Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘นอท เจ้าของกองสลากพลัส’ โวยลั่น กองสลากฯ ก๊อปปี้แพลตฟอร์มขายสลาก 80 บาท

Posted on June 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657662

'นอท เจ้าของกองสลากพลัส' โวยลั่น กองสลากฯ ก๊อปปี้แพลตฟอร์มขายสลาก 80 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.56 น.

นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ “นอท” ผู้บริหารแพลตฟอร์มกองสลากพลัส โพสต์เฟซบุ๊ก “นอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์” หลังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดขายสลากดิจิทัลผ่านระบบออนไลน์วันแรก เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีวิธีการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซื้อสลากฯ 80 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยวิธีการเลือกซื้อ และจ่ายเงิน คล้ายกับของกองสลากพลัสที่ทำมาก่อนหน้านี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : เปิดขาย ‘สลากดิจิทัล’ วันแรกคึกคัก ผ่านแอป ‘เป๋าตัง’ 5 ล้านฉบับ

โดยนอทได้โพสต์ข้อความระบุว่า ว่า “ไม่ใช่ร้านของผมนะครับ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล Copy Platform ตัวแทน Copy ชื่อเว็บ ถุยชีวิต ถุยประเทศไทย …ได้ใจจริงๆ”



ชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ เรียนแบบ หวายยยยย กิ๊วๆๆ หน้าไม่อาย , บุกกองสลากเพื่อไปศึกษาดูงาน เเล้วคัดลอกบทเรียน เกินไปหัวหน้า55555 , ไม่ต้องโปรโมท ประหยัดงบ คนcopy ชื่อไปนี่สบายเลย , อปทุกอย่าง ทั้งPlatform ทั้งชื่อ , ลอกการบ้านเพื่อนแล้วลืมเปลี่ยนชื่อ , ฟ้องร้องครับ ลิขสิทธิ์ทางปัญญา เป็นต้น

และทางนอท ได้โพสต์ข้อความอีกครั้งว่า “ขอแสดงความยินดีกับคนไทย ในที่สุดก็ได้ซื้อลอตเตอรี่ 80 บาท อย่างน้อยกูก็เป็นต้นแบบ” .-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เครียดพักผ่อนน้อย! แพทย์ผิวหนังเผยเสี่ยงเกิด’โรคงูสวัด’ เคยเป็นแล้วก็เป็นอีกได้

Posted on June 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657657

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.19 น.

2 มิถุนายน 2565 กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนังชี้การพักผ่อนน้อย ทำให้ร่างกายอ่อนแอ เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคงูสวัดได้ โดยโรคงูสวัดเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสพร้อมแนะหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่างๆที่เป็นสาเหตุ หากพบอาการของโรคมีความผิดปกติหรือรุนแรงขึ้น แนะนำปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังทันที

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคงูสวัด เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ที่เรียกว่า ไวรัสวาริเซลลา (varicella virus) ซึ่งเป็นเชื้อเดียวกับไวรัสที่ทำให้เกิดโรคสุกใส และเป็นไวรัสที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับไวรัสเริม โดยที่ผู้ป่วยเมื่อเป็นโรคสุกใสแล้ว เมื่อหายจากโรค เชื้อไวรัสจะเข้าไปซ่อนในปมประสาท และจะถูกกระตุ้นเมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ หรือภูมิคุ้มกันต่ำลง เช่น ร่างกายอ่อนเพลีย มีความเครียด การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ป่วยที่รับประทานยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้ยาเคมีบำบัด ซึ่งทำให้อาการของโรคกำเริบเกิดเป็นโรคงูสวัดได้

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการแสดงเบื้องต้นคือ ปวดแสบปวดร้อนที่ผิวหนัง ต่อมาจะมีผื่นแดงตามด้วยตุ่มน้ำในลักษณะเป็นกลุ่มเรียงตัวตามแนวเส้นประสาท โดยที่ตุ่มน้ำสามารถกลายเป็นตุ่มหนองและแตกเป็นแผล หรือเป็นสะเก็ดตามมาได้ หลังจากอาการทางผิวหนังหายแล้ว อาจมีอาการปวดเรื้อรังในผู้ป่วยบางราย รวมถึงอาจมีแผลเป็นตามหลังได้ 

ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ให้ความเห็นว่าการรักษาตามอาการและการรักษาร่วมกับการใช้ยาต้านไวรัสเพื่อช่วยให้การหายของโรคเร็วขึ้น และให้ยาแก้ปวดปลายเส้นประสาท เพื่อป้องกันและลดความทุกข์ทรมานจากโรคงูสวัด ส่วนวิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ รวมไปถึงการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ด้วยการดูแลสุขภาพ ลดความเครียด และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดโอกาสของการเกิดโรคงูสวัดได้.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทนายเดชา’ ถาม ‘เต้-อัจฉริยะ’ สู้เพื่อแตงโม หรือใช้แม่เป็นเครื่องมือ?

Posted on June 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657656

'ทนายเดชา' ถาม 'เต้-อัจฉริยะ' สู้เพื่อแตงโม หรือใช้แม่เป็นเครื่องมือ?

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.16 น.

2 มิ.ย.65 นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ ทนายเดชา ได้โพสต์ภาพข้อความของ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ หลังได้ท้าให้นายมงคลกิตติ์ และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และในฐานะที่ปรึกษาคดีการเสียชีวิตของ “แตงโม” ลงสัตยาบันว่าช่วยคดีอย่างจริงใจ ไม่หวังใช้แม่แตงโมเพื่อเกาะกระแส 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : ‘ทนายเดชา’ ท้า ‘เต้-อัจฉริยะ’ กล้ามั้ย? ทำสัตยาบันว่าช่วยแม่อย่างจริงใจ ถ้าไม่กล้ากระจอก

ซึ่งทาง นายมงคลกิตติ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กข้อความว่า “ผมจะไม่ลงสัตยาบันกับเดชา แต่ผมจะสัญญากับประชาชนอันเป็นที่รักของผมว่า ผมและทีมงานฯ จะทำสุดความสามารถ ไม่ถอย เพื่อให้เป็นแสงสว่างของระบบยุติธรรมไทย มอบให้แด่ประชาชนทุกคน”

ล่าสุด ทนายเดชา ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงตอบกลับไปว่า “#ผมห่วงใยคุณแม่ สู้เพื่อแตงโมหรือใช้แม่แตงโมเป็นเครื่องมือ? ในวันฟ้องคดีฆาตกรรม คุณแม่ต้องคำนึงถึงว่าข้อเท็จจริงในคดีของพนักงานอัยการกับคดีที่คุณแม่จะฟ้องมันขัดกันนะครับ ต้องระมัดระวังนะครับ มีพยานหลักฐานยืนยันได้ไหมว่าคนบนเรือ คนใดเป็นคนฆ่าแตงโมมีคนรู้เห็นหรือไม่

ถ้าไม่มีฟ้องไปมีโอกาสชนะหรือไม่อย่างไร #เป็นสิ่งที่คุณแม่ต้องคิด เพราะมีความเสี่ยงทางกฏหมายหากแพ้คดี ดังนั้นถ้าส.ส.เต้ นายอัจฉริยะมั่นใจว่าหลักฐานชัดเจนเป็นคดีฆาตกรรมหรือคดีเจตนาทำร้ายน้องแตงโม ไม่มีเหตุผลใดที่ทั้งสองคนจะไม่ลงนามเพื่อให้สัตยาบันกับคุณแม่ ว่าวันข้างหน้าหากแพ้คดีและต้องตกเป็นจำเลย ส.ส. เต้ และอัจฉริยะ #พร้อมเป็นจำเลยร่วมกับคุณแม่

ถ้าทั้งสองคนก็ลงนามถือว่าทั้งสองคนนั้นคือวีรบุรุษ แต่ถ้าไม่กล้าลงนาม แสดงให้เห็นว่าทั้งสองคนคือคนกระจอกใช่หรือไม่ ผมขอตั้งคำถามไปยังบุคคลทั้งสอง? #ห่วงใยเสมอครับคุณแม่”.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เหมือนได้เกิดใหม่! ตาวัย69ปี สุดปลื้มใจผู้ใหญ่บ้านพาไปทำ บัตร ปชช.ครั้งแรกในชีวิต

Posted on June 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657640

เหมือนได้เกิดใหม่! ตาวัย69ปี สุดปลื้มใจผู้ใหญ่บ้านพาไปทำ บัตร ปชช.ครั้งแรกในชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 09.54 น.

โลกโซเชียลชื่นชมผู้ใหญ่บ้านดอนยานาง ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ หลังพาลูกบ้านตาวัย 69 ปี ที่เคยพลัดถิ่น เป็นคนพเนจรมานานกว่า 53 ปี สุดท้ายกลับบ้านเกิดในวัยชราและพิการแขนขาอ่อนแรง โดยพาไปทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกในชีวิต พร้อมพาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล และขอรับความช่วยเหลือจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ด้านคุณตาวัย 69 ปี เผยสุดปลื้มเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ได้รับสวัสดิการจากรัฐเทียบเท่าคนชราและคนพิการทั่วไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ นาคินทร์ ภูจ่าพล โพสต์ภาพพร้อมข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังพาชายวัย 69 ปี นั่งรถเข็นเข้าไปทำบัตรประชาชนที่ห้องทะเบียน ที่ว่าการอำเภอยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นการถ่ายภาพทำบัตรประชาชครั้งแรกในชีวิตของชายวัย 69 ปี  นอกจากนี้ยังได้พาไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล และขอรับความช่วยเหลือด้านสวัสดิการ กับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.กาฬสินธุ์ หลังจากนั้นได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำให้มีผู้เข้ามากดไลค์กดแชร์ แสดงความชื่นชมและแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเกิดความสงสัยในประเด็นที่ว่า ทำไมชายวัย 69 ปีคนนี้ เพิ่งจะทำบัตรประชาชนเป็นครั้งแรก  ทั้งๆที่ปัจจุบันให้สามารถทำบัตรประจำตัวประชาชนตั้งแต่อายุ 7 ปี จึงถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ไม่น่าจะเกิดขึ้น และช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาไปทำอะไร อยู่ที่ไหน จึงไม่ไปทำบัตรประจำตัวประชาชน ทำให้โลกโซเชียลอยากทราบคำตอบ

ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไปยังผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว พร้อมกับลงพื้นที่ จึงได้ทราบว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านดอนยานาง หมู่ 9 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ โดยจากการสอบถามนายนาคินทร์ ทราบว่า ปกติก็จะโพสต์กิจกรรมการพัฒนา งานประเพณี รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชุมชนโพสต์ลงในเฟซบุ๊กอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่โพสต์เกี่ยวกับพาชายวัย 69 ปีไปทำบัตรประจำตัวประชาชนและติดต่อกับโรงพยาบาล รวมทั้งพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ฯ นั้น ก็ถือเป็นเรื่องปกติของตน ในการบริการ ให้ความช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน ในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ส่วนที่มีการแชร์และแสดงความคิดเห็นในโลกโซเชียล ในทำนองชื่นชม หรือเกิดความสงสัยในการทำบัตรประชาชนครั้งแรกนั้น ก็อธิบายได้

