คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550760

09 มิ.ย. 2566

คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

คณะทำงาน 8 พรรคร่วม ประชุมหารือนัดแรก แนวทางสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนใต้ เห็นพ้องไม่สนับสนุนแนวคิด นักศึกษาเสนอแบ่งแยกรัฐปัตตานี ทำตามรธน. ใช้กลไกพลเรือนนำทหาร

เริ่มต้นคณะทำงาน ที่ทำการพรรคก้าวไกล คณะทำงานย่อยพรรคร่วมรัฐบาล ว่าด้วยสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี ได้ประชุมนัดแรก เมื่อ 14.00 น. 

คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

มีตัวแทนจาก 8 พรรคร่วมการประชุมครั้งนี้ อาทิ  นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค นายรอมฎอน ปันจอร์ ว่าที่ ส.ส. พรรคก้าวไกล พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย 

คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ และนายมุข สุไลมาน รองหัวหน้าพรรค  นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม  นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย

คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

ภายหลังการประชุมก็ว่า 2 ชั่วโมง คณะทำงานได้แถลงข่าวปลการหารือการทำงาน นายรอมฎอน เป็นตัวแทนการตอบคำถามของคณะทำงาน

คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

โดยเปิดเผยว่า วันนี้เป็นการวางกรอบการทำงาน ระดมความเห็นแต่ละพรรคในเบื้องต้น การตั้งสมมุติฐานของปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสันติภาพ การแสดงความเห็นทางการเมืองที่ยังมีความขับข้องหมองใจ รวมถึงการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน

 ดังนั้นวันนี้เราคุยกรอบกว้างที่แต่ละพรรคให้สัญญาประชาชนไว้ แต่ครั้งหน้าถ้าจะลงลึกรายละเอียดว่าจะวางกรอบสร้างสันติภาพ ตอบสนองแนวนโยบายอย่างไรให้กับประชาชน โดยนัดหารือที่พรรคประชาชาติ ในวันที่ 19มิ.ย.นี้

สำหรับความเห็นที่ประชุมเห็นว่า แนวทางการแก้ปัญหา วันนี้ อาจต้องลดบทบาท วิธีคิด และกลไกทางทหารลง แต่เพิ่มบทบาทพลเรือน โดยเฉพาะตัวแทนที่ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชน นั่นคือบทบาทรัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎร

คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

นายรอมฎอน ยังบอกด้วยว่า ที่ประชุมยังได้พูดถึงกรณีเปิดตัวขององค์กรนักศึกษาสามจังหวัดชายแดนใต้ ขบวนนักศึกษาแห่งชาติ โดยสัมผัสได้ว่ามีความกังวลของผู้คนที่มองปรากฏการณ์ทำกิจกรรมของนักศึกษากลุ่มนี้ ซึ่งในนามของว่าที่รัฐบาลใหม่ กรอบที่เรายังยืนอยู่ยังอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เรากำลังพูดถึงสถานภาพของรัฐเดี่ยวที่มองไปข้างหน้าและจะกระจายอำนาจ ให้อำนาจให้กับประชาชนท้องถิ่นมากขึ้น พร้อมยืนนันว่าไม่เห็นด้วยกับการแยกตัวออกไปของรัฐปัตตานี  เพราะเราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแต่ต้องมีพื้นที่ให้แสดงความเห็น ซึ่งการพูดคุย รับฟังความเห็นต่างๆ รวมถึงกลุ่มนักศึกษาฯ เป็นหนึ่งในกระบวนการทำงานของคณะทำงาน 

ทั้งนี้ ไม่ห่วงว่าเรื่องนี้จะนำไปสู่ความแตกแยก แต่ส่วนตัวมองว่านี่คือหน้าตาที่แท้จริงของความขัดแย้ง และต้องการความกล้าหาญทางการเมืองภายใต้การนำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ไปเผชิญปัญหา แต่สิ่งที่กังวลคือเรื่องของความรุนแรง เพราะอีกไม่กี่เดือนก็จะครบรอบ 20 ปีของเหตุการณ์รุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเชื่อว่าภายใต้รัฐบาลใหม่ที่จะเกิดขึ้นการกล้าเผชิญ คือจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา

ส่วนการพูดคุยกับหน่วยงานความมั่นคงนั้น นายรอมฎอน บอกว่า หน่วยงานความมั่นคงก็เป็นระบบราชการภายใต้รัฐบาลอยู่แล้ว ก็จะต้องมีการพูดคุย แต่ระหว่างนี้ผู้รับผิดชอบของ 8 พรรคการเมือง ก็ได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว เพื่อเตรียมความพร้อม

ส่วนแนวคิดการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น เพื่อสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้เหมือนที่รัฐบาลเดิมได้ทำมานั้น วันนี้ในวงประชุมยังมีความเห็นต่างกันอยู่ ถึงแนวทางดังกล่าวแต่ในภาพใหญ่ก็มองว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ 
คือการสนทนากับคู่ขัดแย้ง ซึ่งวิธีการของรัฐบาลใหม่ เราจะสร้างความแตกต่างจากก่อนหน้านี้

ส่วนความชัดเจนในการยุบ กอ.รมน. นั้น นายรอมฎอน บอกว่า เรื่องนี้ยังต้องมีการพูดคุยในคณะทำงาน และต้องเป็นฉันทามติร่วมกันของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

คณะทำงานสันติภาพชายแดนใต้ ประชุมนัดแรก ยันไม่แบ่งแยกรัฐ

ขณะที่ นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม กล่าวถึงการแสดงึวามเห็นผ่านรายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนักศึกษา 


