มือมีดแทงผู้คน สาดน้ำยาฟอกขาวใน รง.ญี่ปุ่น เจ็บ 15 ราย แค้นโดนรังแก

มือมีดแทงผู้คน สาดน้ำยาฟอกขาวใน รง.ญี่ปุ่น เจ็บ 15 ราย แค้นโดนรังแก

27 ธ.ค. 2568 22:21 น.

มือมีดแทงผู้คน สาดน้ำยาฟอกขาวใน รง.ญี่ปุ่น เจ็บ 15 ราย แค้นโดนรังแก

มือมีดก่อเหตุแทงผู้คนในโรงงานผลิตยางรถยนต์แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และใช้สารที่คาดว่าเป็นน้ำยาฟอกขาวในการโจมตีด้วย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 15 ราย สาเหตุคาดว่ามาจากความแค้นที่โดนรังแก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อดีตลูกจ้างถูกจับกุมหลังก่อเหตุใช้มีดไล่แทงผู้คน 8 ราย และสาดสารเคมีที่คาดว่าเป็นน้ำยาฟอกขาวจนมีผู้บาดเจ็บอีก 7 คน ที่โรงงานผลิตยางรถยนต์แห่งหนึ่งในภาคกลางของญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (26 ธ.ค. 2568) คนร้ายอ้างถูกลูกจ้างอีกคนรังแกมาตลอด

สำนักงานดับเพลิง “ฟุจิซัน นันโตะ” เปิดเผยว่า มีผู้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทั้งหมด 8 ราย หลังจากชายคนดังกล่าวใช้มีดไล่แทงภายในโรงงานของบริษัท “โยโกฮามะ รับเบอร์” (Yokohama Rubber Co.) ในเมืองมิชิมะ จังหวัดชิซุโอกะ ทางตะวันตกของกรุงโตเกียว

นอกจากนี้ หน่วยดับเพลิงยังบอกกับสำนักข่าว Associated Press ว่า ในบรรดาผู้ที่ถูกแทงนั้น มี 5 รายที่อยู่ในอาการสาหัส ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ยังไม่มีการเปิดเผยเพิ่มเติม

ตำรวจจังหวัดชิซุโอกะระบุว่า ผู้ก่อเหตุคือนาย มาซากิ โอยามะ อดีตลูกจ้างของบริษัท โยโกฮามะ รับเบอร์ วัย 38 ปี ถูกลูกจ้างคนอื่นๆ ควบคุมตัวไว้ได้จนตำรวจมาถึง และจับกุมตัวเขาในข้อหาพยายามฆ่า โดยเป้าหมายหลักของเขาคือลูกจ้างวัย 28 ปีของโรงงานแห่งนี้ ซึ่งนายโอยามะอ้างกับตำรวจว่า เป็นผู้ที่รังแกเขามาตลอด

ด้านหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง “อาซาฮี” รายงานโดยอ้างข้อมูลจากพนักงานสอบสวนว่า ผู้ต้องสงสัยพกมีดเดินป่า (survival knife) และสวมสิ่งที่มีลักษณะคล้ายหน้ากากกันก๊าซพิษในขณะก่อเหตุ

หน่วยดับเพลิงระบุเพิ่มเติมว่า มีบุคคลอื่นอีก 7 รายที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกสาดด้วยน้ำยาฟอกขาวระหว่างการโจมตี และได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , asahi

กองเชียร์คึกคัก แห่ให้กำลังใจผู้สมัคร สส.ปราจีนบุรี วันแรก ลุ้นจับสลากหมายเลข

กองเชียร์คึกคัก แห่ให้กำลังใจผู้สมัคร สส.ปราจีนบุรี วันแรก ลุ้นจับสลากหมายเลข

27 ธ.ค. 2568 21:09 น.

