ตะลอนเที่ยว : ขวัญใจเจ้าทุย : เจ้าทุยขวัญใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/321377

ตะลอนเที่ยว : ขวัญใจเจ้าทุย : เจ้าทุยขวัญใจ

ตะลอนเที่ยว : ขวัญใจเจ้าทุย : เจ้าทุยขวัญใจ

วันอาทิตย์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นเวลาหลายเดือนมาแล้ว (มากกว่า 6 เดือน) ที่สมาชิกผู้ร่วมโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือกับหนังสือพิมพ์แนวหน้าไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนวัว-ควาย จำนวนกว่า 40 ชีวิต ที่คณะของเราได้ร่วมกันสมทบทุนเพื่อไถ่ชีวิตของพวกเขาออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ แล้วนำไปมอบให้ชาวไร่ชาวนาในจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม ชลบุรี ขอนแก่น (บางรายก็ไม่ใช่ชาวนาหรือชาวไร่ แต่เป็นผู้มีจิตเมตตาที่ร่วมไถ่ชีวิตวัว-ควาย แล้วนำไปเลี้ยงดูในที่ดินของตนเอง)

โครงการร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือระหว่างผู้อ่านแนวหน้ากลุ่มหนึ่งกับหนังสือพิมพ์แนวหน้า เริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งปัจจุบันโครงการนี้ก็ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเหตุที่ว่าคณะของเรายังไม่สามารถหาผู้เหมาะสมที่จะรับวัว-ควายไปเลี้ยงดูเป็นอย่างดีตามอัตภาพได้ (แม้จะมีผู้ติดต่อขอรับเข้ามาเป็นระยะๆ ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาแล้ว พบว่ายังไม่เหมาะสมที่จะให้วัว-ควายไป) ดังนั้นโครงการนี้จึงขอชะลอการรับบริจาคจากผู้อ่านเป็นการชั่วคราว (ชะลอโครงการมาอย่างน้อย 4-5 เดือนแล้ว)

แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมีผู้อ่านเป็นจำนวนไม่น้อยติดต่อสอบถามมาเป็นระยะๆ ว่าจะร่วมบริจาคเงินสมทบโครงการได้อีกหรือไม่ ซึ่งทางหนังสือพิมพ์แนวหน้าโดยผู้รับผิดชอบโครงการนี้ก็ตอบไปว่า ขออย่าเพิ่งโอนเงินบริจาคไปอีกในขณะนี้ เพราะผู้ร่วมทำโครงการจะขอรับบริจาคต่อเมื่อสามารถหาผู้รับเลี้ยงที่เหมาะสมได้เรียบร้อยแล้วเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มีผู้อ่านบางรายบอกว่า อยากจะขอบริจาคให้เป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 300-500 บาท เพราะเชื่อมั่นในหนังสือพิมพ์แนวหน้า และชื่นชอบที่แนวหน้าจัดทริปพาไปเยี่ยมวัว-ควายที่บริจาคเป็นประจำ จึงทำให้เห็นได้ว่าเป็นโครงการที่ไม่ทอดทิ้งวัว-ควายที่ได้บริจาคไปแล้ว

คณะผู้จัดทำโครงการนี้ขอขอบพระคุณในเมตตาจิตของผู้ร่วมบริจาคทุกท่าน และขอแจ้งให้ทราบว่าคณะผู้จัดทำโครงการยังคงไปเยี่ยมเยียนวัว-ควายที่บริจาคไปแล้วอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ระยะหลังๆ นี้จะไม่ได้พาคณะผู้ร่วมบริจาคไปก็ตาม เพราะทราบดีว่าผู้ร่วมบริจาคหลายท่านติดภารกิจและไม่สะดวกในการเดินทาง ดังนั้นผู้ทำโครงการนี้จึงนำภาพความเป็นอยู่ของวัว-ควายที่บริจาคไปมานำเสนอให้ทราบเป็นระยะๆ

ล่าสุดวัว-ควายเหล่านี้ได้ตกลูกออกมาแล้วประมาณ 10 ชีวิต (แต่สมาชิกใหม่บางตัวก็ตายไปหลังจากคลอดไม่นาน เพราะสุขภาพไม่แข็งแรง)

สัปดาห์นี้จึงขอนำภาพล่าสุด (ประมาณเดือนธันวาคม 2560) ของวัว-ควายที่คณะของเรามอบให้กับเกษตรกรในอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี มาให้คุณๆ ได้ทราบพัฒนาการของพวกเขา ซึ่งนับว่าเป็นข่าวดีมากที่วัว-ควายที่เรามอบให้เกษตรกรไปนั้นได้ตกลูกออกมา 3 ตัว

ส่วนเจ้าทุยชื่อสีทอง ลูกควายแสนน่ารักที่มีขนสีทอง ซึ่งอยู่ที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ที่คณะของเราได้มอบแม่ควายให้กับสวนเกษตรของดาบตุ้มไปเมื่อสองปีก่อนนั้น ล่าสุดก็เติบโตขึ้นมาก ผู้เลี้ยงดูบอกว่าเป็นลูกควายที่มีสุขภาพดี และไม่ตื่นคน (แต่วันนี้ไม่มีภาพของทุยสีทองมาฝาก วันหน้าเราไปเยี่ยมเขาด้วยกันดีกว่านะครับ)

สำหรับโครงการจัดทริปไปเยี่ยมวัว-ควายครั้งหน้า คาดว่าจะจัดในเดือนเมษายน หลังช่วงสงกรานต์ หรืออาจเป็นช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ถ้าหากสมาชิกโครงการท่านใดมีความประสงค์จะไปร่วมคณะไปเยี่ยมด้วยกัน โปรดติดต่อ Mr. Flower หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615 ส่วนผู้ที่ประสงค์จะขอรับ
วัว-ควายไปเลี้ยง ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขเดียวกัน แต่ขอให้เป็นผู้ที่รักสัตว์ด้วยใจจริง และกรุณาอย่าเห็นว่าเป็นของฟรี เพราะวัว-ควายเหล่านี้ได้รับการไถ่ชีวิตมาด้วยความตั้งใจดีของสมาชิกทุกท่าน และทุกคนก็ร่วมกันบริจาคโดยใช้ทุนทรัพย์ของแต่ละคน เพราะฉะนั้นโปรดอย่าคิดว่าเป็นของฟรี

เจ้าทุยอยู่ไหน ได้ยินไหมใครมากู่ กู่
เรียก หาเจ้าอยู่ อยู่ หนใดรีบมา
เจ้าทุยเพื่อนฉัน ออกมาหากันดีกว่า กว่า
อย่าเฉยเลยอย่าอย่า มะมา เร็วไว
เกิด มามีแต่ทุย เป็นเพื่อนกัน
ค่ำเช้า ทำงาน ไม่ทิ้งกัน ไม่หายไป
ข้า มีข้าวและน้ำ นำมาให้
อีกทั้ง ฟางกองใหญ่ อย่าช้าไย อย่าช้าไย
เจ้าทุยเพื่อนจ๋า ออกไปไถนาคงเหนื่อย อ่อน
เหนื่อย นักพักผ่อนก่อน หิวจนอ่อนใจ
ข้าจะอาบน้ำ ป้อนฟางทั้งคำกำใหญ่ ใหญ่
จะสุมไฟกองใหม่ ใหม่ ไว้กันยุงมา
เจ้ามีคุณแก่เรามามาก มาย
ถึงแม้ เป็นควาย เจ้าเหนือกว่า ดีเสียกว่า
ผู้ คน ที่เกียจคร้าน ไม่เข้าท่า
ทุยเอ๋ยเจ้าดีกว่า ช่วยไถนา ได้ทุกวัน
เจ้าทุยนี่เอ๋ย ข้าเคยเลี้ยงดูมาก่อน เก่า
เมื่อ ครั้งยังเยาว์เยาว์ ทั้งทุยและฉัน
ข้าเคยขี่หลัง นั่งไปไหนไป ไม่หวาด หวั่น
สุขทุกข์เคยบุก บั่น รู้กันด้วยใจ
เติบ โตมาด้วยกันในไร่ นา เคยหา กินมา
ข้าเห็นใจ ข้าเห็นใจ
เจ้า ทุย ยากจะหา ใครเทียมได้
ข้ารักดัง ดวงใจ ไม่รักใคร ข้ารักทุย…

(เพลง ขวัญใจเจ้าทุย)

ตะลอนเที่ยว : อุ่นไอรัก คลายความหนาว : แผ่นดินไทยยังอบอวลด้วยความรัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/319922

ตะลอนเที่ยว : อุ่นไอรัก คลายความหนาว : แผ่นดินไทยยังอบอวลด้วยความรัก

ตะลอนเที่ยว : อุ่นไอรัก คลายความหนาว : แผ่นดินไทยยังอบอวลด้วยความรัก

วันเสาร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 16.19 น.

แผ่นดินไทยยังคงอบอวลไปด้วยไออุ่นแห่งความรัก ความรักยังคงล่องลอยและผสมอยู่ในทุกอณูของสังคมไทย เพราะความรักของคนไทยทุกคนนี่เอง จึงทำให้คนไทยยังดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความสุขตามอัตภาพ แม้บางคนอาจจะไม่ร่ำรวยล้นฟ้า แต่ทว่าคนไทยจำนวนมากก็ยังมีรอยยิ้มบนใบหน้าได้เสมอ จนกระทั่งได้รับการยกย่องจากนานาชาติว่า “สยามเมืองยิ้ม” หรือ “ยิ้มสยาม”

วันนี้ Mr.Flower จะขอชวนคุณๆ ไปยิ้มด้วยกัน ไปยิ้มกันให้เต็มใบหน้า สถานที่ที่เราทุกคนจะไปยิ้มด้วยกันในยามนี้คือ พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า ใช่แล้วครับ เราจะไปชมงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ด้วยกัน

ขอเชิญชวนทุกท่านโปรดแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบไทย โดยผู้ชายอาจจะสวมโจงกระเบน หรือที่หลายคนเรียกว่านุ่งผ้าม่วง สวมเสื้อราชปะแตน ส่วนสุภาพสตรีนั้น ผมก็อยากจะเชิญชวนให้นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อแขนกระบอก ห่มผ้าแพรจีบทางขวาง หรือจะสวมเสื้อแขนหมูแฮมก็จะงดงามยิ่ง แล้วสวมรองเท้าคัทชูหนัง และสวมถุงน่องหรือถุงเท้ายาว หรือถ้าหากจะสวมผ้านุ่งจับจีบหน้านาง ก็จะเก๋ไก๋งดงามมาก เมื่อสวมเสื้อผ้างดงามแล้ว ก็คงจะต้องติดเครื่องประดับให้เหมาะสมและเข้ากับเครื่องแต่งกายด้วย เพียงเท่านี้ก็รับรองได้เลยว่า คุณๆ จะมีภาพสวยๆ ที่ทำให้คุณประทับใจ และสามารถเก็บไว้อวดเพื่อนๆ และอวดลูกหลานได้อย่างแน่นอน

หากถามว่าทำไมต้องแต่งกายดังที่กล่าวมา ณ ข้างต้น ก็ขอตอบว่า เพื่อร่วมกันย้อนรำลึกถึงยุคสมัยที่ชาวสยามมีความสุขกันทั่วหน้า คือในยุครัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระปิยมหาราชเจ้าพระผู้ทรงสถิตอยู่ในหัวใจคนไทยตราบนิจนิรันดร์

ถ้ามีใครถามว่า หากไม่แต่งกายดังกล่าวแล้ว สามารถไปเที่ยวชมงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ได้หรือไม่ คำตอบคือ เมื่อแต่งกายสุภาพ ก็สามารถเข้าไปเที่ยวชมงานได้ แต่เหตุผลที่อยากเชิญชวนให้สวมเครื่องแต่งกายในยุครัชกาลที่ 5 ก็เพราะต้องการให้คุณๆ ได้มีภาพสวยๆ ของคุณเองเก็บไว้เป็นที่ระลึก เพราะเชื่อว่า คุณๆ คงไม่ได้แต่งชุดดังกล่าวในชีวิตประจำวัน ดังนั้นเมื่อมีโอกาสอันดีมาถึงแล้ว ก็ใคร่ขอเชิญชวน และที่สำคัญคือ โปรดอย่าลืมว่างานนี้จัด ณ พระลานพระราชวังดุสิต ซึ่งพระลานแห่งนี้ก็เกิดขึ้นในรัชกาลของสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า ดังนั้น จึงเป็นโอกาสอันเหมาะเจาะอย่างที่สุดที่คุณจะแต่งกายย้อนไปในรัชสมัยของพระองค์ท่าน

อุ่นไอรัก คลายความหนาว แบ่งการจัดงานออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนพระลานพระราชวังดุสิต และส่วนในสนามเสือป่า

พระลานพระราชวังดุสิต จะถูกเนรมิตให้งดงามราวกับสรวงสวรรค์ด้วยไม้ดอกสารพัดสีพร้อมกับน้ำพุขนาดใหญ่ และมีเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จำลองที่รอบล้อมไปด้วยดอกไม้แสนสวย สวนฉากหลังของพระลานแห่งนี้คือพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งงดงามจนเกินบรรยาย โดยเฉพาะในยามค่ำที่องค์พระที่นั่งถูกแสงไฟฉาบทาบทา ยิ่งทำให้งดงามราวกับภาพจิตรกรรมแสนวิจิตร และรอบๆ พระลานก็จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และจัดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจของทั้งสองพระองค์ไว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีซุ้มงานฝีมือตามแบบฉบับชาววัง ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เรียนรู้การทำงานศิลปะแบบชาววังได้ฝึกหัดทดลองทำอีกด้วย

ในส่วนสนามเสือป่า จัดเป็นบริเวณขายสินค้าต่างๆ และอาหาร อาทิ ร้านค้าของศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ร้านจิตอาสา 904 ร้านภูฟ้า ร้านมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ร้านมูลนิธิโครงการหลวง และร้านของแม่บ้านจากทุกเหล่าทัพ สำหรับสนนราคาของอาหารก็ถูกมาก เริ่มต้นเพียง 35 บาทเท่านั้น แล้วยังมีของต่างๆ ที่คุณภาพดีสามารถซื้อกลับบ้านได้ด้วย

และมีอีกจุดหนึ่งที่ผู้คนให้ความสนใจมากเป็นพิเศษคือ ห้องถ่ายภาพการแต่งกายในยุครัชกาลที่ 5 ณ จุดนี้จะมีผู้คนมากมายเพื่อรอคิวถ่ายภาพ เพราะทุกคนที่แต่งกายด้วยชุดไทยต่างก็ต้องการมีภาพสวยๆ งามๆ ของตนเองเก็บไว้เป็นที่ระลึก ขอบอกว่าเท่าที่เห็นก็คือหลายต่อหลายคนแต่งกายด้วยชุดไทยสุดงดงาม แล้วหามุมถ่ายภาพตามจุดต่างๆ บนพระลานพระราชวังดุสิตกันอย่างมีความสุข ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะสนุกสนาน ผู้ชายหลายคนสวมโจงกระเบน เสื้อราชปะแตน ส่วนผู้หญิงจำนวนมากก็สวมโจงกระเบน เสื้อแขนหมูแฮม ลงจากรถโดยสารที่จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับงานครั้งนี้ โดยทุกคนบอกตรงกันว่า มีความสุขมาก และรู้สึกดีที่ได้สวมเสื้อผ้าในยุครัชสมัยสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า

สำหรับคุณๆ ที่ไม่สะดวกกับการแต่งกายด้วยชุดไทยออกมาจากบ้าน ก็สามารถเช่าชุดไทยได้ภายในงาน สนนราคาก็เพียง 250 บาทเท่านั้น โดยสามารถเช่าสวมได้ตลอดทั้งวันที่จัดงาน ขอบอกตรงๆ นะครับ ว่า Mr. Flower ก็สวมผ้าม่วง เสื้อราชปะแตน ไปชมงานนี้ด้วย ขอบอกว่าภูมิใจมาก ที่ได้ไปเที่ยวชม และร่วมงานนี้

อุ่นไอรัก คลายความหนาว จัดงานถึงวันที่ 11 มีนาคม 2561 เริ่มตั้งแต่เวลา 10.30-21.00 น. ส่วนวันศุกร์และเสาร์เปิดถึงเวลา 22.00 น. ขอแนะนำว่ากรุณาใช้บริการรถสาธารณะจะสะดวกที่สุด มีรถขสมก. เฉพาะกิจรับ-ส่งจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สวนจตุจักร และวงเวียนใหญ่ ให้บริการตลอดเวลาจัดงาน

ตะลอนเที่ยว : เที่ยวแบบง่ายๆ แต่ได้รสชาติวิเศษ ไทเป ไต้หวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/318393

ตะลอนเที่ยว : เที่ยวแบบง่ายๆ แต่ได้รสชาติวิเศษ ไทเป ไต้หวัน

ตะลอนเที่ยว : เที่ยวแบบง่ายๆ แต่ได้รสชาติวิเศษ ไทเป ไต้หวัน

วันอาทิตย์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ก่อนอื่นต้องยืนยันอย่างหนักแน่นว่า การเดินทางไปเที่ยวไต้หวัน โดยเฉพาะในไทเป และรอบๆ ไทเป แล้วก็ยังรวมไปถึงเมืองอื่นๆ ด้วย เป็นการท่องเที่ยวที่คุณสามารถเดินทางด้วยตัวเองได้แสนสะดวกและสบาย อีกทั้งยังประหยัดค่าเที่ยวด้วย แต่มีข้อแม้นิดหนึ่งตรงที่ คุณต้องสามารถดูและใช้เส้นทางรถโดยสารสาธารณะได้ดีพอประมาณ (แต่ไม่ต้องห่วง เพราะทุกสถานที่มีป้ายแสดงเส้นทางเดินรถสาธารณะไว้ชัดเจน แถมยังมีเจ้าหน้าที่ให้บริการตอบคำถามด้วย) แล้วที่สำคัญมากคือ คุณต้องชื่นชอบการเดินเที่ยว ย้ำว่าเดินเที่ยวนะครับ แต่ถ้าหากคุณชอบท่องเที่ยวแบบชนิดที่ต้องมีผู้ให้บริการด้วยรถโค้ชปรับอากาศตลอดเวลา ก็อาจจะไม่ชื่นชอบการไปเที่ยวทริปนี้กับผมมากนัก