เลขาธิการพรรคเป็นธรรม กล่าวว่า  ถ้าเป็นการทำประชามติ เพื่อสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน เราไม่สนับสนุน เพราะอยู่นอกกรอบรัฐธรรมนูญ แต่เราเปิดเสรีในการแสดงออกของประชาชน และไม่กังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะดำเนินการตามกรอบรัฐธรรมนูญ

เศรษฐา เพื่อไทย ถ่อมตัว เชียร์ ‘พิธา’ ก้าวไกล ฝ่าพายุจัดตั้งรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550762

09 มิ.ย. 2566

เศรษฐา  เพื่อไทย ถ่อมตัว เชียร์ 'พิธา' ก้าวไกล ฝ่าพายุจัดตั้งรัฐบาล

ผู้ได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย “เศรษฐา ทวีสิน” ยืนยันนาทีนี้ มีทางเดียวเชียร์ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แห่ง “ก้าวไกล” จัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ ในฐานะคนคอเดียวกันพรรคฝั่งประชาธิปไตย ส่วนอนาคตหากจะเป็น “แพทองธาร ชินวัตร” ก็ถือว่าโหงวเฮ้งเหมาะ

นายเศรษฐา ทวีสิน ผู้ได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย  และคณะกรรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า  ได้ติดตามการทำงานในการจัดตั้งรัฐบาล  และขอเป็นกำลังใจให้นายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล “จัดตั้งรัฐบาล” ให้สำเร็จ เพราะเป็นฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน  การจัดตั้งรัฐบาลมีขั้นตอนการทำงานอยู่ว่า ต้องเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งได้คะแนนลำดับหนึ่ง ต้องให้เกียรติพรรคก้าวไกลในการจัดการ 

ส่วนที่ครอบครัวชินวัตร  ระบุว่า น.ส แพทองธาร  ชินวัตร  ยังไม่เหมาะสมนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ และสนับสนุนให้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี  ประเด็นนี้มองว่า  น.ส.แพทองธาร มีความเหมาะสม เป็นผู้หญิงที่เก่ง ซึ่งจากการลงพื้นที่ที่ผ่านมาทุกคนก็เห็นผลงานแล้ว และเชื่อว่ามีวุฒิภาวะมากพอ ไม่เช่นนั้นไม่ได้การรับรองจากคณะกรรมการบริหารพรรค ให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย “หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”  ผมพร้อมที่จะไปทำหน้าที่หรือไม่  เรื่องนี้ไม่เคยคิด เป็นหน้าที่ของพรรคก้าวไกลที่ต้องเดินหน้า  พรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับ 1 ต้องให้เกียรติพรรคก้าวไกล ในการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล   ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ 8 พรรคจัดตั้งรัฐบาล หรือเป็นคณะทำงานแต่อย่างใด  ภารกิจในเวลานี้  คือ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ”  นายเศรษฐา กล่าว 

‘พิธา’ ยืนยัน แนวทางก้าวไกล ‘ประเทศไทย’ ต้องเป็น ‘รัฐเดียว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550754

09 มิ.ย. 2566

'พิธา' ยืนยัน แนวทางก้าวไกล 'ประเทศไทย' ต้องเป็น ‘รัฐเดียว’

‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล ยืนยัน แนวทางก้าวไกลต้องเป็น ‘รัฐเดียว’ การปกครอง 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ ‘ประเทศไทย’ ต้องสอดคล้องกัน

กลายเป็นปมเขย่าขวัญการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หลังการเลือกตั้ง2566 เมื่อขบวนนักศึกษาแห่งชาติ จัดปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การกำหนดอนาคตตนเอง” และหนึ่งในประเด็นสำคัญขอแยกดินแดนปลายด้ามขวานของประเทศไทย ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้จาก ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย

โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคตดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล กล่าวถึงขบวนนักศึกษาแห่งชาติ จัดปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การกำหนดอนาคตตนเอง” และให้มีการลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราช โดยยืนยันว่า แนวทางของพรรคก้าวไกลยังไงก็ต้องเป็น ‘รัฐเดียว’

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมแกนนำพรรคก้าวไกล

อีกทั้งการปกครองของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และประเทศไทยต้องสอดคล้องกัน ต้องสร้างการลดความขัดแย้ง และลดความรุนแรงได้แน่นอน

และเท่าที่ตรวจสอบไป นายรอมฎอน ปันจอร์ ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และคนของพรรคก้าวไกลไม่ได้อยู่ในสถานที่ดังกล่าว และขณะนี่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่ม

ด่วน ‘สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย’ ของ ‘ศรีสุวรรณ จรรยา’ ถูกยุบแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550745

09 มิ.ย. 2566

ด่วน  'สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย' ของ 'ศรีสุวรรณ จรรยา' ถูกยุบแล้ว

นายทะเบียนกรุงเทพมหานครมีคำสั่ง เพิกถอน’สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย’ มีผลตั้งแต่วันนี้ แต่ยังสามารถโต้แย้งคำสั่งได้ภายใน 15 วัน

นายณพลเดช มณีลังกา อดีตเลขานุการกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า  มีคำสั่งนายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานคร เพิกถอนคำสั่งรับจดทะเบียนและใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2566 แล้ว

มีเนื้อหาว่า ตามที่ นายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งรับจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ทะเบียนเลขที่ จ.4785/2552 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 15 ชอยปทุมคงคา ถนนทรงสวัสดิ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร นั้น

