ตะลอนเที่ยว : Summer Time in Germany : เยอรมนีสดใสในฤดูร้อน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809369

ตะลอนเที่ยว : Summer Time in Germany : เยอรมนีสดใสในฤดูร้อน

ตะลอนเที่ยว : Summer Time in Germany : เยอรมนีสดใสในฤดูร้อน

วันเสาร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.49 น.

สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในประเทศแถบเขตอบอุ่น (temperate climates) คือกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ในละติจูด 25-65 องศาเหนือและละติจูด25-65 องศาใต้ ประเทศที่อยู่ในเส้นละติจูดนี้จะมีความเด่นชัดคือช่วงฤดูร้อนกับฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิแตกต่างกันอย่างชัดเจนมาก เพราะฉะนั้น เวลาเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนก็จะมีแสงแดดที่เจิดจ้า ให้ความอบอุ่น ส่งผลให้ดอกไม้ ต้นไม้เริงร่า ออกดอกกันบานสะพรั่งงดงามอร่ามตา แต่เมื่อเข้าหน้าหนาวก็จะหนาวจับจิต ต้นไม้ต้นไร่ก็จะทิ้งใบเหลือไว้เพียงกิ่งก้านสาขา ยกเว้นต้น evergreen tree เท่านั้นที่ยังคงเขียวตลอดปีตลอดชาติ

เวลาคนไทย และคนเอเชีย โดยเฉพาะในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นึกถึงหน้าร้อนของประเทศในเขตอบอุ่นก็มักจะนึกถึงความสวยงามของดอกไม้ และสวนที่งดงามในประเทศแถบยุโรป รวมถึงประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็มักจะใฝ่ฝันว่าจะได้ไปสัมผัสความงดงามของยุโรป และสหรัฐอเมริกาในช่วงหน้าร้อนสักครั้ง

สำหรับวันนี้ Mr.Flower ขอนำคุณไปเที่ยวประเทศเยอรมนีตอนใต้ ในช่วง summer time โดยเน้นไปที่นครมิวนิคเป็นหลัก แต่ก็มีภาพสวยๆ จากเมืองอื่นๆ ที่อยู่ในเยอรมนีมาฝากคุณด้วย 

เมื่อพูดถึงนครมิวนิคแล้ว หลายคนก็มักจะคิดถึงเทศกาล Oktoberfest แต่งานนี้เกิดในช่วงฤดูหนาวของนครมิวนิค (เอาไว้วันหน้าจะชวนคุณไปเที่ยวเทศกาลแห่งการดื่มเบียร์ด้วยกัน) แต่ช่วงนี้เป็นหน้าร้อน เวลาพูดถึงนครมิวนิค แห่งแคว้นบาวาเรีย ก็จะต้องนึกถึงทุ่งหญ้าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา นึกถึงสวนสวยๆ ที่มีทั้งต้นไม้เขียวๆ ดอกไม้สีสันสดสวยบานสะพรั่ง และนึกถึงน้ำพุ แล้วก็นึกถึงสระน้ำหรือแหล่งน้ำในสวน ในป่าที่แสนจะสวยและสงบ แล้วที่สำคัญคือในหน้าร้อนนั้นจะมีฝูงสัตว์ เช่น หงส์ นก และเป็ดลงไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน 

ขณะเดียวกัน หากไปเที่ยวปราสาทราชวัง (schloss) ต่างๆ ในมิวนิคก็จะพบว่าจะมีแต่ความงดงาม เพราะในปราสาทราชวังต่างๆ จะมีสวนสวยๆ ทั้งสวนไม้ดอก และสวนป่าที่เต็มไปด้วยไม้ใหญ่ โดยเฉพาะNymphenburg Palace (พระราชวังนิมเฟนเบิร์กพระราชวังฤดูร้อน) แห่งแคว้นบาวาเรียพระราชอุทยานของวังแห่งนี้ชื่อ Grand Parterre ที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามแบบคลาสสิกมาก 

เวลาเราได้เข้าไปสัมผัสความเขียวขจีสดใส และได้รับอากาศบริสุทธิ์ในสวน ในป่า เราจะสามารถหายใจได้เต็มปอด สูดหายใจได้ลึกสุดๆ แล้วก็รู้สึกสบายตา แล้วก็พาสบายใจ เพราะมีความสุขที่เต็มเปี่ยม แล้วยิ่งเมื่อได้เห็นดอกไม้สวยๆ ที่บานเต็มท้องทุ่ง ก็ยิ่งเบิกบานใจมากจนเกินบรรยาย 

ดูภาพสวยๆ เหล่านี้แล้ว คุณๆ อยากไปสัมผัสบรรยากาศแสนน่าอภิรมย์แบบนี้บ้างไหมครับ หากสนใจต้องการไปเที่ยวด้วยกัน โดยไปกันแบบกลุ่มเล็กๆ ไปเที่ยวเพื่อซึมซับบรรยากาศดีๆ และได้เรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ของเมือง และได้พบได้เห็นศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของเมืองที่เราไปเยี่ยมไปชม Mr.Flower ยินดีพาคุณๆ ไปสัมผัสความงามของเมืองต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศครับ สนใจไปเที่ยวด้วยกัน โปรดติดต่อ 091-7233615 

ขอบคุณภาพจากคุณ Marinsa Chylasevok

ตะลอนเที่ยว : บรมพุทโธ : บูโรบูดูร์ พุทธสถานในแดนชนมุสลิมใหญ่ที่สุดของโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808045

ตะลอนเที่ยว : บรมพุทโธ : บูโรบูดูร์ พุทธสถานในแดนชนมุสลิมใหญ่ที่สุดของโลก

ตะลอนเที่ยว : บรมพุทโธ : บูโรบูดูร์ พุทธสถานในแดนชนมุสลิมใหญ่ที่สุดของโลก

วันอาทิตย์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แฟนคอลัมน์ตะลอนเที่ยวถามมาบ่อยๆ ถามแล้วถามอีกว่า เมื่อไรจะพาสมาชิกไปกราบนมัสการและเที่ยวชมบูโรบูดูร์ หรือชื่อตามภาษาอินโดนีเซียว่าจันดีบูโรบูดูร์ เพราะบอกว่าจะพาไปเที่ยวมาแล้วหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ยังไม่พาไป และถามอีกว่าตกลงว่าปีนี้จะได้ไปบูโรบูดูร์ หรือไม่

เมื่อถามไถ่กันมามากมายเช่นนี้ก็ต้องขอตอบตรงๆ ว่าเราจะไปบูโรบูดูร์กันในเดือนมิถุนายน 2567 แน่นอน ไปกันในช่วงปลายเดือนนะครับ ใช้เวลาไปด้วยกันสำหรับทริปนี้ 3 คืน 4 วัน น่าจะเพียงพอครับ หากสนใจร่วมทริปนี้ โปรดติดต่อสำรองที่นั่งด่วนที่ 091-7233615 ครับผม

พุทธสถานบรมพุทโธ หรือบูโรบูดูร์เป็นพุทธสถานของศาสนาพุทธ ลัทธิมหายานปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอมาเกอลัง จังหวัดชวากลาง อินโดนีเซีย ก่อสร้างในราวคริสต์ศตวรรษที่ 7-9 ได้รับการยอมรับว่าเป็นพุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน กว้าง 121 เมตร สูง 123 เมตร 

