ตะลอนเที่ยว : เขาเล่าว่า เมืองนี้มีของดีมากมาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/209731

วันอาทิตย์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เกาะเต่า

มีเรื่องเล่าขาน และมีตำนาน รวมถึงเรื่องปรัมปรามากมายเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวทั่วเมืองไทย เรื่องเล่ากล่าวขานเหล่านี้มีความน่าสนุก น่าตื่นเต้น และน่าค้นหาเป็นที่สุด

ถ้าเช่นนั้น สัปดาห์นี้เราก็จะไปติดตาม และค้นหาเรื่องเล่าขานที่เขาเล่าว่าเกี่ยวกับเมืองท่องเที่ยวในเขตจังหวัดภาคใต้ของไทยด้วยกัน

เริ่มที่ชุมพร ประตูสู่ภาคใต้ สถานที่แรกที่จะชวนคุณไปเที่ยวคือโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ (หรือโครงการแก้มลิงชุมพร) ตั้งอยู่ที่บ้านเขาแรด โครงการนี้ทำขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยของจังหวัดชุมพรภายในโครงการมีสะพานไม้เคี้ยม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-6 นิ้ว ความยาวประมาณ 300 เมตร ตัวสะพานทอดข้ามหนองน้ำ มีลักษณะคดโค้งเป็นรูปตัว S เสาของสะพานไม้ปักลงไปในหนองน้ำโดยใช้แรงงานคนในการก่อสร้างทั้งหมด หลายคนใช้เป็นเส้นทางปั่นจักรยาน และแหล่งเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง


พระแอด-ปวดหาย

ต่อมาคือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ครอบคลุมพื้นที่ 198,125 ไร่ มีชายหาดทอดยาวกว่าร้อยกิโลเมตร มีหมู่เกาะกว่า 40 เกาะ อาทิ เกาะจระเข้ มีลักษณะเป็นเกาะยาวคล้ายลำตัวจระเข้ เป็นจุดดำน้ำที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุด ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของอุทยานฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 077-558144-5 หรือ http://www.dnp.go.th

จากนั้น เดินทางไป อำเภอทุ่งตะโก แวะชม หาดอรุโณทัยตั้งอยู่ที่ตำบลปากตะโก เป็นชายหาดสงบเงียบ ที่ยังสามารถพบเห็นวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านได้ ริมชายหาดเป็นที่ตั้งศาลกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย) ถัดมาเป็นปากน้ำทุ่งตะโก จุดเดินเรือออกทะเลของชาวอำเภอทุ่งตะโก จึงหลากหลายไปด้วยสีสันของเรือและวิถีชีวิตชาวประมงที่ผูกพันกับท้องทะเลมายาวนาน

สถานที่ต่อไปคือ สวนนายดำ อยู่ที่ตำบลตะโก เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นสวนผลไม้และสวนส้มโชกุน และสินค้า OTOP หลากหลายชนิดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชุมพร นอกจากนี้ยังมีบ้านพัก ร้านอาหาร และร้านกาแฟสดสไตล์อิตาเลียน และที่สำคัญคือ มีส้วมหลากหลายจินตนาการ อาทิส้วมทาร์ซาน ส้วมรู ส้วมคุณก้อนทอง เตรียมไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว สอบถามข้อมูลและเส้นทางการเดินทาง โทร.089-6520733 หรือ http://www.suannaidum.in.th ต่อไปคือสวนลุงนิล อยู่ที่ตำบลช่องไม้แก้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีการปลูกพืชแบบคอนโดเก้าชั้น ไม่ใช้สารเคมี ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย สอบถามข้อมูลการเดินทาง โทร.086-4705011, 087-4660596


หาดทุ่งวัวแล่น

หาดทุ่งวัวแล่น ตั้งอยู่ในอำเภอปะทิว ชายหาดมีเม็ดทรายสีขาวนวลละเอียด ทอดตัวยาวสุดสายตา ลักษณะเป็นหาดที่มีความลาดเอียงน้อย น้ำทะเลสวยใสเหมาะแก่การเล่นน้ำ  ส่วนทางด้านใต้ของหาดที่ติดภูเขานั้นเป็นหาดหิน ใต้น้ำเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพร มีสาหร่าย ฟองน้ำ ดอกไม้ทะเล และปลาทะเลนานาชนิด

แต่ที่พลาดไม่ได้คือ หาดทรายรีสวี ตำบลท่าหิน เป็นหาดทรายที่สวยงามของอำเภอสวี ชายหาดทอดตัวยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ขนานกันไปกับทิวมะพร้าว มีบรรยากาศที่เงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน บริเวณรอบๆ เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวประมงที่มีวิถีชีวิตอย่างเรียบง่าย

ชุมพรมีชายทะเลยาวกว่า 222 กิโลเมตร จึงมีคำเรียกว่า หาดทรายสวยสี่ร้อยลี้ และยังมีหมู่เกาะต่างๆ ตั้งเรียงรายตลอดแนวชายฝั่งกว่า 40 เกาะ ส่วนใหญ่เป็นเกาะขนาดเล็ก บางเกาะมีหาดทรายขาวสะอาด สามารถขึ้นไปเที่ยวชมบนเกาะได้ แต่บางเกาะเป็นเกาะสัมปทานรังนก ไม่สามารถขึ้นบนเกาะได้ ส่วนนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปดำน้ำดูปะการัง แหล่งดำน้ำแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ เกาะที่เหมาะสำหรับการดำน้ำตื้น และเกาะที่เหมาะสำหรับการดำน้ำลึก


หาดริ้น

สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกที่ขึ้นชื่อคือกาแฟพันธุ์โรบัสต้า กาแฟชุมพรถือว่าเป็นสุดยอดกาแฟไทย จนได้ฉายาว่าเป็นChumphon Coffee Valley หรือ ชุมพรหุบเขาแห่งกาแฟ ส่วนผลไม้ ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ กล้วยเล็บมือนาง และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ นอกจากนี้ยังมีรังนกที่ได้มาตรฐานด้วย และที่ไม่ควรพลาดการซื้อกลับบ้านคืออาหารทะเล  มีทั้งอาหารสดและอาหารทะเลแปรรูป เช่น กะปิบ้านปากหาด น้ำปลาปากแม่น้ำทุ่งตะโก

นอกจากชุมพรแล้ว อีกเมืองหนึ่งที่ไม่ควรพลาดการไปเยือนคือ สุราษฎร์ธานี เมืองร้อยเกาะ ศูนย์กลางอาณาจักรศรีวิชัย

จุดแรกที่อยากชวนไปเที่ยวคือ ฟาร์มหอยนางรม บริเวณอ่าวบ้านดอน อำเภอกาญจนดิษฐ์ ไปชมการสาธิตการเลี้ยงหอยนางรม หอยแมลงภู่และหอยแครง การวางอวนเพื่อดักกุ้ง ปู ปลา และการปลูกป่าชายเลน มีการสร้างขนำหรือกระท่อมเล็กๆ กลางทะเล เพื่อเป็นที่พักแบบฟาร์มสเตย์ สอบถามข้อมูลการเดินทางหรือพูดคุยเรื่องการเลี้ยงหอยนางรมเพิ่มเติมได้ที่ สินมานะฟาร์มสเตย์ โทร.081-5977575


นกนางแอ่น

จากนั้นไปดำน้ำที่ เกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน มีชายหาดขาว น้ำทะเลใสสะอาดร่มรื่นด้วยทิวไม้ริมชายหาด และบรรยากาศเงียบสงบช่วงที่เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกันยายน สามารถลงเรือได้ที่ท่าเรือดอนสัก (สุราษฎร์ธานี) การเดินทางบนเกาะพะงันมีรถสองแถวบริการรอบเกาะราคาขึ้นอยู่กับระยะทาง หรือจะเช่ามอเตอร์ไซค์ได้ที่หาดท้องศาลา และยังมีบริการเรือหางยาวทั้งแบบเหมาลำและแบบเรือเมล์ บริเวณหาดท้องศาลาและชายหาดต่างๆ บนเกาะพะงัน

แล้วขอชวนไปดำน้ำที่เกาะเต่า อยู่ห่างจากอำเภอเกาะพะงัน 45 กิโลเมตร เป็นเกาะที่สวยงาม มีแนวปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึกชายหาดขาวสวยสงบเงียบ ช่วงเวลาที่เหมาะจะมาท่องเที่ยวคือ เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกันยายน ส่วนเกาะที่ไม่ไกลจากเกาะเต่าคือ เกาะนางยวน มีเกาะเล็ก 3  เกาะ หาดทรายเชื่อมกันสามารถเห็นได้ในเวลาที่น้ำลง หาดทรายขาวละเอียด

 

แต่ที่ทุกคนรู้จักกันดีคือเกาะสมุยเกาะที่ยอดฮิตของคนไทยและคนต่างชาติผู้ชื่นชอบทะเลและหาดทราย


รังนก

จริงๆ แล้วสุราษฎร์ฯ ยังมีอุทยานแห่งชาติเขาสก พื้นที่ป่าที่แสนสมบูรณ์มีพันธุ์ไม้หายาก คือ ปาล์มหลังขาว และบัวผุด ดอกไม้ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่บนพื้นดิน บานในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม

ส่วนอำเภอพุนพิน มีบ่อน้ำร้อนท่าสะท้อน หรือบ่อน้ำพุร้อนรัตนโกสัย บ้านบ่อกรัง ตำบลท่าสะท้อน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีน้ำแร่อุณหภูมิสูง 70 องศา ส่วนที่อำเภอวิภาวดี มีน้ำตกวิภาวดี น้ำตกขนาด 9 ชั้น ว่ากันว่าชั้นที่ 2 สวยงามที่สุด ตกจากหน้าผาสูง 15-20 เมตร ด้านล่างมีแอ่งสำหรับเล่นน้ำได้ ช่วงที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวคือ เดือนมกราคม-เมษายน

ไปเที่ยวสุราษฎร์ฯ อย่าลืมซื้อไข่เค็มไชยา ผ้าไหมพุมเรียง และผลิตภัณฑ์จักสานจากกระจูดกลับบ้านด้วยครับ

ขอพาไปต่อกันอีกเมืองนะครับ คือ เมืองนคร หรือนครศรีธรรมราช ไปกราบพระบรมธาตุ ที่วัดมหาธาตุ วรมหาวิหาร ปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้และประเทศไทย สิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งขององค์พระบรมธาตุ คือองค์พระธาตุจะไม่มีเงาทอดลงพื้นไม่ว่าแสงอาทิตย์จะส่องกระทบไปทางใด จากความมหัศจรรย์นี้ จึงทำให้เจดีย์นี้เป็น1 ใน Unseen Thailand

ต่อจากนั้น ไปบ้านหนังตะลุงสุชาติ ถนนศรีธรรมโศกราชซอย 3 ของนายสุชาติ ทรัพย์สิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(การแสดงพื้นบ้าน) พ.ศ.2539 ไปชมพิพิธภัณฑ์หนังตะลุง การแสดงหนังตะลุงการสาธิตการแกะรูปหนังตะลุง ที่แห่งนี้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Thailand Tourism Awards) รางวัลดีเด่นประเภทวัฒนธรรมและโบราณสถาน พ.ศ.2539 และได้รับรางวัลยอดเยี่ยมแหล่งเรียนรู้และนันทนาการ พ.ศ.2552


