ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/383125

ตะลอนเที่ยว : เกาซุง (Kaohsiung) เมืองที่ศิลปะผสมผสานอย่างลงตัวกับอุตสาหกรรม
บางคนอาจจะคิดเอาเองแบบพื้นๆ ตื้นๆ ว่า เมืองอุตสาหกรรมก็คือเมืองที่เต็มไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรม มีปล่องควันสูง ๆ มีมลภาวะแพร่กระจายมากมาย และมีแต่ความเร่งรีบร้อนรน ความวุ่นวายของผู้คน แต่ความจริงแล้วเมืองอุตสาหกรรมหลักของไต้หวัน อย่างเช่น เกาซุง ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ของเกาะไต้หวัน เมืองที่เต็มไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรม มากมายและขวักไขว่ไปด้วยเรือสินค้าขนาดใหญ่จากนานาชาติที่จอดรับ-ส่งสินค้าอยู่ ณ ท่าเรือ และยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า ซึ่งเคยมีตึกที่สูงที่สุดของไต้หวันตั้งอยู่ในเมืองเกาซุง คือตึก 85 Sky Tower (ความสูงของตัวตึก 347.5 เมตร หากรวมความสูงของเสาอากาศเข้าไปด้วยก็จะสูงถึง 378 เมตร ตึกนี้เริ่มสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1994 สำเร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1997)
แต่ทว่าเมื่อผู้มาเยือนได้เข้าไปสัมผัสเมืองเกาซุงอย่างใกล้ชิดแล้วจะรู้ได้ทันทีว่าเมืองอุตสาหกรรมสำคัญแห่งนี้ มิได้เป็นเมืองที่ไร้ศิลปะ ไร้วัฒนธรรม แต่ตรงกันข้ามกลับเป็นเมืองที่ให้ความสำคัญกับสุนทรียศาสตร์ในด้านต่างๆ อย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยความตั้งใจจริงของผู้บริหารและผู้คนที่เป็นสมาชิกของเมือง
ผู้บริหารเมืองเกาซุงบอกว่า เมืองที่เป็นเขตอุตสาหกรรมนั้นจำเป็นต้องมีศูนย์ศิลปะ หอศิลป์ หอแสดงดนตรี คอนเสิร์ตฮอลล์ โรงละคร และหอสมุดสาธารณะที่ดีที่สุดเพื่อให้บริการกับประชาชนทุกคน เพราะถ้าหากเมืองอุตสาหกรรมขาดสิ่งสำคัญเหล่านี้ไปเสียแล้ว ผู้คนก็จะมีจิตใจที่แข็งกระด้าง ไม่มีสุนทรียะในอารมณ์ และจะไม่มีความสุขสมบูรณ์ในการดำรงชีวิต
Mr. Flower ขอบอกตรงๆ ว่าประทับใจในคำพูดของผู้บริหารเมืองเกาซุงมาก แต่ที่มากกว่านั้นก็คือการได้เห็นด้วยตา และได้เข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง แล้วพบว่า หอศิลป์แห่งชาติของเมืองเกาซุง หรือ National Kaohsiung Center for the Arts และ หอสมุดสาธารณะของเกาซุง หรือ Kaohsiung Main Public Library คือรมณียสถานของผู้คนอย่างแท้จริง
หอศิลป์แห่งชาติของเมืองเกาซุง หอศิลป์ที่ตั้งอยู่ ณ เขตฐานทัพเรือเก่าของเมือง สำหรับความใหญ่โตของตัวหอศิลป์ก็ตกประมาณสนามฟุตบอลมาตรฐาน 4 สนามรวมกัน โดยยังไม่นับรวมพื้นที่สวนเขียวขจีอีกหลายร้อยไร่ซึ่งล้อมรอบตัวหอศิลป์ หากนับรวมพื้นที่ทั้งหมดแล้วก็ตกประมาณ 10 เฮกเตอร์ สถาปัตยกรรมของหอศิลป์แห่งนี้เป็นการผสมผสานรูปลักษณ์ของต้นไทรเข้ากับรูปร่างของเรือเดินสมุทรขนาดมหึมา เนื่องจากเกาซุงเป็นเมืองแห่งต้นไทรและเป็นเมืองท่าสำคัญ ดังนั้นจึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างหอศิลป์ให้มีความสอดประสานกันระหว่างต้นไทรและเรือเดินสมุทร หอศิลป์แห่งนี้ประกอบด้วย คอนเสิร์ตฮอลล์ โรงละครโอเป-รา โรงแสดงละคร Recital Hall หรือห้องแสดงดนตรีเดี่ยว และหอสำหรับบรรยาย โรงละครกลางแจ้ง ส่วนกิจกรรมการแสดงต่างๆ ณ หอศิลป์แห่งนี้ก็มีการจัดแสดงตลอดปี โดยมีทั้งการแสดงของไต้หวันและการแสดงจากนานาชาติ แต่ที่น่าประทับใจคือ หอศิลป์แห่งนี้ได้รับการดูและสนับสนุนโดยภาครัฐร่วมกับเอกชน ซึ่งนับว่าน่ารักมากจนเกินจะบรรยายเป็นคำพูดได้ นับว่าแตกต่างจากเมืองไทยอย่างสิ้นเชิง เพราะภาครัฐและภาคเอกชนของไทยมักจะไม่เหลียวแลและให้การสนับสนุนหอศิลป์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการสิ้นเปลืองเงินงบประมาณ ดังนั้นเมืองไทยของเราก็จึงขาดแคลนหอศิลป์และการแสดงงานศิลปะที่ดีไปอย่างน่าใจหาย
