อดีตนายกฯ เนปาลถูกจับกุม พัวพันสลายการชุมนุมนองเลือด

อดีตนายกฯ เนปาลถูกจับกุม พัวพันสลายการชุมนุมนองเลือด

29 มี.ค. 2569 02:33 น.

อดีตนายกฯ เนปาลถูกจับกุม พัวพันสลายการชุมนุมนองเลือด

อดีตนายกรัฐมนตรีเนปาลถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมในวันเสาร์ ในฐานะผู้ต้องสงสัยพัวพันกับการสลายการชุมนุมอย่างรุนแรงเมื่อปีก่อน จนทำให้มีประชาชนเสียชีวิตหลายสิบศพ

เมื่อ 28 มี.ค. 2569 นายเคพี ชาร์มา โอลี อดีตนายกรัฐมนตรีเนปาล ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลภายหลังถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวในข้อหาพัวพันกับการสลายการชุมนุมอย่างรุนแรงจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเมื่อปีก่อน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า นายโอลีถูกนำตัวส่งคลินิกแห่งหนึ่งในกรุงกาฐมาณฑุเพื่อตรวจร่างกายตามขั้นตอนปกติของตำรวจ ทันทีหลังจากที่เขาถูกจับกุมที่บ้านพักเมื่อเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา

ในการสลายการชุมนุมดังกล่าวเมื่อเดือนกันยายน 2568 มีรายงานผู้เสียชีวิตมากกว่า 70 ศพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประท้วงที่ถูกตำรวจยิงระหว่างออกมาชุมนุมต่อต้านคำสั่งแบนสื่อสังคมออนไลน์ของรัฐบาล แต่สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นจากความโกรธแค้นเรื่องคอร์รัปชันและสภาวะเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ นายราเมช เลคัก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยวัย 62 ปี ก็ถูกจับกุมในวันเสาร์เช่นกัน หลังจากคณะกรรมการสอบสวนเหตุความไม่สงบเสนอแนะให้ดำเนินคดีกับทั้งคู่ในข้อหาประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลให้สัมภาษณ์กับบีบีซี แผนกภาษาเนปาลว่า นายโอลีต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อรอผลตรวจร่างกาย เนื่องจากเขาอายุ 74 ปีแล้ว และมีประวัติการรักษาด้วยการปลูกถ่ายไตมาแล้วถึงสองครั้ง

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากที่ นายบาเลนดรา ชาห์ แรปเปอร์หนุ่มวัย 35 ปีที่ผันตัวมาเป็นนักการเมือง ได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หลังจากชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย

ก่อนหน้านี้ นายโอลีได้ปฏิเสธผลการสอบสวนของคณะกรรมการ โดยเขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Annapurna Post ว่าผลการสอบสวนเหล่านี้คือ “การใส่ร้ายป้ายสีและเป็นความเกลียดชังทางการเมือง”

ทนายความของเขาบอกกับสำนักข่าว Reuters ว่า การควบคุมตัวในขั้นตอนการสอบสวนนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล “มันผิดกฎหมายและไม่เหมาะสม เพราะไม่มีความเสี่ยงที่เขาจะหลบหนีหรือเลี่ยงการให้ปากคำ”

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้สนับสนุนพรรค CPN-UML ของนายโอลี ได้เริ่มรวมตัวประท้วงในกรุงกาฐมาณฑุ หลังจากที่กองเลขาธิการพรรคมีมติให้เปิดฉากการประท้วงทั่วประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โดรนโจมตีแทงก์เก็บน้ำมันสนามบินคูเวต ทำให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรง

โดรนโจมตีแทงก์เก็บน้ำมันสนามบินคูเวต ทำให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรง

29 มี.ค. 2569 01:58 น.

