
คุยกัน 7 วันหน : ‘สม รังสี’ ใช้เหตุปะทะชายแดนเขย่าเก้าอี้ ‘ฮุน เซน’
วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.
ในช่วงที่ผ่านมา ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา นอกจากจะเคลื่อนไหวตอบโต้เสียงวิจารณ์จากคนในประเทศไทยแล้ว ยังต้องปะทะคารมกับแกนนำฝ่ายค้านที่ลี้ภัยอยู่ในต่างแดน โดยเฉพาะ สม รังสี อดีตผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกู้ชาติกัมพูชา (CNRP) พรรคการเมืองศัตรูหมายเลข 1 ของตระกูลฮุน ซึ่งถูกยุบไปแล้วเมื่อปี 2560 ในข้อหาร่วมมือกับต่างชาติวางแผนโค่นล้มรัฐบาล
หากย้อนดูความเคลื่อนไหวบนเฟซบุ๊กของ สม รังสี ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พบว่าผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส ออกมาแสดงความคิดเห็นโจมตีรัฐบาลกัมพูชาในประเด็นความขัดแย้งกับไทยแทบจะรายวัน โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบและความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุปะทะชายแดน เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
.jpg)
ที่เริ่มเป็นข่าว คือวันที่ 10 ส.ค. ที่ สม รังสี ได้ปราศรัยกับชาวกัมพูชาที่เมืองชอมเบรี (Chambéry) เกี่ยวกับการสู้รบระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพกัมพูชา เนื้อหาการปราศรัยส่วนหนึ่ง สม รังสี กล่าวโจมตีกองทัพกัมพูชาและยกย่องทหารไทยช่วงการปะทะตามแนวชายแดน 5 วัน (24-28 กรกฎาคม) โดยได้เยาะเย้ยและวิพากษ์วิจารณ์กองทัพกัมพูชา ว่าพวกเขายิงจรวด BM-21 ไม่แม่นยำ กระสุนตกใส่พื้นที่พลเรือนของไทย ขณะเดียวกัน ก็ยกย่องกองกำลังไทยว่าใช้เครื่องบิน F-16 โจมตีเป้าหมายทางทหารได้อย่างแม่นยำ
เหตุการณ์นี้ทำเอา ฮุน เซน ฉุนจัด โพสต์เฟซบุ๊กจวกเป็นคนหรือสัตว์ เป็นผู้รักชาติหรือผู้ทรยศ เพราะยกย่องผู้รุกรานแต่ดูหมิ่นกัมพูชา ขณะที่ชาวเน็ตกัมพูชาจำนวนมากที่ติดตามเฟซบุ๊ก ฮุน gซน ต่างแสดงความไม่พอใจต่อคำพูดของ สม รังสี เช่นกัน ประณามว่าคำพูดดังกล่าวไม่รักชาติ ดูหมิ่นชาวกัมพูชา สร้างความเสียหายแก่ชาติ และเข้าข้างฝ่ายศัตรู หลายคนถึงกับกล่าวว่า สม รังสี ไม่สมควรถือสัญชาติกัมพูชาอีกต่อไป จ่อประเดิมเป็นชาวกัมพูชาคนแรกที่จะถูกเพิกถอนสัญชาติตามกฎหมายว่าด้วยการเพิกถอนสัญชาติของกัมพูชา
ส่วนที่กลายเป็นประเด็นฮืฮฮา คือเมื่อวันที่ 13 ส.ค. สม รังสี โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาเรื่องรายได้ต่อปีของกลุ่มอาชญากรสแกมเมอร์ในกัมพูชา ว่ามีมูลค่าราว 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 618,000 ล้านบาท) อีกทั้งยังได้เปรียบเทียบว่า ถ้านำรายได้สแกมเมอร์เหล่านี้ไปซื้อเครื่องบิน F-16 จะได้ทั้งหมด 292 ลำ นอกจากนี้ สม รังสี ยังได้โพสต์ในคอมเมนต์โดยระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา สถานีวิทยุ ABC Australia เผยแพร่เรื่องอาชญากรรมออนไลน์ ในกัมพูชา มีเอกสาร 73 หน้า ที่วิจัยโดย Humanity Research Consultancy ในสหรัฐฯ มีชื่อตระกูลฮุนและพวกคุณหญิงคุณนายอีกหลายคน ที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้คุ้มครองเครือข่ายอาชญากรรมระหว่างประเทศ เพื่อรวบรวมเงินไปบำรุงอำนาจ โดยรวบรวมเงินจากแก๊งอาชญากรรมออนไลน์ประมาณปีละ 12,500-19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