ส่วนสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้หอศิลป์ของเมืองเกาซุงคือ หอสมุดสาธารณะแห่งเกาซุง หอสมุดแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเขตเศรษฐกิจสำคัญของเมือง ซึ่งราคาที่ดินสูงมาก การที่เมืองเกาซุงกล้าเปิดหอสมุดสาธารณะกลางเมืองเช่นนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้บริหารเมืองและนักธุรกิจในเมืองเกาซุงต่างให้ความสำคัญกับแหล่งสร้างเสริมสติปัญญาของประชาชนมากกว่าเห็นแก่เงิน และที่สำคัญคือหอสมุดนี้เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม ยกเว้นเฉพาะวันหยุดประจำชาติเท่านั้น
ผู้คนที่ไปใช้บริการหอสมุดแห่งนี้บอกว่า เมืองที่ขาดแคลนหอสมุดดีๆ ย่อมแสดงให้เห็นว่าเมืองนั้นไร้แหล่งสติปัญญา และผู้คนที่ไร้สติปัญญาก็ย่อมไม่สามารถสร้างสรรค์ให้เมืองและชุมชนมีความเจริญรุ่งเรืองและผาสุกได้
หอสมุดสาธารณะเมืองเกาซุงให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพแวดล้อมอย่างมาก เพราะเน้นแนวคิด green และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาคารหอสมุดมีทั้งหมด 10 ชั้น รวมชั้นใต้ดินและชั้นดาดฟ้า หรือ roof top ด้วย โดยชั้นดาดฟ้าทำเป็นสวนขนาดใหญ่ ความน่าสนใจของหอสมุดแห่งนี้คือ มีห้องสมุดสำหรับเด็ก มีหนังสือภาษาต่างๆ เตรียมไว้ให้เด็กได้อ่าน (รวมหนังสือภาษาไทยด้วย)มีการจัดบรรยายการให้สามารถดึงดูดเด็กๆ ให้เข้าไปอยู่ในโลกของหนังสือ โดยใช้สีสันสดใส และภาพตัวการ์ตูนที่เป็นมิตรกับเด็กๆ และจัดเตรียมห้องน้ำน่ารักๆ ไว้สำหรับเด็กด้วย แต่ที่สำคัญที่สุดคือ มีการดูแลรักษาสุขภาพให้กับเด็ก โดยการอบหนังสือทุกเล่มด้วยตู้อบแสงอินฟราเรด เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ที่อาจจะติดมากับหนังสือแล้วแพร่กระจายสู่เด็กซึ่งยังมีภูมิต้านทานโรคต่ำ นี่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของผู้บริหารเมืองที่มีต่อเด็กอย่างชัดเจน และเป็นที่แน่นอนว่าหอสมุดในยุคนี้ต้องเป็นสถานที่ที่สามารถดึงดูดให้ผู้คนอยากเข้าไปใช้บริการได้โดยสะดวกสบาย ดังนั้นจึงจัดเตรียมหนังสือทั้งที่เป็นกระดาษ และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงซีดีเสียงและภาพ และวีดิทัศน์ต่างๆ ไว้ให้บริการอย่างพร้อมสรรพ ส่วนการยืมและคืนหนังสือก็แสนสะดวก สามารถคืนหนังสือได้ตลอดเวลาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ถึงแม้จะหอสมุดจะปิดให้บริการ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลกับการถูกปรับเมื่อคืนหนังสือไม่ตรงเวลา
เห็นแล้วใช่ไหมครับว่า เมืองที่มีความเจริญ ผู้คนมีสติปัญญา และมีความสุข เมืองนั้นจะต้องมีแหล่งสะสมศิลปวิทยาการมีหอสมุด มีหอศิลป์ มีแหล่งให้ความรู้ความบันเทิงที่เต็มไปด้วยสาระและมีคุณภาพ ดังนั้นเมืองที่ผู้คนเจริญแล้วจึงไม่เน้นการสร้างแหล่งมอมเมาประชาชน ไม่เน้นการหลอกล่อให้ประชาชนลุ่มหลงอยู่กับสิ่งไร้สาระ และบ้าคลั่งอยู่กับสิ่งที่ดูเสมือนเป็นความบันเทิง แต่ทว่าจริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่เบาปัญญา
ตะลอนเที่ยววันนี้ไม่ได้ตั้งเป้าจะชวนคุณไปเที่ยวที่ไหน แต่ต้องการตั้งคำถามกับคุณ ๆ ว่า เมืองที่คุณอยู่อาศัยนั้นเป็นเมืองแห่งสติปัญญาหรือเมืองเบาปัญญา คุณคงตอบตัวเองได้ดีที่สุด แต่ถ้าหากคุณมีความต้องการจะท่องเที่ยวและสัมผัสเมืองที่น่าสนใจ โดยให้ Mr. Flower พาคุณไปสัมผัสเมืองนั้นๆ อย่างใกล้ชิด กรุณาติดต่อโทรศัพท์หมายเลข 091 7233615


















.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)











.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)














.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)






.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)










.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)























.jpg)
.jpg)
.jpg)

















.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