จากการตรวจสอบพยานหลักฐานต่าง ๆ ข้อเท็จจริงปรากฎว่า มีบุคคลผู้จะเป็นสมาชิกของสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน ร่วมกันยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นท้องที่สำนักงานแห่งใหญ่ของสมาคมจะตั้งขึ้น พร้อมกับแนบข้อบังคับของสมาคม รายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้จะเป็นสมาชิก จำนวน 11 คน

ข้อเท็จจริงปรากฎภายหลังการจดทะเบียนสมาคมว่า บุคคลที่มีรายชื่อปรากฎอยู่ในบัญชีรายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้ที่จะสมัครสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จำนวน 3 คน ให้ถ้อยคำยืนยันสอดคล้องต้องไม่เคยเป็นสมาชิกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยแต่อย่างใด

ผู้มีรายชื่อในบัญชีจำนวน 2 รายให้ถ้อยคำยืนยันสอดคล้องกันว่า ไม่เคยเข้าร่วมประชุมคณะผู้เริ่มก่อตั้งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยครั้งที่ 1/2551 เมื่อวันที่ 66 พฤษภาคม 2551 การที่นำรายงานการประชุมดังกล่าวแนบยื่นเป็นเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมต่อนายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานครนั้น

บุคคลดังกล่าวมิได้รู้เห็นด้วยแต่อย่างใด พยานหลักฐานจึงมีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า การยื่นคำขอจดทะเบียนสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยมิได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 81 กล่าวคือ มีจำนวนสมาชิกไม่ครบ 10 คน

คำสั่งเพิกถอนการรับจดทะเบียนสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยคำสั่งเพิกถอนการรับจดทะเบียนสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 49 ประกอบมาตรา 52แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 เพิกถอนคำสั่งรับจดทะเบียนและใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ทะเบียนเลขที่ จ.4785/2552 ลงวันที่ 13พฤษภาคม 2552

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย มีนายศรีสุวรรณ จรรยา เป็นเลขาธิการ ที่ผ่านมามีบทบาทในการร้องเรียนนักการเมืองและหน่วยงานต่างๆต่อองค์กรอิสระต่างๆ จนได้สมยาว่า นักร้อง

ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

คำสั่งเพิกถอนสมาคมฯของศรีสุวรรณ ในครั้งนี้ เป็นไปตามคำร้องของ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย 

ป.ป.ช. รับ ‘พิธา’ยื่นบัญชี หุ้นไอทีวี ฉลุย – ส่วนตีความคุณสมบัติขึ้นกับ กกต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550743

09 มิ.ย. 2566

ป.ป.ช. รับ 'พิธา'ยื่นบัญชี หุ้นไอทีวี ฉลุย - ส่วนตีความคุณสมบัติขึ้นกับ กกต.

เลขาธิการ “ป.ป.ช.” สรุปข้อมูล กรณีการถือหุ้นบริษัทไอทีวี “หุ้นไอทีวี ” ของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ”  เป็นการยื่นมาในชื่อของเจ้าตัว ระบุจำนวน 42,000 หุ้น ย้ำภารกิจของ ป.ป.ช. คือตรวจสอบทรัพย์สิน ส่วนทรัพย์สินจะส่งผลให้ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามขึ้นกับ กกต.

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือ เลขาธิการ ป.ป.ช.  เปิดเผยว่า  การยื่นบัญชีทรัพย์สิน กรณีการถือหุ้นบริษัทไอทีวีจำกัด(มหาชน)  หุ้นไอทีวี  ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  เป็นการยื่นมาในชื่อของนายพิธา โดยระบุจำนวนหุ้น  42,000 หุ้น   ไม่มั่นใจว่ายื่นมาในฐานะอะไร ต้องรอการตรวจสอบก่อน ส่วนหุ้นที่ยื่นมาเป็นหุ้นของสื่อมวลชนหรือไม่นั้น  ภารกิจกิจของ ป.ป.ช.มีหน้าที่อย่างเดียว คือการตรวจสอบความถูกต้องการมีอยู่จริงของทรัพย์สิน    เรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามไม่ใช่หน้าที่ของ ป.ป.ช.

ดังนั้นเมื่อมีอยู่แล้วยื่นไม่ได้ปกปิดก็ถือว่าเรียบร้อย   แต่ถ้าไม่ยื่นทั้ง ๆ ที่เป็นของตัวเอง อันนี้จะเข้าข่ายจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ส่วนทรัพย์สินนั้นจะส่งผลให้ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างไร ไม่ใช่หน้าที่ป.ป.ช. แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  สามารถขอข้อมูลมาเป็นหลักฐาน ประกอบการพิจารณาได้ เอกสารที่ยื่นมาเป็นใบหุ้น “หุ้นไอทีวี”  ซึ่งระบุประเภทกิจการอยู่แล้ว แต่ไม่มั่นใจในเรื่องของวัตถุประสงค์ ของบริษัทที่ถือหุ้นว่าได้ระบุไว้หรือไม่ ซึ่งกกต.สามารถขอเอกสารมาเป็นหลักฐานในการพิจารณา  จาก “ป.ป.ช.” ได้ 

นายนิวัติไชย  กล่าวว่า  การยื่นบัญชีทรัพย์สินเพิ่มเติมเข้ามาภายหลังรับตำแหน่ง ต้องดูข้อเท็จจริง ว่ามีเจตนาอย่างไร ยังไม่สามารถตอบได้ว่า การไม่ยื่นช่วงรับตำแหน่งมีความผิดหรือไม่ แต่กรณีพ้นจากสส.ล่าสุดได้ยื่นแล้ว และยืนยันว่า กรณีที่นายพิธายื่นเพิ่มเติม เข้ามา เป็นการเกิดขึ้นก่อน ไม่ได้มายื่นในช่วงที่มีประเด็น    ” การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน นายพิธา กรณีพ้นจากตำแหน่งสส.เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ขณะนี้อยู่ระหว่างการทยอยเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ของสส.ที่พ้นจากตำแหน่ง  คาดว่าจะมีการเปิดเผยได้เร็ว ๆ นี้   “