พูดแบบนี้ คุณอาจจะสงสัยแล้วใช่ไหมว่า เป็นไปได้อย่างไร แล้วที่บอกว่าสะดวกสบายนั้น จริงหรือ ก็ต้องขอตอบชัดๆ ว่า จริง 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม เพราะการเดินทางในไทเปด้วยการใช้รถสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า (MRT) รถไฟ รถเมล์ และจักรยาน นั้นแสนจะสะดวกและประหยัดมากจริงๆ

ทริปล่าสุดนี้ ผมนำผู้อ่านแนวหน้ากลุ่มเล็กๆ จำนวน 11 คน (บวกเด็กทารกอายุ 1 ขวบครึ่งอีกหนึ่งคน) ไปเที่ยวไทเป และเมืองรอบๆ เราไปเที่ยวกัน 5 วันเต็ม แล้วนอน 4 คืนเต็ม ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท ไทเป ซึ่งตั้งอยู่ติดกับ World Trade Center Taipei และ 101 Taipei โปรดอย่าถามว่าทำไมต้องนอนโรงแรมแพงเช่นนี้ คำตอบคือ ทัวร์นี้เน้นกินดี นอนดี เที่ยวแบบแสนสบาย เพราะเราเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบย้ายกระเป๋าทุกเช้า ไม่ชอบกลับเข้าโรงแรมดึกดื่นจนเหลือเวลานอนเพียงไม่กี่ชั่วโมง แถมทัวร์ของเราเริ่มเที่ยวกันก็ปาเข้าไป 9-10 โมงเช้า เมื่อเราไม่ชอบกลับเข้าโรงแรมดึก แล้วไม่ชอบรีบร้อนตื่นตั้งแต่ตี 4 ตี 5 เพื่อจะเก็บกระเป๋าย้ายที่นอนทุกวัน ดังนั้นเราก็จึงนอนในจุดที่สบายและสะดวกที่สุด

ทริปนี้ เราเดินทางด้วย EVA Air และได้ใช้บริการห้องรับรองของ EVA Air ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วย ขอบอกว่าห้องรับรองนี้เก๋ไก๋ไม่เบา และให้บริการน่ารักน่าประทับใจ ทุกคนติดอกติดใจกันใหญ่

เมื่อไปถึงสนามบินเถาหยวน ไทเป ช่วงเช้าตรู่ เราก็แจกตั๋วชนิด I-Pass ให้กับสมาชิกทุกคน เพื่อใช้บริการรถไฟ MRT สาย express เข้าสู่ตัวเมืองไทเป ขอบอกว่าตั๋ว I-Pass นี้ใช้ได้กับระบบรถสาธารณะทุกชนิด แล้วก็สามารถเติมเงินได้ตามที่ต้องการ แล้วก็ยังใช้บัตรหรือตั๋วนี้ซื้อของในร้านค้าทุกแห่งที่มีเครื่องแตะบัตรอิเล็กทรอนิกส์นี้ได้ด้วย

เมื่อถึงโรงแรมแล้ว เก็บข้าวเก็บของเสร็จเรียบร้อย คณะของเราก็พากันไปเดินเที่ยวในตึก 101 ไทเป ซึ่งตึกนี้เคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกมาก่อน แต่ล่าสุดถูกลบสถิติไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นตึกที่สูงที่สุดในไต้หวันอยู่ (น่าอัศจรรย์ใจมากที่ไต้หวันมีแผ่นดินไหวรุนแรงบ่อยครั้งมาก แต่เขาก็ยังอุตส่าห์สร้างตึกสูงที่สุดในโลกได้)

ทริปนี้เราท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ ในไทเป และรอบๆ ไทเปด้วยการใช้รถสาธารณะตลอดทั้งทริป หลายคนชอบการเที่ยวแบบนี้เพราะได้สัมผัสชีวิตจริงๆ ของชาวเมืองของเขา และยังได้เห็นถึงความทันสมัยของระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะการใช้บัตรหรือตั๋วใบเดียวแต่สามารถใช้กับรถสาธารณะได้ทุกประเภท (พูดแบบนี้ไม่ได้มีเจตนาจะว่าร้ายผู้บริหารประเทศใดประเทศหนึ่งที่ขยันพูดเรื่องตั๋วใบเดียวที่ใช้ได้กับระบบขนส่งสาธารณะได้ทุกชนิด แต่ประเทศที่มีผู้บริการช่างพูดก็ไม่เคยทำได้สำเร็จสักที คุณรู้จักประเทศที่ว่านั่นไหมเอ่ย)

คณะของเราไปเที่ยวชมโบราณวัตถุที่ล้ำค่าในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไทเป และไปชม National Revolutionary Martyr’s Shrine หรือศาลเจ้าวีรบุรุษสงคราม แล้วก็ไปเที่ยวเมืองน้ำแร่ร้อนธรรมชาติเป่ยโถว (แต่ทว่าไม่มีใครยอมลงแช่น้ำแร่ร้อน) ไปวัดหลงซาน ไปอนุสรณ์สถานเชียงไคเช็ค ไปเที่ยวตลาดเก่าที่เมืองจิ่วเฟิ่น และเที่ยวตลาดกลางคืน (แต่บอกเลยว่าตลาดกลางคืนนั้น สู้เมืองไทยของเราไม่ได้เลย เพราะของไทยเรามีความสนุกและมีสีสันมากกว่าหลายร้อยเท่า) แล้วก็ไปกินอาหารทะเลสดๆ ปรุงตามความต้องการที่ตลาดปลาไถเป่ยหวี่ซื่อ ส่วนตึก 101 ไทเปนั้น อย่าบอกว่าไปเที่ยวเลย เพราะอยู่ติดกับโรงแรม จนหลายคนเดินไปที่ตึกนี้วันหนึ่งหลายรอบเลยเชียวแหละ


อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค

ต้องขอบอกว่า การเดินทางท่องเที่ยวในไทเปด้วยรถสาธารณะเป็นเรื่องที่สะดวกและง่ายดายมาก มากเสียจนหลายคนที่ไปกับคณะเราแอบหนีไปเที่ยวกันเองในช่วงค่ำ โดยนั่งรถ MRT ไปลงตามสถานีต่างๆ แล้วเดินเที่ยวไปตามจุดที่อยากไป หลายคนบอกว่าชอบเที่ยวแบบนี้ เพราะได้เห็นเมืองและเห็นชีวิตของผู้คนไทเปอย่างแท้จริง แถมไม่ต้องกังวลกับเรื่องอาหารการกิน เพราะใครต้องการกินอะไรก็เลือกกินได้ตามใจชอบ ไม่ต้องแห่เข้าไปกินในร้านเดียวกันทั้งโขยง ทั้งๆ ที่บางคนก็ไม่อยากกินอาหารในร้านนั้น

เห็นไหมครับ การเที่ยวแบบนี้น่าสนุกออก หากคุณสนใจจะไปเที่ยวแบบสบายๆ แต่เจาะลึกกับแหล่งท่องเที่ยว แล้วที่สำคัญคือนอนดี และกินดี ติดต่อได้ที่ 091-7233615 ทัวร์คุณแหน โดย Mr.Flower จะพาคุณเที่ยวครับ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปเดินเที่ยวด้วยกันนะครับ


วัดหลงซาน


อาหารทะเลสดที่ตลาดปลาไถเป่ยหวี่ซื่อ


ส่วนหนึ่งในหลายแสนชิ้นของมรดกล้ำค่าในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไทเป


ห้องรับรองของ EVA Air ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ตะลอนเที่ยว : ASEAN ท่องเที่ยวและเรียนรู้ด้วยการแบ่งปัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/316934

ตะลอนเที่ยว : ASEAN ท่องเที่ยวและเรียนรู้ด้วยการแบ่งปัน

ตะลอนเที่ยว : ASEAN ท่องเที่ยวและเรียนรู้ด้วยการแบ่งปัน

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะมีความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว แล้วยังมีความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรม ขนบประเพณีประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนชาติต่างๆ ในแต่ละประเทศ

เคยมีคนเข้าใจว่าประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศนั้น ต่างแก่งแย่งแข่งขันเพื่อให้ได้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศของตนให้มากที่สุด เพราะนั่นคือเงินตราจำนวนมากที่แต่ละประเทศจะหาได้ แต่ความคิดดังกล่าวไม่น่าจะตรงกับความเป็นจริงในยุคปัจจุบัน เพราะสมาชิกทั้ง 10 ประเทศต่างให้ความร่วมไม้ร่วมมือและแบ่งปันกัน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนร่วมกัน