รูปแบบสถาปัตยกรรมที่ใช้ก่อสร้างทำเป็นชั้นต่างๆ 9 ชั้น โดยแบ่งเป็นผังสี่เหลี่ยม 6 ชั้น และวงกลม 3 ชั้น ส่วนยอดบนสูงสุดตรงกลางเป็นมหาเจดีย์ และในแต่ละชั้น
จะมีการแกะสลักบนหินภูเขาไฟเป็นภาพต่างๆ แบบนูนต่ำ รวม 2,672 ภาพ และมีพุทธรูปทำจากหินภูเขาไฟรวมทั้งหมด 504 องค์ และยังมีพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์ขนาดย่อมที่เจาะรูที่ผนังขององค์เจดีย์อีก 72 องค์ 

รูปแบบการก่อสร้างยึดหลักตามจักรวาลวิทยาแบบศาสนาพุทธ คือมีทั้งหมดสามชั้น ได้แก่ ชั้นกามธาตุ ชั้นรูปธาตุ และอรูปธาตุ เป็นศิลปะแบบชวาผสมกับคุปตะ

มีการตีความว่าการสร้างบูโรบูดูร์นั้น เป็นการบ่งบอกถึงการหลุดพ้น หรือนิพพาน เมื่อมองดูบูโรบูดูร์จากมุมมองระยะไกลจะพบว่ามีลักษณะคล้ายกับดอกบัวตูมที่ผุดขึ้นกลางพื้นที่อันแสนกว้างใหญ่ ท่ามกลางหุบเขาที่องค์มหาเจดีย์บนยอดของบูโรบูดูร์ไม่มีการแกะสลักเป็นรูปใดๆ ทั้งสิ้น แต่ปล่อยให้เป็นผิวพระเจดีย์แบบว่างๆ ซึ่งมีนัยบ่งบอกถึงความว่างเปล่า และการหลุดพ้นจากพันธะใดๆซึ่งหมายถึงพระนิพพาน อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของพุทธศาสนา

หากคุณๆ ตั้งใจจะร่วมเดินทางไปบูโรบูดูร์ กับ Mr.Flower และกลุ่มเล็กๆ 12-14 คน โปรดติดต่อ 091-7233615 เราจะไปกันในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ครับ  

ขอบคุณภาพจากคุณ Terb Lee สมาชิกกลุ่ม Good Time

ตะลอนเที่ยว : สีสันของโลกใต้นํ้า

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/806694

ตะลอนเที่ยว : สีสันของโลกใต้นํ้า

ตะลอนเที่ยว : สีสันของโลกใต้นํ้า

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 08.37 น.

โลกใต้น้ำมีความงดงามไม่น้อยไปกว่าโลกเหนือผิวน้ำ เพราะมีสิ่งมีชีวิตมากมายอยู่ใต้ผิวน้ำในท้องทะเล ท้องมหาสมุทร เราจะได้พบปลาสารพัดชนิดสีสันงดงามราวภาพวาดที่แต่งแต้มด้วยสีสุดสวย ปะการังนานาชนิด ดอกไม้ทะเล กัลปังหา หอย กระเบน และหมึก แต่เราจะได้พบความงดงามที่สมบูรณ์เหล่านี้ได้ในโลกใต้ทะเลที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น หากทะเลไม่สมบูรณ์แล้ว เราจะไม่เห็นสิ่งที่กล่าวมาแม้แต่น้อย 

หลายคนอาจกลัว (จม) น้ำ เพราะว่ายน้ำไม่เป็น บางคนอาจจะกลัวว่าจะเจอฉลามเมื่อลงน้ำทะเล บางคนกลัวสารพัดจะกลัว แต่สำหรับคนที่ไม่กลัวทะเล จะมีความสุขมากเวลาได้ดำดิ่งลงไปดูโลกใต้ทะเล เพราะเป็นโลกที่สงบ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเคลื่อนไหวของสรรพสิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา และยังมีสีสันของโลกใต้ทะเลเป็นของขวัญที่ล้ำค่ามากที่สุด

เราทุกคนรู้มานานแล้วว่าโลกของเรามีพื้นน้ำมากกว่าแผ่นดิน (หมายถึงแผ่นดินที่อยู่เหนือผิวน้ำ) โดยมีแผ่นน้ำมากกว่าแผ่นดินคือมีแผ่นน้ำสามส่วน แผ่นดินหนึ่งส่วน และสิ่งมีชีวิตที่สำคัญอย่างหนึ่งของโลกใต้ท้องทะเลคือปะการัง รวมถึงแพลงก์ตอน โดยเฉพาะแพลงก์ตอนเป็นตัวหลักที่ช่วยผลิตออกซิเจนให้กับโลกของเรา นอกจากนั้นยังมีปลาสารพัดสารพันชนิด ทั้งปลาสีสันสวยงาม ปลารูปร่างประหลาดมหัศจรรย์ และยังมีสัตว์อื่นๆ ที่เรารู้จักดี เช่น แมงกะพรุน หมึก หอย กุ้ง กระเบนปลาไหลทะเล หอยเม่น ดอกไม้ทะเล และกัลปังหาซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับปะการัง (ไฟลัมไนดาเรีย)

แน่นอนว่าโลกใต้ทะเลมีความงดงาม แต่ก็มีอันตรายแฝงอยู่ด้วย เพราะฉะนั้น เวลาจะลงไปชมโลกใต้ทะเลจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวคุณเองเป็นอันดับแรก แล้วก็ต้องไม่ลงไปสร้างอันตราย หรือมลภาวะให้กับสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลด้วย ส่วนคนที่บอกว่ากลัวฉลามกัดหรือกินนั้น ต้องบอกเลยว่าในเขตท้องทะเลไทย และประเทศเมียนมานั้น ไม่ค่อยจะพบเจอฉลามนักล่าที่กินคนเป็นอาหารมากนัก เพราะฉลามคงกลัวการพบเจอคนมากกว่า เพราะฉลามรู้ดีว่าเวลาพบเจอคน ตัวของฉลามจะมีอันตรายมากกว่า 

ตามปกติ เวลาพวกเรา โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้เรียนการดำน้ำลึก (scuba diving) ก็จะไม่ดำน้ำลงไปในระดับที่ลึกเกิน 15-20 เมตร เพราะไม่น่าจะมีความสามารถลงไปได้ลึกถึงเพียงนั้น ดังนั้น พวกเราก็จึงใช้การดำน้ำแบบผิวๆ คือ snorkeling แค่เพียงสวมแว่นตากันน้ำแล้วใช้ท่อช่วยหายใจทางปาก แล้วก็ก้มหน้าลงไปใต้ผิวน้ำ เพียงเท่านี้ก็จะได้พบโลกแสนสวยใต้ท้องทะเลสีครามแล้ว 

ภาพที่นำมาฝากคุณในวันนี้ มาจากการชวนผู้อ่านแนวหน้ากลุ่มหนึ่งไปเที่ยวเกาะนาวโอพี (Nyaung Oo Phee) ในเขตประเทศเมียนมา โดยเราไปเที่ยวกันมาเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมปีนี้ และขอบอกว่าหลายคนว่ายน้ำไม่เป็น แต่เนื่องจากเขาไม่กลัวการลงน้ำ (ที่มีการเข้มงวดเรื่องความปลอดภัย) เขาเหล่านั้นจึงได้พบกับโลกใต้น้ำแสนสวย ได้พบปะการังสารพัดชนิด เช่นเขากวาง จาน ดอกกะหล่ำสมอง เป็นต้น และได้พบกับกัลปังหาสีสวยสด แล้วก็ได้พบกับกระเบน หมึก เต่า และปลาไหลทะเลอีกด้วย และที่ตรงไหนซึ่งมีดอกไม้ทะเลก็จะมีปลาการ์ตูนสีสวยสดไปอาศัยหลบภัยอยู่อย่างแน่นอน เพราะดอกไม้ทะเลคือบ้านที่แสนปลอดภัยของปลาการ์ตูน   

ช่วงนี้ทะเลฝั่งอันดามันมีคลื่นลมแรงไม่เหมาะกับการออกไปท่องเที่ยวและสำรวจท้องทะเล ต้องรอให้หมดฤดูมรสุมก่อน ซึ่งก็ประมาณช่วงเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ดังนั้น เราจึงไม่ไปเที่ยวทะเลอันดามันในช่วงนี้ แต่เราสามารถเที่ยวทะเลฝั่งอ่าวไทยได้ แม้ปะการังจะไม่สมบูรณ์เท่าทะเลอันดามัน แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังมีโลกใต้ทะเลที่สวยงามในทะเลอ่าวไทยรอให้คุณไปสัมผัสความงามได้ 

สนใจท่องเที่ยวกับ Mr.Flower โปรดติดต่อ 091-7233615 เราเน้นการเที่ยวแบบกลุ่มเล็กๆ เที่ยวแบบเจาะลึก และเน้นด้านศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติ

ตะลอนเที่ยว : สวยๆ งามๆ ท่ามกลางสวน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805468

ตะลอนเที่ยว : สวยๆ งามๆ ท่ามกลางสวน

ตะลอนเที่ยว : สวยๆ งามๆ ท่ามกลางสวน

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วันนี้จะชวนคุณไปชมของสวยๆ งามๆ ไปชิมไปกินข้าวและกับข้าวอร่อยๆ ไปช้อปของสวยๆที่ทำจากฝีมือชาวบ้าน แล้วไปหายใจให้เต็มปอดสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด ณ สวนต้นไม้แห่งหนึ่งในอำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ซึ่งมีชื่อว่า บ้านไร่ ไออรุณ

คนที่ชอบต้นไม้ ชอบธรรมชาติ ชอบเสียงไก่ขัน ชอบเสียงนกร้อง ชอบสายลมธรรมชาติในบรรยากาศสวนร่มรื่น จะต้องชอบที่นี่แน่ๆ เพราะที่นี่คือสวนเก่าดั่งเดิมของครอบครัว แต่ได้รับการแต่งเติมเสริมความน่ารักด้วยที่พักแบบเน้นความเป็นธรรมชาติ ท่ามกลางสวน และแปลงผักออร์แกนิก และผลยังมีผลไม้ออร์แกนิกอีกด้วย  

ภาพทั้งหมดทุกภาพที่นำมาฝากคุณในวันนี้บ่งบอกได้ชัดเจนว่าที่นี่เน้นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสุดๆ กินกับธรรมชาติ และอยู่กับธรรมชาติจริงๆ 

เริ่มจากอาหารการกิน และเครื่องดื่มทุกชนิดล้วนมีผัก มีดอกไม้ และผลไม้สดๆ เข้าไปเป็นองค์ประกอบสำคัญในอาหารทุกจาน และเครื่องดื่มทุกแก้ว หลายคนอาจจะถามว่าดอกไม้สีสันสวยงามที่วางบนข้าวสวยร้อนๆ หอมกรุ่นด้วยกลิ่นข้าว แล้วเราจะกินดอกไม้นั้นได้หรือ ตอบว่ากินได้แน่นอน กินได้ทุกดอก และเช่นเดียวกัน ดอกไม้ที่วางอยู่ในกับข้าวต่างๆ ก็กินได้ด้วย เพราะผู้ปรุงอาหารได้เลือกสรรเอาดอกไม้กินได้ไปประกอบอาหาร เพราะช่วยให้เกิดความงามของอาหาร และขณะเดียวกันก็ยังใช้รับประทานได้ด้วย

ส่วนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่จำหน่ายในไร่แห่งนี้ ล้วนทำจากฝีมือของคนในพื้นที่ทั้งสิ้น โดยข้าวของต่างๆ ผ่านการเลือกสรร และผ่านการออกแบบเป็นอย่างดีจาก Merchandiser เพราะฉะนั้น จึงทำให้ได้เห็นเสื้อผ้าที่ดูแล้วเหมือนธรรมดาๆ แต่ทว่าการออกแบบแสนเท่ เก๋ไก๋ สีสันไม่ฉูดฉาดบาดตา แถมยังดูแล้วมีรสนิยมวิไล สนนราคาก็ไม่น่ากลัว เพราะจับต้องได้ ส่วนของใช้อื่นๆ เช่น ของใช้ในบ้าน ของใช้สำนักงาน ของตกแต่งบ้านก็เช่นกัน ทุกชิ้นทำจากชาวบ้านในย่านนั้น หรือชาวบ้านในจังหวัดระนอง และใกล้เคียง ใช้วัสดุจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผ่านกระบวนการ design ผ่านการเลือกใช้สี และผ่านการผลิตที่ประณีต เพราะฉะนั้น จึงบอกได้ว่า การซื้อของที่นี่จึงเท่ากับช่วยกระจายรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่โดยตรง และยังสนับสนุนให้ชาวบ้านเกิดการเรียนรู้ และพัฒนาการผลิตสินค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม

การท่องเที่ยวชุมชน จึงไม่ใช่การเที่ยวแบบดาษๆ และไม่ใช่การจำกัดอยู่แค่ว่าต้องไปซื้อของแบบพื้นๆ จากชาวบ้านเท่านั้น แต่การท่องเที่ยวชุมชนในยุคพัฒนาแล้ว คือการเข้าไปช่วยสนับสนุนให้ชาวบ้านผลิตสินค้าที่สามารถดัดแปลงวัสดุจากธรรมชาติให้กลายเป็นสินค้าคุณภาพดี มีการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างน่าสนใจ และชวนให้ซื้อหา 

การได้อยู่กับธรรมชาติ ทำให้ได้สัมผ้สไอดินกลิ่นหญ้า กลิ่นดอกไม้ และกลิ่นของธรรมชาติโดยตรงได้ซึมซับกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ได้ยินเสียงน้ำไหลในลำธารข้างๆ ที่พักนอนแบบไหลเอื่อยๆ เรื่อยๆ แค่นี้ก็ทำให้มีความสุขล้นเหลือ และได้รับการเติมพลังบริสุทธิ์จากธรรมชาติ ทำให้ชีวิตมีพลังงานบวกเพิ่มขึ้น และสามารถเก็บพลังบวกนั้นกลับเข้าไปในเวลาทำงานในเมืองใหญ่ที่ว้าวุ่น วุ่นวายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถามจริงๆ ครับ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว และได้ชมภาพสวยๆ ในคอลัมน์แล้ว คุณอยากจะไป recharge พลังให้กับชีวิตของตัวคุณเองแล้วใช่ไหม หากคุณต้องการเที่ยวแบบใสๆ เที่ยวแบบละมุนละไม เที่ยวแบบไม่เร่งรัดร้อนรน และเที่ยวให้ได้ความรู้เชิงประวัติศาสตร์ เชิงวัฒนธรรม และเชิงวิถีชุมชนแท้ๆ ติดต่อ Mr.Flower ได้ที่หมายเลข 091-7233615 ครับ แล้วเราไปเที่ยวเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตทั้งของคนเที่ยวและคนที่เราไปเยือนด้วยกันครับ

ตะลอนเที่ยว : หิน จปร. เมืองกระบุรี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804057

ตะลอนเที่ยว : หิน จปร. เมืองกระบุรี

ตะลอนเที่ยว : หิน จปร. เมืองกระบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์หรือสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่คนไทยระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอยู่เสมอไม่เสื่อมคลายเพราะว่าทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อแผ่นดินสยาม หรือแผ่นดินไทยในปัจจุบัน