หนังตะลุงสุชาติ

เมืองคอนยังมีจุดชมวิวทะเลหมอกบนยอดเขาเหล็ก หรือทะเลหมอกกรุงชิง อำเภอนบพิตำ สามารถชมทะเลหมอกตอนเช้าได้ตลอดปี และอีกจุดที่ต้องไม่พลาดคือบ้านคีรีวง อำเภอลานสกา หมู่บ้านที่อยู่กับธรรมชาติแบบสุดสะอาดแท้จริง

และขอย้ำว่าอย่าพลาดชม คอนโดนกนางแอ่น อำเภอ ปากพนัง ที่ชาวเมืองเรียกว่าเหมืองทองคำขาวแห่งเมืองปากพนัง เป็นตึก 3 ชั้น รูปแบบชิโนโปรตุกีส

สินค้าพื้นเมืองของเมืองคอนคือ พัดใบกะพ้อ เครื่องถมนคร สร้อยนะโม สร้อยเงิน และสร้อยสามกษัตริย์ ตัวหนังตะลุง เครื่องจักสานย่านลิเภา ผ้ายกเมืองนคร และงานหัตถกรรมจากกระจูด รวมถึงมังคุดสดสุดอร่อย


กระจูด

วันนี้แนะนำที่เที่ยวสามจังหวัด คือ ชุมพรฯ เมืองคอน และสุราษฎร์ฯ รายละเอียดของแต่ละที่มีมากมายบรรยายได้ไม่หมด หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดโทร. สอบถาม 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

 

ตะลอนเที่ยว : ดูละคร‘ผ้าห่มผืนสุดท้าย’แล้วไปคลายร้อนที่ภาคตะวันออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/208708

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ตะลอนเที่ยวสัปดาห์นี้ชวนคุณไปเที่ยวสองแบบสองสไตล์พร้อมๆ กัน โดยแห่งแรกจะชวนคุณไปดูละครเวทีเรื่อง ผ้าห่มผืนสุดท้าย ที่เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์

ละครเรื่องนี้สร้างขึ้นจากเรื่องราวของทหารผู้ไปปฏิบัติหน้าที่ในเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย โดยผูกเรื่องให้เห็นถึงความไม่เข้าใจกันระหว่างพ่อผู้เป็นทหารกับลูกสาวที่ไม่ชอบให้พ่อพูดเสียงดังใส่ตลอดเวลา, พูดถึงความรักและความห่วงใยของแม่ที่มีต่อลูกชายที่ไปราชการชายแดน และพูดถึงความรักของหมอคนหนึ่งที่ต้องยอมไปเป็นทหาร เพื่อหวังชนะใจแฟนสาวที่คลั่งไคล้เครื่องแบบทหารอย่างมากมาย

แต่ทั้งหมดก็ได้ข้อสรุปตรงกันคือ ถึงแม้จะรักครอบครัวหรือรักคนรักมากมายสักเพียงใดก็ตาม แต่ด้วยหน้าที่ของความเป็นทหารอาชีพ ความรักชาติและความเสียสละเพื่อชาติจึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกที่ทหารจำเป็นต้องเลือกกระทำเป็นสิ่งแรกในภารกิจของทหาร (ขอย้ำว่าหน้าที่นี้เป็นของเฉพาะทหารซึ่งเป็นทหารอาชีพโดยแท้จริงเท่านั้น มิใช่ทหารจำพวกที่มีสันดานโจรคอยคุมซ่อง เรียกเก็บค่าคุ้มครอง และกรรโชกทรัพย์ตามตลาดหลายแห่งในเมืองไทย)

ฉากเปิดเรื่องด้วยหีบศพ 3 หีบที่มีธงไตรรงค์คลุม ทำให้ผู้ชมจำนวนไม่น้อยถึงกับน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว รวมถึงฉากเกือบสุดท้ายที่แสดงให้เห็นถึงการเสียสละอย่างยิ่งใหญ่ของนายทหารในฐานะหัวหน้าฐานปฏิบัติการที่ถูกผู้ก่อการร้ายโจมตี ซึ่งยอมสละแม้ชีวิตของตัวเองเพื่อให้เพื่อนและลูกน้องหลบหนีเอาตัวรอดออกจากฐานไป

ผ้าห่มผืนสุดท้าย เปิดแสดงถึงวันที่ 3 เมษายน ณ เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ เปิดแสดงวันพฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ จองบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร.02-2623456

อ้อ! Mr.Flower มีบัตรละครเรื่องนี้แจกให้คุณที่ส่งข้อความสั้น (SMS)ไปที่เบอร์โทร.091-7233615 แจก 5 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง เพียงขอให้คุณเล่าความประทับใจของคุณที่มีต่อทหารซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (เล่าเพียงสั้นๆ) แล้วจะคัดเลือกผู้โชคดีด้วยการจับสลาก แล้วจะแจ้งให้ผู้โชคดีไปรับบัตรที่หน้าโรงละคร

Mr.Flower คุยกับทหารซึ่งบาดเจ็บและพิการเนื่องจากการสู้รบเพื่อรักษาแผ่นดินไทยในเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า วีรบุรุษเหล่านั้นบอกด้วยความภาคภูมิใจว่า “ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นภารกิจที่เสี่ยงต่อชีวิตอย่างมาก แต่ก็ยินดีลงไปปฏิบัติหน้าที่ เพราะต้องการรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลานในอนาคต” วีรบุรุษบางรายบอกว่า “ไม่ได้คิดว่าเมื่อลงไปปฏิบัติหน้าที่แล้วจะต้องบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ถ้าหากต้องเจ็บหรือต้องตายในหน้าที่ก็ยินดีเผชิญกับมัน เพราะผมเลือกทำหน้าที่ทหาร”

ขอฝากข่าวถึงแฟนคอลัมน์ว่า ทุกๆ ช่วงสิ้นเดือนกลุ่มของ Mr.Flower (ซึ่งมี สุชาติ ชวางกูร และดารานักแสดงอีกหลายรายร่วมอยู่ในคณะ) จะนำอาหารไปเลี้ยงทหารผู้บาดเจ็บและพิการซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่ตึกมหาวชิราลงกรณ์ ชั้น 5โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า คณะของเราร่วมกันเลี้ยงอาหารให้ทหารหาญมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน หากคุณสนใจร่วมกิจกรรมนี้กับคณะของเรา โปรดติดต่อ โทร.091-7233615

เชิญร่วมเลี้ยงอาหารให้วีรบุรุษ ณ ตึกมหาวชิราลงกรณ์ ชั้น 5 ทุกช่วงสิ้นเดือน

ดูละครเสร็จสรรพแล้ว เราก็จะไปเที่ยวทะเลภาคตะวันออกด้วยกัน ไปชิมผลไม้สดๆ จากสวน ไปนอนเล่นที่ชายหาด และไปเล่นน้ำทะเลใสๆ

เมืองที่เราจะไปเที่ยวด้วยกันในวันนี้ ถือเป็นเมืองต้องห้าม แต่ต้องห้ามในที่นี้หมายถึงต้องห้ามพลาดการไปเยือน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำหนดแนวคิดเมืองต้องห้ามพลาดเหล่านี้ไว้ทั้งหมด 12 จังหวัด คือ ลำปาง น่าน เพชรบูรณ์ เลย บุรีรัมย์ ราชบุรี สมุทรสงคราม จันทบุรี ตราด ชุมพร ตรัง และนครศรีธรรมราช

แต่วันนี้จะพาคุณๆ ไปเที่ยวจันทบุรี และตราด และขอแถม ระยองกับชลบุรีเข้าไปด้วย เพราะเป็นจังหวัดในเขตภาคตะวันออกด้วยกัน

เริ่มจากเกาะสีชัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี บนเกาะแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดคือ พระจุฑาธุชราชฐาน สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับในหน้าร้อน ปัจจุบันยังมีพระตำหนักวัฒนา พระตำหนักผ่องศรี เรือนอภิรมย์ และวัดอัษฎางค์นิมิตร และที่พลาดไม่ได้อีกแห่งหนึ่งบนเกาะสีชังคือช่องอิศริยาภรณ์ หรือช่องเขาขาด ตั้งอยู่ด้านหลังของเกาะ บริเวณแห่งนี้มีสะพานวชิราวุธทอดยาวเลียบเชิงเขาสำหรับเดินชมทิวทัศน์ทางทะเล และใช้เป็นที่ชมพระอาทิตย์ตก ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับทอดพระเนตรทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5

ช่องเขาขาด

และที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปถึง อ.สัตหีบ ชลบุรี ก็คือควรไปเที่ยวหาดเตยงาม หรืออ่าวตากัน ซึ่งเป็นเขตของกองทัพเรือ (หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน) หาดนี้มีทรายขาวสะอาด น้ำทะเลใสแจ๋ว สอบถามข้อมูลการเข้าชมได้ที่สำนักงานกิจการท่องเที่ยวหาดเตยงาม กองทัพเรือ โทร.038-334188

หาดเตยงาม

หลายท่านอาจถามว่าทำไมไม่แวะพัทยา คำตอบคือ เพราะเชื่อว่าคุณๆ ไปพัทยาบ่อยมากแล้ว ดังนั้นจึงขอชวนคุณๆ ไปเที่ยวมิโมซา ซึ่งอยู่เลยหาดจอมเทียน พัทยาขึ้นไปไม่ไกลนัก มิโมซาตั้งอยู่ตรงข้างโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ จอมเทียน ที่แห่งนี้จำลองรูปลักษณ์หมู่บ้าน Clomar เมือง Alsace ประเทศฝรั่งเศสมาเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

มิโมซา

ต่อจากชลบุรีก็ไประยอง และจันทบุรีไปชิมผลไม้สดๆ อาทิ เงาะ ทุเรียน มังคุด จากสวนยายดา-เจ๊บุญชื่น ที่เขายายดา ต.ตะพง โทร.089-0431330 และที่สวนลุงทองใบ ต.ตะพง โทร.089-8106411 โดยคุณสามารถชิมผลไม้สดจากต้น ในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ผลไม้ ราคาท่านละ 200 บาทเท่านั้น

ปิดท้ายกันที่ตราด ไปเที่ยวเกาะกูด เกาะที่ยังคงสภาพของธรรมชาติที่บริสุทธิ์ไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ เพราะยังมีป่าไม้ที่สมบูรณ์บนยอดเขาซึ่งเป็นจุดกำเนิดน้ำตกหลายแห่ง แต่ที่ขึ้นชื่อคือน้ำตกคลองเจ้า นอกจากเกาะกูดแล้วยังมีเกาะหมาก เป็นเกาะที่มีสวนมะพร้าวและสวนยางพาราร่มรื่นมาก ในท้องทะเลยังมีปะการังที่สมบูรณ์อีกด้วย