เพื่อให้สมาชิก ASEAN ทั้ง 10 ประเทศสามารถก้าวเดินร่วมกันไปบนแนวทางของการพัฒนาการท่องเที่ยวได้อย่างทัดเทียมและเอื้อเฟื้อต่อกันและกัน จึงได้เกิดปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวในด้านต่างๆ อาทิ การท่องเที่ยวทางเรือ การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล รวมถึงการลงทุนในธุรกิจการท่องเที่ยวระหว่างกันและกัน โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในกลุ่มสมาชิกอาเซียน และเพื่อถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์การจัด การบริหารการท่องเที่ยวให้กับสมาชิกที่ยังเพิ่งเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ไม่นานนัก

ในการประชุมระดับรัฐมนตรีการท่องเที่ยวเอเซียน ครั้งที่ 37 (The 37th ASEAN Tourism Forum : ATF 2018) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ณ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 25-26 มกราคม 2561 โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยว และตัวแทนรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกเข้าร่วมประชุมและลงนามในปฏิญญา ดังนี้ ดาโต๊ะ อาลี อาปอง รมว.ทรัพยากร และการท่องเที่ยว บรูไน, ดร.ทองขอน รมว.ท่องเที่ยว กัมพูชา, ดร.อารีฟ ยาห์ยา รมว.ท่องเที่ยว อินโดนีเซีย, ดร.โบเสงคาม วงดารา รมว.ข้อมูล วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ลาว, ดาโต๊ะ เสรี โมฮัมเหม็ด นาซ์รี บิน อับดุล อาซิซ รมว.ท่องเที่ยว และวัฒนธรรม มาเลเซีย, อู โอน หม่อง รมว.การโรงแรมและการท่องเที่ยว เมียนมา, เบนนิโต ซี เบงซอน จูเนียร์ ตัวแทนกระทรวงท่องเที่ยว ฟิลิปปินส์, ซิม แอนน์ รมว.อาวุโส กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม และรมว.วัฒนธรรม ชุมชน เยาวชน สิงคโปร์, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ไทย, เหงียน ง็อค เทียน รมว.วัฒนธรรม กีฬา และท่องเที่ยว เวียดนาม และ ฮิรูบาลัน วี พี รองเลขาธิการอาเซียนด้านความมั่นคง

ในการประชุมครั้งนี้ ยังได้มีการประชุมร่วมระดับรัฐมนตรีการท่องเที่ยวอาเซียนกับรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวจากประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ครั้งที่ 17 อีกด้วย (ASEAN plus Three Tourism Ministers) ประเด็นสำคัญที่ได้รับทราบจากการหารือร่วมครั้งนี้คือ พบว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวจากต่างชาติที่เดินทางเข้าไปในภูมิภาคอาเซียนบวกสามของปี 2017 ได้มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ คือมีนักท่องเที่ยวมากถึง 175 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 เมื่อเทียบกับปี 2016

และเรื่องที่น่าสนใจมากอีกประการหนึ่งในการประชุมครั้งนี้คือ มีการประชุมครั้งที่ 6 ของ ASEAN กับรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวของอินเดีย โดยระบุว่า ในปี 2016 มีนักท่องเที่ยวจากอินเดียเดินทางเข้าไปในอาเซียนรวม 3 ล้าน 5 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 เมื่อเทียบกับปี 2015 ส่วนนักท่องเที่ยวจากอาเซียนก็เดินทางเข้าไปในอินเดียมากขึ้น โดยมีจำนวน 746,069 คน ในปี 2016 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.5 เมื่อเทียบกับปี 2015

ส่วนความสำเร็จด้านการท่องเที่ยวของอาเซียนที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมอันเป็นผลมาจากการจัดแผนการรณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวอาเซียน ที่ใช้ชื่อว่า Visit ASEAN@50 ทำให้มีนักท่องเที่ยว 126 ล้านคนจากทั่วโลก เดินทางเข้าไปเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะแค่เพียงประเทศไทยพบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35 ล้านคน เดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งสร้างรายได้ให้ประเทศคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 20 ของ GDP

อย่างไรก็ตาม เมื่อกล่าวถึงงาน ATF 2018 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 มกราคม 2561 ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้แนวคิดการจัดงานคือ อาเซียน การเชื่อมโยงอย่างยั่งยืน ความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่มีวันสิ้นสุด (ASEAN– Sustainable Connectivity, Boundless Prosperity) โดยงานนี้มีการพบปะกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าด้านโรงแรมและการบริการ ดังนี้ ผู้ขาย 650 ราย ผู้ซื้อ 240 ราย และมีผู้มาแสดงนิทรรศการในงานนี้อีก 894 ราย โดยมีสื่อมวลชนจากทั่วโลก 200 รายเข้าร่วมทำข่าวในงานนี้ ส่วนปีหน้า วันที่ 14–18 มกราคม 2019 ประเทศเวียดนามจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ATF 2019 ที่เมืองฮาลอง โดยใช้แนวคิดการจัดงานว่า อาเซียน กำลังแห่งความเป็นหนึ่ง (ASEAN-The Power of One) และในปี 2020 บรูไน ดารุสซาลาม จะเป็นเจ้าภาพรายต่อไป

ตะลอนเที่ยว : ล่องเรือสำราญท่อง Adriatic Sea กับทัวร์คุณแหน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/315497

ตะลอนเที่ยว : ล่องเรือสำราญท่อง Adriatic Sea กับทัวร์คุณแหน

ตะลอนเที่ยว : ล่องเรือสำราญท่อง Adriatic Sea กับทัวร์คุณแหน

วันอาทิตย์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) ถือได้ว่าเป็นเพชรเม็ดงามของ Mediterranean เพราะแวดล้อมไปด้วยประเทศต่างๆ มากมาย อาทิ อิตาลี (ซึ่งขนาบอยู่ด้านฝั่งซ้ายตลอดแนว) ส่วนฝั่งขวาของทะเลเอเดรียติกก็จะไล่ลงมาจากทิศเหนือคือ สโลวีเนีย โครเอเชีย โดยมีบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาอยู่ไม่ห่างจากริมทะเลแห่งนี้ (แม้จะไม่ติดกับทะเลก็ตาม) มอนเตเนโกร แล้วปิดท้ายปลายทะเลด้านใต้ด้วยแอลเบเนีย

นักภูมิศาสตร์ขนานนามทะเลนี้ว่าเป็นท้องน้ำที่แยกคาบสมุทรบอลข่านออกจากคาบสมุทรอิตาลี ดังนั้นเอเดรียติกจึงเป็นแหล่งที่ร่วมของความหลากหลายของอารยธรรมของคนหลายเชื้อชาติ ผู้ที่สัมผัสความมหัศจรรย์ของเอเดรียติกบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่นี่คือแหล่งรวมของความแตกต่างที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน แต่ในสมัยโบราณก็ต้องยอมรับว่าท้องทะเลแห่งนี้เต็มไปด้วยอันตรายนานาชนิด แต่ทว่าเป็นอันตรายที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ แต่ปัจจุบันทุกอย่างสงบและงดงามมาก

เอเดรียติกคือส่วนหนึ่งของ Mediterranean ถึงแม้จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งก็ตาม แต่ก็มีความสำคัญไม่น้อยเลย เพราะแต่ละแห่งของชายฝั่งของทะเลนี้จะเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม และโบราณสถานที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ทัวร์คุณแหนจะพาคุณๆ ไปสัมผัสความงดงาม และความวิจิตรของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่อยู่รายล้อมรอบๆ ทะเลเอเดรียติกในช่วงวันที่ 15-26 เมษายน 2561 โดยล่องลอยอย่างมีความสุขไปบนเรือสำราญ Norwegian Spirit Cruise โดยเรือลำนี้รองรับผู้โดยสารได้ทั้งหมด 2,018 คน แต่ทริปของคุณแหนรับสมาชิกเพียง 20 ท่านเท่านั้นครับ

ทริปล่องเรือสำราญกับคุณแหนจะเริ่มตั้งแต่ ลงเรือที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ที่เมือง Civitavecchia ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี จากนั้นคืนแรกเราทุกคนก็จะพักผ่อนอย่างสุขสำราญบนเรือ จากนั้นในวันที่ 17 เมษายน เรือจะเทียบท่าที่เมือง Dubrovnik, Croatia (เมืองนี้ถือเป็นไข่มุกของเอเดรียติก) จากนั้นในวันที่ 18-19 เมษายน เรือจะเทียบท่าที่ Venice, Italy ต่อมาวันที่ 20 เมษายน เรือจะเทียบท่าที่ Koper, Slovenia วันต่อมาเทียบท่าที่ Split, Croatia และวันรุ่งขึ้นก็เทียบท่าที่ Corfu, Greece ถัดไปเช้าวันรุ่งขึ้นก็เทียบท่าที่ Olympia (Katakolon) Greece รุ่งขึ้นอีกวันเทียบท่าที่ Valletta, Malta จากนั้นเราก็จะล่องเรืออีกหนึ่งคืนเต็มๆ แล้วเช้าวันที่ 26 เมษายน เรือก็จะเทียบท่าที่เมืองเดิมที่เราลงเรือ