.jpg)
ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน สม รังสี ยังโพสต์ภาพการ์ตูนล้อเลียน เป็นภาพตัวการ์ตูนหน้าตาคล้าย ฮุน เซน นอนสบายอยู่บนเตียงในห้องนอน แต่ถูกล้อมรอบด้วยตัวการ์ตูนลักษณะคล้ายซอมบี้หรือผีทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตไปแล้วและร่างกายเริ่มเน่าเปื่อย มีทั้งแมลงและหนอนชอนไช โดยบางคนหันปลายกระบอกปืนเข้าใส่ ฮุน เซน พร้อมข้อความทั้งภาษากัมพูชา ‘ฮุนเซนชดใช้ชีวิตคืนให้ทหาร’ และภาษาอังกฤษ ‘Give me back my life’ สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกของชาวกัมพูชาทั้งในประเทศและที่อยู่ในต่างแดน หลังจากเชื่อว่ามีทหารและพลเรือนเสียชีวิตจากเหตุรุนแรงเป็นจำนวนมาก แต่ทางการกัมพูชาเลือกที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ และแทบจะไม่สนับสนุนความช่วยเหลือใดๆ ด้วย
จนถึงขณะนี้ สื่อหลายสำนักรายงานว่า กัมพูชายอมรับว่ามีทหารเสียชีวิตจากการปะทะกันเพียง 6 นายเท่านั้น ขณะที่รายงานข่าวชิ้นเดียวกันยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ในพิธีกรรมทางศาสนาที่จัดขึ้นในกรุงพนมเปญเพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้พลีชีพของชาวเขมรในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น มีการแห่รูปทหารเขมร ประมาณ 45 นาย จากทั้งหมดที่ยังไม่ได้เก็บร่างออกมาจากสมรภูมิอีกนับพันนาย งานศพทหารกล้า ที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อหลักอย่าง BTV Cambodia และ TVK จะเป็นข่าวระดับนายทหารเพียงไม่กี่นาย ที่มีการจัดพิธีเคารพศพนักรบอย่างสมเกียรติ และมอบเงินช่วยให้ศพละ 20 ล้านเรียล แต่เหล่าทหารเขมรที่เสียชีวิตในแนวหน้า ล้วนเป็นทหารจากครอบครัวคนยากจนตามชนบท ฮุน เซน จึงปล่อยให้ ศพทหารเหล่านั้นเป็นเหยื่อแร้งกากลางป่าเขา เพราะการนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลก็เป็นภาระของรัฐบาล
ปัจจุบัน สม รังสี พยายามกระตุ้นให้ชาวกัมพูชาในต่างแดนและในประเทศร่วมกันเคลื่อนไหวเรียกร้องความยุติธรรมให้กับทหารกัมพูชาที่รบในแนวหน้าซึ่งเสียสละชีวิตของตัวเอง ผ่านการติดแฮชแท็ก Truth Expose และ Revealing The Truth หรือแปลง่ายๆ คือ การรณรงค์ให้ทางการกัมพูชาเปิดเผยความจริง พร้อมทั้งแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของผู้รักชาติ ขณะที่สภาต่อต้านแห่งชาติกัมพูชา (CNRC) เป็นองค์กรของชาวกัมพูชาในต่างแดน ก่อตั้งขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อฟื้นคืนประชาธิปไตยให้กับกัมพูชา และมี สม รังสี เป็นประธาน ได้ออกแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลกัมพูชาเปิดเผยข้อมูล 4 ข้อ
.jpg)