โดรนโจมตีแทงก์เก็บน้ำมันสนามบินคูเวต ทำให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรง

โดรนลำหนึ่งตกใส่แทงก์เก็บน้ำมันใกล้สนามบินในคูเวต ส่งผลให้เกิดไฟไหม้รุนแรง และจนถึงตอนนี้ก็ยังควบคุมเพลิงไม่ได้ แต่ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้

เมื่อ 28 มี.ค. 2569 กองทัพคูเวตเปิดเผยว่า โดรนลำหนึ่งพุ่งเป้าโจมตีแทงก์เก็บน้ำมันใกล้ท่าอากาศยานนานาชาติคูเวต ส่งผลให้เกิดไฟไหม้รุนแรง ควันไฟสีดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นจากพื้นที่รอบสนามบิน ในขณะที่พนักงานดับเพลิงเร่งทำงานเพื่อควบคุมเพลิง แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้

กองทัพคูเวตเสริมว่า การโจมตีครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อระบบเรดาร์ของสนามบิน แต่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ทั้งนี้ ทางการคูเวตระบุว่า โดรนที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่านได้ก่อเหตุโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติหลักของประเทศอย่างต่อเนื่องในช่วงสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายและสร้างความเสียหายต่ออาคารผู้โดยสาร

ระบบป้องกันทางอากาศของประเทศตรวจพบโดรนทั้งหมด 15 ลำในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาจนถึงวันเสาร์ (28 มี.ค.) ซึ่งบางส่วนมีเป้าหมายโจมตีไปที่ท่าอากาศยานนานาชาติแห่งนี้โดยตรง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านร่างงบฯ ชั่วคราว DHS หลังรีพับลิกันปัดข้อตกลง สว.

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านร่างงบฯ ชั่วคราว DHS หลังรีพับลิกันปัดข้อตกลง สว.

29 มี.ค. 2569 00:52 น.

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านร่างงบฯ ชั่วคราว DHS หลังรีพับลิกันปัดข้อตกลง สว.

สส.รีพับลิกันปฏิเสธข้อตกลงจัดสรรงบประมาณชั่วคราวที่เห็นชอบโดยวุฒิสภา แล้วผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวของตัวเอง ทำให้ภาวะขาดงบฯ ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิจะยังคงดำเนินต่อไป

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันปฏิเสธข้อตกลงทวิภาคีของวุฒิสภาในการจัดสรรงบประมาณชั่วคราวให้แก่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) และได้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณของตนเองเมื่อดึกวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 มี.ค.) ซึ่งทำให้ภาวะชัตดาวน์บางส่วนของ DHS ที่ดำเนินมาหลายสัปดาห์จนกระทบการบิน ต้องยืดเยื้อออกไปอีก

ร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวดังกล่าว ซึ่งเสนอให้จัดสรรงบประมาณเต็มจำนวนแก่ DHS เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ผ่านมติด้วยคะแนนเสียง 213 ต่อ 203 หลังจากที่สมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาล่างปฏิเสธที่จะรับร่างข้อตกลงจากวุฒิสภา เนื่องจากร่างฉบับนั้นตัดงบประมาณสำหรับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) และหน่วยตระเวนชายแดนออกไป

เหตุการณ์นี้เป็นการตอกย้ำความขัดแย้งที่บีบให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในสนามบินหลายพันคนต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง แม้ว่าทำเนียบขาวจะระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกคำสั่งให้มีการชดเชยรายได้แก่เจ้าหน้าที่เหล่านั้นในท้ายที่สุดแล้วก็ตาม

นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเดโมแครตในวุฒิสภา ระบุในแถลงการณ์ว่า มาตรการงบประมาณที่ “ยึดติดกับสถานะเดิมจะถูกตีตกทันทีเมื่อถึงวุฒิสภา และพวกพรรครีพับลิกันก็รู้ดีในข้อนี้”

เขายังกล่าวเสริมว่า “พรรคเดโมแครตพร้อมจะสนับสนุนงบประมาณด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิที่สำคัญ แต่เราจะไม่เซ็นเช็คเปล่าให้แก่กองกำลังตรวจคนเข้าเมืองที่ทำผิดกฎหมายและเป็นอันตรายของทรัมป์โดยไม่มีการปฏิรูป”