กองเชียร์คึกคัก แห่ให้กำลังใจผู้สมัคร สส.ปราจีนบุรี วันแรก ลุ้นจับสลากหมายเลข

บรรยากาศคึกคัก รับสมัคร สส.ปราจีนบุรี วันแรก บรรดากองเชียร์ยืนต้อนรับ มอบพวงมาลัยดอกไม้ให้กำลังใจผู้สมัครกันอย่างเนืองแน่น 

วันที่ 27 ธ.ค. 68 จากกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดปราจีนบุรี กำหนดสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้ง ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมทวาราวดีรีสอร์ท ตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ ในจังหวัดปราจีนบุรี มีเขตการเลือกตั้ง 3 เขต โดยเขตเลือกตั้งที่ 1 ได้แก่ อำเภอเมืองปราจีนบุรี, อำเภอบ้านสร้าง และอำเภอศรีมโหสถ เขตเลือกตั้งที่ 2  ได้แก่ อำเภอศรีมหาโพธิ, อำเภอประจันตคาม และอำเภอนาดี (ยกเว้นตำบลทุ่งโพธิ์ และตำบลแก่งดินสอ) และเขตเลือกตั้งที่ 3  ได้แก่ อำเภอกบินทร์บุรีและอำเภอนาดี (เฉพาะตำบลทุ่งโพธิ์และตำบลแก่งดินสอ)

โดยบรรยากาศรับสมัครรับเลือกตั้งในวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สมัครเดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครก่อนเวลา 8.30 น. ทางคณะกรรมการเลือกตั้งจึงให้ผู้สมัครทำการตกลงกัน ซึ่งผู้สมัครเขต 1-2 ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงต้องทำการจับสลาก โดยมีผลการจับสลาก ดังนี้

เขตเลือกตั้งที่ 1

นายอำนาจ วิลาวัลย์ (พรรคภูมิใจไทย) ได้หมายเลข 1

นายชนกานต์ ศรีเอียด (พรรคประชาชน) ได้หมายเลข 2

พ.ต.อ.สมศักดิ์ นารอด (พรรคโอกาสใหม่) ได้หมายเลข 3

นายจิตร์รา สังข์สี (พรรคเพื่อไทย) ได้หมายเลข 4

นายไพฑูรย์ นาคหิรัญ (พรรคกล้าธรรม)  ได้หมายเลข 5

เขตเลือกตั้งที่ 2  

นางสาวพรทิพย์พา ฤทธิ์ประเสริฐ (พรรคประชาธิปัตย์) ได้หมายเลข 1

นางสาวศิริรัตน์ ศิริรักษ์ (พรรคประชาชน)  ได้หมายเลข 2

นายชยุต ภุมมะกาญจนะ (พรรคภูมิใจไทย) ได้หมายเลข 3

นายกันพิเชฐษ์ มลิเกตุ   (พรรคไทยภักดี) ได้หมายเลข 4

นายสมเกียรติ คำดำ (พรรคเพื่อไทย) ได้หมายเลข 5

นายสุรศักดิ์ หร่ำเดช (พรรคเสรีรวมไทย) ได้หมายเลข 6

เขตเลือกตั้งที่ 3 

มีผู้สมัคร 3 ราย สามารถตกลงกันได้ 

โดยมีนายคงกฤช หงษ์วิไล (พรรคเพื่อไทย) ได้หมายเลข 1

ดร.สฤษดิ์ บุตรเนียร (พรรคภูมิใจไทย) หมายเลข 2

นายสุนทร คมคาย (พรรคประชาชน) ได้หมายเลข 3 

หลังจากผู้สมัครได้ยืนหลักฐานเป็นที่เรียบร้อย บรรดากองเชียร์ได้ยืนรอมอบพวงมาลัย ดอกไม้ ให้แก่ผู้สมัครของตนเองกันอย่างคึกคัก ซึ่งผู้สมัครส่วนใหญ่แม้ว่าจะอยู่คนละพรรค แต่ก็มีการพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ก่อนผู้สมัครจะเดินทางลงพื้นที่เพื่อหาคะแนนเสียงต่อไป

“ปิยะ ปิตุเตชะ” ปัดลาออก นายก อบจ. มาลง สส. บอกเชียร์ทั้งภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์

"ปิยะ ปิตุเตชะ" ปัดลาออก นายก อบจ. มาลง สส. บอกเชียร์ทั้งภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์

27 ธ.ค. 2568 17:06 น.

