วอร์เกมมิ่ง แนะนำไฮไลต์ปี 59 ล่าสุด เกมเวิลด์ออฟแท็งค์ บน PS4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579477

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 07:30

 

วอร์เกมมิ่ง เผยไฮไลต์สำคัญในปี 59 กับเกม World of Tanks บนแพลตฟอร์ม Play Station 4 พร้อมแพตช์อัพเดตใหม่ของ World of Warships เวอร์ชั่น 0.5.3 กับการเล่นแบบทีม 7 vs 7 และการเพิ่มสายเรือ โซเวียต เยอรมัน และอังกฤษ…

บริษัท วอร์เกมมิ่ง (ประเทศไทย) จัดงาน ‘Tank (You) PRESS 2016’ เพื่อขอบคุณสื่อมวลชนพร้อมทั้ง ประกาศเปิดตัวเกม เวิลด์ออฟแท็งค์ (World of Tanks) ในแพลตฟอร์มล่าสุดบนเครื่องคอนโซลเพลย์สเตชั่น 4 (Play Station 4) ประเดิมเริ่มต้นศักราชใหม่ รวมทั้ง เผยถึงแผนการอัพเดตของเกมยอดฮิตอย่าง เวิลด์ออฟวอร์ชิพส์ (World of Warships) พร้อมเผยความสำเร็จและก้าวสำคัญต่อไปในปี 2016

นายภาสกร เจริญกิจกำจร กรรมการบริหารบริษัท ออนไลน์ เกมมิ่ง พอร์ทัล ตัวแทนดำเนินการตลาดและบริการลูกค้าของบริษัท Wargaming Asia Pte Ltd. ในประเทศไทย กล่าวถึงความสำเร็จในการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2015 ที่ผ่านมา พร้อมเป้าหมายของปี 2016 ว่า นอกจากจะมีไฮไลต์สำคัญ คือ การเปิดตัวเกม World of Tanks บนแพลตฟอร์ม Play Station 4 ซึ่งโอเพ่น เบต้า ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา

นายภาสกร เจริญกิจกำจร กรรมการบริหารบริษัท ออนไลน์ เกมมิ่ง พอร์ทัล

ยังมีการอัพเดตของ World of Warships แพตช์ เวอร์ชั่น 0.5.3 ที่ แบ่งเป็น 3 อย่าง หลักๆ นั่นคือ การเล่นแบบทีม 7 vs 7 โดย ผู้เล่นสามารถรวมทีมกับคนอื่น โดยใช้ข้อมูลพื้นฐานจาก ความสนใจ ทักษะ และอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องมีเลเวลสูง สามารถร่วมทีมกับเพื่อนได้ และ ปลดล็อกโหมดได้เมื่อมีเลเวล 12 ต่อมา คือการเพิ่ม ภูมิอากาศ ฝน หิมะ และระบบแคลน นอกจากนี้ การเพิ่มฟีเจอร์ที่ทำให้ผู้เล่นมองเห็นเกราะของเรือรบต่างๆ สะดวกกับการเล็งเป้าหมาย เพิ่มเรือรบสายโซเวียต เยอรมัน อังกฤษ และปรับเครื่องบิน จากเรือบรรทุกเครื่องบิน ให้มีประสิทธิภาพในการทำลายล้างสูงขึ้น

ปี 2016 จะเป็นปีที่สาวกของเกมแนวสงครามในเครือวอร์เกมมิ่งไม่ผิดหวังแน่นอน

รวมทั้งเป้าหมายของปี 2016 เน้นจัดกิจกรรมและอีเวนต์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ตลอดทั้งปี ตลอดจนการให้ความสำคัญกับคอมมูนิตี้ของผู้เล่น เพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้เล่นที่เปรียบเสมือนเป็นครอบครัวของวอร์เกมมิ่ง มั่นใจได้ว่าในปี 2016 นี้จะเป็นอีกหนึ่งปีที่สาวกของเกมแนวสงครามในเครือวอร์เกมมิ่งไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน.

รุกตลาดซิเคียวริตี้ ‘บิทดีเฟนเดอร์’ ตั้ง ‘SIS’ ตัวแทนจำหน่ายในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579267

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 16:30

 

เอสไอเอส ผนึกกำลัง บิทดีเฟนเดอร์ รุกตลาดซิเคียวริตี้ในไทย พร้อมเสิร์ฟโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยปี 2016 หวังตอบโจทย์การปกป้องข้อมูล…

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ เอสไอเอส (SIS) ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไอที ประกาศความร่วมมือกับ บิทดีเฟนเดอร์ (Bitdefender) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นระบบรักษาความปลอดภัยจากประเทศโรมาเนีย รุกตลาดซอฟต์แวร์ระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร เจาะกลุ่มลูกค้าทุกระดับ ตั้งแต่กลุ่มผู้ใช้ทั่วไป ธุรกิจขนาดย่อม และองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งนี้ บิทดีเฟนเดอร์ ได้แต่งตั้ง เอสไอเอส ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายรายเดียวในประเทศไทย พร้อมเปิดตัวโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยเวอร์ชั่นล่าสุด Bitdefender 2016 และ Bitdefender Gravity Zone

นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ เอสไอเอส (SIS) เปิดเผยว่า บริษัทมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการแต่งตั้งจากบิทดีเฟนเดอร์ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายเพียงรายเดียวในประเทศไทย เพื่อดูแลการจัดจำหน่ายสินค้าในตลาดไอทีไทย ซึ่งปัจจุบันบิทดีเฟนเดอร์ทำตลาดแล้วกว่า 200 ประเทศทั่วโลก

“ด้วยประสบการณ์ของบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการระบบรักษาความปลอดภัย ตั้งแต่ระดับการป้องกันภัยจากไวรัสบนคอมพิวเตอร์ส่วนตัวจนถึงระดับดาต้าและบนเครือข่ายคลาวด์ เรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถนำโซลูชั่นของบิทดีเฟนเดอร์เจาะกลุ่มผู้ใช้ทุกระดับ ทั้งผู้ใช้ตามบ้านทั่วไป กลุ่มธุรกิจขนาดย่อม และองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงผู้ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต”

นอกจากนี้ กลุ่มลูกค้าที่บริษัทให้ความสนใจยังรวมถึงภาคการศึกษา โรงพยาบาล ธนาคาร และผู้ให้บริการเกมออนไลน์ โดยกลุ่มลูกค้าองค์กรส่วนใหญ่จะติดตั้งระบบเพื่อใช้ป้องกันภายในองค์กรเอง และปกป้องข้อมูลให้กับผู้ใช้บริการขององค์กรนั้นๆ ส่วนตลาดลูกค้าคอนซูเมอร์ บริษัทวางแผนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านหน้าร้านไอทีชั้นนำ เช่น Banana IT , IT City , JIB , Advice IT และร้านจำหน่ายหนังสือ เช่น SE-ED และ B2S เป็นต้น ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความตระหนักต่อภัยคุกคามให้กับลูกค้าองค์กรมากขึ้น

นายมิฮาว โดมินิค กรรมการผู้จัดการบิทดีเฟนเดอร์ กลุ่มอินโดไชน่า กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้งานบิทดีเฟนเดอร์มากกว่า 500 ล้านคน ด้วยระบบรองรับการใช้งาน 20 ภาษา รวมถึงภาษาเวียดนามซึ่งเป็นภาษาที่พัฒนาขึ้นล่าสุด

“ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพมากสำหรับบิทดีเฟนเดอร์ เราจึงต้องการพันธมิตรทางธุรกิจที่มีประสบการณ์ ไม่เพียงเข้าใจตลาดและความต้องการของผู้ใช้ หากยังต้องมีความเชี่ยวชาญในการให้บริการระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง และเอสไอเอสคือพันธมิตรที่เรามองหาและพร้อมที่จะนำพาธุรกิจเติบโตไปพร้อมกัน”

สำหรับการทำตลาดในประเทศไทย บริษัทแบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มคอนซูเมอร์ กลุ่มธุรกิจขนาดย่อม และองค์กรขนาดใหญ่ โดยปัจจุบันสินค้าของบิทดีเฟนเดอร์มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในกลุ่มคอนซูมเมอร์และกลุ่มธุรกิจขนาดย่อม จากนี้บริษัทมีแผนขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของ Bitdefender Gravity Zone เจาะกลุ่มลูกค้าดังกล่าว พร้อมกับการให้บริการระดับมืออาชีพจากเอสไอเอส นอกจากนี้มีรายงานการวิจัยพบว่าประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ของประเทศแถบเอเชีย (และเป็นอันดับ 11 ในระดับโลก) ที่เป็นเป้าหมายหลักที่มีอัตราเสี่ยงต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์และมัลแวร์สูง เราจึงตั้งใจนำเสนอโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมระดับโลก เพื่อช่วยปกป้องภัยคุกคามต่างๆ ให้ตลาดและกลุ่มผู้ใช้ในประเทศไทย

ทั้งนี้ Bitdefender 2016 ออกแบบมาให้ง่ายต่อการติดตั้ง จึงเหมาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้ตามบ้านทั่วไป โดยเวอร์ชั่นนี้จะมาพร้อมกับระบบป้องกัน Ransomeware มัลแวร์ที่จะเข้าจู่โจมระบบคอมพิวเตอร์ โดยจะทำการล็อกระบบ และแสดงข้อความลวง เพื่อให้ผู้ใช้ต้องจ่ายเงินเพื่อคืนระบบเข้าสู่ภาวะปกติ

นอกจากนี้ Bitdefender 2016 มีระบบ One Click Optimizer ช่วยจัดการเนื้อที่ในหน่วยความจำ เพื่อให้เครื่องทำงานได้เร็วขึ้นเพียงคลิกเดียว ขณะเดียวกัน Bitdefender Gravity Zone2016 ก็เป็นโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยสำหรับลูกค้าองค์กร ที่มาพร้อมการอัพเดตการโจมตีผ่านมัลแวร์รูปแบบใหม่ แบบเรียลไทม์เหมาะสำหรับระบบไอทีแบบผสมผสานที่มีโครงสร้างซับซ้อน สามารถปกป้องข้อมูลหลายระดับชั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่กินพื้นที่ของเครื่องหรือหน่วยความจำ ตรวจจับการทำงาน สแกนไวรัสและมัลแวร์ได้อัตโนมัติ เมื่อเครื่องเปิดทิ้งไว้โดยไม่ถูกใช้งาน.

พลิกโฉม ‘คอมมาร์ต’ ประเดิมต้นปีจัด ‘คอนเน็ค’ คาดโน้ตบุ๊กยังฮิตสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578803

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ก.พ. 2559 17:35

 

เออาร์ไอพี ประกาศปรับโฉมงานคอมมาร์ต รูปแบบแตกต่างทั้ง 3 ครั้งตลอดปี หวังเอาใจผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี ตั้งเป้างานต้นปีสร้างเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 2,940 ล้านบาท…

นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการธุรกิจสื่อไอทีและดิจิตอล บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานคอมมาร์ต เปิดเผยว่า เพื่อรองรับเทรนด์ดิจิตอล ไลฟ์ ในปีนี้ บริษัทได้ปรับรูปแบบการจัดงานคอมมาร์ตให้รองรับพฤติกรรมแบบคอนเน็คเต็ด ไลฟ์ ของผู้บริโภคในปัจจุบัน จึงได้เปลี่ยนรูปแบบการจัดงานทั้ง 3 ครั้ง เพื่อสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของการจัดงานแต่ละครั้งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยแบ่งออกเป็นคอมมาร์ต คอนเน็ค (Coomart Connect) สำหรับการจัดงานในช่วงต้นปี เพื่อตอบสนองการใช้ 4จี และชีวิตยุคดิจิตอล, คอมมาร์ต จอย (Commart Joy) ในการจัดงานช่วงกลางปี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความบันเทิงและเกม และคอมมาร์ต เวิร์ก (Commart Work) ในการจัดงานช่วงปลายปี เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มองค์กรที่ต้องการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่ในช่วงสิ้นปี ซึ่งจากนี้บริษัทจะมีการประเมินรูปแบบการจัดงานคอมมาร์ตทุกปี เพื่อให้ได้รูปแบบการจัดงานที่ตรงใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง

“จากการจัดงานในช่วงที่ผ่านมาพบว่าผู้บริโภคต้องการเห็นสีสันและความแตกต่างในการจัดงานแต่ละครั้ง จึงเป็นที่มาของการจัดงานในรูปแบบดังกล่าว ภายใต้พื้นที่การจัดงานเท่าเดิมคือใช้พื้นที่ทั้งหมดของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ยกเว้นบริเวณโซนซีชั้นล่าง โดยเชื่อว่าการจัดงานคอมมาร์ตในปีนี้จะสามารถกระตุ้นตลาดไอทีให้กลับมาคึกคักได้ จากสินค้าที่แต่ละแบรนด์นำมาสร้างสีสันภายในงาน และกิจกรรมทางการตลาดเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค และเชื่อว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงต้นปีได้กลับมาแล้ว จากการพิจารณางานที่จัดขึ้นในช่วงก่อนหน้า รวมถึงนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้งานออนไลน์ รวมถึงการมาของ 4จี”

สำหรับสัดส่วนการจำหน่ายสินค้าภายในงานครั้งนี้ แบ่งเป็นโน้ตบุ๊ก พีซี เดสก์ท็อป ประมาณ 60%, สมาร์ทโฟน 20% และแก็ดเจ็ตต่างๆ ราว 30% เพื่อรองรับเทรนด์ดิจิตอลและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ส่วนสินค้าที่คาดว่าจะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคนั้น เชื่อว่าโน้ตบุ๊กจะเป็นสินค้าขายดีที่สุด โดยเฉพาะระดับราคา 30,000 บาท ตามด้วยแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์กลุ่มคอนเน็คเต็ด ที่สามารถตอบสนองเทรนด์สุขภาพได้ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงจากการจัดงานครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากโน้ตบุ๊กยังคงเป็นสินค้ายอดนิยม รองลงมา คือ แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน และสินค้าประเภทหน้าจอและแก็ดเจ็ต อย่างไรก็ตาม การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้งที่ผู้ผลิตสินค้าไอทีชั้นนำมาร่วมงานคอมมาร์ตอย่างคับคั่ง อาทิ เอชพี เดลล์ เลอโนโว เอซุส เอเซอร์ เป็นต้น

“มีการคาดการณ์ว่าตลาดไอทีปีนี้จะเติบโตขึ้นราว 3% จากปีที่ผ่านมา จากพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่กลับมามั่นใจมากขึ้น รวมถึงปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐและการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่”

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการจัดงานคอมมาร์ต คอนเน็ค จะสามารถสร้างยอดเงินสะพัดภายในงานได้ไม่ต่ำกว่า 2,940 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 5% จากการจัดงานครั้งที่ผ่านมาซึ่งมียอดเงินสะพัดราว 2,800 ล้านบาท ส่วนยอดผู้เข้าชมงานนั้นเชื่อว่าจะอยู่ในสัดส่วนเดิมหรือประมาณ 8 แสนคน

สำหรับการจัดงานคอมมาร์ต คอนเน็ค 2016 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2559 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์.