ข้อแรกคือ การขอให้รัฐบาลเปิดเผยว่าทหารกัมพูชาควบคุมพื้นที่ใดบ้างตั้งแต่เวลา 24.00 น.ของวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลาของการหยุดยิง ข้อต่อมาคือตัวเลขทหารและพลเรือนที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุรุนแรงตามแนวชายแดน ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาไม่เคยเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ส่วนตัวเลขผู้พลัดถิ่นและแรงงานที่กลับจากไทย รัฐบาลกัมพูชาไม่ได้ให้ข้อมูลทางการชัดเจนนัก ทั้งที่ตัวเลขดังกล่าวมีความจำเป็นในการประเมินผลกระทบและออกมาตรการช่วยเหลือ ซึ่งสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของ CNRC ก่อนหน้านี้ที่ร้องขอให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วนในด้านเศรษฐกิจ
ความเดือดร้อนของประชาชนและความสูญเสียในฝั่งทหาร ถือเป็นแรงกดดันอย่างหนักไปยังรัฐบาลกัมพูชาในขณะนี้ ซึ่งกระแสความไม่พอใจนี้อาจถูกโหมกระพือให้รุนแรงมากขึ้นได้ และอาจเป็นปมหนึ่งที่ทำให้ ฮุน เซน ไม่พอใจและตอบโต้อย่างแข็งกร้าวในช่วงที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (14 ส.ค.) สม รังสี ออกแถลงการณ์เรียกร้องประชาชนไทยโปรดอย่าเลือกปฏิบัติและทำร้ายคนงานชาวกัมพูชาในไทย เพราะพวกเขาไม่ใช่ผู้สนับสนุน ฮุน เซน แต่เป็นเหยื่อของ ฮุน เซน ย้ำประชาชนสองประเทศอยู่ร่วมกันมาหลายศตวรรษแล้ว อย่าปล่อยให้คำโกหกและเล่ห์เหลี่ยมของคนคนเดียวมาแบ่งแยกทั้งสองประเทศ เพราะ ฮุน เซน อยู่แล้วก็ไป แต่ความเป็นพี่น้องระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศนั้นคงอยู่ชั่วนิรันดร์
สม รังสี กระทุ้งฮุน เซน มาต่อเนื่อง
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา สม รังสี ออกมาระบุว่า ฮุน เซน อยู่เบื้องหลังการสังหาร ลิม กึมยา นักการเมืองคนสำคัญของพรรคสงเคราะห์ชาติ พรรคฝ่ายค้านของกัมพูชา ที่ถูกมือปืนลอบสังหารในกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาดังกล่าว
ขณะที่เมื่อเดือน มิ.ย. โพสต์ข้อความเปิดโปงพฤติกรรม ฮุน เซน ว่าการออกมาโวยวายใส่ไทยไม่ใช่เรื่องรักชาติ แต่เป็นเพราะกลัวระบบอำนาจที่พึ่งพาเงินจากอาชญากรรมข้ามชาติพังทลาย หลังรัฐบาลไทยเดินหน้าไล่จัดการแก๊งสแกมเมอร์ที่แฝงตัวอยู่ชายแดนกัมพูชา ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญ ที่ค้ำบัลลังก์ให้ระบอบของ ฮุน เซน ยืนอยู่ได้ การไล่ปราบของรัฐบาลไทยเป็นการกระทบเส้นทางการเงินของระบอบ ฮุน เซน โดยตรง ฮุน เซน จึงพยายามใช้วาทกรรม ชาตินิยมเบี่ยงเบนความสนใจ และปลุกกระแสเกลียดไทยเพื่อสร้างฐานสนับสนุน ย้อนให้เห็นเหตุการณ์ในปี 2546 ที่ ฮุน เซน เคยใช้เรื่องนักแสดงไทยจุดชนวนจนเกิดจลาจลในพนมเปญ และปี 2554 ที่ใช้ข้อพิพาทปราสาทพระวิหารเพื่อกลบปัญหาในประเทศ
แกนนำฝ่ายค้านกัมพูชาเคลื่อนไหวในต่างประเทศมาตลอด แต่ในช่วงนี้ ประเด็นผลกระทบจากเหตุรุนแรงตามแนวชายแดน เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลตระกูลฮุนไม่ยอมแก้ไขอย่างจริงจัง กลายเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลกัมพูชาที่โจมตีได้ง่ายที่สุดและเห็นผลชัดเจน
โดย ดาโน โทนาลี

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)


.jpg)
.jpg)


.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)