำเต็มที่ให้คนไทยได้ดูบอลโลก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d