ใครว่ามือถือต้องไกลน้ำ! ส่องสมาร์ทโฟนพันธุ์ใหม่ ‘โคเม็ต’ ลอยได้ไม่มีวันจม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575181

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.พ. 2559 06:05

 

ยลโฉมสมาร์ทโฟนไม่กลัวน้ำ รุ่น Comet มาพร้อมคุณสมบัติลอยน้ำแบบไม่ต้องกลัวจม พร้อมฟังก์ชั่นตรวจจับอารมณ์ผู้ใช้ และระบบความปลอดภัยขั้นสูง…

แม้จะระมัดระวังในการใช้งานอย่างดี แต่หลายคนก็ยังเคยมีประสบการณ์มือถือตกน้ำ เปียกน้ำ และแน่นอนว่าหลายกรณีก็สร้างความเสียหายให้กับมือถือเครื่องโปรดไม่ใช่น้อย แถมบางครั้งไม่ใช่แค่เสียหาย แต่อาจจะต้องสูญเสียมือถือคู่ใจไปตลอดกาล น่าเสียดายที่สุด!

แต่ดูเหมือนผู้พัฒนามือถือยุคใหม่จะรับรู้ปัญหาดังกล่าว ล่าสุดจึงมีผู้พัฒนาสมาร์ทโฟนในชื่อ “โคเม็ต” (Comet) ออกสู่ตลาด เพื่อแก้ไขปัญหามือถือต้องอยู่ไกลน้ำ เพราะเจ้าสมาร์ทโฟนโคเม็ตนี้สามารถลอยน้ำและกันน้ำได้ถึง 100% แถมยังใช้งานได้ตามปกติเมื่ออยู่ในน้ำอีกด้วย!!!

สำหรับรายละเอียดของมือถือโคเม็ต นอกจากสามารถลอยน้ำได้แล้วยังมีจุดเด่นที่ความสามารถในการแสดงอารมณ์ของผู้ใช้งานด้วยสีต่างๆ จากการตรวจจับอุณหภูมิ และระบบความปลอดภัยแบบคิว ล็อก (Q Lock) ใช้เสียงในการปลดล็อก

สีดำ ของมือถือโคเม็ต

ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ ของสมาร์ทโฟนโคเม็ต ได้แก่ หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 4.7 นิ้ว แบตเตอรี่ 2800 มิลลิแอมป์ พร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 5.0 ระบบประมวลแบบ 2.5GHz ออคต้าคอร์ ควอล์คอมม์ สแนปดราก้อน 810 แรม 4GB หน่วยความจำในเครื่องมีให้เลือก 3 รุ่น คือ 32GB 64GB และ 128GB กล้องถ่ายภาพหน้าและหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช และมีเซ็นเซอร์ประเภทต่างๆ เพื่อสนับสนุนการใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ได้มีการเปิดจองซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ cometcore และ IndieGogo โดยจำหน่ายราคาเริ่มต้นที่ 249 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 8,900 บาท) ด้วยตัวเครื่องให้เลือกได้ 3 สี คือ สีขาว สีทอง และสีดำ

ส่วนรายละเอียดการจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล เอาเป็นว่าใครสนใจก็ต้องลองสั่งซื้อทางออนไลน์ หรืออดใจรออีกสักระยะ…!

ลอยอยู่บนผิวน้ำ ไม่จม!!!

ใช้งานได้ปกติ แม้จะลอยอยู่บนผิวน้ำ

ชมคลิปพิสูจน์คุณสมบัติลอยน้ำของมือถือโคเม็ต ได้ที่นี่

ที่มา : cometcore

ทุ่มทุน 70,000 ล้านบาท! ดีแทค จัดซุปเปอร์ 4จี อัดค่าโทร-มือถือ เรียกลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575023

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 16:35

 

ดีแทค ประกาศลงทุนต่อเนื่อง 3 ปี ด้วยงบประมาณ 70,000 ล้านบาท เพื่อขยายโครงข่ายและทำตลาด คาดใช้งานได้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในไตรมาสที่ 2-3 ของปีนี้…

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า ภายในระยะ 3 ปีจากนี้ บริษัทจะลงทุนอย่างต่อเนื่องราว 70,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงข่ายและแคมเปญการตลาด ขณะเดียวกันก็มีการจัดแคมเปญซุปเปอร์ 4จี (Super 4G) เพื่อมอบประสบการณ์และสนับสนุนการใช้งานบนเครือข่ายดีแทค

