เฟ้นหัวกะทิ ดีแทคสานต่อ ‘แอคเซอเลอเรทปี 4’ หนุนสตาร์ตอัพไทยโชว์ฝีมือเวทีโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/586132

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 มี.ค. 2559 13:05

 

เปิดตัวโครงการ Dtac Accelerate ปีที่ 4 หวังปั้นสตาร์ตอัพไทยโชว์ผลงานบนเวทีระดับโลก พร้อมติดอาวุธการทำธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยี เผยมูลค่าลงทุนกลุ่มสตาร์ตอัพไทยโตต่อเนื่อง…

นายแอนดริว กวาลเซท รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม Strategy และ Innovation บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจสตาร์ตอัพ (ผู้ประกอบการรายใหม่) ​เติบโตอย่างรวดเร็วและมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีที่ผ่านมา พบว่ามีการลงทุนในกลุ่มสตาร์ตอัพไทยถึง 35-40 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,260-1,440 ล้านบาท) ซึ่งในปีนี้อาจมีมูลค่าการลงทุนถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,800 ล้านบาท)

บริษัทเล็งเห็นการเติบโตในธุรกิจสตาร์ตอัพ จึงให้ความสำคัญและมุ่งสร้างสตาร์ตอัพ อีโคซิสเต็มส์ (Startup Ecosystem) โดยก่อตั้งโครงการดีแทค แอคเซอเลอเรทเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา และตั้งเป้าหมายในปี 2559 เพื่อยกระดับดีแทค แอคเซอเลอเรท สู่เวทีสตาร์ตอัพโลก

“ดีแทค แอคเซอเลอเรท เติบโตอย่างต่อเนื่องและถือเป็นโครงการบ่มเพาะสตาร์ตอัพอันดับ 1 ของไทย จากผลงานการสร้างธุรกิจให้กับ 11 ทีมที่เข้าร่วมโครงการตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จนประสบความสำเร็จและสามารถขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้”

นายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมธุรกิจและดีแทค แอคเซอเลอเรท กล่าวว่า แนวโน้มแอพพลิเคชั่นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปี ในทุกกลุ่ม อาทิ FinTech การเงิน, HealthTech เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุและผู้ใส่ใจสุขภาพ, EdTech ช่วยพัฒนาการศึกษา, VR Technology เทคโนโลยีเสมือนจริง, IoT (Internet of Thing) การเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน และ AgriTech ด้านการเกษตร ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวถือเป็นโอกาสของสตาร์ตอัพไทย

“เราอยากให้มีแอพพลิเคชั่นฝีมือคนไทยที่สามารถให้บริการได้ในระดับโลก โดยเฉพาะปัจจุบันที่กลุ่ม EdTech และ HealthTech ยังไม่ค่อยมีผลงานจากกลุ่มสตาร์ตอัพไทย ทำให้ดีแทค แอคเซอเลอเรท ปีที่ 4 ต้องการผลักดันให้เกิดผลงานระดับโลก ซึ่งบริษัทได้ใช้งบประมาณสนับสนุนโครงการดังกล่าว 60-70 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณสำหรับทำตลาดราว 30-40 ล้านบาท”

สำหรับผลงานของสตาร์ตอัพภายใต้โครงการดีแทค แอคเซอเลอเรท ที่ผ่านมานั้น พบว่าเติบโตขึ้น 3-15 เท่า ด้วยมูลค่าราว 1,000 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนกว่า 70% ที่ได้รับเงินลงทุน ขณะที่สตาร์ตอัพในตลาดได้รับเงินลงทุนเฉลี่ย 20% ทั้งยังได้รับการลงทุนจากนักลงทุนรายใหญ่ อาทิ 500 TukTuks เป็นต้น รวมถึงกลุ่มสตาร์ตอัพไทยที่ได้รับรางวัลต่างๆ จากเวทีทั้งในและต่างประเทศ เช่น เคลมดิ (ClaimDi) ซอฟต์แวร์ที่ปฏิวัติวงการประกันภัยระดับโลก, ทีม GizTix ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ Winner award และ Z my Home, Take Me Tour ที่ได้รับการยกย่องจาก e27 ให้ติด 1 ใน 5 แอพ TravelTech ในเอเชีย, SKOOTAR สตาร์ตอัพหน้าใหม่ของปี 2558 จากการจัดอันดับในประเทศไทย เป็นต้น

ส่วนโอกาสและรางวัลสำหรับสตาร์ตอัพที่ได้รับรางวัล ได้แก่ หลักสูตรการสอนในบูธแคมป์ระดับโลก จากกูรูแถวหน้าของซิลิคอน วัลเล่ย์ ที่บินมาสอน และแนะนำเป็นโค้ชอย่างใกล้ชิดแบบตัวต่อตัว, การลงทุนกว่า 10 ล้านบาท และช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจเชิงพาณิชย์รวมมูลค่าราว 50 ล้านบาท, เมนเทอร์สตาร์ตอัพที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นที่ยอมรับในวงการสตาร์ตอัพไทย เช่น อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ประเทศไทย ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งอุ๊คบี ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ซีอีโอตลาดดอทคอม กิตตินันท์ อนุพันธ์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเคลมดิ ไผท ผดุงถิ่น ซีอีโอ Builk และทิวา ยอร์ค ซีอีโอ KaiDee, ความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างดิจิ มาเลเซีย และเทเลนอร์ พม่า ซึ่งจะเข้าอบรมบูธแคมป์ในประเทศไทยตลอด 4 เดือน, ความร่วมมือกับ Disrupt University เอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์ของ 500 สตาร์ตอัพจากซิลิคอน วัลเล่ย์ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของสตาร์ตอัพแคมป์ระดับโลก, เป็นพันธมิตรกับแบล็คบ็อกซ์ (BlackBox) บูธแคมป์ที่ได้รับความนิยมจากสตาร์ตอัพทั่วโลก, ความร่วมมือกับเทเลนอร์ ดิจิทัล วินเนอร์ ซึ่งจะได้นำเสนอแผนธุรกิจกับนักลงทุนระดับโลก เช่น อินเทล เว็นเจอร์ แคปปิตอล ในนอร์เวย์

อย่างไรก็ตาม ดีแทค แอคเซอเลอเรท ปีที่ 4 เปิดรับสมัครผลงานตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.-17 เม.ย.2559 โดยผู้สนใจสามารถส่งผลงานโดยนำเสนอแนวคิด แผนการดำเนินงาน วิธีการใช้งาน การสร้างรายได้ กลุ่มเป้าหมาย ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ โดยดูรายละเอียดและกรอกใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ของโครงการ.