“ปิยะ ปิตุเตชะ” ปัดลาออก นายก อบจ. มาลง สส. บอกเชียร์ทั้งภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์

“ปิยะ ปิตุเตชะ” ปัดลาออก นายก อบจ.ระยอง มาลงสมัคร สส. บอกมาเชียร์ทุกพรรค แต่ในใจให้ “ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์”

วันที่ 27 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดรับสมัครวันแรกพบว่ามีผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่างๆ เดินทางมาสมัครอย่างคึกคัก และมีกองเชียร์มาให้กำลังใจจำนวนมาก ซึ่งในช่วงของการตรวจสอบเอกสารคุณสมบัติ พบว่า ผู้สมัคร 1 ราย คือ น.ส.เขมิกา กอเซ็ม ผู้สมัครเขต 2 พรรคภูมิใจไทย ถูกตัดสิทธิ์ 1 คน เนื่องจากขาดคุณสมบัติ เพราะในช่วงการเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ได้มีการไปเลือกตั้ง ซึ่งทางพรรคจะต้องไปหาผู้สมัครใหม่ต่อไป

ขณะที่ นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง บ้านใหญ่ระยอง ที่ก่อนหน้านี้ไปเปิดตัวกับพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า คนอื่นเข้าใจผิดว่าตนเองลาออกจาก นายก อบจ. มาเป็นผู้สมัคร สส. แต่จริงๆ แล้วยังเป็น นายก อบจ. เหมือนเดิม มาเชียร์ทุกพรรค ส่วนในใจเชียร์ช่วยผู้สมัครภูมิใจไทย 3 เขต กับประชาธิปัตย์ 2 เขต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปิยะ ปิตุเตชะ เป็นพี่ชายของนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคกลาง ทำให้เป็นที่จับตาว่าเลือกตั้งครั้งนี้ใน จ.ระยอง จะเป็นการสู้กันเองระหว่างตระกูลปิตุเตชะ ที่แตกออกเป็น 2 ขั้ว คือพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์

“บุน รานี” ภริยาฮุน เซน เยี่ยมทหารกัมพูชาบาดเจ็บ มอบเงิน–อุปกรณ์แพทย์ เสริมกำลังโรงพยาบาลแนวหน้า

“บุน รานี” ภริยาฮุน เซน เยี่ยมทหารกัมพูชาบาดเจ็บ มอบเงิน–อุปกรณ์แพทย์ เสริมกำลังโรงพยาบาลแนวหน้า

27 ธ.ค. 2568 11:44 น.

“บุน รานี” ภริยาฮุน เซน เยี่ยมทหารกัมพูชาบาดเจ็บ มอบเงิน–อุปกรณ์แพทย์ เสริมกำลังโรงพยาบาลแนวหน้า

“บุน รานี” ปธ.สภากาชาดกัมพูชา ลงพื้นที่เยี่ยมทหารบาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดน ที่รพ.จังหวัดกำปงธม มอบเงิน 40 ล้านเรียล พร้อมเครื่องมือแพทย์ขั้นสูง ย้ำเดินหน้าดูแลทหาร ครอบครัว ปชช.เปราะบาง

วันที่ 27 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวของกัมพูชารายงานว่า AKP ของกัมพูชา รายงานว่านางบุน รานี ฮุน เซน ประธานสภากาชาดกัมพูชา ลงพื้นที่เยี่ยมทหารกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บและพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดกำปงธม เพื่อให้กำลังใจและมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

รายงานระบุว่า ทหารกลุ่มนี้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดน ขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ โดยประธานสภากาชาดได้พูดคุยให้กำลังใจ พร้อมย้ำถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ สภากาชาดกัมพูชาได้มอบเงินจำนวน 40 ล้านเรียล หรือประมาณ 350,000 บาท เพื่อสนับสนุนโครงการอาหารของโรงพยาบาล รวมถึงมอบเงินสดและสิ่งของจำเป็นให้กับผู้ป่วยเป็นรายบุคคล นอกจากนี้ ตามคำร้องขอของผู้บริหารโรงพยาบาล สภากาชาดยังได้ส่งมอบ เครื่องเอกซเรย์แขน C (C-Arm) และ เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ เพื่อยกระดับศักยภาพการวินิจฉัยและการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลจังหวัด ขณะเดียวกัน ยังได้มอบน้ำดื่มและเครื่องดื่มรวม 400 ลัง ให้แก่ฝ่ายปกครองจังหวัด เพื่อนำไปแจกจ่ายในกิจกรรมด้านมนุษยธรรมต่อไป

ที่มา AKP

“คิม จองอึน” ส่งสารอวยพรปีใหม่ถึงปูติน ย้ำสัมพันธ์โสมแดง–รัสเซียคือ “ทรัพย์สินร่วมอันล้ำค่า”

"คิม จองอึน" ส่งสารอวยพรปีใหม่ถึงปูติน ย้ำสัมพันธ์โสมแดง–รัสเซียคือ “ทรัพย์สินร่วมอันล้ำค่า”

27 ธ.ค. 2568 10:56 น.

“คิม จองอึน” ส่งสารอวยพรปีใหม่ถึงปูติน ย้ำสัมพันธ์โสมแดง–รัสเซียคือ “ทรัพย์สินร่วมอันล้ำค่า”

“คิม จองอึน” ผู้นำเกาหลีเหนือส่งสารปีใหม่ถึงประธานาธิบดีรัสเซีย ย้ำความเป็นพันธมิตรแน่นแฟ้น พร้อมยกความร่วมมือทางทหารเป็นความสัมพันธ์ “ร่วมเป็นร่วมตาย” ท่ามกลางสงครามยูเครนที่ยังไม่จบ

วันที่ 27 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวกลางเกาหลี รายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ส่งสารอวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ถึงประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย โดยระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศเป็น “ทรัพย์สินร่วมอันล้ำค่า” ที่ควรสืบทอดต่อไปถึงคนรุ่นหลัง

คิมกล่าวว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่มีความหมายอย่างยิ่ง ซึ่งเกาหลีเหนือและรัสเซียได้ร่วมกัน เขียนชีวประวัติอันยิ่งใหญ่ของพันธมิตร ผ่านการสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างเต็มที่ พร้อมยกย่องความร่วมมือที่แน่นแฟ้นทั้งทางการเมืองและการทหาร

ผู้นำเกาหลีเหนือยังระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้พัฒนาไปสู่การเป็นพันธมิตรที่จริงใจที่สุด เป็นหนึ่งเดียวกันทั้งเลือด ชีวิต และความตาย ในสนามรบเดียวกัน โดยอ้างอิงถึงการที่เกาหลีเหนือส่งกำลังพลไปสนับสนุนรัสเซียในสงครามกับยูเครน โดยตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ส่งทหารราว 15,000 นาย ไปสนับสนุนปฏิบัติการของรัสเซียในสงครามยูเครน ท่ามกลางเสียงจับตาจากประชาคมโลกถึงความแน่นแฟ้นของพันธมิตรสองประเทศนี้

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปูตินได้ส่งสารอวยพรปีใหม่ถึงคิม จองอึน เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ขณะที่ทั้งสองประเทศได้กระชับความร่วมมือทางทหารมากขึ้น นับตั้งแต่ลงนามในสนธิสัญญา “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน” ระหว่างการประชุมสุดยอด ที่กรุงเปียงยาง เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2567.

ที่มา Yonhap

พายุฤดูหนาวถล่มรัฐแคลิฟอร์เนีย หิมะตกหนัก ฝนกระหน่ำ ลมแรง มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ

พายุฤดูหนาวถล่มรัฐแคลิฟอร์เนีย หิมะตกหนัก ฝนกระหน่ำ ลมแรง มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ

27 ธ.ค. 2568 05:50 น.

พายุฤดูหนาวถล่มรัฐแคลิฟอร์เนีย หิมะตกหนัก ฝนกระหน่ำ ลมแรง มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ

พายุฤดูหนาวถล่มรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ หิมะตกหนัก ฝนกระหน่ำ ลมแรง ผู้ว่าการรัฐประกาศภาวะฉุกเฉินหลายมณฑล หลังมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ และสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง 

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พายุฤดูหนาวลูกใหญ่ยังคงถล่มหลายพื้นที่ของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดหิมะตกหนัก ฝนตกกระหน่ำ และลมกระโชกแรง โดยทางการต้อง ปิดถนนรัฐแคลิฟอร์เนียหมายเลข 267 บางช่วง หลังเกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักหลายคัน

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ รายงานว่า ในเขต เนวาดาเคาน์ตี มีหิมะสะสมภายใน 24 ชั่วโมงสูงสุดถึง 7–24 นิ้ว พร้อมประกาศเตือนพายุฤดูหนาวจนถึงเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น คาดว่าพื้นที่สูงกว่า 4,500 ฟุตจะมีหิมะตกเพิ่มอีก 8–12 นิ้ว และลมกระโชกแรง

