ตะลอนเที่ยว : พระราชวังกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร พระราชวังของพระมหาราชผู้ทรงกอบกู้เอกราชให้คนไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541348

ตะลอนเที่ยว : พระราชวังกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร พระราชวังของพระมหาราชผู้ทรงกอบกู้เอกราชให้คนไทย

ตะลอนเที่ยว : พระราชวังกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร พระราชวังของพระมหาราชผู้ทรงกอบกู้เอกราชให้คนไทย

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว คือ พระนามของพระมหากษัตริย์แห่งยุคกรุงธนบุรีเพียงพระองค์เดียวที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักในพระนามสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี อย่างไรก็ดี ในภายหลังสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงวินิจฉัยตามหลักฐานที่ปรากฏ โดยทรงระบุว่า พระนามที่แท้จริงของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีควรจะเป็น สมเด็จพระเอกาทศรถ คือพระนามพระมหากษัตริย์ตั้งแต่สมัยพระเจ้าทรงธรรม ทรงใช้สืบต่อกันมา รวมถึงพระเจ้ากรุงธนบุรีด้วย ดังที่ปรากฏพระราชโองการตั้งเจ้านครศรีธรรมราช (อ้างอิงจาก https://www.silpa-mag.com/history/article_5171)  

วันที่ 28 ธันวาคม คือวันที่รัฐบาลไทยประกาศเป็นวันสำคัญแห่งชาติ เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษกของพระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม2310 และในปี 2563 ก็นับเป็นปีที่ 253 ปีแห่งการสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี และเป็นวันขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระมหาราชพระองค์นี้ 

Mr.Flower จึงขอเชิญชวนคุณผู้อ่านไปกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ณ พระราชวังกรุงธนบุรี หรือที่คนทั่วไปเรียกกันสั้นๆ ว่าพระราชวังเดิม  

ตามปกติแล้วการจะเข้าไปในเขตพระราชวังกรุงธนบุรี จะต้องอนุญาตกองทัพเรือล่วงหน้าเป็นระยะเวลาอย่างน้อย1-2 สัปดาห์ เพราะเป็นสถานที่ราชการ และเป็นที่ทำงานของกองทัพเรือ แต่ในระยะหลังๆ มานี้ เมื่อถึงช่วงประมาณกลางเดือนธันวาคมของทุกปี กองทัพเรืออนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และเข้าชมเขตพระราชวังเดิมได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเป็นรายคณะหรือรายบุคคล โดยปีนี้ได้เปิดให้ประชาชนเข้าในเขตพระราชวังกรุงธนบุรีได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ตั้งแต่วันที่ 14 ถึง 28 ธันวาคม 2563 โดยผู้รับผิดชอบการเข้าชมคือมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานภายใน และกองบัญชาการกองทัพเรือ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.30 น.  

โบราณสถานสำคัญในเขตพระราชวังกรุงธนบุรีที่ยังปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบันคือ ท้องพระโรง พระที่นั่งขวาง ภายในพระราชวังเดิมมีโบราณสถานที่สำคัญมากมาย ได้แก่ท้องพระโรง, พระที่นั่งขวาง, ตำหนักเก๋งคู่, พระตำหนักเก๋งของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว, ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, อาคารเรือนเขียว, ศาลศีรษะปลาวาฬ และป้อมวิไชยประสิทธิ์ (สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เดิมป้อมนี้ชื่อว่าป้อมวิไชยเยนทร์) และซุ้มประตูทางเข้าเขตพระราชวังเดิม 

พระราชวังกรุงธนบุรีคือพระราชวังหลวงในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงบริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้พระราชวังเดิมยังเป็นสถานที่สำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ด้วย เนื่องจากเป็นสถานที่พระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ไทยในพระราชจักรีวงศ์หลายพระองค์ คือพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นที่ประสูติและที่ประทับของเจ้านายชั้นสูงอีกหลายพระองค์ 

พระราชวังเดิมแห่งนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือแห่งแรกของสยามประเทศด้วย 

Mr.Flower ขอเชิญชวนคุณผู้อ่านไปกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และเที่ยวชมภายในเขตพระราชวังเดิม แต่ถ้าหากคุณผู้อ่านยังไม่สามารถไปได้ภายในวันที่ 28 ธันวาคม 2563Mr.Flower ขอเรียนให้ทราบว่าช่วงเวลาประมาณกลางเดือนมกราคม 2564 คณะของเราจะจัดทริปท่องเที่ยววัดสำคัญ ณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพฯและวัดสำคัญในคลองบางกอกใหญ่ และจะพาคุณเข้าไปชมพระราชวังเดิมด้วย หากสนใจร่วมทริปกับเรา โปรดติดต่อ091-7233615

พระราชวังกรุงธนบุรีพระราชวังกรุงธนบุรี

ตะลอนเที่ยว : ม่วนซื่น นครพนม มุกดาหาร และสุรินทร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ตะลอนเที่ยว : ม่วนซื่น นครพนม มุกดาหาร และสุรินทร์ (naewna.com)

ตะลอนเที่ยว : ม่วนซื่น นครพนม มุกดาหาร และสุรินทร์

ตะลอนเที่ยว : ม่วนซื่น นครพนม มุกดาหาร และสุรินทร์

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ตะลอนเที่ยวสัปดาห์นี้ Mr. Flower ยังคงพาคุณตระเวนเที่ยวอย่างสนุกสนานและได้ความรู้เชิงศิลปวัฒนธรรมในหลายจังหวัดของเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสานต่อจากสัปดาห์ก่อน โดยสัปดาห์นี้เราไปเที่ยวนครพนม มุกดาหาร และสุรินทร์  

เมื่อพูดถึงจังหวัดนครพนมแล้ว สิ่งสำคัญอันดับแรกของผู้นับถือพุทธศาสนาที่จะต้องกระทำเมื่อไปถึงนครพนมคือไปกราบนมัสการพระธาตุพนม ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พุทธสถานอันแสนศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของภาคอีสาน พระบรมธาตุองค์นี้แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของพุทธศาสนามาตั้งแต่เมื่อครั้งโบราณ โดยมีคำจารึกว่าพระบรมธาตุนี้ก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรเมื่อประมาณ พ.ศ. 8 และมีความเชื่อสืบต่อกันว่าพระธาตุพระพนมคือพระธาตุประจำปีนักษัตรคือปีวอก และประจำวันอาทิตย์ มีหลักฐานจารึกด้วยว่าพระบรมธาตุองค์นี้เป็นที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุ (พระบรมสารีริกธาตุส่วนหน้าอก) นอกจากพุทธศาสนิกชนชาวไทยจะให้ความเคารพสักการะพระบรมธาตุองค์นี้อย่างมากแล้ว พี่น้องชาวลาวที่นับถือพุทธศาสนาก็ยังให้ความเคารพสักการะพระธาตุพนมอย่างมากเช่นกัน ดังนั้นจึงมีพี่น้องชาวลาวเดินทางไปกราบสักการะพระธาตุพนมเป็นประจำตลอดเวลา (ยกเว้นในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อาจจะทำให้พี่น้องชาวลาวเข้ามากราบสักการะพระบรมธาตุน้อยกว่าช่วงปกติ) 

และสถานที่ต่อไปที่จะนำคุณไปท่องเที่ยวและกราบนมัสการพระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่มหึมาที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาคือ วัดภูมโนรมย์ จังหวัดมุกดาหาร สิ่งสำคัญของวัดแห่งนี้คือรอยพระพุทธบาทจำลอง และพระพุทธรูปองค์สีขาวขนาดใหญ่มหึมา ชื่อพระเจ้าใหญ่แก้วมุกดาศรีไตรรัตน์ ประดิษฐานอยู่บนภูเขาริมแม่น้ำโขง และยังมีพญานาคขนาดใหญ่มหึมาชื่อพญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช อยู่ที่เชิงเขาลดหลั่นจากองค์พระพุทธรูปลงมา ณ บนยอดเขาแห่งนี้จะมองเห็นตัวเมืองมุกดาหารได้ในมุมสูงและมุมกว้าง รวมถึงยังมองเห็นเมืองสะหวันนะเขต ของประเทศลาวด้วย  

และจังหวัดต่อไปที่คณะของเราแวะพักค้างคืนและแวะท่องเที่ยวคือจังหวัดสุรินทร์ (อันที่จริงมีบางจังหวัดที่คณะของเราแวะพักรถและแวะรับประทานขนมอร่อยๆ เป็นช่วงเวลาสั้นๆ คือยโสธร) แม้ในทริปนี้คณะของเราไม่ได้ไปแวะชมปราสาทหินต่างๆ ในเขตจังหวัดสุรินทร์ แต่ได้ไปกราบนมัสการศาลพระหลักเมือง ประจำจังหวัดสุรินทร์แล้วแวะไปชมหมู่บ้านทอผ้าไหมของสุรินทร์ โดยทุกคนต่างได้ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนด้วยการซื้อหาผ้าไหมที่แสนงดงามกลับไปเป็นของขวัญให้กับตนเอง และเป็นของขวัญของฝากให้กับคนที่รักใคร่นับถือด้วย 

วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร

แต่สำหรับรูปภาพที่นำมาประกอบคอลัมน์ในสัปดาห์นี้จะเน้นเพียงพระธาตุพนม วัดภูมโนรมย์ และศาลพระหลักเมืองสุรินทร์เท่านั้น ส่วนภาพความงดงามของการทอผ้าไหมที่จังหวัดสุรินทร์นั้น จะขอนำมาฝากคุณผู้อ่านในสัปดาห์หน้า เพราะต้องการนำเสนอความงามของผ้าไหมที่ผ่านการทอเป็นพิเศษ ให้คุณๆ ได้เห็นในเกือบทุกขั้นตอน จนออกมาเป็นผ้าไหมแสนวิจิตรของจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งได้รับการคัดเลือกผ้าไหมสุรินทร์ไปสำหรับใช้ตัดเย็บชุดสำหรับตัวละครตัวพระและตัวนางในการแสดงรามเกียรติ์ โขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เป็นประจำทุกปี   

สำหรับคุณๆ ที่ติดตามคอลัมน์ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower แล้วมีความต้องการจะร่วมท่องเที่ยวกับเรา โดยเน้นการท่องเที่ยวแบบละมุนละไม ไม่รีบไม่ร้อน ไปเที่ยวแบบเนิบนาบแช่มช้อย เน้นเจาะลึกด้านศิลปวัฒนธรรม เน้นการกินอาหารที่อร่อย สะอาดถูกสุขลักษณะ และเน้นการท่องเที่ยวแบบกลุ่มเล็กๆที่มีสมาชิกร่วมเดินทางแต่ละครั้งประมาณ 10-12 คน โปรดติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ 091 7233615  

และขอเรียนให้ทราบว่าช่วงส่งท้ายปีเก่า พ.ศ. 2563 ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. 2564 เราจัดทริปล่องเรือท่องเจ้าพระยาไหว้พระตามวัดสำคัญและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร หากคุณสนใจร่วมทริป กรุณาติดต่อหมายเลขโทร.091 7233615

วัดภูมโนรมย์ มุกดาหารวัดภูมโนรมย์ มุกดาหาร

ศาลพระหลักเมือง จังหวัดสุรินทร์ศาลพระหลักเมือง จังหวัดสุรินทร์

ตะลอนเที่ยว : ม่วนซื่น ทริปอีสานสุขใจ ไหว้พระทำบุญ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ตะลอนเที่ยว : ม่วนซื่น ทริปอีสานสุขใจ ไหว้พระทำบุญ (naewna.com)

ตะลอนเที่ยว : ม่วนซื่น ทริปอีสานสุขใจ ไหว้พระทำบุญ

ตะลอนเที่ยว : ม่วนซื่น ทริปอีสานสุขใจ ไหว้พระทำบุญ

วันอาทิตย์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Mr. Flower เพิ่งพากลุ่มผู้อ่านแนวหน้า และผู้ฟังรายการ Good Time (สถานีวิทยุจุฬาฯ FM 101.5จันทร์ถึงศุกร์ เวลา 20.35-22.00 น.) ไปท่องเที่ยวใน 5-6 จังหวัดภาคอีสาน เมื่อต้นเดือนธันวาคมโดยไปที่ชัยภูมิ ขอนแก่น สกลนคร นครพนม มุกดาหารและสุรินทร์ (ทั้งนี้ไม่นับจังหวัดรายทางอีกหลายจังหวัดที่ขับรถยนต์ผ่าน แล้วได้แวะเที่ยว แวะซื้อของแวะรับประทานอาหารเป็นระยะเวลาไม่นานนัก) 

ขอบอกว่าช่วงที่ไปเที่ยวนั้น เป็นช่วงเวลาที่อากาศดีมาก เพราะมีลมหนาวพัดมาต้องผิวกายตลอดเวลาคนที่ชื่นชอบอากาศหนาวต่างมีความสุข และบอกตรงกันว่าอยากให้เมืองไทยมีอากาศเช่นนี้สัก 6 เดือนต่อปี (แล้วก็หัวเราะชอบใจ เพราะบอกว่าขอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้) 

จุดแรกที่คณะของเราไปแวะทำบุญและกราบนมัสการพระคือ วัดป่าสุคะโต อำเภอแก้งคร้อจังหวัดชัยภูมิ วัดแห่งนี้เป็นวัดป่า ไม่เน้นการปลูกสร้างอาคารใหญ่โต แต่เน้นการอยู่กับต้นไม้ อยู่กับธรรมชาติ เน้นการวิปัสสนา เจริญสติ หลายคนคงรู้จักวัดนี้เพราะพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล เนื่องจากชื่นชอบการเทศนาธรรมด้วยภาษาที่เรียบง่ายเข้าใจง่ายของท่าน วัดป่าสุคะโตเป็นวัดที่ไม่เน้นการตั้งตู้รับบริจาคเงิน สมาชิกหลายรายต้องเดินไปถามคุณแม่ชีในวัดว่าจะสามารถบริจาคเงินได้ที่ไหนบ้าง เพราะหลายคนเดินหาตู้รับบริจาคไม่พบ 

เมื่อออกจากวัดป่าสุคะโต คณะก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดขอนแก่น แล้วแวะกราบนมัสการ พระมหาธาตุแก่นนครหรือพระธาตุหนองแวง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งอยู่ใกล้กับบึงแก่นนคร แล้วไปกราบนมัสการศาลพระหลักเมือง ประจำจังหวัดขอนแก่น โดยคืนแรกคณะพักที่ขอนแก่น 

ศาลหลักเมืองขอนแก่น

วันรุ่งขึ้นคณะออกเดินทางไปจังหวัดสกลนครแวะกราบนมัสการรูปเหมือนหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่วัดป่าบ้านหนองผือ หรือวัดป่าภูริทัตตถิราวาส สมาชิกในคณะหลายคนทำบุญทำทานบริจาคเงิน และนั่งสมาธิเดินจงกรม เป็นระยะเวลา 10-15 นาที ทุกคนบอกตรงกันว่าเมื่อได้เห็นกุฏิที่พระอาจารย์มั่นเคยจำพรรษามาแล้ว บอกได้คำเดียวว่าความเรียบง่ายคือสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตของมนุษย์หลุดพ้นจากความว้าวุ่นทั้งปวง การได้อยู่กับธรรมชาติ คือการทำให้ชีวิตมีความสงบสุข จากนั้นคณะเดินทางต่อไปเพื่อชมบริเวณรอบนอก พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ แล้วมุ่งหน้าไปวัด พระธาตุเชิงชุมวรวิหาร เพื่อกราบนมัสการพระธาตุคู่เมืองสกลนคร  

พระธาตุเชิงชุมวรวิหารแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าสี่พระองค์คือ พระกกุสันโธพระโกนาคม พระกัสสปะ และสมเด็จพระพุทธโคดม(พระพุทธเจ้าในยุคปัจจุบัน) 

อันที่จริงทริปม่วนซื่นอีสานยังไม่จบลง ณ จังหวัดสกลนคร เพราะคณะของเรายังไปท่องเที่ยว ไหว้พระทำบุญทำทานกันอีกหลายจังหวัด แต่พื้นที่สำหรับคุยกับคุณในสัปดาห์นี้หมดลงแล้ว จึงจะขอมาคุยกับคุณถึงความม่วนซื่นของทริปอีสานต่อในสัปดาห์หน้า 

แต่ถ้าหากคุณๆ มีความสนใจอยากไปร่วมทริปที่เน้นการท่องเที่ยวแบบละมุนละไม เน้นการท่องเที่ยวเชิงโบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม ขนบประเพณีท้องถิ่นเน้นการไหว้พระทำบุญ และเน้นการท่องเที่ยวด้วยกันโดยมีสมาชิกเพียงกลุ่มเล็กๆ โปรดติดต่อ Mr. Flowerที่หมายเลข 091-7233615  

และช่วงปีใหม่นี้เรามีทริปไหว้พระวัดสำคัญในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และทริปล่องเรือไหว้พระวัดสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา และลำคลองบางกอกใหญ่ในกรุงเทพฯ ด้วย หากสนใจร่วมทริปด้วยกัน โปรดติดต่อ 091-7233615

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต สกลนครพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต สกลนคร

วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร สกลนครวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร สกลนคร

ตะลอนเที่ยว : วัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง งดงามวิจิตรอลังการ เมื่อได้ยลในยามคํ่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ตะลอนเที่ยว : วัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง งดงามวิจิตรอลังการ เมื่อได้ยลในยามคํ่า (naewna.com)

ตะลอนเที่ยว : วัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง  งดงามวิจิตรอลังการ เมื่อได้ยลในยามคํ่า

ตะลอนเที่ยว : วัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง งดงามวิจิตรอลังการ เมื่อได้ยลในยามคํ่า

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ใกล้จะเข้าสู่ปีพุทธศักราชใหม่แล้ว คือ ปีพุทธศักราช2564 ในโอกาสสำคัญเช่นนี้ คนไทยโดยเฉพาะชาวพุทธ ก็มักนิยมไปทำบุญ ทำทาน และกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตของตนเอง ส่วนคนไทยที่นับถือศาสนาอื่นๆ ก็มักจะไปทำกิจพิธีทางศาสนาตามที่แต่ละคนนับถือ  

สถานที่สำคัญอันดับต้นๆ ของคนไทยผู้นับถือพุทธศาสนา และคนไทยที่นับถือศาสนาอื่น รวมถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทยคือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ววัดประจำพระบรมมหาราชวัง หรือวังหลวงของกรุงรัตนโกสินทร์ 

ที่ผ่านมาทุกปี เราจะพบว่ามีคนไทยจำนวนมากมายไปกราบนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกตในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เพื่อขอพรให้มีชีวิตรุ่งเรืองสดใส มีความเจริญก้าวหน้า โดยคนจำนวนมากจะไปกราบนมัสการในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม และจะมีคนจำนวนมากเช่นกันที่ไปกราบพระแก้วมรกตในวันสิ้นปีที่ต่อเนื่องกับวันเริ่มต้นปีใหม่ แต่จะต้องกราบนมัสการอยู่ภายนอกพระกำแพงวัด  

แต่สำหรับปีนี้ นับได้ว่าคนไทยมีความโชคดีมากเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้เปิดวัดพระแก้วในยามค่ำ ตั้งแต่วันที่ 1-6 ธันวาคม 2563 เวลา 16.30-21.30 น. เพื่อให้ชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถเข้ากราบนมัสการพระแก้วมรกตได้ เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาติและวันชาติไทย วันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งในวันดังกล่าวนั้นยังเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  

สำหรับประตูที่เปิดให้เข้ากราบนมัสการพระแก้วมรกต และชมความงดงามวิจิตรของวัดพระแก้วได้คือประตูสวัสดิโสภา ตรงข้ามกับกระทรวงกลาโหม 

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการไตรโครงการ งานวันพ่อแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2563 เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของล้นเกล้าล้นกระหม่อม รัชกาลที่ 9 นิทรรศการจัดที่บริเวณถนนสนามไชย สวนสราญรมย์ และมิวเซียมสยาม (ที่ตั้งกระทรวงพาณิชย์เดิม) 

ขอเชิญชวนคุณๆ ที่ยังไม่ได้เข้าชมความงดงามวิจิตรของวัดพระแก้วในยามค่ำคืน และยังไม่ได้เข้ากราบนมัสการขอพรพระแก้วมรกต โดยยังสามารถเข้าชมได้จนถึงเวลา 21.30 น. ของวันที่ 6 ธันวาคม 2563

ตะลอนเที่ยว : พระราชวังกรุงธนบุรี พระราชวังแห่งยุคกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ตะลอนเที่ยว : พระราชวังกรุงธนบุรี พระราชวังแห่งยุคกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร (naewna.com)

ตะลอนเที่ยว : พระราชวังกรุงธนบุรี พระราชวังแห่งยุคกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร

ตะลอนเที่ยว : พระราชวังกรุงธนบุรี พระราชวังแห่งยุคกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร คือราชธานีแห่งกรุงธนบุรี ในครั้งรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงมีพระนามเต็มว่า พระศรีสรรเพชร สมเด็จบรมธรรมิกราชาธิราชรามาธิบดี บรมจักรพรรดิศรบวรราชาบดินทร์ หริหรินทร์ธาดาธิบดี ศรีสุวิบูลย์ คุณรุจิตร ฤทธิราเมศวร บรมธรรมิกราชเดโชชัย พรหมเทพาดิเทพ ตรีภูวนาธิเบศร์ โลกเชษฏวิสุทธิ์ มกุฏประเทศคตามหาพุทธังกูร บรมนาถบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัวณ กรุงเทพมหานคร บวรทวาราวดีศรีอยุธยา มหาดิลกนพรัฐ ราชธานีบุรีรมย์อุดมพระราชนิเวศมหาสถาน หรือสมเด็จพระบรมราชาที่ 4 

พระบรมมหาราชวังในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช คือพระราชวังเดิม (ชื่อเรียกตามยุคปัจจุบัน) ซึ่งเป็นที่ทำการของกองทัพเรือ สำหรับเรื่องเกี่ยวกับกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงแสดงความคิดเห็นไว้ดังนี้ “…ที่เจ้าตากลงมาตั้งเมืองธนบุรีเป็นราชธานี ครั้งนั้นเหมาะแก่ประโยชน์ทุกอย่าง ถ้าหากว่าสมเด็จพระอดีตมหาราชได้มาขับไล่เจ้าตากมิให้ตั้งอยู่ที่กรุงศรีอยุธยา ก็ขับไล่ด้วยไมตรีจิต ตักเตือนมิให้พลาดพลั้งไปด้วยเห็นแก่เกียรติยศ เพราะกรุงศรีอยุธยาถึงเป็นที่มีชัยภูมิด้วยลําน้ำล้อมรอบ และเป็นเมืองมีป้อมปราการมั่นคงก็จริง แต่รี้พลของเจ้าตากที่มีอยู่ไม่พอจะรักษากรุงศรีอยุธยาต่อสู้ข้าศึก และขณะนั้นศัตรูก็ยังมีมาก ทั้งพม่าและไทยก๊กอื่นอาจจะยกมาย่ำยีในเมื่อหนึ่งเมื่อใด กรุงศรีอยุธยาอยู่ในทางที่ข้าศึกจะมาถึงได้สะดวกทั้งทางบกและทางน้ำ ถ้ามีกําลังไม่พอรักษา ขืนตั้งอยู่ที่กรุงศรีอยุธยาก็คงเป็นอันตราย การที่ลงมาตั้งอยู่เมืองธนบุรีก็ไม่ห่างไกลกับกรุงศรีอยุธยา มีอํานาจอยู่ที่เมืองธนบุรีก็เหมือนมีอํานาจอยู่ในกรุงศรีอยุธยา แต่ได้เปรียบที่เมืองธนบุรีตั้งอยู่ที่ลําน้ำลึกใกล้ทะเล แม้ข้าศึกมาทางบกไม่มีทัพเรือเป็นกําลังด้วยแล้วก็ยากที่จะมาตีเมืองธนบุรี” 

กรุงธนบุรีถูกสถาปนาเป็นราชธานีแห่งใหม่ของสยาม เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสร้างพระราชวังขึ้นทางด้านทิศใต้ของเมือง ซึ่งขนาบด้วยวัดแจ้ง (วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร) และวัดท้ายตลาด(วัดโมฬีโลกยารามราชวรวิหาร) เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2313 พระราชทานนามว่ากรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร 

ตะลอนเที่ยวสัปดาห์นี้ชวนเชิญให้คุณไปเที่ยวชมโบราณสถานสำคัญแห่งนี้ด้วยกันในวันที่ 14-28 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00-15.30 น. โดยการจัดงานและตามคำเชิญชวนของมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิมและกองบัญชาการกองทัพเรือ การจัดงานในครั้งนี้อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมโบราณสถานในเขตพระราชวังเดิมได้โดยไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้า 

ภายในพระราชวังเดิมยังคงมีโบราณสถานสำคัญดำรงคงอยู่ เช่น ท้องพระโรง พระที่นั่ง พระตำหนักเก๋งคู่ พระตำหนักเก๋งพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อาคารเรือนเขียว ศาลศีรษะวาฬ และป้อมวิไชยประสิทธิ์ ป้อมเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยา  

การเข้าชมในวันเวลาดังกล่าวนี้ อนุญาตให้คนไทยเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าเข้าชม แต่ต้องแต่งกายให้เรียบร้อยเหมาะสมเพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่ ส่วนชาวต่างชาติที่จะเข้าชมต้องมีคนไทยเป็นผู้นำเข้าไป 

การเดินทางเข้าชม แนะนำให้เดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้าใต้ดิน ลงสถานีอิสรภาพ ออกทางช่องทางที่ระบุว่า ซอยอิสรภาพ 34 แล้วเดินไปบนเส้นทางถนนอิสรภาพ จะมีป้ายบอกทางไปพระราชวังเดิม หรือสามารถนั่งรถ ขสมก. สาย 57 ลงป้ายหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ และสามารถนั่งเรือโดยสารข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา จากท่าเตียน (วันโพธิ์) ไปลงที่ท่าวัดอรุณฯแล้วเดินผ่านวัดอรุณฯ ไปยังพระราชวังเดิม (จะมีป้ายแสดงทางติดประกาศไว้) หรือนั่งเรือด่วนเจ้าพระยา ขึ้นที่ท่าวัดอรุณฯ ก็สะดวกเช่นกัน 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่มูลนิธิอนุรักษโบราณสถานในพระราชวังเดิม เบอร์โทรศัพท์02-4754117 และ 02-4727291 หรือดูในเฟซบุ๊คมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิมfacebook.com/pg/wangdermpalace

ตะลอนเที่ยว : อุทัยธานี เมืองแห่งพระปฐมบรมชนกนาถ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/531811

ตะลอนเที่ยว : อุทัยธานี เมืองแห่งพระปฐมบรมชนกนาถ

ตะลอนเที่ยว : อุทัยธานี เมืองแห่งพระปฐมบรมชนกนาถ

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เล่าถึงความน่ารัก น่าหลงใหลของเมืองอุทัยธานีให้คุณๆ ได้อ่านในคอลัมน์นี้มาแล้วหลายครั้ง แล้วก็พาผู้อ่านแนวหน้า และผู้ฟังรายการ Good Time (สถานีวิทยุจุฬาฯ FM 101.5 วันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 20.35-22.00 น.) ไปเที่ยวเมืองอุทัยฯ แล้วทุกครั้งที่พูดถึงเสน่ห์ของเมืองอุทัยฯ ก็จะมีผู้สนใจอยากไปเที่ยวอุทัยฯ กับ Mr.Flower ทุกครั้ง  

มีผู้ถามว่าอุทัยฯ มีอะไรดี ทำไมต้องไปเที่ยวอุทัยฯ ก็ต้องตอบสั้นๆ ว่า อุทัยฯ เป็นเมืองที่แสนสงบผู้คนน่ารักมาก อากาศดี ธรรมชาติงดงาม ไม่มีความวุ่นวายสับสนเหมือนเมืองใหญ่ๆ มีแหล่งโบราณสถานให้เที่ยวชม และยังมีป่าเขาลำเนาไพรที่อุดมสมบูรณ์มีงานฝีมือประจำถิ่นที่งดงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว(เช่น ผ้าทอมือบ้านไร่) และมีอาหารแสนอร่อยให้คุณรับประทาน ฯลฯ 

มีคำถามต่อไปว่า หากไปเที่ยวอุทัยฯ เพียงแค่สองวัน จะไปที่ไหนบ้าง ก็ต้องตอบว่า มีที่เที่ยวเยอะแยะมากมาย จนต้องเลือกเที่ยวเฉพาะบางแห่งบางที่เท่านั้น เพราะมีเวลาจำกัด ยกตัวอย่างที่ท่องเที่ยวที่คุณต้องไม่พลาดเมื่อไปเยือนอุทัยฯ คือ วัดสังกัสรัตนคีรี  วัดสำคัญบนยอดเขาสะแกกรัง และต้องไปกราบถวายสักการะ พระอนุสาวรีย์พระปฐมบรมชนก (พระบิดาของรัชกาลที่ 1) บนยอดเขาสะแกกรัง สาเหตุที่มี พระอนุสาวรีย์นี้ตั้งอยู่บนยอดเขาสะแกกรัง เพราะว่าท่านเป็นชาวอุทัยธานี แล้วสถานที่สำคัญที่ต้องไม่พลาดอีกแห่งคือ วัดหลวงท่าซุง (วัดจันทาราม) ที่หลายคนเรียกติดปากว่าวัดหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดที่มีสิ่งปลูกสร้างสุดอลังการ เช่น วิหารเงิน วิหารทอง วิหารนาค เป็นต้น และยังมีวัดสำคัญของเมืองอุทัยฯ อีกวัดคือวัดโบสถ์ หรือวัดอุโปสถาราม วัดเก่าแก่ที่มีประวัติว่าในหลวงรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดนี้เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้น วัดโบสถ์มีความงดงามด้วยศิลปะแบบอยุธยาตอนปลาย ส่วนในพระวิหารและพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ภาพในโบสถ์เป็นเรื่องพุทธประวัติ ส่วนในวิหารเป็นภาพพระพุทธเจ้าแสดงโปรดเหล่าเทวดาบนสรวงสวรรค์ เป็นต้น   

แต่สำหรับทริปที่ Mr.Flower พาคุณเที่ยวเมืองอุทัยฯ ทุกครั้ง เราจะไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ศูนย์ฝึกอาชีพที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อก่อสร้างศูนย์แห่งนี้ ความน่าสนใจของศูนย์วงเดือนคือ นอกจากเป็นที่ฝึกอาชีพต่างๆ เช่น อาหารและขนม โดยเฉพาะอาหารและขนมไทยที่หลายคนหลงลืมไปแล้ว แต่ทรงแนะนำให้อนุรักษ์ไว้ นอกจากอาหารและขนมแล้ว ยังมีงานฝีมืออีกสารพัดชนิด ทั้งงานช่าง งานทัก งานทอ งานปัก งานเหล็ก งานไม้ งานจักสาน งานดอกไม้สด ดนตรีไทย รำไทย ขอย้ำว่ามีสินค้าที่ชาวอุทัยฯ แสนภาคภูมิใจนำเสนอคือ ผ้าทอมือแสนวิจิตรจากอำเภอบ้านไร่ ผ้าทอมือบ้านไร่เป็นภูมิปัญญาดั่งเดิมของชาวบ้านไร่ ที่ได้รับการสืบทอดภูมิปัญญามาจนถึงปัจจุบัน โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์เดิมไว้อย่างเหนียวแน่น แต่มีการปรับประยุกต์ให้สามารถนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ในยุคปัจจุบันได้อย่างงดงาม และก็ต้องพาคุณไปเที่ยวชมตลาดเก่าเมืองอุทัยฯ แล้วพาคุณไปตักบาตรถวายอาหารแด่พระสงฆ์ด้วย 

และยังสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ทริปนี้ต้องพาคุณไปเยี่ยมชมคือบริเวณหน้าบ้าน 905 หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า บ้านสมเด็จพระเทพรัตนฯ คนอุทัยฯ บอกตรงกันว่าบ้านหลังนี้คือขวัญและกำลังใจของชาวอุทัยฯ และชาวอุทัยฯ ก็รักบ้านหลังนี้มาก 

เราจะจัดทริปไปอุทัยฯ กัน (อีกครั้ง) ในวันที่ 28-29 พฤศจิกายนนี้ รับสมาชิกเพียง 14 ราย เดินทางด้วยรถตู้ปรับอากาศ รถออกจากสำนักงานหนังสือพิมพ์แนวหน้า เวลา 07.30 น. หากคุณสนใจร่วมทริปละมุนละไมไปกับเรา โปรดติดต่อ 091-7233615 (ขณะนี้มีที่เหลือเพียงจำนวนจำกัด)

วัดอุโปสถารามวัดอุโปสถาราม

ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์

บ้าน 905บ้าน 905ภาพตัวเมืองอุทัยธานีจากยอดเขาสะแกกรังภาพตัวเมืองอุทัยธานีจากยอดเขาสะแกกรังพระอนุสาวรีย์พระปฐมบรมชนกนาถ ณ ยอดเขาสะแกกรังพระอนุสาวรีย์พระปฐมบรมชนกนาถ ณ ยอดเขาสะแกกรัง

ตะลอนเที่ยว : เพราะหมาแมวคือเพื่อนร่วมโลกของเรา เราจึงไม่ทอดทิ้งเขา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/530353

ตะลอนเที่ยว : เพราะหมาแมวคือเพื่อนร่วมโลกของเรา เราจึงไม่ทอดทิ้งเขา

ตะลอนเที่ยว : เพราะหมาแมวคือเพื่อนร่วมโลกของเรา เราจึงไม่ทอดทิ้งเขา

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ความรักของมนุษย์ที่มอบให้แก่กันและกัน และมอบให้สรรพสัตว์ รวมถึงสรรพสิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้ ทำให้โลกของเรามีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ มีความร่มเย็นเป็นสุข  

ด้วยความเชื่อมั่นในแนวคิดข้างต้นจึงทำให้หนังสือพิมพ์แนวหน้า และคณาจารย์ สัตวแพทย์ และบุคลากรในคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มเสม็ดรีสอร์ท บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงอดีตผู้บริหารของสายการบินนกแอร์ (คุณพาที สารสิน) ห้างสรรพสินค้ายูดีทาวน์ อุดรธานี (ในกรณีที่ไปทำโครงการที่จังหวัดอุดรธานี) รวมถึงผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า และผู้ฟังรายการ Good Time(สถานีวิทยุแห่งจุฬาฯ 101.5 FM วันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา20.35-22.00 น.) จึงร่วมกันทำโครงการสัตวแพทย์จุฬาฯ ติดปีก เพื่อให้บริการสังคมด้วยการออกตระเวนทำหมันสุนัขและแมวจรจัด และมีเจ้าของ โดยโครงการนี้เริ่มมาเมื่อประมาณ10 ปีที่แล้ว และยังคงดำเนินการต่อมาจวบจนปัจจุบัน 

ล่าสุดโครงการได้ไปให้บริการสังคมที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2563 โดยตระเวนฉีดวัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำให้สุนัขและแมวบนเกาะเสม็ด โดยปีนี้ไม่มีการทำหมันให้สุนัขและแมว เนื่องจากมีอุปสรรคจากปัญหาโควิด-19 แพร่ระบาด ดังนั้นจึงต้องเลื่อนการทำงานจากเดือนพฤษภาคม ไปเป็นเดือนพฤศจิกายน

ปีนี้โครงการ ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำวัคซีนรวม และหยดยากำจัดเห็บหมัด รวมถึงตรวจรักษาโรคเบื้องต้นให้สุนัขและแมวรวมทั้งสิ้น 276 ตัว แบ่งเป็นสุนัข 126 ตัว แมว 150 ตัว และยังนำแมวที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมกลับมารักษาด้วยการผ่าตัดที่โรงพยาบาลสัตว์เล็ก จุฬาฯ อีกหนึ่งตัวด้วย 

รายชื่อผู้ร่วมโครงการ จากคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯปีนี้คือ ศ.น.สพ.ดร.รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช คณบดี คณะสัตวแพทยศาสตร์ และ รศ.น.สพ.ดร.ปิยนันท์ ทวีถาวรสวัสดิ์, ผศ.น.สพ.ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร, ผศ.น.สพ.ดร.ศุภวิวัธน์ พงษ์เลาหพันธุ์, สพ.ญ.สุวรัตน์ วดีรัตน์, สพ.ญ.ดร.ฉัตรวลีบุญธรรม, สพ.ญ.พรรธิภา บริกัปปกุล และนายสุริยาเลิศศรี (เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ) และคุณภูริภัทร เขียวบริบูรณ์ (ผู้บันทึกสถิติสัตว์ที่เข้ารับบริการ) ขอบคุณบริษัท อินเตอร์เว็ท (ประเทศไทย) จำกัด อนุเคราะห์วัคซีน และยาหยดกำจัดเห็บหมัด 

ขอขอบคุณผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกคนของกลุ่มเสม็ดรีสอร์ท ที่ให้ความอนุเคราะห์ที่พักแสนสบาย อาหารยอดอร่อย พาหนะบนเกาะเสม็ด และช่วยประชาสัมพันธ์โครงการให้ชาวเกาะเสม็ดรับทราบจนทำให้โครงการนี้เป็นที่กล่าวยกย่อง และเป็นที่รอคอยของชาวเกาะเสม็ดและชาวเพ มาเป็นเวลายาวนานเกือบ 10 ปี  

ขอบคุณบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) อนุเคราะห์พาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และพนักงานขับรถยนต์ สำหรับเดินทางจากคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ ไปยังบ้านเพ ระยอง ขอบคุณนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเสม็ดและเจ้าหน้าที่ อบต.เกาะเสม็ด ขอบคุณผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า และผู้ฟังรายการวิทยุ Good Time ที่ให้กำลังใจมาโดยตลอด และขอบคุณทุกคนบนโลกใบนี้ที่มอบความรักและความเมตตาให้กับสรรพสัตว์ที่เป็นเพื่อนร่วมโลกของเรา หากคุณๆ สนใจโครงการนี้โปรดติดต่อสอบถามได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 091-7233615หากคุณสนใจร่วมบริจาคสมทบโครงการ โปรดติดต่อที่โทรศัพท์หมายเลขเดียวกัน หรือติดต่อโดยตรงที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ  

เพราะโลกเรามีความรักให้กันและกัน โลกเราจึงน่าอยู่และร่มเย็นเป็นสุข

ตะลอนเที่ยว : ไปอุทัยฯ ไม่ต้องอุทธรณ์ คํ่าแล้วก็นอน ที่เมืองอุทัยฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/528818

ตะลอนเที่ยว : ไปอุทัยฯ ไม่ต้องอุทธรณ์ คํ่าแล้วก็นอน ที่เมืองอุทัยฯ

ตะลอนเที่ยว : ไปอุทัยฯ ไม่ต้องอุทธรณ์ คํ่าแล้วก็นอน ที่เมืองอุทัยฯ

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เป็นอันยืนยันมั่นเหมาะชัดเจนแล้วว่า พวกเราจะไปเที่ยวเมืองอุทัยธานี เมืองแห่งสายน้ำสะแกกรัง เมืองของบ้าน 905 เมืองแห่งความสงบร่มรื่น และเมืองที่ยังคงมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีสิงสาราสัตว์มากมายในป่าเขา และเมืองที่มีความสุขการจัดบรรยายได้หมดภายในเวลาอันรวดเร็ว

พวกเราตั้งใจจะไปเที่ยวอุทัยธานีเป็นครั้งที่ 6 ภายในเวลา 3 เดือน โดยคลิปล่าสุดที่พวกเรากำลังจะไปเยือนเมืองอุทัยธานี คือช่วงสัปดาห์ที่สามของเดือนพฤศจิกายน

ทริปล่าสุดนี้เราตั้งใจจะไปนอนนับดาว ฟังเสียงน้ำไหลเรื่อยในลำน้ำ โดยจะนอนพักบนแพในลำน้ำสะแกกรัง

แล้วพาสมาชิกกลุ่มเล็กๆ ไปไหว้พระ ทำบุญ และกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยตรง เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจและบอกกล่าวกับเพื่อนคนไทยด้วยกันว่าในยามที่บ้านเมืองของเรายังไม่สามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ แต่เราคนไทยด้วยกันก็พร้อมให้ความช่วยเหลือกันและกัน ให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤติไปได้ด้วยกัน

สำหรับสถานที่ซึ่งจะพาคุณผู้ร่วมทริปไปท่องเที่ยว ได้แก่ วัดอุโบสถาราม วัดสังกัสรัตนคีรีพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งบรมราชจักรีวงศ์ซึ่งประดิษฐานอยู่บนเขาแก้ว หรือเขาสะแกกรังในปัจจุบัน แล้วพาคุณไปชมหมุดแผนที่โลกบนเขาสะแกกรัง (เป็นหมุดที่สองในทวีปเอเชีย) แล้วที่พลาดไม่ได้คือการได้ชมบ้าน 905 ซึ่งเป็นบ้านที่ชาวอุทัยธานีบอกตรงกันว่าเป็นเสมือนมิ่งขวัญอย่างหนึ่งของชาวอุทัยธานีในยุคปัจจุบัน แล้วที่พลาดไม่ได้อีกแห่งหนึ่งคือการได้ไปชมและซื้อหาสินค้าฝีมือดีจากศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ศูนย์ฝึกอาชีพสารพัดอาชีพซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อก่อตั้งศูนย์วงเดือนแห่งนี้ ขออนุญาตกระซิบว่าสินค้าที่จัดจำหน่ายอยู่ในศูนย์วงเดือนมาจากฝีมือของชาวอุทัยธานีทั้งสิ้น โดยเฉพาะผ้าทอฝีมือวิจิตรจากอำเภอบ้านไร่

ถ้าหากคุณสนใจร่วมทริป สุดพิเศษกับ Mr.Flower กรุณาติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615 ขอเรียนย้ำว่ารับสมาชิกเพียง 14 รายเท่านั้น

ตะลอนเที่ยว : ชวนเที่ยว พาชมเมืองแห่งสายนํ้าและทะเล ในยามลมหนาวโชยมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/527248

ตะลอนเที่ยว : ชวนเที่ยว พาชมเมืองแห่งสายนํ้าและทะเล ในยามลมหนาวโชยมา

ตะลอนเที่ยว : ชวนเที่ยว พาชมเมืองแห่งสายนํ้าและทะเล ในยามลมหนาวโชยมา

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ห่วงเวลาช่วงนี้ เป็นช่วงฝนกำลังจะสั่งฟ้า เพราะเข้าสู่ปลายฝนต้นหนาวแล้ว ดังนั้นหากคุณตื่นขึ้นมาในเวลาเช้าตรู่ แล้วเดินออกไปนอกบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่เปิดโล่ง คุณจะได้รับลมหนาวอ่อนๆ โชยมาสัมผัสผิวคุณโดยที่คุณสามารถรับรู้ได้เป็นอย่างดี นั่นก็หมายความว่าช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวในประเทศไทยเริ่มขึ้นแล้ว
เพราะคนไทยจำนวนไม่น้อยนิยมท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาว เนื่องจากต้องการได้รับไอเย็นจากธรรมชาติ

วันนี้ Mr.Flower จะชวนคุณไปรับลมหนาวอ่อนๆ ในสถานที่ต่างๆ สามแห่งด้วยกันคือ ริมแม่น้ำสะแกกรัง อุทัยธานี ริมแม่น้ำท่าจีน นครปฐม และริมทะเลชะอำ เพชรบุรี 

หลายคนไม่ปฏิเสธว่า เวลาลมหนาวโชยมาอ่อนๆ ในยามที่เราอยู่ริมน้ำ เราจะรับรู้ถึงความอ่อนละมุนของธรรมชาติได้อย่างชัดเจน เราสามารถเห็นระลอกคลื่นพลิ้วไหวบนสายน้ำ และเห็นคลื่นทะเลระลอกแล้วระลอกเล่าพัดเข้าหาฝั่งตลอดเวลา นับเป็นความงามบนความสงบอันเกิดจากธรรมชาติโดยแท้ หลายคนบอกว่าชอบนั่งชายทะเลในยามมีลมหนาวอ่อนๆ พัดมาต้องผิวกาย เพราะได้รับไอเย็นผสมกับไอทะเล ส่วนคนที่นั่งริมชายฝั่งแม่น้ำก็บอกไม่ต่างกันว่า ลมหนาวที่พัดมาต้องผิวกายในยามนั่งมองสายน้ำไหลเอื่อยเรื่อยไหล เป็นบรรยากาศที่สุดแสนประทับใจ ยิ่งถ้าได้อยู่ในบรรยากาศนั้นกับคนรู้ใจด้วยแล้ว ก็สามารถนั่งอยู่ได้นานชั่ววันชั่วคืน

ถ้าเช่นนั้น สถานที่แห่งแรกที่เราจะไปเที่ยวด้วยกันคือเมืองแห่งสายน้ำสะแกกรัง อุทัยธานี เมื่อมาถึงเมืองนี้ ก็ต้องไปชมสายน้ำสะแกกรัง โดยผมจะชวนคุณไปพักผ่อนในเรือนแพบนสายน้ำนี้ ตื่นเช้าก็จะชวนคุณไปเดินตลาดริมน้ำ และตักบาตรพระที่ลอยเรือมารับบิณฑบาต ณ ท่าเรือของตลาดสะแกกรัง ในตัวเมืองอุทัยธานี โดยฝั่งตรงข้ามคือวัดอุโปสถาราม วัดสำคัญของเมืองอุทัยธานี ทริปนี้เราจะเน้นอาหารจำพวกปลาและกุ้งจากแม่น้ำสะแกกรัง โดยปลาที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้คือปลาแรด ที่ทำอาหารได้สารพัดชนิด 

สถานที่ต่อไปที่ผมจะชวนคุณไปพักผ่อนหย่อนใจให้สบายอารมณ์ คือ สามพราน นครปฐม ไปนั่งสบายอุรา พักผ่อนเติมพลังให้เต็มที่ ณ ริมสายน้ำท่าจีน ทริปนี้เราจะเน้นอาหารจำพวกผักสด ผลไม้สด เราจะทำอาหารรับประทานกันเอง โดยให้ทุกคนได้แสดงฝีมือการทำครัวอย่างเต็มความสามารถ โดยมีวัตถุดิบในการทำอาหารทุกชนิดจากสวนผัก และสวนผลไม้ในเมืองนครปฐม

ส่วนสถานที่สุดท้ายที่จะชวนคุณไปสำราญอารมณ์ คือ ชายทะเลชะอำ เพชรบุรี ชวนคุณไปออกกำลังกายด้วยการเดิน วิ่ง เต้นแอโรบิก ยืดเส้นยืดสายณ ริมชายหาดชะอำ ที่ยาวไกลสุดลูกหูลูกตา และชวนคุณพักผ่อนในที่พักแสนสงบที่อยู่ไม่ไกลจากชายหาดชะอำ สำหรับอาหารการกินในทริปนี้ ก็ต้องเน้นอาหารทะเลสดๆแสนสะอาด รสชาติแสนอร่อย ซึ่งมีทั้งกุ้งหอยปูปลา และที่ขาดไม่ได้คือผักและผลไม้สด

หากคุณๆ สนใจร่วมทริปนุ่มละมุน เที่ยวละไมพักผ่อนแสนสบาย พร้อมอาหารการกินที่สุดแสนอุดมสมบูรณ์ โดยเน้นเที่ยวแบบเนิบนาบ เที่ยวแบบไม่รีบไม่ร้อน และมีเพื่อนร่วมทริปที่แสนน่ารัก จำนวนไม่เกินทริปละ 14 คน โปรดติดต่อ Mr.Flower ที่หมายเลข091-7233615  

ขอชวนคุณๆ ไปสัมผัสลมหนาว ณ ริมน้ำด้วยกันครับ รับรองคุณจะประทับใจไม่รู้ลืม

สายน้ำสะแกกรัง อุทัยธานี

สายน้ำท่าจีน นครปฐม

ทะเลชะอำ เพชรบุรี

ตะลอนเที่ยว : ไปอุทัยฯ กี่ที ก็มีแต่ความเปรมใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/525706

ตะลอนเที่ยว : ไปอุทัยฯ กี่ที ก็มีแต่ความเปรมใจ

ตะลอนเที่ยว : ไปอุทัยฯ กี่ที ก็มีแต่ความเปรมใจ

วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ขอบอกตรงประเด็นว่า ทุกครั้งที่ได้ไปเที่ยวเมืองอุทัยธานี เมืองแห่งลำน้ำสะแกกรัง ไม่ว่าจะไปเที่ยวเพียงลำพัง หรือว่าพาสมาชิกทัวร์ผู้อ่านแนวหน้า และผู้ฟังรายการ Good Time (FM 101.5 วิทยุจุฬาฯ) ไป ก็จะได้รับคำตอบไม่ต่างกันคืออิ่มเอมเปรมใจมาก

ในระยะเวลาเพียงสองเดือนมานี้ Mr.Flower นำคณะสมาชิกไปเที่ยวอุทัยฯ มาแล้ว 3 ครั้ง วัตถุประสงค์ที่ไปอุทัยฯ ก็คือไปทำบุญ ทำทาน ไปกราบสักการะพระบรมราชาอนุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมชนกนาถบนยอดเขาสะแกกรัง ไปซื้อผ้าทอมือที่แสนงดงาม ไปกินของอร่อย และไปพักผ่อนนอนสบายที่ริมแม่น้ำสะแกกรัง

ล่าสุด คณะของเราไปอุทัยฯ เมื่อวันที่ 10-11 ตุลาคม 2563 ไปครั้งนี้พวกเราทุกคนปลาบปลื้มยิ่งนักเพราะได้เข้าเฝ้าฝ่าละอองพระบาท ทูลเกล้าฯถวายเงินเพื่อสมทบกองทุนการกุศลสมเด็จพระเทพฯ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ ณ ศูนย์วงเดือนอาคมสุรทัณฑ์ นับเป็นมงคลอันสูงสุดของชีวิตของมวลสมาชิกทุกคน 

การไปอุทัยฯ ครั้งนี้ ก็ไม่ต่างไปจากทุกครั้งคือ ต้องไป ย้ำว่าต้องไปซื้อของสวยของดีที่ศูนย์วงเดือน โดยเฉพาะผ้าทอมือฝีมือชาวบ้านไร่ อุทัยธานี ผ้าทอมือทุกผืนที่นำมาจำหน่ายในศูนย์แห่งนี้ มาจากฝีมือของชาวบ้านโดยแท้ เป็นงานที่เกิดมาจากพระมหากรุณาธิคุณของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงต้องการให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม โดยการนำภูมิปัญญาดั่งเดิม และศิลปะของบรรพชนมารังสรรค์เป็นผ้าผืนสวย (ตามที่คุณได้ชมภาพตัวอย่างในคอลัมน์) ผ้าทอแต่ละผืนมีราคาค่างวดสูงมากน้อยต่างกันไป ตามแต่ความวิจิตรของงาน ขอเรียนกระซิบให้ทราบว่า ผ้าผืนสีเขียวที่นำมาให้คุณได้เห็นวันนี้ ผืนละ 2 ล้านบาท แต่สำหรับราคาผ้าทอผืนอื่นๆ ก็มีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสน คุณอาจจะบอกว่าบ้าไปแล้วผ้าผืนละสองล้านบาท ใครจะซื้อ แต่รับรองว่ามีผู้ซื้อแน่นอน และเต็มใจซื้อด้วย เพราะเห็นคุณค่าของผลงานที่แสนวิจิตร ที่กว่าจะรังสรรค์ออกมาได้เช่นนี้ ต้องใช้ความสามารถ ความอุตสาหะ และเวลาอย่างมากมาย ผมมั่นใจว่าหากคุณไปชมของจริง คุณจะตะลึงในความวิจิตร

นอกจากซื้อของสวยงามแสนวิจิตรแล้ว ผมยังพาคุณไปชมวัดที่แสนงดงามด้วยพุทธศิลป์ คือวัดอุโปสถาราม หรือวัดโบสถ์ ชาวอุทัยฯ ภาคภูมิใจกับความวิจิตรของวัดแห่งนี้มาก แล้วยังภาคภูมิใจมากที่สุดเพราะวัดแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาส วัดโบสถ์มีความสำคัญอีกประการตรงที่พระอุโบสถและพระวิหารมีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามทรงคุณค่ามากเกินบรรยาย ส่วนพระพุทธรูปก็มีความงามวิจิตรถูกต้องตามลักษณะพุทธศิลป์ทุกประการ 

และสิ่งสำคัญที่ต้องทำเมื่อไปอุทัยฯ ทุกคราก็คือ ต้องไปตักบาตรพระสงฆ์ที่ลอยเรือรับบิณฑบาต ณ ท่าฝั่งตรงข้ามวัดโบสถ์ ยิ่งได้พบได้เห็นกลุ่มชนไปเข้าแถวรอตักบาตรแล้ว บอกได้สั้นๆ ตรงประเด็นคือประทับใจมาก เพราะเป็นภาพที่งดงามเกินบรรยาย แถมยังได้เห็นผู้คนหลากหลายสวมผ้านุ่งลายงดงามฝีมือของคนเมืองอุทัยฯ ในยามไปรอตักบาตร ก็ยิ่งแสนสุขใจ แล้วเมื่อยิ่งรู้ว่าเมื่อพระท่านรับบิณฑบาตเสร็จเรียบร้อย ท่านนำอาหารคาวหวาน และผลหมากรากไม้ไปมอบให้กับคนยากคนจน และคนต่างๆ ในเมืองอุทัยฯ ก็ยิ่งปลื้มใจร่วมอนุโมทนาบุญด้วย

ผมขอยืนยันว่าหากคุณได้มีโอกาสไปเยือนเมืองอุทัยฯ แล้วคุณจะต้องบอกกับตัวเองว่า มาแล้วต้องมาอีก มากี่ทีก็ไม่มีวันเบื่อ เพราะเมืองนี้มีเสน่ห์มาก มีความน่ารักของผู้คน และความงดงามของโบราณสถานเป็นสิ่งกระตุ้นเตือนให้คุณต้องไปเยือนเมืองอุทัยฯ ซ้ำแล้วซ้ำอีก

สนใจไปเที่ยวชมความวิจิตรแบบเรียบง่ายของเมืองอุทัยฯ กับ Mr.Flowerโปรดติดต่อ 091-7233615 ขอย้ำว่าคณะของเราท่องเที่ยวกันแบบละเมียดละไม ละมุนละม่อม ไปกันกลุ่มเล็กๆแล้วค่อยๆ เสพ ค่อยๆ ซึมซับความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งอย่างดูดดื่ม