ฮอลลีวูดเดือด! หลังเปิดตัว “ทิลลี นอร์วูด” นักแสดง AI จุดกระแสต่อต้านทั่ววงการ

ฮอลลีวูดเดือด! หลังเปิดตัว "ทิลลี นอร์วูด" นักแสดง AI จุดกระแสต่อต้านทั่ววงการ

1 ต.ค. 2568 12:09 น.

ฮอลลีวูดเดือด! หลังเปิดตัว “ทิลลี นอร์วูด” นักแสดง AI จุดกระแสต่อต้านทั่ววงการ

“ทิลลี นอร์วูด” นักแสดงที่สร้างขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงในฮอลลีวูด หลังผู้สร้างชาวดัตช์เผยว่ากำลังเจรจากับเอเจนซี่นักแสดงชื่อดังหลายแห่ง สมาพันธ์นักแสดงของสหรัฐฯ (SAG-AFTRA) ออกมาประณามการสร้าง AI ดังกล่าวทันที โดยระบุว่านี่ไม่ใช่ “นักแสดง” แต่เป็นเพียงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกฝึกฝนจากผลงานของมนุษย์นับไม่ถ้วน

ทิลลี นอร์วูด ถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายนักแสดงหญิงสาวหน้าใหม่ เมื่อดูจากสื่อสังคมออนไลน์ของเธอ ซึ่งมีการโพสต์ภาพถ่ายและวิดีโอตลกสั้นที่สร้างจาก AI โดยระบุว่าเธอมีบุคลิกแบบ “สาวข้างบ้าน” ผู้สร้างของทิลลีได้เขียนข้อความบนหน้าเพจของเธอว่า “ฉันอาจเป็น AI แต่ฉันกำลังรู้สึกถึงอารมณ์ที่แท้จริงในตอนนี้ ฉันตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะมาถึงมาก!”

การเกิดขึ้นของทิลลี นอร์วูด ได้รับการประณามจาก สมาพันธ์นักแสดงจอภาพและสมาพันธ์ศิลปินโทรทัศน์และวิทยุแห่งอเมริกา (SAG-AFTRA) ซึ่งเป็นสหภาพนักแสดงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในฮอลลีวูด รวมถึงเหล่าดาราดังอย่าง เอมิลี บลันท์, นาตาชา ลีออน และ วูปี้ โกลด์เบิร์ก

SAG-AFTRA ระบุในแถลงการณ์ว่า นอร์วูด “ไม่ใช่นักแสดง แต่เป็นตัวละครที่สร้างขึ้นโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกฝึกฝนจากผลงานของนักแสดงมืออาชีพนับไม่ถ้วน” และกล่าวเสริมว่า “มันไม่มีประสบการณ์ชีวิตให้ดึงมาใช้ ไม่มีอารมณ์ และจากที่เราเห็น ผู้ชมก็ไม่ได้สนใจที่จะรับชมเนื้อหาที่สร้างจากคอมพิวเตอร์โดยปราศจากประสบการณ์ของมนุษย์”

นักแสดงและนักแสดงตลกชาวดัตช์ อีลีน ฟาน เดอร์ เวลเดน ผู้สร้างทิลลี นอร์วูด กล่าวว่าเธอต้องการให้ทิลลีเป็น “สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน คนต่อไป” ได้ออกมาตอบโต้ท่ามกลางกระแสความโกรธแค้นในฮอลลีวูด โดยโพสต์ผ่านอินสตาแกรมของทิลลีว่า การสร้างนี้ “ไม่ได้มาแทนที่มนุษย์ แต่เป็นงานสร้างสรรค์ เป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่ง”

เธอยืนยันว่าการสร้างทิลลีเป็น “การกระทำที่ต้องใช้จินตนาการและฝีมือช่างฝีมือ ไม่ต่างจากการวาดตัวละคร การเขียนบทบาท หรือการกำหนดรูปแบบการแสดง” และเห็นว่าผลงานเหล่านี้ควรถูกตัดสิน “ในฐานะส่วนหนึ่งของประเภทของมันเอง” แทนที่จะนำไปเปรียบเทียบกับนักแสดงที่เป็นมนุษย์

ด้านนักแสดงและนักแสดงตลก วูปี้ โกลด์เบิร์ก แสดงความเห็นในรายการทอล์คโชว์ The View ว่าผู้ชมสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างมนุษย์และนักแสดงสังเคราะห์ได้ และไม่เชื่อว่า AI จะขโมยงานจากนักแสดงที่เป็นมนุษย์ได้ทั้งหมด เพราะมนุษย์ “เคลื่อนไหวแตกต่างกัน ใบหน้าของเราเคลื่อนไหวแตกต่างกัน ร่างกายของเราเคลื่อนไหวแตกต่างกัน”

รายงานข่าวระบุว่า นอร์วูดเพิ่งได้รับความสนใจอย่างมากในฮอลลีวูด หลังจากที่ผู้สร้างของเธอได้นำเสนอผลงานในการประชุมสุดยอดที่เมืองซูริกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังแนะนำว่าสตูดิโอและเอเจนซี่ในฮอลลีวูดบางแห่งก็กำลังยอมรับการใช้ AI อย่างเงียบ ๆ และคาดว่าจะมีประกาศเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีนี้ในโครงการระดับสูงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า.