ขณะเดียวกัน ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียต้องเผชิญฝนตกหนักจากปรากฏการณ์ “แม่น้ำในชั้นบรรยากาศ” (Atmospheric River) ซึ่งอาจทำให้บางพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 8 นิ้ว โดยหลายพื้นที่ที่เคยถูกไฟป่าเผาผลาญเมื่อต้นปี ต้องประกาศเตือนอพยพประชาชน เนื่องจากเสี่ยงเกิด ดินถล่มและโคลนถล่ม โดยเจ้าหน้าที่ต้องเคาะประตูบ้านสั่งอพยพประชาชนในจุดเสี่ยงกว่า 380 หลังคาเรือน ขณะที่เมืองตากอากาศ ไรต์วูด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของลอสแอนเจลิส มีคำแจ้งเตือนอพยพจากกระแสดินโคลนที่ไหลลงสู่ถนน

ส่วนทางตอนเหนือของรัฐ มีรายงานเหตุน้ำท่วมฉับพลัน มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ ขณะที่ท่าอากาศยานใน ซานฟรานซิสโก และลอสแอนเจลิส ประสบความล่าช้าของเที่ยวบินบางส่วน ส่วนประชาชนกว่า 5,000 ครัวเรือนในเมืองมอนเทอเรย์ ได้รับผลกระทบจากไฟฟ้าดับจากเสาไฟเสียหาย

ทางด้าน นายเกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในหลายมณฑล รวมถึง ลอสแอนเจลิส ออเรนจ์ ซานเบอร์นาดิโน ซานดิเอโก และชาสตา เพื่อเร่งระดมทรัพยากรรับมือภัยพิบัติ

ขณะที่นักอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า สภาพอากาศอาจเลวร้ายลงอีก เนื่องจากมีพายุฤดูหนาวหลายระลอกเคลื่อนตัวเข้าสู่แคลิฟอร์เนียในช่วงสัปดาห์การเดินทางที่คึกคักที่สุดของปี.

ที่มา AP / The Guardian

เมียนมาปิดฉากหาเสียง รื้อถอนป้ายผู้สมัคร เตรียมเลือกตั้งพรุ่งนี้ ท่ามกลางการสู้รบร้อนระอุ

เมียนมาปิดฉากหาเสียง รื้อถอนป้ายผู้สมัคร เตรียมเลือกตั้งพรุ่งนี้ ท่ามกลางการสู้รบร้อนระอุ

26 ธ.ค. 2568 23:46 น.

เมียนมาปิดฉากหาเสียง รื้อถอนป้ายผู้สมัคร เตรียมเลือกตั้งพรุ่งนี้ ท่ามกลางการสู้รบร้อนระอุ

รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศยุติแคมเปญหาเสียงเลือกตั้ง เตรียมจัดการเลือกตั้งทั่วไปวันอาทิตย์นี้เป็นครั้งแรกหลังรัฐประหารปี 2564 แต่จัดได้เพียงบางพื้นที่ ท่ามกลางการสู้รบและเสียงคัดค้านจากนานาชาติ

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลทหารเมียนมาได้ปิดฉากการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อย ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์นี้ นับเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกนับตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์  2564

โดยการเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้น แม้ไม่มีผู้สมัครจากรัฐบาลที่ถูกโค่นล้ม รวมถึงพรรคของนางออง ซาน ซู จี และเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางอาวุธที่ยังลุกลามในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

รายงานระบุว่า การเลือกตั้งจะสามารถจัดขึ้นได้เพียง 102 จาก 330 เมืองและอำเภอทั่วประเทศ เนื่องจากรัฐบาลทหาร ไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้อย่างน้อย 56 เขต ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังชาติพันธุ์ติดอาวุธ หรือกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารฝ่ายประชาธิปไตย

ขณะที่การเลือกตั้ครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากประชาคมโลก ท่ามกลางข้อกังขาเรื่องความชอบธรรม ความโปร่งใส และความเป็นอิสระของกระบวนการเลือกตั้ง ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลทหารซึ่งยังคงเผชิญแรงต่อต้านอย่างกว้างขวางจากประชาชนเมียนมา.