เกาะกูด

หลายคนเมื่อไปถึงตราดก็ต้องไปไหว้พระที่วัดบุปผาราม หรือวัดปลายคลอง ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 บ้านปลายคลอง ถ.พัฒนาการปลายคลอง ต.วังกระแจะ อ.เมือง เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดตราด สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ช่วงรัชสมัยของพระเจ้าปราสาททอง (พ.ศ. 2191) วัดนี้มีโบราณวัตถุมากมาย อาทิ เครื่องถ้วยชามจีน และเครื่องถ้วยชามของยุโรป ที่งมได้จากเรือสำเภาโบราณซึ่งอับปางในเขตน่านน้ำจังหวัดตราด หลายคนชอบไปชมหมู่กุฏิทรงไทยหลังเล็ก ที่สร้างถูกต้องตามพระวินัยบัญญัติให้มีขนาดพอแค่พระภิกษุอยู่ได้เพียงรูปเดียวเท่านั้น

วัดบุปผาราม

แต่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนเมืองตราดคือการไปนอนหมกทรายดำที่หาดทรายดำ อ.แหลมงอบ ถือเป็นหาดทรายดำ 1 ใน 5 แห่งบนโลกใบนี้ ทรายดำหรือไลโมไนต์เป็นทรายที่มีสีน้ำตาลแดงคล้ำจนเกือบดำ เป็นแร่ที่เกิดจากการย่อยสลายตัวของเปลือกหอยแล้วผสมกับควอตซ์ที่มีแร่เหล็กผสม

คุณๆ เห็นแล้วใช่ไหมครับว่า เมืองต้องห้ามเหล่านี้ ไม่ควรพลาดการไปเยี่ยมชมด้วยประการทั้งปวง บางคนนึกไม่ถึงว่ามีของดีๆ มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ อยู่ในเมืองเหล่านี้ นักเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมากชื่นชอบกับเมืองต้องห้ามเป็นอย่างมาก เพราะเที่ยวได้สะดวก ผู้คนไม่แออัด ไม่ต้องแย่งกันกินแย่งกันเที่ยวเหมือนเช่นเมืองใหญ่ๆ ที่คุณๆ อาจคุ้นเคยเสียจนมองข้ามเมืองต้องห้ามไป

ลองกอง

ส้มโอ

มังคุด

เงาะ

ตะลอนเที่ยว : เมืองไทย เมืองน่ารักในสายตาชาวอังกฤษ และสกอตแลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/207806

วันอาทิตย์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

Edinburgh

นักท่องเที่ยวจากอังกฤษจำนวนนับล้านยังคงให้ความสนใจเมืองไทยโดยไม่เสื่อมคลาย ผู้ที่เคยมาเที่ยวเมืองไทยแล้วก็มักจะกลับไปเที่ยวเมืองไทยซ้ำๆ ทุกปี ชาวกรุงลอนดอนบางกลุ่มไปเที่ยว

เมืองไทยต่อเนื่องกันโดยตลอดเป็นระยะเวลายาวนานเกือบ 20 ปี

ชาวลอนดอนจำนวนไม่น้อยคุ้นเคยกับเมืองไทย โดยเฉพาะทะเลในภาคใต้ของไทย อาทิ ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน และกระบี่ โดยส่วนใหญ่บอกว่าชื่นชอบทะเลของไทย แต่ที่ชื่นชอบมากที่สุดคือความมีไมตรีของคนไทย และรอยยิ้ม ผสมกับความมีน้ำใจของคนไทย แม้บางครั้งการสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษกับคนไทยอาจจะไม่ราบรื่นมากนัก แต่เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของคนไทยก็ทำให้สามารถสื่อสารกันได้โดยไม่มีปัญหา

Glasgow

ชาวอังกฤษคือนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวเข้ามาเมืองไทยตลอดทั้งปี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกและโอกาสของแต่ละคน ดังนั้นนักท่องเที่ยวอังกฤษจึงมีความแตกต่างจากนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ในยุโรป เพราะชาติยุโรปอื่นๆ มักจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปีเป็นส่วนมาก (ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่หนีความหนาวเย็นไปพบกับไออุ่นของเมืองไทย)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พยายามเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจากประเทศอังกฤษ ซึ่งมิได้จำกัดแค่เพียงนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวลอนดอนเท่านั้นให้เข้ามาเที่ยวประเทศไทย ดังนั้นจึงมีการสร้างแผนการตลาดใหม่ๆ โดยขยายการรับรู้เรื่องราวและสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองไทยให้กับชาวอังกฤษที่อยู่ในเมืองอื่นๆ อาทิ ในสกอตแลนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองหลักๆ ของสกอตแลนด์ คือ กลาสโกลว์ และเอดินเบอระ รวมถึงในเมืองแมนเชสเตอร์ด้วย

ททท. พยายามจะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวอังกฤษที่ยังไม่เคยมาเที่ยวเมืองไทยเลยแม้แต่ครั้งเดียว เดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ที่แสนประทับใจในเมืองไทยโดยตรง เพราะตระหนักดีว่าคนอังกฤษที่อยู่นอกกรุงลอนดอนนั้นรู้จักชื่อเสียงของเมืองไทยค่อนข้างดี แต่อาจจะมีอุปสรรคในการเดินทางบ้าง อาทิ ความไม่สะดวกในการเดินทางด้วยสายการบินที่ไม่สามารถบินตรงจากกรุงลอนดอนและเมืองใหญ่อื่นๆ ไปยังแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในภาคใต้ของไทย หรือแม้กระทั่งแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังมากๆ ในภาคเหนือของไทย เช่น เชียงใหม่

London

การเดินทางไปพบปะและเชิญชวนผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวของสกอตแลนด์ รวมถึงเมืองรองๆ ของอังกฤษมีเป้าหมายสำคัญคือเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีความสามารถเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่ม first visit หรือกลุ่มผู้เพิ่งเคยไปเที่ยวเมืองไทยครั้งแรก หากคนกลุ่มนี้ไปสัมผัสความน่ารักของเมืองไทยแล้วรับรองว่าเขาจะต้องกลับไปเที่ยวเมืองไทยซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างแน่นอน เพราะเมืองไทยมีแหล่งท่องเที่ยวดีๆ และมีคุณภาพสูงไว้รองรับมากมาย

ตามสถิติระบุว่านักท่องเที่ยวอังกฤษที่เข้ามาเที่ยวเมืองไทยนั้นจะใช้เวลาพักอยู่ในเมืองไทยประมาณ 18 วัน และใช้จ่ายต่อวันตกประมาณ 4,200 บาทต่อคน

มีโอกาสสูงมากที่นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษจากทั่วประเทศจะเดินทางไปเที่ยวประเทศไทยมากขึ้นในปีนี้และในอนาคต เพราะสภาพเศรษฐกิจของอังกฤษมิได้มีปัญหาหนักมากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในยุโรปตะวันตก แต่ตรงกันข้ามดูจากจีดีพีของอังกฤษแล้วน่าจะเติบโตได้ประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็หมายความว่าชาวอังกฤษไม่ได้ประสบกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ดังนั้นหากเขาพิจารณาแล้วเห็นว่าเมืองไทยมีความน่าท่องเที่ยว มีแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ และมีความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวให้เลือกตามความเหมาะสมแล้ว เมืองไทยก็คือจุดหมายปลายทางของเขาอย่างแน่นอน

แล้วถ้ายิ่งหากนักท่องเที่ยวจากเมืองรองๆ ของอังกฤษสามารถได้รับความสะดวกสบายจากการเดินทางเข้าไปเที่ยวไทยแล้ว โดยเฉพาะการมีสายการบินที่ให้บริการบินตรงเชื่อมต่อระหว่างเมืองรองของอังกฤษกับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศไทยแล้ว รับรองได้ว่าเมืองไทยก็คือแหล่งท่องเที่ยวในฝันแห่งหนึ่งของชาวอังกฤษ (ได้ข่าวที่รับการยืนยันมาแล้วว่าปลายปี 2559 นี้ การบินไทยจะเปิดบริการบินตรงจากแมนเชสเตอร์สู่กรุงเทพฯ)

ตะลอนเที่ยววันนี้ Mr. Flower ขอนำภาพกิจกรรมที่ททท.นำผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวของไทยจำนวน 30 ราย
โดยเฉพาะด้านการโรงแรมจากจังหวัดต่างๆ ทั้งในแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลจากภาคใต้ รวมถึงจากหัวหิน และจากกรุงเทพฯ ไปพบปะสนทนาโดยตรงกับบริษัททัวร์ยักษ์ใหญ่ของอังกฤษในกรุงลอนดอน สกอตแลนด์ และกลาสโกวส์ โดยผู้ประกอบการโรงแรมของไทยยืนยันว่าประสบความสำเร็จในการเจรจาธุรกิจเป็นอย่างดี ส่วนผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวของอังกฤษก็ได้รับข้อมูลใหม่ๆ จากผู้ประกอบการของไทยอย่างครบถ้วน ซึ่งจะช่วยให้การทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของไทยกับอังกฤษเติบโตอย่างงดงามภายในปีนี้ และปีต่อๆ ไป

ในงานนี้ท่านเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรไทย ณ กรุงลอนดอน นายกิตติพงษ์ ณ ระนอง ได้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวของอังกฤษด้วย และมีการแจกรางวัลมากมายให้กับผู้ประกอบการทัวร์ของอังกฤษเพื่อให้ได้เข้ามาสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวของไทยโดยตรง

สำหรับทีมงานผู้บริหารของททท. ที่ไปร่วมงานในครั้งนี้นำโดย นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าฯททท. ด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา นายสุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าฯททท.ด้านสื่อสารการตลาด และนายฉัตรทันต์ กุญชร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ และ นายธีระศิลป์ เทเพนทร์ ผู้อำนวยการททท. สำนักงานกรุงลอนดอน

(จากซ้าย) ธีระศิลป์ เทเพนทร์ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ, จุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าฯททท. ด้านตลาดยุโรป แอฟริกาตะวันออกกลาง และอเมริกา, กิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน และภรรยา

ศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าฯ ททท.ด้านสื่อสารการตลาด

ตะลอนเที่ยว : สัตว์ทั้งผองคือเพื่อนร่วมโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/206664

วันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
คุณผู้อ่านเคยเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอะไรบ้างไหมครับ อาจจะเป็น หมา แมว นก ไก่ ปลา

หากคุณเคยเลี้ยงพวกเขาเหล่านั้น คุณจะรู้ดีว่า สัตว์ที่คุณเลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดีนั้นช่วยทำให้คุณมีความสุขใจทุกยามที่ได้อยู่กับเขา แต่ก็อาจจะเศร้าใจเวลาที่เขาเจ็บป่วยหรือตายจากไป คนทุกคนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงจะคิดถึงเขามากในเวลาที่คุณต้องจากเขาไปไหนไกลๆ สักระยะหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เลี้ยงหมาจะซาบซึ้งดีว่าทั้งหมาและทั้งคนต่างคิดถึงกันและกันในเวลาที่เจ้าของและสัตว์เลี้ยงต้องห่างไกลจากกัน

มีคนกล่าวไว้เสมอๆ ว่า คนที่รักสัตว์และเลี้ยงดูสัตว์นั้นจะมีจิตใจที่อ่อนโยน ไม่หยาบกระด้าง และเป็นคนที่มีเมตตากรุณา คุณเห็นด้วยไหมครับ

ส่วนคนที่ยิงหมาริมถนนจนตายด้วยกระสุนปืน 5 นัดนั้นคงไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มของคนจำพวกที่มีจิตใจรักและเมตตาต่อสัตว์อย่างแน่นอนโดยมิต้องสงสัย