การลงมติในช่วงดึกนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียกร่างกฎหมายทวิภาคีของวุฒิสภาก่อนหน้านี้ว่าเป็น “เรื่องตลก” เพราะมีการตัดงบประมาณของหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการกวาดล้างและเนรเทศผู้อพยพอันอื้อฉาวของทรัมป์

ในทางกลับกัน พรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนฯ ได้เสนอร่างกฎหมายคู่ขนานที่จะจัดสรรงบประมาณเต็มจำนวนให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยด้านการขนส่ง (TSA) รวมถึงเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยตระเวนชายแดน

แต่ทั้งวุฒิสภากับสภาผู้แทนราษฎรจะต้องผ่านร่างกฎหมายในเวอร์ชันเดียวกันก่อนที่จะสามารถส่งต่อไปยังโต๊ะทำงานของประธานาธิบดีเพื่อลงนามบังคับใช้ได้ ทำให้การชัตดาวน์บางส่วนของ DHS จะยังคงดำเนินต่อไป

ทั้งนี้ การชัตดาวน์บางส่วนดังกล่าว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ TSA ซึ่งมีหน้าที่ตรวจคัดกรองผู้โดยสาร สัมภาระ และสินค้าที่สนามบินต่างๆ ต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างมาตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์

ภาวะชะงักงันนี้ทำให้บริการต่างๆ ในสนามบินล่าช้าอย่างหนัก โดยผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว AFP รายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่สนามบินนานาชาติ “ฮิวส์ตัน” แถวรอตรวจความปลอดภัยนั้นยาวเหยียดจนสุดสายตา และเจ้าหน้าที่สนามบินต้องคอยเดินแจกจ่ายน้ำดื่มให้แก่ผู้โดยสาร

เรื่องการผ่านงบประมาณนี้มีจุดขัดแย้งหลักอยู่ที่ข้อเรียกร้องของพรรคเดโมแครตที่ต้องการให้ปฏิรูปหน่วยงาน ICE หลังเจ้าหน้าที่ยิงชาวอเมริกันเสียชีวิต 2 ศพระหว่างการปราบปรามในรัฐมินนิโซตา และคลิปวิดีโอต่างๆ ที่ปรากฏออกมาทำให้เจ้าหน้าที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนักว่ากระทำการรุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

อิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน บึมเลบานอนดับ 3 นักข่าว

อิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน บึมเลบานอนดับ 3 นักข่าว

28 มี.ค. 2569 23:14 น.

อิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน บึมเลบานอนดับ 3 นักข่าว

อิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์และนิคมอุตสาหกรรมของอิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ ขณะเดียวกันก็โจมตีรถของสื่อมวลชนในเลบานอน ทำให้มีนักข่าวเสียชีวิต 3 ศพแล้ว

เมื่อ 28 มี.ค. 2569 อิสราเอลโจมตีเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ต่อโรงงานนิวเคลียร์และนิคมอุตสาหกรรมของอิหร่าน หลังจากขู่ว่าจะ “ยกระดับและขยายวง” การโจมตีในกรุงเตหะราน โดยทั้งสองฝ่ายแทบไม่มีทีท่าว่าจะอดกลั้น แม้จะมีความพยายามทางการทูตเกิดขึ้นก็ตาม

ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่า อิสราเอลโจมตีโรงงานเหล็กสองแห่งเมื่อคืนวันศุกร์ รวมถึงแห่งหนึ่งในจังหวัดคูเซสถานทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่านซึ่งมีการใช้สารกัมมันตรังสี ขณะที่โรงงานผลิตน้ำมวลหนักในเมืองอารัก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลูโตเนียมที่สำคัญของอิหร่านก็ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน

สื่ออิหร่านรายงานว่า พบผู้เสียชีวิต 1 ศพ จากการโจมตีของอิสราเอลที่นิคมอุตสาหกรรมเหล็กในเมืองอิสฟาฮาน นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่สองแห่งที่ส่งกระแสไฟฟ้าให้โรงงานดังกล่าวก็ได้รับความเสียหายด้วย

ด้านสำนักงานปรมาณูของอิหร่านระบุว่า โรงงานในจังหวัดแยซด์ซึ่งผลิต “เยลโลว์เค้ก” (yellowcake) หรือผงยูเรเนียมเข้มข้นที่ใช้สำหรับเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีเช่นกัน แต่ยืนยันว่าไม่มี “การรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีออกสู่ภายนอกสถานประกอบการ”

นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่าอิหร่านจะทำให้ผู้โจมตี “ชดใช้ด้วยราคาที่แสนแพง” หลังการโจมตีครั้งนี้

ในขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นของเลบานอนรายงานว่า มีนักข่าว 3 คนเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลที่พุ่งเป้าไปยังรถของสื่อมวลชนทางตอนใต้ของประเทศ

นายอาลี ชูเอบ ผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์ Al Manar ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ดำเนินการโดยกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ พร้อมด้วยผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว Al Mayadin ชื่อ ฟาติมา และ โมฮาเหม็ด เฟโตนี เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในเมืองเจซซีน (Jezzine)

ประธานาธิบดีโจเซฟ อาวุน แห่งเลบานอน ประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็น “อาชญากรรมอย่างโจ่งแจ้ง” และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่ระบุว่า นักข่าวควรได้รับการคุ้มครองในระหว่างสงคราม

ทางด้านกองทัพอิสราเอลยืนยันว่าได้สังหาร อาลี ชูเอบ ในการโจมตีจริง แต่กล่าวหาว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ปลอมตัวมาเป็นนักข่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , bbc

ยูเครนลงนาม ข้อตกลงด้านการป้องกันร่วมกับกาตาร์

ยูเครนลงนาม ข้อตกลงด้านการป้องกันร่วมกับกาตาร์

28 มี.ค. 2569 22:13 น.

ยูเครนลงนาม ข้อตกลงด้านการป้องกันร่วมกับกาตาร์

ยูเครนกับกาตาร์ลงนามข้อตกลงด้านการป้องกันร่วมกันแล้ว เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ รวมถึงเรื่องความเชี่ยวชาญในการต่อต้านขีปนาวุธและระบบอากาศยานไร้คนขับ

เมื่อ 28 มี.ค. 2569 ยูเครนลงนามในข้อตกลงด้านการป้องกันฉบับใหม่กับกาตาร์ โดยมีลักษณะคล้ายคลึงกับข้อตกลงที่เพิ่งลงนามกับซาอุดีอาระเบียไปเมื่อวันศุกร์นี้ ในขณะที่กลุ่มประเทศในอ่าวอาหรับต่างพยายามที่จะใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของยูเครนในด้านสงครามโดรน

แถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมถึง “ความร่วมมือในด้านเทคโนโลยี การพัฒนาโครงการร่วมกัน การลงทุนด้านการป้องกันประเทศ และการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญในการต่อต้านขีปนาวุธและระบบอากาศยานไร้คนขับ”

ด้านประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ภายหลังการประชุมกับตัวแทนจากกาตาร์ว่า “เราได้หารือในประเด็นที่จะช่วยเสริมสร้างการปกป้องชีวิตในทั้งสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และได้บรรลุข้อตกลงความเป็นพันธมิตรที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในภาคการกลาโหมเป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี”

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เซเลนสกีได้เดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วยเช่นกัน เพื่อแบ่งปันความรู้ของยูเครนในการสกัดกั้นฝูงโดรน “ชาเฮด” (Shahed) ที่ออกแบบโดยอิหร่านและผลิตโดยรัสเซีย ซึ่งยูเครนได้ฝึกฝนทักษะนี้จนเชี่ยวชาญตลอดระยะเวลา 4 ปีที่พวกเขาทำสงครามกับรัสเซีย

