ระทึก แผ่นดินไหว 7.6 นอกชายฝั่งญี่ปุ่น พบสึนามิ 40 ซม.ที่อาโอโมริ

ระทึก แผ่นดินไหว 7.6 นอกชายฝั่งญี่ปุ่น พบสึนามิ 40 ซม.ที่อาโอโมริ

8 ธ.ค. 2568 22:31 น.

ระทึก แผ่นดินไหว 7.6 นอกชายฝั่งญี่ปุ่น พบสึนามิ 40 ซม.ที่อาโอโมริ

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.6 นอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น โดยทางการเตือนภัยคลื่นสึนามิในหลายจังหวัด และตรวจพบคลื่นสึนามิขนาดเล็กแล้ว

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.6 นอกชายฝั่งจังหวัดอาโอโมริ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น เมื่อเวลาประมาณ 23.15 น. วันจันทร์ที่ 8 ธ.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น โดยจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากชายฝั่ง 70 กม. และอยู่ที่ความลึกประมาณ 53 กม.

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ประกาศเตือนภัยสึนามิ สำหรับจังหวัดอาโอโมริ จังหวัดอิวาเตะ และจังหวัดฮอกไกโด และได้ออกคำแนะนำสึนามิ สำหรับจังหวัดมิยางิและจังหวัดฟุกุชิมะ

JMA ระบุว่า คลื่นสึนามิอาจมีความสูงเกือบ 10 ฟุต (3 เมตร) ในบางพื้นที่ชายฝั่ง รวมถึงจังหวัดอิวาเตะ จังหวัดอาโอโมริ และบางส่วนของฮอกไกโด โดยทางการระบุว่า ตรวจพบคลื่นสึนามิสูงประมาณ 40 ซม.แล้ว ที่จังหวัดอาโอโมริ แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายใดๆ

ทีมงานของสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นระบุว่า พวกเขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนรุนแรงเป็นระยะเวลาประมาณ 30 วินาที ก่อนจะสงบลง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , nhk

กลาโหมกัมพูชา กล่าวหาไทยละเมิดหยุดยิง ใช้สารพัดอาวุธ-แก๊สพิษโจมตี

กลาโหมกัมพูชา กล่าวหาไทยละเมิดหยุดยิง ใช้สารพัดอาวุธ-แก๊สพิษโจมตี

8 ธ.ค. 2568 21:55 น.

กลาโหมกัมพูชา กล่าวหาไทยละเมิดหยุดยิง ใช้สารพัดอาวุธ-แก๊สพิษโจมตี

กัมพูชากล่าวหาไทยละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาระหว่างประเทศ อ้างใช้อาวุธทั้งหนักเบารวมถึง “แก๊สพิษโจมตี” โดยที่ฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ตอบโต้ และชี้ว่าไทยต้องการผนวกดินแดนกัมพูชา

เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 8 ธ.ค. 2568 กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาออกแถลงการณ์ฉบับใหม่ผ่านเพจเฟซบุ๊ก กล่าวหาไทยละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาร่วมระหว่างกัมพูชากับไทย และเปิดฉากโจมตีหลังจากยั่วยุมาหลายวัน โดยใช้อาวุธหลายชนิดทั้งหนักเบา รวมถึง “แก๊สพิษ” ในการโจมตี โดยที่ฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ตอบโต้กลับเลย พร้อมชี้ว่า ไทยมีเจตนาต้องการผนวกรวมดินแดนของกัมพูชา

แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุว่า “พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหม ขอเรียนแจ้งให้สาธารณชนทั่วไป ตลอดจนสื่อมวลชนทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ ทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ดังนี้:”

“ฝ่ายไทยได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาร่วมระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งลงนามโดยทั้งสองฝ่ายเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ด้วยการใช้กำลังทหารรุกรานต่ออธิปไตยเหนือดินแดนของกัมพูชา กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการกระทำอันโหดร้าย ป่าเถื่อน และเป็นการทำสงครามของราชอาณาจักรไทยต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา”

แถลงการณ์อ้างอีกว่า หลังจากที่กองทัพไทยได้ดำเนินการยั่วยุหลายครั้งเป็นเวลาหลายวัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการเผชิญหน้า ในวันที่ 7 ธ.ค. 2568 เวลาประมาณ 14:15 น. กองทัพไทยเริ่มเปิดฉากยิงใส่กองกำลังกัมพูชาในพื้นที่ ปรอเลียน ธมอร์ (Prorlean Thmar) จังหวัดพระวิหาร และโจมตีต่อเนื่องในวันที่ 8 ธ.ค. เวลา 05:04 น. จนถึง 18:00 น. ในพื้นที่อันเสะ และพื้นที่อื่น ๆ ในเขตกองทัพภาคที่ 4 ก่อนจะขยายขอบเขตการโจมตีไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของกองทัพภาคที่ 5 ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย

“ในระหว่างการโจมตีในเขตกองทัพภาคที่ 4 กองกำลังทหารไทยได้ใช้อาวุธหนักและอาวุธทำลายล้างหลายชนิด เช่น อาวุธเบา, ปืนกล, ปืนครก MT-60 มม., รถถัง, ปืนใหญ่หนัก 155 มม., ปืนกลหนัก 12.7 มม., เครื่องบินรบ F-16, เครื่องบิน AT-6, โดรนที่ใช้สำหรับการทิ้งระเบิด ตลอดจนการยิงแก๊สพิษใส่กองกำลังกัมพูชา ที่ยืนหยัดอย่างแน่วแน่เพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนของเราในกองทัพภาคดังกล่าว”

กัมพูชาอ้างด้วยว่า “แม้จะถูกโจมตีอย่างหนักจากกองกำลังทหารไทยตั้งแต่ 7 ธ.ค. ถึง 8 ธ.ค. กองทัพกัมพูชาก็ไม่ได้ตอบโต้กลับแต่อย่างใด และใช้ความอดทนอย่างสูงสุดอย่างแน่วแน่”

“การรุกรานด้วยอาวุธโดยเจตนาของไทยต่อกัมพูชารอบที่ 2 นี้ ยืนยันอย่างชัดเจนถึงเจตนาของฝ่ายไทยที่ต้องการผนวกดินแดนประเทศเพื่อนบ้านโดยอ้างแผนที่ที่วาดขึ้นเองฝ่ายเดียวอย่างผิดกฎหมาย และการใช้กำลังเพื่อเปลี่ยนแปลงแนวชายแดน ซึ่งเป็นการขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ การกระทำของไทยเช่นนี้ถือเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคและทั่วโลก”

“กัมพูชาเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศประณามการละเมิดปฏิญญาร่วมและการกระทำที่ผิดกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่าของไทยอย่างหนัก ตลอดจนเรียกร้องให้ไทยรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อการละเมิดอย่างอุกอาจดังกล่าว”

“กัมพูชาขอเรียกร้องให้ไทยหยุดความเคลื่อนไหวที่เป็นปฏิปักษ์ทั้งหมดทันที และถอนกำลังทหารออกจากบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา และหลีกเลี่ยงการกระทำรุกรานที่คุกคามสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ขณะเดียวกัน เราขอเรียกร้องให้ฝ่ายไทยเคารพข้อตกลงหยุดยิง, ปฏิญญาร่วม ตลอดจนพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศด้วยความจริงใจ, สุจริต และเจตนาดี”

ในตอนท้ายของแถลงการณ์ กระทรวงกลาโหมกัมพูชาย้ำว่า กัมพูชาเคารพและดำเนินการตามเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิง ปฏิญญาร่วมระหว่างกัมพูชาและไทย ตลอดจนข้อตกลงทั้งหมดที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุผลก่อนหน้านี้ และยึดมั่นในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติแทนที่จะหันไปใช้การรุกรานหรือการใช้กำลัง เพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขที่เป็นธรรม, ยุติธรรม, ยั่งยืน และเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook

รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความกังวลสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความกังวลสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

8 ธ.ค. 2568 18:56 น.

รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความกังวลสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

รัฐบาลญี่ปุ่นออกแถลงการณ์แสดงความกังวล หลังสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา กลับมาตึงเครียด แม้ลงนามแถลงการณ์ร่วมโดยย้ำต้องใช้สันติวิธีและคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำกรุงพนมเปญ ออกแถลงการณ์แสดงความวิตกต่อสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชาที่ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง จากการดำเนินมาตรการทางทหารต่อเนื่องของทั้งสองฝ่าย ทั้งที่ทั้งคู่ได้ลงนามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการจัดการความขัดแย้งชายแดน เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ญี่ปุ่นระบุว่า ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและกัมพูชา มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพและการพัฒนาของภูมิภาคทั้งหมด พร้อมย้ำว่ารัฐบาลโตเกียวกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และ คัดค้านทุกการกระทำ ที่อาจทำให้ความตึงเครียดปะทุรุนแรงยิ่งขึ้น

ในแถลงการณ์ ญี่ปุ่นเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง ใช้ความอดทนอดกลั้นสูงสุด และเดินหน้าหาทางออกอย่างสันติผ่านการเจรจา ตามเจตนารมณ์ของแถลงการณ์ร่วมเมื่อ 26 ตุลาคม

รัฐบาลญี่ปุ่นยังระบุว่า จะทำงานร่วมกับประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมถึงสหรัฐฯ และมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน เพื่อสนับสนุนความพยายามลดความตึงเครียดและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามไปไกลกว่านี้.

ที่มา Freshnews

กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาประณามไทย อ้างไทยยิงถล่มพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร วอนนานาชาติกดดัน

กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาประณามไทย อ้างไทยยิงถล่มพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร วอนนานาชาติกดดัน

8 ธ.ค. 2568 17:30 น.

กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาประณามไทย อ้างไทยยิงถล่มพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร วอนนานาชาติกดดัน

กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาออกโรงประณามไทย อ้างไทยยิงถล่มหลายจุดรอบปราสาทพระวิหาร ทำอาคารอนุรักษ์เสียหาย วอนนานาชาติร่วมกดดัน

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปะกัมพูชา ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรง กรณีที่อ้างว่าทหารไทยเปิดฉากใช้อาวุธโจมตีเข้าเขตกัมพูชาบริเวณอันเสส จังหวัดพระวิหาร ก่อนยิงถล่มต่อที่ปราสาทตาเมือนธมและพื้นที่อื่นตามแนวชายแดน โดยใช้ทั้งปืนใหญ่และอาวุธหนักหลายประเภท

กัมพูชาระบุว่า ในช่วง 05.00–07.00 น. การโจมตีเกิดขึ้นต่อเนื่องรอบพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ส่งผลให้อาคารโครงการอนุรักษ์ “โกลปุระ 5” ภายใต้ความร่วมมือกัมพูชา–อินเดีย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการอนุรักษ์หลายส่วนได้รับความเสียหาย

แถลงการณ์ระบุว่า ตั้งแต่ปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อ 7 กรกฎาคม 2551 ไทยได้ยกข้อกล่าวหาและสร้างสถานการณ์ตึงเครียดหลายครั้ง ทั้งช่วงปี 2551–2554 และล่าสุดระหว่างเหตุปะทะ 24–28 กรกฎาคม 2568 โดยเหตุโจมตีล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากฝ่ายไทยมีการยั่วยุทางทหารต่อเนื่องหลายวัน   

กระทรวงฯ ระบุว่า การกระทำครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภารกิจอนุรักษ์ ทำให้ต้องอพยพเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนในพื้นที่ออกจากเขตอันตราย พร้อมประณามว่าการโจมตีของไทยเป็นการละเมิด “แถลงการณ์ร่วมเพื่อสันติภาพไทย-กัมพูชา” ที่นายกรัฐมนตรีของสองประเทศลงนาม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เป็นสักขีพยาน

กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยยุติการสู้รบทันที เคารพข้อตกลงหยุดยิง แถลงการณ์สันติภาพ และพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศทุกประการ

กระทรวงวัฒนธรรมยังได้ขอให้นานาชาติกดดันไทยต่อการละเมิดอธิปไตยและการทำลายมรดกโลกปราสาทพระวิหาร ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนอนุสัญญามรดกโลกปี 1972 และอนุสัญญาเฮกปี 1954 ว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในภาวะสงคราม พร้อมย้ำว่าไทยในฐานะภาคีต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดอย่างเต็มที่.

ที่มา Freshnews

ฮุน เซน เปิดคลิป “อนุทิน” สนิทผู้ว่าฯ กัมพูชา จวกใช้ชีวิตทหาร-ปชช.ดึงคะแนนเสียง

ฮุน เซน เปิดคลิป “อนุทิน” สนิทผู้ว่าฯ กัมพูชา จวกใช้ชีวิตทหาร-ปชช.ดึงคะแนนเสียง

8 ธ.ค. 2568 16:30 น.

ฮุน เซน เปิดคลิป “อนุทิน” สนิทผู้ว่าฯ กัมพูชา จวกใช้ชีวิตทหาร-ปชช.ดึงคะแนนเสียง

ฮุน เซน แฉ คลิปนายกฯ อนุทิน ถ่ายรูปชื่นมื่นกับ ผู้ว่าฯ จังหวัดไพลิน ของกัมพูชา จวกใช้ชีวิตทหาร-ปชช.แลกคะแนนเสียง ตอนยังไม่เป็นนายกฯ ยังเป็นเพื่อนกันอยู่เลย

สำนักข่าว เฟรชนิวส์ (freshnews) สื่อของประเทศกัมพูชา รายงานเมื่อ 8 ธ.ค. 2568 ว่า สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 16 วินาที แสดงให้เห็นภาพของนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย กับนาง นนนท์ นิรามิษ ภรรยาของนายอนุทิน ถ่ายรูปร่วมกับนาง บัน สเร มอม ผู้ว่าราชการจังหวัดไพลิน ของกัมพูชา

ในโพสต์ยังแนบแคปชันด้วยว่า “ไม่น่าเชื่อว่า นายอนุทิน นายกรัฐมนตรีไทย เพื่อเป้าหมายทางการเมืองในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง กล้าใช้ชีวิตของทหารและประชาชน ด้วยการประกาศสงครามกับกัมพูชา ในขณะที่ทหารกัมพูชาไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด”

“ตอนที่ยังไม่เป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นเพื่อนกัน แต่พอได้เป็นนายกรัฐมนตรีกลับลืมมิตรภาพ เราเข้าใจในความรักชาติ แต่ก็ไม่ควรประกาศสงครามกับผู้ที่ไม่ตอบโต้”

***ชมคลิปที่นี่***

หลังจากนั้นไม่นานเพจเฟซบุ๊กของ ฮุน เซน ยังโพสต์คลิปแสดงให้เห็นนายอนุทินไปสวดมนต์ไหว้พระที่วัดราชกษัตรา หมู่บ้าน ตระเปียง ทะนอล (Trapeang Thnol) จังหวัดตาแก้ว (Takeo) โดยระบุว่า เป็นการสวดมนต์เสริมดวงชะตา ในช่วงที่นายอนุทินยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ ท่านผู้หญิง บาน ศรีมุม ซึ่งเป็นคนสนิทของสมเด็จฯ ฮุน เซน ด้วย

***ชมคลิปที่นี่***

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : freshnews

แม่ทัพภาค 2 สั่งหน่วยพื้นที่ยุทธศาสตร์ ยกระดับการใช้กำลัง “รบทุกมิติ”

แม่ทัพภาค 2 สั่งหน่วยพื้นที่ยุทธศาสตร์ ยกระดับการใช้กำลัง “รบทุกมิติ”

8 ธ.ค. 2568 16:17 น.

แม่ทัพภาค 2 สั่งหน่วยพื้นที่ยุทธศาสตร์ ยกระดับการใช้กำลัง “รบทุกมิติ”

เปิดภาพ “แม่ทัพเติ่ง” บัญชาการรบเอง สั่งยกระดับการใช้กำลังและตอบโต้ภัยคุกคาม “รบทุกมิติ” ลั่นแผ่นดินไทยต้องไม่ถูกท้าทายอีกต่อไป

วันที่ 8 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการเผยแพร่ภาพ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ร่วมบัญชาการในวอร์รูม อย่างใกล้ชิด

โดยสั่งการให้ หน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เข้าสู่โหมด “รบทุกมิติ” เพื่อเฝ้าระวังและปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง และมีคำสั่งชัดเจนว่า ให้ดำเนินการตอบโต้ภายใต้กรอบยุทธวิธีอย่างเป็นระบบ มุ่งปกป้องแผ่นดินไทย ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

พร้อมย้ำด้วยว่า แผ่นดินไทยนี้ ต้องไม่ถูกท้าทายอีกต่อไป ไม่มีพื้นที่สำหรับความลังเล มีเพียงหน้าที่ ศักดิ์ศรี และความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ

“อันวาร์” นายกฯ มาเลเซีย วอน ไทย-กัมพูชายับยั้งชั่งใจ กลับสู่แนวทางการทูต

"อันวาร์" นายกฯ มาเลเซีย วอน ไทย-กัมพูชายับยั้งชั่งใจ กลับสู่แนวทางการทูต

8 ธ.ค. 2568 14:51 น.

“อันวาร์” นายกฯ มาเลเซีย วอน ไทย-กัมพูชายับยั้งชั่งใจ กลับสู่แนวทางการทูต

“อันวาร์” นายกฯ มาเลเซียออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาควบคุมสถานการณ์อย่างที่สุด เปิดช่องสื่อสาร และกลับสู่แนวทางการทูต ก่อนความตึงเครียดลุกลามจนฉีกความพยายามสร้างสันติภาพในภูมิภาค

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อเหตุการณ์ปะทะด้วยอาวุธระหว่างกองกำลังไทยและกัมพูชาตามแนวชายแดน ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

อันวาร์ระบุว่า รู้สึกกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานการปะทะด้วยอาวุธระหว่างกองกำลังของกัมพูชาและไทยตามพรมแดนร่วม ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยความรุนแรงที่ปะทุอีกครั้งเสี่ยงทำลายความพยายามที่ทั้งสองประเทศทุ่มเทเพื่อสร้างเสถียรภาพมานาน

พร้อมกันนี้ นายกฯ มาเลเซียย้ำว่า ไทยและกัมพูชาเป็น หุ้นส่วนใกล้ชิดของมาเลเซีย และเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีบทบาทสำคัญ จึงขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างที่สุด รักษาช่องทางสื่อสารที่เปิดไว้ และใช้กลไกความร่วมมือที่มีอยู่ให้เต็มศักยภาพ พร้อมประกาศว่ามาเลเซียพร้อมให้การสนับสนุนทุกก้าวย่างที่จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ผู้นำมาเลเซียเตือนด้วยว่า ภูมิภาคอาเซียน ไม่สามารถปล่อยให้ข้อพิพาทยืดเยื้อนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่โดยสิ่งสำคัญเร่งด่วนที่สุดขณะนี้ คือ หยุดการสู้รบ ป้องกันอันตรายต่อพลเรือน และกลับสู่เส้นทางการทูตบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและจิตวิญญาณของเพื่อนบ้านที่อาเซียนยึดถือมาโดยตลอด.

“ฮุนเซน” สั่งยึดเส้นแดง แนวตอบโต้ชัดเจนของฝั่งกัมพูชา เตรียมพร้อมเต็มกำลังรับมือการโจมตีจากฝั่งไทย

"ฮุนเซน" สั่งยึดเส้นแดง แนวตอบโต้ชัดเจนของฝั่งกัมพูชา เตรียมพร้อมเต็มกำลังรับมือการโจมตีจากฝั่งไทย

8 ธ.ค. 2568 13:05 น.

“ฮุนเซน” สั่งยึดเส้นแดง แนวตอบโต้ชัดเจนของฝั่งกัมพูชา เตรียมพร้อมเต็มกำลังรับมือการโจมตีจากฝั่งไทย

ฮุนเซน เดือด สั่งกองกำลังทุกหน่วยยึด “เส้นแดงตอบโต้” เคร่งครัด เตรียมพร้อมเต็มกำลังรับมือการโจมตีจากฝั่งไทย ลั่นยกเลิกภารกิจทั้งหมดในประเทศเพื่อร่วมกำกับดูแลกองทัพเคียงข้างนายกฯ ในช่วงวิกฤติ

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวของกัมพูชารายงานว่า สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียล สั่งกองกำลังทุกหน่วยยึด “เส้นแดงตอบโต้” อย่างเคร่งครัด และเตรียมพร้อมเต็มกำลังรับมือการโจมตีจากฝั่งไทย ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดชายแดนกัมพูชา–ไทยพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง หลังมีการปะทะต่อเนื่องหลายจุด 

ฮุน เซน ระบุว่า ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงเช้าวันนี้ กองกำลังไทยได้ยิงอาวุธหลากหลายชนิดเข้าใส่พื้นที่กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง หวังยั่วยุให้ตอบโต้เพื่อล้มข้อตกลงหยุดยิงและคำประกาศสันติภาพกัมพูชา–ไทย  ที่ลงนามเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา

อดีตนายกฯ กัมพูชา ย้ำว่า “เส้นแดงในการตอบโต้ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้ว” พร้อมสั่งผู้บังคับบัญชาทุกระดับทำความเข้าใจและชี้แจงต่อทหารใต้บังคับบัญชาอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการตัดสินใจผิดพลาดในพื้นที่ปะทะ

นอกจากนี้ ฮุน เซน ได้สั่งให้หน่วยงานท้องถิ่นเร่งอพยพประชาชนออกจากจุดเสี่ยง และช่วยเหลือผู้ที่กำลังหนีภัยจากพื้นที่สู้รบไปยังเขตปลอดภัย พร้อมเปิดเผยว่าได้ยกเลิกภารกิจทั้งหมดในประเทศเพื่อร่วมกำกับดูแลกองทัพเคียงข้างนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาในช่วงสถานการณ์วิกฤติ

เขายังขออภัยแขกทั้งในและต่างประเทศที่ไม่สามารถเข้าพบได้ในช่วงนี้ พร้อมส่งกำลังใจไปยังนักกีฬากัมพูชาที่กำลังแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยว่าให้แข่งขันตามปกติ ไม่ต้องวิตกกับสถานการณ์ชายแดน.

ที่มา Freshnews

สื่อนอกตีข่าวชายแดนไทย-กัมพูชาเดือดอีกรอบ ไทยโจมตีทางอากาศโต้เขมรยิงถล่มทหารไทยเสียชีวิต-บาดเจ็บ

สื่อนอกตีข่าวชายแดนไทย-กัมพูชาเดือดอีกรอบ ไทยโจมตีทางอากาศโต้เขมรยิงถล่มทหารไทยเสียชีวิต-บาดเจ็บ

8 ธ.ค. 2568 11:14 น.

สื่อนอกตีข่าวชายแดนไทย-กัมพูชาเดือดอีกรอบ ไทยโจมตีทางอากาศโต้เขมรยิงถล่มทหารไทยเสียชีวิต-บาดเจ็บ

สื่อต่างชาติรายงานสถานการณ์เดือดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุดไทยโจมตีทางอากาศถล่มกัมพูชาเพื่อตอบโต้กัมพูชายิงปืนใหญ่ถล่มทหารไทยเสียชีวิต-บาดเจ็บ หวั่นกระทบความน่าเชื่อถือข้อตกลงหยุดยิง 

สำนักข่าว “CNN” “Aljazeera”  “France24” และ “The Star” ของมาเลเซีย รายงานว่า เกิดเหตุสู้รบระลอกใหม่ระหว่างไทยและกัมพูชา เมื่อกองทัพไทย โจมตีทางอากาศใส่กัมพูชาตามแนวพื้นที่พิพาทชายแดน ในขณะที่กัมพูชายิงปืนใหญ่ถล่มทหารไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บ ทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยกระดับขึ้นอีกครั้ง และเสี่ยงต่อการล้มเหลวของแผนสันติภาพที่เพิ่งมีการผลักดันโดย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เมื่อราวสองเดือนก่อน

สื่อต่างชาติรายงานว่า ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันและกันว่าเป็นผู้เริ่มเปิดฉากปะทะในเช้าวันจันทร์ โดยไทยและกัมพูชาต่างอ้างว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ยิงโจมตีก่อนในพื้นที่ตามแนวเขตแดนที่ยังเป็นข้อพิพาทมายาวนาน

เหตุปะทุครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์แห่งความตึงเครียดที่ค่อยๆ สะสม หลังไทยมีการระงับการเดินหน้าในข้อตกลงหยุดยิง ที่สองประเทศร่วมลงนามภายใต้การประสานของสหรัฐฯ ส่งผลให้ช่องทางการเจรจาเริ่มชะงักงัน และความขัดแย้งกลับมาปะทุอีกครั้ง

แม้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บจากเหตุโจมตี แต่สถานการณ์ล่าสุดทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นจะยิ่งทำให้ความพยายามสร้างเสถียรภาพตามแนวชายแดนล้มเหลว และอาจลากเข้าสู่ความขัดแย้งเต็มรูปแบบ หากไม่เร่งรื้อฟื้นการเจรจาโดยด่วน.

กัมพูชาปัดข่าว เคลื่อนย้ายอาวุธหนัก กล่าวหาไทยยิงเข้ามา 2 ครั้ง

กัมพูชาปัดข่าว เคลื่อนย้ายอาวุธหนัก กล่าวหาไทยยิงเข้ามา 2 ครั้ง

8 ธ.ค. 2568 06:38 น.

กัมพูชาปัดข่าว เคลื่อนย้ายอาวุธหนัก กล่าวหาไทยยิงเข้ามา 2 ครั้ง

กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ปฏิเสธรายงานของกองทัพไทย ที่ว่าพวกเขาเคลื่อนย้ายอาวุธหนักประจำการตามแนวชายแดนแล้ว ในขณะที่กล่าวหาฝ่ายไทยว่า ยิงพวกเขา 2 ระลอกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เมื่อช่วงหลังเที่ยงคืนเข้าสู่วันที่ 8 ธ.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊กของกระทรวงกลาโหมกัมพูชา โพสต์แถลงการณ์ปฏิเสธรายงานของกองทัพไทยที่ระบุว่า กัมพูชาได้เคลื่อนย้ายอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์หนักและร้ายแรงตามแนวชายแดนกัมพูชา–ไทย ในขณะเดียวกันก็กล่าวหาไทยว่า ยิงเข้าใส่ฝ่ายกัมพูชา 2 ครั้ง

แถลงการณ์ดังกล่าว ลงชื่อ พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ระบุว่า

“กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขอแจ้งให้สาธารณชน รวมถึงนักข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทราบว่า ในคืนวันที่ 7 ธันวาคม 2025 ใกล้เที่ยงคืนของวันที่ 8 ธันวาคม 2025 กระทรวงได้รับทราบว่า เพจอย่างเป็นทางการของกองทัพภาคที่ 2 ของไทย ได้เผยแพร่ข้อมูลเท็จอย่างแข็งขัน ซึ่งขัดแย้งกับความจริงอย่างชัดเจน โดยการเผยแพร่ข้อกล่าวอ้างที่ว่า ‘กัมพูชามีการเคลื่อนย้ายอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์หนักและร้ายแรงตามแนวชายแดนกัมพูชา–ไทย’ ข้อมูลที่ผิดนี้ถูกนำไปอ้างอิงและเผยแพร่ซ้ำโดยสื่อไทยบางสำนัก โดยมีเจตนาที่จะทำให้สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าใจผิด และใช้เป็นข้ออ้างเพื่อยกระดับความตึงเครียดทางทหารกับกัมพูชาอีกครั้ง

“กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขอปฏิเสธการกล่าวอ้างนี้ และขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้:

1.แถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยเพจอย่างเป็นทางการของกองทัพภาคที่ 2 ของไทย รวมถึงสื่อไทยหลายสำนัก ที่กล่าวหาว่ากัมพูชามีการเคลื่อนย้ายอาวุธและยุทโธปกรณ์หนักและร้ายแรงตามแนวชายแดนกัมพูชา–ไทยนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

2.กองทัพกัมพูชาไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหรือปฏิญญาร่วมว่าด้วยสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย ตรงกันข้ามกับที่มีการรายงานโดยโซเชียลมีเดียและสื่อของไทย”

“กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขอยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะเคารพและดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาร่วมว่าด้วยสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทยอย่างเต็มที่ กระทรวงจะยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดในทุกระดับ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างทั้งสองประเทศ และกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด”

ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาได้โพสต์แถลงการณ์กล่าวหาว่า ทหารไทยเปิดฉากโจมตีทหารฝ่ายกัมพูชาที่ประจำการในพื้นที่ ปรอเลียน ธมอร์ (Prorlean Thmar) ในอำเภอจอมกระสานต์ จังหวัดพระวิหาร ตั้งแต่เวลาประมาณ 14:15 น. ถึง 14:32 น. ของวันที่ 7 ธ.ค. และฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ยิงโต้กลับอย่างที่ฝ่ายไทยกล่าวหา ชี้เป็นข่าวเท็จที่สร้างขึ้นเพื่อทำให้สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าใจผิด และใช้เป็นข้ออ้างเพื่อยกระดับความตึงเครียดทางทหารกับกัมพูชา

กระทรวงกลาโหมกัมพูชาอ้างอีกว่า ในเวลาประมาณ 20:02 น. วันเดียวกัน ทหารไทยเปิดฉากโจมตีครั้งที่ 2 ด้วยอาวุธขนาดเล็กหลายครั้ง นัดบริเวณด้านหน้าแนวรบของกัมพูชาในพื้นที่ “โอพกา สแนะห์” (O’ Phka Sneh) และโจมตีพื้นที่ ปรอเลียน ธมอร์ อีกครั้งในเวลา 20:30 น. โดยใช้ทั้งอาวุธขนาดเล็กและปืนครก ก่อนที่การโจมตีจะสิ้นสุดในเวลาประมาณ 20:50 น.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook