งานเข้า ‘สก.วิพุธ’ สั่งสอบร้านย่านเอกมัยเปิดเกินเวลา หลัง สส.ก้าวไกล วิวาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555912

12 ส.ค. 2566

งานเข้า 'สก.วิพุธ' สั่งสอบร้านย่านเอกมัยเปิดเกินเวลา หลัง สส.ก้าวไกล วิวาท

‘สก.วิพุธ’ ยอมรับ ร้านย่านเอกมัย ที่สส.ก้าวไกล ทะเลาะวิวาทกับคู่กรณี เปิดเกินเวลาจริง หลักฐานมัดแน่น เตรียมเชิญเขตวัฒนาเข้าชี้แจง ยืนยันไม่มีนัยยะทางการเมือง แต่เนื่องจากมีชาวบ้านร้องเรียนมา

งานเข้าร้านอาหารย่านเอกมัย สถานที่ที่ สส.พรรคก้าวไกล และ คู่กรณี ทะเลาะวิวาทกัน โดยภาพจากกล้องวงจรปิดระบุเวลาเกิดเหตุประมาณ 02.30 น. ตามกฎหมายแล้วร้านอาหารหรือสถานบันเทิง จะต้องปิดให้บริการเที่ยงคืน

คมชัดลึกสอบถามไปยัง ส.ก.วิพุธ ศรีวะอุไร รองประธานคณะกรรมการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อยของสภากรุงเทพมหานคร ยอมรับ จากเหตุดังกล่าว ร้านเปิดเกินเวลาจริงๆ ซึ่งถ้าคนไปเที่ยวแถวนั้นก็จะรู้อยู่แล้ว และถ้าลองดูจากในคลิปวงจรปิด ก็เห็นอยู่ว่า เหตุเกิดช่วง 02.30 น. หากบอกว่า ปิดให้บริการแล้ว แต่ก็ไม่ควรที่จะต้องมีคนหรือลูกค้านั่งอยู่ในร้าน ต้องมีแต่พนักงานที่อยู่คอยเก็บร้าน ซึ่งในคลิปเป็นการนั่งดื่มกันต่อก็ชัดเจนด้วยหลักฐาน ดิ้นไม่หลุด หากร้านจะปฏิเสธ
งานเข้า 'สก.วิพุธ' สั่งสอบร้านย่านเอกมัยเปิดเกินเวลา หลัง สส.ก้าวไกล วิวาท

ส่วนสำนักงานเขตวัฒนานั้น ต้องมีส่วนรับผิดชอบ เพราะในฐานะเจ้าของพื้นที่ ก็ต้องรู้อยู่แล้ว เมื่อมีการร้องเรียนเรื่องเสียงรบกวน เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมของสำนักงานเขต ต้องลงมาดูแล ไม่ควรเพิกเฉย ส่วนตำรวจในท้องที่เราก็ต้องเรียกมาพูดคุยกัน หากรู้ว่ามีการเปิดเกินเวลาจริง แต่ละเว้น อันนี้ก็ผิดเหมือนกัน 

ส.ก.วิพุธ ยืนยัน การที่เข้าไปตรวจสอบกรณีดังกล่าวไม่มีนัยยะทางการเมือง ต้องแยกประเด็นก่อน สส.ไปเที่ยวก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ที่เขาจะไปเที่ยวกิน ดื่ม เป็นเวลาพักผ่อนของเขา เวลาที่เขาจะปฏิบัติ เมื่อเกิดเหตุทะเลาะวิวาทก็เป็นการตัดสินใจของเขา ไม่เกี่ยวแต่สิ่งที่เราจะต้องลงไปดู ก็เลยเป็นคำถามว่าทำไมร้านเหล่านี้ถึงเปิดให้บริการ ไม่เกี่ยวเรื่องการเมืองแน่นอน

ส่วนกรณีที่เคยมีประชาชนร้องเรียนร้านดังกล่าวถึงเวลาการปิดร้านและเสียงดังรบกวนนั้น ขณะนี้ได้ส่งหนังสือไปยังคณะกรรมการปกครองสภาชุดนี้แล้ว แต่เนื่องจากตอนนี้ สภา กทม. เป็นช่วงพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี จึงยังไม่สามารถที่จะประชุมคณะกรรมการสามัญชุดใหญ่และคณะอื่นๆได้ 

แต่เบื้องต้นกำหนดว่า จะนำเรื่องนี้เข้าไปบรรจุเป็นวาระแรกทันที ที่มีการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงหลังวันที่ 6 ก.ย. 66 ระหว่างนี้ได้มอบหมายให้ผู้ช่วยเลขานุการของสภา ทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานเขตวัฒนา สอบถามข้อเท็จจริงและความคืบหน้าทำไมประชาชนถึงร้องเรียนมา และได้เข้าไปแก้ไขอย่างไรบ้าง เข้าไปคุยกับเจ้าของร้าน หรือส่งจดหมายตักเตือนไปแล้วหรือไม่ 