เขา  กล่าวว่า  ที่มีกระแสข่าวว่า นายพิธา  ได้ค้ำประกันการกู้ยืมเงินภายในบริษัทของธุรกิจในครอบครัว กว่า 117 ล้านบาท ว่า ยังไม่แน่ใจว่านายพิธาได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในส่วนนี้มาหรือไม่ แต่พบว่ามี 1 รายการ เป็นเรื่องของการค้ำประกันเงินกู้  ขอเวลาไปตรวจสอบก่อนว่าเป็นตัวเดียวกันหรือไม่    ทั้งนี้หากมีการค้ำประกันเงินกู้ แล้วไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สินจะมีผลทางกฎหมายหรือไม่  

 ขอชี้แจงว่าการค้ำประกันไม่ถือเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นจริง เป็นเพียงสิทธิที่ลูกหนี้หากผิดนัดเจ้าหนี้ก็จะไปเรียกร้องกับผู้ค้ำประกัน ซึ่งอาจจะเกิดหนี้ในตอนนั้น และผู้ค้ำประกันจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งตอนนี้เป็นเพียงแค่การค้ำประกัน โดยในกรณีนี้ต้องพิจารณาว่าการค้ำประกัน เป็นประเด็นที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่ ซึ่งกรณีการค้ำประกันที่ยื่นเข้ามานี้ อาจจะเป็นกรณี ยื่นเมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง แต่ต้องขอเวลาไปตรวจสอบอีกครั้ง 

ส่วนจะต้องเชิญนายพิธา มาชี้แจงหรือไม่   เรื่องนี้เป็นเรื่อง การตรวจสอบบัญชีตามปกติที่ยื่นเข้ามา ซึ่งป.ป.ช.มีการตรวจสอบอยู่แล้ว  และที่สำคัญขนาดนี้ยังไม่เห็นคำร้องที่ยื่นมาให้ตรวจสอบ บัญชีทรัพย์สินหนี้สินของนายพิธา 

.

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก พรรคก้าวไกล

โบกมือลา ‘เสรีรวมไทย’ ‘สมชัย’ สนใจ สสร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550725

09 มิ.ย. 2566

โบกมือลา 'เสรีรวมไทย' 'สมชัย' สนใจ สสร.

ประธานยุทธศาสตร์เสรีรวมไทย โบกมือลา เสรีพิสุทธิ์ เดินหน้าวิจารณ์การเมือง ยอมรับสนใจทำหน้าที่ สสร. แก้กติกาการเมือง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเสรีรวมไทยยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคเสรีรวมไทยแล้ว ให้เหตุผลว่าหลังเลือกตั้งแล้วภารกิจเกี่ยวกับพรรคเสรีรวมไทยก็เสร็จสิ้นลง อีกทั้งการลาออกก็จะทำให้สามารถให้ความเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองของทุกฝ่ายได้อย่างเต็มที่

สมชัยบอกว่าที่ผ่านมาเมื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาลการให้ความเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองตรงไปตรงมาก็อาจจะส่งผลกระทบกับพรรคได้ ทั้งนี้หลังจากลาออกแล้วก็ดำรงตำแหน่งทางวิชาการและให้ความเห็นทางการเมืองได้อย่างเต็มที่ ส่วนพรรคการเมืองต่างๆ

หากเห็นว่ามีความสามารถและอยากให้ช่วยงานหรือปรึกษาหารืออะไร โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายก็ยินดีให้ความร่วมมือ ให้คำปรึกษาได้

เมื่อถามว่าการลาออกนั้นเป็นเพราะน้อยใจหรือไม่สบายใจกรณีมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้วไม่ได้เชิญเราเข้าร่วมหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะไม่ได้ไปอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เกรงว่าผู้สื่อข่าวจะไปตีความในเชิงการเมืองซึ่งความจริงไม่มีอะไร  เป็นสิ่งที่ประสงค์ให้ตัวเองปลอดจากการเมือง เพราะเวลาไปออกรายการต่างๆ ก็อึดอัดพอสมควร

การเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคเสรีรวมไทย และบางครั้งพูดตามตรงที่เราวิจารณ์รัฐบาลปัจจุบันหลายเรื่อง หรือพูดข้อกฎหมายซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ตอนนี้อาจจะกลัวว่าจะเกิดความเข้าใจผิดกัน การลาออกจึงเป็นการแสดงจุดยืนที่ดีที่สุดแล้ว

ถามว่ามีโอกาสกลับมาเป็นนักการเมืองอีกหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ในโอกาสอันใกล้นี้คงไม่มี เพราะว่าทำหน้าที่วิชาการเป็นหลัก แต่ถ้าถามเรื่องความสนใจ คือ สนใจเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีปัญหาเยอะพอสมควร

หลายมาตรา หลายเรื่อง ถ้ามีโอกาสเข้าไปเป็นสสร. ก็อาจจะสนใจตรงส่วนนั้น ก็จะทำให้อย่างน้อยที่สุดกติกาของบ้านเมืองจะเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

‘กกต.’ จ่อประกาศรับรองผลเลือกตั้งสส. – กรณี พิธา ถูกร้องหากผิดจริงตามสอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550716

