
คุยกัน 7 วันหน : เรียลลิตี้หาคู่วัยเกษียณ ดังเป็นพลุแตกในจีน
วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.
รายการเรียลลิตี้โชว์หาคู่ที่ติดตามชีวิตคนโสดวัยกลางคนจำนวน 5 คู่ กำลังกลายเป็นกระแสไวรัลในโซเชียลมีเดียจีนเมื่อไม่นานมานี้ จุดขายสำคัญของรายการคือการเจาะลึกความซับซ้อนทางอารมณ์ของกลุ่มผู้สูงวัย ซึ่งเป็นมุมที่หาดูได้ยาก ทำให้ผู้ชมหันมาทำความเข้าใจคนรุ่นก่อนและสิทธิในการมีความรักของพวกเขาใหม่อีกครั้ง
รายการ “ฟอเอเวอร์ บาย ยัวร์ ไซด์” (Forever By Your Side) ดำเนินเรื่องท่ามกลางทิวทัศน์โรแมนติกของเมืองต้าหลี่ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ผู้เข้าร่วมรายการอายุระหว่าง 46-53 ปี รวม 10 คน ใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานกว่า 10 วัน ขณะร่วมทริปเดินทางจากต้าหลี่ไปยังประเทศไทย
จุดที่ต่างจากการนัดบอดของคนทั่วไปในวัยเดียวกัน คือการที่แขกรับเชิญในรายการ ให้ความสำคัญกับการตามหา “คู่ชีวิต” มากกว่าเน้นเรื่องหลักประกัน เช่น เงินบำนาญ บ้าน การรักษาพยาบาล หรือความคาดหวังแบบพิมพ์นิยมเดิมๆ
.jpg)
เส้นทางรักของพวกเขาก่อให้เกิดการถกเถียงในวงกว้างบนโลกออนไลน์จีน นับตั้งแต่เริ่มออกอากาศเมื่อปลายเดือนธันวาคม จนติดอันดับหัวข้อยอดนิยมในโซเชียลมีเดียชื่อดังของจีนอย่างเวยโป๋ ข้อมูลระบุว่ารายการนี้ดึงดูดความสนใจจากคนรุ่นใหม่ได้อย่างล้นหลาม โดยผู้ชมถึงร้อยละ 70 มีอายุระหว่าง 24-29 ปี
ความสำเร็จนี้ส่วนใหญ่สืบเนื่องมาจากกระแสการเพิ่มขึ้นของ “ผู้สูงวัยรุ่นใหม่” ซึ่งเป็นกลุ่มคนอายุ 50 ปีขึ้นไป แขกรับเชิญในรายการนำเสนอภาพลักษณ์ที่ฉีกกฎความชราแบบเดิมๆ ด้วยความสง่างาม มีชีวิตชีวา และที่สำคัญที่สุดคือความปรารถนาในรักแท้ที่ร้อนแรงไม่แพ้หนุ่มสาว ชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความเห็นว่า พวกเขาไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่จะสามารถออกเดทในรูปแบบนี้ได้
.jpg)
เผยความปรารถนาของผู้สูงวัย
รายการใช้รูปแบบ “ซิตี้ เลิฟ” (City love) ที่เน้นการออกทริปด้วยกัน โดยจะเชิญผู้เข้าร่วมรายการมาแสดงความรู้สึกส่วนลึกในใจ ผ่านจดหมายในขวดแก้ว สื่อสารกับอีกฝ่ายในระดับที่ลึกซึ้ง และเกิดเป็นความสัมพันธ์ในที่สุด นอกจากนี้ยังมีการเติมตัวละครใหม่ๆ เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการแข่งขัน ซึ่งบางครั้งก็นำไปสู่ดราม่าสุดเข้มข้น
บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่างเสี่ยวหงซู (Rednote) มีกลุ่มแชตผุดขึ้นเพื่อให้ชาวเน็ตรุ่นใหม่ร่วมแชร์ความรู้สึกขณะดูรายการนี้ บางคนถึงขนาดยกให้เป็นรายการวาไรตี้แห่งปี
หนึ่งในปัจจัยที่สร้างความนิยมให้กับรายการ คือความตั้งใจที่จะลบภาพจำเชิงลบเกี่ยวกับคนรุ่นเก่า เราจะเห็นว่าบรรดาแขกรับเชิญในรายการไม่ได้ดูหัวโบราณหรือน่ารำคาญ แต่พวกเขากลับเผชิญปมความรู้สึกซับซ้อนเหมือนคนหนุ่มสาวทั่วไป เช่น ความกังวลเรื่องรูปร่างหน้าตา และการชิงรักหักสวาท ผู้ชมรุ่นใหม่จำนวนมากเปลี่ยนท่าทีจากความสงสัยไปเป็นความหลงใหลในการดูสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “กลยุทธ์รักฉบับผู้ใหญ่”
บางคนตั้งข้อสังเกตว่า รายการนี้สะท้อนเทรนด์ประชากรใหม่หลังจีนก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับปานกลาง โดยจวบจนถึงสิ้นปี 2024 จีนมีประชากรวัย 60 ปีขึ้นไปมากถึง 310 ล้านคน เกิดเป็น “กลุ่มคนผมสีดอกเลา” (Silver generation) รุ่นใหม่ ที่มีสุขภาพค่อนข้างดี มีการศึกษาดีขึ้น และมีความมั่นคงทางการเงิน และพวกเขาเหล่านี้นี่เองที่กำลังเขียนนิยามของความชราขึ้นใหม่
ในรายการฟอเอเวอร์ บาย ยัวร์ ไซด์ หลิวอวี้กัง ดีไซเนอร์อิสระวัย 53 ปี กล่าวว่าเขา “พอใจสุดๆ” กับชีวิตหลังลูกๆ เข้ามหาวิทยาลัย เพราะสามารถใช้ชีวิตในแบบของตัวเองได้ ตื่นนอนตามธรรมชาติได้ทุกวัน “มันเหมือนได้รับตั๋วเข้าสู่ชีวิตใหม่อีกครั้งเลยครับ” เขาพูดติดตลก
.jpg)
ความรักไม่จำกัดวัย
แขกรับเชิญอีกคนคือ หม่าชิง อดีตผู้อำนวยการฝ่ายแฟชั่นของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ เธอเผยกับผู้ชมว่าคนที่เด็กที่สุดที่เธอเคยเดทด้วย มีอายุน้อยกว่าเธอถึง 18 ปี
คนสูงอายุรุ่นใหม่ในจีนจำนวนมากที่สร้างเนื้อสร้างตัวมาท่ามกลางยุคปฏิรูปและเปิดประเทศของจีนเช่นเดียวกับหลิวและหม่า มีแนวโน้มที่จะโฟกัสความต้องการทางจิตใจและคุณค่าของตนเองมากขึ้นหลังเกษียณ
เสียงตอบรับจากคนหนุ่มสาวยังเผยให้เห็นถึงความต้องการที่อยู่ในส่วนลึกลงไปของผู้คน ที่มักถูกละเลยหรือถูกปิดกั้นมานาน เจียงหลิงซวง ผู้กำกับรายการกล่าวกับสื่อว่า “ความรักไม่เคยจำกัดวัย” เขาชี้ว่า “เช่นเดียวกันกับคนหนุ่มสาว คนรุ่นพ่อแม่ของเราก็โหยหาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดไม่ต่างกัน แต่ความต้องการนั้นมักถูกลดทอนความสำคัญลงด้วยหน้าที่การงาน ลูกหลาน และเรื่องจุกจิกในชีวิตประจำวัน”
สำหรับผู้สูงอายุจำนวนมาก วัยเกษียณเคยหมายถึงการเข้าสังคมที่ลดลงและความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เปลี่ยนไป เต็มไปด้วยความเหงาและความสูญเสียทางใจในช่วงบั้นปลายชีวิต โดยการสำรวจระดับชาติในปี 2021 พบว่าร้อยละ 14.2 ของผู้สูงอายุชาวจีนอาศัยอยู่เพียงลำพัง
แม้จะยังไม่สามารถสะท้อนตัวตนของคนกลุ่มนี้ทั้งหมด แต่รายการนี้ก็ทำให้เราเห็นความก้าวหน้าด้านทัศนคติที่คนในสังคมมีต่อความชรา “ในสังคมที่เข้าสู่ภาวะสูงวัยอย่างรวดเร็ว สิ่งที่คนต้องการมากที่สุดไม่ใช่แค่สุขภาพ แต่คือการที่ได้มีคนอยู่เคียงข้างและความผูกพันทางใจที่ลึกซึ้ง” เจียงกล่าว
.jpg)
กระตุ้นเศรษฐกิจสีเงิน
รายการได้ฉายภาพของคนสูงวัยกลุ่มใหม่ที่มีความต้องการในด้านสังคม นันทนาการ การศึกษา และวัฒนธรรม เพิ่มมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการเติบโตอย่างต่อเนื่องของประชากรสูงวัยในจีน ทำให้ความต้องการทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ด้วยศักยภาพของคนกลุ่มนี้ “เศรษฐกิจสีเงิน” (silver economy) จึงกำลังสร้างช่องทางใหม่ๆ ให้แก่การเติบโตของภาควัฒนธรรมและความบันเทิง
คลิปวิดีโอจากรายการหาคู่ดังกล่าวที่มีการโพสต์ลงบน “โต่วอิน” (ติ๊กต็อกจีน) มียอดวิวสะสมทะลุ 650 ล้านครั้ง ตลาดละครสั้นที่กำลังเฟื่องฟูของจีนก็กำลังกอบโกยรายได้จากเทรนด์นี้ ด้วยการผลิตผลงานละครที่เจาะกลุ่มผู้ชมสูงวัย ข้อมูลชี้ว่าในปี 2024 เพียงปีเดียว ผู้ชมละครสั้นในจีนเกือบครึ่งมีอายุ 40 ปีขึ้นไป
ข้อมูลทางการระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 รายได้จากบริการด้านวัฒนธรรมและความบันเทิงสำหรับผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.7 เมื่อเทียบเป็นรายปี เศรษฐกิจสีเงินโดยรวมของจีนมีมูลค่าราว 7 ล้านล้านหยวน (ราว 31.78 ล้านล้านบาท) ในปี 2024 และคาดว่าจะพุ่งแตะ 30 ล้านล้านหยวน (ราว 136.2 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2035 ซึ่งจะคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ
เศรษฐกิจสีเงินถูกผนวกเข้ากับเป้าหมายการพัฒนาของจีน เห็นได้จากเมื่อต้นปี 2024 สำนักงานทั่วไปแห่งคณะรัฐมนตรีจีนได้ออกแนวปฏิบัติเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจผู้สูงวัย และปรับปรุงความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ พร้อมเรียกร้องให้จัดหาบริการด้านวัฒนธรรมและความบันเทิงสำหรับคนกลุ่มนี้มากขึ้น นอกจากนี้ ข้อเสนอสำหรับการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) ก็มีการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจผู้สูงวัยด้วยเช่นกัน
โดย ดาโน โทนาลี

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)






.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)