สำหรับร้านอาหารหรือสถานบันเทิงในพื้นที่ กทม. ยอมรับว่า มีหลายเขต เพราะขณะนี้ปัจจุบันเศรษฐกิจเริ่มกลับมา โควิดเริ่มหายไป ร้านพวกนี้ก็กลับมาเปิดมากขึ้น เพราะฉะนั้นยิ่งเปิดได้นานเท่าไหร่ เขาก็จะดีรายได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามจะต้องสอดคล้องกับเวลาไม่ใช่เปิดเกินเวลา รวมถึงร้านพวกนี้บางทีไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่เที่ยว แต่อยู่ใกล้กับสถานที่อาศัยกระทบกับประชาชน

‘รทสช.’ แฉมีกลุ่มหาประโยชน์ทางการเมืองจาก ‘เด็ก’ ขอรับเงินผู้ที่ไม่หวังดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555899

12 ส.ค. 2566

'รทสช.' แฉมีกลุ่มหาประโยชน์ทางการเมืองจาก 'เด็ก' ขอรับเงินผู้ที่ไม่หวังดี

‘รทสช.’ ยื่นหนังสือขอให้ ‘พม.’ ร่าง กม. ป้องกัน ‘เด็ก’ ถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง ยกเคสเด็ก 10 ขวบ ขึ้นเวทีปราศรัย ไม่มีการตักเตือน แต่กลับสนับสนุน รวมถึงใช้เป็นข้อออ้างขอรับเงินสนุบสนุนจากผู้ไม่หวังดี

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย นางรัดเกล้า สุวรรณคีรี รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายณัฐนันท์ กัลป์ยาศิริ อดีตผู้สมัคร สส.กทม.พรรครวมไทยสร้างชาติ ยื่นหนังสือต่อปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ขอให้ตรวจสอบและเพิ่มข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับกฎกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เพื่อป้องกันการนำเด็กไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองในอนาคต

โดยยกเหตุการณ์ที่มีพรรคการเมืองหนึ่งให้เด็กอายุ 10 ขวบ ขึ้นเวทีปราศรัยทางการเมืองในการชุมนุมทางการเมือง มีถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชัง หรือ hate speech ไม่มีการห้ามปรามหรือแนะนำให้กระทำในสิ่งที่เหมาะสมกับวัย แต่กลับได้รับการสนับสนุน เพราะเป็นแนวทางที่พรรคการเมืองและพวกพ้องของตนเองได้รับผลประโยชน์จากกการกระทำดังกล่าวและเกิดการเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง

นายพงศ์พล กล่าวว่า นอกจากนี้ยังปรากฎพรรคการเมืองคอยยุยงส่งเสริมเด็กให้ละเมิดหรือฝ่าฝืนกฎระเบียบของโรงเรียน ฝ่าฝืนกฎหมายแผ่นดินจนถึงขนาดถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรง และยังถูกนำเรื่องราวการดำเนินคดีมาเผยแพร์ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเพื่อสร้างคะแนนนิยมและความชอบธรรมให้กับพรรคการเมืองของตนเองและพวกพ้อง

โดยปราศจากคำแนะนำให้เด็กประพฤติตนอยู่ในกรอบที่เหมาะสมกับวัยเรียน ซ้ำร้ายยังนำเสนอข้อมูลข่าวสารเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางการเมืองโดยใช้เด็กเป็นเครื่องมืออย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเกิดกระแสสังคมกดดันกับเด็กและเกิดความเสียหายกับเด็กและสังคมอย่างประเมินค่ามิได้

รทสช. ยื่นหนังสือต่อ พม.รทสช. ยื่นหนังสือต่อ พม.

ล่าสุดปรากฎข้อมูลมีกลุ่มบุคคลครอบงำ กดดันให้เด็กกระทำความผิดยุยงส่งเสริมให้เด็กกระทำความผิดต่อกฎหมายแล้วนำกิจกรรมดังกล่าวไป ขอรับเงินทุนสนับสนุนการเคลื่อนไหวจากผู้ที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง ไม่หวังดีต่อเด็ก เข้าข่ายเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก ทำให้หลายภาคส่วนของสังคมเกิดความกังวลว่า พฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อเด็ก ทำให้เด็กต้องอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรง ซึ่งอาจกระทบต่อการเรียน สภาพจิตใจและพัฒนาการของเด็กได้และที่สำคัญเด็กต้องถูกดำเนินคดีโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

นายพงศ์พล กล่าวว่า ไทยเคยลงนาม “อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก” (THE UNITED NATIONS CONVENTION ON THE RIGHTS OF THE CHILD)ไว้กับองค์การสหประชาชาติ เมื่อ พ.ศ. 2538 ซึ่งมีใจความว่า เยาวชนควรได้รับการคุ้มครองจากการแสวงหาผลประโยชน์ในทุกรูปแบบ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมายื่นหนังสือถึง พม. 

รทสช. ยื่นหนังสือต่อ พม.รทสช. ยื่นหนังสือต่อ พม.