โดรนประเภทดังกล่าว ซึ่งถูกใช้โจมตียูเครนมาอย่างยาวนาน กำลังถูกอิหร่านนำมาใช้ในการโจมตีกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในแถบอ่าวอาหรับอยู่ในขณะนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กบฏฮูตีในเยเมน ยิงมิสไซล์โจมตีอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมสงคราม

กบฏฮูตีในเยเมน ยิงมิสไซล์โจมตีอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมสงคราม

28 มี.ค. 2569 21:29 น.

กบฏฮูตีในเยเมน ยิงมิสไซล์โจมตีอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมสงคราม

กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดฉากยิงมิสไซล์เข้าใส่อิสราเอลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่าน ปะทุขึ้นเมื่อ 1 เดือนก่อน

เมื่อ 28 มี.ค. 2569 กลุ่มกบฏฮูตีในประเทศเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศว่า พวกเขาดำเนินการยิงขีปนาวุธทิ้งตัวเข้าใส่อิสราเอลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเข้าใส่อิหร่านเมื่อ 28 ก.ค. ซึ่งนี่ถือเป็นการประกาศเข้าสู่สงครามอย่างเป็นทางการของกบฏฮูตี

“กองทัพเยเมน ด้วยความช่วยเหลือและศรัทธาในอัลลอฮ์ผู้ทรงอานุภาพ ได้ดำเนินปฏิบัติการทางทหารครั้งแรกโดยยิงฝูงขีปนาวุธ พุ่งเป้าไปที่ฐานทัพสำคัญของอิสราเอลในพื้นที่ทางตอนใต้ของปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง” แถลงการณ์ของกลุ่มฮูตีระบุ พร้อมเสริมว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า “การแทรกแซงทางทหารโดยตรง” เพื่อสนับสนุนอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เผยว่าตรวจพบขีปนาวุธที่ถูกยิงจากเยเมนมุ่งหน้ามายังอิสราเอล และกำลังดำเนินการสกัดกั้น

แถลงการณ์ของกลุ่มฮูตีระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตอบโต้โดยตรงต่อ “การยกระดับทางทหารอย่างต่อเนื่อง, การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน และการก่ออาชญากรรมรวมถึงการสังหารหมู่พี่น้องของเราในเลบานอน อิหร่าน อิรัก และปาเลสไตน์”

เจ้าหน้าที่กลุ่มฮูตีเคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ก่อนหน้านี้ว่า ทางกลุ่มพร้อมที่จะเข้าร่วมสงครามเพื่อสนับสนุนอิหร่าน หากสหรัฐฯ และอิสราเอลยกระดับการโจมตีให้รุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ นายโมฮัมเหม็ด มันซูร์ ปลัดกระทรวงสารสนเทศของกลุ่มฮูตี ได้ส่งข้อความถึง CNN ระบุว่า การปิดช่องแคบ “บับ เอล-มันเดบ” (Bab el-Mandeb) บริเวณชายฝั่งเยเมน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อทะเลแดงกับเส้นทางเดินเรือโลก คือ “ทางเลือกที่สามารถทำได้จริง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ปากีสถานเป็นเจ้าภาพเจรจา 4 ชาติ “ตุรกี-อียิปต์-ซาอุฯ” ถกคลี่คลายสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

ปากีสถานเป็นเจ้าภาพเจรจา 4 ชาติ "ตุรกี-อียิปต์-ซาอุฯ" ถกคลี่คลายสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

28 มี.ค. 2569 15:54 น.