นายนาคินทร์ กล่าวว่า สำหรับกรณีพาลูกบ้านไปทำบัตรประชาชนครั้งแรกในชีวิตนั้น คือนายสำรี ภูอบเชย อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 หมู่ 9 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ทั้งนี้เริ่มจากเมื่อวันที่ 23 พ.ค.65 ที่ผ่านมา น.ส.ทองแดง ภูอบเชย อายุ 80 ปี พี่สาวนายสำรี ได้ไปพบตนที่บ้าน โดยเล่าว่าเมื่อวันที่ 20 พ.ค.65 ได้มีรถกู้ชีพและเจ้าหน้าที่ของ อบต.หลักเหลี่ยม อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ พานายสำรี น้องชาย ซึ่งมีสภาพร่างกายอ่อนแอ แขน ขา อ่อนแรง ช่วยเหลือตนเองไม่ได้มาส่งที่บ้าน จึงได้มาขอคำปรึกษา เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น เนื่องจากฐานะยากจน  ไม่มีที่ทำกิน อาศัยอยู่บ้านไม้ในซอยลึกกลางหมู่บ้าน ซึ่งมีสภาพเก่าทรุดโทรม ปัจจุบันอยู่กัน 3 คน คือน.ส.ทองแดง ลูกชายวัย 47 ปี และที่เข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันคือนายสำรีน้องชาย อายุ 69 ปี โดยน.ส.ทองแดง มีรายได้จากเบี้ยยังชีพคนชราเดือนละ 800 บาท เบี้ยคนพิการทางสายตา 800 บาท และรายได้จากลูกชายที่ไปหารับจ้างทั่วไป ซึ่งรายได้ต่ำและไม่แน่นอน ตอนนี้ความเป็นอยู่ยิ่งลำบากมากกว่าเดิม เนื่องจากมีสมาชิกเข้ามาอาศัยเพิ่มอีก 1 คน คือนายสำรีหลังจากที่หายจากบ้านไปประมาณ 53 ปี

นายนาคินทร์ กล่าวอีกว่า พอได้ยิน น.ส.ทองแดงเอ่ยถึงชื่อน้องชายคือนายสำรี ทำให้ตนนึกขึ้นได้ว่าสมัยที่ตนยังเป็นเด็ก เคยเห็นนายสำรีอยู่ในหมู่บ้าน ก่อนที่จะหายออกจากหมู่บ้านไปหลายปี ซึ่งตนและชาวบ้านทุกคนต่างก็เข้าใจว่าคงจะเป็นบุคคลสูญหาย หรือเสียชีวิตไปแล้ว เมื่อทราบข่าวการกลับมาของนายสำรี จึงได้ไปสอบถามข้อเท็จจริง ทราบว่านายสำรีออกจากหมู่บ้านเมื่ออายุประมาณ 16 ปี โดยไปหาทำงานรับจ้างทั่วไป เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน พ่อแม่มีลูกถึง 9 คน และไม่มีที่ทำกิน จึงเดินทางออกจากบ้านไปตะเวนหางานทำไปเรื่อยๆ ไม่มีหลักแหล่ง สุดท้ายมาได้ภรรยาที่ ต.หลักเหลี่ยม อ.นามน แต่ไม่มีบุตรด้วยกัน ล่าสุดภรรยาเสียชีวิต 4 เดือนต่อมาประสบอุบัติเหตุหกล้ม แขนขาอ่อนแรง จึงขอความช่วยเหลือจาก อบต.หลักเหลี่ยม นำขึ้นรถกู้ชีพมาส่งที่บ้านเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมาดังกล่าว

นายนาคินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมสมัยนั้นประชาชนคนไทยจะได้ถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกเมื่ออายุ 17 ปี  เมื่อนายสำรีออกจากบ้านตอนอายุ 16 ปี จึงไม่ได้ถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน แต่ก็ยังมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ขณะที่ตัวนายสำรีกลายเป็นคนพเนจร เดินทางไปหารับจ้างทั่วไป และไม่เคยกลับมาเยี่ยมบ้านเลย จนญาติและทุกคนในหมู่บ้านเข้าใจว่าเป็นบุคคลสูญหายหรือเสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งญาติเองก็ยังไม่ได้แจ้งความคนหายแต่อย่างใด เพราะต่างคนก็ฐานะยากจน แยกย้ายทำมาหากิน ไม่มีทรัพย์สินมรดกที่จะแบ่งสันปันส่วน ระหว่างญาติพี่น้องเหมือนครอบครัวทั่วไป

“สาเหตุที่ตนโพสต์ภาพและข้อความดังกล่าวทางเฟซบุ๊ก นอกจากจะโพสต์ตามปกติที่ตนเคยโพสต์เป็นประจำแล้ว ยังอยากจะบอกกล่าวให้สังคมหรือกลุ่มเพื่อนในเฟซบุ๊กได้ทราบว่า ที่นายสำรีหายจากหมู่บ้านไปประมาณ 53 ปีนั้น ยังมีชีวิตอยู่และได้กลับมาแล้ว ในสภาพของคนที่เข้าสู่วัยชราและสภาพร่างกายพิการ ไม่ได้มีเจตนาหรือเป็นประเด็นดราม่าอะไร ส่วนใครจะแสดงความคิดเห็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล เพราะตนเจตนาบริสุทธิ์และเอาใจใส่กับความเป็นอยู่ของลูกบ้านทุกคน”  นายนาคินทร์กล่าวในที่สุด

ด้านนางเสาวคนธ์ ภูสีเหลี่ยม นักพัฒนาชุมชนชำนาญการ อบต.ดอนสมบูรณ์ กล่าวว่า หลังได้รับประสานจากผู้ใหญ่บ้าน ว่าลูกบ้านรายดังกล่าวเป็นผู้สูงอายุ สภาพร่างกายค่อนข้างพิการ ทางนายก อบต.ดอนสมบูรณ์ และปลัด อบต.ดอนสมบูรณ์ ได้มอบหมาย ให้ตนเข้ามาตรวจสอบ เพื่อนำข้อมูลเข้าระบบและหาแนวทางช่วยเหลือ และยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งในส่วนของสวัสดิการสูงอายุ และช่วยเหลือความพิการ ในการเคลื่อนไหว เช่น จัดหารถเข็น ซึ่งจะได้ประสานงานกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.กาฬสินธุ์ ฝ่ายปกครองอำเภอยางตลาด และเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับการทำบัตรประชาชนครั้งแรกในชีวิตของนายสำรีวัย 69 ปี ถือเป็นเรื่องที่สร้างความฮือฮาในพื้นที่มากพอสมควร และเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ขณะที่นายสำรี ภูอบเชย อายุ 69 ปี กล่าวว่าว่า จากการที่ตนได้รับความช่วยเหลือจากนาคินทร์ ภูจ่าพล ผู้ใหญ่บ้านดอนยานาง ในครั้งนี้ ทั้งพาไปทำบัตรประจำตัวประชาชน ตรวจสุขภาพ เพื่อที่จะได้รับสวัสดิการคนพิการ หรือสิทธิ์อื่นๆที่พึงมีพึงได้จากบริการของรัฐ จึงเหมือนกับเป็นการชุบชีวิตของตน ที่เคยเป็นคนร่อนเร่พเนจรได้มีหลักแหล่ง เป็นคนไทยที่โดยสมบูรณ์ มีสิทธิเหมือนประชาชนคนไทยทุกประการ ทุกวันนี้จึงเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ขอขอบคุณผู้ใหญ่บ้าน คุณหมอ อบต.ดอนสมบูรณ์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ฯ และทุกคนที่มีส่วนช่วยเหลือตนในครั้งนี้.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกิน1.5แสนชื่อ! ชาวเน็ตโชว์กึ๋นถอดถอน ‘พี่ศรี’ ออกจากเลขาธิการสมาคมฯ

Posted on June 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657638

เกิน1.5แสนชื่อ! ชาวเน็ตโชว์กึ๋นถอดถอน 'พี่ศรี' ออกจากเลขาธิการสมาคมฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 09.26 น.

จากกรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวหา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ ทำป้ายหาเสียงเป็นผ้าไวนิลสามารถนำไปทำกระเป๋า-ผ้ากันเปื้อน เข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 และได้แจ้งความเอาผิดกรณีไม่เก็บป้ายหาเสียง จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก 

โดยมีผู้สร้างแคมเปญรณรงค์ใน https://www.change.org ลงชื่อ ถอดถอน นายศรีสุวรรณ ออกจากเลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย 

อ่านข่าวเพิ่มเติมที่นี่ : ‘พี่ศรี’ ร่อแร่! มีผู้ลงชื่อทะลุ 1.2 แสนราย ถอดถอนออกจากเลขาธิการสมาคมฯ

ล่าสุด เมื่อเวลา 8.15 น. มีผู้ลงชื่อสนับสนุนแล้ว 163,915 ราย และตั้งไว้ที่ 150,000 ราย ซึ่งเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยแคมเปญนี้จะเป็นหนึ่งในแคมเปญที่มีคนที่ลงชื่อมากที่สุดบน Change.org .-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สงขลาทำหมัน’ลิง’ เฝ้าระวังโรคจากลิงสู่คน เก็บตัวอย่างเลือดตรวจหาเชื้อ’มาลาเรียโนวไซ’

Posted on June 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657632

สงขลาทำหมัน'ลิง' เฝ้าระวังโรคจากลิงสู่คน เก็บตัวอย่างเลือดตรวจหาเชื้อ'มาลาเรียโนวไซ'

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 08.55 น.

สวนสัตว์สงขลา จับมือ 5 หน่วยงานอนุรักษ์ ทำหมันลิง ลดการขยายพันธุ์ลิงพร้อมควบคุมโรคตามฤดูกาลและเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่ โดยเก็บตัวอย่างเลือดลิง เพื่อตรวจหาเชื้อไข้มาลาเรียสายพันธุ์ “โนวไซ” 

2 มิถุนายน 2565 สวนสัตว์สงขลาร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 (สงขลา) เข้าดำเนินโครงการควบคุมประชากรลิง(ทำหมันลิง) ประจำปี 2565 เพื่อแก้ไขปัญหาลิงป่าที่เข้ามาสร้างความเดือดร้อนแก่สัตว์ในส่วนแสดงและก่อความรำคาญกับชุมชนใกล้เคียง ทั้งนี้ โดยมีหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 (สุราษฎร์ธานี) สำนักงานบริหารพื้นที่ อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งทะเล จังหวัดกระบี่ และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าโตนงาช้าง จังหวัดสงขลา ตลอดจนสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 กรมควบคุมโรค ได้ทำการเก็บตัวอย่างเลือดลิง เพื่อตรวจหาเชื้อไข้มาลาเรียสายพันธุ์โนวไซ

สำหรับการควบคุมประชากรลิงภายในสวนสัตว์มีเป้าหมายควบคุมการขยายตัวและทำหมันลิงทั้งเพศผู้เพศเมีย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าในส่วนจัดแสดง และการแย่งชิงพื้นที่หากินของสัตว์ป่าในธรรมชาติ พร้อมกันนี้ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 กรมควบคุมโรค ถือเป็นการตรวจสุขภาพของลิงป่าเพื่อควบคุมโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน และมุ่งเน้นมาตรฐานและมาตรการในการป้องกันโรคระบาดตามฤดูกาล อันได้แก่ ไข้มาลาเรีย ไข้เลือดออก โรคฝีดาษลิง ตลอดจนโรคระบาดอุบัติใหม่อื่นๆ อีกด้วย  

โครงการควบคุมประชากรลิง(ทำหมันลิง) ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยว ที่เที่ยวชมสวนสัตว์ ให้มั่นใจต่อสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติและมีความอ่อนไหวต่อการระบาดของโรคต่างๆ อีกทั้งให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจถึงการทำงานของสวนสัตว์ต่อความรับผิดชอบทางสังคมที่ควรให้ความปลอดภัย ต่อนักท่องเที่ยวในทุกย่างก้าวของการท่องเที่ยวสวนสัตว์สงขลา  

นางกนกวรรณ ชดช้อย หัวหน้างานส่งเสริมพฤติกรรมและสวัสดิภาพสัตว์ สวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า วันนี้สวนสัตว์สงขลามีโครงการควบคุมประชากรลิง ระยะเวลาโครงการนี้ 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคมไปจนถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2565โดยมีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อควบคุมประชากรลิงให้มีจำนวนที่เหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งในปัจจุบันนี้ประชากรลิงก็เพิ่มขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ถ้าไม่มีการควบคุมจะรบกวนไปถึงนักท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันนี้ลิงก็ลงพื้นที่เข้าไปในคอกสัตว์ รบกวนสุขภาพสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์ รวมทั้งแย่งชิงอาหารสัตว์ที่ควรจะได้รับในแต่ละวัน ซึ่งทำให้สัตว์ในคอกสัตว์กินอาหารไม่เพียงพอ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมจำนวนประชากรลิงให้เหมาะสม 

สำหรับลิงพวกนี้เป็นลิงที่อยู่ในธรรมชาติบริเวณรอบๆสวนสัตว์สงขลาและเพิ่มจำนวนประชากรได้รวดเร็ว เมื่ออาหารในธรรมชาติไม่เพียงพอก็ลงมาในพื้นที่ด้านล่าง โดยทางสวนสัตว์ตั้งเป้าทำหมันไว้ 100 ตัว ในส่วนที่จับได้ก็จะมีลิงตัวเมียที่มีท้อง ส่วนนี้ก็จะทำหมันไม่ได้ โดยเราจะทำหมันลิงที่มีสุขภาพแข็งแรงก็สามารถทำได้และมีน้ำหนักตามที่กำหนด. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ข้อมูลเชิงสถานการณ์’ แก้ปัญหาการศึกษาเหลื่อมล้ำ

Posted on June 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657497

สกู๊ปแนวหน้า :  ‘ข้อมูลเชิงสถานการณ์’  แก้ปัญหาการศึกษาเหลื่อมล้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หากติดตามความเคลื่อนไหวในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่า กสศ. หรือ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาพยายามนำเสนอแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษา ผ่าน “โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ” โดยได้มีการเชื้อเชิญกลุ่มผู้บริหารจากจังหวัดต่างๆ ทั้งสิ้น 44 จังหวัดเพื่อมาร่วมกันขบคิดหากลไกในการช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์ปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษา

แต่การช่วยเหลือเด็กภายใต้สถานการณ์ของสังคมที่ค่อนข้างจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดการณ์ได้ยาก สิ่งที่สำคัญมากในการดำเนินงานคือ “ข้อมูลเชิงสถานการณ์” ทั้งที่เป็นสถานการณ์ในปัจจุบัน และภาพในอนาคต รวมถึงข้อมูลตัวเลขที่สำคัญ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือตัวเลขของน้องๆ ที่อยู่ภาวะที่ยากจนและด้อยโอกาสทางการศึกษา จะช่วยให้คณะทำงานระดับจังหวัด สามารถกำหนดประเด็นและคิดโจทย์ได้อย่างแม่นยำ

น.ส.ณัฐชา ก๋องแก้ว นักวิชาการฝ่ายนวัตกรรมข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ระบุว่า สถานการณ์โรคระบาด
โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อนักเรียนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มยากจนพิเศษซึ่งก่อนโควิดมีไม่ถึง 1 ล้านคน วิกฤตโควิดทำให้ตัวเลขนักเรียนยากจนสูงขึ้นกว่า 1.2 ล้านคน นอกจากนี้เรายังพบว่ารายได้เฉลี่ยครัวเรือนของนักเรียนมีแนวโน้มที่จะลดลงยิ่งไปกว่านั้นสมาชิกในครัวเรือนอายุประมาณ 15-65 ปี หรือวัยแรงงานว่างงานเพิ่มมากขึ้น

สำหรับนักเรียนยากจนหรือยากจนพิเศษ คือนักเรียนที่อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน และมีการวัดรายได้ทางอ้อมผ่านสถานะครัวเรือน 8 ด้าน คือ 1.การมีภาวะพึ่งพิง อาทิ พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว มีคนว่างงาน ผู้สูงอายุ 2.การอยู่อาศัย อยู่กับเจ้านายหรืออาศัยผู้อื่น หรือเช่าอยู่ 3.ลักษณะที่อยู่อาศัย พื้นบ้าน/หลังคา/ฝาบ้านทำจากวัสดุอะไรบ้าง 4.ที่ดินทำกิน 5.แหล่งน้ำดื่ม 6.แหล่งไฟฟ้า 7.ยานพาหนะในครัวเรือน 8.ของใช้ในครัวเรือน

นอกจากตัวเลขเด็กยากจนที่เพิ่มขึ้น น.ส.ณัฐชา กล่าวเพิ่มว่า ในระบบฐานข้อมูลของกสศ.ที่เรียกสั้นๆ ว่า iSEE ซึ่งเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ครอบคลมจำนวนประชากรเด็กและเยาวชนของ กสศ. ซึ่งสามารถแสดงผลในรูปแบบของจังหวัดต่าง ๆทำให้ทุกจังหวัดสามารถเข้าไปดูได้ว่าในแต่ละจังหวัดมีความเหลื่อมล้ำ หรือมีขนาดของความเหลื่อมล้ำของเด็กยากจนหรือครัวเรือนยากจนมากน้อยแค่ไหน

“ข้อมูลใน iSEE มีความแม่นยำสูง เพราะเป็นข้อมูลที่ได้รับความอนุเคราะห์มาจากครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เกิดจากการสำรวจในพื้นที่ และนำไปบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เช่น ทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง กระทรวงศึกษาธิการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

และนอกจากความแม่นยำของข้อมูล ความสำคัญอีกประการของกลุ่มข้อมูลเหล่านี้คือ การชี้เป้าเด็กนอกระบบการศึกษา เป็นข้อมูลเด็กที่ไม่มีข้อมูลในระบบการศึกษาที่ถูกเชื่อมกับข้อมูลจากทะเบียนราษฎร เพื่อชี้เป้าและเป็นแนวทางในการค้นหาว่าเด็กคนไหนที่ยังไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา ซึ่งการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ 20 จังหวัดเดิม ได้ทำงานกับกลุ่มนี้ มีการนำข้อมูลเพิ่มเติมไว้ใน iSEE ด้วย” น.ส.ณัฐชา กล่าว

ด้าน ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว ความรุนแรงของวิกฤตเศรษฐกิจไทย ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจต่างๆ ลดคนทำงาน เหล่านี้เป็นโจทย์สำคัญที่ต้องหาทางเข้าไปจัดการในการแก้ไขปัญหากันต่อไป แต่ผลกระทบที่ชัดเจนและเห็นภาพมากที่สุดคือ สภาพเศรษฐกิจในขณะนี้ส่งผลต่อกลุ่มคนที่เปราะบางค่อนข้างมาก เช่น เงิน 500 บาท ที่หายไปจากครอบครัวที่มีรายได้ 4-5 หมื่นบาท กับเงิน 500 บาท ที่หายไปจากครอบครัวที่มี
รายได้ไม่ถึง 6,500 บาท สร้างผลกระทบต่างกันมหาศาล

“แม้ว่าเงินจะถูกสะกิดออกนิดเดียว แต่สำหรับคนที่เขาลำบาก เงิน 500 บาท ที่หายไปนั้นเขามองว่าเป็นจำนวนที่มาก ซึ่งถ้าประเทศไทยโชคดีจะฟื้นตัวภายในปี 2567-2568 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสภาพเศรษฐกิจจะกลับไปดีขนาดนั้นและใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่เศรษฐกิจจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง นั่นหมายความว่า
การจัดการศึกษาในอีก 5 ปี เป็นหนทางที่ยากลำบาก เด็กที่เข้าเรียน ม.1 เมื่อจบ ม.6 ไปเขาจะต้องจบไปท่ามกลางสภาพความเสี่ยงของพ่อแม่ที่อาจจะต้องตกงาน เขาอาจจะต้องจบไปในสภาพที่พ่อแม่ต้องย้ายไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อหางานทำ”ดร.เกียรติอนันต์ ระบุ

ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวต่อไปว่า ในแง่ของการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ มีเด็ก 2 กลุ่มที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ คือ เด็กที่อยู่กับที่และเด็กที่มีการปรับตัว กล่าวคือ กลุ่มเด็กที่มีการปรับตัวจะมีการเคลื่อนย้ายสถานศึกษาไปเรื่อยๆ เด็กจะหางานทำ ดังนั้นการจัดการศึกษาในพื้นที่อาจต้องทำในสองรูปแบบคือ สำหรับคนในจังหวัด และคนจากต่างพื้นที่ที่เข้ามาทำมาหาเลี้ยงชีพในจังหวัดของเรา ซึ่งก็พาลูกหลานเข้ามาด้วย แต่ละจังหวัดจะมีวิธีการจัดการศึกษาอย่างไร โจทย์อย่างนี้จะวนเวียนอย่างนี้ไปอีกราว 5 ปี

“ไม่เฉพาะแค่การทำให้เด็กในอีก 5 ปีข้างหน้าสามารถหลุดพ้นจากความเสี่ยงข้างต้น กระบวนการพัฒนากลุ่มเหล่านี้ก็ต้องตามให้ทันโลกที่หมุนเร็วขึ้นกว่าเดิม” เช่น เด็กคนหนึ่งอยู่ริมทะเล ครอบครัวมีอาชีพประมง หากสร้างเด็กโดยยึดอาชีพเป็นตัวตั้ง หมายถึงจะสร้างเด็กให้เป็นชาวประมงนั้นอย่างไร แต่ก็ต้องนึกภาพว่าเด็กจะมีอาชีพชาวประมงแบบนี้ในอีก 3-5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไรด้วย

“ทุกวันนี้จีนเลี้ยงกุ้งก้ามกรามโดย AI การทำประมงตั้งแต่คัดกุ้ง ให้อาหาร ส่งขาย ครบทุกกระบวนการโดยใช้คน 0 คน เพราะฉะนั้นถ้าเราสร้างเด็กเป็นชาวประมงแบบเดิม ไทยจะไปสู้อะไรกับเขา กุญแจสำคัญในการทำงานเพื่ออยู่ให้รอดคือเราต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อเสริมทักษะเดิมที่เรามีอยู่ อันนี้คือโจทย์ที่สำคัญ บางอาชีพใช้เทคโนโลยีง่ายๆ ที่ไม่ซับซ้อนเข้าไปช่วยได้ เช่น การเป็นเกษตรกรที่ถ่ายรูปเก่ง ขายเก่ง เกษตรกรที่หามุมดีๆ คิด Caption ดีๆ ขายแคนตาลูปแป๊บเดียวหมด” ดร.เกียรติอนันต์ กล่าว

ดร.เกียรติอนันต์ ทิ้งท้ายว่า การสร้างนวัตกรรมต้องใช้ร่วมกับคน โดยที่สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มความเก่ง ชีวิตคนคนนั้นถึงดีขึ้นได้ และ “ระดับโลกเขาไม่พูดกันแล้วว่า อาชีพไหนจะรุ่ง อาชีพไหนจะร่วง แต่ทุกอาชีพจะร่วงหมดเพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น” เพราะโลกเปลี่ยนเร็วกว่าที่เราคิด

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

SCOOP@NAEWNA.CO

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สำรวจร้านอาหาร-ร้านเหล้าหนองคาย คึกคักได้กลับมาทำมาหากินซะที

Posted on June 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657621

สำรวจร้านอาหาร-ร้านเหล้าหนองคาย คึกคักได้กลับมาทำมาหากินซะที

วันพุธ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 23.29 น.

ร้านเหล้า-นักดนตรี ที่หนองคายกลับมาคึกคัก ต่างดีใจหลังจังหวัดผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด ชี้ยิ่งปิดนานรายได้ยิ่งหาย เชื่อคนเข้าใจและรู้วิธีป้องกันตัวเองมากขึ้น ฉีดวัคซีนครอบคลุมไม่กลัว

ค่ำวันนี้ (1 มิถุนายน 2565) บรรยากาศที่ร้านอาหาร ร้านเหล้าต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.หนองคาย โดยเฉพาะที่ตลาดบ้านไม้ ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย ซึ่งมีทั้งร้านเหล้า บาร์ ลานดนตรี ได้มีนักท่องเที่ยวประชาชนชาวหนองคายเข้าใช้บริการ รับประทานอาหาร ฟังดนตรี ดื่มกินในบรรยากาศของร้านเหล้า ร้านอาหารตอนกลางคืน แม้ว่าจะมีประชาชนบางตาอยู่บ้างเนื่องจากเป็นวันทำงานกลางสัปดาห์ แต่หากเป็นคืนวันศุกร์ เสาร์ คาดว่าประชาชนนักท่องเที่ยวจะมีปริมาณมากกว่านี้

ทั้งนี้หลังจากที่นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้มีประกาศผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อนุญาตให้ร้านเหล้า ร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรีสด สามารถให้บริการได้ตามปกติแต่ต้องมีมาตรการของทางร้านที่ดีตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข และเปิดบริการไม่เกินเที่ยงคืน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.65 เป็นต้นไป

โดยนายทศพล ญาติวงค์ศรี นักดนตรี กล่าวว่า หลังจากไม่ได้ทำงานจากสถานการณ์โควิด 19 มา 2 ปี ไม่ได้ร้องเพลง ไม่มีงานแสดง ไม่มีรายได้ เครื่องดนตรีก็ต้องนำไปขายหาเงินมาใช้จ่ายในแต่ละวัน ต้องผันตัวเองไปรับจ้างทำงานอย่างอื่นเพื่อความอยู่รอด เหมือนกับต้องเริ่มต้นใหม่ พ่อค้าแม่ค้าก็เงียบเหงา หลังจากทางจังหวัดผ่อนคลายมาตรการ เริ่มค้าขายได้ พ่อค้าแม่ค้าต่างพึงพอใจ นักดนตรีเองก็ได้กลับมาทำงาน มีคนจ้าง มีรายได้เข้ามา ซึ่งอยากขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้ความเมตตาอนุญาตให้ทำงานได้

นอกจากนี้ร้านค้าหลายแห่งบอกว่า สถานการณ์ตอนนี้คนฉีดวัคซีนแทบจะครบทุกคนแล้ว และมีความเข้าใจ มีความรู้ในการป้องกันตัวเองจากโรคโควิด 19 แล้ว หลายคนติดแล้วและหายแล้วด้วยซ้ำ อยากให้ทุกคนปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตต่อไป ไม่ต้องกลัวโควิดแต่ก็ไม่ประมาท ป้องกันไว้ก่อน แต่การทำงานหาเงินก็ต้องทำคู่กันไปด้วย

-001

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จากนี้ไปโลกมนุษย์จะไม่น่าอยู่เเล้ว จะมีแต่คนพาล คนเกเร จิตใจโหดเหี้ยมฯ : หลวงปู่อว้าน เขมโก

Posted on June 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657590

จากนี้ไปโลกมนุษย์จะไม่น่าอยู่เเล้ว จะมีแต่คนพาล คนเกเร จิตใจโหดเหี้ยมฯ : หลวงปู่อว้าน เขมโก

วันพุธ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.27 น.

“…จากนี้ไปโลกมนุษย์จะไม่น่าอยู่เเล้ว จะมีแต่คนพาล คนเกเร จิตใจโหดเหี้ยม คนบาปหยาบหนามาเกิด เราๆ จะอยู่ร่วมกับเขาไม่ได้หรอก ให้พากันรีบเร่งปฏิบัติ หากเเม้นชาตินี้เรายังไม่พ้นทุกข์ ก็ให้ได้ไปบำเพ็ญภาวนารออยู่ชั้นพรหมโน่น เพื่อรอลงมาเกิดในโลกมนุษย์ยุคของพระศรีอริยเมตไตย ในยุคนั้นจะมีแต่คนมีบุญเท่านั้นจึงจะได้มาเกิด ทุกคนจะมีอายุยืนเป็นหมื่นปี มีความสุข หน้าตาสวยงาม ไม่มีโรคภัย ไม่มีความยากจน และทุกคนได้บำเพ็ญภาวนา ปฏิบัติธรรม หลังจากนั้นจะได้เข้าสู่นิพพานถ้วนหน้าทุกคน..”

โอวาทธรรมพระราชวชิรเขมคุณ วิ. (หลวงปู่อว้าน เขมโก) วัดป่านาคนิมิตต์ จังหวัดสกลนคร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครูโดนนร.ทำร้ายไม่เอาเรื่องศิษย์ ‘รองผอ.’ เผยเด็กยอมรับทำไปเพราะตกใจกลัวโดนตัดผม

Posted on June 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657569

ครูโดนนร.ทำร้ายไม่เอาเรื่องศิษย์ 'รองผอ.' เผยเด็กยอมรับทำไปเพราะตกใจกลัวโดนตัดผม

วันพุธ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.29 น.