ที่มา  BBC 

ช็อก นักปีนเขาตกเขาดับสลดในจีน หลังถอดเชือกนิรภัยเพื่อถ่ายรูป (คลิป)

ช็อก นักปีนเขาตกเขาดับสลดในจีน หลังถอดเชือกนิรภัยเพื่อถ่ายรูป (คลิป)

1 ต.ค. 2568 11:27 น.

ช็อก นักปีนเขาตกเขาดับสลดในจีน หลังถอดเชือกนิรภัยเพื่อถ่ายรูป (คลิป)

โลกโซเชียลเผยคลิปสุดช็อก นักปีนเขาชาวจีนไถลตกเขา ขณะปีนยอดเขานามะ มณฑลเสฉวน หลังจากถอดเชือกนิรภัยออกเพื่อพยายามถ่ายภาพเซลฟี่

เกิดเหตุการณ์สุดช็อก ต่อหน้าต่อตานักปีนเขาจำนวนมาก หลังจากที่นักปีนเขาหนุ่มรายหนึ่ง แก้เชือกนิรภัยออกเพื่อถ่ายภาพเซลฟี่ แต่ขณะพยายามลุกขึ้นยืน กลับสะดุดกับรองเท้าตะปู ก่อนจะพลัดตกลงไปจากหน้าผา

โดย Red Star News สื่อท้องถิ่นของจีนรายงานว่า ผู้เสียชีวิตมีนามสกุล หง อายุราว 30 ปี โดยเขามาเยือนภูเขาลูกนี้เป็นครั้งแรก โดยเขาตกลงมาจากหน้าผาสูงราว 100–200 เมตร โดยมีคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์แสดงให้เห็นช่วงที่เขาพลัดตกลงจากหน้าผาสูงชัน ท่ามกลางความตกตะลึงของนักปีนเขาคนอื่นๆ แต่ก็ไม่มีใครสามารถช่วยเขาได้ โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุการณ์

สำหรับ ยอดเขานามะ มีความสูง 5,588 เมตร และเป็นหนึ่งในยอดเขาข้างเคียงของ ภูเขากงกา ซึ่งถือเป็นภูเขาสูงที่สุดในมณฑลเสฉวน.

ที่มา : channelnewsasia

อ่านข่าวเกี่ยวกับ นักปีนเขา

ชาวเมืองชิลีผวา หลุมยุบยักษ์ 3 ปียังไร้การกลบ ศาลสั่งบริษัทเหมืองเร่งฟื้นฟู

ชาวเมืองชิลีผวา หลุมยุบยักษ์ 3 ปียังไร้การกลบ ศาลสั่งบริษัทเหมืองเร่งฟื้นฟู

1 ต.ค. 2568 11:08 น.

ชาวเมืองชิลีผวา หลุมยุบยักษ์ 3 ปียังไร้การกลบ ศาลสั่งบริษัทเหมืองเร่งฟื้นฟู

ชาวบ้านในเมืองเตียร์รา อามารียา ซึ่งเป็นเมืองเหมืองแร่ในทะเลทรายอาตากามา ของชิลี ต่างมีความหวังว่าคำตัดสินล่าสุดของศาลจะช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับหลุมยุบยักษ์ ที่เกิดขึ้นใกล้ที่อยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี และจนถึงตอนนี้ยังคงไม่มีการถมให้เรียบร้อย

เมื่อเดือนนี้ ศาลสิ่งแวดล้อมชิลี ได้มีคำสั่งให้ บริษัท มินเนรา โอโฮส เดล ซาลาโด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ลุนดิน ไมนิ่ง จากแคนาดา ดำเนินการแก้ไขความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ เหมืองทองแดงอัลกาปาร์โรซา ซึ่งคาดว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดหลุมยุบในปี 2022

คำตัดสินดังกล่าวมีข้อกำหนดให้บริษัทต้องปกป้องแหล่งน้ำในภูมิภาค และถมหลุมยุบให้เรียบร้อย โดยหลุมยุบรูปทรงกระบอกนี้มีความลึกถึง 64 เมตร และกว้าง 32 เมตร ที่บริเวณพื้นผิวดิน

ชีวิตที่อยู่กับความหวาดกลัว:คำสั่งศาลสร้างความโล่งใจเล็กน้อยให้กับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่แห้งแล้งนี้ เนื่องจากชาวบ้านเกรงว่าหลุมขนาดใหญ่อาจขยายตัวและกลืนกินพื้นที่ใกล้เคียงได้อีก

นางรูดี้ อัลฟาโร ผู้มีบ้านห่างจากหลุมยุบเพียง 800 เมตร เปิดเผยว่า “นับตั้งแต่เกิดหลุมยุบ เราก็อยู่กับความกลัวมาตลอด” เธอกล่าวว่านอกจากบ้านเรือนแล้ว ยังมีศูนย์สุขภาพและโรงเรียนอนุบาลอยู่ใกล้เคียง และยังเผยอีกว่าล่าสุดหลุมยุบยังได้พ่นกลุ่มฝุ่นขนาดใหญ่ออกมาขณะเกิดแผ่นดินไหว ทำให้ยิ่งเพิ่มความวิตกกังวล

ความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่ยืนยันแล้ว:ศาลยังคงยืนยันคำสั่ง ปิดเหมืองอัลกาปาร์โรซา ที่ออกโดยหน่วยงานกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมของชิลีตั้งแต่เดือนมกราคม และยืนยันว่าเกิดความเสียหาย “ไม่สามารถย้อนกลับได้” ต่อชั้นหินอุ้มน้ำในบริเวณนั้น ซึ่งน้ำได้ไหลลงสู่เหมืองและทำให้ชั้นหินโดยรอบอ่อนแอลง

นายโรดริโก ซาเอซ ผู้อำนวยการด้านน้ำในภูมิภาคกล่าวว่า “นี่เป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายอย่างมากต่อพื้นที่ที่ประสบภาวะตึงเครียดด้านอุทกวิทยาอยู่แล้ว”

ด้านบริษัท ลุนดิน ไมนิ่ง ระบุว่าจะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินมาตรการฟื้นฟูตามที่ศาลสั่งการต่อไป.

ที่มา Reuters

ฟิลิปปินส์อ่วม ฝนถล่มน้ำท่วมซ้ำเซบู ไม่กี่ชม.หลังเจอแผ่นดินไหวรุนแรง

ฟิลิปปินส์อ่วม ฝนถล่มน้ำท่วมซ้ำเซบู ไม่กี่ชม.หลังเจอแผ่นดินไหวรุนแรง

1 ต.ค. 2568 10:50 น.

ฟิลิปปินส์อ่วม ฝนถล่มน้ำท่วมซ้ำเซบู ไม่กี่ชม.หลังเจอแผ่นดินไหวรุนแรง

ฟิลิปปินส์อ่วม หลังเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.9 เมื่อคืนวันอังคาร 30 กันยายน ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 53 ราย เจ็บนับร้อย ซ้ำร้ายไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเกิดฝนกระหน่ำหนัก ทำให้เมืองจมบาดาลกลางดึกจนถึงเช้ามืด

วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ศูนย์เตือนภัยและจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า เกิดฝนตกหนักเทกระหน่ำตั้งแต่ช่วงดึกต่อเนื่องถึงตี 3 ของวันที่ 1 ตุลาคม ส่งผลให้น้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ รถจมใต้น้ำ ถนนกลายเป็นคลอง บางแห่งระดับน้ำสูงถึงเอว เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเพิ่งเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.9 เมื่อคืนวันอังคาร 30 กันยายน ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 53 ราย มีผู้บาดเจ็บ 147 ราย  

แผ่นดินไหวยังสร้างความเสียหายต่ออาคาร บ้านเรือน และโบสถ์เก่าแก่หลายแห่งในจังหวัดเซบู ขณะที่ชาวบ้านหลายพันชีวิตต้องหนีตายออกนอกเคหสถาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยฉุกเฉินยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหาย ขณะที่โรงพยาบาลท้องถิ่นแน่นขนัดไปด้วยผู้บาดเจ็บ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าของครอบครัวผู้สูญเสีย 53 ชีวิต

ขณะที่ทางการเตือนประชาชนเฝ้าระวังทั้งอาฟเตอร์ช็อกและภาวะน้ำหลากที่อาจเกิดขึ้นอีกในช่วงมรสุม พร้อมวิงวอนประชาชนร่วมมือปฏิบัติตามคำสั่งอพยพเพื่อความปลอดภัยสูงสุด.