‘จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์’ แจงแล้ว คลิปเดือด ทะเลาะวิวาท ใครเริ่มก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555896

12 ส.ค. 2566

'จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์' แจงแล้ว คลิปเดือด ทะเลาะวิวาท ใครเริ่มก่อน

‘จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์’ สส. กทม. พรรคก้าวไกล แจงแล้ว คลิปเดือด ทะเลาะวิวาท ใครเริ่มก่อน จี้ สื่อบางสำนึก ลงข่าวให้ถูกต้อง

หลังจากเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ กรณีมีการแชร์คลิป ซึ่งระบุว่าเป็น “จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์” สส.กทม.เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม ของพรรคก้าวไกล ทะเลาะวิวาทกับชายคนหนึ่ง หลังมีปากเสียงกันในร้านอาหารย่านเอกมัย เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2566

ล่าสุด “ต้นกล้า จรยุทธ” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด งดให้สัมภาษณ์ เพื่อไม่ให้มีการขยายความ

ต้นกล้า จรยุทธ โพสต์แจงต้นกล้า จรยุทธ โพสต์แจง

นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ หรือ ต้นกล้า สส. กทม. เขต 3 พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ต้นกล้า จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ – TonKla Chorayuth Chaturapornprasit โดยระบุว่า ขอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนให้ทุกคนได้ฟัง

ต้นกล้า จรยุทธ เล่าว่า ในคืนเกิดเหตุ ได้ไปดื่มกินที่ร้านอาหารที่ซอยเอกมัย ซึ่งเป็นร้านที่ไปเป็นประจำ โดยในคืนนั้น มีเพื่อนๆ หลายคนไปร่วมด้วย หลังจากร้านปิด ระหว่างรอทุกคนออกจากร้าน มีชายคนหนึ่ง ได้เข้ามานั่งคุยที่โต๊ะ หลังจากนั้น ได้ลุกขึ้น และถีบเก้าอี้ ก่อนจะเดินออกไปจากโต๊ะ ต่อมาไม่นาน ชายคนดังกล่าวได้เดินกลับมาที่โต๊ะ และเริ่มมีท่าทีคุกคามใส่น้องผู้หญิง จนตัวเขาเองที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ยกมือขึ้นเพื่อตักเตือน แต่ถูกสวนกลับด้วยการตบที่หน้าอย่างแรง พอผมลุกขึ้นยืนชายคนดังกล่าวได้ต่อยเข้าที่หน้าผมอีกทีหนึ่ง หลังจากนั้น ผมเลยได้ทำการตอบโต้ตามสัญชาตญาณของวิญญูชนคนหนึ่งที่ถูกทำร้ายร่างกาย เรื่องราวทั้งหมดจบลงกันในคืนนั้น ไม่มีการดำเนินคดีจากทั้งสองฝ่าย

ต้นกล้า จรยุทธ โพสต์แจงคลิปต้นกล้า จรยุทธ โพสต์แจงคลิป

อย่างไรก็ดี ผมต้องยอมรับว่า การกระทำของผมนั้นไม่ถูกต้อง ไม่ควรที่จะตอบโต้กลับไป ไม่ควรใช้ความรุนแรง ในกรณีนี้ผมยอมรับผิด ผมต้องขอโทษพี่น้องประชาชนที่ไว้วางใจ และเลือกผมเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร บทเรียนครั้งนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญมาก

นายจรยุทธ บอกว่า แต่สิ่งที่สร้างความเข้าใจผิด กรณีสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ลงข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยที่ไม่ได้ติดต่อมาสอบถาม ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดไปมาก จึงขอให้ทางสำนักข่าว เผยแพร่ข้อเท็จจริงที่ชี้แจงใหม่นี้ด้วย

ต้นกล้า แจงคลิปเดือดต้นกล้า แจงคลิปเดือด

ทั้งนี้ ขอบคุณสื่อมวลชนทุกสำนักที่ติดต่อเข้ามา ผมขอชี้แจงครั้งเดียวในโพสนี้ และจะไม่ขอให้สัมภาษณ์เพื่อขยายความอีก เรื่องนี้ไม่ได้มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องสื่อมวลชนเข้าใจจุดประสงค์ของผม และนำเสนองานของผมที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในอนาคต

จรยุทธ โพสต์ทิ้งท้ายว่า สุดท้ายนี้ผมขอโทษทุกท่านต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากนี้ไปผมจะดำรงตนให้เหมาะสมต่อการเป็นผู้แทนราษฎร

‘อี้ แทนคุณ’ ประณาม ‘สส.ก้าวไกล’ รุมตืบคู่กรณี เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบจริยธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555895

12 ส.ค. 2566

'อี้ แทนคุณ' ประณาม 'สส.ก้าวไกล' รุมตืบคู่กรณี เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบจริยธรรม

‘อี้ แทนคุณ’ ประณาม ‘สส.ก้าวไกล’ รุมตืบหนุ่มคู่กรณีกลางร้านอาหาร ถามทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ เผยคัดสรรคนด้อยคุณภาพมาเป็น สส. เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบจริยธรรม

นายแทนคุณ​ จิตต์​อิสระ ​รักษา​การ​ประธาน​คณะกรรมการ​ส่งเสริม​สิทธิ​มนุษยชน​และ​ความ​เสมอภาค​ระหว่าง​เพศ​ พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมเข้าพบ ป.ป.ช. เพื่อร้องสอบจริยธรรม ​สส.ก้าวไกล กรณีมีเหตุทะเลาะวิวาทกับคู่กรณีกลางร้านอาหารย่านเอกมัยว่า มีคลิปการก่อเหตุ​ทำร้ายร่างกาย​ประชาชน​ของ สส.กทม. เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม คือ นายจรยุทธ์​ จตุรพรประสิทธิ์​ หรือ ต้นกล้า และอาจมีอดีต สส.คนดัง อย่างนายปิยะบุตร​ แสงกนกกุล ร่วมในที่เกิดเหตุ​โดยไม่ห้ามปรามด้วยหรือไม่

เป็น​การแสดงให้เห็น​ถึงความด้อย​คุณ​ภาพในการคัดสรรคนมาเป็น ​สส.ของพรรคก้าวไกลที่ผลิตซ้ำ เรื่อง​เลวร้าย​ผิดกฎหมาย​ผิดจริยธรรม​อย่างต่อเนื่อง​ ไม่ว่างเว้นความกร่าง ก้าวร้าว​ ที่ทำให้สังคมเอือมระอา 

ทั้งที่กระทำโดยผู้มีตำแหน่ง​ทางการเมือง​และเครือข่ายกลุ่มการเมืองที่เป็นแขนขาในการเคลื่อนไหว​ใช้ความรุนแรง​ในต่างกรรมต่างวาระ ยิ่งสะท้อนภาพความตกต่ำของการเมืองไทยที่เน้นการสร้างภาพ โดยใช้การตลาดนำการเมือง หลอกลวงเชิงนโยบาย​ ประดิษฐ์​วาทกรรมสวยหรูให้ความหวังประชาชน​ว่า เป็น​คนรุ่นใหม่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง​ให้ประเทศไทย​ไม่เหมือนเดิม แต่เนื้อในเน่าเฟะเพิ่มเติมคือ คนเหล่านี้​เต็มไปด้วยการดูถูกดูแคลน​ด้อยค่าผู้อื่นอย่างไร้หลักการเคารพในสิทธิ​เสรีภาพ​ของคนเห็นต่าง 


นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า เมื่อกระทำความผิดและกลับนิ่งเฉย ไม่มีการแสดง​ความรับผิดชอบ​ใดๆต่อสาธารณชน ​เสมือน​หนึ่ง​ประชาชน​เป็นของตาย ไม่ต้องเห็นหัวไม่มีความหมายใดๆ เห็น​ได้ชัดว่า ไม่ได้​มีคุณงามความดีใดๆต่อสังคม ขอเตือนประชาชน​และเยาวชน​ไทยให้ระวังอย่าหลงเชื่อ​ เสพติดและเลียนแบบพฤติ​กรรมความรุนแรง​จากพรรคการเมืองดังกล่าว​เพราะถึงเวลาถูกดำเนินคดี​พวกเขาจะตัดหางปล่อยพวกคุณติดคุกตามลำพังอย่างแน่นอน​

นอกจากนี้ นายแทนคุณ ยังโพสต์ผ่าน เฟซบุ๊ก Tankhun​ Jittitsara​page กล่าวถึงกรณีดังกล่าว บางช่วงระบุว่า การ​ปกป้องผู้หญิง​เป็น​เรื่องดี แต่เป็นการใช้ความรุนแรงและกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ 

“เพราะดูจากคลิปคนเมา (ซึ่งก่อเหตุ​ก่อนและเป็​นคนผิด ได้แตะตัวผู้​หญิงก่อน และผลักหัวส.ส. แต่การที่เขาล้มลงไปแล้วกระทืบซ้ำแบบสองคนรุมกระทืบ ก็ไม่ควรเนอะครับ  แต่อย่างไรก็ดี กรณีนี้ถือว่าต้องให้พื้นที่กับข้อมู​ลอีกด้านครับ รวมทั้งกรณีนำเด็ก​10ขวบปราศรัย​hate speech กับกรณีส.ส.ทำร้ายผู้หญิงก็ผิดครับ แล้วกรณี​นี้ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุเข้าข่ายสมัครใจวิวาทด้วยครับ”

'อี้ แทนคุณ' ประณาม 'สส.ก้าวไกล' รุมตืบคู่กรณี เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบจริยธรรม

รู้จัก ‘จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์’ สส. หนุ่ม ไฟแรง พรรคก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555878

12 ส.ค. 2566

รู้จัก 'จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์' สส. หนุ่ม ไฟแรง พรรคก้าวไกล

ทำความรู้จัก ‘จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์’ สส. หนุ่ม ไฟแรง ‘พรรคก้าวไกล’ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น ลูกสหาย จากเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519

ตกเป็นข่าว ที่ยังไม่ยืนยันข้อมูล จนกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที บนโลกออนไลน์ หลังมีการแชร์คลิป ซึ่งอ้างว่าเป็น “จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์” สส.กทม.เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม ของพรรคก้าวไกล ทะเลาะวิวาทกับชายรายหนึ่ง หลังมีปากเสียงกันในร้านอาหารย่านเอกมัย เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2566

คมชัดลึก พาไปทำความรู้จักกับ สส.หนุ่ม ไฟแรง “จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์” ของพรรคก้าวไกล ที่เรียกได้ว่ามีดีกรีไม่ธรรมดา ทั้งการศึกษา หน้าตา และ การทำงาน

จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์

เปิดประวัติ “จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์”

จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ มีชื่อเล่นว่า ต้นกล้า ปัจจุบันอายุ 33 ปี สส. กทม. เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม นับเป็น สส.หน้าใหม่ ที่ไฟแรง

ประวัติการศึกษา

  • ประถมศึกษา โรงเรียนอัสสัมชัญ สำโรง
  • มัธยมศึกษา โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
  • มัธยมศึกษา University Heights Academy, KY, USA
  • ปริญญาตรี บริหารธุรกิจภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิตภาคกฎหมายมหาชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต

ประวัติการทำงาน

  • 2551-2553 บริษัท กัลฟ์ เจพี จำกัด
  • 2553 – ปัจจุบัน บริษัท มีเดีย แรพ จำกัด
  • 2557 – ปัจจุบัน ทนายความอิสระ
  • 2561 – ปัจจุบัน ที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลเยาวชนและครอบครัว
  • 2565 – ปัจจุบัน ที่ปรึกษาประจำกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน
  • 2566 – สส.กทม. พรรคก้าวไกล

จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์

“จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์” นับเป็นบุคคลที่ต่อสู้เคลื่อนไหว จากเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการพัฒนาการเมือง เพราะเขาเคยเล่าว่า

“เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ใกล้ชิดกับครอบครัว บิดาเข้าป่าเพื่อเข้าร่วมกับกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย เพื่อเรียกร้องสิทธิประชาธิปไตย ส่วนมารดาถูกจับช่วงสายของวันที่ 6 ต.ค. 2519 ถูกคุมขังอยู่เป็นอาทิตย์จนกว่าจะได้ประกันตัวออกมา หลังจากนั้นคุณแม่ได้เคลื่อนไหวอยู่ในเมือง เพื่อเป็นกำลังสนับสนุน ส่งเงิน ส่งของ ส่งยารักษาโรค ส่งกำลังต่างๆเข้าป่าเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักรบปฏิวัติที่อยู่ในป่า ดังนั้นเหตุการณ์ 6 ตุลาของทุกปีคือการรำลึกถึงการต่อสู้ของทุกคนในครอบครัวที่เคียงข้างกับประชาชนอีกจำนวนมากในช่วงเวลานั้น พวกเราไม่ลืม และการไม่ลืมจะเป็นเหมือนสิ่งกระตุกเตือนสังคมไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำรอยเดิมอีก แต่ในทางกลับกันหากพยายามทำให้สังคมลืม วงจรเดิมๆ ก็กลับมาอีก ไม่ว่าความพยายามสร้างสถานการณ์ขัดแย้งของประชาชนเพื่อเป็นข้ออ้างเพื่อปูทางไปสู่การยึดอำนาจรัฐประหาร หรือเป็นข้ออ้างเพื่อการล้อมปราบประชาชนดังเช่น เหตุการณ์ตากใบ การล้อมปราบคนเสื้อแดง พ.ค. 2553 หรือการสลายการชุมนุม จับกุมคุมตัวนักศึกษาประชาชนที่ออกมาต่อต้านรัฐและชูข้อเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในช่วงที่ผ่านมา”

จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์

“ประเทศที่ผมอยากเห็น อยากเห็นประเทศไทยพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้

อยากเห็นความเท่าเทียมในสังคม อยากเห็นคนทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่มีความเหลื่อมล้ำ อยากเห็นประชาธิปไตยที่แท้จริงเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา” 

22 ส.ค. รอ ‘วันนอร์’ ตัดสินใจ กำหนด ‘โหวตนายกฯ’ หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555873

12 ส.ค. 2566

22 ส.ค. รอ 'วันนอร์' ตัดสินใจ กำหนด 'โหวตนายกฯ' หรือไม่

กำหนดวัน ‘โหวตนายกฯ’ 22 ส.ค.นี้หรือไม่ รอประธาน ‘วันนอร์’ ตัดสินใจ หลังเดินทางกลับจากที่ประชุมรัฐสภาอาเซียนในวันนี้