“เราลงทุนเต็มความสามารถเพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันในตลาด ภายใต้เป้าหมายที่ต้องการสร้างการเติบโตทั้งในส่วนของลูกค้าและรายได้ เพื่อรักษาและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้พร้อมเอาชนะคู่แข่งขันรายอื่น อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าดีแทคเป็นเครือข่ายสำหรับคนไทยทุกคน แม้ว่าในอนาคตอาจมีการนำคลื่นความถี่บนย่านต่างๆ ออกมาประมูล แต่สิ่งที่ดีแทคอยากเห็นคือ ความชัดเจนในเงื่อนไขการประมูล เพื่อผลดีต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย”

ทั้งนี้ ดีแทคได้ขยายและเพิ่มคุณภาพโครงข่ายด้วยความเร็วที่มากขึ้น เพื่อให้บริการ 4จี รวม 25 เมกะเฮิรตซ์ จากคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่เพิ่มแบนด์วิธจากเดิม 15 เมกะเฮิรตซ์ เป็น 20 เมกะเฮิรตซ์ ทำให้ดีแทคเป็นผู้ให้บริการ 4จี ที่มีคลื่นความถี่มากที่สุดบนคลื่นความถี่ดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีแบนด์วิธบนคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ อีก 5 เมกะเฮิรตซ์ โดยคาดว่าบนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จะสามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ส่วนคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ ครอบคลุมการใช้งานครบ 878 อำเภอ ภายในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

นอกจากนี้ ดีแทคได้เปิดตัว 4 แพ็กเกจสำหรับค่าโทรและมือถือให้ลูกค้าเลือกใช้ ได้แก่ ซุปเปอร์ เซลล์ (Super Sale) ส่วนลดซื้อสมาร์ทโฟนสูงสุด 75% พร้อมอินเทอร์เน็ตเพิ่มอีก 24GB เมื่อสมัครแพ็กเกจตามที่กำหนด, ซุปเปอร์ เลิฟ แอนด์ โรล น็อน สต็อป (Super Love&Roll non stop) แพ็กเกจ 4จี/3จี เริ่มต้นที่ 299 บาท ใช้งานได้ 1.5GB หรือสูงสุด 1,999 บาท สามารถใช้งานได้ 80GB โดยใช้งานไม่หมดสามารถทบไปเดือนถัดไปได้, ซุปเปอร์ ท็อปปิ้ง (Super Topping) สำหรับลูกค้าแฮปปี้ (ระบบเติมเงิน) ใช้งานได้ทั้งแบบรายเดือนและรายวัน เริ่มต้นที่ 19 บาทต่อวัน ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ 500MB, ซุปเปอร์ ดีไวซ์ (Super Device) โดยบริษัทจะใช้งบประมาณราว 2,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าในระบบ 2จี เปลี่ยนมาใช้งาน 3จี หรือ 4จี แต่หากลูกค้ายังพึงพอใจที่จะใช้บริการ 2จี ก็ยังสามารถใช้งานได้ต่อไป เนื่องจากบริษัทยังมีสัมปทานคลื่นความถี่เพื่อให้บริการในระบบดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันดีแทคมีลูกค้ารวม 25.3 ล้านราย ซึ่งมีผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนราว 61% จากสัดส่วน 48% ในปีที่ผ่านมา ส่วนลูกค้าที่ใช้บริการ 4จี อยู่ที่ 2.3 ล้านราย ซึ่งดีแทคตั้งเป้าเพิ่มเป็น 4.5 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้.

ไม่ใช่เรื่องจริง! ‘ดีแทค’ แจงข้อความคืนเงินว่อนเน็ต เป็นข่าวลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575030

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 15:12

 

ดีแทค ชี้แจงข้อความที่ถูกส่งต่อทั่วโซเชียล เกี่ยวกับการรับเงินหรือส่วนลดคืนเนื่องจากแพ้คดี ไม่เป็นความจริง เผย เป็นเพียงเบอร์ขอรับสิทธิ์ส่วนลดซื้อมือถือใหม่…

นางสาวปริศนา รัตนสุวรรณศรี ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดธุรกิจโพสต์เพด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า ตามที่มีการส่งต่อข้อความผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ โดยระบุว่า ดีแทคแพ้คดี กทค.สั่งดีแทคจ่ายคืนเงินส่วนเกินที่เก็บเกินผู้บริโภค 99 สตางค์ พร้อมดอกเบี้ย ใครใช้ดีแทคกด *234*9# วันสุดท้ายแล้ว จะได้รับเงินคืนหรือส่วนลด