คำนวณผิดพลาด! เอไอเอสรับระบบมีปัญหาตัดเน็ตเกิน เร่งแก้พร้อมชดเชยลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578651

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ก.พ. 2559 12:35

 

เอไอเอส ยอมรับเกิดปัญหาในการคำนวณค่าบริการจริง เผย ต้นเหตุมาจากการอัพเกรดซอฟต์แวร์ใหม่ เร่งดำเนินการแก้ไข พร้อมปรับปรุงยอดค่าใช้บริการให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด…

จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับการใช้งานแพ็กเกจ 4จี เครือข่ายเอไอเอส ซึ่งผู้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวระบุว่า ตนเองเป็นลูกค้าเอไอเอส ซึ่งได้เปลี่ยนมาใช้งานแพ็กเกจ 4จี ที่เอไอเอสได้เปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้ แต่หลังจากใช้งานก็ได้มีการตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตที่คงเหลือในแพ็กเกจ และกลับพบว่าถูกระบบตัดอินเทอร์เน็ตไปมากเกินกว่าที่มีการใช้งานจริง โดยระบบได้ตัดอินเทอร์เน็ตขั้นต่ำ 1MB ทุกครั้งที่มีการใช้งาน จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องดังกล่าวอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีผู้ใช้บริการจำนวนมากที่ไม่เคยตรวจสอบยอดอินเทอร์เน็ตคงเหลือ

ล่าสุด เอไอเอส ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่ามาจากปัญหาระบบการคิดคำนวณผิดพลาด และจะปรับปรุงยอดการใช้บริการให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด

โดย นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องการคิดค่าบริการที่ไม่ตรงกับการใช้งาน เอไอเอสได้รับทราบปัญหาและรีบตรวจสอบหาสาเหตุ ซึ่งพบว่าเกิดจากระบบการคิดคำนวณที่ไม่สมบูรณ์ หลังจากการอัพเกรดซอฟต์แวร์ระบบใหม่ โดยมีผลกระทบกับลูกค้าบางส่วน และบางโปรโมชั่นเท่านั้นที่มีคำนวณการใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็น MB (เมกะไบต์)

ทั้งนี้ เอไอเอส จะดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จโดยด่วน และทำการปรับปรุงยอดค่าใช้บริการให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด และใคร่ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่แจ้งเรื่องเข้ามา และไว้วางใจให้เราดูแล เราสัญญาว่าจะส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้ลูกค้าตลอดไป.

พันเดียวก็ซื้อสมาร์ทโฟนได้! เช็ก 4 โซนทีเด็ด แหล่งของดี ‘โมบาย เอ็กซ์โป’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577023

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 05:30

 

เปิดพิกัดเด็ดในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2016 เน้นความคุ้มค่ากับโปรโมชั่น ของแถม และราคาพิเศษ กับเวลาจัดงานอีกเพียง 2 วันเท่านั้น…

เป็นอันรู้กันดีว่าในมหกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นแต่ละครั้ง จะเต็มไปด้วยสินค้าลดราคา โปรโมชั่น พร้อมของแจกของแถมหลากหลาย ที่บรรดาผู้ขายพากันนำมาดึงดูดความสนใจและเรียกลูกค้า… เช่นเดียวกับ “ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2016” ที่แบรนด์มือถือและผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) ต่างพากันจัดโปรโมชั่น เพื่อแข่งขันกันเรียกความสนใจจากผู้เข้าร่วมงาน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความคุ้มค่าและเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจ “ไทยรัฐออนไลน์” จึงได้รวบรวมพื้นที่ขายบริเวณต่างๆ ภายในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2016 มาให้ รับรองว่ามีแต่ความคุ้มค่าและของดีรอคุณอยู่…!

พื้นที่ภายในงานดังกล่าว ถูกแบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ เพลนารี ฮอลล์, โซนซี ชั้น 2, โซน บอลรูม และ มีตติ้งรูม ซึ่งแต่ละโซนจะมีอะไรน่าสนใจ เราได้รวบรวมและสรุปมาให้แล้ว ดังนี้…

คนสนใจมือถือ มาเดินกันเพียบ

เริ่มต้นกันที่ “เพลนารี ฮอลล์”
1. พื้นที่ดังกล่าวถือเป็นบริเวณที่ผู้เที่ยวชมงานต้องไม่พลาด เพราะรวมแบรนด์มือถือชั้นนำเอาไว้เพียบ! อาทิ ซัมซุง, หัวเว่ย, เอเซอร์, เอซุส, เลอโนโว และบรรดาค่ายมือถือ โดยการจัดงานครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกของแบรนด์วีโว่ และวีโก ที่ได้ย้ายเข้ามาเปิดบูธภายในบริเวณดังกล่าวอีกด้วย

2. บูธที่มอบส่วนลดสูงสุด น่าจะอยู่ที่บูธทรูมูฟ เอช… ซึ่งให้ส่วนลด 1,000 บาท สำหรับผู้ที่ซื้อซัมซุง กาแล็กซี่ โน้ต 5

3. เอไอเอส ก็ไม่น้อยหน้า เพราะประกาศลดราคาซัมซุง กาแล็กซี่ เอ5 เหลือ 8,900 บาท พร้อมวางขายกาแล็กซี่ วิว เป็นครั้งแรกในไทย และลดราคาพิเศษอีกราวๆ 3,000-4,000 บาท

4. สำหรับสาวกไอโฟนก็ไม่ต้องน้อยใจ เพราะดีแทคจัดเต็มลดราคาเพียบ ตั้งแต่ไอโฟน 5เอส ไอโฟน6 และไอโฟน 6เอส พร้อมโปรโมชั่นซื้อไอโฟน 6พลัส 128GB แถมฟรีไอโฟน 5เอส 16GB

5. ไม่พูดถึงซัมซุงคงไม่ได้ เพราะได้นำกาแล็กซี่ เอ5 สีชมพู มาจำหน่ายเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ พร้อมลดพิเศษ 1,000 บาท สำหรับผู้ที่ซื้อภายในโดยใช้สิทธิ์กาแล็กซี่ กิฟต์ และยังมีซัมซุงเกียร์ เอส2 สีโรสโกลด์ และ สีแพลตตินั่ม ให้จองซื้อภายในงาน พร้อมลดราคา 1,000 บาท

ไม่ได้ซื้อก็สามารถทดลองใช้งานได้

6. งานเปิดตัวรุ่นใหม่ก็มี! ที่บูธเลอโนโว, เอซุส และ หัวเว่ย ชอบแบรนด์ไหน สนใจรุ่นใด ก็ลองไปเลือกชมกันได้ โดยเฉพาะบูธหัวเว่ยที่ใจปล้ำนำสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจีอาร์ 5 มาลดราคาพิเศษในงานอีก 5,000 บาท

7. ใครชอบสีสันและเทคโนโลยีใหม่ๆ ซัมซุงและเลอโนโว ก็มีมุมให้ทดลองเล่นแว่นตาเสมือนจริง (แว่น วีอาร์) โดยเฉพาะซัมซุงที่จัดพื้นที่อลังการเอาไว้ให้ทดลองใช้งาน บริเวณทางเดินด้านนอก

8. โซนี่ นำสมาร์ทโฟนแซท 5 รุ่นไฮไลต์ของปีที่ผ่านมา ลดราคาสูงสุดถึง 6,000 บาทเลยทีเดียว

ต่อกันที่ “โซนซี ชั้น 2”
1. รู้กันดีว่าโซนนี้จะเป็นแหล่งรวมอุปกรณ์เสริมต่างๆ อาทิ เคสมือถือ-แท็บเลต, สายชาร์จ, พาวเวอร์แบงก์, กล้องติดรถยนต์, ฟิลม์กันรอย, หูฟัง, ไมโครเอสดี และ ฮาร์ดดิสก์ ซึ่งทีเด็ดอยู่ที่ราคา!!!