ความคืบหน้ากรณีนายชาญศักดิ์ หรือครูดอน (ขอสงวนนามสกุล) สอนวิชาสังคมโรงเรียนเทศบาลแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ถูกเด็กนักเรียนเข้าทำร้ายเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.วานนี้ (31 พ.ค.65) ซึ่งเป็นคาบเรียนสุดท้าย 

ล่าสุดวันนี้ (1 มิ.ย.65) นางมนพร ปุณยพงศ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ กล่าวว่า มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง เป็นการจัดการเรียนคาบสุดท้ายพอดี ช่วงเกิดเหตุครูที่ห้องข้างเคียงได้วิ่งมาบอกตนว่ามีเด็กทำร้ายครูดอน ก็เลยเดินทางไปดู ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่เด็กกำลังมะรุมมะตุ้มกันอยู่ โดยมีเด็กส่วนหนึ่งกำลังดึงเด็กที่กำลังทำร้ายครูออกมา หลังจากเหตุการณ์สงบจึงนำเด็กมาสอบถามที่ห้องประชุมโรงเรียนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่ามีความเป็นอย่างไร 

จากการสอบถามทราบว่าในขณะที่ครูดอน กำลังตรวจเรื่องทรงผมของนักเรียนว่าผิดระเบียบหรือไม่ ในชั้น ม.1 ม.2 ม.3 จะเป็นรองทรงสั้น ครูดอนจึงบอกนักเรียนว่าสัปดาห์ที่แล้วครูแจ้งให้นักเรียนผู้ชายทุกคนตัดผมมาโรงเรียน หากใครไม่ตัดผมมาครูก็จะซอยปลายให้หมดทุกคน ในขณะที่ยังไม่ได้ถึงคิวของนักเรียนที่ทำร้ายครู น้องนักเรียนก็กระโจนเข้าไปหาครูดอน ซึ่งในขณะนั้นครูดอนไม่ทันได้ทั้งตัวจึงล้มลงและเกิดการชุลมุนขึ้น โดยครูถูกเด็กกดไว้เนื่องจากครูดอนตัวเล็ก ส่วนเด็กตัวออกท้วมกว่า

เมื่อมีการสอบถามเด็กนักเรียนคนที่ก่อเหตุทราบว่า เรื่องนี้เด็กนักเรียนคิดไปเอง ครูไม่ได้ผิด โดยเด็กบอกว่า กลัวครูตัดผมจึงทำร้ายครูก่อน แต่ในเหตุการณ์นี้ครูก็ไม่ได้โต้ตอบเด็กแต่อย่างใดจากนั้นจึงได้นำเด็กและครูไปทำการรักษาดูแลเรื่องแผล ส่วนเรื่องที่เด็กเอากรรไกรจะไปทำร้ายครูนั้น เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง

นางมนพร กล่าวต่ออีกว่า วันนี้ ทางโรงเรียนได้มีการพูดคุยกับผู้ปกครองนักเรียนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางผู้ปกครองก็เข้าใจดี เพราะผู้ปกครองได้รับฟังข้อมูลจากตัวเด็กเองจึงเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากเด็กนักเรียนเป็นผู้กระทำกับครูเอง คำตอบที่ได้จากเหตุการณ์นี้ก็คือเด็กกลัวครูจะตัดผม สำหรับอาการของครูวันนี้ได้ลาพักเนื่องจากมีอาการเจ็บทั้งตัว เจ็บหน้าอก รวมทั้งนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ที่เข้าไประงับเหตุก็เจ็บไปหลายคน ลาบ้าง มาเรียนบ้าง 

“สรุปเรื่องนี้คือคุณครูไม่ได้เอาเรื่องอะไรกับเด็กเพราะเข้าใจในเรื่องที่เด็กอาจจะเข้าใจว่าครูจะไปตัดผมจึงตกใจ” รองผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,980,852 hits

Join 4,110 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย
สมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย จับมือ DKSH สร้างการตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหายาก XLH
หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ร่วมถวายสักการะ ลงนามถวายความอาลัย ‘สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ’
กลุ่มผู้ถือหุ้น BCP ร้อง กมธ.การเงิน สอบดีลซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9 พันล้าน ลุ้นดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ
‘อนุทิน’สวมบทเซลส์แมน ดึงEECมาดูเอง ขายนักลงทุนทั่วโลก
สั่งเด้งผู้ว่าภูเก็ตเข้ากรุ แฉปมเดือด ขัดแย้งหนัก-คุมไม่อยู่
'โพยไม่ผิด'แล้วจบจริงหรือ? อดีตผู้พิพากษา ชำแหละปม ฮั้ว สว. ชี้กฎหมายกับพฤติกรรมศาสตร์สวนทาง
สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
"ทรัมป์-ปธน.อิหร่าน" ลงนามดิจิทัลข้อตกลงยุติสงครามตะวันออกกลาง
นายกฯ เข้าเฝ้าฯ กษัตริย์บรูไน พร้อมเดินหน้าความร่วมมือ 4 ด้าน

Recent Posts

  • แม่ญี่ปุ่นฟ้องรัฐ 100 ล้านเยน ลูกสาววัย 16 ถูกขัง-บังคับสารภาพ ทั้งที่ไม่ทำผิด จนป่วย-เสียชีวิต
  • ไข้หวัดนกคร่าชีวิต “ลูกแมวน้ำช้าง” บนเกาะใกล้ขั้วโลกใต้ออสเตรเลียกว่า 13,000 ตัว
  • ยูเครนส่งโดรนกว่า 500 ลำถล่มกรุงมอสโก เกิดไฟไหม้–อพยพผู้โดยสารสนามบิน
  • ฮ่องกงยกระดับเตือนภัยฝนสูงสุด ปิดโรงเรียน เตือนน้ำท่วมหนักจากฝนมรสุม
  • “เจฟฟ์ เบซอส” มั่นใจ AI ไม่แย่งงานมนุษย์ แต่จะทำให้เกิด “ภาวะขาดแคลนแรงงาน”

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d