คนบางกลุ่มสามารถรักสัตว์เดรัจฉานได้อย่างสนิทใจ สาเหตุที่รักก็เพราะเห็นว่าเขาคือเพื่อนร่วมโลกของเรา และเชื่อมั่นว่าคนไม่ควรรังแกสัตว์ ไม่ควรทำร้ายสัตว์ นอกจากนี้ยังเห็นว่าสัตว์เดรัจฉานทุกตัวก็มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของโลกใบนี้ไม่แตกต่างไปจากสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน

วันนี้ผมจะชวนคุณไปเที่ยวสวนสัตว์เล็กๆ ที่ชื่อ สวนสัตว์เพื่อนเดรัจฉาน ตั้งอยู่ที่ถนนรามอินทรา ซอยรามอินทรา 5 สวนสัตว์แห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 250 ตารางวาเท่านั้น เป็นสวนสัตว์ที่ไม่เก็บค่าเข้าชม แต่ก็ยินดีรับบริจาคหากคุณๆ จะร่วมบริจาคตามความสมัครใจ สวนสัตว์แห่งนี้เป็นของ พิสิษฐ์ ณ พัทลุง ประธานมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ อดีตผู้อำนวยการสวนสัตว์

พิสิษฐ์บอกว่าตั้งสวนสัตว์นี้ขึ้นมาเพราะต้องการดูแลสัตว์จำนวนมาก โดยเฉพาะสัตว์แปลกๆ ประหลาดๆ จากต่างประเทศที่ถูกคนนำไปทิ้งหลังจากไม่ต้องการเลี้ยงพวกเขาแล้ว หากปล่อยให้พวกเขาเหล่านั้นอยู่ตามยถากรรมก็จะเป็นอันตราย เพราะอาจถูกจับไปกิน หรือไปฆ่า หรือมิฉะนั้นหากปล่อยไปตามธรรมชาติจนเข้าไปผสมพันธุ์แพร่ขยายลูกหลานออกมาแล้ว ก็จะเป็นอันตรายต่อพันธุ์สัตว์ของประเทศไทยอย่างมหันต์


มาโมเสท

พิสิษฐ์ฝากข้อคิดว่า หากคิดจะเลี้ยงสัตว์อะไรก็ตาม ขอให้ผู้เลี้ยงคิดและศึกษาให้ดีเสียก่อน ต้องรู้จักธรรมชาติของเขาให้ดี ต้องรู้ข้อดีข้อเสียของเขา ไม่ใช่เห็นแค่ว่าเขาน่ารักตอนเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ แล้วก็นำไปเลี้ยง พอเขาโตขึ้น เขามีความต้องการมากขึ้น แล้วเขาก็อาจไม่น่ารักเหมือนตอนเขาเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ ก็ทอดทิ้งเขา อย่าลืมว่าสัตว์นั้นเมื่อโตขึ้นอาจจะไม่น่ารักเหมือนสัตว์ตัวเล็กๆ ดังนั้นจึงต้องรับผิดชอบเขาให้ตลอดเมื่อนำเขาไปเลี้ยง หากคิดว่าไม่สามารถรับผิดชอบได้ ก็อย่าไปนำเขามาเลี้ยง

สวนสัตว์แห่งนี้มีลิงตัวจิ๋วๆ ซึ่งตัวเล็กที่สุดในโลก คือตัวปิ๊กมี่มาโมเสท (Pygmy Marmoset) (ขนาดพอๆ กับนิ้วมือของผู้ใหญ่ หนักประมาณ 130 กรัม)มีนางอาย หรือลิงลม มีนกแก้วมาคอว์ (Macaw) สีสวยสด และมีนกตัวเล็กๆ คล้ายๆ นกแก้วซึ่งมีสีสันสดสวยอีกประมาณ 10 ตัว มีไก่ฟ้า มีจระเข้น้ำจืด และจระเข้เคแมนแคระ มีงูหลามตัวเล็ก มีกิ้งก่าสีเขียวสด (กิ้งก่าคามิเลียน จากแอฟริกา) มีกระจง มีเต่าบก มีแมวดาว และนกชนิดอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

ขอบอกก่อนว่า สัตว์ที่นี่มีจำนวนไม่มากนัก แต่ส่วนมากเป็นสัตว์แปลกที่หาชมได้ยากในเมืองไทย แต่ความน่าสนใจของสวนสัตว์แห่งนี้คือ กรงของสัตว์จะไม่ใช่กรงสี่เหลี่ยมธรรมดา โดยเฉพาะสัตว์จำพวกมาโมเสทนั้นจะอาศัยในกรงที่สามารถวิ่งเล่นได้เกือบทั่วบริเวณสวน เนื่องจากทำเป็นกรงแล้วมีช่องทางให้เขาได้วิ่งเล่นไป-มาได้จนถึงยอดต้นไม้

ปรัชญาการทำงานของบุคลากรในสวนสัตว์แห่งนี้คือ การให้ความรู้กับผู้เข้าชมว่า หากคิดจะเลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะชนิดใดก็ตาม ต้องถามตัวเองให้ชัดเจนก่อนว่าพร้อมจะเสียสละตัวเองเพื่อดูแลชีวิตของเขาหรือไม่ และอย่าลืมว่าเมื่อสัตว์อยู่กับคนนานๆ เขาก็จะเข้าใจว่าคนก็คือเพื่อนของเขา เนื่องจากเขาไม่ได้คุ้นเคยหรือคลุกคลีอยู่กับสัตว์อื่นๆ ตามธรรมชาติ เพราะฉะนั้นหากทอดทิ้งเขา เขาก็จะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในธรรมชาติได้ต่อไปได้โดยง่ายนัก

และอีกสิ่งหนึ่งที่บุคลากรของสวนสัตว์นี้จะบอกกับเด็กๆ ก็คือ สัตว์ทุกตัวรักชีวิตและกลัวตายเหมือนคน สัตว์ไม่ดุร้ายหรอก เขากลัวคนมาก ดังนั้นจึงไม่ควรทำร้ายหรือทำอันตรายกับเขา หากไม่ชอบเขาก็อยู่ให้ห่างจากเขาก็พอแล้ว ไม่ต้องไปตี ไปทุบ ไปยิง ไปฆ่าเขาหรอก เขารักชีวิตเหมือนเราทุกคน อย่างเช่นคนมักจะกลัวงู เห็นงูไม่ได้ต้องตีให้ตาย เพราะอ้างว่าหากปล่อยไว้มันจะกัดเอา ซึ่งที่จริงแล้ว งูกลัวคนมาก เมื่อเขาได้ยินเสียงของคนเขาก็จะหนีโดยทันที ส่วนมากที่คนถูกงูกัดก็เพราะไปเหยียบหรือไปถูกตัวเขาก่อน เขาจึงกัดเอาเพื่อป้องกันตัว เขาไม่ได้กินคนเป็นอาหาร เพราะฉะนั้นที่สอนกันว่าเจองูให้ตีให้ตายนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แค่เอาไม้เคาะๆ ไล่เขา เขาก็ไปแล้ว ส่วนพวกที่ทำร้ายสัตว์ ยิงสัตว์ ตีสัตว์นั้น ยิ่งน่าละอายมาก ไม่รักเขา ไม่ชอบเขา ก็อย่าไปใกล้เขา แล้วที่สำคัญเขาก็ไม่ได้อยากอยู่ใกล้กับคนหรอก เขากลัวคนจะตายไป

สวนสัตว์เพื่อนเดรัจฉานพยายามส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่รักสัตว์ เข้าใจสัตว์ และมีเมตตาต่อสัตว์ รวมถึงพยายามสอนตลอดเวลาว่า หากคิดจะนำสัตว์มาเลี้ยงแล้วต้องเลี้ยงให้ตลอด อย่าทอดทิ้งเขาเป็นอันขาด หากเลี้ยงไม่ได้ก็ไม่ควรนำมาเลี้ยงตั้งแต่แรก

สวนสัตว์เพื่อนเดรัจฉานตั้งอยู่ในซอยรามอินทรา 5 ขับรถเข้าไปจากปากซอยประมาณ 2 กิโลเมตรเศษๆ เปิดให้บริการโดยไม่เก็บค่าเข้าชม ตั้งแต่ 10 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น ปิดให้บริการทุกวันจันทร์ แต่ยินดีรับบริจาคตามความสมัครใจ หรือหากต้องการช่วยสนับสนุนโครงการด้วยการซื้อเสื้อผ้า และของที่ระลึกของโครงการก็ยินดีน้อมรับ

(พิสิษฐ์ ณ พัทลุง เจ้าของสวนสัตว์บอกกับผู้เขียนว่า ไม่ได้หาซื้อสัตว์เหล่านี้มา แต่ได้สัตว์มาจากการถูกทอดทิ้ง จึงนำมาเลี้ยงไว้ ส่วนที่มีข้อกล่าวหาว่าสวนสัตว์แห่งนี้มีการซื้อ-ขายสัตว์ในเชิงพาณิชย์นั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และขอความกรุณาอย่านำสัตว์ใดๆ ไปทิ้งไว้ที่หน้าสวนสัตว์อีก เนื่องจากไม่มีพื้นที่สำหรับเลี้ยงดูได้อีกแล้ว)


กิ้งก่าจากต่างประเทศ


นางอาย


แมวดาว


เรียนรู้ทำความรู้จักกับสัตว์ร่วมโลก

ตะลอนเที่ยว : สุขใจที่ได้ช่วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/205496

วันอาทิตย์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
คุณเคยขี่ควาย (กระบือ) ไหมครับ (ขออนุญาตใช้คำว่าควายนะครับ) หรือคุณเคยเดินจูงควายไปกินหญ้า ไปอาบน้ำ หรือเคยจุดไฟเพื่อเอาควันไล่แมลง ยุง เหลือบ ริ้น ไร ให้กับวัวและควายไหมครับ หรือคุณเคยเอาหญ้าสดหรือฟางป้อนให้วัวควายกินไหมครับ

รอวันตายที่โรงเชือด

หลายคนไม่เคย เพราะไม่มีวัวและควายให้ดูแล หลายคนอาจจะเคยเมื่อสมัยเด็กๆ (ซึ่งผ่านมากว่า 50 ปีแล้ว) หลายคนไม่เคยทำด้วยตัวเอง แต่เคยเห็น เพราะเคยอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดมาก่อน

วันนี้ Mr.Flower จะพาคุณไปร่วมทริปไถ่ชีวิตวัวควายด้วยกัน ทริปนี้เกิดมาจากการที่หนังสือพิมพ์แนวหน้า คอลัมน์หน้าสี่ โดยธรรมกร และคอลัมน์อื่นๆ ในกองบรรณาธิการ และพลพรรคในหนังสือพิมพ์แนวหน้าร่วมกันทำโครงการไถ่ชีวิตวัวควาย แล้วนำไปให้ชาวบ้านที่ประสงค์จะได้วัวควายไปเลี้ยงโดยมีเงื่อนไขว่า “ไม่ฆ่า ไม่ขาย” วัวควายตลอดไป โดยผู้รับเลี้ยงต้องทำสัญญากับผู้มอบให้ และต้องรักษาสัญญาโดยเคร่งครัดตลอดไป หากไม่สามารถเลี้ยงดูต่อไปได้ ต้องส่งคืนให้ผู้มอบให้โดยทันที

โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2559 ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนอย่างดียิ่งจากผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า ทำให้พวกเราสามารถไถ่ชีวิตวัวและควายมาได้แล้ว 5 ชีวิต (ควาย 3 ชีวิต วัว 2 ชีวิต) แล้วได้นำไปกระจายมอบให้ชาวบ้านในอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้เลี้ยงดูต่อไป (แต่ขณะเดียวกันก็มีผู้ต้องการซึ่งอยู่ในจังหวัดอื่นๆ แสดงความต้องการจะขอรับไปเลี้ยงอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางคณะผู้ดำเนินการกำลังพิจารณาความเหมาะสมเป็นกรณีๆ ไป และจะส่งมอบให้เมื่อได้วัวและควายในอนาคต)

มูลเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้อ่านร่วมสนับสนุนโครงการนี้อย่างมากมาย ก็เพราะความไว้วางใจในหนังสือพิมพ์แนวหน้า และความเอ็นดู รวมถึงความไว้เนื้อเชื่อใจ “ธรรมกร” เจ้าของคอลัมน์บุคคลแนวหน้า ผู้ริเริ่มโครงการนี้

ประกอบกับโครงการนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกลุ่มเพื่อนอาจารย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่รับปากอย่างแข็งขันว่าจะช่วยออกไปตรวจสุขภาพสัตว์ให้เป็นประจำ และหากผู้รับไปเลี้ยงดูพบว่าสัตว์มีปัญหาเจ็บป่วย อาจารย์สัตวแพทย์ จุฬาฯ ผู้ที่ร่วมกับโครงการนี้ก็จะออกไปให้บริการตรวจรักษาโรคให้โดยไม่คิดเงินค่าบริการแต่อย่างใด

อันที่จริง กลุ่มอาจารย์จากคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ กลุ่มนี้คือผู้ที่ร่วมโครงการทำหมันหมาและแมวจรจัดในต่างจังหวัดโดยไม่คิดค่าบริการ ซึ่งเป็นโครงการที่ร่วมมือกับหนังสือพิมพ์แนวหน้า และพันธมิตรอย่างเช่น นกแอร์ กลุ่มบริษัท SCG กลุ่มเสม็ดรีสอร์ทกรุ๊ป และห้างสรรพสินค้ายูดีทาวน์ จังหวัดอุดรธานี (โดยโครงการทำหมันให้กับหมาและแมวจรจัดนี้เปิดให้บริการมาเกือบ 5 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันนกแอร์ขอชะลอการร่วมโครงการนี้ไปก่อน ดังนั้นหากสายการบินใดที่ต้องการจะร่วมโครงการกับกลุ่มของเรา ก็ขอต้อนรับด้วยความยินดียิ่ง)

ขอกลับไปที่โครงการร่วมไถ่ชีวิตวัวควายอีกครั้ง ปัจจุบันโครงการนี้ยังคงดำเนินอยู่ เนื่องจากผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้าจำนวนมากแจ้งความประสงค์ว่าขอให้ดำเนินโครงการนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพราะจะได้ช่วยกันระดมทุนหาเงินเพื่อไถ่ชีวิตของวัวและควายต่อไป แล้วที่ชอบใจมากที่สุดคือ การได้รับความร่วมมือจากกลุ่มอาจารย์คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ ไปช่วยดูแล ซึ่งดีกว่าไถ่ชีวิตไปแล้วก็ไม่ทราบว่าเอาพวกเขาไปทิ้งไว้ที่ไหน ใครรับไป หรือไปตกระกำลำบากอย่างไร ก็ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้  

ล่าสุดยังคงมีผู้บริจาคเข้ามาเป็นระยะๆ ซึ่งหนังสือพิมพ์แนวหน้า โดยธรรมกร เป็นผู้รวบรวมเงินบริจาคไว้ เมื่อได้เงินครบจำนวนที่สามารถนำไปไถ่ชีวิตวัวและควายได้สักหนึ่งชีวิต ธรรมกรและคณะในกองบรรณาธิการข่าวแนวหน้าก็จะรีบนำเงินไปไถ่ชีวิตพวกเขาออกไปจากโรงฆ่าสัตว์โดยทันที (สำหรับราคาวัวหนึ่งชีวิตตกประมาณ 27,000-28,000 บาท ส่วนควายตกราคา 29,000-30,000 บาทต่อหนึ่งชีวิต)

สำหรับวันนี้ ขอนำภาพของวัวและควายที่ทีมงานของเรา และทีมงานพันธมิตรของเราซึ่งได้ไปไถ่ชีวิตพวกเขามาให้คุณๆ ได้รับทราบ โดยมีทั้งที่พระนครศรีอยุธยา ที่เชียงราย และที่ขอนแก่น หากคุณผู้อ่านสนใจจะร่วมโครงการไถ่ชีวิตวัวควายกับหนังสือพิมพ์แนวหน้า โปรดติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615

หรือหากท่านใดต้องการนำวัวควายไปเลี้ยงสามารถติดต่อขอรับได้ที่เบอร์โทรศัพท์ข้างต้นเช่นกัน (แต่ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการส่งมอบก่อน) ผู้ขอรับไปเลี้ยงไม่จำเป็นต้องเป็นชาวไร่ชาวนาหรือเกษตรกร แต่หากคุณมีที่กว้างพอสมควร ซึ่งมีรั้วรอบขอบชิดแน่นหนา มีหญ้ามีฟาง และมี
ผู้ดูแลเขาได้ดี ก็สามารถติดต่อขอรับได้เช่นกัน

ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมทำทานด้วยการไถ่ชีวิตวัวควายด้วยกันครับ และขอเชิญร่วมโครงการงดรับประทานเนื้อสัตว์ใหญ่ทุกชนิดด้วยครับ

ได้รับอิสรภาพ รอดพ้นจากโรงเชือด

ตะลอนเที่ยว : เมืองอู่ทอง ดินแดนสุวรรณภูมิ?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/204390

วันอาทิตย์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
“พิพิธภัณฑสถานคือแหล่งแสดงรากเหง้าความเป็นมาของมนุษยชาติในแต่ละท้องถิ่นแต่ละชุมชนในยุคสมัยต่างๆ สำหรับผู้ที่มีรากมีเหง้าความเป็นมามักจะชื่นชมและเข้าไปค้นหารากเหง้าของตนเองในพิพิธภัณฑสถานตลอดเวลา แต่สำหรับคนไร้รากไร้เหง้าไร้ความเป็นมาแล้ว เขาไม่เห็นความสำคัญใดๆ ของพิพิธภัณฑสถานแม้แต่น้อย”

มีคำถามมากมายว่า ดินแดนสุวรรณภูมิ อยู่ที่ไหนกันแน่ นักโบราณคดีที่ศึกษาเรื่องนี้ต่างถกเถียงกันโดยยังหาข้อสรุปตรงกันมิได้ แต่นักโบราณคดีกลุ่มหนึ่งทั้งไทยและเทศที่ศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้อย่างจริงจังต่างปักใจเชื่อว่า ดินแดนสุวรรณภูมิต้องอยู่ ณ เมืองอู่ทอง (ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี)

เมื่ออ้างอิงจากหลักฐานที่ขุดค้นพบปรากฏว่า เมืองอู่ทองมีอายุเก่าแก่ก่อนยุคกรุงศรีอยุธยา ก่อนที่พระเจ้าอู่ทองจะทรงสร้างกรุงศรีอยุธยาหลายร้อยปี ดังนั้นหลักฐานนี้จึงลบล้างความเชื่อเดิมที่ว่า พระเจ้าอู่ทองทรงอพยพผู้คนจากอู่ทองเพื่อหนีโรคห่าไปทรงสร้างบ้านแปงเมืองใหม่ ณ กรุงศรีอยุธยา

ตะลอนเที่ยววันนี้จะพาคุณไปเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เมืองอู่ทอง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ที่ว่าการอำเภออู่ทอง ถนนมาลัยแมน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี (ห่างจากตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ประมาณ 30 กิโลเมตร) อาคารพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2508-2509 เป็นสถานที่เก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุที่ขุดค้นได้จากแหล่งโบราณคดีในเมืองอู่ทอง และบริเวณรอบๆ เมืองอู่ทอง ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2509

ขอเรียนตามตรงว่าภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีโบราณวัตถุที่ควรค่าแก่การชมอย่างมากมายทุกสิ่งอัน แล้วถ้ายิ่งได้ทราบความเป็นมาของโบราณวัตถุเหล่านั้นด้วยแล้ว รับรองว่าคุณจะตื่นตะลึงเพราะความอัศจรรย์ใจแล้วจะรักประเทศไทยของเรามากยิ่งขึ้น

โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุชิ้นเยี่ยมที่ต้องชมให้ได้คือ

ดินเผาภาพพระภิกษุอุ้มบาตร ศิลปะอินเดียแบบอมราวดี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 9-10 (ราว 1,600 -1,700 ปีมาแล้ว) เป็นภาพภิกษุ 3 รูป ยืนอุ้มบาตรครองจีวรคลุม จีวรมีลักษณะเป็นริ้ว สันนิษฐานว่าทำขึ้นเพื่อประดับศาสนสถาน (ถือเป็นโบราณวัตถุซึ่งมีอิทธิพลศิลปะอินเดียแบบอมราวดีที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่ค้นพบในประเทศไทย)

ปูนปั้นภาพพระพุทธรูปนาคปรก ศิลปะอินเดียแบบอมราวดี ประมาณพุทธศตวรรษที่ 9-10 ลักษณะปูนปั้นภาพพระพุทธรูปนาคปรกชำรุดเหลือเฉพาะส่วนฐาน เป็นภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งขัดสมาธิไขว้พระบาทหลวมๆ พระหัตถ์ทั้งสองวางประสานกันที่พระเพลา ด้านล่างเป็นขนดนาค 3 ชั้นซ้อนกัน แสดงถึงอิทธิพลศิลปะอมราวดีของอินเดีย

สิงห์สำริด ศิลปะทวารวดี ประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-14 (ราว 1,200-1,300 ปีมาแล้ว) สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลทางศิลปะจากอินเดีย เนื่องจากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ปรากฏสัตว์ดังกล่าวอยู่ในธรรมชาติ สิงโตสำริดชิ้นนี้นอกจากมีขนาดเล็กและหล่อด้วยสำริดแล้ว ฝีมือการปั้นยังแสดงถึงอารมณ์ และลักษณะเป็นธรรมชาติ

เครื่องประดับรูปกินรี ศิลปะทวารวดี ประมาณพุทธศตวรรษที่ 9-10 ด้านหลังเครื่องประดับทำเป็นห่วงกลม (คล้ายต่างหู) ด้านหน้าทำเป็นรูปบุคคลมีหน้าเป็นมนุษย์สวมต่างหูทรงกลม ผมเป็นมวย ลำตัวมีขนปกคลุม ขาคล้ายสัตว์ประเภทนก (สันนิษฐานว่าเป็นรูปกินรี)

เครื่องประดับทองคำ (ลูกปัด) ศิลปะทวารวดี ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 (ราว 1,400 ปีมาแล้ว) ลูกปัดทองคำมีขนาดเล็กรูปทรงกลมพร้อมจี้ทองคำฝังพลอย ตัวจี้เป็นรูปวงกลมมีรัศมีโดยรอบ ขอบทำเป็นลวดลายเม็ดไข่ปลา ตรงกลางมีพลอยสีขาวประดับ ลูกปัดที่พบในเมืองอู่ทองส่วนมากอยู่ในวัฒนธรรมทวารวดี มีทั้งทำจากหินมีค่า แก้ว ดินเผา และทองคำ ลูกปัดเหล่านี้นอกจากความสวยงามแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีการผลิต และเป็นหลักฐานแสดงการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติได้ด้วย

เหรียญกษาปณ์โรมัน ด้านหน้ามีพระพักตร์ด้านข้างของจักรพรรดิซีซาร์วิคโตรินุส สวมมงกุฎยอดแหลมเป็นแฉก มีตัวอักษรล้อมรอบอยู่ริมขอบเหรียญว่า IMP C VICTORINUS PF AUG ซึ่งเป็นคำย่อของ Emperor Caesar Victorinus Felix Auguste แปลว่าจักรพรรดิซีซ่าร์วิคโตรินุส ศรัทธา ความสุข เป็นสง่า ส่วนด้านหลังของเหรียญ เป็นรูปเทพอาธีนา (จักรพรรดิวิคโตรินุสคือกษัตริย์อาณาจักรโรมัน ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 812-814)

เหรียญเงินจารึกว่า ศรีทวารวดี ศวรปุณย ศิลปะทวารวดี ประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-14 เป็นเหรียญเงิน ทรงกลม ด้านหนึ่งมีจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤตสองบรรทัด อ่านได้ความว่า “ศรีทวารวติ ศวรปุณย” แปลว่า “การบุณย์แห่งพระเจ้าศรีทวารวดี”
ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นลวดลายรูปแม่โคกับลูกโคในลักษณะหันด้านข้าง ภาพของแม่โคถือเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจในการผลิตของธรรมชาติที่อาจมีความสัมพันธ์กับคติของการบูชาคชลักษณมี (เทพีแห่งโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์)

ประติมากรรมรูปคชลักษมี ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 12-14 เป็นดินเผา สูง 8 เซนติเมตร กว้าง 5 เซนติเมตร ด้านล่างทำเป็นรูปกลีบบัว ตรงกลางเป็นรูปพระลักษมีประทับนั่ง พระหัตถ์ทั้งสองถือก้านดอกบัวที่ระดับพระอุระ ด้านล่างทำเป็นรูปช้างขนาบอยู่แต่ส่วนหัวหักหายไป สันนิษฐานว่าทำเป็นรูปช้างชูงวงถือหม้อน้ำ (บูรณฆฏะ) เพื่อสรงน้ำพระลักษมี (ชายาของพระวิษณุ) ในคติศาสนาพราหมณ์ฮินดูหมายถึงคชลักษมี หรืออภิเษกพระศรี เป็นการแสดงออกถึงความมีโชคลาภ และความอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนเป็นแหล่งกำเนิดของชีวิตทั้งหลาย ส่วนในศาสนาพุทธ สัญลักษณ์เช่นนี้อาจสื่อถึงปางประสูติ โดยเทวีตรงกลางหมายถึงพระนางสิริมหามายา สันนิษฐานว่าเป็นวัตถุมงคลที่พ่อค้านำติดตัวเพื่อให้เกิดโชคลาภ หรือความเจริญรุ่งเรืองทางการค้า

ธรรมจักรศิลา พร้อมแท่นและเสา โดยมีหินสลักคำจารึกว่า “ปุษยคีรี” เป็นศิลปะทวารวดีมีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 (ราว1,300 -1,400 ปีมาแล้ว) เป็นธรรมจักรศิลาทรงกลม ฉลุซี่ล้อโปร่ง ที่ฐานสลักลวดลายกลีบบัวบาน ขอบธรรมจักรสลักลายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสลับวงกลมเรียงเป็นแถว มีเสาตั้งเป็นแท่งหินรูป 8 เหลี่ยม หัวเสาสลักลวดลายพวงอุบะ มีแท่นรองธรรมจักรเป็นรูป 4 เหลี่ยม ธรรมจักรศิลานี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปะสมัยทวารวดีที่สมบูรณ์ที่สุดในเมืองไทย ขอเรียนว่านี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างของโบราณวัตถุที่ควรค่าแก่การชมในพิพิธภัณฑ์อู่ทอง ซึ่งอันที่จริงยังมีลูกปัดที่งดงามให้ชมอีกมากมาย

เวลาทำการของพิพิธภัณฑ์อู่ทอง เปิดวันพุธ-วันอาทิตย์ โดยไม่หยุดในวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-16.00 น. ปิดทำการวันจันทร์-วันอังคาร ค่าเข้าชม คนไทย 30 บาท คนต่างชาติ 150 บาท (ไม่เก็บค่าเข้าชมค่าสำหรับนักเรียน นักศึกษาใน
เครื่องแบบ พระภิกษุ สามเณร และนักบวชในศาสนาต่างๆ และผู้มีอายุเกิน 60 ปี)

ทริปนี้ นอกจากไปชมโบราณวัตถุล้ำค่าแล้ว ยังได้มีโอกาสตะลอนกินไปกับ SCG (กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์ไทย) โดยอาหารที่กินก็เป็นฝีมือของชาวโซ่ง หรือไทยทรงดำ อาทิ แกงบอนกับปลาช่อนนาทอดแกงใบยอ (คล้ายๆ กับแกงขี้เหล็ก) กับปลา สำหรับแกงบอนรสอร่อยนั้นต้องบอกว่าหากินได้ยากมากเหลือเกินในประเทศไทยในยุคนี้ แล้วยังมีดอกชมจันทร์ผัดน้ำมันให้ทานด้วย

แล้วปิดท้ายด้วยการดวลฝีมือทำอาหารจากผู้ร่วมทริป ซึ่งก็เป็นอาหารง่ายๆ พื้นๆ แต่ถ้าหากทำไม่เป็นก็ไม่อร่อย อาหารที่ว่านั้นคือ ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ และปลาสร้อยทอดกรอบ ข้าวผัดปลาเค็ม และคอหมูย่าง

สรุปว่า ทริปนี้ได้ทั้งความรู้ด้านโบราณคดี โบราณวัตถุของเมืองอู่ทอง และยังได้ลิ้มรสอาหารอร่อยที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะในเมืองที่ผู้คนคิดแค่เพียงว่ากินอะไรก็ได้ เพียงเพื่อให้เต็มกระเพาะอาหารเท่านั้น

 

ตะลอนเที่ยว : หนุมาน : บุตรพระพาย ทหารเอกพระราม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/203353

วันอาทิตย์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
โขน คือนาฏศิลป์ชั้นสูงชนิดหนึ่งของไทย เป็นศิลป์ที่รวมเอาสรรพศาสตร์นานาชนิดไว้ด้วยกัน อาทิ ท่าร่ายรำ บทร้อง บทพากย์สด เครื่องแต่งกาย และการบรรเลงดนตรีสดโดยวงโรหิตาจล รวมถึงฉาก แสง สี และเสียง และที่สำคัญคือความพร้อมเพรียงสอดประสานกันของหมู่คณะที่ร่วมแสดง โดยสรรพศาสตร์เหล่านี้ถูกบรรจงสร้างให้ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัว

วันนี้ ผมจะพาคุณไปชมการแสดงโขน รามเกียรติ์ ตอนหนุมาน ณ โรงมหรสพหลวง ศาลาเฉลิมกรุง และพาคุณไปชมความงดงามของศาลาเฉลิมกรุง โรงมหรสพหลวงที่ถูกก่อสร้างขึ้นในครั้งรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 แห่งกรุงสยาม

สำหรับโขน ตอนหนุมานนี้ นำเสนอให้คุณได้ชมเรื่องราวสำคัญๆ ทั้งหมดของหนุมาน ทหารเอกของพระราม โดยเริ่มตั้งแต่กำเนิดหนุมาน หนุมานถวายตัวเป็นทหารพระราม หนุมานบุกกรุงลงกาของทศกัณฐ์ หนุมานลวงเอากล่องดวงใจของทศกัณฐ์ และจบลงด้วยหนุมานได้รับพระราชทานปูนบำเหน็จความดีความชอบจากพระรามให้เป็นพระยาอนุชิตจักรกฤษพิพรรธพงศา เจ้าเมืองนพบุรี

ขอชื่นชมผู้กำกับการแสดง (คุณศุภชัย จันทร์สุวรรณ ศิลปินแห่งชาติ) ที่ทำให้การแสดงครั้งนี้กระชับ รวดเร็ว เข้าใจง่าย แต่คงความงดงามและสาระสำคัญของฉากต่าง ๆ ไว้ได้อย่างครบครัน

เนื้อเรื่องย่อ โขน ตอนหนุมาน

พระอิศวรทรงใช้ให้พระพายนำเทพอาวุธและพลังแห่งพระองค์ไปซัดใส่ปากนางสวาหะ (ที่ถูกนางอัจนา มารดาสาปให้ยืนตีนเดียวเหนี่ยวกินลมอยู่ที่เขาพนมจักรวาล) เพื่อให้เกิดเป็นหนุมาน วานรเผือก มีสี่หน้า แปดมือ มีกุณฑลขนเพชร เขี้ยวแก้ว หาวเป็นดาวเป็นเดือน แล้วรอเป็นข้ารับใช้ของพระราม (พระนารายณ์อวตาร) เมื่อหนุมานได้ถวายตัวเป็นข้าของพระรามแล้ว ได้ขันอาสารับหน้าที่สำคัญต่างๆ ถวายเป็นอย่างดี อาทิ สืบหาหนทางไปกรุงลงกา และการทำการรบกับเหล่ายักษ์ทั้งใหญ่น้อย รวมถึงการลวงเอากล่องดวงใจของทศกัณฐ์ซึ่งฝากไว้กับพระฤษีโคบุตร พระอาจารย์ของทศกัณฐ์ ครั้นเมื่อทำการศึกถวายพระรามสำเร็จแล้ว ได้รับการปูนบำเหน็จเป็นเจ้าเมืองนพบุรี มีนามว่าพระยาอนุชิตจักรกฤษพิพรรธพงศา

การแสดงชุดนี้จะทำให้ผู้ชมได้พบกับตัวแสดงเป็นหนุมานในช่วงชีวิตต่างๆ หลายตัวแสดงด้วยกัน เริ่มตั้งแต่เป็นวานรเด็กแสนซุกซนน่ารัก ช่วงแรกเข้าถวายตัวกับพระราม ช่วงออกรบ และช่วงได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองนพบุรี ดังนั้นที่หลายคนอาจเคยสงสัยว่า เหตุใดหนุมานจึงสวมชฎายอดสูงและแต่งองค์ทรงเครื่องแตกต่างไปจากหนุมานซึ่งเป็นวานรเผือกอย่างที่คุ้นเคยกันมาก่อน ก็จะได้คำตอบจากการแสดงในครั้งนี้อย่างกระจ่างชัด

และขอเรียนให้ทราบว่า สำหรับผู้ชมที่คิดถึงการแสดงของคุณพิศมัย วิไลศักดิ์ ศิลปินแห่งชาติ ผู้มีความสามารถด้านการรำไทย จะได้พบกับคุณพิศมัยในบทพระอุมาในโขนตอนนี้ด้วย

การแสดงโขน ตอนหนุมานนี้ ได้เปิดรอบปฐมทัศน์ไปเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 และจะจัดแสดงทุกวันพฤหัสบดีและศุกร์ เวลา 19.30 น. บัตรราคา 800, 1,000 และ 1,200 บาท ซื้อบัตรได้ที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร.02-2244499 และที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทรฯ.02-2623456

และขอแนะนำว่า เมื่อคุณได้ไปถึงโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงแล้ว คุณไม่ควรพลาดการเดินชมสถาปัตยกรรมของอาคารแห่งนี้ด้วย อาคารนี้คือโรงภาพยนตร์ที่เปิดใช้งานมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 7 (พ.ศ. 2476) สร้างเพื่อเฉลิมฉลองพระนครที่มีอายุครบ 150 ปี เมื่อ พ.ศ. 2475 เคยใช้เป็นที่แสดงละครเวที รวมถึงดนตรี รวมถึงการแสดงโขน ศาลาเฉลิมกรุงนี้เป็นโรงมหรสพแห่งแรกของทวีปเอเชียที่มีเครื่องปรับอากาศระบบไอน้ำใช้ อาคารเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมแบบโมเดิร์น ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดยหม่อมเจ้าสมัยเฉลิมกฤดากร วิศวกรคือ นายนารถ โพธิปราสาท ศาลาเฉลิมกรุงตั้งอยู่บริเวณหัวถนนเจริญกรุงตัดกับถนนตรีเพชร

 

ตะลอนเที่ยว : พัทยา เมืองที่ดูเสมือนไม่เคยหลับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/202191

วันอาทิตย์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
คุณครับ คุณไปเที่ยวพัทยาครั้งล่าสุดเมื่อไรครับ

มีใครถามคำถามนี้กับคุณบ้างไหม

แต่คำถามนี้ ทำให้หลายคนต้องถามตัวเองว่า เออ จริงเนอะ เราไปเที่ยวพัทยาครั้งสุดท้ายเมื่อไรหนอ เพราะบางคนไม่ได้ไปเที่ยวพัทยามานานกว่า 10 ปีแล้ว

พัทยา เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกเมื่อหลายสิบปีก่อน แม้กระทั่งวันนี้ฝรั่งชาติตะวันตกจำนวนไม่น้อยต่างก็รู้จักชื่อของพัทยาเป็นอย่างดี(แต่จะรู้จักในแง่บวกหรือลบนั้นก็แล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละบุคคล)

พัทยาในวันนี้แตกต่างไปจากพัทยาเมื่อ 20 ปีก่อนอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะมีตึกรามสูงๆ ผุดขึ้นมากมาย ต้นมะพร้าวชายทะเลหายไปเกือบหมดแล้วจากหลายหาด โดยเฉพาะหาดพัทยาเหนือ กลาง และใต้ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่คู่กับพัทยาคือความสนุกสนานในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แหล่งท่องเที่ยวยามราตรี ซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุดของพวกเหยี่ยวราตรี

พัทยาในวันนี้มีโรงแรมใหญ่น้อยเกิดขึ้นจนนับไม่ถ้วน มีตั้งแต่โรงแรมดาวแบรนด์ดังระดับโลก ที่ราคาคืนหนึ่งหลายแสน ไล่เรื่อยไปจนถึงห้องพักคืนละแค่ 200-300 บาท ให้เลือกนอนเลือกพักตามความต้องการของผู้ไปเยือน

พัทยามีความสนุกสารพัดรูปแบบจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวทางน้ำ ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก เล่นกีฬาทางน้ำ เจ๊ตสกี สกู๊ตเตอร์ บานาน่าโบ๊ท พาราชู้ต และยังมีที่ท่องเที่ยวเชิงผจญภัย อาทิ บันจี้จัมพ์ ซิปไลน์ (การโหนสลิงไปตามยอดไม้) ฟาร์มเสือ การแสดงของช้าง สวนผีเสื้อ ฟาร์มจระเข้

ส่วนอาหารการกินของพัทยาก็แสนจะสมบูรณ์พูนสุข มีอาหารให้เลือกกินทุกระดับ ตั้งแต่ริมถนน ไปจนถึงในภัตตาคารสุดหรู

Mr.Flower ไปเที่ยวพัทยาล่าสุดเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการด้านโรงแรมหลายแห่ง ซึ่งก็ได้รับคำตอบคล้ายๆ กันคือ พัทยายุคนี้ซบเซามาก นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกที่มีการใช้จ่ายเงินแบบราชามหาเศรษฐีหายหน้าหายตาไปเกือบหมด โรงแรมหลายแห่ง โดยเฉพาะโรงแรมขนาดใหญ่มีแขกเข้าพักในแต่ละวันไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนห้องพัก

ผู้ประกอบการโรงแรมส่วนใหญ่บ่นตรงกันว่า นักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อหายไปจนน่าใจหาย ยิ่งช่วงที่ไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์แล้วเงียบเหงาจนน่ากลัว แต่พอถึงช่วงสุดสัปดาห์ก็ยังพอจะมีคนไทยกลุ่มหนึ่งไปเที่ยวพัทยากันบ้าง แต่โรงแรมใหญ่ๆ ก็ยังคงว่างเปล่าอยู่ดี

Mr.Flower ได้พบความจริงตามที่ผู้ประกอบการโรงแรมในพัทยาบ่นให้ฟังอย่างชัดเจน เพราะขนาดเป็นช่วงสุดท้ายปลายเดือน พัทยาก็ยังค่อนข้างเงียบเหงา แม้สถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีจะพยายามประดับประดาไฟแสงสีอย่างสุดแสนอลังการ แต่ผู้คนก็ไม่คึกคักเหมือนเมื่อหลายปีก่อน

ดังนั้น Mr.Flower จึงขอถามคุณๆ ว่า คุณไปเที่ยวพัทยาครั้งล่าสุดเมื่อไร เมื่อถามเช่นนี้แล้วก็อยากจะชวนคุณๆ ไปเที่ยวพัทยาในช่วงวันแห่งความรักนี้ และอยากชวนไปเที่ยวพัทยากันมากๆ หากคุณไม่ชอบเที่ยวแบบตระเวนราตรีในพัทยาก็สามารถเลือกไปเที่ยวแบบผจญภัยก็ได้ หรือหากคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวอะไรที่พัทยา ก็ขอให้ลองกลับไปฟื้นความหลังของคุณในวันเก่าๆ เพื่อค้นหาความสุขในวันวานที่พัทยาก็ได้ อย่าปล่อยให้พัทยาเงียบเหงาเศร้าสร้อย พัทยากำลังรอคอยให้คุณๆ ไปเยือนไปเยี่ยม

ขอย้ำว่า ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทุกวัน เที่ยวได้ตลอด เที่ยวไทยเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

(หมายเหตุ ขอบคุณโรงแรมบาราคูดา พัทยา ที่เอื้อเฟื้อที่พักให้ Mr.Flower ในการไปรื้อฟื้นความทรงจำที่พัทยาในครั้งนี้)

ชิลล์ ชิลล์ ที่สระน้ำโรงแรมบาราคูดา พัทยา

ตะลอนเที่ยว : ตรุษจีน VS วาเลนไทน์ East Meet West

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/201106

วันอาทิตย์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
สังคมไทยเป็นสังคมแบบหลวมๆ ดังนั้นจึงมีการเปิดรับขนบธรรมเนียมประเพณี ค่านิยมและความเชื่อจากนานาชาติได้โดยไม่มีข้อหวงห้ามหรือข้อจำกัดใดๆ เพราะฉะนั้นสังคมไทยจึงมีขนบธรรมเนียมและประเพณีที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นของซีกโลกตะวันออกหรือตะวันตก ซึ่งก็นับเป็นความใจกว้างอย่างหนึ่งของคนในสังคมไทย

ในช่วงสัปดาห์นี้ เทศกาลหนึ่งที่คนไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากต่างให้ความสำคัญก็คือ ตรุษจีน ดังนั้นจึงมีการจัดงานเทศกาลตรุษจีนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศของไทย ส่วนในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ก็จะมีอีกงานหนึ่งซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยต่างให้ความสำคัญมิใช่น้อย นั่นคือ วันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรัก (ส่วนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ก็จะตรงกับวันมาฆบูชา วันสำคัญของพุทธศาสนา แต่ทว่าเป็นวันที่คนไทยจำนวนไม่น้อยกลับไม่เคยให้ความสำคัญ บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าวันมาฆบูชาคือวันอะไร มีความสำคัญอย่างไร เพราะฉะนั้นสัปดาห์หน้าเราจะมาชวนคุณๆ ไปทำบุญทำกุศลในวันมาฆบูชาด้วยกัน)

ดังนั้น สัปดาห์นี้เราจะพูดถึงเทศกาลตรุษจีนและวันวาเลนไทน์ก่อนนะครับ และจะชวนคุณไปร่วมเทศกาลทั้งสองนี้ด้วย

วันตรุษจีนคือวันสำคัญของช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ชาวจีนให้ความสำคัญมากที่สุด ปีนี้ตรุษจีนตรงกับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ คนจีนเรียกเทศกาลนี้ว่าเหนียน หมายถึงการเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหารได้ผลอุดมสมบูรณ์ สำหรับของไหว้สำคัญในวันตรุษจีนคือ โหงวแซ (ของคาว 5 อย่าง) คือ หมู ไก่ ตับ ปลา และกุ้งมังกร หรือปลาหมึกแห้ง และยังมีของหวาน 5 อย่าง เรียกว่าโหงวเปี้ย เช่น ซาลาเปาไส้หวาน ขนมไข่ ขนมถ้วยฟู ขนมกุยช่าย และขนมจันอับ รวมถึงผลไม้ 5 อย่าง เรียกว่าโหงวก้วย ผลไม้สำคัญที่ใช้ไหว้คือส้ม (โชคดี) องุ่น (งอกงาม) และกล้วยหอม (การมีลูกหลานมากมาย) สับปะรด (มีโชคลาภมาสู่) ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่บ้านใดสะดวกจะนำไปไหว้ แต่หากบ้านใดไม่สะดวกในการจัดของไหว้เจ้าชุดใหญ่ ก็จะจัดของไหว้ชุดเล็ก เรียกว่า ซาแซ ซาเปี้ย และซาก้วย (ซาแปลว่าสาม) โดยวันไหว้ตรุษจีนปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ ส่วนวันเที่ยวตรงกับวันที่ 8 กุมภาพันธ์

ก่อนถึงวันตรุษจีนนั้น ชาวบ้านจะจัดเก็บข้าวของภายในบ้าน ทำความสะอาดบ้านขนาดใหญ่ จัดซื้อข้าวของเพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษและเทพยดาฟ้าดิน และเซ่นไหว้ผีสางต่างๆ แล้วประดับประดาบ้านด้วยโคมไฟสีแดง กระดาษแดง เพราะเชื่อว่าเป็นสีแห่งความโชคดี ทำให้อยู่ดีมีสุข และที่สำคัญคือญาติพี่น้องทุกคนจะไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาด้วยกันในบ้านในวันตรุษจีน ทานอาหารร่วมกัน พูดคุยกัน และอวยชัยให้พรกันและกัน โดยทุกคนจะทำจิตใจให้เบิกบาน งดการทำบาปทุกชนิด
เพื่อต้อนรับสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเข้ามาสู่ตนเองและครอบครัว

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งในวันตรุษจีนคืออั้งเปา (กระเป๋าแดง) ที่จะได้รับแตะเอีย โดยลูกหลานต่างก็หวังจะได้รับอั้งเปาจากผู้ใหญ่ในบ้านของตน

ตรุษจีนปีนี้ Mr.Flower มีแหล่งให้คุณไปเที่ยวชมเทศกาลตรุษจีนมากมาย อาทิ เยาวราช กรุงเทพฯ จัด และยังมีงานเทศกาลตรุษจีนทั่วทุกภูมิภาคของไทย ส่วนททท. ได้ร่วมจัดงานเทศกาลตรุษจีนในจังหวัดดังต่อไปนี้ กรุงเทพฯ (เยาวราช) (8-9 ก.พ.) เชียงใหม่ (8-9 ก.พ.) นครสวรรค์ (1-12 ก.พ.) สุพรรณบุรี (7-9 ก.พ.) พระนครศรีอยุธยา (9-14 ก.พ.) เพชรบุรี (9-10 ก.พ.) ราชบุรี (8-12 ก.พ.) นครราชสีมา (7-9 ก.พ.) อุดรธานี (8-10 ก.พ.) ชลบุรี (พัทยา) (8 ก.พ.) สงขลา(หาดใหญ่)  (6- 10 ก.พ.) ตรัง (7-9 ก.พ.) และภูเก็ต (8 ก.พ.)