2. รับรองว่าไม่ต้องถือเงินมาเยอะก็สามารถซื้อสินค้าจากโซนนี้กลับไปได้อย่างแน่นอน เพราะมีจำหน่ายกันตั้งแต่เคสมือถือราคาเริ่มต้น 20 บาท และ หูฟังแบบเฮดโฟน 100 บาท

ของราคาถูกก็มีให้เลือกซื้อตามใจชอบ

3. ใครชอบแบรนด์น้องใหม่ สป็อกซ์ (Spox) สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์เลือดไทยที่เตรียมบุกตลาดเออีซี ก็มีจำหน่ายกันที่นี่ในราคา 3,490 บาท

4. เอเซอร์ก็มีบูธจำหน่ายสินค้าอยู่ในโซนนี้เช่นกัน แต่พิเศษกว่าบูธภายใน เพลนารี ฮอลล์ เพราะบูธนี้จัดไว้เป็นพิเศษสำหรับจำหน่ายสินค้าประเภทเคลียร์แลนซ์ หรือ ลดล้างสต๊อก นั่นเอง ซึ่งมีสมาร์ทโฟนเอเซอร์ราคาเริ่มต้นที่ 990 บาท และโน้ตบุ๊กราคาเริ่มต้นที่ 5,900 บาท มาจำหน่ายเพียบ

5. แฟนพันธุ์แท้ซินเน็ค และไอที​ ซิตี้ ไม่ต้องห่วง เพราะทั้ง 2 ค่าย ก็นำสมาร์ทโฟนหลากหลายแบรนด์มาจำหน่ายอยู่ในโซนนี้

เดินต่ออีกนิดกับ “โซนบอลรูม”
1. ภายในโซนบอลรูมจะแบ่งออกเป็น 2 โซนย่อย คือ บูธ My World ที่มาจัดโปรโมชั่นเบอร์ดีเลขสวย พร้อมรับส่วนลดมากมาย เช่น โทรฟรี 2 ปี เล่นเน็ตฟรี 2 ปี และโซนแก็ดเจ็ต ที่มีสินค้าไฮเทคมาจัดแสดงและจำหน่ายหลากหลาย

2. แก็ดเจ็ต เต็มไปด้วยร้านค้าของพาร์ตเนอร์รายต่างๆ อาทิ ร้านดอทไลฟ์ ที่นำสินค้าไฮเทค เช่น โดรน แบรนด์ DJI มาโชว์และขาย, รถเด็กไฮเทค รถเด็กเล่นที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์บังคับด้วยมือถือ, กระเป๋าอัจฉริยะ เหมือนกระเป๋าเดินทางแต่สามารถใช้แอพค้นหากระเป๋า สั่งล็อกผ่านมือถือ ใช้เป็นที่ชาร์จแบตได้, กระติกสารพัดประโยชน์ ที่สามารถระดมทุนได้สูงสุดในโลกกว่า 470 ล้านบาท สามารถปั่นน้ำผักผลไม้ ชาร์จแบต เป็นลำโพงเคลื่อนที่ เป็นเขียงเฉพาะกิจ เป็นต้น

พรีเดเตอร์ โมบิล ของเอเซอร์ สำหรับเกมเมอร์

3. นอกจาก 2 โซนดังกล่าว ภายในห้องบอลรูมยังมีโซนเกมมือถือ จัดกิจกรรมทั้งขายทั้งแจกไอเทมพิเศษภายในงาน จาก 7 เกมดัง เพื่อเอาใจคอเกม อาทิ 7knight และ  Dragonica เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแข่งขัน และเสวนาเกี่ยวกับเกม รวมถึงมอเตอร์ไซค์เล่นเกม เอเซอร์ พรีเดเตอร์ โมบิล เป็นคันแรกในไทยและโลก ให้ได้สัมผัสกันเป็นครั้งแรกอีกด้วย

ปิดท้ายกับ “มีตติ้งรูม”
1. หลายแบรนด์ต่างยึดพื้นที่โซนนี้เพื่อจัดเป็นพื้นที่รับรองลูกค้า อาทิ แซดทีอี ซึ่งมีการจัดจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษพร้อมของแถม และพื้นที่รับรองและบริการลูกค้าเบื้องต้น เช่น ติดฟิล์ม ลงแอพพลิเคชั่น

2. กาแล็กซี่ เลานจ์ สำหรับลูกค้าซัมซุงที่ใช้สิทธิพิเศษจากกาแล็กซี่ กิฟต์ โดยต้องมากดรับสิทธิ์ภายในงาน เพื่อเข้าสู่พื้นที่รับรองลูกค้า มีอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการ

3. นอกจากนี้ วีโว่ และดีแทค ก็จัดพื้นที่รับรองลูกค้าไว้ที่โซนนี้เช่นเดียวกัน

นอกจาก 4 โซนทีเด็ดที่บอกไปแล้ว ภายในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2016 ยังมีโซนที่เรียกว่า เอเทรียม ซึ่งมีอีก 2 ร้าน คือ ทีจี และเจมาร์ท โดยทีจีได้นำไมโครซอฟต์ ลูเมีย มาลดราคาเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ส่วนเจมาร์ทเน้นของแถม ประกันนาน 18 เดือน ผ่อนแบบไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

ใครอยากได้ของราคาถูก ทั้งแถม ให้รีบมาเที่ยวชมงานช่วงวันเสาร์และอาทิตย์นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใน 10.00-20.00 น. เท่านั้น ช้าหมดอดแน่ๆ…!!!

ต้องเป็นมากกว่าแชต ‘ไลน์’ ลุยไลฟ์สไตล์ควบธุรกิจ หวังครองใจคนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576441

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 10:05

 

ไลน์ เผยแนวโน้ม 4 เทรนด์ผู้บริโภคชาวไทยชีวิตดิจิตอล ชู 5 สายธุรกิจตอบโจทย์การใช้ชีวิต หวังขึ้นสู่แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์และธุรกิจแห่งอนาคต…

นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ ไลน์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้มีความเคลื่อนไหวด้านดิจิตอลในเมืองไทยที่น่าจับตามองอยู่ 4 ประการ คือ 1. ยุคแห่งมือถือ (Mobile First) ซึ่งประเทศไทยเข้าสู่เทรนด์ดังกล่าวประมาณ 2 ปี ด้วยอัตราการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตถึง 40 ล้านคน ซึ่งเป็นผู้ใช้งานไลน์กว่า 33 ล้านคน และคาดการณ์ว่าภายในปี 2560 นี้ ยอดผู้ใช้โมบายอินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นเป็น 50 ล้านคน หลังจากการเปิดให้บริการ 4จี ขณะเดียวกัน พบว่าคนไทยใช้เวลากับสมาร์ทโฟนเฉลี่ย 5.7 ชั่วโมงต่อวัน โดยใช้เวลาแชตไลน์ถึง 83.7 นาทีต่อวัน และเพื่อตอบรับกับพฤติกรรมดังกล่าว ไลน์จึงเปิดบริการ Official Account (OA) สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรในการเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจโดยการสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วม ด้วยข้อมูลที่กลุ่มเป้าหมายสนใจในเวลาและช่องทางที่เหมาะสม ตลอดจนเพิ่มยอดขายให้กับองค์กรได้มากขึ้น สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีในไทยกว่า 2.8 ล้านราย ได้มีบริการ LINE@ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและขยายธุรกิจ

2. สมาร์ทโฟนเป็นช่องทางหลักในการรับชมทีวี (Smartphones are becoming the Main TV Screen) ปัจจุบันมีสัดส่วนคอนเทนต์ทีวีและวิดีโอสำหรับชมผ่านจอทีวีราว 41% ขณะที่ 31% เน้นการรับชมผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งไลน์ได้เปิดตัว LINE TV กว่า 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับชมคอนเทนต์บันเทิงฟรีจากพันธมิตรความบันเทิง

5 สายธุรกิจของไลน์ ประเทศไทย เพื่อผู้ใช้งาน

3. ผู้บริโภคหันใช้เอ็ม-คอมเมิร์ซ (m-commerce) และโซเชียล คอมเมิร์ซ (social commerce) จากการใช้งานอี-คอมเมิร์ซ (e-commerce) เป็นประจำ ทำให้ผู้บริโภคมีความคุ้นชินและมีแนวโน้มจะใช้บริการเอ็ม-คอมเมิร์ซ (ซื้อขายผ่านมือถือ) และโซเชียล คอมเมิร์ซ (การซื้อขายบนโซเชียล) ในการซื้อสินค้าและบริการ โดยจำนวนการซื้อขายออนไลน์ผ่านโมบายดีไวซ์มีสัดส่วนถึง 60% จากจำนวนการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์อัตราการเติบโตของโมบายแบงก์กิ้งว่าจะสูงถึง 33% ซึ่งไลน์มีบริการ LINE Pay แพลตฟอร์มการชำระเงินรูปแบบใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้ว 1.5 ล้านคน พร้อมกับ Pay by Official Account ฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจเปิดการขายสินค้าผ่านหน้า Official Account ของตนเองได้ทันที รวมถึง LINE GIFTSHOP บริการส่งของขวัญรูปแบบใหม่ให้เพื่อนผ่านไลน์ โดยพบว่าผู้ใช้บริการ 55% นิยมซื้อสินค้าเป็นของขวัญให้เพื่อน

4. การขยายโอกาสทางธุรกิจจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ (O2O) ถือเป็นเทรนด์ใหม่ในปีนี้ ด้วยการใช้สื่อออนไลน์ผลักดันให้เกิดยอดขายทางออฟไลน์ สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดมากมาย ซึ่งคนส่วนใหญ่ดาวน์โหลดเฉลี่ย 39 แอพต่อหนึ่งดีไวซ์ และใช้งานจริงเพียง 17 แอพ ไลน์จึงทำช่องทางการเข้าถึงบริการในชีวิตประจำวันผ่านไลน์เพียงช่องทางเดียวแทนที่การดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมากมาย ซึ่งไลน์ตั้งเป้าพัฒนาบริการในลักษณะดังกล่าว ทั้งการพัฒนาขึ้นเองและความร่วมมือกับสตาร์ตอัพในเมืองไทย

“เป้าหมายสำคัญในปีนี้ คือ การสร้างไลน์ให้เป็นมากกว่าแอพพลิเคชั่นแชต ด้วยการเป็นแพลตฟอร์มทั้งสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กรธุรกิจ โดยผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้บริการต่างๆ เพื่อเพิ่มความสุขในชีวิตผ่านไลน์ ขณะที่ลูกค้าองค์กรสามารถใช้ไลน์เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มยอดขายให้สินค้าและบริการ ทำการซื้อขายในที่เดียวผ่านไลน์ ผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท อาทิ ธุรกิจเกม (LINE GAME) ธุรกิจคอนเทนต์ (LINE TV, LINE MUSIC) ธุรกิจโซลูชั่นสำหรับองค์กร (LINE Official Account, LINE@) ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (LINE GIFTSHOP) และธุรกิจเพย์เมนต์ (LINE Pay) โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการให้เทียบเท่ากับบริการแชต และผนวกบริการที่มีอยู่เข้าด้วยกันภายใต้แอพพลิเคชั่นเดียวเป็นซิงเกิลแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่าย เข้ามาอยู่ในทุกส่วนของชีวิตประจำวันของคน นอกจากจะช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้ผู้บริโภคสะดวกสบาย เชื่อว่ายังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ไลน์เป็นที่ยอมรับ และชื่นชอบในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยอีกด้วย”

มือถือ 4G-ไฮเอนด์คือทีเด็ด! เปิดฉาก ‘โมบาย เอ็กซ์โป’ คึกตั้งแต่วันแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576135

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 18:25

 

เริ่มแล้วกับมหกรรมมือถือครั้งใหญ่ ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2016 ผู้จัดงานคาดยอดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1,700 ล้านบาท จากสงครามโปรโมชั่นที่โอเปอเรเตอร์และแบรนด์มือถือ กระหน่ำเรียกลูกค้า…

นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผู้จัดงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป เปิดเผยว่า จากความนิยมใช้งานสมาร์ทโฟนที่แพร่หลายในปัจจุบัน รวมถึงการมาของบริการ 4จี คาดว่าจะทำให้งานครั้งนี้มีความคึกคักมากขึ้น จากความต้องการเปลี่ยนมือถือให้สามารถรองรับการใช้งาน 4จี ได้

โอภาส เฉิดพันธุ์

“นอกจากผู้เข้าชมงานจะมาเลือกซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ให้รองรับ 4จี เชื่อว่ายังเป็นโอกาสที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ที่ไม่ได้เปลี่ยนเครื่องมานานจะได้มาเลือกซื้อเครื่องใหม่ด้วย ส่วนสีสันของงานครั้งนี้อยู่ที่การทำโปรโมชั่นและลดราคาเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะโอเปอเรเตอร์ที่เน้นทำตลาดสมาร์ทโฟนเพื่อรองรับ 4จี ขณะที่แบรนด์มือถือจะเน้นทำโปรโมชั่นสำหรับสมาร์ทโฟนราคาไฮเอนด์ ขณะเดียวกันภายในงานยังมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากอีกหลายค่าย จึงเชื่อว่าจะทำให้บรรยากาศการซื้อภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก และสามารถสร้างยอดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1,700 ล้านบาท ด้วยจำนวนผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 7 แสนคน เพิ่มขึ้นราว 10% จากการจัดงานตลอด 4 วัน”

สำหรับการเปิดตัวสมาร์ทโฟนและแก็ดเจ็ตรุ่นใหม่ภายในงาน มีจำนวนราว 10 รุ่น จากค่ายต่างๆ เช่น ทรูมูฟ เอช, วีโว่, ออปโป้, เลอโนโว, เอซุส เป็นต้น

สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจากทรูมูฟ เอช True SMART 4G Speedy 5.0