ปากีสถานเป็นเจ้าภาพเจรจา 4 ชาติ “ตุรกี-อียิปต์-ซาอุฯ” ถกคลี่คลายสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

ปากีสถานยืนยันเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ 4 ชาติ ร่วมกับ ตุรกี, อียิปต์ และ ซาอุดิอาระเบีย หารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง หาทางออกความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

กระทรวงการต่างประเทศของปากีสถาน เปิดเผยว่า กรุงอิสลามาบัดเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศแบบ 4 ฝ่าย ระหว่าง ตุรกี, อียิปต์ และซาอุดิอาระเบีย เพื่อหารือสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค

การประชุมดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันอาทิตย์ถึงวันจันทร์ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของทั้ง 3 ประเทศจะเดินทางเยือนอิสลามาบัดเพื่อเข้าร่วมการหารืออย่างเป็นทางการ

โดยในแถลงการณ์ระบุว่า รัฐมนตรีต่างประเทศจะหารือเชิงลึกในหลากหลายประเด็น รวมถึงความพยายามในการลดความตึงเครียดในภูมิภาคที่เป็นหลักสำคัญ

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อ โดยหนึ่งในวาระสำคัญคือการหาทางลดความรุนแรงของสถานการณ์

ก่อนหน้านี้ฮากาน ฟิดาน รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี เปิดเผยว่า เดิมทีมีแผนจะจัดการประชุมในตุรกี แต่ได้เปลี่ยนสถานที่มาเป็นปากีสถานแทน

ในช่วงวิกฤตครั้งนี้ปากีสถานถูกจับตามองในฐานะตัวกลางสำคัญ ทางการทูต โดยมีบทบาทเชื่อมการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

รายงานระบุว่า ปากีสถานเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ส่งมอบแผนสันติภาพ 15 ข้อ ที่สหรัฐฯ เสนอให้กับอิหร่าน ซึ่งสะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศในเวทีการทูตระหว่างประเทศ.

ที่มา : CNN

อินโดนีเซียเริ่มแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี ใช้ไม่ได้ทั้ง TikTok-YouTube ชาติแรกในอาเซียน

อินโดนีเซียเริ่มแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี ใช้ไม่ได้ทั้ง TikTok-YouTube ชาติแรกในอาเซียน

28 มี.ค. 2569 14:52 น.

อินโดนีเซียเริ่มแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี ใช้ไม่ได้ทั้ง TikTok-YouTube ชาติแรกในอาเซียน

อินโดนีเซียเริ่มใช้กฎหมายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กต่ำกว่า 16 ปี ห้ามเปิดบัญชีบนแพลตฟอร์มดังอย่าง TikTok และ YouTube หวังคุ้มครองเด็กจากเนื้อหาอันตราย เป็นประเทศแรกในอาเซียน

อินโดนีเซียเริ่มบังคับใช้มาตรการจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม โดยห้ามเด็กมีบัญชีบนแพลตฟอร์มดิจิทัลยอดนิยม เช่น TikTok, YouTube, Facebook, Instagram, Threads, X, Bigo Live และ Roblox

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปกป้องเด็กจากความเสี่ยงในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาลามกอนาจาร การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ การหลอกลวงออนไลน์ ไปจนถึงปัญหาการเสพติดโซเชียล

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้อินโดนีเซียกลายเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ออกกฎหมายลักษณะนี้ โดยเกิดขึ้นหลังออสเตรเลีย เคยเริ่มมาตรการลักษณะเดียวกันมาก่อน เพื่อดึงอำนาจกลับจากบริษัทเทคโนโลยีและปกป้องเยาวชน

รัฐบาลอินโดนีเซียระบุว่า การบังคับใช้จะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป จนกว่าแพลตฟอร์มทั้งหมดจะปฏิบัติตามกฎอย่างครบถ้วน

ด้านนางเมทยา ฮาฟิด รัฐมนตรีกระทรวงสื่อสารและดิจิทัลของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า X ได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยจะตรวจสอบและปิดบัญชีของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปี

ขณะที่แพลตฟอร์ม Roblox แจ้งรัฐบาลว่าอยู่ระหว่างพัฒนาโหมดออฟไลน์ สำหรับผู้ใช้อายุต่ำกว่า 13 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่

ทั้งนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเทคโนโลยีตรวจสอบอายุ แต่ย้ำว่าขณะนี้กำลังเร่งให้แพลตฟอร์มปฏิบัติตามกฎหมายเป็นหลัก โดยมาตรการนี้คาดว่าจะกระทบเด็กประมาณ 70 ล้านคน จากประชากรทั้งประเทศราว 280 ล้านคน

รัฐมนตรีกระทรวงสื่อสารและดิจิทัลของอินโดนีเซียยอมรับว่าการบังคับใช้กฎหมายไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งในแง่การควบคุมแพลตฟอร์ม และการติดตามให้มีการปิดบัญชีผู้ใช้งานที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อปกป้องเด็ก

ด้านกระแสตอบรับจากเด็กๆ และผู้ปกครอง มีความเห็นทั้งสองด้าน อย่างเด็กหญิงวัย 13 ปีรายหนึ่งในกรุงจาการ์ตาเผยว่า รู้สึกครึ่งๆ กลางๆ กับนโยบายนี้ แม้จะเข้าใจเหตุผล แต่ก็กังวลว่าจะพลาดความสนุกจากโซเชียลมีเดีย

ขณะที่ผู้ปกครองจำนวนมากมองว่าเป็นมาตรการที่ดี เนื่องจากปัจจุบันเด็กจำนวนไม่น้อยมีพฤติกรรมติดหน้าจอ อย่างหนัก

ดิเอนา หรยาณา ผู้ก่อตั้งองค์กรด้านความปลอดภัยเด็กบนโลกออนไลน์ ระบุว่า โซเชียลมีเดียมีผลต่อสุขภาพจิตของเด็ก ทั้งความเครียด วิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า

อย่างไรก็ตาม เธอย้ำว่า เทคโนโลยีก็มีข้อดีเช่นกัน หากใช้อย่างเหมาะสม พร้อมเรียกร้องให้ผู้ปกครองและโรงเรียนเข้ามามีบทบาทในการดูแลและแนะนำเด็ก

นอกจากอินโดนีเซียและออสเตรเลียแล้ว ประเทศอย่างสเปน , ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ก็เริ่มพิจารณาหรือออกมาตรการควบคุมการใช้โซเชียลมีเดียในเด็กเช่นกัน ท่ามกลางความกังวลต่อผลกระทบในระยะยาว.

ที่มา : channelnewsasia

ทรัมป์กดดันอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่หลุดปากเรียก “ช่องแคบทรัมป์”

ทรัมป์กดดันอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่หลุดปากเรียก “ช่องแคบทรัมป์”

28 มี.ค. 2569 10:47 น.

ทรัมป์กดดันอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่หลุดปากเรียก “ช่องแคบทรัมป์”

ทรัมป์ผลักดันข้อเสนอให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ให้การขนส่งน้ำมันกลับมาดำเนินได้ตามปกติ หากต้องการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐฯ ก่อนหลุดปากเรียก “ช่องแคบทรัมป์”

วันที่ 28 มีนาคม 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวบนเวที FII Priority ที่เมืองไมอามี ในรัฐฟลอริดา ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาราว 1 เดือน และย้ำว่าเงื่อนไขสำคัญคือการเปิดเส้นทางเดินเรือในจุดยุทธศาสตร์ของโลกระบุว่า อิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ให้การขนส่งน้ำมันกลับมาดำเนินได้ตามปกติ หากต้องการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐฯ

ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ ทรัมป์ได้เรียกช่องแคบฮอร์มุซว่า “ช่องแคบทรัมป์” (Strait of Trump) ก่อนจะแก้คำพูดให้ถูกต้องเป็น “ฮอร์มุซ” พร้อมกล่าวเชิงติดตลกว่าเป็นความผิดพลาด แต่ก็เสริมว่า “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยบังเอิญ” นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการควบคุมทรัพยากรน้ำมันของอิหร่านในอนาคต และย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องการให้สถานการณ์คลี่คลายผ่านข้อตกลง