รัฐบาลจีนเคยกล่าวชื่นชมประเทศไทยว่ามีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนยิ่งใหญ่มากที่สุดในโลกรองจากจีน นับเป็นเทศกาลตรุษจีน
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนอกแผ่นดินจีน และรัฐบาลจีนได้ส่งการแสดงทางวัฒนธรรมโดยตรงมาจากมณฑลต่างๆ ของจีนมาร่วมเฉลิมฉลองด้วย อาทิ การฟ้อนรำ ระบำ ดนตรี งิ้ว หุ่นกระบอก ศิลปะการต่อสู้ (กังฟู) และกายกรรม และที่สำคัญคือจีนอัญเชิญพระกษิติครรภโพธิสัตว์ หรือ ตี้ จ้าง หวาง ผู ส่า หรือขุมทรัพย์แห่งแผ่นดิน จากวัดฮั่วเฉิง เขาจิ่วหัวซาน มณฑลอานฮุย มาเพื่อให้ชาวไทสักการะด้วย

เมื่อเที่ยวงานตรุษจีนแล้ว ก็ขอเชิญชวนคุณๆ ไปเที่ยวเทศกาลวาเลนไทน์ด้วยครับ จริงๆ แล้วเกือบทุกห้างสรรพสินค้าของไทยล้วนจัดงานวันวาเลนไทน์ทั้งสิ้น แต่ขณะเดียวกันททท. ก็ร่วมจัดงานวันแห่งความรักตามสถานที่เหล่านี้ด้วย งานจาวดอยสัมพันธ์ มหัศจรรย์หุบเขาแห่งความรัก วันที่ 14 ก.พ. ณ หุบเขาบ้านห้วยแม่ซ้าย ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย, เทศกาลปาย…ทางมีความรัก 13-15 ก.พ. เมืองปาย เชียงใหม่, งานเทศกาลดอกเสี้ยวบานบนภูชี้ฟ้า วันที่ 13-15 ก.พ. ณ บ้านร่มฟ้าไทย ภูชี้ฟ้า ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย, งานเทศกาลวันแห่งความรัก วันที่ 14 ก.พ. ณ เกาะวาเลนไทน์ เขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก, งานสตรอเบอร์รี่ของดีอำเภอสะเมิง วันที่ 12-15 ก.พ. ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอสะเมิง เชียงใหม่, งาน Soul Land and Love Songsดินแดนแห่งความรัก วันที่ 12-14 ก.พ. ณ ทะเลหลวงแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจ สุโขทัย

หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมของเทศกาลตรุษจีนและวันแห่งความรัก โปรดโทร.1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย รับรองได้ข้อมูลครบครัน

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ (ปีใหม่นี้ขอให้สมหวังทุกอย่าง ปีใหม่นี้ขอให้ร่ำรวย)

ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ (คิดหวังสิ่งใดขอให้สมหวังดังปรารถนาในปีใหม่นี้ มีแต่ความสุข มั่งคั่ง โชคดี ร่ำรวยตลอดปี)

 

ตะลอนเที่ยว : Row Row Row Your Boat

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/199975

วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

Row, row, row your boat, Gently down the stream,
Merrily Merrily, Merrily, Merrily, Life is but a dream

Row, row, row your boat, Gently down the brook,
If you catch a little fish, Please let it off the hook
Row, row, row your boat, Gently down the creek,

If you see a little mouse, Listen to it squeak

ผมเชื่อว่าหลายๆ ท่านที่เคยฟังเพลงนี้ในครั้งเมื่อครั้งเยาว์วัย ต้องนึกถึงเพลงนี้ขึ้นมาได้โดยทันใด และมั่นใจว่าเพลงนี้คงจะช่วยดึงความทรงจำดีๆ ในวันวานให้หวนกลับมาได้โดยไม่ยาก ใช่ไหมครับ

เมื่อครั้งที่เรายังเป็นเด็กน้อย ผมเชื่อว่าทุกคนคงตื่นเต้นมากกับการได้ลงเรือไปลอยลำอยู่ในกลางน้ำ ยิ่งได้ลองพายเรือด้วยตัวเองด้วยแล้วก็ยิ่งสนุกและตื่นเต้นมาก

สัปดาห์นี้ Mr.Flower จะชวนคุณๆ ไปเที่ยวยุโรปด้วยกัน หลังจากที่เราตะลอนเที่ยวในเมืองไทยมายาวนานต่อเนื่องกันหลายเดือนแล้ว แต่การไปท่องเที่ยวยุโรปในทริปนี้ เราจะไปล่องเรือเดินสมุทรที่ได้รับการยกย่องและยอมรับโดยนานาชาติว่าเป็นเรือที่ดีที่สุด ทั้งในด้านบริการและด้านความปลอดภัย

ครับผม เราจะไปล่อง Mediterranean กับเรือ Crystal Symphony ในทริป Mediterranean Sonata ล่องจาก Monte Carlo, Monaco ไปยัง Venice, Italy

ทริปนี้คุณแหนจะเป็นผู้นำทัวร์ โดย Mr.Flower จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยหัวหน้าทัวร์ คณะจะออกเดินทางจากกรุงเทพฯ วันที่ 9แล้วกลับถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ 17 เมษายน 2559

Crystal Symphony จะพาคุณๆ ไปชมเมืองท่องเที่ยวแสนโรแมนติกชื่อดังระดับโลก ดังต่อไปนี้ครับ ลงเรือที่ Monte Carlo,Monaco แล้วไปแวะจุดแรกที่ Corsica/Ajaccio, France ต่อไปก็แวะที่ Sorrento, Italy จากนั้นก็จะล่องอยู่ในทะเล Ionian Sea จากนั้นก็แวะที่ Kotor, Montenegro หลังจากนั้นก็ไปแวะที่ Dubrovnik, Croatia แล้วไปสิ้นสุดทริปแสนสำราญที่ Vinice, Italy.

คณะของเราจะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ และบินกลับกรุงเทพฯด้วยสายการบิน Thai Airways และ Lufthansa Airlines โดยจะออกเดินทางไปและกลับในวันเดียวกัน คือเดินทางออกวันที่ 9 เมษายน และกลับถึงกรุงเทพฯ วันที่ 17 เมษายน

รายละเอียดการเดินทางด้วยเครื่องบิน มีดังนี้

เดินทางออกจากกรุงเทพฯ โดย Thai Airways วันที่ 9 เมษายน TG 920 (BKK/Frankfurt) เวลา 23.45 น. จากนั้นเปลี่ยนเครื่องเป็น Lufthansa LH 1058 (Frankfurt/Nice) วันที่ 10 เมษายน เวลา 08.20 น. ขากลับจาก Nice สู่กรุงเทพฯ วันที่ 17 เมษายน โดย Lufthansa LH 325(Nice/Frankfurt) เวลา 10.30 น. แล้วต่อด้วย TG 921 (Frankfurt/BKK) ถึงกรุงเทพฯ 07.25 น.

ส่วนผู้ที่เดินทางออกจากกรุงเทพฯ โดย Lufthansa Airlines คือ วันที่ 9 เมษายน LH773 (BKK/Frankfurt) เวลา 23.40 น. เปลี่ยนเครื่องจาก Frankfurt ไป Nice โดย LH 1058 เวลา 08.20 น. ขากลับจาก Nice สู่กรุงเทพฯ วันที่ 17 เมษายน โดย LH 331 (Nice/Frankfurt) เวลา 19.30 น. แล้วเปลี่ยนเครื่องเป็น LH 772 (Frankfurt/BKK) ถึงกรุงเทพฯ 14.45 น.

กำหนดการล่องเรือ มีดังนี้

10 เมษายน เรือออกจาก Monte Carlo เวลา 10.00 น.

11 เมษายน ถึงเมือง Corsica/Ajaccio, France ขึ้นจากเรือเวลา 08.00 น. กลับลงเรือ 16.00 น.

12 เมษายน ถึงเมือง Sorrento, Italy ขึ้นจากเรือ 10.00 น. กลับลงเรือ 22.00 น.

13 เมษายน ล่องทะเล Ionien Sea

14 เมษายน ถึงเมือง Kotor, Montenegro ขึ้นจากเรือ 08.00 น. กลับลงเรือ เที่ยงคืน

15 เมษายน ถึงเมือง Dubrovnik, Croatia ขึ้นจากเรือ 07.30 น. กลับลงเรือ 17.30 น.

16 เมษายน ถึงเมือง Vinice, Italy เวลา 13.00 น. และขึ้นจากเรือเวลา 14.00 น.

อัตราค่าบริการ ราคาเรือต่อท่านสำหรับห้องแบบ A1 Deck 9 ห้องมีระเบียง ราคา 3,585 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนห้องแบบ A2 Deck 9 ห้องมีระเบียง ราคา 3,550 ดอลลาร์สหรัฐ

ราคาบัตรโดยสารเครื่องบิน Thai Airways ชั้นประหยัด ราคาประมาณ 50,825 บาทต่อท่าน ส่วน Lufthansa Airlines ชั้นประหยัด ราคาประมาณ 78,280 บาทต่อท่าน

ค่าบริการพาหนะจากเมือง Nice ไปท่าเรือ Monte Carlo ท่านละ 75 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าบริการพาหนะจากเมือง Vinice ไปสนามบิน Vanice ท่านละ 55 ดอลลาร์สหรัฐ

ท่านที่สนใจร่วมเดินทางหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโปรดติดต่อ ทัวร์คุณแหน โทร.02-5212690-1 หรือ 091-7233615

สำหรับสัปดาห์นี้ Mr.Flower ขอนำรูปบรรยากาศแสนโรแมนติกจากเมือง Monte Carlo มาฝากคุณๆ ซึ่ง Mr.Flower ได้นำแฟนคลับของหนังสือพิมพ์แนวหน้าและทัวร์คุณแหนไปล่องเรือใน Mediterranean มาเมื่อเดือนตุลาคม 2558

แล้วพบกันนะครับ สวัสดีครับ