เริ่มต้นที่ “ทรูมูฟ เอช” ที่ประกาศจัดเต็มโปรโมชั่นสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริม 4จี รุ่นใหม่ภายในงาน คือ ทรู สมาร์ท 4G Speedy 5.0 (True SMART 4G Speedy 5.0) และ ทรู สมาร์ท MAX 4.0 (True SMART MAX 4.0) โดย True SMART 4G Speedy 5.0 เป็นสมาร์ทโฟน 4จี 2 ซิม หน้าจอ IPS HD ขนาด 5 นิ้ว กล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล หน่วยประมวลผล Quad-core 1 GHz ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ Lollipop ราคา 2,990 บาท และโปรโมชั่นพิเศษ รับ True SMART 4G SPEEDY 5.0 ฟรี เพียงสมัครแพ็กเกจรายเดือน พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า และใช้งานตามระยะสัญญาที่กำหนด หรือเลือกซื้อ True SMART 4G Speedy 5.0 พร้อมกับ True Cast ซึ่งเป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อหน้าจอสมาร์ทโฟนเข้าสู่จอทีวี ในราคาพิเศษเพียง 3,090 บาท ดู YouTube ฟรีสูงสุด 12 เดือน ลูกค้าแบบเติมเงินรับโบนัสค่าโทรและเน็ตฟรีรวมสูงสุด 6,000 บาทเล่นฟรี 5 แอพฮิต Facebook, Line, WhatsApp, Instagram และ HTV นาน 10 เดือน

“ออปโป้” ประกาศเปลี่ยนโลโก้จาก OPPO Smartphone เป็น OPPO Camera Phone พร้อมเปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ตระกูล F ซีรีส์ สะท้อนความทันสมัยและเข้าถึงได้ ส่วนสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด ได้แก่ OPPO F1 (ออปโป้ เอฟ1) สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดโดดเด่นด้วยกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ด้วยฟังก์ชั่น Beautify 3.0 เอาใจคนชอบเซลฟี่สวยคมชัดในช็อตเดียวโดยไม่ต้องใช้แอพพลิเคชั่นเพิ่ม กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ออกแบบโดยคำนึงถึงหลักสรีรศาสตร์ หน้าจอ HD ขนาด 5 นิ้ว พร้อมขอบโค้ง 2.5 มิติที่ปกป้องทุกความแข็งแกร่งด้วย Corning gorilla glass4 ตัวเครื่องแบบเมทัลลิคดีไซน์ทั้งตัวเครื่อง แรม 3GB และรอม 16GB (เพิ่มหน่วยความจำได้สูงสุด 128 GB) ภายใต้ขุมพลัง Qualcomm MSM8939 Snapdragon 616 Octa-core 1.5GHz พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2500 มิลลิแอมป์ รองรับได้ 2 ซิมการ์ดและรองรับคลื่นความถี่ทั้ง 3จี และ 4จี พร้อมวางจำหน่ายสี Golden และ Rose Gold ในราคา 8,990 บาท

ออปโป้ เปิดตัวรุ่นใหม่ ออปโป้ เอฟ1

“เลอโนโว” นำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ Lenovo VIBE X3 และ Lenovo K4 Note ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) รองรับการใช้งานคู่กับแว่นตา 3 มิติ โดยรุ่น Lenovo VIBE X3 มาพร้อมนวัตกรรมลำโพงสเตอริโอด้านหน้าสมาร์ทโฟนเพื่อรองรับเสียงเบสทรงพลัง ดีไซน์ตัวเครื่องระดับพรีเมี่ยมทำจากวัสดุอะลูมิเนียม และเทคโนโลยีรองรับการฟังเพลงจากไฟล์ต่างๆ เพื่อรองรับความบันเทิงเต็มรูปแบบ ภายใต้ระบบประมวลผลแบบ 64-bit Qualcomm Snapdragon 808 hexa-core processor, RAM ความจุ 3GB กล้องหลังความละเอียด 21 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล หน้าจอแบบ Full HD 5.5 นิ้ว แบตเตอรี่ความจุ 3600 mAh ส่วนรุ่น Lenovo K4 Note มาพร้อมหน้าจอแบบ Full HD ขนาด 5.5 นิ้ว ให้มุมมองภาพกว้าง 178 องศา กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล พร้อมระบบออโต้โฟกัสสะดวกต่อการถ่ายเซลฟี่ แบตเตอรี่ความจุ 3300 mAh ระบบประมวลผล 64-bit Media Tek MT6753 octa-core , RAM 3GB โดยทั้ง 2 รุ่น จะวางจำหน่ายครั้งแรกภายในงานนี้ ซึ่ง Lenovo VIBE X3 มีราคาเริ่มต้นที่ 15,990 บาท และราคาพร้อมแว่น VR เริ่มต้นที่ 16,690 บาท ส่วน Lenovo K4 Note วางจำหน่ายเริ่มต้น 7,590 บาท ราคาพร้อมแว่น VR เริ่มต้นที่ 8,290 บาท

ด้าน นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ บริษัทจะสามารถขยายเครือข่าย 4จี ได้ครอบคลุมอีก 17 จังหวัด รวมเป็น 59 จังหวัด และครอบคลุม 77 จังหวัดภายในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยปัจจุบันเอไอเอสได้รับการการันตีคุณภาพจาก OOKLA ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตว่าเอไอเอสเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วและเสถียรสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย จากการทดสอบ 6 ล้านครั้ง ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา

เอไอเอสไม่ได้เปิดตัวมือถือใหม่ แต่พกโปรโมชั่นเด็ดๆ มาเรียกลูกค้าเพียบ

“ปัจจุบันเอไอเอสมีลูกค้าใช้งาน 4จี ราว 4.4-4.5 ล้านราย ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 10 ล้านราย เนื่องจากอุปกรณ์ที่รองรับการใช้งาน 4จี มีมากขึ้นและมีราคาถูกลงด้วย ทำให้เกิดโอกาสในการใช้งานเพิ่ม เรียกว่าดีไวซ์และความครอบคลุมของพื้นที่ให้บริการจะเป็นปัจจัยสนับสนุน 4จี ให้มากขึ้น ส่วนแคมเปญเปลี่ยนเครื่องจากระบบ 2จี เป็น 3จี นั้น มีลูกค้าเอไอเอสลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์ดังกล่าวราว 12 ล้านราย โดยมีผู้ใช้รับสิทธิ์ไปแล้ว 1.6 ล้านราย เหลืออีก 10 ล้านรายซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้เรียบร้อยภายในสิ้นปีนี้ หรือหากลูกค้า 2จี ไม่ต้องการย้ายมาเป็น 3จี ก็สามารถทำได้ เนื่องจากเอไอเอสมีความร่วมมือในการโรมมิ่งเครือข่าย 2จี กับดีแทค เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง”

นอกจากนี้ ภายในงานฯ เอไอเอสได้เปิดตัวแพ็กเกจใหม่ที่คุ้มค่ากับ 4G Super Deal เพื่อมอบค่าโทรและค่าเน็ตแบบไม่ลดความเร็ว พร้อมส่วนลดสมาร์ทโฟนสูงสุด 50% สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน 4จี โดยเฉพาะ ทั้งยังได้ประกาศความร่วมมือล่าสุดกับ ทีวี ธันเดอร์ และ Turner TV ในการนำเสนอคอนเทนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมาออกอากาศบนแอพพลิเคชั่น AIS Play เพื่อพัฒนาบริการของเอไอเอสให้สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

ผู้สนใจสามารถอัพเดตเทรนด์สมาร์ทโฟนและแก็ดเจ็ตได้ตลอด 4 วันจัดงาน ตั้งแต่ 11-14 ก.พ. 2559 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์.