นายพรเพชร วิชิตชลชัย  ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ยอมรับว่า มีการพูดคุยกันเบื้องต้น ว่าจะโหวตนายกฯในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ เป็นการพูดคุยกันจากอินโดนีเซียซึ่งต้องรอนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภากลับจากปฏิบัติภารกิจในวันนี้ก่อน

คาดว่าจะมีการหารือถึงการกำหนดวันประชุมรัฐสภาโหวตนายกฯ เพื่อความชัดเจนอีกครั้ง แต่ไม่ยืนยันว่าจะได้นายกรัฐมนตรีในวันดังกล่าวเลยหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับคนโหวต   

ส่วนการเข้า อวยพรวันเกิดพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในมูลนิธิบ้านป่ารอยต่อเมื่อวานนี้  ไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องการเมือง หรือเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรี หรือประเด็นอื่นๆ

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าการจัดตั้งรัฐบาลถือเป็นวาระสำคัญของสภาแต่ยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ และจะมีการประชุมพรรคเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ข่าวที่ออกมาเป็นเพียงแนวคิดของ สส.บางกลุ่ม แต่จะเป็นทางการก็ต่อเมื่อมีการประชุมพรรค เป็นมติพรรค และแถลงข่าวร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาล

ขณะนี้สมาชิกในพรรคพลังประชารัฐ ยังไม่มีการพูดคุยกันว่าแนวทางการโหวตนายกฯจะเป็นอย่างไร

(คลิป) ‘ดรุพร’ เผยสาเหตุทำไม สว. มีอำนาจเลือกนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555864

11 ส.ค. 2566

(คลิป) 'ดรุพร' เผยสาเหตุทำไม สว. มีอำนาจเลือกนายกฯ

‘ดนุพร’ เผยสาเหตุรัฐธรรมนูญปี 60 เกิดขึ้นเพราะต้องการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม พร้อมทำไมกำหนด สว. เลือกนายกฯได้

นายอนุพร อรุณรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยสาเหตุการบัญญัติมาตรา 272 ไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2560 ฉบับนี้ร่างขึ้นมาเพื่อสร้างความสมานฉันท์ เมื่อเกิดความขัดแย้งแตกแยกกันในสังคม เกิดความไม่มั่นคงทางการเมือง จึงจำเป็นต้องมี สว. เพื่อมาเป็นคนกลางในการแก้ไขปัญหา ทำให้เกิดความมั่นคงทางการเมือง พร้อมกับสาเหตุกำหนดให้ สว. สามารถลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีได้

‘เศรษฐา’ แอ่นอกสู้ ชูวิทย์ แฉเพื่อชาติ – มั่นใจม้วนเดียวจบโหวตนายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555862

11 ส.ค. 2566

'เศรษฐา' แอ่นอกสู้ ชูวิทย์ แฉเพื่อชาติ - มั่นใจม้วนเดียวจบโหวตนายกรัฐมนตรี

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ” เศรษฐา” ไม่ตระหนก หลัง “ชูวิทย์” กลับมาโหม “แฉเพื่อชาติ” ส่วนการ “โหวตนายกรัฐมนตรี” เชื่อมือทีมเจรจาเพื่อไทย เอาอยู่ ต่อการที่จะดึงเสียงสนับสนุนมาจากสว. เพื่อให้การโหวตลุล่วง ย้ำจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ขอมีส่วนร่วมในการดูตัวบุคคล

นายเศรษฐา ทวีสิน  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย     เปิดเผยว่า พร้อมรับการตรวจสอบ ที่มาจากนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ทั้งการไปยื่นตรวจสอบจริยธรรม ต่อกรรมาธิการจริยธรรม สมาชิกวุฒิสภา ( สว.)  หรือการเปิดประเด็นแฉเพื่อชาติ ยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ตลอดระยะเวลาที่ทำหน้าที่ผู้บริหารบริษัทแสนสิริ จำกัด ( มหาชน )  มั่นใจในกระบวนการบริหารที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง และเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการจริยธรรมจะให้ความเป็นธรรม และขอใช้สิทธิที่จะปกป้องตัวเอง ในการดำเนินคดีกับนายชูวิทย์

เป้าหมายของตนขอเดินหน้างานการเมือง ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน หากพรรคเพื่อไทยได้รับฉันทามติจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้ตนไม่ได้เป็น สส. จึงไม่ได้ไปชี้แจงวิสัยทัศน์ในที่ประชุมรัฐสภา แต่หากได้รับเลือกไปแล้วก็อาจมีการพูดคุยกัน มั่นใจในการเดินหน้าของทีมเจรจาที่จะพูดคุยกับ สว. โดยเฉพาะในสภาวะการเมืองที่ไม่ปกติ เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยและคณะเจรจาทำหน้าที่อย่างดีที่สุด  สวนเรื่องโหวตนายกรัฐมนตรี ตนมั่นใจจะได้รับการโหวตผ่านในครั้งแรก 

สำหรับการจัดสรรคณะรัฐมนตรี ภายใต้การนำจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย มีพรรคร่วมหลายพรรค ตนจะขอมีส่วนร่วมในการจัดคณะรัฐมนตรีด้วย   หากพรรคใดมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ก็จะต้องทำตามนโยบายหลัก ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ หรือ พรรครวมไทยสร้างชาติ 

“เรื่องของการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ในการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม และผลก็ประจักษ์อยู่แล้ว วันนี้ต้องอยู่กับความเป็นจริง เราต้องการมีรัฐบาล พรรคเพื่อไทยต้องการแก้ไขปัญหาของประชาชน แก้ไขเรื่องรัฐธรรมนูญ แก้ไขเรื่องความขัดแย้ง จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องเข้ามาเป็นรัฐบาล ส่วนเรื่องนโยบายของพรรคร่วมก็เป็นเรื่องของพรรคที่ต้องนำมาพิจารณา ” นายเศรษฐา กล่าว 

‘สส.เพื่อไทย’ จี้ ‘กรมชลประทาน’ เตรียมรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งเอลนีโญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555857

11 ส.ค. 2566

'สส.เพื่อไทย' จี้ 'กรมชลประทาน' เตรียมรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งเอลนีโญ

‘สส.เพื่อไทย’ ลุยสกลนคร ถกรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งเอลนีโญ พบ ปชช. ยังขาดแหล่งน้ำ ‘สมศักดิ์’ สุดงง ถนนทำได้ แต่น้ำไม่ทำ

กลุ่ม สส.เพื่อไทย ลงพื้นที่ สำนักงานชลประทานที่ 5 กรมชลประทานสกลนคร ติดตามการพัฒนาระบบชลประทาน ในการแก้ปัญหาภัยแล้งจาก “เอลนีโญ” พื้นที่อีสานเหนือ 

โดย สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ร่วมกันสะท้อนปัญหาว่า การบริหารจัดการน้ำในจังหวัดสกลนครถือว่า มีปัญหาเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องการทำงานที่ล่าช้า แหล่งกักเก็บน้ำไม่เพียงพอ ไม่สร้างฝายชั่วคราว รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆมีความล้าสมัย จึงอยากให้มีการตรวจสอบก่อนนำไปใช้งาน

นอกจากนี้ อยากให้เพิ่มความรวดเร็วในการระบายน้ำให้มากยิ่งขึ้น เมื่อเจอเหตุน้ำท่วม ซึ่งที่ผ่านมา การอนุมัติงานต่างๆ ที่ผ่านกรมชลประทาน ยังมีความล่าช้า และงบประมาณในภาคอีสาน ก็ยังไม่เพียงพอ ดังนั้น ต้องมีการบริหารจัดการน้ำให้ทั่วถึง เพราะบางโครงการนั้น ยังมีประชาชน เกษตรกรบางกลุ่ม เข้าไม่ถึง รวมถึงการบำบัดน้ำเสีย ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา ที่กรมชลประทาน ต้องเร่งช่วยเหลือประชาชน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า ประชาชนยังขาดแหล่งน้ำอีกเป็นจำนวนมาก เกษตรกรบางรายต้องขาดทุน เพราะมีน้ำไม่เพียงพอในการทำการเกษตร ดังนั้น การทำงานในเชิงบูรณาการ เราต้องช่วยกันออกแบบวางแผนงบประมาณให้เพียงพอทั่วประเทศ ทั้งงบซ่อมบำรุง งบพัฒนา งบก่อสร้าง ซึ่งเรื่องการบริหารจัดการน้ำ จากนี้ก็ควรต้องทำเป็นวาระแห่งชาติ

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ถนนทำแล้วทำอีก แต่ในส่วนของน้ำกลับไม่สามารถทำได้ แต่ความเดือดร้อนมีเท่ากัน ดังนั้นต้องเก็บความเห็นให้ได้มากที่สุด เพราะในส่วนของ สส. ก็ต้องผลักดันในสภา ส่วนของกรมชลประทาน ก็ต้องนำปัญหา กลับไปคิดวิเคราะห์ แล้วเดินหน้าทำงาน 

รวมถึงขณะนี้ภัยแล้งจากเอลนีโญก็กำลังจะเกิดขึ้นในปีหน้า ดังนั้นต้องเร่งดำเนินการรับมือช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามใหญ่โต 

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

ด้านนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานยุทธศาสตร์การเกษตร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาการอภิปรายในสภาฯ มีการร้องเรียนเรื่องเกี่ยวกับชลประทานมากที่สุด เพราะ สส. บางคน ดำรงตำแหน่งมา 5 สมัย แต่ไม่สามารถทำโครงการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้สำเร็จ รวมถึงบางโครงการ เปลี่ยนอธิบดีไปแล้วถึง 3 คน แต่โครงการก็ยังไม่ได้เริ่ม ดังนั้น วันนี้เราจึงต้องมาร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงานร่วมกัน เพราะพรรคเพื่อไทยมี นโยบายเพิ่มพื้นที่แหล่งน้ำชลประทานจำนวน 50 ล้านไร่ ซึ่งเราต้องมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มแหล่งน้ำให้ได้มากที่สุด และจะเป็นการช่วยลดความเหลื่อล้ำด้วย

ขณะที่นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม เรียกร้องกรมชลประทานจ่ายค่าชดเชยที่ดินให้รวดเร็วขึ้น และแล้วเสร็จก่อนที่จะเข้าทำงาน ส่วนเรื่องการปล่อยน้ำ กรมชลประทาน ก็ควรคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย เพราะได้ส่งผลเสียไปถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังริมน้ำ ที่ทำให้สภาพน้ำเปลี่ยน ปลาปรับตัวไม่ได้ ปลาตาย ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีเงินชดเชยจากหน่วยงานใดให้เลย 

ด้าน นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ยอมรับว่า งบประมาณที่กรมชลประทานมีนั้น ต้องกระจายไปยังทั่วประเทศ จึงอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในแต่ละปี แต่ก็เป็นเรื่องที่ดี ที่ สส. จะช่วยกันผลักดันงานของกรมชลประทานในสภาฯ เพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยตรง

'สส.เพื่อไทย' จี้ 'กรมชลประทาน' เตรียมรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งเอลนีโญ

ปิดจ๊อบ 314 เสียง หนุน ‘นายกฯ เพื่อไทย’ มีพรรคลุง ร่วมด้วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555860

11 ส.ค. 2566

ปิดจ๊อบ 314 เสียง หนุน ‘นายกฯ เพื่อไทย’ มีพรรคลุง ร่วมด้วย

ปิดจ๊อบ 314 เสียง หนุน ‘นายกฯ เพื่อไทย’ มีพรรคลุง ทั้ง รวมไทยสร้างชาติ-พรรคพลังประชารัฐ ร่วมโหวตให้ยกพรรค หาเสียง สว. เพิ่มอีก 60 เสียงเชื่อฉลุย เกิด ‘รัฐบาลพิเศษ’ แบ่งเก้าอี้ รมต. คาดสัดส่วน 9:1

สู่วันที่ 9 หลังพรรคเพื่อไทย รับไม้ผลัดจากพรรคก้าวไกล เป็นแกนนำ“จัดตั้งรัฐบาล” เสียงข้างมาก ตามแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ส.ค.2566 มีความเคลื่อนไหวจากพรรคเพื่อไทย ถึงการรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ ว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมกับพรรคการเมืองต่างๆ และแถลงร่วมยกมือโหวตให้กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย  หรือ “นายกฯเพื่อไทย” ไปแล้วจำนวนมาก ประกอบด้วยพรรคการเมืองต่างๆ ดังนี้ 

พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 71 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 10 เสียง พรรคประชาชาติ (ปช.) 9 เสียง พรรคเพื่อไทยรวมพลัง (พทล.) 2 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) 2 เสียง ส่วนพรรคเสรีรวมไทย (สร.) พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย พรรคละ 1 เสียง รวมกับพรรคเพื่อไทย ที่มี 141 เสียง รวมเป็น 238 เสียง

ทั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)แม้ยังไม่แถลงข่าวร่วมกับพรรคเพื่อไทย แต่แกนนำพรรคพลังประชาชรัฐได้แสดงความชัดเจนว่าจะยกมือ 40 เสียงให้ “นายกฯเพื่อไทย” ทำให้มีเสียงรวมกันอยู่ที่ 278 เสียง และมีความแน่ชัดแล้วว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)จะมายกมือโหวตให้กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย นั่นหมายถึงจะได้เสียงเพิ่มอีก 36 เสียง ทำให้รวบรวมเสียงได้ 314 เสียง แต่ต้องได้เสียงวุฒิสมาชิก หรือเสียง สว. เพิ่มเติมอีก 60 เสียง เพื่อมีเสียงรัฐสภา 374 เสียง หรือเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภา เพื่อผลักดันแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ ในส่วนของเก้าอี้รัฐมนตรีของแต่ละพรรคการเมือง ที่เข้ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาล หรือ “รัฐบาลพิเศษ” นั้น ขณะนี้ยังไม่มีการหารือว่าในสัดส่วนของพรรคการเมืองจะได้ “รัฐมนตรี” พรรคละกี่ตำแหน่ง เพราะต้องเอาตัวเลขของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดมาคำนวณ

โดยจะนำจำนวน 314 เสียง เป็นตัวตั้งหารด้วยเก้าอี้รัฐมนตรี 35 เก้าอี้ ตก 8.9 เสียงต่อ 1 เก้าอี้ ทำให้อาจปัดเศษเป็น 9 ที่นั่ง สส. เท่ากับ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี หรือ 9 ต่อ1 และจะมีความชัดเจนว่าพรรคการเมืองไหนได้กระทรวงใดบ้าง หลังจากการโหวตเลือกนายกฯ เสร็จสิ้นเรียบร้อยไปแล้ว แต่วงในบอกว่ามีการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีกันเรียบร้อยแล้ว