เพียงแค่เอ่ยชื่อเมืองแต่ละเมืองที่เรือลำนี้เข้าเทียบท่าในแต่ละวัน ก็คงทำให้ผู้ร่วมทริปสามารถจินตนาการถึงความงดงามของเมืองต่างๆ ได้โดยไม่ยาก ดังนั้นเมื่อเรือเทียบท่าแล้ว เราก็จะพากันขึ้นไปท่องเที่ยวชมความงามของเมือง ไปสัมผัสชีวิตของผู้คน หรือไปจับจ่ายซื้อของฝากตามใจชอบ (ขออนุญาตกระซิบไว้ก่อนว่า ไปเที่ยวทริปนี้กับคุณแหน คุณแหนจะพาคุณขึ้นไปเที่ยวบนฝั่ง โดยไม่ต้องจ่ายเงินราคาแพงๆ เพื่อซื้อทัวร์เที่ยวในเมืองจากเรือ เพราะคุณแหนจะให้ Mr.Flower พาคุณเที่ยวโดยการนั่งรถสาธารณะของเมือง หรืออาจจะเป็นการเช่ารถตู้ไปเที่ยวด้วยกัน แล้วหารเฉลี่ยค่าใช้จ่ายตามจริง ซึ่งขอบอกว่าถูกกว่าการซื้อทัวร์จากเรือหลายสิบเท่า เพราะราคาที่เรือคิดจะเริ่มต้นมากกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน)

ขออนุญาตเล่าให้ฟังอีกนิดว่าการเที่ยวโดยใช้เรือสำราญเป็นการเที่ยวที่สนุกมาก เพราะไม่ต้องเก็บกระเป๋าย้ายโรงแรมทุกเช้า เพราะเรานอนในห้องนอนเดิมตลอด เมื่อเรือเทียบท่า เราก็ขึ้นไปเที่ยวกัน หากผู้ใดไม่ประสงค์จะไปก็สามารถสนุกสนานอยู่บนเรือได้ทั้งวัน เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวก และสิ่งสร้างความบันเทิงให้อย่างครบครัน อาทิ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำบนดาดฟ้า ห้องอาหาร ห้องเกม ร้านค้าปลอดภาษี โรงภาพยนตร์ ห้องฟังดนตรี

เขียนไปเขียนมาจนจะหมดพื้นที่แล้ว ยังไม่ได้เล่าถึงความน่าสนใจและความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวบนฝั่งให้คุณๆ ได้ทราบเลยแม้แต่น้อย แต่ก็เชื่อเหลือเกินว่าคุณๆ สามารถจินตนาการถึงความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวตามที่เอ่ยให้ทราบได้โดยไม่ยาก เพราะหลายรายเป็นนักเดินทางท่องเที่ยวตัวยงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น สัปดาห์นี้จึงขอนำเสนอภาพสวยๆ จากเมืองต่างๆ ที่เรือสำราญของเราจะแวะให้เห็นพอเป็นน้ำจิ้มไปก่อน สัปดาห์ต่อๆ ไปจะนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในแต่ละเมืองให้ทราบ

สนใจไปร่วมทริปสุดพิเศษ และแสนสนุกกับทัวร์คุณแหน โปรดติดต่อที่หมายเลข 02-5212690 โปรดกรุณารีบติดต่อนะครับ เพราะห้องราคาพิเศษที่คุณแหนได้รับมานั้นเหลือน้อยมากแล้วครับ

ตะลอนเที่ยว : หนังสือและจดหมาย ไม่มีวันตาย ในประเทศที่ผู้คนมีปัญญา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/314082

ตะลอนเที่ยว : หนังสือและจดหมาย ไม่มีวันตาย ในประเทศที่ผู้คนมีปัญญา

ตะลอนเที่ยว : หนังสือและจดหมาย ไม่มีวันตาย ในประเทศที่ผู้คนมีปัญญา

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คุณเชื่อไหมว่า ผู้คนในประเทศที่เจริญแล้วคือคนมีปัญญาและมีความคิดอ่านที่ดี ดังนั้นผู้คนจึงนิยมการอ่านและเขียนหนังสือตลอดเวลา

ตรงกันข้ามกับผู้คนในประเทศด้อยพัฒนา ที่ไม่นิยมการอ่านและเขียนหนังสือ

หากไม่เชื่อ คุณลองเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลก และผู้นำความคิดของโลก

ในขณะที่คนส่วนหนึ่งซึ่งมีจำนวนไม่น้อยในประเทศด้อยพัฒนากำลังละทิ้งการอ่านหนังสือ และไม่นิยมการจดบันทึกในสิ่งที่มีสาระ แล้วที่น่าคิดคือ คนในประเทศด้อยพัฒนามักจะมองว่าหนังสือเป็นเล่มๆ กำลังจะล้มหายตายจากไปจากสังคมมนุษย์ เหตุที่คิดเช่นนั้นเพราะ เชื่อจากฐานคิด และจากพฤติกรรมของตนเอง เพราะว่าตนเองไม่อ่านและไม่เขียนหนังสือ

ร้านขายหนังสือในประเทศพัฒนาแล้วยังเป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญของผู้คน หนังสือหนังหาดีๆ ยังเป็นที่ต้องการของผู้ใฝ่หาปัญญา และศิลปวิทยาการ

โปสต์การ์ด และจดหมายบนกระดาษที่เขียนบันทึกด้วยลายมือยังคงถูกส่งถึงกันและกันตลอดเวลา

หนังสือพิมพ์และนิตยสารดีๆ ยังคงเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารที่ให้สาระและความบันเทิงที่ผู้มีปัญญาในประเทศพัฒนาแล้ว ไม่สามารถขาดได้

แน่นอนว่าประชากรในประเทศพัฒนาแล้วไม่ปฏิเสธความทันสมัยของเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหญ่ แต่ทว่าเขามิได้ตกเป็นทาสของมัน เพราะเขาใช้มันในฐานะเครื่องมืออย่างหนึ่งในการดำรงชีวิตโดยไม่ตกเป็นทาสของมัน

ผู้คนจำนวนไม่น้อยในประเทศที่พัฒนาแล้วไม่นิยมก้มหน้าเล่นสมาร์ทโฟนวันหนึ่งหลายๆ ชั่วโมง แต่เขายังนิยมก้มหน้าอ่านหนังสือมากกว่า

ตะลอนเที่ยวสัปดาห์นี้จึงนำภาพร้านขายหนังสือ และขายโปสต์การ์ดในยุโรปตะวันตก และห้องสมุดมาเป็นของขวัญเทศกาลปีใหม่ และเป็นเครื่องมือยืนยันว่าหนังสือไม่เคยตายในดินแดนที่คนยังใฝ่และเสาะแสวงหาปัญญา

รูปแกะสลักบนผนังห้องสมุดในเมืองพอร์สดัม ที่แสดงภาพนกฮูกกับหนังสือ คือสัญลักษณ์ของแหล่งความรู้ของมนุษย์ตั้งแต่สมัยโบราณกาล ที่ไม่เคยถูกปิดตาย ดังนั้นห้องสมุดในมหานครสำคัญของโลกใบนี้จึงคึกคักตลอดเวลา

โปสต์การ์ดและจดหมายยังถูกส่งถึงกันตลอดเวลา บุรุษไปรษณีย์ยังคงปฏิบัติหน้าที่ดังเดิม

หนังสือพิมพ์ที่วางจำหน่ายไว้ในกล่องริมถนน โดยที่ผู้ซื้อหยอดเงินลงไป แล้วก็สามารถหยิบหนังสือไปอ่านได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครโกงค่าหนังสือ เพราะตู้ขายหนังสือริมทางเช่นนี้ไม่มีใครเฝ้า แต่ทุกอย่างเป็นไปด้วยระบบความซื่อสัตย์ ตู้ขายหนังสือพิมพ์ชนิดนี้ยังคงได้รับความนิยม แม้อาจจะขายได้น้อยกว่าเมื่อ 30-40 ปีก่อน แต่ก็ยังมีคนซื้อไปอ่านเป็นประจำ

นี่คือบรรยากาศและความจริงที่สามารถสัมผัสได้ทุกวันในประเทศที่พัฒนาแล้ว

Mr.Flower ขอถามคุณๆ ว่า คุณยังนิยมอ่านหนังสือดีๆ บนกระดาษอยู่หรือไม่ นานกี่ปีมาแล้วที่คุณไม่ได้เขียนโปสต์การ์ด หรือจดหมายถึงคนที่คุณรักและคิดถึง

เวลาคุณไปท่องเที่ยวในเมืองต่างๆ คุณได้เคยเขียนจดหมายหรือส่งโปสต์การ์ดกลับไปเล่าความประทับใจให้ใครบางคนที่คุณรักได้ประทับใจในความงามของที่ท่องเที่ยว หรือได้รับทราบความคิดถึงของคุณที่มีต่อเขาบ้างหรือไม่

นานแค่ไหนแล้วที่คุณไม่ได้อ่านหนังสือดีๆ คุณตอบได้ไหม

ลองกลับไปอ่าน และเขียนกันอีกสักครั้งไหม (สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้อ่านและเขียนหนังสือ)

ลองส่งโปสต์การ์ดสวยๆ จากเมืองสวยๆ ที่คุณไปท่องเที่ยวกลับไปหาคนที่คุณรักที่บ้านคุณสิครับ แล้ววันหนึ่งเมื่อคุณย้อนกลับไปอ่านโปสต์การ์ดหรือจดหมายเก่าๆ ของคุณ คุณจะระลึกถึงความหอมหวานแห่งอดีตได้โดยทันที

อยากให้คุณได้กลับไปสัมผัสบรรยากาศหอมหวานเช่นที่เคยมา ลองดูนะครับ

วันหน้าไปเที่ยวกับ Mr.Flower เราไปร้านหนังสือดีๆ ไปห้องสมุดดีๆ และเราจะเขียนจดหมายและส่งโปสต์การ์ดกลับไปหาคนที่เรารักและรักเราที่บ้านของเรา ดีไหมครับ

 

ตะลอนเที่ยว : เพื่อนกันฉันคนและหมา ความผูกพันระหว่างสองขากับสี่ขา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/312736

ตะลอนเที่ยว : เพื่อนกันฉันคนและหมา ความผูกพันระหว่างสองขากับสี่ขา

ตะลอนเที่ยว : เพื่อนกันฉันคนและหมา ความผูกพันระหว่างสองขากับสี่ขา

วันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สัตว์เลี้ยงที่คนนิยมมากที่สุดบนโลกใบนี้สุนัข หรือหมา และแมว เพราะฉะนั้นทั้งหมาและแมวจึงถือได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่ใกล้ตัวของคนมากที่สุด คนรักหมาหลายคนนอนและกินกับหมา ซื้อของขวัญให้หมา จัดงานวันเกิดให้หมา สะสมรูปหมาในอิริยาบถต่างๆ

มีสถิติจาก petsecure.com ว่าคนอเมริกันใช้จ่ายเงินมากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงของตน และระบุว่า 36 เปอร์เซ็นต์ของคนอเมริกันให้ของขวัญวันเกิดกับหมาของตน แต่ที่น่าสนใจมากคือ 9 ใน 10 ของคนอเมริกันยอมรับว่าหมาและแมวที่ตนเองเลี้ยงถือเป็นสมาชิกรายหนึ่งในครอบครัว และพบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของคนอเมริกันมีหมาหรือแมวไว้ในบ้าน และกว่าครึ่งหนึ่งของชาวอเมริกันผู้เลี้ยงหมาและแมวจะพูดคุยกับสัตว์เลี้ยงของตนเองเป็นประจำ และมีข้อมูลด้วยว่าคนสวิสนิยมเลี้ยงหมามากเป็นอันดับหนึ่ง และมีการทำสุสานให้กับหมาที่ตายไปแล้วด้วย

ข้อมูลคราวๆ ข้างต้นนี้น่าจะช่วยยืนยันได้ว่าคนกับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะหมาและแมวมีความใกล้ชิดผูกพันกันมาก และผูกพันกันมายาวนานแล้ว

มีข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ว่า หมาที่คุณเลี้ยงเขานั้น จะมีความรักและผูกพันกับผู้เลี้ยงอย่างมากมาย แถมยังมีความกตัญญูรู้คุณผู้เลี้ยงมากที่สุด ถึงแม้คนเลี้ยงบางคนอาจจะดูแลเขาไม่ดีนักก็ตาม แต่หมาก็ยังจงรักภักดีกับเจ้าของอย่างไม่เสื่อมคลาย เวลาที่เจ้าของไม่อยู่ด้วย หมาจะเฝ้ารอและคอยว่าเมื่อไรเจ้าของจะกลับมา และคอยจ้องมองที่ประตูตลอดเวลาว่าเมื่อไรที่ร่างของเจ้าของจะปรากฏ แล้วเมื่อเจ้าของมาถึง หมาก็จะแสดงความดีใจอย่างออกนอกหน้า จะส่งเสียงร้อง จะตะกุยตะกาย จะพยายามเลียมือ และเลียหน้าเจ้าของ เพื่อให้หายคิดถึง หมาหลายตัวไม่กินไม่นอน เมื่อเจ้าของบ้านหายจากบ้านไปนานๆ บางตัวถึงกับตรอมใจตาย เพราะไม่เห็นเจ้าของเป็นเวลานาน

พฤติกรรมข้างต้นของหมาที่เล่าให้ฟังนี้ ย่อมเป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงหมาต่างประจักษ์แจ้งในใจเป็นอย่างดี และขณะเดียวกันคนเลี้ยงหมาที่รักหมาจริงๆ ก็จะรู้สึกคิดถึงหมาของตนเองมาก ในยามที่ต้องห่างไกลจากกัน

ตะลอนเที่ยวสัปดาห์นี้ขอนำเสนอภาพของน้องหมาในสถานที่ต่างๆ จากแหล่งท่องเที่ยวในประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส และออสเตรีย ที่ Mr.Flower ได้ไปพบเห็นมาในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่วันมานี้

ในภาพที่นำมาเสนอนี้ จะพบว่าหมาทั้งหมดในภาพล้วนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี แม้หมาบางตัวจะอยู่กับคนไร้บ้าน (homeless people) นั่นเป็นเพราะว่าปัจจัยสำคัญเกิดมาจากคนเลี้ยงหมาจะต้องรักหมาก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนปัจจัยต่อมาคือในยุโรปนั้นมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์เลี้ยงที่เข้มงวดมาก เพราะฉะนั้นหากใครต้องการจะเลี้ยงหมาในยุโรปและอเมริกาแล้ว จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมายคงไม่สำคัญไปกว่าความรักของคนที่มีต่อหมา

ขอบอกว่าภาพถ่ายน้องหมาที่นำมาฝากในวันนี้ หลายภาพต้องแอบถ่ายจากระยะไกล เพราะเกรงว่าเจ้าของหมาจะไม่อนุญาต เพราะเขาอาจจะคิดว่าเรากำลังละเมิดความเป็นส่วนตัวของเขาและของหมา แต่หลายภาพก็ได้รับอนุญาตจากเจ้าของและตัวของน้องหมา แต่มีบางภาพที่เจ้าของหมาเป็นคนไร้บ้าน เมื่อเราให้ขนมและให้สตางค์เขาเล็กๆ น้อยๆ แล้วก็พูดคุยกับเขา และเล่นกับน้องหมาที่แสนจะช่างรับแขก แต่เราก็ไม่ต้องการถ่ายภาพเขาและหมาในระยะที่ใกล้ชิดจนเกินไป แม้เขาจะอนุญาตก็ตาม คนไร้บ้านหลายคนคุยกับ Mr.Flower ว่า ในชีวิตเขาไม่มีอะไรมากนัก เขามีแค่เพียงหมาเท่านั้นที่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา

บอกได้คำเดียวว่าหมาส่วนมากในยุโรปเป็นสัตว์เลี้ยงที่ช่างโชคดี เพราะมีคนเลี้ยงดูที่เมตตาและเอ็นดูเขา แม้จะมีหมาบางตัวถูกปล่อยทิ้งก็ตาม แต่ก็ยังคงมีบ้านพักให้กับหมาที่ถูกทิ้ง เพื่อรอผู้รับเลี้ยงรายใหม่นำเขาไปเลี้ยงดู

เห็นภาพหมากับคน และภาพคนรักหมาในยุโรปแล้ว มีคำถามเกิดขึ้นมาว่า เมื่อไรเมืองไทยจะมีการออกกฎให้ผู้เลี้ยงหมาและแมวต้องลงทะเบียนสัตว์เลี้ยง แต่ที่ฝันไว้มากกว่านั้นคือ เมื่อไรเมืองไทยจะไร้ภาพหมาแมวจรจัด

สุดท้ายนี้ Mr.Flower ขอเชิญชวนคุณๆ ผู้รักหมารักแมว เข้าร่วมโครงการทำหมันหมาแมวจรจัดกับหนังสือพิมพ์แนวหน้าและคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้สนใจโปรด Add Line Group Dog and Cat and Me เรามาร่วมช่วยกันทำให้หมาแมวจรจัดหมดไปจากเมืองไทยด้วยการทำหมันพวกเขานะครับ

ตะลอนเที่ยว : งานวัดแบบชาวตะวันตก กับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนทุกชนชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311820

ตะลอนเที่ยว : งานวัดแบบชาวตะวันตก กับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนทุกชนชาติ

ตะลอนเที่ยว : งานวัดแบบชาวตะวันตก กับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนทุกชนชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นเรื่องปกติธรรมดามากที่ทุกคนจะมีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส หัวเราะเสียงดัง พูดคุยกันอย่างสนุกสนานและออกรสออกชาติ กินและดื่มกันอย่างเอร็ดอร่อย จับจ่ายใช้สอยกันอย่างมีความสุข เมื่อได้ไปอยู่ในงานเทศกาลเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสและปีใหม่

นอกจากบรรยากาศของการจัดร้านรวงต่างๆ ในเทศกาลคริสต์มาสจะเต็มไปด้วยสีสันแล้ว ยังมีเสียงเพลงแห่งช่วงเวลาคริสต์มาสเปิดเพิ่มบรรยากาศชวนให้รู้สึกครื้นเครง คึกคัก และร่าเริง แถมความหนาวเย็นของอากาศ ซึ่งอาจจะมีหิมะโปรยปรายลงมาด้วย (แต่บางแห่งก็มีละอองฝนโปรยลงมา) ก็ยิ่งทำให้ความสุขในเทศกาลคริสต์มาสมากมายยิ่งขึ้น