อินิทรีดิจิตอล ส่งแอพเกม ‘ใบ้คำหรรษา’ เปลี่ยนสมาร์ทโฟนเป็นเครื่องบันเทิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575822

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 08:30

 

i3play แนะนำแอพพลิเคชั่นใหม่ฝีมือคนไทย ที่จะเปลี่ยนมือถือให้กลายเป็นเครื่องสร้างสรรค์ความฮา กับแอพเกม “ใบ้คำหรรษา” เล่นได้ทุกแพลตฟอร์ม เล่นสนุกสุดท้าทาย วัดความรู้ฝึกความจำ มาพร้อมโหมดคำเยอะที่สุดในประเทศไทยกว่า 100 หมวด…

ค่าย i3play โดยบริษัท อินิทรี ดิจิตอล จำกัด (มหาชน) แนะนำเกมใบ้คำจากฝีมือคนไทย เพื่อคนไทย ‘ใบ้คำหรรษา’ แอพพลิเคชั่นสุดสนุกที่จะเปลี่ยนมือถือสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตในมือของทุกคน ให้กลายเป็นเครื่องสร้างสรรค์ความสนุก ความฮาหัวเราะท้องแข็ง ที่จะช่วยสร้างความสนุกให้บรรยากาศการรวมตัวของเดอะแก๊งคุณนั้นเปลี่ยนไป ใครที่คิดว่าใบ้คำเก่ง อยากจะสนุกกับเพื่อนๆ และอยากหาไรกวนๆ ทำเพื่อแก้เหงา ต้องลองดาวน์โหลดมาเล่นดู

วิดีโอตัวอย่างเกม

แอพพลิเคชั่นเกม ‘ใบ้คำหรรษา’ มาพร้อมโหมดคำมากที่สุดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นโหมดสุดขำ 18+ โหมดเทศกาลต่างๆ โหมดลับเฉพาะผู้หญิง โหมดรู้เฉพาะผู้ชาย และอีกมากมายกว่า 100 โหมด สนุกไม่ซ้ำใครอัพเดตโหมดใหม่ทุกเดือน ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เล่นสามารถสร้างโหมดคำที่เอาไว้เล่นกันเฉพาะก๊วนของตัวเองได้เลย ที่สำคัญรองรับทุกเครื่องสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และไอโอเอส ด้วยนะ

สำหรับกฎและกติกาในการเล่น แอพพลิเคชั่นนี้ ควรมีคนเล่นตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป เพราะถ้าเล่นคนเดียว แล้วใครจะใบ้ ใครจะทาย

เปิดแอพขึ้นมาแล้ว สามารถกด setting เพื่อตั้งค่าต่างๆ

เมื่อเริ่มแรก เปิดแอพขึ้นมาแล้ว สามารถกด setting เพื่อตั้งเวลาในการเล่น กำหนดระดับเสียงประกอบ และเสียงเอฟเฟกต์ต่างๆ

เลือกโหมดที่ใช่ โหมดที่ชอบ

เลือกโหมดแล้วรอทายคำได้เลย

ต่อมาเลือกโหมดที่ใช่ โหมดที่ชอบ ตอนเลือกก็ลองคิดดูก่อนนะ ว่าทายได้เปล่า ถ้าเอาแบบสยิวๆ สัปดน ทะลึ่งตึงตัง ขอแนะนำ หมวด 18+ เอามันเลือก Movies เอาขำเลือก social และถ้าเอาแบบเด็กฉลาดชาติเจริญ ลองเล่นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกดู รู้หมดนี่เทพเลย

เพื่อนๆ ที่เหลือก็ทำหน้าที่เป็นคนใบ้ ก็จัดเต็มลีลาท่าทางได้

หลังจากนั้นก็ได้เวลาความสนุก เลือกคนทายมาถือ เพื่อนๆ ที่เหลือก็ทำหน้าที่เป็นคนใบ้ เชื่อได้ว่าแต่ละคนคงจัดมาให้เต็มทุกท่า ทุกลีลา ทุกองค์ความรู้เลย

ตอบถูกคว่ำจอลง

ตอบไม่ได้ อยากผ่านก็เงยหน้าขึ้น เพื่อข้ามคำไป

และขั้นตอนต่อมาสำหรับคนทายที่ถือจออยู่นั้น จงท่องว่า ทายถูกคว่ำเครื่องลง (ระวังร่วง) ทายไม่ได้สักทีหงายหน้า (จอ) ขึ้น จะเป็นการข้ามคำนั้นไป

จบเกมสามารถแชร์ผลคะแนนไปอวดไว้ในเฟซบุ๊กได้

เมื่อครบกำหนดเวลา เกมจะโชว์คะแนนและคำที่ทายให้อีกครั้ง และเพื่อเป็นการโชว์ความเทพ หรือแสดงความอ่อน สามารถแชร์ผลคะแนนไปอวดไว้ในเฟซบุ๊กได้.

เปิดตัวแล้วในไทย! ‘Happn’ แอพค้นหาผู้คนบนโลกออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575803

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 07:30

 

เปิดตัวครั้งแรกในไทย Happn แอพพลิเคชั่นใหม่บนมือถือ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้ทำความรู้จักกับคนรอบข้าง ภายในรัศมี 250 เมตร ผ่านเทคโนโลยีระบุตำแหน่งของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ ให้คนที่เดินผ่านไปได้กลับมาทำความรู้จักกัน…

แอพพลิเคชั่น Happn เป็นแอพฯ แรกที่ผสานเทคโนโลยีจีพีเอสกับการใช้งานแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษให้แก่ผู้ใช้งาน นั่นคือ โอกาสครั้งที่สองสำหรับคนที่เคยเดินผ่านกันไปแล้ว สามารถกลับมาพบปะพูดคุยกันได้อีกครั้ง Happn แตกต่างจากแอพฯอื่นๆ ที่คุณจะสามารถเจอหรือพบปะผู้คน โดยการเลือกหาแบบสุ่มจากตัวเลือกที่มีอยู่ ในขณะที่ Happn นั้นใช้การระบุตำแหน่งของผู้ใช้ ภายในรัศมี 250 เมตร แบบเรียลไทม์ และแสดงโปรไฟล์ของคนที่ผ่านเข้ามาในรัศมีดังกล่าวบนหน้าแอพพลิเคชั่นของผู้ใช้งานคนอื่นๆ

Happn มีผู้ใช้กว่า 11 ล้านคน ใน 35 เมืองทั่วโลก

Happn เปิดตัวครั้งแรกที่ปารีส เมื่อปี 2557 นายดิดิเยร์ แรพพาพอทและนายแอนโทนี่ โคเฮน ผู้ก่อตั้ง Happn ตั้งใจสร้างแอพพลิเคชั่นนี้ขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงผู้คนและเปิดโอกาสให้พวกเขาได้พบเจอกันอีกครั้งและไม่พลาดการติดต่อซึ่งกันและกัน แอพพลิเคชั่นนี้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายด้วยผู้ใช้กว่า 11 ล้านคนใน 35 เมืองทั่วโลก ทั้งในนิวยอร์ก ลอนดอน มาดริด ซิดนีย์ ฮ่องกง และกรุงเทพฯ เป็นเมืองล่าสุดที่ Happn จะช่วยเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ด้วยผู้ใช้ที่ทวีคูณมากขึ้นทุกๆ เดือน Happn ได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน ถึง 30 ล้านคนภายในปีนี้ และมุ่งที่จะเป็นที่หนึ่งของโลกในด้านการบริการเชื่อมโยงผู้คน ผ่านการใช้แอพพลิเคชั่นบนมือถือโดยคำนึงถึงประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้เป็นสำคัญ

นางสาวแมรี่ คอสนาร์ด ผู้อำนวยการฝ่ายเทรนด์ Happn กล่าวว่า Happn ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงตามธรรมชาติ คุณสามารถใช้ Happn ในเวลาที่คุณเจอใครบางคน และอยากที่จะเจอเขาอีกครั้ง หรือจะเป็นคนที่คุณเจอเป็นประจำแต่ไม่กล้าเข้าไปทักทาย ไม่แน่ว่าคนๆ นั้นอาจจะทำงานอยู่ในละแวกเดียวกันกับคุณก็เป็นได้ คุณสามารถหาคนที่อยู่รอบตัวคุณได้ด้วยแอพพลิเคชั่นนี้ ดังนั้น Happn เป็นแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับการสร้างความรักและความสัมพันธ์ที่ยืนยาว

นภัสสร ธีรเนตร แบรนด์แอมบาสซาเดอร์แชร์ประสบการณ์การใช้ Happn

นางสาวนภัสสร ธีรเนตร แบรนด์แอมบาสเดอร์ Happn ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันบริการนัดพบออนไลน์นั้นแตกต่างจากความเป็นจริงอยู่มาก และประสบการณ์จากการใช้งานมักไม่ค่อยนำมาสู่ความสัมพันธ์ที่แท้จริง Happn คือคำตอบที่จะช่วยให้คุณสามารถค้นหาคนที่คุณเดินผ่านไปแล้ว และอยากพบได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตามท้องถนนหรือที่งานปาร์ตี้ Happn คือแอพพลิเคชั่นที่จะช่วยให้คุณ สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริง คุณอาจจะเจอคนพิเศษที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาลเหมือนอีกหลายๆ คู่ทั่วโลก

Happn ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน จึงไม่ระบุสถานที่และตำแหน่งของผู้ใช้ โดยจะเก็บข้อมูลเฉพาะจุดที่มีการเดินผ่านกันเท่านั้น นอกจากนี้คุณยังสามารถบล็อกหรือป้องกันการติดต่อจากผู้ใช้คนอื่นที่ทำตัวไม่น่ารักและรายงานพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้ทุกเมื่อที่ต้องการแนวคิดการใช้งานแอพพลิเคชั่นพร้อมกันหลายๆ คน ยังช่วยป้องกันผู้ใช้จากสแปมและการคุกคามได้อีกด้วย ดังนั้น Happn จึงเป็นเสมือนเรดาร์ให้คุณมีโอกาสได้พบเจอกับความรักอันหอมหวานในอนาคต

ช่วงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Happn ได้ฟรี แล้วสร้างโปรไฟล์ ส่งไอคอนรูปหัวใจให้คนที่คุณสนใจ และหากคนนั้นก็ส่งหัวใจให้คุณเช่นกัน ทั้งสองคนก็จะสามารถพูดคุยทำความรู้จักกันผ่าน Happn ได้ฟรี ล่าสุดในโอกาสเปิดตัวแอพพลิเคชั่นHappn อย่างเป็นทางการในประเทศไทย Happn ขอมอบสิทธิพิเศษส่วนลดค่าอาหาร 10% ที่ร้าน Whale’s Belly Restaurant ให้ผู้ใช้ทันทีเมื่อแสดงหน้าจอแอพพลิเคชั่น Happn ของคุณที่ร้าน สิทธิพิเศษนี้มีไปจนถึง 30 มิถุนายน 2559 เท่านั้น ดาวน์โหลด Happn ได้ฟรีที่แอพ สโตร์ (App Store) เพลย์ สโตร์ (Play Store) และวินโดว์ สโตร์ (Windows Store).

สุรชัย Face off ฟีเวอร์! แนะ 5 แอพฯ แปลงโฉมหน้าสวย-หล่อแบบโลว์คอสต์มาทางนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575680

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 06:05

 

จากกระแสข่าวศิลปินรุ่นใหญ่ “สุรชัย สมบัติเจริญ” เตรียมตัวพึ่งมีดหมอ เพื่อศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้าให้ดูเด็กลงจนเหมือนมีอายุเพียง 30-40 ปี ทั้งที่เจ้าตัวมีอายุจริง 60 ปีแล้วนั้น ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่สามารถเนรมิตความสวยความหล่อได้ใจจริงๆ

แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีทุนทรัพย์ในการแปลงโฉม ยังไม่พร้อมรับความเจ็บหลังจากการผ่าตัด หรือใจยังไม่กล้าพอ…ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ขอบอกเลยว่า เทคโนโลยีล้ำสมัยในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงด้านการแพทย์ แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยีปลายนิ้วบนสมาร์ทโฟน เพราะ “แอพพลิเคชั่น” ในปัจจุบันสามารถปรับเปลี่ยนได้หลายอย่าง ชนิดที่หลายคนยอมรับว่าสามารถทำผีให้กลายเป็นคนได้อย่างไม่ยากเย็น!!!

“ไทยรัฐออนไลน์” ขอเอาใจคนชอบความเรียบง่าย อยากเปลี่ยนหน้าให้เด็ก แต่งให้สวย-หล่อ หรือจะแปลงโฉมให้เป็นคนอื่น บอกเลยว่าเพียงมี 5 แอพพลิเคชั่นนี้ติดสมาร์ทโฟนคู่ใจเอาไว้ แล้วทุกอย่างก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป…!

Cymera
แอพพลิเคชั่นนี้สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี ทั้งบนระบบปฏิบัติการไอโอเอส และแอนดรอยด์ เรียกว่าตอบโจทย์คนอยากแต่งภาพให้สวยหล่อดั่งใจ หรือจะใช้เพื่อตกแต่งภาพให้มีสไตล์เป็นตัวคุณมากขึ้น แอพฯ นี้ก็ใช้ได้เพลินเชียวล่ะคุณ

Face Stealer
ชื่อเต็มของแอพพลิเคชั่นนี้คือ Face Stealer – Realtime Face Swap Booth FX เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแต่งภาพหลากหลายแนว หรืออยากสวมบทบาทเป็นคนอื่นดูบ้าง! แอพฯ นี้สามารถให้คุณเปลี่ยนตัวเองได้ทั้งแบบภาพนิ่งและวีดิโอ ดาวน์โหลดฟรีสำหรับผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการไอโอเอส

MOLDIV
ดาวน์โหลดมาใช้กันได้ฟรีทั้งไอโอเอสและแอนดรอยด์ กับแอพพลิเคชั่น MOLDIV ซึ่งมีคุณสมบัติให้ตกแต่งภาพสวย-หล่อ ผิวเนียน หน้าเรียว ตาโต เรียกว่าครบสูตรเรื่องความงาม น่าจะถูกใจคนชอบแต่งภาพให้สวยครบสูตรก่อนแชร์บนโซเชียลฯ

InstaBeauty
เป็นอีกแอพพลิเคชั่นที่ครบสูตรเรื่องการแก้ไขภาพโดยเน้นความสวยความงามของจริง! เพราะมีคุณสมบัติลบฝ้า แต่งหน้า ปรับตาโต เสริมดั้ง รวมไปถึงปรับสีผิว

ZombieBooth 2
เรียกว่าแหวกแนวกันไปเลย! กับแอพฯ แต่งภาพแนวหลอน! ซึ่งพร้อมให้ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ทั้งบนไอโอเอสและแอนดรอยด์ มีให้เลือกแต่งภาพได้หลากหลายทั้งพร็อบ ฟิลเตอร์ และเทคนิคการตกแต่งอื่นๆ รับรองว่าจากหน้าสาวสวยหนุ่มหล่อก็แปลงเป็นหน้าผีได้ในไม่กี่ขั้นตอน เผื่อใครอยากลองขี้เหร่ดูสักที

ใครอยากสวย อยากหล่อ แบบไม่ต้องเจ็บตัวและเสียสตางค์ ใช้วิธีนี้ก็เข้าท่าอยู่นะ…!

อ่านเพิ่ม : ขยี้ตากี่ทีการันตีจำไม่ได้! ส่อง 5 บุคคล Face Off สะท้านโลก ไม่เหลือเค้าเดิม!