รัฐบาลสหรัฐฯ “ชัตดาวน์” หลังวุฒิสภาคว่ำร่างงบฯ – ทรัมป์ขู่ปลดเจ้าหน้าที่เพิ่ม

รัฐบาลสหรัฐฯ "ชัตดาวน์" หลังวุฒิสภาคว่ำร่างงบฯ – ทรัมป์ขู่ปลดเจ้าหน้าที่เพิ่ม

1 ต.ค. 2568 10:50 น.

รัฐบาลสหรัฐฯ “ชัตดาวน์” หลังวุฒิสภาคว่ำร่างงบฯ – ทรัมป์ขู่ปลดเจ้าหน้าที่เพิ่ม

สหรัฐอเมริกาเข้าสู่ภาวะ “รัฐบาลชัตดาวน์” (Government Shutdown) อีกครั้ง หลังจากวุฒิสภาลงมติด้วยคะแนนเสียง 55 ต่อ 45 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ไม่ผ่านมติที่จะขยายเวลาการจัดสรรงบประมาณออกไป ซึ่งต้องใช้คะแนนเสียงอย่างน้อย 60 เสียง เพื่อให้มติดังกล่าวมีผลบังคับใช้ก่อนเที่ยงคืนของวันพุธนี้

การไม่ผ่านมตินี้ทำให้หน่วยงานรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ จะต้องระงับกิจกรรมที่ไม่จำเป็นทั้งหมด นับตั้งแต่เที่ยงคืนวันพุธเป็นต้นไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางตั้งแต่การเดินทางทางอากาศไปจนถึงการประกาศรายงานตัวเลขการจ้างงานรายเดือน

จนถึงขณะนี้ ทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตยังไม่มีสัญญาณว่าจะสามารถหาทางประนีประนอมได้ โดยความขัดแย้งหลักอยู่ที่ งบประมาณมูลค่า 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ สำหรับการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ

พรรคเดโมแครต ยืนยันว่า ร่างกฎหมายงบประมาณใด ๆ จะต้องรวมถึงการขยายเวลา เงินอุดหนุนด้านสุขภาพ ภายใต้กฎหมาย Affordable Care Act ที่กำลังจะหมดอายุลง เพื่อป้องกันไม่ให้ค่ารักษาพยาบาลของชาวอเมริกัน 24 ล้านคนพุ่งสูงขึ้น ส่วนพรรครีพับลิกัน ยืนกรานว่า ปัญหาทั้งสองควรได้รับการจัดการแยกกัน และกล่าวหาเดโมแครตว่าใช้การจัดสรรงบประมาณเป็นตัวประกันทางการเมือง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ซ้ำเติมความตึงเครียดด้วยการขู่ว่าจะยกเลิกโครงการที่พรรคเดโมแครตสนับสนุนและปลดพนักงานของรัฐบาลกลางเพิ่มเติมหากรัฐบาลต้องปิดตัวลง โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราจะปลดคนจำนวนมาก พวกเขาจะต้องเป็นเดโมแครต” คำขู่ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลกลางกำลังเผชิญกับการลาออกของพนักงานกว่า 150,000 คน ซึ่งเป็นการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 80 ปี

เมื่อเกิดภาวะชัตดาวน์ หน่วยงานต่างๆ จะต้องส่งพนักงานหลายหมื่นคนกลับบ้าน โดยไม่ได้รับค่าจ้าง แม้ว่าเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ “จำเป็น” เช่น ทหารหรือเจ้าหน้าที่รักษาชายแดนจะยังคงทำงาน แต่ก็จะไม่ได้รับค่าจ้างจนกว่าสภาคองเกรสจะสามารถแก้ไขปัญหาได้

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น อาจส่งผลให้การเดินทางทางอากาศล่าช้าลง ส่วนกระทรวงแรงงานจะไม่ออกรายงานอัตราการว่างงาน ประจำเดือน ด้านหน่วยงานธุรกิจขนาดเล็กอาจจะระงับการปล่อยสินเชื่อ สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมจะ ระงับความพยายามในการทำความสะอาดมลพิษบางส่วน 

ทั้งนี้ สหรัฐฯ เคยเกิดภาวะชัตดาวน์ครั้งล่าสุดในช่วงปี 2018-2019 ซึ่งยาวนานถึง 35 วัน และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

วุฒิสมาชิกจอห์น ธูน ผู้นำเสียงข้างน้อยของรีพับลิกันกล่าวว่า วุฒิสภาจะลงมติอีกครั้งในวันพุธนี้ แต่ด้วยไม่มีสัญญาณการประนีประนอมใด ๆ ภาวะชัตดาวน์ในครั้งนี้จึงยังไม่ชัดเจนว่าจะยืดเยื้อนานเพียงใด.