อีกสิ่งหนึ่งที่จะขาดเสียมิได้ในงานออกร้านเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่คือลานสเกตน้ำแข็ง ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน และร้านเกมต่างๆ เช่น ปาเป้า ปาลูกดอก ร้านขายขนมหวานนานาชนิด โดยเฉพาะสายไหมเส้นบางๆ สีแสนสวยและส่งกลิ่นหอม ที่พันรอบไม้เสียบจนพองฟูฟ่อง ชวนให้ลิ้มลองเป็นที่สุด จนยากที่จะอดใจได้ แม้จะมีอายุเกินวัยเด็กน้อยไปแล้วก็ตาม

สิ่งที่เล่ามาให้ฟังคร่าวๆ นี้ ล้วนหาได้ทุกหนทุกแห่งในการออกร้านเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ในยุโรปตะวันตกแทบทุกประเทศ แต่สำหรับตลาดคริสต์มาสที่ขึ้นชื่อว่ามีสีสันมากที่สุดของโลกนั้นถูกยกให้เป็นของเยอรมนี ดังนั้นจึงไม่ประหลาดที่ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกจึงต้องการจะไปเที่ยวชมตลาดคริสต์มาสในเยอรมนีให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต

สัปดาห์ก่อน Mr.Flower พาคุณไปเที่ยวตลาดคริสต์มาสในเมืองมิวนิค แฟรงค์เฟิร์ต และนูเรมเบิร์ก ในเยอรมนี แล้วได้ข้ามไปเที่ยวชมตลาดคริสต์มาสที่เมืองซาลซ์บูร์ก ในออสเตรียด้วย

สำหรับสัปดาห์นี้จะพาคุณไปชมตลาดคริสต์มาสหลายแห่งในกรุงเบอร์ลิน แล้วไปเที่ยวตลาดคริสต์มาสเมืองพอท์สดัม ประเทศเยอรมนี และข้ามไปเที่ยวเมืองสตราส์บูร์ก ประเทศฝรั่งเศส

เมื่อได้ไปเที่ยวชมตลาดคริสต์มาสในประเทศยุโรปตะวันตกแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือการเข้าไปในโบสถ์หรืออาสนวิหารประจำเมืองนั้นๆ เพื่อนมัสการพระผู้เป็นเจ้า และชมความวิจิตรอลังการของโบสถ์ และที่สำคัญคือการได้เข้าไปฟังคอนเสิร์ตคริสต์มาสในโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง

เวลาได้ฟังเสียงบรรเลงเพลงด้วยออร์แกนใหญ่ในโบสถ์ประจำเมืองแล้ว ได้บรรยากาศแห่งเทศกาลคริสต์มาสจนเกินจะบรรยายเป็นคำพูดสั้นๆ ได้โดยง่าย เพราะช่างหวาน เยือกเย็น และทรงพลังอย่างที่สุด

เทศกาลวันคริสต์มาสผ่านพ้นไปแล้ว และอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันขึ้นปีใหม่ Mr. Flower ขอกล่าวคำว่า Happy New Year 2018 กับผู้อ่านแนวหน้าทุกคน และขอให้ทุกคนมีความสุขมากมายมหาศาลในเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

แล้วถ้าหากคุณๆ สนใจจะไปเที่ยวชมตลาดคริสต์มาสระดับโลกกับ Mr.Flower ในปีหน้า กรุณาจองที่นั่งเสียแต่เนิ่นๆ นะครับ เพราะเราไปเที่ยวกันเพียง 10 คนเท่านั้น สนใจโปรดติดต่อ 091-7233615

Happy New Year 2018


กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี


เมืองพอท์สดัม (Potsdam) เยอรมนี


เมืองสตราส์บูร์ก ฝรั่งเศส

ตะลอนเที่ยว : The Christmas Time, The Happy Moment. เวลาดีๆ ในช่วงคริสต์มาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310558

ตะลอนเที่ยว : The Christmas Time, The Happy Moment.  เวลาดีๆ ในช่วงคริสต์มาส

ตะลอนเที่ยว : The Christmas Time, The Happy Moment. เวลาดีๆ ในช่วงคริสต์มาส

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

oh holy night the stars are brightly shining.
It is the night of our dear Savior’s birth.

Long lay the world in sin and error pining.
Till He appeared and the soul felt its worth.

A thrill of hope the weary world rejoices.
For yonder breaks a new glorious morn.

Fall on your knees. Oh hear the angels’ voices. Oh night divine. Oh night when Christ
was born.

Oh night divine Oh night. Oh night divine…….

(เพลง Oh Holy Night)

ช่วงเวลาแห่งเทศกาลคริสต์มาส นับเป็นช่วงเวลาที่มนุษยชาติโดยทั่วไปมีความสุข แจ่มใส ร่าเริง เพราะว่าบรรยากาศอันเนื่องมาจากความหนาวเย็นและสีสัน รวมถึงเสียงเพลงแห่งเทศกาลนี้ ต่างมีส่วนทำให้มนุษย์ทุกคนยิ้มและหัวเราะได้ ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะนับถือศาสนาใดก็ตาม

เมื่อพูดถึงเทศกาลคริสต์มาสแล้ว คริสตศาสนิกชนส่วนมากก็จะนึกถึงวันประสูติของพระเยซู และพร้อมๆ ไปนั้น ก็จะนึกถึงการเฉลิมฉลอง ความสนุกสนาน และที่ขาดไม่ได้คือ ตลาดคริสต์มาส

ตลาดคริสต์มาสที่ได้รับการกล่าวขานว่ามีสีสัน สวยงาม สนุกสนาน และครึกครื้นมากที่สุดของโลกใบนี้อยู่ในประเทศเยอรมนี โดยเฉพาะที่นูเรมเบิร์ก (Nuremberg) แต่ชาวเยอรมันออกเสียงว่าเนิร์นแบร์ก (Nürnberg)

รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยที่ต่างคนต่างพยายามบอกเล่าความสุขเพื่อแลกเปลี่ยนระหว่างกัน กลิ่นไวน์อุ่น (Glühwine) และ Rum Punch ที่หอมกรุ่นตลบอบอวลไปทั้งตลาด กลิ่นหอมจากไส้กรอกนานาชนิดที่ย่างบนเตาไฟที่ร้อนฉ่า รสหวานมันจากเกาลัด (Maroni) อบทรายร้อนที่กินแล้วเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ผสมกับกลิ่นหอมจากขนมปังอัลมอนด์ และขนมปังขิง รวมถึงสีสันและรสชาติของขนมหวานอีกสารพัดเกินกว่าจะบรรยายได้หมด และที่ขาดไม่ได้คือสายไหมบางเบาหวานหอมสุดแสนอร่อย รวมถึงตังเมสีสันสวยจับใจ แล้วที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือต้นคริสต์มาสประดับไฟสวยงามที่มีความสูงเท่าตึก 4-5 ชั้น รวมถึงร้านขายตุ๊กตาสารพัดสารพันรูปลักษณ์ที่แสนจะน่ารัก

นอกจากนั้น ตลาดคริสต์มาสในเนิร์นแบร์กยังโอบล้อมไปด้วยโบสถ์ อาสนวิหารที่สร้างมาตั้งแต่ยุคกลางของยุโรป ศาลาว่าการประจำเมือง ดังนั้นจึงได้ยินเสียงระฆังตีบอกเวลาเป็นประจำทุกโมงยาม และยังมีเสียงร้องเพลงแบบประสานเสียง รวมถึงการบรรเลงดนตรีสด ทั้งแบบซิมโฟนีครบวง และแบบชนิดบรรเลงด้วยเครื่องเป่าลมเท่านั้น โดยเลือกสรรบทเพลงประจำเทศกาลคริสต์มาสมาร้องและบรรเลงตลอดเวลา ทำให้เมื่อเวลาได้อยู่ในบรรยากาศเช่นนี้แล้ว ก็อดที่จะมีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าได้ตลอดทุกวินาที มองไปทางไหนก็เห็นแต่รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ นอกจากนี้ ถ้าหากได้มีโอกาสเข้าไปในโบสถ์ประจำเมืองแล้ว ก็ยังจะได้ฟังการเล่นคอนเสิร์ตที่บรรเลงโดยออร์แกนยักษ์ประจำโบสถ์อีกด้วย

เท่าที่บรรยายมานี้เป็นเพียงบรรยากาศคร่าวๆของเทศกาลคริสต์มาสในเมืองเนิร์นแบร์ก เยอรมนี เท่านั้น แต่ขณะเดียวกัน Mr.Flower ก็ได้นำภาพบรรยากาศของตลาดคริสต์มาสในเมืองมิวนิค และเมืองแฟรงค์เฟิร์ต เยอรมนี รวมถึงเมืองซาลซ์บูร์ก ออสเตรีย มาฝากคุณด้วย

ทริปนี้พาคุณๆ ที่เป็นแฟนหนังสือพิมพ์แนวหน้าตระเวนเที่ยวตลาดคริสต์มาสในยุโรปเพียง 3 เมืองก่อน สัปดาห์หน้าจะพาคุณไปเที่ยวชมตลาดคริสต์มาสในเมืองอื่นๆ อีก

สำหรับคุณๆ สนใจจะร่วมทริปท่องตลาดคริสต์มาสในยุโรปตะวันตกกับ Mr.Flower ในปี 2018 โปรดติดต่อจองการร่วมทริปแต่เนิ่นๆ นะครับ คณะของเราเดินทางกันเพียง 10 คนเท่านั้น เรา
เดินทางท่องยุโรปด้วยรถไฟ และนอนที่โรงแรมกลางเมืองซึ่งใกล้กับบริเวณจัดตลาดคริสต์มาส เพราะฉะนั้นเราจึงสามารถเที่ยวชมตลาดได้อย่างจุใจ หากเกิดอาการเบื่อหรือไม่อยากเดินก็กลับไปนอนพักเอาแรง เมื่อหายเหนื่อยแล้วก็ลงไปเดินชมตลาดต่อ เราเที่ยวกันสบายๆ แบบนี้ครับ สนใจร่วมทริปโปรดติดต่อ 091-7233615

ตลาดคริสต์มาส มิวนิก เยอรมนี

ตลาดคริสต์มาส มิวนิก เยอรมนี

ตลาดคริสต์มาส ที่นูเรมเบิร์ก เยอรมนี

ตลาดคริสต์มาส ที่นูเรมเบิร์ก เยอรมนี

ตลาดคริสต์มาส ที่แฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี

ตลาดคริสต์มาส ที่แฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี

ตลาดคริสต์มาส ซาลซ์บูร์ก ออสเตรีย

ตลาดคริสต์มาส ซาลซ์บูร์ก ออสเตรีย

ตะลอนเที่ยว : เรากินนมแม่ เราจึงไม่กินเนื้อแม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309188

ตะลอนเที่ยว : เรากินนมแม่ เราจึงไม่กินเนื้อแม่

ตะลอนเที่ยว : เรากินนมแม่ เราจึงไม่กินเนื้อแม่

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“เรากินนมแม่แล้ว ดังนั้นเราจึงไม่กินเนื้อแม่” พระพิฆเนศกล่าวไว้เช่นนี้ (อ้างอิงตามตำนานพระพิฆเนศ) แม่ที่พระพิฆเนศพูดถึงในที่นี้คือ “โค” คำกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความมีกตัญญุตาต่อผู้มีพระคุณ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เจริญแล้วประพฤติปฏิบัติกันโดยทั่วหน้า

ด้วยความคิดร่วมกันของผู้บริหาร-พนักงานหนังสือพิมพ์แนวหน้า และผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้าที่เห็นชอบในการร่วมสร้างโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์เพื่อนำไปมอบให้เกษตรกรรายย่อยเลี้ยงดูจนกว่าโคกระบือที่รับบริจาคไปจะถึงอายุขัย ซึ่งโครงการนี้ได้ดำเนินมาเป็นเวลา 3 ปีกว่าๆ

จากการร่วมสมทบทุนกันคนละเล็กละน้อย แต่ก็มีแฟนหนังสือพิมพ์แนวหน้าหลายรายที่บริจาคไถ่ชีวิตโคกระบือทั้งตัว ในที่สุดโครงการของเราได้สามารถไถ่ชีวิตโคกระบือรวม 50 ตัว และเขาเหล่านี้ก็ได้ออกลูกสืบพันธุ์มาแล้ว 8 ตัว

ทุกครั้งที่คณะของเราไปเยี่ยมโคกระบือที่บริจาคให้เกษตรกรรายย่อย เราทุกคนก็จะได้รับความอิ่มใจเป็นเครื่องตอบแทนเสมอ เมื่อเราพบว่าพวกเขามีชีวิตที่ดี ดูเขามีความสุข ยิ่งเวลาเห็นเขามีลูกน้อยอยู่คลอเคลีย ก็ยิ่งทำให้อิ่มใจมากขึ้น

จากอดีตที่พวกเขากำลังรอความตายในคอกของโรงฆ่าสัตว์ แต่วันนี้เขาสามารถเดินเล่นเละเล็มกินหญ้าได้อย่างสบายใจ เมื่อเห็นพวกเขาอารมณ์ดี มีความสุข ได้อยู่ในท้องทุ่งกว้าง ได้ลงเล่นและนอนแช่น้ำในปลัก (สำหรับฝูงโคกระบือ) ภาพเหล่านี้ทำให้คนที่รักโคและกระบือ รวมถึงรักสัตว์อื่นๆ ด้วย สามารถยิ้มได้เต็มหน้า

โคกระบือเกือบทุกตัวที่คณะของเราบริจาคคงจะมีสัมผัสวิเศษบางอย่าง เพราะเมื่อคณะของเราไปเยี่ยมพวกเขา เขาไม่มีความแตกตื่น แม้บางตัวอาจจะไม่เข้ามาหาคณะของเรา แต่เมื่อพวกเราพยายามบอกกับเขาว่า มาเยี่ยมเขานะ ขอให้เขามีความสุขมากๆ มีสุขภาพแข็งแรง และขอให้ลูกๆ ของเขาเติบโตแข็งแรง พวกเขาก็ดูเสมือนเข้าใจในสิ่งที่เราพยายามสื่อสารด้วย

มีโคและกระบือบางตัวที่เชื่องมาก และเดินเข้าหาคณะของเรา บางตัวนั้น เมื่อพวกเรายื่นมือไปแตะที่หัว เขาก็นิ่งให้เราแตะได้ตามสบาย บางตัวก็ใช้หัวถูๆ กับมือและแขนของพวกเรา ซึ่งผมเชื่อว่าเขาคงแสดงความขอบคุณที่เราทุกคนได้ร่วมกันช่วยชีวิตเขาไว้

สำหรับภาพโคกระบือที่นำมาฝากคุณๆ ในสัปดาห์นี้ คือโคกระบือที่เราบริจาคให้เกษตรที่อำเภอเดิมบางนางบวช สุพรรณบุรี เรามอบโคกระบือชุดนี้ให้เขาเมื่อสองปีก่อน มอบให้ทั้งหมด 14 ตัว บัดนี้เขามีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น 3 ตัว ส่วนกระบืออารมณ์ดีสามตัวที่ผมนำภาพมาฝากนั้น ก็แสนจะเชื่อง พูดจารู้ภาษาคนด้วย ชอบใช้จมูกดมและไซ้มือและแขนของผู้ไปเยี่ยม ส่วนโค
ก็เชื่อง ไม่ตื่นคน เวลาคนเข้าไปใกล้ พวกเขาก็จะหยุดดูสักครู่ เมื่อมั่นใจว่าไม่มีอันตรายใดๆ กับเขา เขาก็จะยอมให้เราเดินเข้าไปใกล้และแตะต้องตัวเขาได้

สำหรับทริปไปเยี่ยมโคครั้งหน้า คงจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม ช่วงหลังวันปีใหม่ และอาจจะหลังวันตรุษจีน (หากกำหนดวันแน่นอนแล้วจะแจ้งให้ทราบผ่านคอลัมน์นี้) ส่วนวันนี้ก็ขอนำภาพที่ทีมงามของแนวหน้าเดินทางไปเก็บภาพน่ารักๆ มาฝากกับคุณๆ ผู้อ่าน ไม่ว่าคุณจะมีส่วนร่วมบริจาคหรือไม่ก็ตาม และหวังว่าเมื่อคุณได้อ่านคอลัมน์นี้แล้ว คุณคงอยากจะร่วมโครงการกับพวกเรา

สำหรับช่วงนี้ของดรับการบริจาคชั่วคราว เพราะยังหาผู้รับเลี้ยงที่เหมาะสมไม่ได้ ส่วนผู้ที่สนใจจะได้โคกระบือไปเลี้ยงดูนั้น ขอให้เป็นเกษตรรายย่อยตัวจริง หรือหากมิใช่เกษตรกรรายย่อย แต่ถ้าคุณมีที่ดิน และมีผู้เลี้ยงดูพวกเขาได้ คณะของเราก็ยินดีจะพิจารณา แต่ขอสงวนสิทธิ์ไม่มอบโคกระบือให้กับผู้ที่มีที่ดินมากมายมหาศาล ที่ประสงค์จะได้โคกระบือไปปล่อยทิ้งไว้ในที่ดินของตน โดยอ้างว่ามีหญ้าให้เขากิน แต่ไม่มีคนดูแลเลี้ยงดูเขา หากเป็นเช่นนี้แล้ว คณะของเราไม่มอบให้เด็ดขาด

โปรดอย่าลืมว่า โคกระบือเป็นสิ่งมีชีวิต เขาต้องการคนดูแล และโปรดอย่าคิดว่าคณะของเราให้ของฟรี เพราะเงินแต่ละบาทแต่ละสตางค์ที่เรารวบรวมไปไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์ ล้วนมาจากการบริจาคของผู้มีจิตใจเป็นกุศลทั้งสิ้น ผู้สนใจร่วมโครงการโปรดติดต่อ 091-7233615 (กรุณาติดต่อหมายเลขนี้หลังปีใหม่นะครับ)