ที่มา AP

จีนเอาคืน คว่ำบาตร 30 บริษัท–ผู้บริหารสหรัฐฯ เซ่นดีลขายอาวุธให้ไต้หวัน 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์

จีนเอาคืน คว่ำบาตร 30 บริษัท–ผู้บริหารสหรัฐฯ เซ่นดีลขายอาวุธให้ไต้หวัน 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์

26 ธ.ค. 2568 23:08 น.

จีนเอาคืน คว่ำบาตร 30 บริษัท–ผู้บริหารสหรัฐฯ เซ่นดีลขายอาวุธให้ไต้หวัน 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์

จีนประกาศคว่ำบาตรบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและผู้บริหารสหรัฐฯ รวม 30 ราย หลังสหรัฐฯ เดินหน้าขาย อาวุธล็อตใหญ่ให้ไต้หวัน เตือนสหรัฐฯ หยุดการกระทำ “อันตราย” ที่ล้ำเส้นประเด็นอธิปไตย

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 กระทรวงการต่างประเทศจีน ประกาศมาตรการคว่ำบาตรบริษัทด้านกลาโหมของสหรัฐอเมริกา 20 แห่ง และบุคคลอีก 10 ราย เพื่อตอบโต้กรณีสหรัฐฯ อนุมัติแพ็กเกจขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่า 11,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดีลที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

จีนระบุว่า การคว่ำบาตรมีขึ้นเพื่อตอบโต้การสนับสนุนทางทหารของสหรัฐฯ ต่อไต้หวัน ซึ่งจีนยืนยันว่าเป็น ส่วนหนึ่งของอธิปไตยจีน พร้อมเตือนว่าการกระทำยั่วยุใดๆ ที่ข้ามเส้นในประเด็นไต้หวัน จะต้องเผชิญกับการตอบโต้ที่แข็งกร้าวจากจีน และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติความพยายามอันตรายในการติดอาวุธให้กับไต้หวัน

จีนระบุว่า บริษัทที่ถูกคว่ำบาตร รวมถึง โบอิ้ง สาขาเซนต์หลุยส์ ตลอดจน นอร์ธรัป กรัมแมน ซิสเต็ม คอร์เปอเรชัน  บริษัทแอลทรี แฮร์ริส มารีไทม์ เซอร์วิส และ ลาซารัส เอไอ 

โดยจีนระบุว่ามาตรการคว่ำบาตรยังครอบคลุมถึงการ อายัดทรัพย์สินในจีน  ห้ามองค์กรและบุคคลภายในประเทศทำธุรกิจกับบริษัทที่ถูกคว่ำบาตร รวมถึง ยึดทรัพย์สินของบุคคลที่ถูกลงโทษในจีน และห้ามเดินทางเข้าประเทศ โดยมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 26 ธันวาคม

ในกลุ่มบุคคลที่ถูกคว่ำบาตร มีทั้ง ผู้ก่อตั้งบริษัทแอนดูริล อิสดัสทรีส์  และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทด้านกลาโหมอีก 9 ราย

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศแพ็กเกจขายอาวุธให้ไต้หวันเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ประกอบด้วย ระบบจรวด HIMARS จำนวน 82 ชุด, จรวด ATACMS จำนวน 420 ลูก มูลค่ากว่า 4,000 ล้านดอลลาร์, ปืนใหญ่อีกกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ รวมถึงโดรนทางทหารมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ต่อมากระทรวงกลาโหมไต้หวัน ออกแถลงการณ์ขอบคุณสหรัฐฯ ที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพการป้องกันตนเอง และยกระดับพลังยับยั้งภัยคุกคามอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันที่ยังคงปะทุอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา Aljazeera

เหตุแทงหมู่ในโรงงานยางญี่ปุ่น เจ็บ 14 ราย พบมีการฉีดพ่นของเหลวปริศนา

เหตุแทงหมู่ในโรงงานยางญี่ปุ่น เจ็บ 14 ราย พบมีการฉีดพ่นของเหลวปริศนา

26 ธ.ค. 2568 17:05 น.

เหตุแทงหมู่ในโรงงานยางญี่ปุ่น เจ็บ 14 ราย พบมีการฉีดพ่นของเหลวปริศนา

เกิดเหตุชายใช้ของมีคมทำร้ายคนงานภายในโรงงาน “โยโกฮามา รับเบอร์” เมืองมิชิมะ จังหวัดชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 14 คน ทุกคนยังรู้สึกตัว ตำรวจยืนยันควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว และกำลังสอบสวนสาเหตุ โดยมีรายงานพบมีการฉีดพ่นของเหลวปริศนาในที่เกิดเหตุ

เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 26 ธันวาคม ตามเวลาท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยดับเพลิงเมืองมิชิมะ จังหวัดชิซูโอกะ ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญภายในโรงงาน “โยโกฮามา รับเบอร์” โดยพนักงานในโรงงานระบุว่า มีชายคนหนึ่งใช้ของมีคมไล่แทงผู้คน และมีการฉีดพ่นของเหลวบางอย่างไปทั่วบริเวณ

จากการรายงานของหน่วยดับเพลิงและสื่อท้องถิ่นญี่ปุ่น ข้อมูลล่าสุดระบุจำนวนผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 14 ราย ส่วนบางแหล่งข่าวระบุว่ามีการนำส่งโรงพยาบาล 8-15 ราย ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัสอย่างน้อย 6 รายจากการถูกแทง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้บาดเจ็บทุกคนยังมีสติสัมปชัญญะดี

นอกจากการใช้ของมีคมแล้ว ผู้ก่อเหตุยังได้ฉีดพ่นของเหลวที่คาดว่าเป็น “สเปรย์” หรือของเหลวปริศนาใส่เหยื่อและบริเวณโดยรอบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์และจับกุมตัวชายผู้ก่อเหตุได้ในที่เกิดเหตุทันที ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อและแรงจูงใจในการก่อเหตุ โดยผู้ก่อเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดชิซูโอกะอย่างละเอียด

สำหรับสถานที่เกิดเหตุ โรงงานโยโกฮามา รับเบอร์ ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟ เจอาร์ มิชิมา ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยและโรงงานอุตสาหกรรม โดยตัวแทนของโรงงานยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้

บริษัทโยโกฮาม่า รับเบอร์ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองฮิราสึกะ จังหวัดคานากาวะ และก่อตั้งขึ้นในปี 1917 โดยส่วนใหญ่ผลิตยางสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถก่อสร้าง และเครื่องจักรกลการเกษตร ส่วนโรงงานมิชิมะ ผลิตยางรถยนต์นั่งส่วนบุคคล มีพื้นที่ 112,000 ตารางเมตร และ ณ เดือนธันวาคม 2024 โรงงานมีพนักงาน 987 คน.

ที่มา NHK / Asahi Shimbun

ศาลมาเลเซียตัดสิน “นาจิบ ราซัค” ผิดฐานใช้อำนาจมิชอบ คดีทุจริตกองทุน 1MDB

ศาลมาเลเซียตัดสิน "นาจิบ ราซัค" ผิดฐานใช้อำนาจมิชอบ คดีทุจริตกองทุน 1MDB

26 ธ.ค. 2568 16:04 น.

ศาลมาเลเซียตัดสิน “นาจิบ ราซัค” ผิดฐานใช้อำนาจมิชอบ คดีทุจริตกองทุน 1MDB

ศาลสูงมาเลเซียพิพากษาอดีตนายกรัฐมนตรี “นาจิบ ราซัค” มีความผิดฐานใช้อำนาจมิชอบ 4 กระทง กรณีถ่ายโอนเงินกว่า 700 ล้านดอลลาร์จากกองทุน 1MDB เข้าบัญชีส่วนตัว และมีความผิดในทุกข้อหาทั้ง 21 ข้อหาเกี่ยวกับการฟอกเงิน โดยศาลชี้คำอ้างเรื่องเงินบริจาคจากซาอุฯ ไม่น่าเชื่อถือ ผู้พิพากษาชี้ นายราจิบ “ไม่ใช่คนไร้เดียงสา” หลังอ้างว่าถูกหลอก

วันนี้ (26 ธ.ค.) ศาลสูงมาเลเซียมีคำพิพากษาตัดสินให้ นายนาจิบ ราซัค อดีตนายกรัฐมนตรีวัย 72 ปี มีความผิดในข้อหาใช้อำนาจมิชอบ 4 กระทง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคดีทุจริตพันล้านดอลลาร์จากการยักยอกเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซีย หรือ 1MDB

ในการพิจารณาคดี นายนาจิบปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาโดยอ้างมาตลอดว่า เงินจำนวนมหาศาลกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 21,740 ล้านบาท) ที่โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของเขานั้น เป็นเงินบริจาคทางการเมืองจากราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย และเขาถูกหลอกโดยนาย โหลว เติ๊ก โจ่ หรือรู้จักในชื่อ โจ โลว์ นักการเงินผู้ทรงอิทธิพลที่ยังคงหลบหนีคดีอยู่

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษา คอลลิน ลอว์เรนซ์ เซเกราห์ ระบุว่าคำอ้างดังกล่าว “ยากเกินกว่าจะเชื่อได้” เนื่องจากหลักฐานชี้ชัดว่าจดหมาย 4 ฉบับที่อ้างว่ามาจากผู้บริจาคชาวซาอุฯ นั้นเป็นของปลอม และเงินดังกล่าวมีที่มาจากกองทุน 1MDB อย่างชัดเจน นอกจากนี้พยานหลักฐานยังแสดงให้เห็นถึง “ความสัมพันธ์ที่แยกกันไม่ออก” ระหว่างนายนาจิบและโจ โลว์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนและผู้ประสานงานหลักให้กับนายนาจิบในกองทุนนี้

ผู้พิพากษายังกล่าวอย่างเผ็ดร้อนว่า “จำเลยไม่ใช่คนบ้านนอกที่ไร้เดียงสา” และความพยายามใดๆ ที่จะวาดภาพจำเลยว่าเป็นคนเขลาที่ไม่รู้เรื่องราวความผิดปกติรอบตัวนั้น ถือว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

ศาลยังตัดสินว่า นายนาจิบ ราซัก มีความผิดในทุกข้อหาทั้ง 21 ข้อหาเกี่ยวกับการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริต 1MDB ซึ่งทำให้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ถูกยักยอกไปจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ปัจจุบันยุบไปแล้ว ผู้พิพากษาคอลลิน ลอว์เรนซ์ เซเควราห์ กล่าวว่า “ศาลตัดสินว่าจำเลยมีความผิดในทุกข้อหาทั้ง 21 ข้อหา และพิพากษาลงโทษจำเลยตามนั้น”

นายนาจิบ ราซัค ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2009 ถึง 2018 เขาเป็นผู้ก่อตั้งและนั่งเก้าอี้ประธานที่ปรึกษาของกองทุน 1MDB ซึ่งต่อมากลายเป็นคดีอื้อฉาวไปทั่วโลก กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่าเงินกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์ถูกยักยอกไปฟอกเงินผ่านหลายประเทศ เพื่อนำไปซื้ออสังหาริมทรัพย์หรู, เรือยอร์ช, งานศิลปะชั้นสูง และแม้กระทั่งใช้ทุนสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวูด จนอดีตอัยการสูงสุดของสหรัฐฯ เรียกเหตุการณ์นี้ว่า “ระบอบจอมโจรที่เลวร้ายที่สุด”

ปัจจุบันนายนาจิบกำลังรับโทษจำคุกจากคดีก่อนหน้า (คดี SRC International) ซึ่งเขาถูกตัดสินจำคุก 12 ปี ก่อนจะได้รับการลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 6 ปี โดยคณะกรรมการอภัยโทษเมื่อต้นปี 2024 นอกจากนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาศาลเพิ่งยกคำร้องที่เขาขอรับโทษกึ่งหนึ่งด้วยการกักตัวที่บ้านพัก

ขณะที่นางรอสมาห์ มันซอร์ ภริยาของเขาก็ถูกตัดสินจำคุก 10 ปีในคดีคอร์รัปชันแยกต่างหากเมื่อปี 2022 และอยู่ระหว่างการประกันตัวเพื่ออุทธรณ์คดี

คำตัดสินครั้งล่าสุดนี้ทำให้นายนาจิบ ซึ่งเดิมมีกำหนดพ้นโทษในเดือนสิงหาคม 2028 อาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกที่ยาวนานขึ้นอีก และถือเป็นจุดตกต่ำที่สุดของทายาทตระกูลการเมืองผู้ทรงอิทธิพลที่เคยปกครองมาเลเซียมาอย่างยาวนาน.

ที่มา AP