โดยคำพูดของทรัมป์บนเวทีนี้กลายเป็นที่จับตา เนื่องจากเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และบทบาทของช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ยังอ้างว่า อิหร่านกำลังอยู่ในสถานะเสียเปรียบ และโครงสร้างสำคัญทั้งด้านการทหารและโครงการนิวเคลียร์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก พร้อมย้ำว่าการเจรจากำลังดำเนินอยู่ แม้ฝ่ายอิหร่านจะปฏิเสธหลายครั้ง.

“โดนัลด์ ทรัมป์” คุยโวสงครามอิหร่านสำเร็จ กลางเวทีนักลงทุน ก่อนหลุดคำแรง คิวบาเป็นรายต่อไป

 "โดนัลด์ ทรัมป์" คุยโวสงครามอิหร่านสำเร็จ กลางเวทีนักลงทุน ก่อนหลุดคำแรง  คิวบาเป็นรายต่อไป

28 มี.ค. 2569 08:56 น.

“โดนัลด์ ทรัมป์” คุยโวสงครามอิหร่านสำเร็จ กลางเวทีนักลงทุน ก่อนหลุดคำแรง คิวบาเป็นรายต่อไป

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวต่อหน้านักลงทุนในไมอามี ย้ำความสำเร็จของสงครามกับอิหร่าน ก่อนสร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยคำพูดว่า “Cuba is next” แม้จะพยายามบอกให้สื่อไม่ต้องรายงาน

ทรัมป์กล่าวในระหว่างการปราศรัยต่อกลุ่มนักลงทุนในงาน Future Investment Initiative (FII) Institute Summit  ที่ไมอามีเมื่อคืนวันศุกร์ (27 มี.ค.) ยืนยันต่อผู้ฟังว่า กองทัพสหรัฐฯ สามารถบรรลุเป้าหมายทางทหารในสงครามอิหร่านที่ดำเนินมาเป็นเวลา 4 สัปดาห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่งของการปราศรัยกลับกลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อทรัมป์กล่าวว่า

“และคิวบาคือรายต่อไป… แต่แกล้งทำเป็นว่าผมไม่ได้พูดนะ… สื่ออย่ารายงานเรื่องนี้… คิวบาคือรายต่อไป”

การประกาศ “Cuba is next”  มีขึ้นหลังรัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินปฏิบัติการจับกุมนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของคิวบา สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่สหรัฐฯ อาจกำลังขยายจุดสนใจจากตะวันออกกลางไปยังลาตินอเมริกา โดยเฉพาะคิวบา ที่อาจกลายเป็นเป้าหมายใหม่

ทั้งนี้ การประกาศความสำเร็จของสงครามอิหร่านครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่สวนทางกัน เมื่อเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ฐานทัพอากาศปรินซ์ สุลต่าน ในซาอุดีอาระเบีย ถูกโจมตีโดยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านคำพูดดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณเชิงนโยบายต่อคิวบา ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังตึงเครียด

แหล่งข่าวซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงของสหรัฐฯ หลายลำ และมีทหารได้รับบาดเจ็บ แต่ยังไม่สามารถยืนยันจำนวนและความรุนแรงของอาการได้อย่างชัดเจน

รายงานนี้สอดคล้องกับข้อมูลจาก The Wall Street Journal ที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ รวมถึงภาพถ่ายดาวเทียมที่ปรากฏบนโลกออนไลน์ ซึ่งแสดงให้เห็นความเสียหายของเครื่องบินในฐานทัพดังกล่าว

ขณะที่ U.S. Central Command หรือ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เปิดเผยว่านับตั้งแต่เริ่มต้นความขัดแย้ง มีทหารสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บแล้วมากกว่า 300 นาย.

ที่มา : Foxnews