ตะลอนเที่ยว : แอ่วเมืองเจียงฮาย ไหว้พระ ทำบุญ ทำทาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/618598

ตะลอนเที่ยว : แอ่วเมืองเจียงฮาย ไหว้พระ ทำบุญ ทำทาน

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ระยะนี้ Mr.Flower ชวนคุณไปเที่ยวภาคเหนือมาแล้วอย่างน้อย 2-3 จังหวัด เช่น เชียงใหม่ น่าน และเชียงราย สาเหตุที่ชวนไปแอ่ว (เที่ยว) ภาคเหนือในยามนี้ เพราะรู้ว่าหลายคนต้องการสัมผัสอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาว และรู้ว่าหลายคนต้องการออกไปเปิดหูเปิดตา หลังจากต้องทนเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ในบ้าน เพราะเชื้อโควิด-19 แพร่ระบาดมายาวนานกว่าหนึ่งปี 

วันนี้จึงขอนำคุณไปเที่ยวเชียงราย หรือแอ่วเจียงฮายด้วยกัน หลังจากที่เคยพาคุณไปแอ่วเจียงฮายมาแล้วหลายครั้งแล้วทุกครั้งที่ไปก็ทำให้คุณๆ ประทับใจกับเมืองนี้ทุกครั้ง เนื่องจากภูมิประเทศงดงามภูมิอากาศดี อัธยาศัยและน้ำใจของผู้คนช่างแสนประเสริฐ ได้ทั้งท่องเที่ยว ได้ทำบุญทำทาน และได้ความสนุกสนานสำเริงสำราญใจพร้อมทั้งได้กระจายรายได้ให้กับผู้คนในชุมชนอีกด้วย 

มีช่วงหนึ่งที่โชเฟอร์ขับรถตู้พาพวกเราท่องเที่ยวและทำบุญบอกกับพวกเราด้วยความตื้นตันใจว่า ทริปนี้คือทริปแรกในรอบ 1 ปีเต็มที่เขาได้กลับมาขับรถตู้พานักท่องเที่ยวขึ้นมาเที่ยวบนดอยตุง เขาเล่าให้ฟังว่าตลอดหนึ่งปีเต็มที่ไม่ได้ขับรถตู้ ทำให้รายได้หายไปมาก เขาต้องกลับไปทำไร่ทำนาอยู่ในบ้านที่อยู่ต่างอำเภอไกลออกไปจากตัวเมือง แต่เขายังโชคดีที่ยังมีที่ดินของบรรพบุรุษ ส่วนเพื่อนๆ ร่วมอาชีพของเขาอีกหลายคนเมื่อตกงานแล้ว ไม่มีรายได้เลยแม้แต่น้อย บางคนไม่มีที่ดินจึงไม่สามารถกลับไปทำไร่ทำนาได้ เมื่อได้ฟังเรื่องราวที่แสนรันทดแล้ว ทำให้เราทุกคนรับรู้ได้ถึงความโหดร้ายของการไม่มีรายได้เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตของตนเองและคนในครอบครัว (ขออภัยที่นำเรื่องหดหู่มาเล่าให้ฟัง แต่มันคือความจริงฉากหนึ่งของชีวิตของเพื่อนร่วมชาติของเราในยุควิกฤตโควิด-19 ระบาด) 

ทริปนี้เราไปเที่ยวหลายที่ในเชียงราย อาทิ ดอยตุง พระตำหนักดอยตุง วัดพระธาตุดอยตุง สามเหลี่ยมทองคำ หอฝิ่น (พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับฝิ่น และการพลิกสภาพจากไร่ฝิ่นเป็นสวนปลูกพืชไม้เมืองหนาว อันเกิดจากน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จย่า แม่ฟ้าหลวง)ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เชียงแสน เชียงของดอยแม่สลอง เป็นต้น 

หลายคนที่ไปเที่ยวกับเราในทริปนี้บอกว่าไม่ได้ขึ้นไปกราบนมัสการพระธาตุดอยตุงมานานมากแล้ว บางคนบอกว่านานกว่า 20 ปีมาแล้ว เมื่อได้มากราบอีกครั้งก็คิดถึงวันเก่าๆ ที่เคยมาเที่ยว มาไหว้พระกับคนสนิทในครอบครัว และบอกว่าถึงจะไม่ได้มานานกว่า 20 ปี แต่เมื่อมาถึงแล้วก็สามารถสัมผัสได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระธาตุสำคัญแห่งนี้ 

อันที่จริงทริปนี้ นอกจากได้ท่องเที่ยวเพื่อตักตวงความสุขสำราญให้ชีวิตแล้วเรายังได้ไปอุดหนุนสินค้าที่ทำจากฝีมือของคนไทยที่อาศัยในเขตภูเขาสูงด้วย โดยเฉพาะสินค้าจำพวกผ้าทอมือ ผ้าปัก ผ้านุ่ง ผ้าพันคอผ้าคลุมไหล่ เป็นต้น และเรายังได้ไปรับประทานอาหารที่มีรสชาติแสนอร่อย สะอาด ถูกหลักอนามัยที่ร้านอาหารของดอยตุง และร้านจันกะผัก (ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ)รวมถึงร้านอาหารเมล็ดชา (ศูนย์วิจัยพัฒนาชาน้ำมัน และพืชน้ำมัน) รวมถึงร้านอาหารอื่นๆ ของชาวบ้านอีกหลายร้าน  

สำหรับจุดประสงค์หลักของการเดินทางในทริปนี้คือการนำสิ่งของต่างๆ อาทิ เสื้อผ้า ชุดนักเรียน เครื่องเขียนแบบเรียน ชุดกีฬา รองเท้านักเรียน รองเท้ากีฬา เสื้อกันหนาวผ้าห่ม รวมถึงเงินเพื่อการปรับปรุงสนามฟุตบอล และสนามบาสเกตบอล ไปบริจาคให้โรงเรียนและนักเรียนบนดอยสูงในเขตอำเภอเชียงของ 

เราตั้งใจว่าจะกลับไปช่วยกันปรับปรุงสนามฟุตบอล และบาสเกตบอลของโรงเรียนให้สำเร็จเรียบร้อยในช่วงต้นปี (น่าจะช่วงปลายเดือนมกราคม 2565) ดังนั้นหากคุณๆ สนใจจะร่วมทริปไปกับเราอีก และมีความประสงค์ร่วมบริจาคเพื่อการปรับปรุงสนามกีฬาให้เด็กๆ ขอได้โปรดติดต่อ 091- 7233615 และขอย้ำว่าแต่ละทริปของเรารับสมาชิกเพียง 14-16 คนเท่านั้นครับ

ตะลอนเที่ยว : ดอยแห่งความสันติ ดอยแม่สลอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/616990

ตะลอนเที่ยว : ดอยแห่งความสันติ ดอยแม่สลอง

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“ดอยแม่สลองในวันนี้มีแต่ความสุข สงบ และสันติ เพราะพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พ่อฟ้าหลวงของพวกเราทุกคน” คำพูดนี้มาจากปากคำโดยตรงของหลานนายพลต้วนซีเหวิน ซึ่งเป็นผู้ให้คำบรรยายเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับนายพลต้วน ณ สุสานของนายพลผู้นี้ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสันติคีรี แม่สลองนอก 

หมู่บ้านสันติคีรี มีชื่อในภาษาจีนว่า “เหมย ซือ เลอ”เหมย แปลว่า สวยงาม, ซือ แปลว่า เรียบร้อย,เล่อ แปลว่า ความสงบสุข ดังนั้นหมู่บ้านแห่งนี้จึงหมายถึง ดินแดนที่แสนสงบสุข มีแต่ความเรียบร้อย และงดงาม 

ในอดีตนั้น บางส่วนของดอยแม่สลองคือที่ตั้งของกองพล 93 (กองทหารของจีนพรรคก๊กมินตั๋ง ของนายพลเจียงไคเช็ค) เหตุที่ต้องมาอาศัยอยู่บนดอยแม่สลองเพราะตกอยู่ในสภาพกองพลพลัดถิ่น หลังจีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ กองพลนี้ถูกขับไล่มาจากตอนใต้ของจีน ถอยร่นเข้าไปในพม่า (เมียนมา) จนสุดท้ายต้องเข้ามาอาศัยบนแผ่นดินไทย โดยมี นายพลหลี่เหวินฝาน และนายพลต้วนซีเหวิน นำกองกำลังจำนวน 3 หมื่นคนของลี้ภัยในไทย เพราะไม่แน่ใจว่าหากต้องถูกส่งกลับไปจีนแล้วจะต้องประสบชะตากรรมเลวร้ายอย่างไร ดังนั้นในปี 2504 รัฐบาลไทยอนุญาตให้ทหารของนายพลหลี่เหวินฝานไปอยู่ที่ถ้ำง้อบ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ส่วนทหารกองพล 93 ของนายพลต้วนซีเหวินให้อาศัยอยู่บนดอยแม่สลอง จนกระทั่งปี 2512 กองพล 93ได้ช่วยรัฐบาลไทยต่อสู้กับกองกำลังของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในเขตดอยหลวง ดอยยาวดอยผาหม่น จนเมื่อเหตุการณ์สงบแล้วในช่วงปี 2515 รัฐบาลไทยจึงยอมรับให้กองพล 93 มีสถานภาพเป็นคนสัญชาติไทย และในยุคที่ทหารไทยต้องต่อสู้กับกองกำลังคอมมิวนิสต์ที่เขาค้อ เขาหญ้าเพชรบูรณ์ กองกำลังจีนชุดนี้ก็ได้อาสาไปช่วยทหารไทยรบ เมื่อเหตุการณ์สู้รบจบลง ทหารอาสากลุ่มนี้ก็ยอมมอบอาวุธให้รัฐบาลไทย แล้วเปลี่ยนอาชีพเป็นเกษตรกรบนที่สูง 

ดังนั้นบนดอยแม่สลองจึงมีพืชเศรษฐกิจเมืองหนาวปลูกอยู่ โดยเฉพาะชา ท้อ พีช แอปเปิ้ลสตรอเบอร์รี แมคคาเดเมีย รวมถึงไม้ดอกเมืองหนาวอีกสารพัดชนิด ด้วยเหตุนี้ดอยแม่สลองจึงมีหมู่บ้านแห่งหนึ่งชื่อสันติคีรี เพราะเป็นดินแดนที่สุขสงบ เรียบร้อย และงดงาม  

แม่สลองในวันนี้นับได้ว่าเป็นดินแดนที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย เพราะมีภูมิประเทศที่สวยงามน่าท่องเที่ยว มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ อาหารการกินก็บริบูรณ์  

หลายคนเลือกไปเที่ยวดอยแม่สลองในช่วงหน้าหนาว เพราะได้สัมผัสอากาศเย็นอย่างจับใจ โดยในช่วงหน้าหนาวนั้น อุณหภูมิหลังช่วงเที่ยงคืนไปแล้วอาจจะติดลบด้วย ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 15-20 องศาเซลเซียส  

วันนี้ผมจึงมาชวนคุณๆ ไปเที่ยวดอยแม่สลองด้วยกันครับ ใครที่ไม่เคยไปมาก่อน ขอแนะนำให้ไป ส่วนใครที่ไปมาแล้ว ก็ขอชวนให้ไปเที่ยวด้วยกันอีกครับ

รูปภาพที่นำมาฝากคุณในวันนี้ คืออนุสรณ์สถานทหารจีน และสุสานนายพลต้วนซีเหวิน และที่ขาดไม่ได้คือภาพใบเมเปิ้ลที่กำลังเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นแดงทั้งต้น ซึ่งจะเห็นอยู่มากมายบนดอยแม่สลองรวมถึงดอกบัวตองเหลืองอร่ามที่บานสะพรั่งอยู่ตามเนินเขา 

หากคุณสนใจต้องการไปเที่ยวในแบบกลุ่มเล็กๆ (10-14 คน) เน้นกินดี อยู่ดี ไม่เที่ยวแบบเร่งรีบร้อนร้น และที่สำคัญคือสมาชิกทุกคนล้วนมีมิตรภาพ เที่ยวด้วยกันแล้วมีแต่ความประทับใจโปรดติดต่อ 091-7233615

ตะลอนเที่ยว : พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ดอยแม่สลอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/615489

ตะลอนเที่ยว : พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ดอยแม่สลอง

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เทือกเขาสูงเกือบทุกแห่งในเชียงรายเมื่อครั้งอดีต ประมาณ 50-60 ปีที่ผ่านมา คือดินแดนที่หลายคนทราบดีว่าเป็นเขตที่ถูกใช้เพื่อการปลูกฝิ่น ป่าไม้ต้นน้ำถูกตัดโค่นทำลายจนโล่งเตียน แต่เมื่อครั้นสมเด็จย่า หรือสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้เสด็จขึ้นไปทรงสร้างพระตำหนักดอยตุง เมื่อปลายปี 2530 เพื่อทรงทำโครงการพัฒนาดอยตุง เพื่อช่วยเหลือชาวไทยภูเขาที่อยู่ในเขตทุรกันดาร และเพื่อช่วยฟื้นฟูป่าต้นน้ำที่ถูกทำลายจนกลายเป็นเขาหัวโล้น        

เมื่อสมเด็จย่า แม่ฟ้าหลวง ได้เสด็จไปประทับ ณ พระตำหนักดอยตุง ซึ่งทรงเรียกว่าบ้านบนดอยสูง พระองค์ได้ทรงงานเพื่อพัฒนาและสร้างงานอาชีพด้าน
ต่างๆ ให้กับชาวไทยภูเขา เช่น การปลูกพืชและไม้ดอกเมืองหนาว เพื่อให้ชาวไทยกลุ่มนี้มีงานที่ไม่ผิดกฎหมายทำและมีรายได้ดี เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น 

เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 5-10 ปี ภูเขาที่เคยเต็มไปด้วยไร่ฝิ่น ได้แปรสภาพเป็นพื้นที่ปลูกพืชเมืองหนาว และไร่ดอกไม้เมืองหนาว ซึ่งทำให้ชาวไทยภูเขามีรายได้ดี เพราะขายสินค้าได้ราคาดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ดังนั้นป่าที่เคยเสื่อมโทรม ภูเขาที่เคยเป็นเขาหัวโล้นก็กลับมามีสภาพที่เขียวขจีขึ้นเป็นลำดับ ธรรมชาติกลับคืนมาเกือบเหมือนดังเดิมก่อนถูกมนุษย์ทำลาย เมื่อมีป่า มีต้นไม้ใหญ่ ก็มีความชุ่มชื่นของน้ำตามมา แล้วทุกชีวิตบนภูเขาสูงก็กลับมามีความสุข เพราะมีอาชีพมั่นคงทำ ได้อยู่อาศัยในเขตบ้านเกิดของตน โดยไม่ต้องร่อนเร่ทิ้งถิ่นฐานเข้าไปหางานทำในเมือง 

ถึงแม้สมเด็จย่า แม่ฟ้าหลวงจะประทับ ณ พระตำหนักดอยตุง แต่พระองค์ทรงงานเพื่อฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมบนเขาสูงเกือบทุกแห่งในเขตจังหวัดเชียงราย ดังเป็นที่ประจักษ์ว่าทรงพลิกฟื้นคืนชีวิตให้ป่าเสื่อมโทรม และเขาหัวโล้นได้กลับมามีชีวิตชีวา มีความเขียวขจีเหมือนดังเดิม ด้วยเหตุนี้ ชาวเชียงรายจึงถวายพระนาม แม่ฟ้าหลวง แด่พระองค์ท่าน ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระราชทานชีวิตใหม่ให้กับชาวไทยภูเขาในเขตจังหวัดเชียงราย รวมถึงชาวเชียงรายทุกคน 

เพราะฉะนั้น ชาวเชียงรายจึงภาคภูมิใจมาก และทุกคนก็บอกตรงกันว่า ภูมิใจมากที่สมเด็จย่า แม่ฟ้าหลวง ทรงสร้างพระตำหนักดอยตุง ในเขตจังหวัดเชียงราย นอกจากนี้สถานที่ต่างๆ ในเชียงรายก็ยังอัญเชิญพระนามของพระองค์ท่านไปเป็นสิริมงคลแก่ชาวจังหวัด อาทิอำเภอแม่ฟ้าหลวง ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง รวมถึงชื่อโรงเรียนอีกหลายแห่งที่มีพระนามแม่ฟ้าหลวงอยู่ด้วย 

สำหรับตะลอนเที่ยวสัปดาห์นี้ ขอพาคุณไปชมและกราบนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ซึ่งประดิษฐานอยู่บนยอดดอย ณ ดอยแม่สลองความสูง 1,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล อยู่ในเขตหมู่บ้านสันติคีรี พระบรมธาตุองค์นี้สร้างเสร็จเมื่อปี 2539 สร้างเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จย่าแม่ฟ้าหลวง ศิลปะของพระบรมธาตุเป็นแบบล้านนาประยุกต์ สร้างบนฐานสี่เหลี่ยมลดชั้น ความสูงจรดยอดพระเจดีย์ 30 เมตร กว้างด้านละ 15 เมตร 

พระบรมธาตุแบ่งเป็นสามชั้น ชั้นแรก ประดิษฐานพระรูปสมเด็จย่า ขนาดเท่าพระองค์จริง ในพระอิริยาบถประทับนั่งบนพระราชอาสน์ หล่อด้วยสำริด (หรือสัมฤทธิ์) ชั้นสองประดิษฐานพระบรมอัฐิสมเด็จย่า และชั้นที่สามประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และในบริเวณใกล้เคียงกันยังมีพระวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิสีทองอร่ามมีพุทธลักษณะงดงามมาก และที่ฐานองค์พระมีพระนามาภิไธยม ว ก ประดิษฐาน 

Mr. Flower เพิ่งพาสมาชิกแนวหน้าไปทำบุญทำทาน บริจาคของให้นักเรียนบนดอยสูง และท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายมาเมื่อวันที่ 7-10 พฤศจิกายน และตั้งใจจะพาสมาชิกกลุ่มอื่นๆ ไปเที่ยวเชียงรายอีกครั้งในช่วงกลางเดือนมกราคม 2565 โดยใช้เวลาท่องเที่ยว3 คืน 4 วัน เดินทางด้วยเครื่องบิน ถ้าหากคุณผู้อ่านสนใจจะร่วมทริปกับเรา (รับสมาชิกเพียง 12-14 คน) กรุณาติดต่อ 091-7233615

ตะลอนเที่ยว : ไปเที่ยวกระบี่ ให้หายคิดถึง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/614011

ตะลอนเที่ยว : ไปเที่ยวกระบี่ ให้หายคิดถึง

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คิดถึงเมืองไทยเหลือเกิน คำคำนี้บ่งบอกได้ดีว่า เราทุกคนอยากออกไปท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจและสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวที่แสนงดงาม ซึ่งมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมขนบประเพณี โบราณสถาน และแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สรรสร้างขึ้น โดยสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้มีอยู่มากมายทั่วเมืองไทยของเรา 

แต่วันนี้หลายคนบอกตรงกันว่า คิดถึงทะเลคิดถึงหาดทราย คิดถึงเกาะแก่ง แล้วบอกให้ Mr. Flower ช่วยพาไปเที่ยวทะเลให้หายคิดถึง หลังจากอยู่บ้านหยุดเชื้อ (โควิด-19) เพื่อชาติมานานกว่าหนึ่งปี และบัดนี้หลายคนได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบสองเข็มแล้ว บางรายได้รับสามเข็มแล้ว ดังนั้น หลายคนจึงบอกว่าเราไปเที่ยวกันเถอะ ขอเที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง 

Mr. Flower จึงขออนุญาตพาคุณๆ ไปเที่ยวกระบี่ด้วยกันอีกครั้ง (หลังจากไปเที่ยวกระบี่ด้วยกันมาแล้วหลายครั้งมาก) หลายคนถามว่าไม่เบื่อกระบี่หรือ กระบี่มีอะไรดี จึงต้องไปเที่ยวซ้ำแล้วซ้ำอีก  

ก่อนอื่นต้องบอกตามตรงว่า สถานที่เที่ยวแหล่งต่างๆ ในเมืองไทยมีมากมาย และสามารถไปเที่ยวได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย หากผู้ไปเยือนประทับใจ และรู้ประวัติความเป็นมาของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ แบบลึกซึ้ง ยกตัวอย่างเช่น การได้ไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร หรือการได้เข้าไปกราบนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และชมพระบรมมหาราชวัง หลายคนบอกตรงกันว่าไปกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ เพราะทุกครั้งที่ไปก็ประทับใจกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ของไทย และหลงใหลในความงดงามของสถานที่จนเกินบรรยาย  

ซึ่งก็ไม่ต่างจากการได้ไปเที่ยวชมความงดงามในแง่มุมต่างๆ ของเมืองเชียงใหม่ และเมืองเชียงราย รวมถึงเมืองอื่นๆ ทุกแห่งในประเทศไทย แล้วก็ไม่ต่างไป
จากการไปท่องเที่ยวเมืองกระบี่ เช่นกัน ทุกครั้งที่เราได้ไปท่องเที่ยวเมืองต่างๆ ในประเทศไทย นอกจากจะได้ความเบิกบานสำราญใจแล้ว เรายังได้สัมผัสกับวิถีชีวิต
ของพี่น้องร่วมชาติในแง่มุมต่างๆ ได้พูดคุย ได้เห็นรอยยิ้มได้รับรู้ความสุขความทุกข์ของพี่น้องร่วมชาติของเราไปพร้อมๆ กัน และที่สำคัญคือได้กระจายรายได้สู่พี่น้องร่วมชาติของเราด้วย จึงกลายเป็นว่าการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยคือการกระจายรายได้สู่ท้องที่ต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม 

สำหรับทริปกระบี่ที่เราจะไปท่องเที่ยวด้วยกันในครั้งนี้ จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมนี้ กำหนดไว้วันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง 2 ธันวาคม รับสมาชิก14 ท่านเท่านั้น 

หลายคนถามว่าไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ตอบโดยสังเขปว่า การเที่ยวบนฝั่ง ก็จะพาไปชมพิพิธภัณฑ์ลูกปัดคลองท่อม ท่าปอมคลองสองน้ำ สระมรกต ชุมชนไทยจีนและมุสลิม ซึ่งมีมาแต่โบราณที่แหลมสักเป็นต้น ส่วนทะเลและเกาะแก่งที่จะพาไปชมก็ได้แก่เกาะพีพี เกาะห้อง ทะเลแหวก เกาะเหลาลาดิง เป็นต้น

ผู้อ่านคอลัมน์นี้หลายคนที่ยังไม่เคยไปร่วมทริปกับเรามักชอบถามว่า ทำไมไม่ระบุให้ชัดว่าค่าใช้จ่ายต่อหัวสำหรับทริปเป็นเงินเท่าไร หลายคนอาจเกรงว่าจะต้องจ่ายเงินแพงเกินเหตุ หรือถูกเอาเปรียบ ก็ต้องขอตอบว่า เราเที่ยวกันแบบหารเฉลี่ย โดยเน้นกินดี อยู่ดี เที่ยวแบบเพื่อนสนิท คนรู้ใจ ไม่เน้นการแสวงหากำไร เพราะเราเที่ยวไปด้วยทำบุญไปด้วย แล้วหลังจากเที่ยวก็ยังชวนไปทำบุญตามที่ต่างๆ อีก  

ตัวอย่างชัดๆ คือ การกินการอยู่ของเราก็คือ ใครใคร่กินอะไรก็สามารถสั่งได้ ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ที่น่าประหลาดใจมากคือ สมาชิกของเรามักจะนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชั้นดีเยี่ยมไปแบ่งกันดื่มโดยไม่คิดมูลค่า เรียกว่าไปเที่ยวแต่ละทริป จะมีไวน์ชั้นเยี่ยมของโลกไปแบ่งกันดื่มทุกครั้ง  

หลายคนอาจงงว่าใครใคร่กินอะไรก็สั่งตามที่ตัวเองต้องการกิน แล้วจะคิดค่าบริการอย่างไร ก็ตอบว่าหารเฉลี่ยกันครับ บางคนถามต่อไปว่าแล้วหากบางคนสั่งของกินราคาแพงมากๆ ในขณะที่คนอื่นสั่งของกินราคาไม่แพงมาก แล้วจะดูแลอย่างไร คำตอบคือสมาชิกของเราทุกคนสั่งอาหารมาแบ่งกันรับประทาน โดยดูว่าสมาชิกในกลุ่มรับประทานหรือไม่รับประทานอะไร เหตุที่เราไม่สั่งอาหารแบบ fixed ก็เพราะเรารู้ว่าสมาชิกแต่ละคนชอบอาหารไม่เหมือนกัน ดังนั้นก็จึงเปิดเสรีให้สั่งได้ตามที่ตนเองต้องการรับประทาน  

แต่ขอเน้นว่า เราเที่ยวกันแบบกินดี อยู่ดี เที่ยวแบบคนรู้ใจ เที่ยวแบบละมุนละไม ไม่เร่งรีบร้อนร้น ไม่ออกจากโรงแรมเช้าตรู่ แล้วกลับเข้าโรงแรมดึกดื่น ไม่นอนโรงแรมไกลเมือง (สำหรับทริปยุโรป และญี่ปุ่น) แล้วที่สำคัญคือเน้นการเที่ยวแบบเจาะลึกเพื่อให้ได้สัมผัสศิลปวัฒนธรรมของเมืองที่เราไปเยือน เพราะฉะนั้นจึงต้องพาคุณๆไปเยือนพิพิธภัณฑ์ของเมืองที่เราไปเยือน (หากเมืองนั้นๆ มีพิพิธภัณฑ์)  

นี่คือการเที่ยวแบบละมุนละไมตามสไตล์ของเราหากคุณสนใจต้องการร่วมเป็นเพื่อนร่วมเดินทางท่องเที่ยวกับเรา โปรดติดต่อ 091-7233615

ตะลอนเที่ยว : ไปกระบี่ครั้งนี้ ไม่ลงทะเล แต่ไปดูลูกปัดโบราณที่คลองท่อม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/612416

ตะลอนเที่ยว : ไปกระบี่ครั้งนี้ ไม่ลงทะเล แต่ไปดูลูกปัดโบราณที่คลองท่อม

วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เป็นที่แน่นอนว่า สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายนนี้ เราจะไปเที่ยวกระบี่ด้วยกัน แล้วก็ย้ำเหมือนเดิมว่าทริปนี้รับสมาชิกแค่เพียง 14 รายเท่านั้นครับ ทริปนี้เราจะไป
นอนพักผ่อนหย่อนใจที่กระบี่รวมสามคืน เน้นกินดีอยู่ดี เป็นเรื่องสำคัญ  

แต่วันนี้จั่วหัวให้คุณสงสัยว่า ไปกระบี่ทั้งที แล้วทำไมไม่ไปเที่ยวทะเล ก็แค่จะบอกคุณว่า ไปกระบี่ก็ต้องไปเที่ยวทะเลอย่างแน่นอน เพราะทะเลกระบี่สวยงามน่าประทับใจ แต่ก็ต้องบอกว่ากระบี่ไม่ได้มีดีแค่เพียงทะเลเท่านั้น เพราะยังมีของดีอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ พิพิธภัณฑ์ลูกปัด วัดคลองท่อม  

ดังนั้น วันนี้ Mr. Flower จึงขอพาคุณไปชมพิพิธภัณฑ์ลูกปัด ที่วัดคลองท่อมอำเภอคลองท่อม กระบี่ ด้วยกันครับ 

หลายคนที่เป็นนักนิยมลูกปัดโบราณต้องรู้จักชื่อลูกปัดคลองท่อมอย่างแน่นอน เพราะเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว คลองท่อมคือสถานที่ซึ่งนักขุดค้น ค้นหาโบราณวัตถุ โดยเฉพาะลูกปัดโบราณ ต่างแห่แหนไปขุดหาลูกปัดที่คลองท่อมกันอย่างเอิกเกริก หลายคนได้ลูกปัดสวยๆ ไปมากมาย แม้กระทั่งทุกวันนี้ในหลายพื้นที่ของคลองท่อมก็ยังมีคนไปขุดหาลูกปัดโบราณบ้าง แต่ถ้าหากเป็นพื้นที่ซึ่งมีเจ้าของที่ครอบครองแล้ว คนทั่วไปก็ไม่สามารถเข้าไปขุดหาได้ แต่เจ้าของที่อาจจะขุดหาเอง 

กลับไปพูดถึงพิพิธภัณฑ์คลองท่อม แรกเริ่มนั้น พิพิธภัณฑ์ถูกก่อตั้งโดยพระครูอาทรสังวรกิจ เจ้าอาวาส และเจ้าคณะอำเภอคลองท่อมและอำเภอเกาะลันตา โดยท่านได้เก็บรวบรวมลูกปัดและโบราณวัตถุที่ชาวบ้านค้นพบได้จากควน (เนินเขา) หลังวัดคลองท่อม แล้วนำไปมอบให้วัดเก็บรักษาไว้ โดยท่านได้สร้างเป็นอาคารถาวรเพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุเมื่อปี 2525 

ลูกปัดชิ้นสำคัญที่สุดในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือลูกปัดสุริยเทพ ซึ่งกลายเป็นเสมือนตราสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไปโดยปริยาย อันที่จริงลูกปัดสุริยเทพนี้มีขนาดเล็กมาก แต่ภาพที่นำมาแสดงในบทความวันนี้ถูกขยายให้ใหญ่มากขึ้น เพื่อจะได้ชมความงามได้สะดวก ลูกปัดนี้ทำจากแก้วโมเสกทำเป็นรูปใบหน้าคน ซึ่งมีลักษณะคล้ายสัญลักษณ์พระอาทิตย์ นอกจากนี้ยังมีลูกปัดชนิดต่างๆ จัดแสดงไว้อีกมากมาย เช่น ลูกปัดที่ทำจากหินทำจากทอง ทำจากแก้วโมเสก และลูกปัดเขียนลาย รวมถึงลูกปัดนกแสงตะวัน  

สิ่งสำคัญที่ต้องพูดถึงอีกเรื่องหนึ่งคือควนลูกปัดจากแหล่งต่างๆ เช่น แหล่งโบราณคดีเขาศรีวิชัย ที่ขุดค้นพบลูกปัดสารพัดชนิด เช่น ลูกปัดหินต่างๆ เช่น ควอทซ์
คาร์เนเลียน อาเกต และอเมทิสต์ เป็นต้น และยังพบลูกปัดทองคำด้วย ส่วนแหล่งโบราณคดีท่าชนะ ก็ขุดค้นพบลูกปัดแก้วและลูกปัดหินเช่นกัน โดยทำเป็นรูปสัตว์ และรูปทรงต่างๆ    

จากประวัตินั้น ชาวบ้านที่เป็นคนเฒ่าคนแก่ในคลองท่อมบอกว่าเคยขุดดินในสวนบริเวณบ้านแล้วพบลูกปัดมากมาย แต่ไม่รู้ว่าเป็นของมีค่าจึงไม่มีใครสนใจ แล้วคนเก่าคนแก่ก็บอกกันต่อๆ มาว่า ของเหล่านี้เป็นของเจ้าที่หากใครนำไปครอบครองจะพบกับความวิบัติ ดังนั้น ชาวบ้านจึงไม่นำกลับไปบ้าน แต่จนกระทั่งเมื่อมีข่าวใหญ่ ทำให้ผู้คนมากมายพากันไปขุดหาลูกปัดเมื่อ 40 ปีก่อน จึงทำให้ลูกปัดสวยงามถูกนำออกจากพื้นที่ไปเป็นจำนวนมากจนทางการได้สั่งห้ามขุดค้นอีกต่อไป การที่ค้นพบลูกปัดจำนวนมากที่คลองท่อมทำให้เชื่อว่าบริเวณนี้ และบริเวณใกล้เคียงคือชุมชนโบราณแห่งหนึ่งที่มีความสำคัญของภาคใต้ เพราะอาจเป็นสถานที่ผลิตลูกปัดซึ่งหมายความว่าต้องมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากในยุคโบราณ และอาจเป็นเมืองท่าเขตค้าขายสำคัญครั้งโบราณด้วย   

ขออนุญาตพูดถึงเรื่องลูกปัดโบราณที่คลองท่อมเพียงเท่านี้นะครับ แต่ใจจริงแล้วต้องการชวนเชิญคุณไปสัมผัสความงดงามของลูกปัดสารพัดชนิด รวมถึงโบราณวัตถุอื่นๆ ที่เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์คลองท่อมด้วยตาของคุณเอง  

หากคุณสนใจไปเที่ยวกระบี่ด้วยกันกับเรา กรุณาติดต่อสอบถามที่ 091- 7233615 หลายคนถามว่าคิดค่าบริการอย่างไร ตอบสั้นๆ ว่าเราเที่ยวกันแบบหารเฉลี่ยเราไม่ได้เที่ยวแบบทัวร์เชิงพาณิชย์ เพราะฉะนั้นเราจึงไปกันเพียงกลุ่มเล็กๆ และที่สำคัญคือเราเน้นการกินดี อยู่ดี เที่ยวแบบละมุนละไมไม่เร่งรีบร้อนร้น  

และขอแจ้งว่าทริปเชียงราย ไปแจกอุปกรณ์การศึกษาและเสื้อผ้าชุดนักเรียน เครื่องกีฬา รองเท้านักเรียนให้เด็กชาวเขาจังหวัดเชียงรายที่จะเดินทาง7-10 พฤศจิกายนนี้ ไม่สามารถรับสมาชิกเพิ่มได้แล้วครับ ขออภัยที่หลายท่านไม่สามารถไปร่วมทริปเชียงรายกับเราในครั้งนี้ได้ โปรดรอทริปหน้านะครับ

ตะลอนเที่ยว : เกาะขาม แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่คุณต้องหลงรัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/610888

ตะลอนเที่ยว : เกาะขาม แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่คุณต้องหลงรัก

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.20 น.

หลายคนไม่รู้มาก่อนว่าเกาะขาม ซึ่งอยู่ที่สัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีความงามมากเหลือเกิน จนกระทั่งในวันหนึ่ง เมื่อคุณได้ไปสัมผัสความงดงามของเกาะขามด้วยตัวคุณเองคุณก็จะบอกกับทุกคนที่คุณอยากให้เขาเหล่านั้นได้ไปเที่ยวเกาะขามว่า ต้องไปเกาะนี้เพราะงดงาม สะอาด และบริสุทธิ์มาก 

เกาะขามอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือเป็นเกาะที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างถาวร แต่เป็นพื้นที่สำหรับอนุรักษ์ทั้งพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ทะเล เพราะฉะนั้นเกาะขามจึงยังคงความบริสุทธิ์ไว้ได้อย่างน่าประทับใจ 

เราใช้เวลานั่งเรือข้ามฟากจากฝั่งสัตหีบ (บริเวณพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะ และทะเลไทย) ไปเกาะขามประมาณ 20 นาที เมื่อไปถึงเกาะขาม สิ่งแรกที่เราได้ประสบคือน้ำทะเลสะอาดใสมาก และมีหาดทรายที่ขาวสะอาดมากเช่นกัน ทั้งนี้ก็ต้องยกความดีความงาม และขอปรบมือให้กับกองทัพเรือ และทหารเรือที่กรุณาช่วยรักษาให้เกาะแห่งนี้ยังคงความบริสุทธิ์ผุดผ่องไว้ได้ เมื่อทุกคนขึ้นบนเกาะแล้ว จะได้รับการต้อนรับจากทหารเรือพร้อมทั้งได้รับฟังกฎกติกามารยาทของการเที่ยวบนเกาะแห่งนี้ นอกจากนี้ก็จะได้รับความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเกาะ และข้อมูลว่าปัจจุบันเกาะขามมีภารกิจด้านการอนุรักษ์อะไรบ้าง ซึ่งต้องขอบคุณทหารเรือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเกาะขามได้อย่างกระจ่างชัด ทำให้คนฟังหลงรักเกาะขามมากยิ่งขึ้น 

สิ่งที่ทุกคนเมื่อไปถึงเกาะขามแล้วต้องทำเหมือนกันก็คือ ถ่ายภาพวิว ถ่ายภาพหาดทราย ถ่ายภาพน้ำทะเลสีครามแสนสวยที่ใสสะอาด แล้วก็เดินไปรอบๆ เกาะบางคนก็ขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อหามุมถ่ายภาพจากมุมสูง ขอบอกว่าน้ำทะเลของเกาะขามตามมุมต่างๆ ของเกาะมีสีสันที่แตกต่างกันไป ขึ้นกับระดับความลึกของน้ำ แต่สิ่งที่เหมือนกันทุกจุดคือความสะอาดของน้ำและต้องยอมรับว่าบนเกาะแห่งนี้ยังมีต้นไม้ใหญ่จำนวนมากมาย ดังนั้นจึงทำให้เมื่อเราได้อยู่ใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่แล้วเย็นสดชื่นมาก แม้อากาศจะค่อนข้างร้อนก็ตาม แต่ร่มไม้สามารถช่วยลดความร้อนได้อย่างมหัศจรรย์

อย่างที่เรียนให้ทราบตั้งแต่แรกแล้วก็คือบนเกาะนี้ไม่มีสิ่งปลูกสร้างถาวรใดๆ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นท่าเทียบเรือ และสะพานไม้ก็จะเป็นสิ่งปลูกสร้างไม่ถาวรทั้งสิ้น (แต่รับรองในความมั่นคง) ทุกอย่างทำจากไม้ โดยอาจจะมีเหล็กเป็นโครงสร้างประกอบบ้าง แต่ก็เพียงเล็กน้อยดังนั้นทุกๆ เดือนจึงต้องมีการตรวจสอบความมั่นคงของสะพานและท่าเทียบเรือเป็นประจำเพื่อความปลอดภัยของผู้มาเยือน แต่ขอบอกว่าการที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างถาวรบนเกาะขาม จึงทำให้เกาะนี้มีมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหลมากจนเกินบรรยาย เสน่ห์ของสะพานไม้ที่ทำขึ้นด้วยความตั้งใจแบบไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างถาวรทำให้ผู้ไปเยือนสัมผัสได้ถึงความเป็นธรรมชาติได้มากขึ้น บางช่วงของสะพานไม้เลี้ยวลดคดเคี้ยวไปตามโขดหิน ทำให้นักท่องเที่ยวได้อยู่ใกล้ชิดกับน้ำทะเลสีครามมากขึ้น 

ส่วนที่หาดทรายนั้น เจ้าหน้าที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำได้ แต่เมื่อนักท่องเที่ยวจะอาบน้ำจืดล้างตัว ก็ต้องล้างด้วยน้ำธรรมดาเท่านั้น ไม่สามารถฟอกสบู่ หรือใช้แชมพูสระผมได้ เนื่องจากไม่ต้องการให้สารเคมีจากสบู่และแชมพูไหลลงทะเลไปทำลายสิ่งมีชีวิตใต้ผิวน้ำของเกาะแห่งนี้  

เราสามารถเที่ยวบนเกาะแห่งนี้ได้ถึงประมาณ 15.00 น. แล้วก็นั่งเรือกลับเข้าฝั่งสัตหีบ ขอย้ำว่าไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวค้างแรมบนเกาะขามในทุกกรณี  

ได้ทราบเรื่องความงดงามของเกาะขามแล้ว คุณอยากจะไปสัมผัสความงาม และความบริสุทธิ์ของเกาะขามแล้วใช่ไหมครับ ถ้าใช่ โปรดติดต่อที่หมายเลข091-7233615 ครับ เราจะไปเที่ยวด้วยกัน  

และขออนุญาตตอบคำถามคุณๆที่โทรฯ ไปถามถึงเรื่องทริปต่างๆ เช่น สมุยกระบี่ ภูเก็ต เชียงราย ที่ Mr.Flowerจะนำสมาชิกไปเที่ยว หลายคนถามว่าทำไมไม่บอกราคาทริป คำตอบคือ เราเที่ยวกันแบบเพื่อนสนิท เราหารเฉลี่ยค่าใช้จ่ายกัน เราไม่ได้ทำทริปในรูปแบบทัวร์เชิงพาณิชย์ เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถกำหนดราคาได้ แต่รับรองว่าค่าใช้จ่ายถูกมากเมื่อเทียบกับคุณภาพที่คุณได้รับ แต่ละทริปรับสมาชิกไม่เกิน 14 ราย และที่สำคัญคือเน้นกินดีอยู่ดี ไม่เที่ยวแบบรีบร้อนลุกลี้ลุกลนไม่เน้นนั่งรถนานๆ แล้วได้เที่ยวน้อยๆหากคุณสนใจการเที่ยวแบบเพื่อนสนิทลองไปเที่ยวกับเราสักทริป แล้วคุณจะรู้ว่าเที่ยวแบบเพื่อนสนิทคืออะไร แต่รับรองว่าคุณจะหลงรักและไปเที่ยวกับเราตลอดไป

ตะลอนเที่ยว : ไหว้สาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในเชียงใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/609325

ตะลอนเที่ยว : ไหว้สาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในเชียงใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 หลายเมืองของประเทศไทย อาทิ เชียงใหม่(บางอำเภอ เช่น อำเภอเมือง)ชลบุรี (พัทยา) เพชรบุรี (ชะอำ) ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน)เป็นต้น จะเปิดบ้านเปิดเมืองเพื่อรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ ซึ่งก็หมายความว่าจะมีความคึกคักและครึกครื้นจากหมู่นักท่องเที่ยวตามมาด้วย  

แต่ทว่าความครึกครื้นคึกคักที่ว่านี้คงจะมีบรรยากาศแตกต่างไปจากช่วงก่อนเกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดอย่างแน่นอน เพราะทั้งชาวเมืองที่เป็นเจ้าของบ้าน และแขกผู้มาเยือนต่างก็จะต้องระมัดระวังดูแลสุขภาพของกันและกันอย่างที่สุดเนื่องจากการเปิดเมืองนั้นไม่ได้หมายความว่าเปิดแล้วจะปราศจากเชื้อโควิด-19 แต่ก็คงไม่สามารถปิดเมืองได้ตลอดไป เพราะไม่มีเมืองใดสามารถปิดเมืองแล้วดำเนินกิจการด้านธุรกิจให้เจริญรุ่งเรืองได้ 

เมื่อเราจำเป็นต้องเอาตัวให้รอด (รอดทั้งตัวและรอดทั้งเศรษฐกิจ) ก็จึงต้องอยู่ร่วมกับเชื้อโควิด-19 ให้ได้ และต้องอยู่ให้ได้โดยที่เราไม่ตกเป็นเหยื่อของมัน แต่ไม่ใช่เพียงแค่เราไม่เป็นเหยื่อเท่านั้น เราต้องระวังตัวเองไม่ให้กลายเป็นผู้แพร่กระจายเชื้อไวรัสตัวนี้ไปยังผู้อื่นด้วย ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เราทุกคนต้องยกการ์ดสูงเพื่อป้องกันตัวเองและป้องกันคนอื่นๆ ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเรื่องนี้เราทุกคนทำได้ถ้าเราไม่ประมาท และไม่คิดเอาเองว่าเราจะไม่ติดเชื้อโควิด-19 แต่เราต้องคิดตลอดเวลาว่า เราอาจจะติดเชื้อนี้ก็ได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เราจึงต้องสวมหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานตลอดเวลาที่อยู่กับผู้อื่น ล้างไม้ล้างมือทุกครั้งเมื่อจับต้องและสัมผัสสิ่งของอื่นๆ แม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือของเราเอง เราก็ต้องทำความสะอาดตลอดเวลา แล้วที่สำคัญต้องเว้นระยะห่างทางสังคมระหว่างบุคคลอย่างน้อย1-2 เมตรแต่หากไม่สามารถเว้นระยะห่างได้เช่นนั้นก็ต้องไม่เปิดหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในระยะใกล้ชิดกับผู้อื่น 

เกริ่นเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองเพื่อให้พ้นจากเชื้อโควิด-19มานานแล้ว ขอเข้าเรื่องที่จะชวนคุณๆ ไปไหว้สา (ไหว้สาคือคำของชาวเหนือของไทย)กราบพระศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองเชียงใหม่ด้วยกัน โดยจะเริ่มต้นที่วัดพระสิงห์วรวิหารก่อน แล้วตามมาด้วยวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร (อันที่จริงมีวัดและพระศักดิ์สิทธิ์อีกหลายสิบแห่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งวันหน้าจะพาคุณไปไหว้สา) 

ถามว่าทำไมต้องไปวัดพระสิงห์เป็นแห่งแรก ก็ขอตอบว่าเพราะต้องการพาคุณไปกราบพระสิงห์ หรือพระพุทธสิหิงค์ (แต่วันที่ไปนั้นทางวัดปิดวิหารพระสิงห์ชั่วคราวเพื่อซ่อมแซม) จึงไม่ได้นำภาพของพระสิงห์มาฝากคุณในวันนี้ แต่ก็นำภาพพระประธานในพระอุโบสถ ซึ่งมีนามว่าพระศรีสรรเพ็ชญมาฝากคุณ และด้านหน้าพระอุโบสถจะมีรูปหล่อของครูบาเจ้าศรีวิชัยประดิษฐานอยู่เนื่องจากท่านเป็นเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์มาก่อน นอกจากนี้เมื่อไปวัดพระสิงห์แล้วทุกคนจะต้องไปชมวิหารลายคำ และหอไตรที่แสนงดงามด้วย สำหรับคนที่เกิดปีมะโรงก็จะไปกราบไหว้พระมหาเจดีย์ธาตุ หรือพระธาตุหลวง เนื่องจากเชื่อกันว่าเป็นพระธาตุประจำปีมะโรง  

ส่วนวัดที่สองที่จะพาคุณไปไหว้สาก็คือวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วัดนี้มีความสำคัญมากตรงที่มีพระมหาเจดีย์องค์มหึมา (ฐานกว้างด้านละ 60 เมตร และความสูงเมื่อครั้งที่ยังสมบูรณ์ คือ 80 เมตร) และยังมีเสาอินทขิล(เสาหลักเมือง) ตามประวัติระบุว่าพระมหาเจดีย์นี้สร้างไว้ ณ ใจกลางเมืองเชียงใหม่เมื่อครั้งโบราณ ครั้งสมัยพระเจ้าแสนเมืองมาพระมหาเจดีย์นี้ได้รับการก่อสร้างสืบต่อมาจากกษัตริย์ผู้ทรงครองล้านนามาอีกหลายพระองค์ จนกระทั่งยุคของพระนางเจ้าจิรประภามหาเทวี ประมาณช่วง พ.ศ. 2088ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้นในเมืองนี้จนทำให้ส่วนยอดของพระมหาเจดีย์หักพังทลายลงมา จากนั้นก็มิได้มีการซ่อมบำรุงพระมหาเจดีย์แต่อย่างใด จนผ่านเลยไปเกือบ 400 ปี ในยุคเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย จึงได้มีการบูรณะพระมหาเจดีย์ 

สำหรับพระวิหารหลวงของวัดแห่งนี้ถูกก่อสร้างขึ้นในยุคของเจ้าอินทวิชยานนท์(เจ้าพ่อของเจ้าแก้วนวรัฐ) สร้างเมื่อปี 2471 ภายในพระวิหารประดิษฐานพระปางห้ามญาติ สูง18 ศอก หล่อด้วยสำริดทั้งองค์ ครั้นในรัชสมัยรัชกาลที่ 5แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงให้ใช้วัดนี้ประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา แทนการกระทำพิธีที่วัดเชียงมั่น  

นักโบราณคดีที่ศึกษาศิลปะเมืองเหนือยกย่องว่าพญานาคที่หน้าวิหารหลวงวัดเจดีย์หลวงงดงามมากที่สุดในประเทศไทย กล่าวว่างดงามประดุจสิ่งมีชีวิตจริงในยามที่ต้องแสงไต้แสงไฟยามค่ำ (แต่วันที่ไปนั้นปิดซ่อมพระวิหาร จึงไม่สามารถถ่ายภาพพญานาควัดเจดีย์หลวงมาให้ชมได้)  

ทั้งหมดทั้งมวลที่บอกเล่าความวิจิตรงดงามของวัดทั้งสองให้คุณฟังในวันนี้ คงจะไม่มีอะไรดีกว่าคุณได้ไปสัมผัสด้วยสายตาของคุณเอง ก็จึงขอเชิญชวนคุณไปไหว้สาและทำบุญด้วยกันครับ เราตั้งใจจะไปเที่ยวเมืองเชียงใหม่ในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ หากคุณสนใจร่วมเดินทางกับเรา (รับสมาชิก 12 ราย) โปรดติดต่อ091-7233615 (สำหรับทริปสมุยเดินทาง20-23 ตุลาคม เต็มแล้วครับ ส่วนทริปกระบี่ เดินทาง 20-23 พฤศจิกายน ยังมีที่นั่งว่างอยู่บ้างครับ)

วัดพระสิงห์วรวิหารวัดพระสิงห์วรวิหาร

วัดเจดีย์หลวงวรวิหารวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร

ตะลอนเที่ยว : ไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกันนะครับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/607745

ตะลอนเที่ยว : ไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกันนะครับ

วันอาทิตย์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มีเสียงเรียกร้องจากหัวใจของนักเดินทางท่องเที่ยวเรียกร้องไปยัง Mr.Flower ว่า ช่วยจัดทริปสำหรับกลุ่มเล็กๆ สมาชิก 8-12 คน ไปเที่ยวภูเก็ตหน่อยเถอะจ้า เพราะอยากไปเที่ยวภูเก็ตมากเหลือเกิน คิดถึงภูเก็ตมากที่สุด 

เมื่อได้รับคำเรียกร้องเช่นนี้ก็ต้องบอกว่ายินดีครับ ยินดีพาคุณๆ ที่คิดถึงภูเก็ตไปเยือนภูเก็ตด้วยกัน  

ถามว่าไปกันเมื่อไรดี ตอบว่า ไปเดือนพฤศจิกายนนี้ครับ ไปช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤศจิกายนครับ หลายคนถามว่าทำไมไม่ไปช่วงเดือนตุลาคม ตอบว่า เพราะเดือนตุลาฯนี้เรามีทริปไปเกาะสมุยแล้วครับ วันที่ 21-24 ตุลาคม รับสมาชิกเพียง 12 รายเท่านั้นครับ นอนพักที่โรงแรม The Pavillion หาดละไม โรงแรมน่ารักของโกฉุย 

กลับไปคุยเรื่องทริปภูเก็ตกันอีกที ถามว่าไปเที่ยวที่ไหนบ้าง คำตอบเบื้องต้นก็คือ ไปเที่ยวตัวเมืองเก่าของภูเก็ต นอนพักในโรงแรมเก๋ๆ ย่านเมืองเก่า 1 คืน แล้วอีกคืนหนึ่งไปนอนที่โรงแรมริมทะเล คิดว่าไปสองคืนก็น่าจะเพียงพอ แต่ก็มีข้อเสนอสำรองคือ อาจไปกันสักสามคืน โดยหนึ่งคืนนอนในตัวเมืองเก่า ส่วนอีกสองคืนนอนที่โรงแรมริมทะเล  

ส่วนอาหารการกินนั้น เราก็จะตระเวนหาของอร่อยๆ รับประทานกันตามร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอาหารที่แสนอร่อย สะอาดสะอ้านถูกสุขลักษณะ ซึ่งร้านอาหารที่แสนอร่อยในภูเก็ตมีให้เลือกรับประทานมากมายเกินบรรยาย มีทั้งที่ตั้งอยู่ในตลาดพื้นเมือง ตามร้านค้าในชุมชน และในภัตตาคารหรูหรา 

หลายคนถามว่าจะมีโอกาสนั่งเรือออกไปท่องเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ ด้วยหรือไม่ ก็ขอตอบว่า หากไปเพียงสองคืน ก็อาจจะไม่ได้นั่งเรือออกไปเที่ยวเกาะแก่ง เพราะแค่พาคุณๆ ไปเที่ยวชมเมืองเก่า ไหว้พระทำบุญก็เกือบจะหมดเวลาแล้วแต่ถ้าหากเป็นโปรแกรมสามคืนสี่วันก็รับรองว่าต้องพาคุณไปนั่งเรือเที่ยวตามเกาะแก่งที่โด่งดังขึ้นชื่อแน่นอน เช่น เกาะนาคา หรืออาจไปเที่ยวเกาะพีพีด้วยกัน  

หลายคนถามว่า ไปเที่ยวภูเก็ตช่วงเดือนพฤศจิกายน จะเจอพายุฝนหรือไม่ คำตอบคือ โดยปกติแล้ว เมื่อเข้าเดือนพฤศจิกายน ทะเลด้านฝั่งอันดามันจะปลอดโปร่งจากลมพายุฝน ดังนั้นโอกาสเจอฝนหนักๆ ก็จะน้อยมาก เพราะฉะนั้นเทศกาลเที่ยวท้องทะเลในฝั่งอันดามันจึงเริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงช่วงหน้าร้อนของเมืองไทย 

สำหรับรูปภาพท้องทะเลสวยๆ หาดทรายขาวสะอาดที่นำมาฝากคุณๆ เพื่อยั่วต่อมอยากเดินทางท่องเที่ยวให้ทำงานพลุ่งพล่านจนเกินหักห้ามใจ รวมถึงภาพอาหารการกินสารพัดชนิดที่บ่งบอกถึงความเอร็ดอร่อย คงทำให้คุณหลับตานึกถึงรสชาติอาหารที่แสนอร่อยจนเกินบรรยายได้โดยทันที แล้วก็เชื่อว่าคงทำให้คุณอยากไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกันนะครับ 

สำหรับคุณๆ ที่สนใจร่วมทริปแสนวิเศษ สุดสนุก น่าประทับใจ เต็มไปด้วยมิตรภาพแสนอบอุ่น โปรดติดต่อ 091-7233615 แต่มีเงื่อนไขเบื้องต้นที่สำคัญคือคุณต้องได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบสองเข็มเรียบร้อยแล้ว และต้องมีสุขภาพแข็งแรงพร้อมเดินทางท่องเที่ยว 

เราไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกันนะครับ รับรองคุณจะประทับใจเมื่อเดินทางท่องเที่ยวกับเรา

ตะลอนเที่ยว : เตรียมตัวให้พร้อม เราจะไปเที่ยวเกาะสมุยด้วยกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/604622

ตะลอนเที่ยว : เตรียมตัวให้พร้อม เราจะไปเที่ยวเกาะสมุยด้วยกัน

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หลังจากห่างเหินไม่ได้เชิญชวนคุณๆ ไปเที่ยวเตร่เฮฮา สังสรรค์สรวลเสด้วยกันมาระยะหนึ่งเพราะติดปัญหาโควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วทั้งเมืองไทยและทุกประเทศทั่วทั้งโลก  

แต่มาถึงบัดนี้ เมื่อได้ทราบข่าวดีว่าคนไทยจำนวนพอประมาณได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19ครบสองเข็มแล้ว โดยเฉพาะได้รับข้อมูลจากแฟนๆคอลัมน์ตะลอนเที่ยวบอกว่า ฉีดวัคซีนครบสองโดสแล้ว ในขณะที่สมาชิกหลายรายก็บอกว่าได้รับวัคซีนเข็มที่สามเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นต่อจากนี้เราจึงสามารถไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่เรามั่นใจว่าปลอดภัยไร้โรคโควิด-19 ด้วยกัน 

สมาชิกหลายต่อหลายคนบอกตรงกันว่าคิดถึงลมทะเล คิดถึงน้ำทะเล คิดถึงหาดทรายขาวนุ่มละมุน และคิดถึงเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะในยามที่เราได้ท่องเที่ยวด้วยกัน บางคนก็บอกว่าคิดถึงอาหารรสชาติอร่อยในถิ่นต่างๆ ที่เราได้เคยไปเยือนเมื่อหลายคนคิดตรงกันเช่นนี้ก็จึงถามกลับมาพร้อมๆกันว่า เมื่อไรจะได้ไปเที่ยวด้วยกันอีก อยากเที่ยวใจจะขาดแล้ว 

หลังจากบอกให้สมาชิกอดใจรอทริปท่องเที่ยวทริปใหม่มาเป็นระยะเวลานานนับปีจนกระทั่งมาถึงวันนี้ เราก็ได้พบว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่ยืนยันว่าปลอดภัยไร้โรคโควิด-19 และพร้อมรองรับให้พวกเราไปเยือนเราจึงตัดสินใจจะไปเที่ยวเกาะสมุยด้วยกันโดยไปเที่ยวกันภายในเดือนตุลาคมนี้   

คำตอบเบื้องต้นคือ คาดว่าจะไปเที่ยวเกาะสมุยกันภายในเดือนตุลาคมนี้ เหตุที่ต้องไปสมุยในช่วงนี้ เพราะสมุยจะปลอดโปร่งโล่งจากฝนฟ้า หลายคนรู้ดีว่าเมื่อหน้าหนาวมาเยือนกรุงเทพฯ เกาะสมุยก็จะชุกไปด้วยเม็ดฝนที่ตกลงมาเกือบทุกวัน ซึ่งนับเป็นช่วง Low Season ของเกาะสมุย แต่หากไปภายในเดือนตุลาคม ก็ยังมีโอกาสเจอะเจอฝนไม่มากนัก 

ถามว่าไปสมุยแล้วไปพักที่ไหน ตอบว่าพักที่ The Pavillion หาดละไม โรงแรมน่ารัก เจ้าของอัธยาศัยดีมาก หาดทรายที่ละไมยาวสุดลูกหูลูกตา น้ำทะเลสะอาด และที่สำคัญคือในระยะนี้ผู้คนที่เป็นนักท่องเที่ยวยังไม่พลุกพล่านหนาแน่นมากนัก เรียกได้ว่าหาดแสนสวยจึงกลายเป็นเสมือนหาดส่วนตัวของเราไปโดยปริยาย 

ถามว่าไปนอนที่สมุยกี่คืนดี ตอบว่า นอนบนสมุย 2 คืน แล้วนอนบนฝั่งสุราษฎร์ธานี 1 คืน สรุปว่ารวมสามคืน นับว่าเป็นระยะเวลาที่พอเหมาะพอสมกำลังดี เพราะหากนอนบนสมุยเพียงคืนเดียวก็จะสั้นไป ทำให้เที่ยวสมุยไม่อิ่มใจ หากอยู่บนสมุยมากกว่า 2 คืน ก็อาจจะเบื่อหน่าย เพราะสมุยมีที่เที่ยวบนเกาะไม่มากนัก ดังนั้นจึงตัดสินใจอยู่บนสมุยสองคืน แล้วอยู่บนฝั่งสุราษฎร์ฯ หนึ่งคืน  

ทริปนี้รับสมาชิก 12 คนเท่านั้นครับ ตั้งใจจะเดินทางช่วงวันที่ 18-20 ตุลาคมนี้หากคุณสนใจร่วมทริปแสนวิเศษ แสนสนุกแสนสบาย แสนเป็นกันเอง แล้วได้อิ่มเอมกับอาหารรสชาติแสนอร่อย สด สะอาด ถูกสุขลักษณะโปรดติดต่อ 091-7233615 ครับ 

ไปสมุยกันนะครับ รับรองคุณจะมีความสุขและสบายใจ

ตะลอนเที่ยว : หาบ้านอบอุ่นให้โคกระบือ รอผู้ใจบุญรับเลี้ยงอุปการะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603018

ตะลอนเที่ยว : หาบ้านอบอุ่นให้โคกระบือ รอผู้ใจบุญรับเลี้ยงอุปการะ

ตะลอนเที่ยว : หาบ้านอบอุ่นให้โคกระบือ รอผู้ใจบุญรับเลี้ยงอุปการะ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การทำบุญทำกุศลในแต่ละครั้งมักจะมีความไม่ราบรื่นเกิดขึ้นบ้าง แต่ถึงกระนั้น ผู้มีจิตกุศลที่ตั้งใจแน่วแน่แล้ว ก็ไม่เคยล้มเลิกการกระทำความดี และทำการกุศลทั้งปวง โดยถือทำนองว่า มารไม่มี บารมีไม่เกิด 

ฉันใด ก็ฉันนั้น การทำโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือโดยหนังสือพิมพ์แนวหน้าก็เช่นกัน แม้จะทำโครงการนี้มาตั้งแต่ต้นปี 2557 จวบจนปัจจุบัน ก็ยังคงมีปัญหาและอุปสรรคให้แก้ไขเป็นระยะๆ แต่ถึงกระนั้นผู้ร่วมทำโครงการนี้ (คือหนังสือพิมพ์แนวหน้าและผู้อ่านแนวหน้า) ก็ไม่เคยคิดล้มเลิกโครงการนี้ เพราะเมื่อคิดใคร่ครวญดีแล้ว ก็พบว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์มากกว่าโทษ เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ได้ช่วยให้โคกระบือกว่าร้อยชีวิตรอดพ้นการถูกฆ่าในโรงฆ่าสัตว์ และที่มากกว่านั้นคือนับตั้งแต่ทำโครงการนี้มาจนถึงทุกวันนี้ เราได้ลูกโคกระบือมาแล้วมากถึง 23 ตัว 

ขอเรียนย้ำให้คุณผู้อ่านแนวหน้าทราบว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการนี้มาจวบจนปัจจุบัน เราทุกคนร่วมกันไถ่ชีวิตโคกระบือมาแล้ว 105 ตัว โดยแรกเริ่มนั้นก็ไถ่ชีวิตครั้งละ3-5 ตัว แล้วหลังจากนั้นก็ไถ่ชีวิตได้ครั้งละมากขึ้น เช่น 7-15 ตัว จนกระทั่งล่าสุดเมื่อต้นปี 2562 สามารถไถ่ชีวิตได้ภายในครั้งเดียวเป็นจำนวน 37 ชีวิต โดยไถ่จากโรงฆ่าสัตว์ในจังหวัดเชียงราย 33 ชีวิต และไถ่จากชาวบ้านที่กำลังจะนำโคกระบือไปขายโรงฆ่าสัตว์อีก 4 ชีวิต โดยโคกระบือทั้งหมดกระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ ดังนี้ สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ชลบุรี นครปฐม ขอนแก่น และเชียงราย  

โคกระบือบางตัวตั้งท้อง โคกระบือบางตัวมีลูกอ่อนอายุ 3-5 เดือน พวกเราที่ร่วมทำโครงการนี้ตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องไถ่ชีวิตโคกระบือท้อง และโคกระบือแม่ลูกอ่อนออกมาก่อน แต่ถ้าหากมีเงินมากเพียงพอก็จะไถ่ชีวิตพวกเขาออกมาให้มากที่สุด แม้เราจะรู้ดีว่าการไถ่ชีวิตพวกเขาออกมาก็ไม่ได้ทำให้การฆ่าพวกเขาเพื่อเป็นอาหารสำหรับคนจะหมดสิ้นไปจากสังคมไทย แต่เราก็ยึดถือแนวคิดว่า ช่วยได้เท่าที่ช่วย ช่วยได้เพียงเล็กน้อย ก็ดีกว่าไม่ช่วยเหลือ และเราก็ชวนเชิญกันให้เราทุกคนไม่บริโภคเนื้อสัตว์ใหญ่ทุกชนิด และหากใครสามารถวิรัติ (งดเว้น) การบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิดได้ ก็จะขอร่วมอนุโมทนาบุญด้วย  

สำหรับเรื่องราวสำคัญของสัปดาห์นี้ที่อยากจะเรียนให้คุณทราบคือ มีครอบครัวหนึ่งที่รับกระบือไปเลี้ยงดู (ครอบครัวนี้อยู่เชียงราย) โดยเลี้ยงดูมาประมาณเกือบ 3 ปี แต่มาระยะหลังผู้เลี้ยงดูรายหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ทำให้เลี้ยงดูกระบือได้ไม่ดีเท่าที่ควร (แรกเริ่มได้รับกระบือไป 2 ชีวิต แล้วต่อมาตกลูกอีก  2 ชีวิต) กระบือมีชื่อว่า บุญหลาย (เพศเมีย) โชคดี (เพศผู้) มีเงิน และนำโชค สองตัวหลังเป็นเพศผู้ ผู้รับเลี้ยงเดิมต้องการจะหาบ้านใหม่ให้กระบือฝูงนี้ จึงถามกลับมายังผู้ทำโครงการว่า มีคำแนะนำอย่างไรบ้างสำหรับการหาบ้านใหม่ให้กระบือ ซึ่งล่าสุดก็กำลังสรรหาผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะรับกระบือสี่ชีวิตนี้ไปเลี้ยงดูสำหรับเงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้รับไปเลี้ยงดูก็คือ ต้องไม่ฆ่า ไม่ขายโคกระบือที่ได้รับไปเป็นอันขาด และไม่ฆ่าไม่ขายลูกของโคกระบือให้ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ทำโครงการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน สำหรับการฆ่านั้น ไม่มีการอนุญาตอย่างเด็ดขาด ส่วนการขายต่อนั้น หากมีคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมพยานอีก 3 คน ว่าไม่ได้ขายเพื่อทำเป็นอาหาร ก็อาจจะอนุญาต แต่ต้องมีการยืนยันอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ซื้อเช่นกันว่าไม่ฆ่าเขาเพื่อทำเป็นอาหารอย่างเด็ดขาด 

กลับมาที่ประเด็นกระบือฝูงนี้ ขอแจ้งให้คุณที่ต้องการจะรับกระบือไปอุปการะโปรดติดต่อผู้ทำโครงการคือหนังสือพิมพ์แนวหน้า ที่หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างกัน ขอเรียนย้ำว่ากระบืออยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ดังนั้นผู้ที่สนใจรับไปอุปการะต่อก็น่าจะมีภูมิลำเนาไม่ไกลจากเชียงรายมากนัก เพื่อไม่ต้องเสียค่าขนส่งในราคาที่แพงเกินความจำเป็น  

หากคุณมั่นใจว่าสามารถรับไปอุปการะได้ โปรดติดต่อ 091-7233615 ภายในวันที่ 24 กันยายน 2564 หลายคนที่ดูคอลัมน์อาจถามว่าในภาพที่นำมาประกอบนั้นมีวัวด้วย จะบริจาควัวด้วยหรือ ขอเรียนว่าไม่บริจาควัว เพราะผู้เลี้ยงรายเดิมยังคงตั้งใจเลี้ยงดูอย่างดีต่อไป