09 มิ.ย. 2566

'กกต.'  จ่อประกาศรับรองผลเลือกตั้งสส. - กรณี พิธา ถูกร้องหากผิดจริงตามสอย

ประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง เผยสัปดาห์หน้า “กกต.” จะมีข้อสรุป ประกาศวันเวลาที่ชัดเจน “รับรองผลเลือกตั้ง” การันตีประกาศรับรองรองได้เร็วกว่าเมื่อเทียบกับเลือกตั้งปี 62 ส่วนหัวหน้าพรรคก้าวไกล “พิธา” ถูกยื่่นร้องใน 3 เรื่อง จะให้การรับรองรับไปก่อน แล้วมาว่ากันภายหลัง


นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.)  เปิดเผยว่า ในการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสส. ” รับรองผลเลือกตั้ง”  คาดว่าในสัปดาห์หน้า  “กกต.”  จะสามารถประกาศวันเวลาที่แน่นอนของการรับรองผลการเลือกตั้ง  และเป็นการชี้ให้เห็นว่ารับรองผลก่อนครบ 60  วัน  และเป็นการดำเนินการที่มีความคืบหน้า   เมื่อเทีบกับกระบวนการรับรองที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2562  ย้ำว่าที่มีข้อเรียกร้องให้ทยอยประกาศรับรองสส.ในขั้นตอนทำไม่ได้ ซึ่งตามกฎหมายการประกาศรับรองสส.  ต้องรับรองทั้งหมดอย่างน้อยร้อยละ 95  เพราะฉะนั้นจะทยอยประกาศเป็นรายบุคคลไม่ได้

สำหรับจำนวนสส.ที่ถูกร้องเรียน เกี่ยวกับการเลือกตั้ง มีคนใดที่เข้าข่ายที่จะมีความผิดหรือไม่นั้น ตอบไม่ได้ เพราะเป็นคำร้องที่ต้องดูว่าจะรับไว้พิจารณาหรือไม่ ถ้าไม่รับต้องให้ “กกต.” ตัดสินใจ แต่ถ้ารับแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการสืบสวนไต่ส่วนตามระเบียบ  ขณะนี้การตรวจสอบคำร้องมีความคืบหน้า จะเห็นได้จากในการสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งกระบวนการตรวจสอบเบื้องต้น กกต.ต้องให้รับฟังรายงานผู้ตรวจการเลือกตั้ง ข้อมูลข่าวสารจากแหล่งอื่น ๆ รวมถึงกระบวนการคำร้องด้วยถ้ากระบวนการเหล่านี้เสร็จก็สามารถประกาศผล   หรือ ” รับรองผลเลือกตั้ง”   ได้เลย

นายอิทธิพร กล่าวด้วยว่า กรณีมีคำร้องของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเกี่ยวกับการถือหุ้นสื่อ  ขณะนี้มีทั้งหมด 3 คำร้อง   ซึ่งได้มีการเชิญผู้ร้องมาให้ถ้อยคำ และยื่นหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง  เสนอให้กกต.พิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง หากเป็นคดีความปรากฏ ถ้าไม่รับเรื่องจะจบไป แต่ถ้ารับจะเข้ากระบวนการตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน แล้วค่อยเรียกผู้ถูกร้องมาให้ถ้อยคำ

“คดีหุ้นจะทำให้หัวหน้าพรรคก้าวไกล   ถูกแขวนจนไม่ได้รับรอง เป็นสสในสัดส่วน 95% แรกหรือไม่  ยังพูดอย่างนั้นไม่ได้   ยังไม่ถึงจุดที่ว่ารับคำร้องไว้พิจารณา ถ้ารับแล้วกระบวนการสืบสวนไต่สวนต้องใช้เวลา อยู่เหมือนกัน เพราะในกระบวนการยุติธรรมต้องให้ความเป็นธรรม ถ้ากระบวนการยุติธรรมต้องให้ความเป็นธรรมต้องใช้เวลายังไม่แล้วเสร็จ ก็ไม่มีประเด็นอะไรที่มาขวางการประกาศผล   กกต.ทำงานตามกฎหมาย และรับทราบสิ่งที่ประชาชนส่วนหนึ่งมีความเห็น  เรามีหน้าที่ ๆ จะต้องปฏิบัติไม่สามารถที่จะละเว้นได้ ยืนยันว่าจะมีการประกาศผลตามกรอบภายใน 60 วัน และมั่นใจว่าจะเร็วกว่าครั้งที่ผ่านมา และไม่ได้กังวล หรือกดดัน เพราะกกต.เป็นผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย”  เขา กล่าว 

‘เศรษฐา’ ส่ายหัวพอแล้ว ‘มิ้นท์ช็อก’ ไม่ชิม กาแฟส้ม ก้าวไกล ไม่รู้ไปฐานะอะไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550710

09 มิ.ย. 2566

'เศรษฐา' ส่ายหัวพอแล้ว 'มิ้นท์ช็อก' ไม่ชิม กาแฟส้ม ก้าวไกล ไม่รู้ไปฐานะอะไร

‘เศรษฐา ทวีสิน’ ส่ายหัว บอกพอแล้ว ‘มิ้นท์ช็อก’ ขอสั่ง ‘อเมริกาโน่เย็น’ ไม่ใส่น้ำตาลแทน ขณะคงไม่ไปชิม ‘กาแฟส้ม’ พรรคก้าวไกล ไม่รู้จะไปในฐานะอะไร ไปก็ไม่รู้จักใครเลย เดี๋ยวเป็นข่าวอีก

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ภายหลังจากให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่พรรคเพื่อไทย ได้เดินเข้าร้าน Think Lab เพื่อซื้อกาแฟ โดยเจ้าตัวได้สั่งเมนู “อเมริกาโน่เย็น” ไม่ใส่น้ำตาล เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้ ไม่ลองเมนู ‘มิ้นท์ช็อก’ ที่มีชื่อเสียงของร้านนี้อีกครั้งหรือ ‘เศรษฐา’ ปฏิเสธว่าไม่ พร้อมให้เหตุผลว่ามีรสหวานไปหน่อย ไม่ไหว

โดยระหว่างที่รอเครื่องดื่ม ‘เศรษฐา’ ได้คุยกับพนักงานร้าน ถามว่าวันนี้ลูกค้าไม่ค่อยเยอะ หรือเขาไปที่พรรคก้าวไกลกัน ซึ่งพนักงานได้ตอบกลับว่า ที่ร้านก็ยังมีลูกค้าเยอะอยู่ แต่เปลี่ยนเป็นสั่งทางระบบออนไลน์ได้แล้ว

เมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามว่าหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เคยบอกว่าร้านกาแฟที่พรรคก้าวไกล ก็มีเมนูเครื่องที่อร่อยเหมือนกันคือ ‘กาแฟส้ม’ หากมีโอกาสจะไปลองชิมหรือไม่ ‘เศรษฐา’ ตอบว่า ไม่รู้จะไปในฐานะอะไร ไปก็ไม่รู้จักใครเลย เดี๋ยวก็เป็นข่าวอีก ทั้งที่ความจริงก็ไม่มีอะไร

เศรษฐา ทวีสินเศรษฐา ทวีสิน

เศรษฐา ทวีสินเศรษฐา ทวีสิน

ผู้สื่อข่าวยังถามย้ำว่าไม่ลองเมนู ‘มิ้นท์ช็อก’ อีกหรือ นายเศรษฐา กล่าวปฏิเสธทันที ก่อนตอบว่าไม่ จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่าเมนูกาแฟส้มของร้านนี้ ได้ลองหรือยัง นายเศรษฐา บอกว่าเคยลองแล้ว ให้คะแนน 4.1 เต็ม 10 มากกว่าเมนู ‘มิ้นท์ช็อก’ นิดนึง ขณะที่เมนู ‘อเมริกาโน่เย็น’ ไม่ใส่น้ำตาลนั้น ตนให้ 9 เต็ม 10 คะแนนเลย ก่อนเดินขึ้นไปประชุมคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยด้านบน

เศรษฐา ทวีสินเศรษฐา ทวีสิน

เศรษฐา ทวีสินเศรษฐา ทวีสิน

‘ก้าวไกล’ถกองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน – พิธา ประกาศ ล้างบาง องค์กรอิสระ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550686

08 มิ.ย. 2566

'ก้าวไกล'ถกองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน - พิธา ประกาศ ล้างบาง องค์กรอิสระ

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำทีมหารือองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) รับเป็นหนี้บุญคุณเพราะได้ข้อมูล จนนำไปขยายผลให้สังคมรับรู้ ชูทำงาน 100 วัน รื้อขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างให้ตรวจสอบได้ ส่วนที่เป็นไฮไลท์ แจงกับสื่อมีเป้าหมายล้างบาง “องค์กรอิสระ”

ที่อาคารศรีจุลทรัพย์ ถนนพระราม 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ   ซึ่งเป็นที่ตั้งของ
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมคณะทำงานต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคก้าวไกล นำโดย นายรังสิมันต์ โรม  , นายปกรณ์วุฒิ  พิพัฒน์สกุล  ,นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ   ได้เข้าพบ นายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) หรือ ACT เพื่อแลกเปลี่ยนนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน  ทันทีที่พบกัน นายพิธา และนายวิเชียร ได้กำมือขวาทับมือซ้าย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ การต่อต้านคอร์รัปชัน ร่วมกัน 

นายพิธา กล่าวระหว่างการหารือว่า ที่ผ่านมา ในการตรวจสอบหรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคก้าวไกลได้ขอข้อมูลจาก ACT มาโดยตลอด เช่น  โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม โครงการเสาไฟกินนรี เป็นต้น ซึ่งตลอด 4 ปีกับการทำหน้าที่ สส. ได้เห็นการทุจริตคอร์รัปชั่นในรูปแบบต่างๆ และวันนี้ พรรคก้าวไกลอยากมารับฟังข้อเสนอแนะจากทาง ACT พร้อมนำเสนอนโยบายของพรรคก้าวไกล เพื่อนำไปสู่การต่อยอดแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นที่มีในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

ส่วนคณะทำงานเปลี่ยนผ่านด้านการทุจริตคอร์รัปชัน 8 พรรค ยังไม่ประชุมอย่างเป็นทางการ เนื่องจากผู้รับผิดชอบ ทั้ง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และ นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ยังติดภารกิจอื่น ขณะเดียวกันก็เตรียมพูดคุยกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย รวมถึงพรรคเพื่อไทยด้วย เพื่อกำหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันหลังการจัดตั้งรัฐบาล 

0 พิธา ประกาศจัดซื้อ-จัดจ้าง 5 ล้านโครงการต้องโปร่งใส


นายพิธา ยืนยันอีกว่า พรรคก้าวไกลจะประสานหารือกับ ACT อีกครั้ง โดยการหารือครั้งหน้าจะนำคณะทำงานเปลี่ยนผ่านด้านทุจริตคอร์รัปชันมาร่วมหารือด้วย เพราะมีโครงการจัดซื้อจัดจ้าง ของภาครัฐ มากกว่า 5 ล้าน โครงการ หากไม่มีความโปร่งใส และไม่มี AI เข้ามาเสริม ก็จะไม่สามารถตรวจสอบได้ อย่างมีประสิทธิภาพ หรือสามารถทำงานเชิงรุกได้  