ความอยากรู้คือช่องโหว่! เตือนแอพปลอมระบาด หวังลวงข้อมูล-ทรัพย์ผ่านมือถือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/585657

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 มี.ค. 2559 11:05

 

เทรนด์ไมโคร เตือนผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนระวังแอพพลิเคชั่นปลอม หลังอาชญากรออนไลน์พุ่งเป้าโจมตีผ่านมือถือมากขึ้น ทำไวรัสบนมือถือพุ่งแซงหน้าคอมพิวเตอร์…

นางปิยธิดา ตันตระกูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เทรนด์ ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าแนวโน้มภัยคุกคามออนไลน์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยุคที่สมาร์ทโฟนได้รับความนิยม เนื่องจากมีการใช้งานแอพพลิเคชั่นและอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ ซึ่งทำให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยจากการใช้งานของผู้บริโภค

“ปัจจุบันช่องทางโจมตีของอาชญากรออนไลน์ อาศัยความอยากรู้อยากเห็นของผู้ใช้งานเป็นหลัก ทั้งการล่อลวงไปสู่เว็บไซต์ไม่พึงประสงค์ โจมตีผ่านแอพพลิเคชั่นปลอม เป็นต้น ซึ่งทำให้ง่ายต่อการทำให้ติดไวรัสและมัลแวร์ต่างๆ โดยสถิติของเทรนด์ไมโครพบว่า ยังเป็นการโจมตีจากไวรัสประเภทเดิมๆ เพียงแต่เปลี่ยนเทคนิคการโจมตี”

สำหรับความรู้ความเข้าใจต่อเรื่องความปลอดภัยทางข้อมูลนั้น ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐของไทยยังมองว่า ระบบไอทีเป็นเพียงเครื่องมือประเภทหนึ่งในการทำงาน แต่ยังไม่ให้ความสำคัญต่อระบบการรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูล ซึ่งมีมูลค่าต่อการดำเนินงานและธุรกิจอย่างมาก ส่วนเป้าหมายการโจมตีของอาชญากรออนไลน์นั้น พบว่าหน่วยงานภาครัฐ ธนาคาร และผู้ใช้งานทั่วไปที่ใช้โมบายดีไวซ์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต หรือใช้จ่ายผ่านระบบออนไลน์ ยังคงตกเป็นเป้าหมายหลักในการพุ่งเป้าโจมตี โดยพบว่าปัจจุบันมีไวรัสบนสมาร์ทดีไวซ์มากกว่าบนพีซีแล้ว

อย่างไรก็ตาม โอกาสที่ทำให้ผู้บริโภคตกเป็นเหยื่อของอาชญากรทางออนไลน์นั้น เกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์ที่ไม่ปลอดภัย หรือใช้อุปกรณ์ที่ไม่ใช่เครื่องของตนเอง ทำให้อาจลืมออกจากระบบจนผู้อื่นสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ หรือติดไวรัสจากการใช้งานอุปกรณ์ที่ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล เป็นต้น ส่วนมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น พบว่ามีทั้งรูปแบบที่สร้างความเสียหายทันที อาทิ การเรียกค่าไถ่เพื่อแลกเปลี่ยนกับข้อมูลสำคัญ หรือเกิดความเสียหายจากผลกระทบที่ตามมา เช่น ถูกโจรกรรมข้อมูลสำคัญทางธุรกิจและเกิดการรั่วไหล

“แม้การโจมตีผ่านสมาร์ทดีไวซ์จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อัตราการโจมตีผู้ใช้งานในไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับในเวียดนาม เนื่องจากปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นปลอมถูกสร้างขึ้นเพื่อลวงข้อมูล และแพร่ไวรัสสู่ผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก คำแนะนำสำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ คือ ไม่ควรใช้บริการลงแอพพลิเคชั่นแบบเถื่อนจากร้านค้าทั่วไป หากเป็นแอพเสียเงินก็ควรติดตั้งด้วยวิธีที่ถูกต้อง คือเสียเงินเพื่อดาวน์โหลด ไม่ควรทำการปลอดล็อกเครื่องหรือที่เรียกว่า การเจลเบรก หรือตรวจสอบรายละเอียดของนักพัฒนา หรือบริษัทผู้พัฒนาก่อนดาวน์โหลดแอพทุกครั้ง เมื่อไม่ได้ใช้งานแอพพลิเคชั่นใดก็ควรลบออกจากเครื่อง และใช้งานแอพพลิเคชั่นความปลอดภัยบนมือถือ หรือเมื่อต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวบนเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นใด ก็ต้องตรวจสอบให้ดี และใช้งานบนเครื่องที่เชื่อถือความปลอดภัยได้ทุกครั้ง”

ส่วนแนวโน้มการโจมตีของอาชญากรออนไลน์ในปี 2559 นั้น เชื่อว่าอาชญากรยังคงมองหาวิธีใหม่ๆ เพื่อโจมตีตามกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะการโจมตีผ่านระบบออนไลน์ ส่งผลให้มัลแวร์ประเภทโมบายอาจเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านประเภท ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานในประเทศจีนเป็นหลักผ่านช่องโหว่ในการทำธุรกรรมบนมือถือ เนื่องจากสมาร์ทโฟนถูกใช้เป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันมากขึ้น ขณะที่ภาคธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยข้อมูลบนองค์กรมากขึ้น แต่มีองค์กรไม่ถึง 50% ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล.

เน็ตมือถือหนุนช็อปออนไลน์! วีเลิฟช็อปปิ้งทุ่ม 900 ล้านบาท ตอบโจทย์นักซื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/584606

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 มี.ค. 2559 16:38

 

กลุ่มแอสเซนด์ประกาศลงทุน 5,300 ล้านบาทในปีนี้ พร้อมพัฒนาระบบใช้งานเน้นสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อขายออนไลน์พ่วงความสะดวก หวังรักษาแชมป์ 2 เว็บ Weloveshopping และ iTruemart ออเดอร์สูงสุดในตลาด…

นายสืบสกล สกลสัตยาทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์วีเลิฟช็อปปิ้ง และเว็บไซต์ไอทรูมาร์ท เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ทำการรีแบรนด์และพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมถึงรองรับความต้องการของผู้ประกอบการที่ต้องการปรับตัวเข้าหาลูกค้า ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือกว่า 56% ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการใช้งานอี-คอมเมิร์ซช่องทางหนึ่ง แม้ว่าสัดส่วนการค้าปลีกออนไลน์ในไทยมีสัดส่วนเพียง 1% ของตลาดรวมค้าปลีกทั้งหมด ซึ่งมีมูลค่าราว 2 ล้านล้านบาท ขณะที่จีนมีสัดส่วน 9-11% สหรัฐอเมริกา 8% และสหภาพยุโรป 6-8%

สืบสกล สกลสัตยาทร

“ปัจจุบันเราถือเป็นผู้นำด้านตลาดกลางสำหรับซื้อขายสินค้าออนไลน์ ด้วยจำนวนการสั่งซื้อสูงสุดในตลาด โดยสิ่งที่บริษัทจะให้ความสำคัญในปีนี้ คือ การสร้างแพลตฟอร์มในการเป็นศูนย์กลางให้บริการอี-คอมเมิร์ซอย่างครบวงจร เพื่อสามารถตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า รวมถึงการให้บริการของผู้ขาย รวมถึงสร้างความมั่นใจในการใช้บริการและการกลับมาซื้อซ้ำ เนื่องจากการค้าออนไลน์มีหลากหลายรูปแบบ แต่บริษัทเชื่อว่าแพลตฟอร์มที่ดีและความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคจะทำให้บริการอี-คอมเมิร์ซเติบโต ซึ่งคาดว่าภายใน 5 ปีจากนี้ สัดส่วนการค้าปลีกออนไลน์ในไทยอาจมีสัดส่วนถึง 8% ได้ จากการเกิดขึ้นของผู้เล่นรายใหม่ที่จะเข้ามาผลักดันตลาด รวมถึงการเติบโตในตลาดต่างจังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนถึง 50% ของเว็บไซต์วีเลิฟช็อปปิ้ง”

โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ขยายการให้บริการเว็บไซต์วีเลิฟช็อปปิ้ง และเว็บไซต์ไอทรูมาร์ทไปยังตลาดต่างประเทศ คือ ฟิลิปปินส์ และในปีนี้บริษัทมีแผนขยายไปยังประเทศอื่นๆ อาทิ เวียดนาม อินโดนีเซีย พม่า กัมพูชา มาเลเซีย และสิงคโปร์

อย่างไรก็ตาม ในปี 2558 กลุ่มบริษัทแอสเซนด์มีรายได้รวม 2,000 ล้านบาท ส่วนเว็บไซต์วีเลิฟช็อปปิ้งสามารถสร้างรายได้ 1,500 ล้านบาท และมียอดการสั่งซื้อรวม 1.5 ล้านออเดอร์ในปีที่ผ่านมา ส่วนในปีนี้บริษัทเตรียมงบประมาณรวม 5,300 ล้านบาท เพื่อลงทุนในกลุ่มแอสเซนด์ พร้อมตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 4,000 ล้านบาทในปีนี้ จาก 2,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน บริษัทคาดว่าเว็บไซต์วีเลิฟช็อปปิ้งจะสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 3,200 ล้านบาท จากเดิม 1,500 ล้านบาท เนื่องจากผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้นผ่านมือถือ และการขยายพื้นที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตของผู้ให้บริการ เป็นปัจจัยสนับสนุนการใช้บริการอี-คอมเมิร์ซ

นายธีรพงษ์ วิชญเรืองรมย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดการสั่งซื้อเฉลี่ย 7,000 ออเดอร์ต่อวัน คิดเป็นสัดส่วนการเติบโตประมาณ 200% โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมที่มียอดการสั่งซื้อสูงสุดถึง 16,749 ออเดอร์

ธีรพงษ์ วิชญเรืองรมย์

“ปัจจุบันเรามีรายการสินค้ากว่า 5.5 ล้านรายการ จากจำนวน 3.5 แสนร้านค้าทั่วประเทศ ภายใต้สินค้า 32 หมวดหมู่ ซึ่งสินค้าที่ลูกค้านิยมซื้อสูงเป็นอันดับ 1 คือ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และแก็ดเจต รวมถึงสินค้าด้านความงาม สุขภาพ และแฟชั่น ก็เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยลูกค้ากว่า 70% เป็นผู้หญิง และเป็นการสั่งซื้อจากอุปกรณ์โมบายล์ถึง 60%”

สำหรับจุดเด่นที่ทำให้เว็บไซต์วีเลิฟช็อปปิ้งได้รับความนิยมนั้น เชื่อว่ามาจากการเปิดโอกาสให้ผู้ขายสามารถเข้ามาใช้พื้นที่ขายได้ฟรี เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทย ขณะเดียวกันบริษัทก็ทำหน้าที่ตัวกลางระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อเพื่อสร้างความมั่นใจในการซื้อขายผ่านบริการวีทรัสต์ การันตี (Wetrust Guarantee) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานและกลับมาซื้อซ้ำ โดยบริษัทได้เตรียมงบประมาณราว 900 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบการให้บริการได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวนร้านค้าบนเว็บไซต์วีเลิฟช็อปปิ้งอีก 20% ภายในปีนี้ และคาดว่าจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์จะเพิ่มขึ้นกว่า 50% จากปัจจุบันที่มีจำนวน 30 ล้านคนต่อปี ส่วนภาพรวมตลาดอี-คอมเมิร์ซของไทยในปีนี้ คาดว่าจะสามารถเติบโตได้ราว 100% จากความนิยมในการจอง-ซื้อตั๋วเดินทางและท่องเที่ยว รวมถึงการซื้อขายสินค้าออนไลน์.

ฉลองวันดี 4 ปีมีหน! แอปเปิล ปล่อยโหลดฟรี 5 แอพก่อนพ้นคืนนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/584092

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ก.พ. 2559 16:35

 

แอพ สโตร์ ให้ดาวน์โหลดฟรีๆ 5 แอพพลิเคชั่นดัง ทั้งเพลง เกม และแอพตัดแต่งวิดีโอ เอาใจวันพิเศษ 29 ก.พ.ในปีอธิกสุรทิน…

ปีนี้ถูกเรียกว่า “ปีอธิกสุรทิน” เพราะมีจำนวนถึง 366 วัน เนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์นี้มีวันมากเป็นพิเศษ 29 วัน เรียกว่า 4 ปี ถึงจะมีโอกาสแบบนี้สักครั้ง ทำให้หลายๆ ภาคธุรกิจพากันจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองวันพิเศษดังกล่าว เช่นเดียวกับ “แอปเปิล”

ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้ แอปเปิล ได้ประกาศให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเสียเงินได้ฟรี จำนวน 5 แอพด้วยกัน ผ่านทางแอพ สโตร์ โดยบางแอพมีมูลค่าถึง 4.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 178 บาท) ได้แก่ Windy, Tayasui Sketches+, Bridge Constructor, Super Sharp, Spark Camera โดยมีเงื่อนไขคือสามารถดาวน์โหลดได้ถึงเวลา 23.00 น. ของวันนี้เท่านั้น!!!

Windy
เป็นแอพพลิเคชั่นที่จะทำให้คุณผ่อนคลายด้วยเสียงธรรมชาติต่างๆ ใช้ได้ดีทั้งตอนขับกล่อมให้คุณเข้านอน หรือตอนที่คุณต้องการพักและผ่อนคลายอารมณ์ เพียงเปิดแอพเพื่อฟังเสียงจากธรรมชาติที่เตรียมไว้ให้คุณเลือกได้หลากหลายบรรยากาศ หากไม่ดาวน์โหลดฟรีตอนนี้ต้องเสียเงิน 2.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 106 บาท) นะจ๊ะ

แอพพลิเคชั่นที่ต้องมีติดสมาร์ทโฟนทุกเครื่อง…

Tayasui Sketches+
แอพพลิเคชั่นที่คนชอบวาดภาพต้องมี ด้วยคุณสมบัติสตอบสนองการวาดภาพ สเกตช์ภาพ รับรองว่าสามารถเติมเต็มไอเดียของคุณได้เป็นอย่างดี ดาวน์โหลดฟรีภายใน 23.00 น. วันนี้ ไม่อย่างนั้นเสียเงิน 4.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 178 บาท)

Bridge Constructor
ใครชอบเล่นเกมที่ต้องออกกำลังให้สมอง ขอเชิญทางนี้ เพราะเกมต่อสะพานเกมนี้เคยติดอยู่ในอันดับ 1 เป็นเกมยอดนิยมใน 63 ประเทศมาแล้ว ดาวน์โหลดไปลับฝีมือและสมองกันได้เลยฟรีๆ ถ้าโหลดวันอื่นเสียเงิน 1.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 71 บาท)

Super Sharp
เคยได้รับตำแหน่งแอพพลิเคชั่นที่ดีที่สุดของปี 2015 มาแล้วสำหรับแอพนี้ ที่ให้คุณทดสอบไอเดียและนิ้วมือ เพื่อเติมส่วนที่ขาดไปตามภาพนั่นเอง เล่นไปเรื่อยๆ ก็น่าจะเพลินไม่น้อย เพราะวันนี้ดาวน์โหลดได้ฟรี ไม่เช่นนั้นต้องเสียเงิน 1.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 71 บาท)

Spark Camera
น่าจะถูกใจคนชอบถ่ายและตัดแต่งวิดีโอสำหรับแอพพลิเคชั่น Spark Camera เพราะแอพนี้สามารถตกแต่งได้หลากหลาย ทั้งสี เพลง และจัดภาพ ด้วยเครื่องมือแบบง่ายๆ สามารถแชร์ไปยังโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ทันทีอีกด้วย 2.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 106 บาท)

ย้ำอีกครั้ง ดาวน์โหลดได้ถึง 23.00 น. เท่านั้น…!

วิถีใหม่การเดินทาง ‘อูเบอร์โมโต’ ประหยัดเวลาด้วยมอเตอร์ไซค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581895

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ก.พ. 2559 14:05

 

อูเบอร์เปิดตัวรูปแบบการเดินทางแนวใหม่ อูเบอร์โมโต (UberMOTO) หวังตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการความรวดเร็ว…

ปัจจุบัน…มีรถป้ายแดงบนถนนในกรุงเทพฯ ถึง 1,500 คันต่อวัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากในช่วงไม่กี่ปีก่อนกว่า 2 เท่าตัว ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้สถิติความเร็วของการเดินทางบนท้องถนนในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 16 กม./ชม. และเหลือเพียง 11 กม./ชม. ในช่วงเวลาเร่งด่วน ส่งผลให้คนกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเฉลี่ยถึง 2 ชม.ต่อวัน

ล่าสุด อูเบอร์ (Uber) ได้เปิดตัวบริการใหม่ อูเบอร์โมโต (UberMOTO) บริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานซึ่งต้องการประหยัดเวลาและเงินในการเดินทางระยะใกล้ โดยผู้ใช้งานสามารถเรียกใช้งานได้จากการกดปุ่ม UberMOTO สำหรับพื้นที่ให้บริการอูเบอร์โมโตนั้น เบื้องต้นอูเบอร์จะทดลองให้บริการในพื้นที่สาทร สีลม และสยาม

นายดักลาส มา ผู้จัดการด้านขยายตลาดภูมิภาคเอเชีย อูเบอร์ เปิดเผยว่า มอเตอร์ไซค์เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการเดินทางในประเทศไทย อูเบอร์มีจุดมุ่งหมายในการมอบการเดินทางที่ปลอดภัย เข้าถึงได้ และสะดวกสบายเพียงแตะปุ่ม เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอบริการอูเบอร์โมโตซึ่งเป็นการเดินทางสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกที่ง่าย สะดวกสบาย และราคาไม่แพงสำหรับการเดินทางสั้นๆ ในตัวเมืองและสร้างโอกาสทางธุรกิจอีกนับหมื่นสำหรับคนท้องที่ในเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้ อูเบอร์ได้ร่วมมือกับกองบังคับการตำรวจจราจรและชมรมคนห่วงหัวเพื่อรณรงค์ สร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะการสวมหมวกกันน็อกที่ช่วยรักษาชีวิตไว้ได้ โดยอูเบอร์จะบริจาคหมวกกันน็อกให้กับคนรุ่นใหม่ผ่านกิจกรรมอบรมและให้ความรู้ในโรงเรียนและชุมชน ผ่านการร่วมมือกับกองบังคับการตำรวจจราจรและชมรมคนห่วงหัวในสัปดาห์ต่อไป

พ.ต.อ.สุกิจ อรุณฤกษ์ถวิล ผู้กำกับ สน.บางขุนนนท์ กองบังคับการตำรวจจราจร กล่าวว่า ชีวิตของเด็กไทยนับล้านตกอยู่ในความเสี่ยงสืบเนื่องจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับอูเบอร์ และชมรมคนห่วงหัวในการรณรงค์ให้เกิดความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการเดินทางบนท้องถนน เพื่อทำให้ถนนของเราปลอดภัยขึ้นสำหรับคนไทยทุกคน

นายสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการชมรมคนห่วงหัว กล่าวว่า ผู้ใหญ่มากกว่าครึ่งไม่สวมหมวกกันน็อก ขณะขับขี่หรือโดยสารมอเตอร์ไซค์ ส่วนเด็กที่สวมหมวกกันน็อกก็มีจำนวนน้อยอย่างมาก เพราะหลายคนเชื่อว่าการเดินทางใกล้ๆ มักไม่เป็นอันตราย แต่การไม่สวมหมวกกันน็อกทำให้ทุกเมตรของการเดินทางมีความเสี่ยงสูงมาก ดังนั้น การสวมใส่หมวกกันน็อกจึงสามารถช่วยรักษาชีวิตได้

ขั้นตอนการใช้งาน อูเบอร์โมโต…
1. เลือก UberMOTO ในแอพพลิเคชั่นอูเบอร์ระบุสถานที่ที่คุณต้องการให้มอเตอร์ไซค์ไปรับ และเรียกรถผ่านแอพพลิเคชั่น
2. UberMOTO จะจับคู่คุณกับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่ใกล้ที่สุด
3. คุณจะเห็นรายละเอียดของผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ อาทิ ชื่อ รูปถ่าย และรายละเอียดเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ เช่น เดียวกับ การใช้บริการ UberX และ UberBLACK ภายใต้ขั้นตอนการคัดกรองทื่ครอบคลุมถึงการตรวจสอบประวัติโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ
4. ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ของ UberMOTO จะเตรียมหมวกกันน็อกพร้อมตาข่ายคลุมผมอันใหม่ เพื่อความปลอดภัยและความสะอาดในการเดินทาง การสวมหมวกกันน็อกเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคุณ และผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ และการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ถือว่าผิดกฎจราจร
5. เมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง คุณสามารถชำระค่าโดยสารตามรูปแบบที่คุณเลือกไว้ อาทิ บัตรเครดิต หรือเงินสด ซึ่งคุณจะได้รับใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ในแอพหรือผ่านทางอีเมล์

ไม่ไกลจากที่ลือ! ล้วง 10 เรื่องไฮเทคจนห้ามพลาดของ กาแล็คซี่ เอส7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/580847

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ก.พ. 2559 16:30

 

หลังจากซัมซุงประกาศเปิดตัว 2 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ กาแล็คซี่ เอส7 และกาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์ ก็กลายเป็นที่จับตาของแฟนซัมซุงอยู่ไม่น้อย จากฟังก์ชั่นใหม่ๆ…

เปิดตัวตามความคาดหมาย สำหรับ กาแล็คซี่ เอส7 (Galaxy S7) และกาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์ (Galaxy S7 edge) สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจากค่ายซัมซุง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีกระแสข่าวลือโหมสะพัด เกี่ยวกับดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลายสื่อระบุว่าเป็นรูปแบบใหม่ของทั้ง 2 รุ่น

และสำหรับใครที่พลาดการติดตามช่วงเวลาเปิดตัวมือถือตระกูลกาแล็คซี่จากซัมซุง เราได้รวบรวมมาให้คุณติดตาม กับ 10 เรื่องไฮเทคของกาแล็คซี่ เอส7 และกาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์ ว่าแต่จะมีอะไรให้ติดตามบ้าง ลองดูไปพร้อมกัน…!!!

กาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์ (ซ้าย) กาแล็คซี่ เอส7 (ขวา)

1. กาแล็คซี่ เอส7 มาพร้อมหน้าจอแบบ Quad HD ขนาด 5.1 นิ้ว ความละเอียด 577 ppi ขณะที่กาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์ หน้าจอแบบ Quad HD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 534 ppi

2. ข่าวลือเป็นจริง!!! เพราะสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้สามารถรองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP 68 ทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับการวางโทรศัพท์ของคุณบนพื้นผิวที่เปียก หรือแม้แต่ตอนที่เผลอทำมือถือตกน้ำก็ยังสามารถหยิบขึ้นมาใช้งานได้ หรือจะใช้ขณะที่ฝนตกก็ยังไหว เพราะสามารถกันน้ำลึก 1.5 เมตร ได้นานสูงสุด 30 นาที

3. มีการปรับลดความละเอียดของกล้องถ่ายภาพจริงตามข่าวลือก่อนนี้ โดยซัมซุงได้ใช้เทคโนโลยีแบบ Dual Pixel พร้อมใส่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ให้กับกล้องด้านหลังของมือถือทั้ง 2 รุ่น ซึ่งจุดเด่นจะอยู่ที่ความสามารถในการถ่ายภาพแบบแสงน้อยได้ดีขึ้น และจับภาพได้รวดเร็วขึ้นจากเทคโนโลยี Photodiodes ส่วนกล้องหน้ามาพร้อมความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

จากซ้ายไปขวา… เกียร์ 360 , เกียร์ วีอาร์ , เอส7 และ เอส7 เอดจ์

4. เทคโนโลยีด้านภาพถ่ายก็ถูกพัฒนาขึ้น โดยซัมซุงได้เพิ่มฟังก์ชั่นที่เรียกว่า Motion Photo เข้าไปในสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่น ทำให้สามารถจัดเก็บภาพเคลื่อนไหวก่อนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพได้ 3 วินาที และยังสามารถเลือกภาพจากช่วงเวลาดังกล่าวมาเป็นภาพนิ่งได้อีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีโหมดอื่นๆ อาทิ Hyperlapse ถ่ายภาพแบบเร่งเวลา , Wide Selfie เอาใจคนชอบเซลฟี่ด้วยองศาที่กว้างขึ้น เป็นต้น

5. ตัวเครื่องหนาขึ้นเล็กน้อย เพื่อรองรับแบตเตอรี่ที่ถูกเพิ่มความจุให้มากขึ้น โดยกาแล็คซี่ เอส7 มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh และกาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์ มาพร้อมแบตเตอรี่ 3,600 mAh

6. เรื่องความเร็วในการชาร์จแบตก็น่าสนใจ! เพราะกาแล็คซี่ เอส7 สามารถชาร์จแบตจาก 0-100% ได้ภายใน 90 นาที (1.30 ชั่วโมง) ขณะที่ กาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์ สามารถทำได้ในเวลา 100 นาที (1.40 ชั่วโมง) ทั้งยังพร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จไร้สายได้เร็วขึ้นอีกด้วย

ดีไซน์ล้ำๆ

7. ซัมซุงใช้การผลิตแบบใหม่ เพื่อทำให้สมาร์ทโฟนนั้นสามารถตอบโจทย์ความหรูหรา สวยงาม เรียบเนียน แต่แข็งแกร่ง ทำให้ทั้ง 2 รุ่นถูกผลิตออกมาให้โค้งได้รูปจากกระบวนการผลิตแบบเฉพาะที่เรียกว่า 3D เทอร์โมฟอร์มมิ่ง เพื่อทำให้กระจก 3D โค้งได้รูปและบรรจบเข้ากับโลหะอัลลอยผสม ออกมาเป็นตัวเครื่องที่โค้งสวยงามไร้รอยต่อและแข็งแรง

8. ด้านหลังของตัวเครื่องเรียกว่าจอโค้งแบบ Dual Curve เพื่อทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกกระชับและมั่นใจในการถือ ด้วยแนวเส้นที่ดูเป็นธรรมชาติ รูปลักษณ์บางเฉียบ

9. รองรับได้ถึง 2 ซิมการ์ด แต่หากคุณต้องการใช้งานเพียงซิมเดียวก็สามารถทำได้ และใส่ Micro SD การ์ดเข้าไปแทนที่อีกซิมหนึ่ง เพียงเท่านี้ก็เพิ่มความจุในการจัดเก็บข้อมูลได้ตามใจ เนื่องจากซัมซุงได้ออกแบบถาดใส่ซิมให้พร้อมรองรับการใช้งานในลักษณะดังกล่าวอยู่แล้ว

ออกแบบมาให้ถือและใช้งานได้ถนัดมือ

10. แน่นอนว่าหน่วยประมวลผลก็ต้องสามารถตอบสนองการใช้งานได้รวดเร็วขึ้น โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับ CPU ที่ให้ความรวดเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 30% , GPU เร็วขึ้น 64% , RAM 4GB มากกว่ารุ่นก่อนที่มีอยู่ 3GB เพื่อรองรับการใช้งานทุกประเภทบนสมาร์ทโฟนนี้

ใครสนใจก็รอซื้อกันได้ เพราะเห็นว่าซัมซุงจะเริ่มจำหน่ายทั้งกาแล็คซี่ เอส7 และกาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์ อย่างเป็นทางการตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมนี้แล้ว…!

หน้าตาการใช้งาน ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่

ข้อมูล : เว็บไซต์ซัมซุง

ลุยตลาด SME เอ็นฟอร์ซจัดสินค้าใหม่เสริมทัพ หวังเพิ่มรายได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579871

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.พ. 2559 15:40

 

เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว เผยนโยบายดำเนินธุรกิจปี 59 ชูพาร์ตเนอร์เป็นจุดเด่น เล็งหาผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าเสริมทัพ หวังขยายฐานกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี พร้อมตั้งเป้ารายได้โต 10-15%…

นายนักรบ เนียมนามธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2558 บริษัทมีอัตราการเติบโต 20% จากปี 2557 ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ จาก 2 ปัจจัย คือ 1. การใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและเกิดการลงทุนของภาคเอกชนตามมา เช่น โครงการดิจิตอลอีโคโนมี และ 2. การพัฒนาบุคลากรของบริษัทให้มีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพตรงกับงานที่ได้รับมอบหมายอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในปี 2559 บริษัทมีนโยบายและกลยุทธ์การทำตลาดโดยให้ความสำคัญกับพาร์ตเนอร์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีศักยภาพในการทำตลาดเข้ามาเสริมและต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งภาครัฐและเอกชน กลุ่มลูกค้าธนาคาร กลุ่มลูกค้าผู้ให้บริการเครือข่าย และกลุ่มลูกค้าด้านสุขภาพ และปีนี้บริษัทยังมีแผนที่จะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพและราคาเหมาะสมเข้ามาทำตลาดกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นด้วย พร้อมทั้งตั้งเป้าเติบโตของรายได้ประมาณ 10-15%

สำหรับแนวโน้มเทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัยด้านไอทีในปีนี้ เชื่อว่าโซลูชั่นด้านความปลอดภัยบนคลาวด์ในการใช้งานผ่านอุปกรณ์สมาร์ท แมชชีน (Smart Machine) และโมบาย ดีไวซ์ (Mobile Device) ตลอดจนการป้องกันข้อมูลสูญหาย จะมีความสำคัญขึ้น เนื่องจากข้อมูลส่วนใหญ่จะถูกสืบค้นและใช้งานบนระบบคลาวด์ ขณะเดียวกันภัยคุกคามต่างๆ ล้วนมุ่งสู่ระบบคลาวด์และสร้างเครือข่ายแฮกกิ้ง อินดัสตรี (Hacking Industry) โดยมีเป้าหมายทำให้ระบบคลาวด์ให้เกิดปัญหาในทุกองค์กร ส่งผลให้เทคโนโลยีการป้องกันภัยคุกคามต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นายนักรบ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเสริม อาทิ หัวเว่ย (Huawei) เอฟฟิเชียน ไอพี (Efficient IP) และเอ็กซ์ตราฮอพ (ExtraHop) โดยหัวเว่ยได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเอนเตอร์ไพร์ซ โซลูชั่น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าองค์กร ซึ่งมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยต่างๆ ส่วนเอฟฟิเชียน ไอพี ผู้นำโซลูชั่นด้านบริหารจัดการบริการเครือข่าย จะช่วยให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ทั้งยังเป็นโซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัยเชิงรุกสำหรับ DNS (DNS Security) ช่วยป้องกันการโจมตีและปกป้องโครงสร้างพื้นฐานของระบบ DNS ขณะที่ เอ็กซ์ตราฮอพเป็นระบบที่ใช้ในการช่วยวิเคราะห์ข้อมูลบนเครือข่ายแบบมีสาย (Wired data analytics) โดยสามารถมองเห็นทราฟฟิคได้แบบเรียลไทม์ในลักษณะ end-to-end visibility ข้ามผ่าน Tiers ชั้นต่างๆ ในสภาวะแวดล้อมทางด้านไอทีโดยไม่ต้องใช้เครื่องมืออื่นๆ เพิ่ม.

ชัวร์หรือมั่ว! นับถอยหลังกาแล็คซี่ เอส7 กับ 7 ข่าวลือหึ่งห้ามพลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579789

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.พ. 2559 06:05

 

เมื่อซัมซุงประกาศว่าเตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ในวันที่ 21 ก.พ.นี้ ทำให้ทุกคนหมายมั่นว่าจะได้เห็นการมาของ Galaxy S7 และ Galaxy S7 Edge อย่างแน่นอน…

มีข่าวลือออกมาสักระยะ เกี่ยวกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ตระกูลกาแล็คซี่ของซัมซุง… แต่ล่าสุดก็มีข่าวดีให้สาวกแอนดรอยด์ที่กำลังรอคอยสมาร์ทโฟนซัมซุง เพราะวันที่ 21 ก.พ.นี้ ซัมซุงประกาศว่าจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ตระกูลกาแล็คซี่ ภายในงาน Mobile World Congress (MWC 2016) ณ กรุงบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งตรงกับวันที่ 22 ก.พ. เวลาประมาณ 01.00 น. ในประเทศไทย

แน่นอนว่าสิ่งที่ทุกคนคาดหวังก็คงหนีไม่พ้น “กาแล็คซี่ เอส7” และ “กาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์” ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวลือข่าวหลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง คงต้องรอลุ้นว่าข่าวลือเรื่องสเปกหรือคุณสมบัติต่างๆ ที่หลุดมาก่อนหน้านี้จะตรงกับสิ่งที่เราจะได้เห็นในงานวันดังกล่าวหรือไม่

สำหรับใครที่ไม่ได้ติดตามกระแสข่าวเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนกาแล็คซี่ เอส7 และกาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์ ที่ถูกเผยแพร่ในช่วงก่อนหน้านี้ เราได้รวบรวมมาไว้ที่นี่แล้ว ทั้งสเปก ภาพหลุด และราคา เพื่อให้คุณไม่พลาดก่อนจะเกาะติดงานเปิดตัวไปพร้อมกัน…!!!

เผยโฉมภาพหลุด!
ตามที่ผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ @evleaks จอมเผยแพร่ภาพหลุดอุปกรณ์ไฮเทครุ่นใหม่ๆ ได้เปิดเผยและระบุว่านั่นคือภาพหลุดของกาแล็คซี่ เอส7 และกาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์ ซึ่งเมื่อดูแค่ภาพดังกล่าวเราจะพบว่าดีไซน์ภายนอกไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมากนัก

ภาพจากทวิตเตอร์ @evleaks ที่อ้างว่าเป็นภาพหลุดของกาแล็คซี่ เอส7 และกาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์

หรือกาแล็คซี่ เอส7 จะมีสีเงิน…

หน้าจอ 2 ไซส์ มาตามนัด
ในส่วนขนาดหน้าจอนั้นยังคาดว่า กาแล็คซี่ เอส มาตามรูปแบบเดิม คือ กาแล็คซี่ เอส7 จะมีขนาดเล็กกว่ากาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์ เล็กน้อย โดยขนาดที่คาดว่าซัมซุงจะใช้กับสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่น คือ หน้าจอ 5.1 นิ้ว และ 5.5 นิ้ว ด้วยความละเอียดการแสดงผลแบบ 2560×1440 พิกเซล หรือ Quad-HD

กันน้ำได้แล้ว
ถือเป็นคุณสมบัติที่หลายคนรอคอยสำหรับการกั้นน้ำ ซึ่งจากกระแสข่าวลือครั้งนี้ระบุว่ากาแล็คซี่ เอส7 และกาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์ จะมีคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว ด้วยมาตรฐานที่เรียกว่า IP67 สามารถกันน้ำได้ลึก 1 เมตร นาน 30 นาที แต่ไม่สามารถใช้งานระหว่างที่อยู่ใต้น้ำได้

“ลด” ความละเอียดกล้อง
ตามปกติสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่มักจะได้รับการอัพเกรดความละเอียดให้เพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของคนชอบถ่ายภาพด้วยมือถือ แต่กลับมีข่าวลือว่าสมาร์ทโฟน 2 รุ่นนี้ จะมีการปรับลดความละเอียดลงจาก 16 ล้านพิกเซล เหลือ 12 ล้านพิกเซล แต่จะปรับค่ารูรับแสงจาก f/1.9 เป็น f/1.7 เพื่อเน้นประสิทธิภาพสำหรับการถ่ายภาพในพื้นที่แสงน้อยได้ดีขึ้น

ชิพประมวลผล 2 แบบ
ชิพประมวลผลจะถูกแบ่งออกเป็น Exynos (เอ็กซีนอส) และ Qualcomm Snapdragon 820 (ควอลคอมม์ สแนปดราก้อน 820) ซึ่งกระแสข่าวลือระบุว่าเครื่องที่จำหน่ายในไทยจะเป็นชิพแบบ Exynos

สไตล์นี้…กาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์ โดนใจแฟนๆ ซัมซุง รึเปล่า?