ใครก็ตามที่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ไทยในรัชสมัย รัชกาลที่ 5 จะต้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระองค์ท่านอย่างมิต้องสงสัย เพราะทรงปกปักรักษาบ้านเมืองให้รอดพ้นจากภัยของลัทธิล่าอาณานิคมโดยมหาอำนาจตะวันตกในยุคประมาณเกือบ 200 ปีมาแล้ว โดยมหาอำนาจในยุคนั้นที่เข้ามาล่าอาณานิคมในแถบเอเชีย และเอเชียอาคเนย์ ได้แก่ อังกฤษและฝรั่งเศส

แต่ด้วยพระปรีชาสามารถในทุกๆ ด้าน พระองค์ท่านจึงทรงปัดเป่าให้ภัยจากการล่าอาณานิคมจางไปจากแผ่นดินสยามได้ แม้จะต้องเสียพื้นที่บางเขตไป แต่ก็ยังคงทรงรักษาเอกราชของสยามประเทศไว้ได้ ในขณะที่ประเทศรอบๆ สยามในยามนั้นล้วนต้องตกเป็นเมืองขึ้นของมหาอำนาจทั้งสิ้น  

วันนี้ Mr.Flower ขอพาคุณไปยังแหล่งประวัติศาสตร์ที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดชุมพรกับระนอง ที่หลักกิโลเมตร 86 บนถนนเพชรเกษม เพื่อไปกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า และกราบถวายบังคมพระปรมาภิไธยย่อ จปร. รวมถึงพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระนามาภิไธยย่อ สก ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระนามาภิไธยย่อ สธในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยทั้งพระปรมาภิไธยย่อ จปร. และภปร. รวมถึงพระนามาภิไธย สก และ สธต่างประดิษฐานอยู่ ณ สถานที่แห่งเดียวกัน เพียงแต่จารึกอยู่บนหินแต่ละก้อน

ตามประวัติระบุว่า สมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า เสด็จพระราชดำเนิน ณ สถานที่แห่งนี้เมื่อ 21 เมษายน พ.ศ.2433 ตรงกับ ร.ศ. (รัตนโกสินทร์ศก) 109เมื่อครั้งเสด็จประพาสทรงงานในเขตมณฑลทางใต้ของสยาม โดยเสด็จด้วยขบวนช้างและม้าจากจังหวัดชุมพร แล้วทรงประทับแรม ณ พลับพลาดอนวังทู้ หมู่ 1 ตำบลปากจั่น แล้วทรงจารึกพระปรมาภิไธย จปร. ย่อมาจาก มหาจุฬาลงกรณ์ปรมราชาธิราช มูลเหตุที่ทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ ก็เพื่อทรงต้องการให้รู้ว่าพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินถึงสถานที่นั้นๆ และใต้พระปรมาภิไธยย่อ จปร. ก็ทรงระบุรัตนโกสินทร์ศก 109 ไว้ด้วย เพื่อให้รู้ว่าเสด็จพระราชดำเนินในปีใด โดยมีการจดบันทึกไว้ด้วยว่า “ในกลางที่แจ้งนี้เป็น “ตร่อน้ำแบ่ง” มีศิลาก้อนใหญ่จมดินครึ่งหนึ่งมีก้อนเล็กซ้อน ซึ่งเห็นจะเป็น หินลอยทั้งสองก้อน ให้เขามาหาไว้จะจารึกเห็นก้อนใหญ่จะศูนย์ยากกว่า จึงให้กลิ้งก้อนเล็กลงเสีย ให้กรมสรรพสิทธิ์เขียน จปร. อย่างอัฐ กับกรมสมมตเขียน 109 มอบเครื่องมือให้ผู้ช่วยเมืองไชยาอยู่เราะให้ แล้วรอเขียนอยู่ 7 มินิต”

อักษรพระปรมาภิไธยย่อจึงเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และมรดกสำคัญของประเทศ ที่แสดงให้เห็นชัดว่าพระเจ้าแผ่นดินไทยเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกร และทรงตรวจราชการแผ่นดินด้วยพระองค์เอง จึงกล่าวได้ว่าบนผืนแผ่นดินสยามหรือไทยนั้น ไม่มีพื้นที่แห่งใดที่ไม่อยู่ในพระเนตรพระกรรณของพระเจ้าแผ่นดิน 

ส่วนพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. ย่อมาจากภูมิพลปรมราชาธิราช พระนามาภิไธยย่อ สกย่อมาจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระนามาภิไธยย่อ สธย่อมาจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

โดยพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. ทรงจารึกไว้เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินประพาส ทรงเยี่ยมเยียนประชาชน เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2502 

ส่วนพระนามาภิไธย สธ นั้น กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงจารึกไว้เมื่อ พ.ศ. 2533 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎร ณ บริเวณนั้น

นับได้ว่าพระปรมาภิไธยย่อทั้งหมดและพระนามาภิไธยย่อทั้งหมดนี้ เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและเป็นโบราณวัตถุที่สำคัญของชาติไทยด้วย 

หากคุณมีโอกาสผ่านไป ณ หลักกิโลเมตร 86 ถนนเพชรเกษม ขอให้แวะกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า และตราพระปรมาภิโธย และตราพระนามาภิไธย เพื่อความเป็นสิริมงคลของคุณ

และหากคุณต้องการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ และโบราณคดีของประเทศไทยกับ Mr.Flowerโปรดติดต่อหมายเลข 091-7233615 

ตะลอนเที่ยว : โลกหรรษาใต้ทะเล (เมียนมา)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802765

ตะลอนเที่ยว : โลกหรรษาใต้ทะเล (เมียนมา)

ตะลอนเที่ยว : โลกหรรษาใต้ทะเล (เมียนมา)

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ช่วงนี้ Mister Flower ชวนคุณลงใต้ไปเที่ยวทะเลต่อเนื่องมารายสัปดาห์ และสัปดาห์นี้ก็ยังจะชวนคุณลงทะเลในเขตภาคใต้ของไทย แต่จะข้ามเข้าไปเที่ยวในเขตของประเทศเมียนมาด้วย

หลายคนอาจถามว่า ทำไมต้องไปเที่ยวทะเลของประเทศเมียนมา ทั้งๆ ที่ทะเลไทยก็มีมากมาย ไปเที่ยวทะเลเมียนมา แล้วดีกว่าเที่ยวทะเลไทยตรงไหน

ขออนุญาตตอบแบบภาพรวมคือ ทะเลไทยก็ยังมีความสวยงาม ขอเน้นว่า ยังสวยงาม แต่ทว่าสวยงามในบางแห่งเท่านั้น แต่บางแห่งเสื่อมโทรมและเสียหายไปเยอะมาก เพราะว่าผู้คนที่เข้าไปเที่ยวแล้วไปทำลายความงามของธรรมชาติมากกว่าเข้าไปชื่นชมธรรมชาติ และขณะเดียวกันผู้บริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวของไทยบางหน่วยงานก็ปล่อยปละละเลย ไม่ดูแลความสะอาดไม่ดูแลรักษาธรรมชาติ จึงทำให้แหล่งท่องเที่ยวของไทยโดยเฉพาะทะเลไทยเศร้าหมองไปอย่างน่าเสียดาย

สำหรับทะเลในเขตเมียนมานัั้น ยังคงมีความบริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์มากกว่าทะเลไทย เพราะว่าการท่องเที่ยวในประเทศเมียนมา ยังไม่บูมเท่ากับประเทศไทย และที่สำคัญคือยังมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเป็นจำนวนน้อย เมื่อนักท่องเที่ยวเข้าไปจำนวนน้อยเขาจึงสามารถรักษาธรรมชาติไว้ได้ค่อนข้างดี ประกอบกับผู้ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลในเมียนมาตั้งอกตั้งใจรักษาความสะอาดและความเรียบร้อยของแหล่งท่องเที่ยวว่าอย่างดี จึงทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของเมียนมายังคงมนต์เสน่ห์ได้อย่างประหลาด จนทำให้ผู้ที่ไปเยี่ยมเยือนและสัมผัสต่างหลงใหล และบอกว่าอยากให้แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์และงดงามเหมือนของเมียนมา

สำหรับภาพที่นำมาฝากคุณในวันนี้คือภาพที่ Mr.Flower พาสมาชิกกลุ่มเล็กๆ ไปดำน้ำ และพักที่เกาะนาวโอพี ในเขตเมียนมา ภาพที่เลือกมาให้คุณชื่นชมในวันนี้เป็นเพียง 1 ในหลายพันของภาพความประทับใจ

เราอยากจะบอกคุณว่าต้องขอบคุณนักท่องเที่ยวและผู้ดูแลเกาะนาวโอพีที่ช่วยกันรักษาความงดงามใต้ท้องทะเลไว้

ในภาพชุดนี้คุณจะเห็นทั้งดอกไม้ทะเล กัลปังหาปลาดาว หอยเม่น หอยมือเสือ และปลาไหลเมอเร กระเบน ปะการังสารพัดชนิด

อ้อ! ลืมบอกไปว่า ปลาไหลเมอเร ตัวที่ชื่อทองสุข ซึ่งอยู่หน้าหาด ของเกาะนาวโอพีได้หายไปจากบริเวณนี้หลายเดือนแล้ว หลายคนที่รู้จักทองสุขบ่นคิดถึงทองสุขมาก แต่จากการสอบถามครูสอนดำน้ำ ชื่อว่าครูตึก ได้คำตอบว่าทองสุขน่าจะถูกจับไปแล้ว ครั้นถามต่อไปว่าใครจับทองสุขไป ก็ไม่มีคำตอบแต่เพียงมีคำบอกเล่าว่า ทองสุขเคยถูกเบ็ดเกี่ยวปาก นั่นแสดงว่าต้องมีคนพยายามจับทองสุขไป เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งกลุ่มครูสอนดำน้ำต้องลงไปช่วยถอดตัวเบ็ดออกจากปากของทองสุข แต่บัดนี้ไม่มีทองสุขที่นี่อีกแล้ว

นับเป็นเรื่องเศร้าที่นักท่องเที่ยวหรือใครก็ตาม ที่ทำร้ายสัตว์โลกใต้ทะเลที่แสนน่ารักของเรา

ก็ขอฝากไว้ว่าถ้าเราคิดจะช่วยกันรักษาความสวยงามของโลกใต้ทะเลเอาไว้ ขอให้เราเที่ยวด้วยความรับผิดชอบ ไม่สร้างมลภาวะใดๆ ให้ท้องทะเลไม่รบกวนสัตว์และสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลทั้งปวง ถ้าเพียงเท่านี้เราจะมีภาพความงามของโลกใต้ทะเลเก็บรักษาไว้ให้พวกเราเองและคนรุ่นหลังได้ชื่นชมตลอดไป

หากคุณสนใจอยากจะไปเที่ยวชื่นชมธรรมชาติกับ Mr.Flower โปรดติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615 เราเน้นเที่ยวแบบอนุรักษ์ธรรมชาติ และเจาะลึกสถานที่สำคัญ ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์และความรื่นรมย์

ตะลอนเที่ยว : ตะวันลับฟ้า ณ เกาะพยาม Sunset at Phayam Island

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801508

ตะลอนเที่ยว : ตะวันลับฟ้า ณ เกาะพยาม Sunset at Phayam Island

ตะลอนเที่ยว : ตะวันลับฟ้า ณ เกาะพยาม Sunset at Phayam Island

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 07.34 น.

ระยะนี้ขอพาคุณๆ หลบลี้หนีหายไปจากกรุงเทพฯ แล้วไปอยู่จังหวัดระนองสักระยะหนึ่งนะครับ เพราะกรุงเทพฯยามนี้ร้อนมาก (อันที่จริงก็ร้อนทั้งประเทศ ร้อนทุกจังหวัดในประเทศไทย) สาเหตุที่ชวนคุณหนีกรุงเทพฯไปเที่ยวระนอง เพราะว่าระนองยามนี้เป็นช่วงปลายฤดู High season ของหน้าท่องเที่ยวเมืองระนอง และเมืองอื่นๆ ที่อยู่ชายทะเลฝั่งอันดามัน แต่ที่เลือกระนอง เพราะว่าระนองไม่พลุกพล่าน ไม่มีนักท่องเที่ยวเต็มเมือง เหมือนภูเก็ต แถมค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยในระนองยังนับว่าถูกกว่าภูเก็ตพอประมาณ แต่ทว่าสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีงาม เพราะค่าโรงแรมดีๆ และค่าอาหารดีๆ มีราคาถูกกว่าภูเก็ตอย่างมาก

วันนี้จะพาคุณๆ ไปชมตะวันตกน้ำบนเกาะพยาม สาเหตุที่พาคุณไปชมตะวันตกน้ำที่เกาะพยาม เพราะว่ามีผู้กล่าวขานกันมากมายว่า เวลาได้ชมตะวันตกน้ำบนเกาะพยามโดยเฉพาะที่อ่าวใหญ่ แล้วมีความสุขมาก เพราะมีหาดยาวมาก แม้ว่าทรายที่อ่าวใหญ่ไม่ขาวเหมือนแป้งก็ตาม แต่เม็ดทรายก็นับว่าละเอียดดี เพียงแต่มีตะกอนดินโคลนถูกพัดเข้าชายฝั่งด้วยคลื่นทะเล จึงทำให้ทรายบนหาดอ่าวใหญ่มีสีขาวผสมกับสีดำของดินโคลนบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร เพราะเมื่อมีหาดทรายยาวๆ เป็นต้นทุน ก็ทำให้สามารถเล่นน้ำทะเลได้อย่างมีความสุข

ถามว่าทำไมต้องไปชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่อ่าวใหญ่ เกาะพยาม ตอบว่า เพราะแสนจะโรแมนติก ยิ่งเวลาใกล้ๆ พระอาทิตย์จะจมน้ำ จะยิ่งงดงาม เพราะดวงไฟลูกกลมๆใบมหึมาค่อยๆ อ่อนแสงลง จากแสงจ้าลดแสงลงเหลือเพียงสีแดงเรื่อๆ แดงอมชมพูเข้ม แล้วค่อยๆ ลดตัวลงทีละน้อย ทีละน้อยลงสู่น้ำทะเล แล้วก็ลับไปในโค้งฟ้าขอบทะเล 

ช่วงเวลาที่ดวงตะวันจะลับขอบฟ้าแล้วเสมือนว่าจมตัวลงในน้ำทะเล จะส่งประกายแสงให้กระทบผิวน้ำที่พลิ้วเป็นระลอกคลื่น ทำให้น้ำทะเลมีสีเสมือนสีส้มอมแดง ซึ่งงดงามยิ่งกว่าภาพวาดโดยจิตรกรฝีมือชั้นครูของโลก 

แล้วเมื่อยามที่ดวงตะวันจมลงในน้ำทะเลแล้ว สักพักหนึ่งเมื่อเราเปลี่ยนฝั่งไปอยู่ที่ด้านทิศตะวันออก ก็จะพบกับดวงจันทร์ขึ้นเหนือผิวน้ำทะเล ทอแสงนวลเย็นตาเปล่งประกายลงบนผิวน้ำทะเล ทำให้กลายเป็นสีเงินยวง เมื่อมีลมทะเลพัดมาต้องผิวกายก็ยิ่งทำให้มีความสุขจนเกินจะบรรยาย เพราะทำให้ความร้อนลดลงไป ในขณะที่มีภาพวาดจากธรรมชาติคือดวงจันทร์กลมโต (เพราะเป็นคืนวันเพ็ญ) ลอยเด่นกลางหาว แล้วส่องแสงประกายลงบนผิวน้ำทะเล

Mr.Flower ไปไหว้พระที่วัดเกาะพยามแล้วเลยไปนั่งเล่นที่หาดหินทะลุในช่วงยามเย็นจึงเก็บภาพความงามของหินทะลุยามก่อนพระอาทิตย์ตกมาฝาก แล้วเมื่อใกล้จะ Sunsetก็จึงย้ายไปนั่งรอชมตะวันตกน้ำที่อ่าวใหญ่ แล้วก็ได้ชมความงามก่อนอาทิตย์อัสดงมาฝาก ส่วนภาพดวงจันทร์ทอแสงประกายเหนือผิวน้ำ ถ่ายภาพจากอ่าวแม่หม้าย ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันออกของเกาะพยาม ด้านเดียวกับวัดเกาะพยาม ซึ่งอยู่ด้านเดียวกับท่าเทียบเรือโดยสารของเกาะ

ส่วนภาพน้องแมวสุดสวยที่แสนจะขี้เล่นเป็นมิตรมาก ก็เป็นอีกภาพหนึ่งที่ตั้งใจนำมาฝากคุณๆ พร้อมๆ กับภาพน้องหมาที่ไปเล่นน้ำทะเลเพื่อดับร้อน ต้องบอกว่าหมาส่วนใหญ่บนเกาะพยามเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมาก ส่วนแมวตัวที่ถ่ายภาพมาฝากก็แสนจะเป็นมิตร และชอบให้ถ่ายภาพมากที่สุด เมื่อเขาเห็นกล้องถ่ายรูป หรือกล้องจากโทรศัพท์มือถือ น้องแมวจะโพสท่าต่างๆ ราวกับว่าอยู่บน catwalk ส่วนน้องหมาส่วนมากก็จะเข้าไปเล่นกับนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับที่แสนน่ารักของเกาะพยาม

หากคุณสนใจไปเที่ยวเกาะพยามแบบ exclusive กับ Mr.Flower และ สมาชิกกลุ่มเล็กๆ (6-8 คน) โปรดติดต่อ 091- 7233615 นะครับ

ตะลอนเที่ยว : โลกสวยใต้ท้องทะเล (เมียนมา)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/800143

ตะลอนเที่ยว : โลกสวยใต้ท้องทะเล (เมียนมา)

ตะลอนเที่ยว : โลกสวยใต้ท้องทะเล (เมียนมา)

วันอาทิตย์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2567, 15.48 น.

โลกใต้ท้องทะเลมีความมหัศจรรย์มากมีความงดงามจนเกินบรรยาย ใครก็ตามที่เคยได้สัมผัสความงดงามของโลกใต้ท้องทะเลมาแล้ว ย่อมไม่ปฏิเสธว่าสิ่งที่กล่าวในข้างต้นเป็นความจริงแท้

ใต้ท้องทะเลไทยมีโลกใต้ทะเลที่งดงามอยู่หลายแห่ง โดยเฉพาะในเขตทะเลด้านฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะที่พังงา กระบี่ ระนอง ตรัง ภูเก็ต และสตูล นักดำน้ำชมโลกใต้ทะเลต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าใต้ท้องทะเลในจังหวัดต่างๆ ที่กล่าวมานั้นมีความงดงามไม่แพ้โลกใต้ทะเลในทวีปอื่นๆ

แต่วันนี้ Mr.Flower จะขอพาคุณไปเที่ยวระนอง (อีกครั้ง) แต่จะพาคุณออกไปชมทะเลทางภาคใต้ของเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับจังหวัดระนอง และต้องบอกว่าท้องทะเลในเขตเมียนมาตอนใต้นั้น มีความสมบูรณ์ งดงามมากจนเกินบรรยายจริงๆ สาเหตุที่ท้องทะเลในเขตเมียนมาตอนใต้ยังสมบูรณ์มาก เป็นเพราะว่ายังมีนักท่องเที่ยวเข้าไปรุกรานและทำลายธรรมชาติน้อย เนื่องจากเข้าไปได้ยากพอประมาณ และต้องเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างแพง แต่ที่สำคัญคือเกาะต่างๆ หลายเกาะในทะเลเมียนมาเป็นเกาะส่วนบุคคล ดังนั้นจึงไม่อนุญาตให้ใครต่อใครเข้าไปบนเกาะโดยไม่ได้รับอนุญาต และที่สำคัญคือบางเกาะจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวันด้วย เช่น อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นบนเกาะได้วันละไม่เกิน 80 คน และไม่มีห้องพักบนเกาะ แต่มีห้องน้ำและอนุญาตให้รับประทานอาหารบนเกาะได้เท่านั้น แล้วต้องกำจัดขยะที่นำไปบนเกาะให้หมด

สำหรับภาพสวยๆ ที่คุณเห็นความงามของโลกใต้น้ำในวันนี้คือภาพจากเกาะซาลิ เกาะส่วนตัวของคนเมียนมาที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการการท่องเที่ยวชาวไทยในจังหวัดระนอง

เมื่อคุณได้เห็นภาพสวยๆ ของโลกใต้ทะเลได้เห็นปะการังสารพัดชนิดที่งดงามและแสนสมบูรณ์ ได้เห็นปลาการ์ตูน ที่หลายๆ คนเรียกว่านีโม ได้เห็นดอกไม้ทะเล ได้เห็นน้ำทะเลใสแจ๋วได้เห็นหาดทรายขาวๆ ที่ค่อนข้างจะไร้ขยะ เพียงแค่นี้คุณก็คงบอกตัวเองได้ว่าที่นี่สวย และค่อนข้างไร้มลภาวะ

ถามว่าเราจะช่วยกันทำให้โลกใต้ทะเลของไทยสวยงาม และสมบูรณ์ได้แบบนี้หรือไม่ ตอบได้เลยว่า เราช่วยกันทำได้ หากเราตั้งใจจะทำ แต่ปัญหาอยู่ตรงที่เราไม่ช่วยกันจริงๆ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยจำนวนหนึ่งดีแต่ปาก ปากบอกว่ารักษาธรรมชาติ แต่พฤติกรรมกลับตรงกับข้ามกับปาก ส่วนนักท่องเที่ยวไทยบางจำพวก (และต่างชาติด้วย) ก็เช่นกัน ปากบอกว่ารักธรรมชาติ แต่พฤติกรรมกลับทำลายล้างธรรมชาติ ทิ้งขยะโดยปราศจากจิตสำนึกรักธรรมชาติ ใช้สารเคมีสารพัดชนิดทาลงบนผิวกายของตนเอง แล้วลงไปในน้ำทะเล โดยไม่คิดว่าสารเคมีที่ทำให้ตัวเองไม่ดำเพราะแสงแดดคือ ตัวทำลายปะการัง

เราเห็นความงามของโลกใต้ทะเลของเมียนมาแล้ว เราก็คงอยากให้โลกใต้ทะเลของประเทศไทยงดงามแบบนี้บ้าง เราไม่ปฏิเสธการท่องเที่ยว เพราะมันทำให้ประเทศได้เงินตรา แต่เราก็ต้องมีสำนึกรักธรรมชาติให้จริงๆ จังๆ ไม่ใช่ปากพูดไปเรื่อยๆ แต่พฤติกรรมกลับทำลายล้างทุกวัน

เห็นทะเลของเมียนมาสวยงามแล้ว เรามาช่วยกันทำให้ทะเลไทยงดงามกันนะครับ

หากอยากไปเที่ยวทะเลเมียนมา ติดต่อที่หมายเลข 091-7233615 ครับ

ตะลอนเที่ยว : ไปทะเล (ระนอง) กันดีกว่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/798991

ตะลอนเที่ยว : ไปทะเล (ระนอง) กันดีกว่า

ตะลอนเที่ยว : ไปทะเล (ระนอง) กันดีกว่า

วันอาทิตย์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เกาะพยาม

ช่วงสงกรานต์ปีนี้ ขอชวนคุณไปเที่ยวทะเล จังหวัดระนองกันครับ เหตุที่เลือกทะเลเมืองระนอง เพราะว่าทะเลสวย หาดทรายก็สวย และที่สำคัญคือไม่มีผู้คนไปแออัด
ยัดทะนาน เวลาลงเล่นน้ำทะเล แล้วรู้สึกว่าไม่เห็นมลภาวะจากผู้คน ซึ่งผิดกับท้องทะเลบางแห่งที่มีผู้คนมากมายเกินประมาณ เวลาลงไปเล่นน้ำ หรือดำน้ำตื้น (snorkelling) แล้วไม่เจอแต่เท้าของผู้คน จนบางคนเรียกแบบเย้ยหยันว่า เต็มไปด้วยปลาตีน (ของคน)

อันที่จริง เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน เคยชวนคุณไปเที่ยวเมืองระนอง ไปกินอาหารอร่อยๆ ไปชมบ้านชมเมืองในตลาดเก่า ชมเหมืองแร่ดีบุก (ปัจจุบันปิดตัวไปแล้ว) และไหว้พระ รวมถึงแช่น้ำแร่คุณภาพดีระดับโลกกันมาแล้ว

มาสัปดาห์นี้จึงขอชวนคุณๆ ไปเที่ยวทะเลระนอง และขอข้ามไปเที่ยวทะเล และเกาะแสนสวยทางภาคใต้ของประเทศเมียนมาโดยเฉพาะเกาะซาลิ ที่บอกได้คำเดียวสั้นๆ ว่าสวยขาดใจเลยครับ

เริ่มเที่ยวกันที่เกาะพยามก่อนนะครับวันนี้จะพาไปนอนค้างคืนบนเกาะพยามด้วยกัน ไปชมวิถีชีวิตชาวเกาะที่ยังพอจะหลงเหลือให้ชมอยู่บ้าง ไปชมหาดต่างๆบนเกาะพยาม

เกาะพยามมีหาดและอ่าว ดังนี้ อ่าวแม่หม้าย อ่าวเขาควาย อ่าวใหญ่ อ่าวกวางปีปโดยเฉพาะอ่าวใหญ่ มีหาดทรายยาวเป็นกิโลเมตรเลย แต่บางหน้า บางฤดูหาดทรายก็ไม่ค่อยขาวสะอาดมากนัก เพราะน้ำทะเลพัดเอาโคลนตะกอนเข้ามาที่ชายฝั่ง จึงทำให้หาดทรายมีสีขาวของทรายผสมกับสีดำของโคลน ก็สวยไปอีกแบบหนึ่งตามธรรมชาติ ส่วนน้ำทะเลก็ใสสะอาดดีเลย แต่ที่สำคัญคือช่วงเย็น เป็นช่วงที่แสนจะโรแมนติก เพราะเป็นช่วงที่นั่งชมพระอาทิตย์ตกน้ำได้สวยและโรแมนติกมากๆ แล้วหากเป็นคืนจันทร์เพ็ญก็ได้ชมพระจันทร์ทอแสงนวลกลางท้องฟ้าสะท้อนผิวน้ำทะเลได้อย่างงดงาม

บางคนเปรียบว่าเกาะพยามคือเกาะมัลดีฟส์เมืองไทย แต่ผมไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้นเพราะเกาะพยามมีเสน่ห์แบบตัวเอง ซึ่งไม่เหมือนกับมัลดีฟส์ แต่ก็ไม่ผิดหากใครจะเปรียบเทียบว่าเกาะพยามคือมัลดีฟส์ของไทย แต่รับรองได้ว่าหากคุณมีโอกาสไปนอนและซึมซับบรรยากาศดีๆ บนเกาะพยามแล้ว คุณจะอารมณ์ดี ยิ้มหวาน หัวเราะร่าเริงแจ่มใส สุขภาพจิตดี

ส่วนอีกเกาะหนึ่งที่ผมจะพาคุณๆ ไปเที่ยว เกาะนี้ชื่อว่าเกาะซาลิ ตั้งอยู่ในเขตเมียนมา เป็นเกาะส่วนตัวของเศรษฐีเมียนมาแต่เขาทำธุรกิจท่องเที่ยวกับบริษัททัวร์ของไทย บนเกาะซาลิไม่มีที่พัก แต่มีห้องน้ำ และการเตรียมอาหารไว้สำหรับผู้ที่เป็นลูกทัวร์เท่านั้น เกาะนี้ไม่อนุญาตให้คนทั่วไปที่ไม่ได้ซื้อทัวร์ของบริษัทที่ได้รับสัมปทานขึ้นไปบนเกาะ และจำกัดนักท่องเที่ยวแค่วันละ 80 คนเท่านั้น

ขอกระซิบว่าค่าไปเที่ยวเกาะส่วนตัวในเขตเมียนมาแพงทุกเกาะ (โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเกาะในเมืองไทย) แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาสามารถดูแลและรักษาสภาพแวดล้อมของเกาะได้ดีเยี่ยมมาก น้ำทะเลใสแจ๋ว หาดทรายสะอาด แต่ก็ยังมีขยะที่ลอยมาติดหาด เนื่องจากน้ำทะเลพัดพามากับเกลียวคลื่น

ใครที่ชอบดำน้ำตื้นๆ (snorkelling) ชมโลกใต้น้ำ คุณจะตื่นตะลึงมากเมื่อพบความวิจิตรของโลกใต้น้ำที่แสนสมบูรณ์ในบริเวณรอบๆ เกาะซาลี และเกาะอื่นๆ เช่น เกาะมังกร บอกได้เพียงคำเดียวว่า โลกใต้น้ำงามเหลือเกิน มีปะการังสารพัดชนิดที่แสนสมบูรณ์ มีปลาการ์ตูน หรือน้องนีโมมากมายอยู่กับดอกไม้ทะเล มีปลาสารพัดชนิด มีหมึก มีหอยมือเสือ มีหอยเม่น และวันดีคืนดีก็จะเห็นเต่าทะเลมาอวดโฉมด้วย ส่วนบางคนอาจเจอกระเบนมาโชว์โฉมอีก

เล่าเรื่องทะเลระนอง และทะเลเมียนมามานานแล้ว ก็จะชวนคุณๆ ไปเที่ยวทะเลระนองกัน ครั้งนี้เราจะไปวันที่ 30 เมษายน ถึง 7 พฤษภาคม 2567 บางคนตกใจ ถามว่าทำไมไปหลายวันจังเลย ตอบว่า เรานอนค้างที่ระนอง รวมถึงบนเกาะด้วยรวม 5 คืน ส่วนคืนวันที่ 30 เมษาฯ เรานอนบนรถตู้วีไอพี (รถตู้หนึ่งคันนั่งกันเพียง 6 คนเท่านั้น) แล้วบ่ายๆ วันที่ 6 พฤษภาฯ กลับจากระนอง แวะหาดทรายรี ชุมพร กราบพระอนุสาวรีย์เสด็จเตี่ย กินข้าวเย็นแถวๆ หาดทรายรี แล้วนั่งรถกลับกรุงเทพฯ หลับบ้าง คุยกันบ้าง เพียงไม่นานก็ถึงกรุงเทพฯแล้ว รถตู้จะกลับถึงกรุงเทพฯตีสี่ วันที่ 7 พฤษภาฯ ครับ

สนใจไปร่วมทริปแสนพิเศษกับMr.Flower ไหมครับ หากสนใจกรุณารีบติดต่อ 091-7233615 ครับ รับสมาชิกได้อีก 3-4 คน จำกัดสมาชิก 20 คนเท่านั้นครับ แต่ครั้งนี้เราจะไปนอนที่เกาะนาวโอพี (สำหรับผู้ต้องการไปนอนทะเลเมียนมา) ส่วนผู้ที่ต้องการนอนเกาะพยาม ก็จะแยกไปนอนเกาะพยาม สนใจทริปและต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ 091-7233615 นะครับ

เกาะซาลิ

เกาะซาลิ

ตะลอนเที่ยว : ระนอง เมืองแร่นอง ฝนแปด แดดสี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/797765

ตะลอนเที่ยว : ระนอง เมืองแร่นอง ฝนแปด แดดสี่

ตะลอนเที่ยว : ระนอง เมืองแร่นอง ฝนแปด แดดสี่

วันอาทิตย์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2567, 07.35 น.

ระนอง จังหวัดเล็กๆ แห่งหนึ่งในภาคใต้ของไทย ระนองในอดีตนั้นคือเมืองเศรษฐกิจสำคัญของไทยในเขตปักษ์ใต้ เพราะมีแร่ดีบุกมากมาย แต่เมื่อหมดยุคทำเหมือนแร่ดีบุกแล้ว ระนองก็ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่แสนสงบ แต่มีอาหารการกินที่แสนอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลงดงาม มีหาดทรายขาวสะอาด มีน้ำทะเลใส และมีน้ำแร่ร้อนที่มีคุณภาพดีเยี่ยมระดับต้นๆของโลก แต่ทว่าหลายคนกลับไม่เคยไปเที่ยวระนองอย่างจริงๆ จังๆ บางคนผ่านระนองหลายสิบครั้ง แต่ไม่เคยแวะนอนที่ระนอง 

วันนี้ Mr.Flower จะชักชวนคุณๆ ไปเที่ยวระนองด้วยกันครับ รับรองว่าเมื่อคุณไปสัมผัสระนองแบบเจาะลึกแล้ว คุณจะหลงรักเมืองระนอง จนจะต้องกลับไปเที่ยวระนองทุกครั้ง เมื่อคุณต้องการพักผ่อนหย่อนใจ

ช่วง 1-6 พฤษภาคมนี้ ขอชวนคุณๆ ไปเที่ยวระนองด้วยกันครับ ไปกินอาหารอร่อยๆ ไปแช่น้ำแร่ร้อน ไปเที่ยวเกาะพยาม ไปเล่นน้ำที่หาดทรายขาวๆ ที่แหลมสน แล้วไปเที่ยวชมเหมืองแร่ดีบุกเก่าด้วยกัน 

หลายคนอาจถามว่าทำไมไปเที่ยวระนองเดือนพฤษภาคม ไม่กลัวเจอฝนหรืออย่างไร ตอบว่าอันที่จริงก็อาจจะเจอฝนบ้างในบางวัน เพราะเริ่มเข้าฤดูมรสุมของฝั่งทะเลอันดามันแล้ว แต่เนื่องจากเป็นช่วงเพิ่งเริ่มฤดูมรสุม จึงทำให้พอจะเบาใจได้ว่าจะไม่เจอฝนหนักๆ แต่ถึงแม้บางวันอาจจะเจอฝนบ้าง เราก็มีที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ให้เที่ยวโดยไม่ต้องวิตกทุกข์ร้อนกับเรื่องฝนฟ้าอากาศ เพราะเราจะเที่ยวแบบกินๆ ดื่มๆ (กาแฟ ชา น้ำผลไม้) แล้วพาไปแช่น้ำแร่ร้อน ทำสปา ตรวจสุขภาพ และเที่ยวในแหล่งโบราณสถาน รวมถึงวัดวาอาราม และพระราชวังจำลอง คือรัตนรังสรรค์ 

พระราชวังรัตนรังสรรค์ เคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แห่งราชวงศ์จักรี ถึงสามพระองค์คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ใกล้ๆ กับพระราชวังรัตนรังสรรค์ มีหอพระเก้าเกจิ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรูปปั่นเหมือนของเกจิอาจารย์สำคัญของเมืองระนอง ได้แก่ หลวงพ่อจันทร์ หลวงพ่อนุ้ย หลวงปู่ทวด หลวงพ่อติ๋ว หลวงพ่อลอย หลวงพ่อเบี้ยว หลวงพ่อบรรณ และหลวงพ่อน้อย สำหรับหอเก้าเกจินี้ เป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ชาวจังหวัดระนอง และผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในเกจิอาจารย์ทั้งเก้าท่าน จะต้องไปกราบไหว้นมัสการเป็นประจำ ส่วนโบราณสถานที่ไม่ควรพลาดไปชมอีกแห่งคือ บ้านเจ้าเมืองระนองคนแรก คือ คอซู้เจียง ต้นตระกูล ณ ระนอง 

ส่วนเรื่องอาหารการกินในจังหวัดระนองนั้น ขอบอกคำเดียวสั้นๆ ว่า แสนจะบริบูรณ์ ทั้งอาหารทะเลสดๆ และพืชผักผลไม้สดๆ และยังมีขนมพื้นเมือง เช่น ขนมหน้าแตก(เป็นคุกกี้ชนิดหนึ่ง) และยังมีกาหยู (เม็ดมะม่วงหิมพานต์) ที่นำไปประยุกต์ดัดแปลงให้เป็นขนมต่างๆ ที่มีรสชาติแสนอร่อย

ส่วนเกาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังของระนอง ได้แก่ เกาะพยาม เกาะที่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างน่าพอใจ แม้จะมีโรงแรมที่พักจำพวกรีสอร์ท บังกะโล เกิดขึ้นมากมายแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องชมเชยว่าไม่ทำลายธรรมชาติของเกาะพยามให้เสียไปมากนัก เพราะผู้ประกอบการการท่องเที่ยวก็พยายามรักษาสิ่งแวดล้อมไว้ให้ดีที่สุด

ส่วนกิจกรรมสำคัญต่อสุขภาพที่ต้องพาคุณๆ ไปสัมผัสให้ได้เวลาไปเมืองระนองคือ แช่น้ำแร่ร้อน และตรวจสุขภาพ ขอบอกว่าน้ำแร่ร้อนเมืองระนองมีคุณภาพดีติดอันดับต้นๆ ของแหล่งน่ำแร่บนโลกใบนี้ หลายคนบอกตรงกันว่าน้ำแร่ร้อนเมืองระนองไม่มีกลิ่นฉุนของกำมะถัน ดังนั้น เวลาแช่น้ำแร่ที่ระนองแล้วจึงไม่รู้สึกแสบจมูก ไม่มีกลิ่นของกำมะถัน หรือกลิ่นก๊าซไข่เน่า (Hydrogen Sulfide) รบกวน

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คงจะอยากไปเที่ยวระนองแล้วใช่ไหมครับ หากสนใจร่วมทริประนองกับ Mr.Flower กรุณาติดต่อ 091-7233615 นะครับ