ที่มา Reuters

แม่รัสเซียเลี้ยงลูกในถ้ำที่อินเดีย ล่าสุด ได้กลับประเทศแล้ว

 แม่รัสเซียเลี้ยงลูกในถ้ำที่อินเดีย ล่าสุด ได้กลับประเทศแล้ว

1 ต.ค. 2568 09:58 น.

แม่รัสเซียเลี้ยงลูกในถ้ำที่อินเดีย ล่าสุด ได้กลับประเทศแล้ว

แม่รัสเซียพร้อมลูกน้อย 2 คน ที่เคยตกเป็นข่าวดังไปทั่วโลกหลังถูกพบใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำกลางป่าอินเดีย ล่าสุดทั้งหมดได้เดินทางกลับบ้านเกิดประเทศรัสเซียแล้ว เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา

เรื่องราวแปลกประหลาดของ นีนา คูตินา หญิงชาวรัสเซียวัย 40 ปี ที่ถูกพบว่าใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำกลางป่าอินเดียพร้อมกับลูกสาววัย 6 และ 5 ขวบ ที่เคยตกเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก ล่าสุดเธอและลูกๆ ได้เดินทางกลับประเทศรัสเซียแล้ว แม้ว่านักธุรกิจชาวอิสราเอลที่อ้างว่าเป็นพ่อเด็กพยามเรีบกร้องสิทธิ์ในการดูแล

โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตำรวจอินเดียที่ออกลาดตระเวนในป่า กัวร์คานา ได้สะดุดตาเมื่อเห็นเสื้อผ้าสีสดแขวนอยู่หน้าถ้ำ พอเข้าไปใกล้ก็เจอเด็กหญิงผมบลอนด์ตัวน้อยวิ่งออกมา ก่อนจะพบแม่ชาวรัสเซียและลูกอีกคนกำลังอาศัยอยู่ข้างใน ท่ามกลางสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก มีเพียงเสื่อพลาสติก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และของใช้เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม นีนายืนยันว่าเธอและลูกๆ มีความสุข ที่ได้อยู่กับธรรมชาติ โดยถึงขั้นบอกตำรวจว่าสัตว์และงูคือเพื่อนของพวกเธอ และมนุษย์ต่างหากที่อันตราย

หลังพวกเธอถูกนำตัวไปยังศูนย์กักกันคนต่างด้าว คดีนี้ก็ยิ่งซับซ้อนขึ้น เมื่อ ดรอร์ ชโลโม โกลด์สตีน นักธุรกิจชาวอิสราเอลที่อาศัยอยู่ในกัวร์คานา อ้างว่าเป็นพ่อของเด็กหญิงทั้งสอง และพยายามยื่นเรื่องขออำนาจศาลอินเดียไม่ให้ส่งลูกกลับรัสเซีย พร้อมเรียกร้องสิทธิ์ในการดูแล

แต่ศาลสูงกัวร์คานาตัดสินว่า แม้โกลด์สตีนจะอ้างว่าเลี้ยงดูแม่และลูกมานาน แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมพวกเธอถึงไปใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ และท้ายที่สุดศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ครอบครัวนี้กลับรัสเซียได้

โดยเอกสารศาลระบุว่า สถานทูตรัสเซียได้ออกเอกสารฉุกเฉินให้ครอบครัวคูตินาเดินทางกลับประเทศในช่วงวันที่ 26 กันยายน–9 ตุลาคม โดยการเดินทางกลับรัสเซียเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ยังมีลูกชายอีกคนของนีนาจากความสัมพันธ์ก่อนหน้านี้ร่วมเดินทางกลับด้วย

ทั้งนี้ คดีนี้กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก และได้รับความสนใจจากผู้คนที่ติดตามข่าว เพราะเต็มไปด้วยปริศนา โดยยังไม่มีคำตอบว่าทำไมแม่ลูกชาวรัสเซียถึงเลือกใช้ชีวิตในถ้ำ ความสัมพันธ์กับนักธุรกิจอิสราเอลเป็นอย่างไร และจริงหรือไม่ที่เธอตั้งใจหลีกหนีผู้คนไปใช้ชีวิตกับธรรมชาติ.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ หญิงรัสเซีย

ชาวฟิลิปปินส์ตะลึง แผ่นดินไหวโบสถ์พังถล่มแต่รูปปั้นนักบุญโรซา ไม่ได้รับความเสียหาย

ชาวฟิลิปปินส์ตะลึง แผ่นดินไหวโบสถ์พังถล่มแต่รูปปั้นนักบุญโรซา ไม่ได้รับความเสียหาย

1 ต.ค. 2568 09:38 น.

ชาวฟิลิปปินส์ตะลึง แผ่นดินไหวโบสถ์พังถล่มแต่รูปปั้นนักบุญโรซา ไม่ได้รับความเสียหาย

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าจังหวัดเซบู ของฟิลิปปินส์ อาคารหลายพลังพังถล่มเสียหาย รวมไปถึงโบสถ์เก่าแก่อันเป็นที่ศรัทธาของประชาชน แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบรูปปั้นนักบุญโรซา ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 แมกนิจูด เขย่าพื้นที่เมืองดานบันตายัน จังหวัดเซบู เมื่อคืนวันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 21.59 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ “อาสนวิหารแม่พระนักบุญโรซาแห่งลิมา” (Archdiocesan Shrine of Santa Rosa de Lima) พังถล่มบางส่วน แต่องค์พระศีลมหาสนิท และรูปปั้นนักบุญโรซาไม่ได้รับความเสียหาย  

สำนักงานบริหารจัดการความเสี่ยงและลดผลกระทบภัยพิบัติแห่งชาติของฟิลิปปินส์ รายงานยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 27 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีก 147 ราย ขณะที่หน่วยงานภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหว ออกประกาศเตือนสึนามิเล็กน้อย โดยคลื่นอาจสูงไม่เกิน 1 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปกติก่อนประกาศยกเลิกในเวลาต่อมา

ทางด้านอัลแบร์โต เอส. อุย อาร์ชบิชอปแห่งเซบู สั่งประเมินโครงสร้างของโบสถ์และอาคารสังฆราชทุกแห่ง พร้อมขอให้ชาวคริสต์ในพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัดงดใช้โบสถ์สำหรับพิธีมิสซาชั่วคราวจนกว่าจะมั่นใจว่าอาคารปลอดภัย โดยระบุว่า ยังคงอธิษฐานต่อพระบิดาที่รัก ให้สงบใจและเข้มแข็งท่ามกลางวิกฤตนี้ ขอให้พระองค์ปกป้องและนำทางไปสู่ความปลอดภัยและสันติ 

ทั้งนี้ เซบูเป็นหนึ่งในเกาะแรกของฟิลิปปินส์ที่สเปนเข้าไปตั้งอาณานิคมในศตวรรษที่ 16 และยังมีโบสถ์เก่าแก่หลายแห่ง การประกาศให้หลีกเลี่ยงเข้าพื้นที่โบสถ์ในครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่อประชาชนอย่างยิ่ง.

ที่มา : Facebook/Archdiocesan Shrine of Santa Rosa de Lima

ดับแล้ว 20 ศพ แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ อาคารถล่มหลายจุด

ดับแล้ว 20 ศพ แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ อาคารถล่มหลายจุด

1 ต.ค. 2568 05:19 น.

ดับแล้ว 20 ศพ แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ อาคารถล่มหลายจุด

แผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.9 ที่เขย่าภาคกลางของประเทศฟิลิปปินส์เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 20 ศพ หลังจากแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารพังถล่มหรือเสียหายหลายจุด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แผ่นดินไหวขนาด 6.9 ที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่งของเกาะเซบู ตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (30 ก.ย. 2568) ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 ศพ

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทำให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาไฟฟ้าดับ และสร้างความเสียหายต่ออาคารหลายแห่งทั่วภูมิภาควิซายัส (Visayas) โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่ม

สำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ใต้ลึกเพียง 10 กิโลเมตร ห่างจากเมืองกาลาเป ในจังหวัดโบโฮล ไปทางตะวันออกเฉียงใต้เพียง 11 กม. ก่อนจะมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง รุนแรงที่สุดอยู่ที่แมกนิจูด 6

เมืองเซบูซิตี ซึ่งมีประชากรเกือบหนึ่งล้านคน ได้รับแรงสั่นสะเทือนเป็นวงกว้าง โดยพันตำรวจเอก เอนริโก ฟิกัวโรอา ผู้บัญชาการตำรวจเมืองเซบูซิตี กล่าวว่า หม้อแปลงไฟฟ้าที่ติดตั้งบนเสา ระเบิดขณะเกิดแผ่นดินไหว

ขณะที่นายเอียน โป ผู้กำกับการตำรวจเมืองวิลลาบา (Villaba) ในจังหวัดเลย์เต เผยว่า แผ่นดินไหวกินเวลาราว 10 วินาที และทำให้สถานีตำรวจสั่น “อย่างเห็นได้ชัด”

ตามรายงานของสำนักข่าว เอเอฟพี มีอาคารและถนนได้รับความเสียหาย และไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่

ส่วนสถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหววิทยาแห่งฟิลิปปินส์ (Phivolcs) ระบุว่า ไม่มีภัยคุกคามจากคลื่นสึนามิ แต่เตือนให้ระวังกระแสน้ำที่รุนแรง และการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลอย่างรวดเร็ว จึงขอแนะนำให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังคลื่นที่ผิดปกติ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

รมว.กลาโหมสหรัฐฯ รับไม่ได้นายพลอ้วนฉุ ลั่นกองทัพต้องเปลี่ยน-เลิกโวค

รมว.กลาโหมสหรัฐฯ รับไม่ได้นายพลอ้วนฉุ ลั่นกองทัพต้องเปลี่ยน-เลิกโวค

1 ต.ค. 2568 02:44 น.

รมว.กลาโหมสหรัฐฯ รับไม่ได้นายพลอ้วนฉุ ลั่นกองทัพต้องเปลี่ยน-เลิกโวค

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวโจมตี “นายพลอ้วนฉุ” ต่อหน้าผู้นำทหารระดับสูง ลั่นยุคของรูปลักษณ์ที่ไม่เป็นมืออาชีพจบลงแล้ว พร้อมชูเรื่องมาตรฐานความแข็งแกร่งทางกายภาพในแบบผู้ชาย

เมื่อ 30 ก.ย. 2568 นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม (กลาโหม) กล่าวปราศรัยต่อผู้นำทางทหารหลายร้อยคนจากทั่วโลกซึ่งมารวมตัวกันที่ฐานทัพนาวิกโยธิน “ควอนติโก” ในรัฐเวอร์จิเนีย โดยประกาศยุติวัฒนธรรม “โวค” (woke) หรือการตื่นตัวทางสังคม และประกาศมาตรฐานความแข็งแรงทางกายภาพ “ระดับผู้ชาย” (male-level) สำหรับเจ้าหน้าที่ของกองทัพ

นายเฮกเซธระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ จะกำหนดให้ทหารต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางกายตาม “มาตรฐานสูงสุดของผู้ชาย” และยอมรับว่า มาตรการนี้อาจทำให้ผู้หญิงบางคนไม่สามารถเข้ารับราชการทหารได้ โดยย้ำว่า “มาตรฐานต้องมีความสม่ำเสมอ เป็นกลางทางเพศ และต้องสูง”

นายเฮกเซธแจกแจงวิสัยทัศน์ของเขาเพื่อการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมภายในกระทรวงกลาโหม และสร้าง “จิตวิญญาณนักรบ” (warrior ethos) ให้มากขึ้น

คำปราศรัยของนายเฮกเซธมุ่งเน้นไปที่วัฒนธรรมของกองทัพสหรัฐฯ การฝึกอบรม ความเป็นผู้นำ และ “การแก้ไขความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นมาหลายทศวรรษ” ซึ่งรวมถึงโครงการ DEI (ความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการไม่แบ่งแยก) และการส่งเสริมกลุ่มนายทหารที่ “กลัวความเสี่ยง”

นายเฮกเซธกล่าวว่า ทหารเหล่านี้ถูกเบี่ยงเบนความสนใจไปด้วยเรื่องภาวะโลกร้อน, แนวคิดโวค และความกลัวที่จะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้นำที่ “เป็นพิษ” (toxic)

นอกจากการประกาศการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานความแข็งแกร่งทางกายภาพแล้ว เฮกเซธยังให้คำมั่นว่าจะยุติ “ยุคของรูปลักษณ์ที่ไม่เป็นมืออาชีพ” ซึ่งรวมถึงข้อยกเว้นเรื่องการไว้หนวดเครา และยุติกระบวนการร้องเรียนแบบไม่เปิดเผยชื่อ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างของกระทรวง

“หากคำพูดที่ผมกำลังพูดในวันนี้ทำให้ใจพวกคุณรู้สึกท้อแท้ พวกคุณก็ควรทำในสิ่งที่สมเกียรติและลาออกไปซะ” นายเฮกเซธกล่าว “ผมรู้ว่าพวกคุณส่วนใหญ่รู้สึกตรงกันข้าม คำพูดเหล่านี้ทำให้ใจพวกคุณเปี่ยมล้น”

เฮกเซธยังวิจารณ์รูปลักษณ์ของทหารที่มีน้ำหนักเกิน โดยกล่าวว่า “เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ที่จะเห็นนายพลและพลเรือเอกที่อ้วนฉุ อยู่ในอาคารเพนตากอน”

เขากล่าวว่าการทดสอบสมรรถภาพทางกายทั้งหมดจะถูกกำหนดโดยมาตรฐานของผู้ชายเท่านั้น และเน้นย้ำถึงความสำคัญของมาตรฐานการดูแลรูปลักษณ์ (grooming standards)

“ยุคของรูปลักษณ์ที่ไม่เป็นมืออาชีพจบลงแล้ว ไม่มีการไว้เคราอีกต่อไป” เฮกเซธกล่าวต่อหน้าผู้ฟังที่นั่งเงียบกริบ

รัฐมนตรีกลาโหมยังพูดถึงเรื่องที่เขาเคยสั่งปลดผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพ ซึ่งคนหนึ่งเป็นคนผิวดำ และอีกคนเป็นผู้หญิง โดยกล่าวว่า เขาทำตาม “สัญชาตญาณ” และกำจัดบุคคลที่เขาเชื่อว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองจากนโยบายของรัฐบาลชุดก่อนออกไปจากกองทัพ และเขามั่นใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงความเป็นผู้นำอีกหลายครั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna , bbc

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ ทำตึกถล่มหลายจุด จนท.เร่งหาผู้สูญหาย

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ ทำตึกถล่มหลายจุด จนท.เร่งหาผู้สูญหาย

1 ต.ค. 2568 01:12 น.

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าฟิลิปปินส์ ทำตึกถล่มหลายจุด จนท.เร่งหาผู้สูญหาย

แผ่นดินไหวระดับ 6.9 เขย่าภาคกลางของประเทศฟิลิปปินส์ ทำให้ตึกถล่มหลายแห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังประเมินความเสียหายและค้นหาผู้ประสบภัย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.9 นอกชายฝั่งตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อคืนวันอังคารที่ 30 ก.ย. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้อาคารและถนนได้รับความเสียหาย และมีไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ ขณะที่หน่วยกู้ภัยกำลังค้นหาผู้ที่อาจได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

นายวิลสัน รามอส เจ้าหน้าที่กู้ภัยในเกาะเซบู เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เทศบาลกำลังเข้าตรวจสอบอาคารสาธารณะและโรงยิมในเมืองซาน เรมิฮิโอ (San Remigio) กับเมืองโบโก (Bogo) ซึ่งพังถล่มลงมาหลังเกิดแผ่นดินไหวในทะเลนอกชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะเซบู เมื่อเวลา 21:59 น.วันอังคารตามเวลาท้องถิ่น

นายรามอสระบุว่า อาจมีผู้คนติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังออกปฏิบัติหน้าที่ในเมืองซาน เรมิฮิโอ กับเมืองโบโก ซึ่งอยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อย่างไรก็ตาม นายรามอสไม่ทราบแน่ชัดว่ามีผู้สูญหายกี่คน

นายรามอสบอกด้วยว่า ปฏิบัติการกู้ภัยเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากความมืดกับอาฟเตอร์ช็อกหลายครั้งที่ตามมา โดยสำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า ตรวจพบอาฟเตอร์ช็อกความรุนแรง 5.0 หรือมากกว่าได้ถึง 4 ครั้งหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งแรก

ภาพความเสียหายภายนอก อาสนวิหารอัครสังฆมณฑลซานตา โรซา เด ลิมา หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อคืนวันที่ 30 ก.ย. 2568
ภาพความเสียหายภายนอก อาสนวิหารอัครสังฆมณฑลซานตา โรซา เด ลิมา หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อคืนวันที่ 30 ก.ย. 2568

ด้านสำนักงานแผ่นดินไหววิทยาท้องถิ่นของฟิลิปปินส์เตือนว่า อาจเกิดความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลเล็กน้อย และเรียกร้องให้ผู้อยู่อาศัยในเกาะกลาง คือ เลย์เต (Leyte), เซบู (Cebu) และ บิลิรัน (Biliran) “อยู่ให้ห่างจากชายหาดและอย่าไปยังชายฝั่ง”

ขณะเดียวกัน รัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดเซบูรายงานว่า แผ่นดินไหวทำให้อาคารพาณิชย์และโรงเรียน ในเมืองบันตายันพังถล่มลงมา ขณะที่ถนนของหมู่บ้านหลายแห่งก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน

ส่วนบริษัทโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติฟิลิปปินส์แจ้งว่า แผ่นดินไหวทำให้สายไฟขัดข้อง ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ทั่วจังหวัดเซบูและเกาะใกล้เคียงในภาคกลาง ซึ่งพวกเขากำลังประเมินขอบเขตความเสียหาย

นางปาเมลา บาริคัวโตร ผู้ว่าราชการจังหวัดเซบู มีแถลงการณ์ถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้ประชาชน “ตั้งสติและเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่เปิดโล่ง อยู่ห่างจากผนังหรือสิ่งปลูกสร้างที่อาจพังถล่ม และเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก”

เธอกล่าวด้วยว่า รัฐบาลจังหวัดกำลังประเมินสถานการณ์และติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่เทศบาลต่างๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : yahoo