สำหรับนโยบายของพรรคก้าวไกลที่นำมาเสนอวันนี้ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการภายใน 100 วัน โดยเฉพาะการบริหารงานในภาครัฐที่จะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ (AI) เข้ามาขับเคลื่อน รวมทั้งโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่จะอยู่ในระบบ ทำให้สามารถตรวจสอบได้ หากมีเทคโนโลยีเหล่านี้ จะทำให้การทำงานเป็นไปในเชิงรุกมากขึ้น 


นายวิเชียร กล่าวว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ใช่เรื่องใหม่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสินบนใต้โต๊ะ การส่งน้ำร้อนน้ำชา ไปจนถึงเรื่องใหญ่โครงการระดับชาติที่เป็นปัญหาเร่งด่วน แต่กระบวนการที่จะแก้ไขจัดการแบบประชาชนมีส่วนร่วม น่าจะเป็นเรื่องสำคัญในการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะพรรคการเมืองต้องไม่ให้คนของตัวเองมาบั่นทอนความน่าเชื่อถือ ด้วยการสร้างปัญหาคอร์รัปชัน 

0ผู้นำองค์กรต้านคอร์รัปชันรับเห็นความหวังรัฐบาลเอาจริง

หลังการหารือ 2 ชั่วโมงครึ่ง นายวิเชียร  กล่าวว่า ดีใจที่มีพรรคการเมืองให้ความสนใจ และใส่ใจกับเรื่องของปัญหาทุจริตคอรัปชัน   และเชื่อว่าคงจะจริงจังในการหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดย ACT ในฐานะที่เป็นองค์กรภาคประชาชน และมีเครือข่ายของสมาชิก อยากจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของการเมือง ซึ่งนโยบายสำคัญในหลายเรื่อง การศึกษา สิ่งแวดล้อม การแก้ไขปัญหาความยากจน การแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจนั้น

จากการทำงานมา 10 กว่าปี เชื่อว่าไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหากไม่เร่งแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน  ได้เสนอว่ากระบวนการสร้างการมีส่วนร่วม มีเครื่องมือการจัดการ การมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ ดังนั้นคงเห็นโอกาสที่จะร่วมมือกันต่อไปในอนาคต ซึ่งคาดหวังได้จากเจตนารมณ์อย่างมุ่งมั่น ที่นายพิธาได้พูดหลายเรื่องที่เป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตามปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน มีหลากหลาย รูปแบบ ต้องติดตามและร่วมมือกันต่อไป 

0 “พิธา” ซัดกฎหมายข้อบังคับมาก เปิดช่องให้มีส่วย

.

ด้านนายพิธา กล่าวว่า สาระสำคัญคือความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มดัชนี ในการต่อต้านการคอรัปชันให้ดีขึ้นโดยเร็ว จากที่เคยอยู่ในอันดับ 80 ซึ่งมีแผนที่จะทำ อะไรบ้างใน 100 วัน 1 ปี และ 4 ปี เพื่อให้ภาคดัชนีของคอร์รัปชันดีขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นเจตนารมณ์ของประเทศไทย ในการดึงดูดนักลงทุน ซึ่งในการแลกเปลี่ยนกับเพื่อนสส. กำลังดูว่าสามารถแก้ไขกฎหมายข้อไหนในการต่อสู้กับคอร์รัปชันโดยนำเทคโนโลยีมาสู้กับการคอร์รัปชัน เพราะบางครั้งยิ่งมีกฎหมายข้อบังคับมาก ก็จะเปิดช่องให้มีส่วย และคอร์รัปชันเช่นกัน

ทั้งนี้แกนนำของพรรคก้าวไกล  จะรวบรวมการทำงานในการต่อสู้คอร์รัปชันที่ได้รับโจทย์มาค่อนข้าง ชัดเจน 25 ข้อมูลของภาครัฐที่อยากให้เปิดแต่เข้าไม่ถึงในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา คราวนี้ขอให้เปิด เพื่อให้การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันดีขึ้น ก็จะไปดูว่าจะใช้อำนาจในการเปิดข้อมูลเหล่านี้ในส่วนไหนได้บ้าง

ส่วนมีโครงการไหนของรัฐบาลชุดที่แล้วที่จะนำมาตรวจสอบหรือเช็คบิลนั้น นายพิธา กล่าวว่า จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจเห็นว่า น่าจะมีเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ปีละ 4-5 เรื่องหรือ ตลอด 4ปี กว่า 20 เรื่อง รวมทั้งรถไฟฟ้าสายสีส้มก็จะได้กลับไปตามเรื่องต่อ หลังจากที่ยื่นต่อป.ป.ช. ไปแล้ว ทั้งนี้การตรวจสอบ
จะเป็นการสร้างระบบที่ยุติธรรมทั้งกับรัฐบาลชุดก่อน และรัฐบาลของตน คงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องของการชำระแค้น พร้อมลดระบบการใช้ดุลยพินิจของรัฐและการผูกขาดเพื่อความโปร่งใส  เปิดให้ติดตามการตรวจสอบ

.

0 เล็งแก้ไขกฎหมาย “องค์กรอิสระ “ต้องเป็นกลาง

.

เมื่อถามว่ามีแนวโน้ม ดำเนินการกับองค์กรอิสระ ที่ถูกมองว่าเป็นแดนสนธยา มีความโปร่งใสได้หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า หลายองค์กรในองค์กรอิสระไม่ได้อิสระจริง เพราะมาจากการแต่งตั้ง จึงเห็นว่ากรรมการในองค์กรอิสระควรจะมาจากการเลือกตั้ง และเรื่องนี้เป็น 1 ใน 300 นโยบาย ของรัฐบาลใหม่ที่จะต้องทำ 
ย้ำว่าแนวคิดของเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวหรือรายบุคคล แต่เป็นเรื่องของที่มาที่ไปและการใช้อำนาจ โดยคณะกรรมการจะต้องมีที่มาหลากหลาย มีคนนอก มี สส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล เพื่อให้มีความเป็นกลางมากที่สุด รับรองคนที่จะมาเป็นองค์กรอิสระ ซึ่งตรงนี้จะต้องแก้ไขกฎหมาย 


สิ่งแรกที่พรรคก้าวไกลจะแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชัน คือ จะได้เห็นคือการเปิดเผยข้อมูลการประชุมรัฐสภา การพิจารณางบประมาณ ของคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ จะเปิดเผยไลฟ์สดได้ ถ้าเป็นรัฐบาล สามารถเปิดให้สื่อเข้าร่วมประชุมเพื่อให้การประชุมอยู่ในร่องรอย โดยไม่ต้องใช้ต้นทุน ส่วนจะเปิดเผยงบลับของกระทรวงกลาโหมได้หรือไม่นั้น จะเปิดได้เท่าที่กฎหมายอนุญาต เพราะบางเรื่องอาจจะเป็นความลับของประเทศที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ นอกจากนี้กฎหมายของประเทศไทยอาจจะไม่สอดคล้องกับสากล เพราะหลายเรื่องต้องขออนุญาตจึงจะเปิดเผยได้ จึงควรต้องมีการปรับปรุง  นายพิธา ระบุ

.

'ก้าวไกล'ถกองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน - พิธา ประกาศ ล้างบาง องค์กรอิสระ
'ก้าวไกล'ถกองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน - พิธา ประกาศ ล้างบาง องค์กรอิสระ
'ก้าวไกล'ถกองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน - พิธา ประกาศ ล้างบาง องค์กรอิสระ

ที่อาคารศรีจุลทรัพย์  เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ   ซึ่งเป็นที่ตั้งขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมคณะเข้าพบวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) หรือ ACT เพื่อแลกเปลี่ยนนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน 

.

ภาพโดย NATIONPHOTO

ประชุมสภาฯ ถ่ายทอดสดให้ทุกคนมีส่วนร่วม ก้าวแรก ‘ก้าวไกล’ ต้านคอร์รัปชัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550684

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

08 มิ.ย. 2566

ประชุมสภาฯ ถ่ายทอดสดให้ทุกคนมีส่วนร่วม ก้าวแรก 'ก้าวไกล' ต้านคอร์รัปชัน

“พิธา” กับก้าวแรกต้านคอร์รัปชัน แก้กฎหมายเปิดให้สื่อร่วมประชุมสภาฯ เพื่อให้อยู่ในร่องรอย “รัฐสภาโปร่งใส” และ “ประชาชนมีส่วนร่วม” ส่วนงบกลาโหมเปิดได้เท่าที่เปิด

“นายพิธา ลิ้นเจริญรัตน์” แกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคก้าวไกล กล่าวหลังจากประชุมหารือแลกเปลี่ยนนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ว่า สิ่งแรกที่ “พรรคก้าวไกล” จะแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชัน คือ จะได้เห็นคือการเปิดเผยข้อมูลการประชุมรัฐสภา การพิจารณางบประมาณ ของคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ จะเปิดเผยไลฟ์สดได้ ถ้าก้าวไกลเป็นรัฐบาล สามารถเปิดให้สื่อเข้าร่วมประชุมเพื่อให้การประชุมอยู่ในร่องรอย โดยไม่ต้องใช้ต้นทุน

นายพิธา ลิ้นเจริญรัตน์ แกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคก้าวไกล (ขวา) นายพิธา ลิ้นเจริญรัตน์ แกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคก้าวไกล (ขวา)

ส่วนจะเปิดเผยงบลับของกระทรวงกลาโหมได้หรือไม่นั้น จะเปิดได้เท่าที่กฎหมายอนุญาต เพราะบางเรื่องอาจจะเป็นความลับของประเทศที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ 


นอกจากนี้ กฎหมายของประเทศไทยอาจจะไม่สอดคล้องกับสากล เพราะหลายเรื่องต้องขออนุญาตจึงจะเปิดเผยได้ จึงควรต้องมีการปรับปรุง
 

สำหรับนโยบายนี้เป็นการผลักดันหลักการ “รัฐสภาโปร่งใส” และ “ประชาชนมีส่วนร่วม” ให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย “รัฐสภาโปร่งใส” หรือ Open Parliament จะเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ อยู่ที่ประธานรัฐสภา “พรรคก้าวไกล” ประกาศเจตจำนงแน่วแน่ว่าจะทำให้รัฐสภาไทยโปร่งใสมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในการมีส่วนร่วมและตรวจสอบกระบวนการนิติบัญญัติ โดยเริ่มจากสิ่งที่ง่ายที่สุด คือ ถ่ายทอดสดการประชุมกรรมาธิการทุกคณะ 

บันทึกการออกเสียงลงมติต่างๆ ของผู้แทนราษฎรทุกคน โดยนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นระบบ เข้าถึงง่าย และรวดเร็ว เพื่อให้พี่น้องประชาชนติดตามการทำงานของผู้แทนของตนได้อย่างสะดวก ว่าในแต่ละประเด็น ผู้แทนของตนเองได้ลงมติออกเสียงไปอย่างไรบ้าง