“ดีแทคขอชี้แจงว่าข้อความที่ถูกส่งต่อกันมาไม่เป็นความจริง และทำให้เกิดการเข้าใจผิดในวงกว้าง ไม่มีเหตุการณ์ในกรณีคืนเงินส่วนเกินหรือการแพ้คดีแต่อย่างใด”

สำหรับกรณีลูกค้าดีแทคที่กด *234*9# และได้รับข้อความตอบกลับมานั้น คือการกดเพื่อขอรับสิทธ์ิในแคมเปญยิ่งอยู่นานยิ่งรักกันเป็นภาษาอังกฤษ คือส่วนลดในการซื้อมือถือ ซึ่งจะได้รับสูงสุด 2,500 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนปีที่เป็นลูกค้าดีแทค) หรือสามารถกดรับสิทธิ์ในแคมเปญภาษาไทยได้ที่ *234# ซึ่งขอรับสิทธิ์ได้ถึง 29 ก.พ. 2559.

ถามใจให้ดี! ทบทวน 5 เทคนิค คิดให้ครบก่อนตัดสินใจซื้อมือถือใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574623

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 14:35

 

แนะนำ 5 เทคนิคสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อมือถือเครื่องใหม่ พิจารณาให้รอบคอบด้วยเรื่องใกล้ตัว อย่าลืมให้ความสำคัญก่อนตัดสินใจ…

นับถอยหลังเพียง 2 วัน ก็จะถึงคิวเปิดม่านงานใหญ่แวดวงมือถืออย่าง “ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-14 ก.พ.นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งแน่นอนว่าภายในงานจะมีมหกรรมลด แลก แจก แถม กันอย่างจุใจ ไม่นับรวมถึงโปรโมชั่นบัตรเครดิต บัตรเงินผ่อน สำหรับซื้อสินค้าอีกหลากหลาย เรียกได้ว่า…ล่อตาล่อใจผู้เข้าชมงานกันเต็มที่

แต่สำหรับผู้ที่คำนึงถึงความคุ้มค่าในการเลือกซื้อเป็นหลัก เราจึงขอนำเสนอ 5 เทคนิคที่คุณควรพิจารณาให้ครบถ้วน ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อมือถือใหม่ซักเครื่อง!

1. งบประมาณ ทุ่มได้เท่าไหร่?
แม้ว่าปัจจุบันจะมีบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือบัตรสินเชื่อเพื่อซื้อแบบผ่อนชำระ หลากหลายบัตรก็ตามที แต่ก่อนที่คุณจะยื่นบัตรให้พนักงานนำไปรูดปรื้ดดด ขอให้คิดถึงงบประมาณที่คุณจะสามารถจ่ายหรือผ่อนไหวเอาไว้ก่อน ไม่ใช่คิดก่อนจ่าย…แต่ต้องเป็นการคิดเตรียมไว้ในใจ ตั้งแต่ตอนเลือกรุ่นที่ต้องการซื้อเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะทำให้รู้ว่ามีกำลังซื้ออยู่ที่เท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้การตัดสินใจเลือกมือถือหรือสินค้าอื่นๆ นั้นง่ายขึ้นด้วย จากการเลือกตามงบประมาณ มีน้อยก็ซื้อแบบถูกก่อนได้ หรือใครจะมีมากแต่อยากซื้อน้อยก็ไม่ว่ากัน

2. สเปก ต้องแรงแค่ไหนถึงจะถูกใจ?
สำหรับเรื่องสเปกเครื่องนั้น ถือเป็นปัญหาที่หลายคนเอ่ยปากบอกว่ากังวลใจ เนื่องจากต้องการประสิทธิภาพแรงๆ มารองรับการใช้งาน แต่แท้จริงแล้ว…คุณสามารถพิจารณาได้ตั้งแต่ตอนเลือกซื้อ อย่าเกรงใจคนขายที่จะสอบถามรายละเอียด เปรียบเทียบกับรุ่นหรือแบรนด์อื่น หรือทดลองใช้งานเครื่องที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ เพราะนั่นถือเป็นด่านแรกที่จะทำให้คุณมีโอกาสใช้งานจริง แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ ก็ตาม นอกจากนี้ เรามีคำแนะนำเรื่องหนึ่งสำหรับผู้ที่อยากได้สมาร์ทโฟนสเปกแรง ขอแนะนำให้เลือกสเปกแบบ Octa-core พร้อมแรมมากกว่า 1.5 GB เพราะจะทำให้ตัวเครื่องมีความลื่นไหลเมื่อรองรับการใช้งาน

พิจารณาให้ถ้วนถี่ก่อนเลือกซื้อ

3. ซิมการ์ด ไซส์ไหน?
อาจไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคอไอทีทั้งหลาย แต่ขอบอกว่าประเด็นดังกล่าวอาจสร้างปัญหาให้กับผู้ที่ไม่เคยใช้สมาร์ทโฟนมาก่อน เนื่องจากมือถือเครื่องใหม่อาจไม่รองรับซิมการ์ดขนาดเดียวกับรุ่นก่อนหน้าที่เคยใช้ แถมบางคนยังจัดเก็บข้อมูลรายชื่อผู้ติดต่อเอาไว้ในซิมการ์ดอีกด้วย ทางออกก็คือ คุณสามารถสอบถามจากพนักงานขายว่ามือถือรุ่นที่คุณสนใจนั้นใส่ซิมขนาดใด จากปัจจุบันที่มี 3 ขนาด คือ ซิมมาตรฐาน ไมโครซิม นาโนซิม หากไม่ใช่ซิมการ์ดประเภทเดียวกับที่คุณใช้อยู่ ก็สามารถติดต่อเปลี่ยนซิมได้จากผู้ให้บริการเครือข่ายที่ใช้งาน จะอย่างไรก็รอให้เปลี่ยนและโอนย้ายข้อมูลให้เรียบร้อย ก่อนเปลี่ยนเป็นมือถือเครื่องใหม่เท่านั้นเอง

4. เครือข่าย รองรับคลื่นความถี่ใด?
สำหรับมือถือที่เป็นรุ่นใหม่ ราคาระดับกลาง-บน อาจไม่ต้องกังวลกับประเด็นดังกล่าวเลย แต่หากมือถือที่คุณสนใจเป็นสมาร์ทโฟนราคาเบาๆ หรือเป็นแบรนด์น้องใหม่ในตลาด อาจต้องสอบถามกันซักหน่อย เพราะสมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่น มีข้อจำกัดในการรองรับคลื่นความถี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ผู้ให้บริการกำลังเร่งขยายพื้นที่ 4จี บนหลากหลายคลื่นความถี่ ยิ่งทำให้คุณควรใส่ใจหรือศึกษาดูให้ดีว่าสมาร์ทโฟนที่หมายตานั้นรองรับการใช้งาน 3จี หรือ 4จี บนเครือข่ายที่คุณใช้งานอยู่หรือไม่ จะได้ไม่ต้องมานึกเสียดายภายหลังว่าเลือกมือถือเครื่องใหม่มาใช้ไม่คุ้มราคา

5. บริการหลังขาย พร้อมให้บริการหรือไม่?
เป็นอีกประเด็นที่หลายคนอาจหลงลืมใส่ใจ แต่เนื่องจากปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนเกิดใหม่หลายแบรนด์ หลากรุ่น ทั้งชื่อยี่ห้อคุ้นหูหรือฟังดูแปลกก็ตามที คุณควรสอบถามรายละเอียดให้แน่ใจ ว่าหากเครื่องมีปัญหาขึ้นมาแล้วจะสามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กหรือซ่อมแซมจากศูนย์บริการหลักที่ใด เพราะไม่ใช่หน้าที่ของลูกค้าที่จะต้องวิ่งหาร้านซ่อมเองทั้งที่สินค้ายังอยู่ในช่วงเวลารับประกัน จริงมั้ย?

คุ้มค่าทุกบาท หากตัดสินใจให้ดีก่อนควักกระเป๋า

รับรองว่าเช็กให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อมือถือ ครบทั้ง 5 ข้อนี้ มีแต่คุ้มค่าและไม่ต้องเสียใจภายหลัง…!

ที่มา : whatphone

ของใหม่ ฟูจิ ส่งกล้องมิร์เรอร์เลส X-Pro2 รุ่นใหม่ชัดสมจริงเอาใจมืออาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574730

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 07:30

 

ฟูจิฟิล์ม เปิดตัวกล้องดิจิตอลมิร์เรอร์เลสรุ่นใหม่ X-Pro2 สู่เมืองไทย หวังดันส่วนแบ่งตลาดเป็น 50% ชูจุดเด่น เซ็นเซอร์ X-Trans CMOS III APS-C ความละเอียดถึง 24.3 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัสไว คมชัด ด้วยรูปทรงสวยคลาสสิก…

นายไทสุเกะ ทารุมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมานี้ฟูจิฟิล์มประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดกล้องมิร์เรอร์เลส โดยฟูจิฟิล์มก็ได้เปิดตัวกล้องดิจิตอล X-A2 ที่โดดเด่นด้วยการถ่ายภาพเซลฟี่ และกล้อง X-T10 คุณภาพที่ยอดเยี่ยมระดับพรีเมียม ในกล้องตระกูล X Series ซึ่งถือว่าได้ประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง โดยเป็นผู้นำตลาดกล้องมิร์เรอร์เลส ครองมาร์เก็ตแชร์มากกว่า 40% ล่าสุด ฟูจิฟิล์มได้เปิดตัวกล้องดิจิตอล รุ่นหลักตัวใหม่ล่าสุด เพื่อจับตลาดผู้ใช้งานระดับไฮเอนด์ คือ X-Pro2 สมาชิกล่าสุดในตระกูล X-Series

ด้านหน้าของ กล้องฟูจิ X-Pro2 รูปทรงคลาสสิคย้อนยุคถูกใจคนถ่ายภาพ

กก.ผจก.บริษัทฟูจิฟิล์ม กล่าวต่อว่า X-Pro2 มีเทคโนโลยีเฉพาะของฟูจิฟิล์ม เพื่อให้คุณภาพที่ยอดเยี่ยมระดับไฮเอนด์ และให้คุณภาพของภาพที่ละเอียด และมีความคมชัดสูง ในรูปลักษณ์ที่ลงตัวแบบคลาสสิก อันเป็นจุดเด่นของกล้องในตระกูล X Series ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฟูจิฟิล์มได้ตระหนักถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คุณภาพที่ดีที่สุด ซึ่งถือเป็นปรัชญาของบริษัทฟูจิฟิล์ม ดั่งสโลแกน “นวัตกรรมอันทรงคุณค่า” (Value from Innovation) ซึ่งหมายความว่า ฟูจิฟิล์ม ได้มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยีชั้นสูง พัฒนาสินค้าและบริการที่ดีที่สุดสู่ผู้บริโภค และเป็นการรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในอนาคตอีกด้วย โดยเชื่อว่าฟูจิฟิล์มจะมีส่วนแบ่งตลาดกล้องดิจิตอลถึง 50% ในปี 2559 นี้แน่นอน

สวยน่าจับ อยากจะรับไปใช้ที่บ้านกันแน่นอน

ด้านหลังของ กล้องฟูจิ X-Pro2

กล้อง X-Pro2 มากับเซ็นเซอร์ X-Trans CMOS III แบบ APS-C ความละเอียด 24.3 ล้านพิกเซล รองรับการ์ดความจำแบบ SD memory card(up to 2GB) / SDHC memory card(up to 32GB) / SDXC memory card( to 256GB) UHS-I/UHS-II รองรับค่าความไวแสง ISO สูงสุด 100-25600 ดัน ISO ได้สูงสุดที่ ISO 51200 ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 8 ภาพต่อวินาที จอภาพแสดงผลขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 1.62 ล้านจุด ถ่ายวิดีโอความละเอียด Full HD ที่ 1080p ที่ 60fps แบตเตอรี่ชาร์จเต็ม 1 ก้อน สามารถถ่ายภาพได้ประมาณ 250-350 ภาพ เมื่อใช้แบตเตอรี่แบบ NP-W126 Li-ion ที่มากับกล้อง.

ผุดประชุมใหญ่ปี 59 ‘ไอทีพีซี’ ล้อมวงถกทิศทางไอซีที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573416

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 20:30

 

ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมสัมมนาและประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 ณ จังหวัดจันทบุรี…

เมื่อวันที่ 30-31 ม.ค.2559 ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (ไอทีพีซี) ได้จัดกิจกรรมสัมมนาและประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 ณ เจ้าหลาว คาบาน่า รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี โดยได้รับเกียรติจากนายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “6 เดือน อะไรใช่ ไม่ใช่ กับ ICT ที่ควรเป็นไป” เพื่อให้สมาชิกได้รับรู้ถึงการทำงานของกระทรวงไอซีทีในช่วงที่ผ่านมา พร้อมทั้งยุทธศาสตร์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังมีการเลือกตั้งกรรมการวาระพิเศษแทนกรรมการที่ลาออกจำนวน 2 ท่าน ซึ่งจะดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลา 1 ปี ได้แก่ นางสาวกัญณัฏฐ์ บุตรดี จากเดลินิวส์ และนายอรรถพล เลิศล้ำ จากสำนักข่าวไทย.

ยังรั้งเบอร์ 1 ตลาดพีซี ‘เอเซอร์’ รุกหนักทุกกลุ่ม เจาะคนไอที-องค์กร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573309

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 16:25

 

เอเซอร์ หวังเติบโตต่อเนื่องในปี 59 เผยส่วนแบ่งตลาดพีซียังเป็นอันดับ 1 ที่ 22% แย้มปรับแผนทำสมาร์ทโฟนราคากลาง-สูง ตอบโจทย์คนไทย พร้อมเดินหน้าธุรกิจเกมเอาใจคนเหล่าเกมเมอร์…

นายอลัน เจียง กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทยังคงให้ความสำคัญในการนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทั้งในส่วนของคอนซูเมอร์และคอมเมอร์เชียล โดยในปีนี้จะมีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่หน้าจอ 1-100 นิ้ว รวมถึงการตอบสนองตลาดเกม ซึ่งถือเป็นอีกสายธุรกิจที่บริษัทให้ความสำคัญ โดยจะทำตลาดผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเดเตอร์

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้บริโภคบางส่วนยังมีความไม่มั่นใจในการใช้จ่าย แต่เชื่อว่าจากพฤติกรรมการเลือกซื้อจะกลับมาเลือกสินค้าให้เหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น ส่วนตลาดสมาร์ทโฟน ปีนี้บริษัทมีการปรับมาทำตลาดในราคาระดับกลางและบนมากขึ้น จากเดิมที่เน้นทำราคาระดับล่าง เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานเฉพาะกลุ่ม แต่ยังคงมีความร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) ทำตลาดร่วมกันในบางรุ่น

“ภาพรวมตลาดคอมพิวเตอร์ในปีนี้แบรนด์เล็กๆ ก็จะหายไปจากตลาดอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับสินค้าประเภท D.I.Y. ที่ถูกแบรนด์หลักเข้ามาทำตลาดแทนที่ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าตลาดโน้ตบุ๊กของเอเซอร์จะเติบโตได้ราว 10% ในปีนี้ และตลาดเดสก์ทอปออลอินวันจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%”

จากในปีที่ผ่านมา เอเซอร์มีส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดพีซีเป็นอันดับ 1 ของไทย ด้วยสัดส่วน 22% โดยบริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดโน้ตบุ๊กในปีนี้เป็น 35% จากเดิม 31% และเดสก์ทอปอาจเติบโตได้ต่อเนื่องจากเดิม 11% ขณะที่ตลาดรวมพีซีไทยในปีที่ผ่านมาสามารถเติบโตได้ราว 5% คิดเป็นจำนวนราว 2.5 ล้านเครื่อง ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถเติบโตได้อีกเล็กน้อยในปีนี้ ส่วนการทำธุรกิจในภูมิภาคอินโดจีนนั้น บริษัทมีสัดส่วนรายได้ราว 15% ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มเป็น 20% ในปีนี้

ส่วนธุรกิจกลุ่มคอมเมอร์เชียลนั้น บริษัทยังคงนำเสนอบริการในรูปแบบโซลูชั่น เพื่อรองรับความต้องการใช้งาน อาทิ คลาวด์ บิสสิเนส, โซลูชั่นธุรกิจที่มีการประมวลผลสูง, ระบบขนส่งอัจฉริยะ, การประยุกต์ใช้งานคลาวด์ตามรูปแบบการใช้งาน

นอกจากนี้ เอเซอร์ยังได้แต่งตั้ง นายบุญชัย เงาวิศิษฐ์กุล เป็นผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจคอนซูมเมอร์ ประจำเอเซอร์ เวียดนาม เพื่อบริหารและดำเนินงานเอเซอร์ในกลุ่มอินโดจีนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีเอเซอร์ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางและต้นแบบ.

ติ่งยิ้มแก้มปริ! ส่องเทคนิคติดตามเฟซคนดัง แบบส่วนตัวไม่ต้องกลัวใครแซว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573084

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 09:05

 

(ที่มาภาพ : AFP)

แนะนำ 4 ขั้นตอน ช่วยให้คุณติดตามคนดังบนเฟซบุ๊กได้แบบไม่ต้องกลัวใครเห็น จะเป็นหนุ่มล่ำ สาวเซ็กซี่ ก็รับรองว่าเพื่อนบนโลกออนไลน์ไม่มีวันเห็น…

เชื่อได้เลยว่าคงไม่มีใคร ที่ไม่เคยเห็นเพจคนดังออนไลน์ปรากฏบนเฟซบุ๊ก เพราะปัจจุบันมีบรรดาคนดังแห่งโลกโซเชียลที่เรียกว่า “เน็ตไอดอล” เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งสาวสวย สาวเซ็กซี่ หนุ่มหล่อ หนุ่มล่ำ ยังไม่นับรวมกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ทั้งแต่งหน้า แฟชั่น ทรงผม

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ข้อจำกัดในการกดติดตามคนเหล่านั้น แต่…อยู่ที่คุณไม่อยากให้เพื่อนบนเฟซบุ๊กได้ล่วงรู้ว่าคุณไปกดติดตามใครไว้บ้าง เพราะหลายๆ คนที่ดึงดูดความให้ไปกดติดตามไว้นั้น เป็นสาวเซ็กซี่ พริตตี้หน้ามน หรือบรรดาหนุ่มล่ำชอบโชว์ซิกซ์แพ็ก ใช่หรือเปล่า?

ถ้าคุณกังวลใจเรื่องนี้ เรามีทางออกมาฝากกับไม่กี่ขั้นตอนเพื่อซ่อนการติดตาม มาเริ่มกันเลย!

1. เข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของคุณ และกดที่หมวด “เพื่อน” มองหารูปดินสอซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหมวด “จัดการ” คลิกลงไปก็จะพบกับคำว่า “แก้ไขความเป็นส่วนตัว”

2. เมื่อกด “แก้ไขความเป็นส่วนตัว” จะพบกับ 3 หัวข้อ คือ รายการเพื่อน, ​กำลังติดตาม, ผู้ติดตาม

3. หากคุณไม่ต้องการให้ผู้อื่นบนเฟซบุ๊กเห็นว่าคุณกำลังติดตามคนดังหรือคนที่คุณสนใจแล้วไปกดติดตามเอาไว้ ก็แค่เข้าไปที่หัวข้อกำลังติดตาม และเลือกที่คำว่า “เฉพาะฉัน” แทนที่คำว่าสาธารณะ จากนั้นก็กดปุ่ม “เรียบร้อย” ที่ด้านล่าง เป็นอันเสร็จสิ้น

4. แต่ถ้าอยากจะจำกัดความเป็นส่วนตัวให้เพิ่มขึ้น ก็สามารถแก้ไขการเข้าถึงในหมวดอื่นๆ ทั้งรายการเพื่อนและผู้ติดตาม เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวก็ได้

เพียงเท่านี้ก็ติดตามเน็ตไอดอลขวัญใจได้แบบไม่ต้องเกรงใจเพื่อน (บนเฟซบุ๊ก) อีกแล้ว…!

ลุยตลาดต่างประเทศ! ซินเน็คเดินเครื่องพม่า-กัมพูชา หวังหนุนรายได้ตามเป้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572864

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 17:30

 

ซินเน็คตั้งเป้ารายได้ 23,000 ล้านบาท เน้นขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชูสินค้าคอนซูเมอร์เป็นรายได้หลัก คาดปีนี้ตลาดไอทีไทยโตไม่เกิน 5%…

นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจของซินเน็คยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 23,000 ล้านบาท จากการจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศอินโดไชน่า อาทิ พม่า กัมพูชา ลาว ซึ่งเชื่อว่าในปีนี้จะสามารถสร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมีประเทศพม่าเป็นตลาดหลักหลังจากเปิดตลาดได้ราว 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทสามารถเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีกว่า 10 แบรนด์ และมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 700 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยจากนี้จะเร่งขยายตลาดกัมพูชาในรูปแบบความร่วมมือกับพาทเนอร์ท้องถิ่นเพิ่มเติม นอกจากนี้ก็มีแผนการลงทุนราว 70-80 ล้านบาท เพื่อขยายสำนักงาน

สำหรับสัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากสินค้ากลุ่มคอมเมอร์เชียล 30% คอนซูเมอร์ 70% ซึ่งมีสมาร์ทดีไวซ์เป็นสินค้ากลุ่มหลักโดยสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 17% โดยบริษัทเชื่อว่ายังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องทั้งกลุ่มคอมเมอร์เชียลและคอนซูเมอร์ ขณะเดียวกันบริษัทยังเตรียมขยายธุรกิจไปยังกลุ่มสินค้าเกมมิ่ง พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้าด้วยบริการเสริมต่างๆ ส่วนแนวโน้มตลาดไอทีในประเทศไทยนั้นเชื่อว่าในปีนี้จะเติบโตได้ไม่เกิน 5% จากความนิยมสมาร์ทโฟนในตลาดคอนซูเมอร์ การเปลี่ยนเทคโนโลยีในกลุ่มองค์กรเพื่อรองรับการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ 4จี บิ๊กดาต้า และนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) จากภาครัฐ รวมถึงโปรโมชั่นที่ผู้ประกอบการใช้เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค

ส่วนช่องทางการจัดจำหน่ายนั้น ปัจจุบันบริษัทให้ความสำคัญกับการจัดจำหน่ายออนไลน์มากขึ้นแต่ยังเป็นรูปแบบการจำหน่ายแก่คู่ค้า โดยปัจจุบันซินเน็คมีช่องทางจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ และมีศูนย์บริการซินเน็ครวม 11 สาขา รวมถึงเซอร์วิส พาทเนอร์ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากซินเน็คราว 63 แห่งทั่วประเทศ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 65 แห่งภายในสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม ซินเน็คได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านโครงการซินเน็ค คาร์นิวัล ทั่วประเทศ เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำดิสทริบิวเตอร์อันดับ 1 ของไทย ทั้งยังได้เปิดตัวมาสคอร์ตมิสเตอร์ซินเน็ค แอนด์ เดอะแก็งค์ เพื่อเป็นตัวแทนในการสร้างภาพลักษณ์ด้านต้างๆ ทั้งบริการและช่องทางจัดจำหน่ายของซินเน็ค ภายใต้เป้าหมายในการสร้างแบรนด์ Trusted by Synnex.

เงินสดก็ใช้ได้! ‘อูเบอร์’ เพิ่มรูปแบบใหม่การจ่าย หวังลบภาพหรูหราราคาแพง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572261

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 14:05

 

อูเบอร์ เพิ่มรูปแบบการชำระเงินค่าโดยสารจากเครดิตการ์ดอย่างเดียวเป็นใช้เงินสดได้ด้วย เริ่มทยอยใช้งานได้ตั้งแต่ 3 ก.พ. เผยคนไทยใช้งานแล้วกว่า 1.5 ล้านครั้ง…

นายชาน พาร์ค ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อูเบอร์ เปิดเผยว่า หลังจากเปิดให้บริการในประเทศไทยราว 2 ปี ผ่านรูปแบบการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ล่าสุด อูเบอร์ได้ประกาศรูปแบบการชำระค่าโดยสารด้วยเงินสด โดยไทยเป็นประเทศที่ 8 หลังจากเปิดตัวในประเทศอินเดีย เคนยา ซาอุดิอาราเบีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเปรู รวมแล้ว 27 เมืองทั่วโลก

ปัจจุบัน อูเบอร์มีจำนวนการใช้บริการในไทยกว่า 1.5 ล้านครั้ง และมีจำนวนผู้ขับราว 35,000 คน ซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้น 1,000 คนต่อสัปดาห์ คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 6 เท่าตัว ภายใน 1 ปี

“นอกจากความสะดวกในการใช้บริการอูเบอร์ ยังมีจุดเด่นด้านความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ซึ่งสามารถตรวจสอบเส้นทางได้จากพิกัดจีพีเอส หรือบันทึกการโดยสารที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ทั้งยังระบบช่วยเหลือผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย ส่วนความร่วมมือระหว่างอูเบอร์และภาครัฐก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เราไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องของกฎหมายต่างๆ แต่เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการขยายตลาดอย่างแน่นอน ซึ่งในครั้งนี้ถือเป็นการรีเฟรซแบรนด์ของอูเบอร์เพื่อให้มีความใกล้ชิดกับผู้บริโภคได้มากขึ้น จากที่มีมุมมองว่าอูเบอร์เป็นบริการที่หรูหราและราคาแพง”

อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดตัวรูปแบบการชำระเงินสด เชื่อว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานในการเลือกชำระค่าโดยสารได้ ขณะเดียวกันก็เป็นการขยายตลาดผู้ใช้งานให้กว้างขึ้น ซึ่งหลังจากเปิดตัวรูปแบบชำระค่าโดยสารด้วยเงินสดพบว่ามีสัดส่วนการใช้งานเติบโตราว 1 เท่าตัวในทุกประเทศที่เปิดให้บริการดังกล่าวแล้ว โดยผู้ใช้งานในประเทศไทยจะทยอยใช้บริการชำระด้วยเงินสดได้ตั้งแต่วานนี้ (3 ก.พ.2559) และคาดว่าจะสามารถใช้งานได้ทั้งหมดภายใน 1-2 สัปดาห์จากนี้.