กัมพูชาอ้างทหารไทยถล่ม พลเรือนดับ 9 ศพ รวมเด็กทารก เจ็บอีก 46 ราย

กัมพูชาอ้างทหารไทยถล่ม พลเรือนดับ 9 ศพ รวมเด็กทารก เจ็บอีก 46 ราย

10 ธ.ค. 2568 22:23 น.

กัมพูชาอ้างทหารไทยถล่ม พลเรือนดับ 9 ศพ รวมเด็กทารก เจ็บอีก 46 ราย

กัมพูชาอ้าง กองทัพไทยโจมตีทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 9 ศพ รวมเด็กทารก และบาดเจ็บอีก 46 ราย พร้อมเรียกร้องให้ไทยหยุดโจมตีและเคารพข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาสันติภาพ

เมื่อวันพุธที่ 10 ธ.ค. 2568 กระทรวงกลาโหมของประเทศกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กอ้างว่า การโจมตีของกองทัพไทยบริเวณชายแดน ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 9 ศพ รวมถึงทารก 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บที่เป็นพลเรือนอีก 46 ราย

กระทรวงกลาโหมยังเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ ประณามไทยอย่างรุนแรง ต่อการละเมิดปฏิญญาร่วมและการก่ออาชญากรรมสงครามและการกระทำที่ผิดกฎหมายซ้ำ ๆ ของไทย และเรียกร้องให้ไทยรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ต่อการละเมิดที่อุกอาจดังกล่าว

โพสต์ระบุอีกว่า กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยยุติกิจกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ทั้งหมดทันที และถอนกำลังทหารออกจากบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา รวมถึงหลีกเลี่ยงการกระทำที่รุนแรงอันเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค และเรียกร้องให้ไทยเคารพข้อตกลงหยุดยิง, ปฏิญญาร่วม ตลอดจนพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ด้วยความจริงใจ, สุจริต, และเจตนาที่ดี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook

ที่ปรึกษานายกฯ ฮุน มาเนต เผยกัมพูชาพร้อมเจรจาหยุดยิงภายใน 1 ชั่วโมง แต่ไทยต้องแสดงความจริงใจก่อน

ที่ปรึกษานายกฯ ฮุน มาเนต เผยกัมพูชาพร้อมเจรจาหยุดยิงภายใน 1 ชั่วโมง แต่ไทยต้องแสดงความจริงใจก่อน

10 ธ.ค. 2568 17:58 น.

ที่ปรึกษานายกฯ ฮุน มาเนต เผยกัมพูชาพร้อมเจรจาหยุดยิงภายใน 1 ชั่วโมง แต่ไทยต้องแสดงความจริงใจก่อน

ที่ปรึกษานายกฯ ฮุน มาเนต เผยกัมพูชาพร้อมขึ้นโต๊ะถกหยุดยิงภายใน 1 ชั่วโมง แต่ไทยต้องแสดงความจริงใจก่อน ขณะไทยย้ำฝั่งกัมพูชาต้องแสดงท่าทีลดความตึงเครียดก่อน  

วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นายซัวส์ ยารา ที่ปรึกษาอาวุโสของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ผ่านวิดีโอกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส จากกรุงพนมเปญ ระบุว่าสำหรับสถานการณ์ตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชา อีกหนึ่งชั่วโมงจากนี้ หากทั้งสองฝ่ายตกลง กัมพูชาก็พร้อมนั่งโต๊ะเจรจาทันที นี่คือสิ่งที่ดีสำหรับทั้งสองประเทศ

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวว่า อย่างไรก็ตาม กัมพูชาจะไม่เป็นฝ่ายเริ่มต้น เพราะต้องอาศัยความตั้งใจร่วมกัน ของทั้งสองประเทศในการดับไฟสงคราม

รายงานข่าวระบุว่า สถานการณ์ตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชาปะทุขึ้นรุนแรงต่อเนื่อง หลังทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันว่าเป็นผู้ละเมิดเงื่อนไขหยุดยิงที่สหรัฐฯ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นคนกลางช่วยเจรจาเมื่อกลางปีที่ผ่านมา

ด้านสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ พร้อมเรียกร้องไทยและกัมพูชาให้ยุติการสู้รบทันที ปกป้องประชาชน และกลับไปสู่มาตรการลดความรุนแรงตามข้อตกลงเดิม

ที่ผ่านมาไทยกล่าวหากัมพูชาว่าละเมิดสนธิสัญญาหลายครั้ง รวมถึงการวางกับระเบิดเพิ่มเติมในเขตพิพาท โดยเฉพาะเหตุระเบิดเมื่อเดือนก่อนที่ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บสาหัส จนไทยประกาศถอนตัวจากข้อตกลงขณะที่กัมพูชาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเดือนตุลาคมอย่างเคร่งครัด.

ที่มา Reuters

กัมพูชาจับกุมชาวไทย 75 คนในพนมเปญ สงสัยพัวพันหลอกลวงออนไลน์

กัมพูชาจับกุมชาวไทย 75 คนในพนมเปญ สงสัยพัวพันหลอกลวงออนไลน์

10 ธ.ค. 2568 15:39 น.

กัมพูชาจับกุมชาวไทย 75 คนในพนมเปญ สงสัยพัวพันหลอกลวงออนไลน์

เจ้าหน้าที่กัมพูชาบุกตรวจค้นฟาร์มแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ และจับกุมตัวชาวไทย 75 คน ในฐานะผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางออนไลน์ พร้อมยึดของกลางได้จำนวนหนึ่ง

สำนักข่าว เฟรชนิวส์ (freshnews) ของกัมพูชารายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 9 ธ.ค. 2568 เจ้าหน้าที่ผสมร่วมของกัมพูชาออกปฏิบัติการตรวจค้นฟาร์มชื่อ “อมระ” (Amara) ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านเกาะกระบือ 1 (Koh Krabei 1) ในเขตชบา อัมปอว (Chbar Ampov) กรุงพนมเปญ หลังการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีการลักลอบกระทำอาชญากรรมฉ้อโกงทางเทคโนโลยี ในรูปแบบการหลอกลวงออนไลน์

ปฏิบัติการเกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันที่ 9 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ภายใต้การนำและการประสานงานจากสำนักเลขาธิการของคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อต่อสู้กับการฉ้อโกงทางระบบเทคโนโลยีร่วมกับกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ, คณะบัญชาการเอกภาพกรุงพนมเปญ และด้วยการประสานงานทางนิติวิธีจากผู้แทนอัยการประจำศาลชั้นต้นกรุงพนมเปญ และการเข้าร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้เข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยดังกล่าวและนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้งสิ้น 75 คน เป็นชาวไทยทั้งหมด และในจำนวนนี้เป็นสตรี 48 คน

เจ้าหน้าที่ยังยึดของกลางที่เป็นวัตถุพยานรวมถึงคอมพิวเตอร์พกพาและโทรศัพท์มือถือได้อีกจำนวนหนึ่งด้วย

หลังจากมีปฏิบัติการดังกล่าว ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังประสานงานกับหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการสืบสวนเพิ่มเติมต่อไป เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อหัวหน้าขบวนการฉ้อโกงเหล่านี้ ในขณะที่ผู้ต้องสงสัยและของกลางถูกส่งมอบให้กับกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปแล้ว และฟาร์มที่เกิดเหตุก็ถูกสั่งปิดชั่วคราว

เจ้าหน้าที่กัมพูชาย้ำด้วยว่า พวกเขาจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดที่สุดต่อหัวหน้าแก๊งทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฉ้อโกงทางระบบเทคโนโลยีนี้โดยไม่มีการยกเว้นใด ๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : freshnews

“ฮุนเซน” วอนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคช่วยทหาร–ชาวบ้านอพยพ แนะส่งข้าวเม่า “อัมบก” ให้ทหารแทนบะหมี่กึ่งฯ

“ฮุนเซน” วอนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคช่วยทหาร–ชาวบ้านอพยพ แนะส่งข้าวเม่า “อัมบก” ให้ทหารแทนบะหมี่กึ่งฯ

10 ธ.ค. 2568 12:08 น.

“ฮุนเซน” วอนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคช่วยทหาร–ชาวบ้านอพยพ แนะส่งข้าวเม่า “อัมบก” ให้ทหารแทนบะหมี่กึ่งฯ

ฮุนเซน โพสต์ขอแรงผู้ใจบุญช่วยบริจาคสิ่งของ–เงินทุนผ่านรัฐบาล ชี้ทหารแนวหน้าขอข้าวเม่าคั่ว “อัมบก” มากกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพราะกินแล้วมีกำลัง สู้ศัตรูได้ดีขึ้น

วันที่ 10 ธันวาคม 2568 สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย เรียกร้องให้ผู้มีจิตศรัทธาและผู้ประกอบการ ร่วมบริจาคสิ่งของและเงินสนับสนุนผ่านรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือกำลังพลตามแนวรบ และประชาชนที่ต้องอพยพหนีเหตุรุนแรงจากผู้รุกราน

ฮุน เซน ระบุว่า ทหารนายหนึ่งจากแนวหน้าได้ร้องขอ “อัมบก” หรือข้าวเม่าคั่วแบบกัมพูชา แทนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยให้เหตุผลว่า กินอัมบกร้อนๆ จะมีกำลังมากขึ้นในการสู้รบ อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่า การบริจาคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ยังคงจำเป็น และควรส่งต่อควบคู่กันไป

ฮุน เซน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวข้าวใหม่ จึงขอให้ผู้ใจบุญช่วยซื้อข้าวเม่าไปทำอัมบก หรือซื้ออัมบก จากชาวบ้าน เพื่อนำไปแจกทหารและผู้ประสบภัย โดยแนะนำให้บรรจุเป็นถุง 1–2 กิโลกรัม เพื่อให้ทหารพกพาได้สะดวก หากบรรจุเป็นกระสอบหรือกล่องใหญ่ จะกระจายไปถึงแนวหน้าทำได้ยาก.

ที่มา Facebook/ Samdech Hun Sen of Cambodia

ด่วน! ทรัมป์เตรียมโทรคุยผู้นำไทย-กัมพูชา หวังหยุดศึกชายแดนอีกรอบ

ด่วน! ทรัมป์เตรียมโทรคุยผู้นำไทย-กัมพูชา หวังหยุดศึกชายแดนอีกรอบ

10 ธ.ค. 2568 11:11 น.

ด่วน! ทรัมป์เตรียมโทรคุยผู้นำไทย-กัมพูชา หวังหยุดศึกชายแดนอีกรอบ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย ว่าเตรียมต่อสายโทรศัพท์คุยผู้นำไทย-กัมพูชา  หวังหยุดศึกชายแดนที่ปะทุขึ้นมาอีกรอบ

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการปราศรัยหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย ว่าเขาจะโทรศัพท์หารือกับผู้นำของกัมพูชาและไทย หลังสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศกลับมารุนแรงอีกครั้ง

 สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ทรัมป์ระบุว่า “พรุ่งนี้ผมต้องโทรหาทั้งสองประเทศ ผมจะเริ่มการหารือทางโทรศัพท์ และจะยุติสงครามระหว่างสองประเทศที่ทรงอิทธิพลนี้ให้ได้” ขณะที่ความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งในวันจันทร์ หลังเกิดการโจมตีและปะทะหลายจุด ทำให้ประชาชนพื้นที่ใกล้เขตแดนต้องอพยพหนีภัยจำนวนมาก.

ที่มา Bloomberg

จีนแถลงหวังไทย-กัมพูชา ใช้ความอดทนไม่ทำให้สถานการณ์รุนแรงขยายวง

จีนแถลงหวังไทย-กัมพูชา ใช้ความอดทนไม่ทำให้สถานการณ์รุนแรงขยายวง

10 ธ.ค. 2568 10:50 น.

จีนแถลงหวังไทย-กัมพูชา ใช้ความอดทนไม่ทำให้สถานการณ์รุนแรงขยายวง

จีนแถลงหวังไทย-กัมพูชา ใช้ความอดทน และป้องกันไม่ให้สถานการณ์ตึงเครียดขยายวงบานปลาย หลังสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชากลับมาร้อนระอุอีกครั้ง

วานนี้ (9 ธ.ค.) ทางการจีนออกคำเตือนอย่างเป็นทางการ หลังสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชากลับมาร้อนระอุอีกครั้ง โดยทั้งสองฝ่ายเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันตั้งแต่วันจันทร์ รวมถึงการโจมตีทางอากาศของไทยในพื้นที่พิพาท ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องเร่งอพยพออกจากเขตเสี่ยง

โดยนายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงต่อสื่อที่กรุงปักกิ่ง เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง โดยบอกว่า ในฐานะเพื่อนและเพื่อนบ้านใกล้ชิดของทั้งกัมพูชาและไทย จีนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งสองฝ่ายจะใช้ความอดทน และป้องกันไม่ให้สถานการณ์ตึงเครียดขยายวงบานปลายอีกครั้ง 

นอกจากนี้ จีนย้ำว่าพร้อมสนับสนุนให้ทั้งไทยและกัมพูชาคืนสู่โต๊ะเจรจา เพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคอาเซียน.

อิสราเอลจัดพิธีรำลึก อำลาศพแรงงานคนไทยที่ฮามาสส่งคืนให้ล่าสุด ก่อนส่งกลับประเทศไทย

อิสราเอลจัดพิธีรำลึก อำลาศพแรงงานคนไทยที่ฮามาสส่งคืนให้ล่าสุด ก่อนส่งกลับประเทศไทย

10 ธ.ค. 2568 07:04 น.

อิสราเอลจัดพิธีรำลึก อำลาศพแรงงานคนไทยที่ฮามาสส่งคืนให้ล่าสุด ก่อนส่งกลับประเทศไทย

อิสราเอลจัดพิธีอำลาศพแรงงานไทยวัย 42 ปี เหยื่อเหตุโจมตีคิบุตซ์เบเอรี หลังฮามาสส่งคืนให้ล่าสุด โดยพิธีจัดขึ้นสนามบินเบนกูเรียน ก่อนเตรียมส่งกลับไทย

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 ทางการอิสราเอลได้มีพิธีรำลึกและอำลาศพนายสุทธิศักดิ์ รินทลักษณ์ แรงงานคนไทย วัย 42 ปี อย่างเป็นทางการ ที่สนามบิน เบน กูเรียน โดยหลังพิธีอำลา ร่างของนายสุทธิศักดิ์จะถูกส่งกลับประเทศไทย เพื่อให้ครอบครัวประกอบพิธีตามความเชื่อทางศาสนาต่อไป

นายสุทธิศักดิ์ เป็นแรงงานภาคเกษตร ทำงานอยู่ที่ คิบุตซ์เบเอรี ทางตอนใต้ของอิสราเอล หนึ่งในชุมชนที่ถูกโจมตีหนักที่สุดในการบุกจู่โจมของกลุ่มติดอาวุธเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 

โดยเขาเสียชีวิตจากเหตุการณ์ฮามาสโจมตี จากนั้นศพของเขาก็ถูกนำไปไว้ในเขตกาซา โดยอิสราเอลยืนยันการเสียชีวิตของนายสุทธิศักดิ์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว ก่อนที่กลุ่มฮามาสจะส่งคืนศพตัวประกันศพล่าสุดเมื่อวันพุธ ที่ 3 ธ.ค. ตามข้อตกลงหยุดยิงระยะแรก.

ญี่ปุ่นประเมิน แผ่นดินไหว 7.5 เจ็บ 34 ราย น้ำรั่วจากโรงเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์

ญี่ปุ่นประเมิน แผ่นดินไหว 7.5 เจ็บ 34 ราย น้ำรั่วจากโรงเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์

10 ธ.ค. 2568 06:04 น.

ญี่ปุ่นประเมิน แผ่นดินไหว 7.5 เจ็บ 34 ราย น้ำรั่วจากโรงเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์

ญี่ปุ่นประเมินความเสียหายจากแผ่นดินไหวระดับ 7.5 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยพบผู้บาดเจ็บแล้ว 34 ราย ขณะที่มีรายงานน้ำรั่วจากโรงเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว แต่ทางการยืนยันว่าไม่อันตราย

เมื่อวันอังคารที่ 9 ธ.ค. 2568 ญี่ปุ่นกำลังประเมินความเสียหายจากแผ่นดินไหวระดับ 7.5 ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมเตือนประชาชนว่ามีโอกาสเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา โดยล่าสุดพบผู้บาดเจ็บแล้ว 34 ราย อาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายเล็กน้อย และเกิดคลื่นสึนามิขนาดย่อมพัดเข้าสู่ชายฝั่งหลายจุด

สำนักงานดับเพลิงและจัดการภัยพิบัติกล่าวว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 34 ราย โดยหนึ่งในนั้นบาดเจ็บสาหัส ขณะที่สถานีโทรทัศน์ NHK รายงานว่า การบาดเจ็บส่วนใหญ่เกิดจากวัตถุที่ตกลงมา

นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ได้มีการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินเพื่อประเมินความเสียหายอย่างเร่งด่วน โดยเธอให้คำมั่นต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเต็มที่ต่อไป พร้อมย้ำเตือนให้ประชาชนปกป้องชีวิตของตนเอง

ทั้งนี้ แผ่นดินไหวขนาดแมกนิจูด 7.5 เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23:15 น.วันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น จุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากชายฝั่งจังหวัดอาโอโมริ ทางเหนือสุดของเกาะฮอนชู ประมาณ 80 กม. และอยู่ลึกลงไปใต้ทะเลราว 44 กม. ทำให้ทางการต้องประกาศเตือนภัยสึนามินานหลายชั่วโมง ก่อนจะยกเลิกในเวลา 06:30 น. วันอังคาร

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) รายงานว่า ตรวจพบคลื่นสึนามิสูง 70 ซม. ที่ท่าเรือคุจิในจังหวัดอิวาเตะ ซึ่งอยู่ทางใต้ของอาโอโมริเล็กน้อย และมีคลื่นสูง 50 ซม.ซัดเข้าสู่ชุมชนอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน สร้างความเสียหายให้แก่แพเลี้ยงหอยนางรมบางส่วน

ด้านนายมิโนรุ คิฮาระ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกล่าวว่า มีบ้านเรือนประมาณ 800 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้ และรถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็นและรถไฟท้องถิ่นบางสายถูกระงับการให้บริการในบางพื้นที่เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันอังคาร ก่อนจะกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติในเวลาต่อมา ขณะที่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ก็กลับมาในช่วงเช้าวันเดียวกัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชินจิโร โคอิซูมิ กล่าวว่า มีประชาชนประมาณ 480 คนต้องเข้าพักพิงที่ฐานทัพอากาศฮาชิโนเฮะ และได้ระดมเฮลิคอปเตอร์ป้องกันประเทศ 18 ลำเพื่อประเมินความเสียหาย

สำนักข่าว NHK รายงานว่า มีผู้โดยสารประมาณ 200 คนติดค้างที่สนามบินนิวชิโตเสะ ในฮอกไกโด และอาคารผู้โดยสารภายในประเทศส่วนหนึ่งไม่สามารถใช้งานได้ในวันอังคาร เนื่องจากบางส่วนของเพดานแตก และตกลงมากองกับพื้น

ส่วนสำนักงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น (NRA) เปิดเผยว่า มีน้ำประมาณ 450 ลิตร รั่วไหลออกจากพื้นที่หล่อเย็นเชื้อเพลิงใช้แล้วที่โรงงานแปรรูปเชื้อเพลิง “ร็อกคาโช” ในจังหวัดอาโอโมริ แต่ระดับน้ำยังถือว่าอยู่ในช่วงปกติและไม่มีข้อกังวลด้านความปลอดภัย ขณะที่ไม่พบความผิดปกติใด ๆ ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์และโรงเก็บเชื้อเพลิงใช้แล้วอื่น ๆ

JMA เตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดอาฟเตอร์ช็อกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยกล่าวว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่จะเกิดแผ่นดินไหวระดับ 8 แมกนิจูด และอาจเกิดสึนามิขึ้นตามแนวชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ตั้งแต่จังหวัดชิบะ (Chiba) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว ไปจนถึงฮอกไกโด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : abcnews

เกาหลีใต้ส่งบินรบขึ้นฟ้า หลังเครื่องบินรัสเซีย-จีน ล้ำเขตป้องกันภัยทางอากาศ

เกาหลีใต้ส่งบินรบขึ้นฟ้า หลังเครื่องบินรัสเซีย-จีน ล้ำเขตป้องกันภัยทางอากาศ

10 ธ.ค. 2568 04:36 น.

เกาหลีใต้ส่งบินรบขึ้นฟ้า หลังเครื่องบินรัสเซีย-จีน ล้ำเขตป้องกันภัยทางอากาศ

(ภาพจาก AFP PHOTO / SOUTH KOREAN DEFENCE MINISTRY)

เกาหลีใต้ส่งเครื่องบินรบขึ้นฟ้า หลังตรวจพบเครื่องบินทหารของรัสเซียกับจีน บินเข้าสู่เขตป้องกันภัยทางอากาศ แต่ไม่มีการเผชิญหน้ากันแต่อย่างใด

เมื่อวันอังคารที่ 9 ธ.ค. 2568 เกาหลีใต้เปิดเผยว่า กองทัพของพวกเขาส่งเครื่องบินรบออกปฏิบัติการ หลังจากตรวจพบว่า เครื่องบินทหารของรัสเซีย 7 ลำ และของจีนอีก 2 ลำ บินรุกล้ำเข้าสู่เขตป้องกันภัยทางอากาศของพวกเขา โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ระบุในแถลงการณ์ว่า เครื่องบินของรัสเซียและจีนได้เข้าสู่ เขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศของเกาหลี (KADIZ) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ไม่มีเครื่องบินลำใดที่ละเมิดน่านฟ้าของเกาหลีใต้

ทางการเกาหลีใต้สั่งการให้เครื่องบินขับไล่ขึ้นปฏิบัติการทางยุทธวิธี เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันใด ๆ เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เครื่องบินของรัสเซียกับจีนบินอยู่ในเขต KADIZ นานประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนจะบินออกไป

ทั้งนี้ เขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ เป็นพื้นที่ที่ถูกขยายออกไปจากเขตน่านฟ้าของประเทศต่าง ๆ กำหนดขึ้น เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับตรวจสอบอากาศยานด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง แต่เขตนี้ไม่ถือเป็นน่านฟ้าของประเทศนั้น ๆ และการบินเข้าไปก็ไม่ถือว่าเป็นการรุกล้ำน่านฟ้า

กระทรวงกลาโหมของจีนเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า กองทัพของพวกเขาดำเนินการซ้อมรบร่วมกับกองทัพรัสเซีย ตามแผนความร่วมมือประจำปี บริเวณทะเลจีนตะวันออกและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกในวันอังคาร โดยเป็นการฝึกซ้อมลาดตระเวนทางอากาศเชิงยุทธศาสตร์ร่วมครั้งที่ 10 ของพวกเขา

อนึ่ง นับตั้งแต่ปี 2562 จีนกับรัสเซียส่งเครื่องบินทหารบินเข้าสู่เขตป้องกันภัยทางอากาศของเกาหลีใต้เป็นประจำโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยอ้างว่าเป็นการฝึกซ้อมร่วม โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน เกาหลีใต้ก็ต้องส่งเครื่องบินรบขึ้นสกัดกั้น เนื่องจากเครื่องบินทหารของจีน 5 ลำและรัสเซีย 6 ลำบินผ่านเขตป้องกันภัยทางอากาศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

กต.สหรัฐฯ กังวลไทยปะทะกัมพูชา เรียกร้องหยุดยิงทันที

กต.สหรัฐฯ กังวลไทยปะทะกัมพูชา เรียกร้องหยุดยิงทันที

10 ธ.ค. 2568 03:23 น.

กต.สหรัฐฯ กังวลไทยปะทะกัมพูชา เรียกร้องหยุดยิงทันที

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ แสดงความกังวลเกี่ยวกับเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงทันที และกลับไปใช้กระบวนการสันติภาพ

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2568 กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาออกแถลงการณ์แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงทันที และกลับไปใช้มาตรการตามปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า “สหรัฐฯ มีความกังวลเกี่ยวกับการสู้รบและจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย”

“เราขอเรียกร้องอย่างยิ่งให้มีการยุติความเป็นปรปักษ์โดยทันที, การคุ้มครองพลเรือน และให้ทั้งสองฝ่ายกลับไปใช้มาตรการลดความตึงเครียดที่ระบุไว้ในปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ ที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาและไทยลงนามร่วมกันเมื่อ 26 ตุลาคม โดยมีประธานาธิบดีทรัมป์และนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม แห่งมาเลเซียเป็นสักขีพยาน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : state.gov