เครื่องนี้ (ลือว่า) คือ กาแล็คซี่ เอส7

ชาร์จแบตเร็ว พร้อมขนาดใหญ่ขึ้น
แบตเตอรี่ก็เป็นอีกสิ่งสำคัญ เนื่องจากการใช้งานออนไลน์ตลอดทั้งวันของคนในยุคนี้ส่งผลให้เปลืองแบตเตอรี่พอสมควรทีเดียว ทำให้มีข่าวลือว่าซัมซุงอาจจะเพิ่มความจุแบตเตอรี่ให้เป็น 3000 mAh จากเดิม 2550 mAh ในรุ่นกาแล็คซี่ เอส7 ส่วนกาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์ อาจจะเพิ่มเป็น 3600 mAh

ส่วนสเปกอื่นๆ นั้น…
มีกระแสข่าวคาดว่ากาแล็คซี่ เอส7 และกาแล็คซี่ เอส7 เอดจ์ จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ทับด้วย TouchWiz UI , แรม 4GB , หน่วยความจำภายใน 32GB และ 64GB , รองรับ Samsung Pay และฟีเจอร์ Force Touch เป็นต้น

จะเป็นจริงตามที่ลือหรือไม่ อีกไม่กี่วันก็ได้รู้กันแล้ว…!!!

ที่มา : cnet , igalaxys7 , aripfan

‘ไอพี สตรีมมิ่ง’ เทรนด์ใหม่โลกออนไลน์ ดูได้ทุกที่ทุกเวลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579829

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.พ. 2559 12:05

 

“IP Streaming” เพื่อการรับชมทีวีทุกที่ทุกเวลา กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่สำหรับนักบริโภคข่าวสาร ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุค 4จี…

ในยุคที่ผู้คนต้องการบริโภคข่าวสารและความบันเทิงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง อินเทอร์เน็ตจึงกลายเป็นช่องทางสำคัญในกระจายข่าวสารไปสู่คนจำนวนมาก หลายครั้งที่เราต้องพลาดเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้น เนื่องจากต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน หรือรถติดอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานาน ด้วยเหตุนี้ผู้พัฒนาเทคโนโลยีจึงนำเอาเทคโนโลยี ไอพี สตรีมมิ่ง (IP Streaming) เข้ามาใช้รองรับความต้องการของผู้บริโภคเพื่อการรับชมทีวีได้สะดวกทุกที่ทุกเวลาตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งบริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมชั้นนำของเมืองไทยได้เล็งเห็นถึงการเติบโตของเทคโนโลยีนี้ว่าเป็นไปในทางบวก เหตุเพราะผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์มากมายจากบริการไอพี สตรีมมิ่งในอนาคต อันจะส่งผลให้เกิดการลงทุนพัฒนายิ่งขึ้นไป จึงได้จับมือกับบริษัท พีเอสไอ บรอดคาสติ้ง จำกัด หรือ พีเอสไอ ร่วมเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการระบบไอพี สตรีมมิ่งคุณภาพในปัจจุบัน

หากจะอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น…ไอพี สตรีมมิ่ง (IP Streaming) หรือ Internet Protocol Streaming เป็นเทคโนโลยีการส่งข้อมูลภาพและเสียงผ่านเว็บเบราว์เซอร์ในระบบอินเทอร์เน็ต ต่างจากระบบอนาล็อกเดิม ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมจากที่หนึ่งกระจายสู่ผู้รับจำนวนหลายล้านคนเพียงครั้งเดียว และต้องมีจานดาวเทียมหรือกล่องรับที่ต้องเชื่อมต่อไว้กับโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว ทำให้เกิดข้อจำกัดต่างๆ ในการรับชมรายการที่ชื่นชอบ ซึ่งต่างจากการรับชมทีวีผ่านเทคโนโลยี ไอพี สตรีมมิ่ง อย่างมาก โดยข้อดีของเทคโนโลยีไอพี สตรีมมิ่ง คือ

1. เปิดรับความบันเทิงได้สะดวกสบายกว่าที่เคย
เพียงผู้ใช้งานดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นไว้บนอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งแบบผ่านโครงข่ายบรอดแบนด์จากที่บ้าน หรือเชื่อมต่อภายนอกผ่านระบบ WiFi หรือจากระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4จี เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ก็สามารถรับชมรายการที่ต้องการได้ทันที ทุกที่ทุกเวลาทั่วโลก ทั้งยังสามารถรับชมรายการได้พร้อมกันบนแฟลตฟอร์มที่หลากหลาย (Any Where Any Time) ไม่ต้องกังวลว่าคุณจะพลาดข่าวสารสำคัญเช่นที่ผ่านมา

2. ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บข้อมูล
เพราะระบบไอพี สตรีมมิ่งเป็นการรับชมรายการแบบเรียลไทม์เสมือนกำลังนั่งดูรายการทางทีวีปกติ เพียงแต่เป็นการบีบอัดสัญญาณภาพและเสียงแล้วจึงค่อยส่งผ่านไปยังอุปกรณ์ที่คุณเลือกรับชมอีกครั้ง อีกทั้งยังไม่ต้องรอดาวน์โหลด ทำให้ไม่เปลืองพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์อีกด้วย

3. เชื่อมต่อข้อมูลและแพร่ภาพบนเครือข่ายบรอดแบนด์คุณภาพ
ทำให้เกิดความเสถียรในระดับสูง หลักการทำงานของไอพี สตรีมมิ่งคือการรับข้อมูลจากผู้ให้บริการหรือช่องทางที่ทำการถ่ายทอดรายการต่างๆ นำมาจัดสรรและจำแนกหมวดหมู่ไว้ยังเซิร์ฟเวอร์ แล้วจึงค่อย สตรีมมิ่งสัญญาณออกไปที่ CDN (Content Distribution Network) แล้วจึงส่งสัญญาณภาพที่ได้รับการแปลงเรียบร้อยไปสู่ผู้ชม โดยขั้นตอนการสตรีมมิ่งภาพและเสียงจะทำผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไปสู่ผู้ชม ซึ่งหลายท่านอาจสงสัยว่าจะเกิดการสะดุดระหว่างรับชม เหมือนการรับชมทีวีออนไลน์หรือไม่ ในฐานะที่ ซิมโฟนี่ฯ เป็นเจ้าของโครงข่ายบรอดแบนด์และบริการแพลตฟอร์มสำหรับการทำไอพี สตรีมมิ่งอย่างครบวงจร ทำให้การรับส่งสัญญาณภาพและเสียงเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่ติดขัด อีกทั้งยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล ประเมินผลและหาวิธีลดความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากปัญหาการเชื่อมต่ออินเทอร์เนตทั้งระบบตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประกันการบริการด้วยมาตรฐานในระดับสูงที่กลุ่มลูกค้าเราพึงพอใจ รวมถึงเรื่องราคาที่สมเหตุสมผลกับประสิทธิภาพของบริการที่ลูกค้าได้รับอีกด้วย

4. คมชัดทั้งภาพและเสียงตามอุปกรณ์ที่ผู้ใช้งานเลือกใช้
นอกจากความสะดวกสบายที่ได้กล่าวไปแล้ว ระบบไอพี สตรีมมิ่งได้รับการพัฒนาให้มีระบบตรวจจับความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่ใช้รับชม ซึ่งถ้าความเร็วไม่มาก ระบบจะปรับความละเอียดของภาพให้ลดลงเพื่อจะได้รับชมอย่างต่อเนื่อง และหากอินเทอร์เน็ตที่ใช้มีความเร็วสูง ระบบจะปรับความละเอียดของภาพให้เป็นไฮเดฟิเนชั่น (HD) ทำให้ผู้ชมสามารถรับชมได้อย่างเพลิดเพลินยิ่งขึ้น

5. รับชมรายการได้เต็มอรรถรสด้วยช่องรายการหลากหลาย
เพราะการส่งข้อมูลภาพและเสียงเป็นการส่งผ่านเว็บเบราว์เซอร์ในระบบอินเทอร์เน็ตด้วยการแชร์แบนด์วิดธ์ (Bandwidth) ขนาดใหญ่ ทำให้ผู้ให้บริการสามารถสร้างสรรค์รายการให้มีความหลากหลายได้มากขึ้น ทั้งจำนวนรายการและรูปแบบที่ทันสมัย พร้อมด้วยเนื้อหาสาระที่ตรงกับความสนใจและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิตอลมากยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบัน พีเอสไอที่ใช้เทคโนโลยีไอพี สตรีมมิ่ง ก็ได้เปิดให้บริการช่องรายการกว่า 143 ช่อง ให้ผู้บริโภคข้อมูลข่าวสารได้เลือกชมกันอย่างจุใจเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ไอพี สตรีมมิ่ง ถือเป็นมิติใหม่ที่ทำให้ผู้คนที่เปรียบเสมือนนักบริโภคข่าวสารสามารถติดตามเนื้อหาสาระ ความบันเทิงต่างๆ ได้มากขึ้น โดยไม่จำกัดในเรื่องของเวลาและสถานที่ ทั้งยังมีบทบาทในการกระตุ้นตลาดบรอดคาสต์ให้เกิดการแข่งขันด้านข้อมูล เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่ รวมถึงช่วยขับเคลื่อนทางธุรกิจในทุกภาคส่วน เช่น ธุรกิจผู้ให้บริการคอนเทนต์ ธุรกิจด้านโครงข่ายโทรคมนาคม เป็นต้น ซึ่งส่งผลดีต่อผู้บริโภคที่จะได้มีตัวเลือกที่ดีที่สุดในการรับข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายเพิ่มขึ้นในอนาคต.

‘HUBBA Stadium’ อีเวนต์ปลุกพลังสร้างสรรค์เทคโนโลยี แก่สตาร์ทอัพไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579489

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 08:30

 

มาแล้ว HUBBA Stadium งานอีเวนต์ปลุกพลังสร้างสรรค์ Startup จาก HUBBA Thailand เพื่อค้นหาทีมที่ดีที่สุด ยอดนักออกแบบ UI/UX และยอดฝีมือด้านแผนธุรกิจ โดยจะมีขึ้นในวันที่ 4 – 6 มี.ค.59 ในธีม IOT ‘Internet of Things’…

HUBBA Thailand โคเวิร์กกิ้งสเปซชื่อดัง เตรียมจัดงาน HUBBA Stadium ที่สุดแห่งงานสร้างสรรค์สำหรับ Startup ไทย! เพื่อค้นหาทีมที่ดีที่สุดผู้มาพร้อมไอเดียสุดเจ๋ง สุดยอดนักออกแบบ UI/UX และยอดฝีมือด้านการวางแผนธุรกิจ เพื่อมาร่วมกันทำงานให้เต็มที่ แบบสนุกสุดเหวี่ยง และยังได้พบกับเพื่อนใหม่ๆ ที่จะเปลี่ยนโลกไปพร้อมกันตลอดระยะเวลา 3 วัน

ผู้เข้าร่วมงานทุกคนจะได้ฟอร์มทีม เพื่อสร้าง Startup ร่วมกัน จากคนแปลกหน้าก็จะกลายมาเป็นร่วมทีมที่ช่วยกันสร้างสรรค์แนวคิดแปลกใหม่ และเรียนรู้เส้นทางการทำ Startup ด้วยการใช้ชีวิตและหายใจเข้าออกแบบ Startup ตลอด 3 วันเต็ม! สัมผัสภาวะขึ้น-ลงเมื่อสร้างธุรกิจ ออกแบบ UI (User Interface) และวิธีการพูดคุยกับลูกค้า ผู้เข้าร่วม HUBBA Stadium ทุกคนจะก้าวออกไปพร้อมกับผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานพื้นฐานหลัก สำหรับทดลองตลาดในระยะเริ่มต้น (MVP : Minimum Viable Product) อีกทั้งยังได้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ และเครือข่าย Startup และ Investor ชั้นนำของไทย เพื่อนร่วมทีมและ Co-Founder พร้อมทั้งความรู้ที่ผู้ประกอบการพลาดไม่ได้

ไฮไลต์ที่จะได้พบในงาน HUBBA Stadium : Startup Battle, Internet Of Things Edition

สำหรับปีนี้ทาง HUBBA เลือกธีมงาน คือ The Internet of Things เนื่องจากทางผู้จัดงานมองเห็นว่า The Internet of Things หรือ IOT กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ทั้งด้าน การทำงาน การเล่น การใช้ชีวิต โดยเฉพาะในยุคที่เรียกได้ว่าเทคโลยีมีบทบาทในชีวิตประจำวันเรามากขึ้นกว่าแต่ก่อน ตั้งแต่การมีอากาศยานไร้นักบิน หรือ โดรน (drones) ขนาดเท่าเหรียญหรือเท่าตัวคน ติดเข้ากับกล้องเพื่อใช้ในการถ่ายภาพมุมสูง หรือช่วยจับภาพในมุมต่างๆ และ Wearable Health Device หรือ อุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลไลฟสไตล์เรา โดยเราแค่นำมาสวมใส่ ทำงานและควบคุมทุกอย่างได้ง่ายดาย ด้วยแอพพลิเคชั่น หรือระบบคอมพิวเตอร์

มาร่วมเปลี่ยนโลกไปพร้อมกัน ตลอดเวลา 3 วัน 2 คืน

Telematics คือ บริการการสื่อสารแบบสองทาง ด้วยเทคโนโลยีนี้ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสื่อสารระหว่างรถยนต์ และศูนย์บริการสารสนเทศจราจรที่ให้ความปลอดภัย และความมั่นคงแก่ผู้ขับขี่ยานพาหนะ อีกทั้งยังช่วยแจ้งเตือนเกี่ยวกับอุบัติเหตุ มีประโยชน์อย่างมากในกรณีที่ผู้ขับขี่เกิดหมดสติไป และยังรวมไปถึงการบริการติดตามรถ บอกเส้นทางและกรณีออกนอกเส้นทาง การล็อกและการปลดล็อกประตูรถโดยรีโมตที่เก็บข้อมูลและบันทึกพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์ วินิจฉัยและตรวจสภาพรถโดยรีโมตอื่นๆ และอีกหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน

ทาง HUBBA จึงอยากเปิดโอกาสให้นักคิด นักพัฒนา นักสร้างสรรค์ นักธุรกิจ โปรแกรมเมอร์ ดีไซเนอร์ เข้ามาระดมไอเดีย ฟอร์มทีม สร้างต้นแบบ หรือแอพพลิเคชั่นในรูปแบบของการเชื่อมต่อหรือ IOT ทั้งนี้ งาน HUBBA Stadium : Startup Battle, Internet Of Things Edition จะจัดขึ้นในวันที่ 4-6 มีนาคมนี้ ที่ HUBBA Thailand coworking space ย่านเอกมัยซอย 4 ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป.