ศรีลังกาเตือนภัยดินถล่มระลอกใหม่ ขณะที่ยอดตายจากพายุไซโคลน “ดิตวาห์” พุ่ง 607 ศพ

ศรีลังกาเตือนภัยดินถล่มระลอกใหม่ ขณะที่ยอดตายจากพายุไซโคลน "ดิตวาห์" พุ่ง 607 ศพ

6 ธ.ค. 2568 05:53 น.

ศรีลังกาเตือนภัยดินถล่มระลอกใหม่ ขณะที่ยอดตายจากพายุไซโคลน “ดิตวาห์” พุ่ง 607 ศพ

ศรีลังกาอ่วม เจอฝนตกหนักซ้ำอีก เสี่ยงดินถล่มเพิ่ม หลังพายุไซโคลน “ดิตวาห์” พัดถล่ม คร่าแล้ว 607 ศพ กระทบประชาชนกว่า 2 ล้านคน ทางการเร่งอพยพพื้นที่เสี่ยง

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 ทางการศรีลังกาออกคำเตือนดินถล่มฉบับใหม่ในพื้นที่เทือกเขาตอนกลางของประเทศ ซึ่งจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากอิทธิพลของพายุไซโคลนดิตวาห์ (Ditwah) ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุ เพิ่มขึ้นเป็น 607 ศพ และมีประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า 2 ล้านคน

โดยสำนักงานวิจัยอาคารแห่งชาติของศรีลังกา  ซึ่งทำหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เนินเขา ระบุว่า ปริมาณฝนที่ตกหนักต่อเนื่องอาจทำให้ดินอุ้มน้ำมากเกินไปและเสี่ยงถล่มเพิ่ม โดยระบุว่าในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนสะสมเกิน 150 มม. หากฝนยังตกต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงดินถล่ม

ทางด้านศูนย์จัดการภัยพิบัติ ระบุว่า ฝนระลอกล่าสุดมาพร้อมการเข้าสู่ฤดูมรสุม แม้บางพื้นที่ที่เริ่มท่วมตั้งแต่สัปดาห์ก่อนจะมีระดับที่เริ่มลดระดับลงแล้วก็ตาม ขณะที่จำนวนผู้สูญหายถูกปรับลดจาก 341 ราย เหลือ 214 ราย หลังหลายคนที่หายไปถูกสันนิษฐานว่าเสียชีวิตจากโคลนถล่มครั้งใหญ่

นอกจากนี้ มีรายงานว่าจำนวนผู้อพยพในศูนย์พักพิงของรัฐลดลงต่อเนื่องเหลือ 150,000 คน จากจุดสูงสุดที่ 225,000 คน หลังระดับน้ำในพื้นที่กรุงโคลัมโบและจังหวัดโดยรอบเริ่มลดลงทำให้ประชาชนเริ่มทยอยกลับไปทำความสะอาดซ่อมแซมบ้านเรือน

ทางด้านประธานาธิบดีอนุรา กุมารา ดิษณยเก กล่าวว่าฝนที่ตกในระดับสถิติครั้งนี้เป็นต้นเหตุของทั้งน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มหลายแห่ง   ระบุว่า เหตุการณ์นี้เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ท้าทายที่สุดในประวัติศาสตร์ของศรีลังกา.

ที่มา CNA

สลด แก๊สพิษรั่วในเหมืองถ่านหินอินเดีย คนงานดับ 2 ศพ อพยพประชาชนกว่า 1,000 คน

สลด แก๊สพิษรั่วในเหมืองถ่านหินอินเดีย คนงานดับ 2 ศพ อพยพประชาชนกว่า 1,000 คน

6 ธ.ค. 2568 04:39 น.

สลด แก๊สพิษรั่วในเหมืองถ่านหินอินเดีย คนงานดับ 2 ศพ อพยพประชาชนกว่า 1,000 คน

เกิดเหตุแก๊สพิษรั่วในเหมืองถ่านหินของอินเดีย คร่าคนงาน 2 ศพ ล้มป่วยอีก 12 ราย เร่งอพยพประชาชนกว่า 1,000 คนออกจากพื้นที่ หลังทางการประกาศเป็นเขตอันตราย เจ้าหน้าที่สอบหาสาเหตุเร่งด่วน

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุแก๊สพิษรั่วไหลภายในเหมืองถ่านหินที่ดำเนินการโดยบริษัท ภารตะ โคคิง โคล ลิมิเต็ด ในเขตธนพาท นครในรัฐฌารขัณฑ์ ของอินเดีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และมีผู้ถูกนำส่งโรงพยาบาลอีก 12 ราย   

รายงานข่าวระบุว่า หลังมีการรั่วไหลของแก๊สอันตราย ทำให้คนงานและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงมีอาการหายใจติดขัดอย่างเฉียบพลัน เจ้าหน้าที่กู้ชีพและทีมแพทย์ถูกส่งเข้าไปยังพื้นที่ทันทีเพื่อให้การรักษา โดยมีประชาชนจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์ ภาพจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นผู้คนสวมอุปกรณ์ป้องกัน เด็กๆ สวมหน้ากาก และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจอาการผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

รายงานข่าวระบุว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบถูกประกาศให้เป็น “เขตอันตราย” และมีคำสั่งอพยพประชาชนมากกว่า 1,000 คน ที่อาศัยอยู่ในบริเวณรอบเหมืองออกจากพื้นที่เป็นการป้องกันไว้ก่อน โดยการอพยพจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะตรวจสอบว่าพื้นที่ปลอดภัย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและรัฐได้เปิดการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุการรั่วของแก๊สพิษครั้งนี้ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับระบบระบายอากาศหรือโครงสร้างภายในเหมืองที่ขัดข้อง.

ที่มา AP

“แฟรงก์ เกห์รี” สถาปนิกไอคอนของโลก กับผลงานพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ บิลเบา เสียชีวิตแล้วในวัย 96 ปี

"แฟรงก์ เกห์รี" สถาปนิกไอคอนของโลก กับผลงานพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ บิลเบา เสียชีวิตแล้วในวัย 96 ปี

6 ธ.ค. 2568 04:00 น.

“แฟรงก์ เกห์รี” สถาปนิกไอคอนของโลก กับผลงานพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ บิลเบา เสียชีวิตแล้วในวัย 96 ปี

แฟรงก์ เกห์รี สถาปนิกผู้ปฏิวัติวงการด้วยผลงานล้ำยุคอย่างพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ บิลเบา เสียชีวิตแล้วในวัย 96 ปี ทิ้งมรดกทางสถาปัตยกรรมที่เขย่าโลกไว้มากมาย

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า แฟรงก์ เกห์รี สถาปนิกชาวแคนาดา-อเมริกัน หนึ่งในสถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20-21 เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 96 ปี โดยผลงานของแฟรงก์ เกห์รี ยังคงถูกยกย่องว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของสถาปัตยกรรมร่วมสมัย และยังสร้างแรงบันดาลใจให้สถาปนิกทั่วโลกจนถึงวันนี้

เมแกน ลอยด์ หัวหน้าคณะทำงานของเขา เปิดเผยข่าวการเสียชีวิตของแฟรงก์ เกห์รี โดยเกห์รีเป็นที่รู้จักจากแนวทางออกแบบสถาปัตยกรรมแนวอาวองการ์ด ล้ำยุค และเต็มไปด้วยการทดลอง โดยผลงานที่ทำให้เขาโด่งดังระดับโลกคือ พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ บิลเบา ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนร์บีออน  เมืองบิลบาโอ แคว้นบาสก์ในสเปน ซึ่งเปิดในปี 2540 โดดเด่นด้วยโครงสร้างไทเทเนียมที่คดโค้งราวประติมากรรม ทำให้เมืองบิลเบากลายเป็นจุดหมายด้านศิลปะระดับโลก

ก่อนหน้านั้น ชื่อเสียงของเกห์รีเริ่มเป็นที่จับตาเมื่อเขาปรับปรุงบ้านของตัวเองที่ ซานตา โมนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยใช้วัสดุที่ไม่คาดคิดในงานสถาปัตยกรรม เช่น รั้วลวดตาข่าย ไม้อัด และแผ่นเหล็กลอน ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ความกล้าทดลองของเขา.

ที่มา BBC

“คองโก-รวันดา” ปะทะเดือดต่อ เพียงหนึ่งวันหลังประธานาธิบดีทรัมป์ ช่วยทำพิธีลงนามสันติภาพ

"คองโก-รวันดา" ปะทะเดือดต่อ เพียงหนึ่งวันหลังประธานาธิบดีทรัมป์ ช่วยทำพิธีลงนามสันติภาพ

5 ธ.ค. 2568 22:26 น.

“คองโก-รวันดา” ปะทะเดือดต่อ เพียงหนึ่งวันหลังประธานาธิบดีทรัมป์ ช่วยทำพิธีลงนามสันติภาพ

ศึก “คองโก-รวันดา” เดือดต่อ เพียงหนึ่งวันหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำพิธีลงนามอย่างเป็นทางการ  กลุ่มกบฏ M23 ไม่ร่วมข้อตกลง โจมตี-ถล่มเมืองต่อเนื่อง บ้านเรือนพัง ผู้หญิงและเด็กเสียชีวิต

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า การสู้รบอย่างรุนแรงในพื้นที่ทางตะวันออกของคองโก ยังดำเนินไปอย่างดุเดือด เพียงหนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพจัดพิธีลงนามสันติภาพระหว่าง นายเฟลิกซ์ ทิชิเกดี ตลอดจนนายเฟลิกซ์ ทิชิเกดี ผู้นำคองโก และนายพอล คากาเม 

โดยทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันความมุ่งมั่นต่อข้อตกลงที่บรรลุ ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งที่ดำเนินมานานหลายสิบปี และเปิดทางให้การลงทุนเหมืองแร่จากชาติตะวันตกเพิ่มขึ้นในภูมิภาคอุดมทรัพยากรแห่งนี้

ทรัมป์กล่าวว่า นี่คือการยุติสงครามที่ดำเนินมากว่าหลายทศวรรษพร้อมชี้ว่ารัฐบาลของเขาเข้าไปไกล่เกลี่ยในความขัดแย้งหลายพื้นที่ทั่วโลก เพื่อเสริมบทบาทสันติภาพของสหรัฐฯ 

ขณะที่กลุ่มกบฏ AFC/M23 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรวันดา และยึดครองเมืองใหญ่สองแห่งในคองโกตะวันออกเมื่อต้นปีนี้ ยืนยันว่าไม่ผูกพันกับข้อตกลงที่วอชิงตัน พร้อมกล่าวหากองกำลังรัฐบาลว่าดำเนินการโจมตีเป็นวงกว้าง

กองทัพคองโกยืนยันสู้รบยังไม่หยุด โฆษกกองทัพคองโกยืนยันกั ว่า การปะทะยัๅงคงดำเนินอยู่ในแนวรบหลายจุด โดยเฉพาะตามแนว คาซิบา–คาโตโกตา–รูรัมโบ ในจังหวัดเซาท์คิวู แต่ยังไม่เปิดเผยยอดผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บโดยรวม.

อินเดียโกลาหลวันที่ 4 สายการบิน IndiGo ยกเลิกเที่ยวบินกว่า 500 ไฟลต์

อินเดียโกลาหลวันที่ 4 สายการบิน IndiGo ยกเลิกเที่ยวบินกว่า 500 ไฟลต์

5 ธ.ค. 2568 16:53 น.

อินเดียโกลาหลวันที่ 4 สายการบิน IndiGo ยกเลิกเที่ยวบินกว่า 500 ไฟลต์

สถานการณ์การเดินทางทางอากาศในอินเดียเผชิญความโกลาหลอย่างหนักเป็นวันที่ 4 หลังสายการบิน IndiGo ซึ่งเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ประกาศยกเลิกเที่ยวบินอีกกว่า 500 เที่ยวในวันนี้ (5 ธ.ค.) ต่อเนื่องจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเครือข่ายเป็นเวลา 3 วันเต็ม สาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนนักบินอย่างรุนแรงเนื่องจากความล้มเหลวในการปรับตัวเข้ากับกฎการจัดตารางบินใหม่

IndiGo สายการบินที่มีส่วนแบ่งตลาดในอินเดียสูงถึง 60% และให้บริการมากกว่า 2,000 เที่ยวบินต่อวัน กำลังเผชิญกับภาวะชะงักงันครั้งใหญ่ เนื่องจากไม่สามารถจัดการตารางการทำงานของลูกเรือให้สอดคล้องกับข้อจำกัดระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่และชั่วโมงบินของนักบิน (Flight Duty Time Limitation – FDTL) ใหม่ ที่กำหนดชั่วโมงพักผ่อนที่มากขึ้นและจำกัดการทำงานในเวลากลางคืน

ในช่วงฤดูท่องเที่ยวและฤดูการแต่งงานที่คึกคักของเดือนธันวาคม  ผู้โดยสารหลายพันคนต้องตกค้างตามสนามบินทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เที่ยวบินทั้งหมดจากกรุงนิวเดลีถูกยกเลิก

IndiGo ยอมรับว่า การดำเนินการจะกลับสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์ภายในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ปีหน้า และได้ยื่นขอผ่อนปรนชั่วคราวเกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่ดังกล่าว นอกจากนี้ สายการบินยังระบุว่าจะ ลดเที่ยวบินลง เพื่อบรรเทาความวุ่นวายตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม เป็นต้นไป

รัฐบาลอินเดียระบุว่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยรัฐมนตรีกระทรวงการบินกลางแสดง “ความไม่พอใจอย่างชัดเจน” ต่อการจัดการสถานการณ์ของสายการบิน

ในแถลงการณ์ หน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินของอินเดีย ระบุว่า การหยุดชะงักดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจาก “การตัดสินใจที่ผิดพลาดและช่องว่างในการวางแผน” ในการนำกฎ FDTL ใหม่มาใช้ และได้สั่งการให้ IndiGo ส่งแผนรายละเอียดเกี่ยวกับการสรรหาลูกเรือ การฝึกอบรม การปรับโครงสร้างตารางบิน การประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และมาตรการบรรเทาผลกระทบอื่น ๆ โดยทันที

สมาคมนักบินสายการบินแห่งอินเดีย ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง โดยระบุว่า การผ่อนปรนกฎการทำงานใด ๆ ที่ให้กับสายการบินจะบ่อนทำลายเจตนารมณ์ของกฎระเบียบใหม่ และ “ประนีประนอม” ต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารอย่างร้ายแรง

ภายใต้กฎ FDTL ใหม่ นักบินจะได้รับเวลาพักผ่อนมากขึ้น โดยมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่กำหนดให้นักบินทำการลงจอดในเวลากลางคืนได้เพียงสองครั้งต่อสัปดาห์ จากเดิมที่กำหนดไว้หกครั้ง

IndiGo ได้ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับการยกเลิก/เปลี่ยนแปลงการเดินทางทั้งหมดสำหรับเที่ยวบินระหว่างวันที่ 5 ถึง 15 ธันวาคม และจัดหาห้องพักโรงแรมและอาหารให้แก่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารจำนวนมากได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงบนโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับการไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และต้องติดค้างอยู่ที่สนามบินโดยไม่มีอาหาร โดยมีรายงานว่า นายไซมอน หว่อง ข้าหลวงใหญ่สิงคโปร์ประจำอินเดีย ต้องยกเลิกการเข้าร่วมงานแต่งงานของเจ้าหน้าที่ และกล่าวว่าตน “พูดไม่ออก” ขณะติดค้างอยู่กับผู้โดยสารนับพัน

สนามบินหลักในเมืองเดลี มุมไบ และเมืองอื่น ๆ ได้ออกคำแนะนำให้ผู้โดยสาร ตรวจสอบสถานะเที่ยวบิน ก่อนเดินทางมายังสนามบิน.

ที่มา BBC

“เน็ตฟลิกซ์” เปิดเจรจาซื้อสตูดิโอ Warner Bros Discovery ชี้ดีลอาจพลิกโฉมวงการสื่อ

"เน็ตฟลิกซ์" เปิดเจรจาซื้อสตูดิโอ Warner Bros Discovery ชี้ดีลอาจพลิกโฉมวงการสื่อ

5 ธ.ค. 2568 13:28 น.

“เน็ตฟลิกซ์” เปิดเจรจาซื้อสตูดิโอ Warner Bros Discovery ชี้ดีลอาจพลิกโฉมวงการสื่อ

แหล่งข่าวเผย “เน็ตฟลิกซ์” ยักษ์ใหญ่สตรีมมิงกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าซื้อสตูดิโอภาพยนตร์และโทรทัศน์ รวมถึงธุรกิจสตรีมมิงทั้งหมดของ “วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี” (Warner Bros Discovery) ในข้อตกลงที่มีมูลค่าหุ้นละ 28 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการซื้อขายครั้งนี้อาจพลิกโฉมภูมิทัศน์อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงระดับโลก

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า เน็ตฟลิกซ์ได้กลายเป็นผู้ยื่นข้อเสนอสูงสุดในการเข้าซื้อทรัพย์สินของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี (WBD) ซึ่งรวมถึงสตูดิโอผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ และหน่วยธุรกิจสตรีมมิงอย่าง HBO Max

ข้อเสนอเข้าซื้อกิจการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายบริการสตรีมมิงสำหรับผู้บริโภค เนื่องจากมีการรวมแพลตฟอร์มเน็ตฟลิกซ์ และ HBO Max เข้าไว้ด้วยกันในแพ็กเกจเดียว

สำหรับรายละเอียดข้อเสนอและเงื่อนไข แหล่งข่าวระบุว่า ข้อเสนอมีมูลค่าหุ้นละ 28 ดอลลาร์สหรัฐ เว็บไซต์ CNBC รายงานว่าเน็ตฟลิกซ์ได้ยื่นข้อเสนอที่ประกอบด้วยเงินสดสูงถึง 85% สำหรับสินทรัพย์ที่ต้องการซื้อ

ด้าน Bloomberg News รายงานว่าเน็ตฟลิกซ์ได้เสนอค่าธรรมเนียมการยกเลิกข้อตกลง เป็นเงินถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากดีลดังกล่าวถูกบล็อกโดยหน่วยงานกำกับดูแล และคาดว่าบริษัทอาจประกาศข้อตกลงภายในไม่กี่วัน

ด้านวอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่าวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี ต้องการรับข้อเสนอรอบใหม่ภายในวันที่ 4 ธ.ค. หลังพาราเมาท์ สกายแดนซ์ (Paramount Skydance) กล่าวหาว่ากระบวนการขายเอื้อประโยชน์ให้เน็ตฟลิกซ์มากกว่าบริษัทอื่น

แหล่งข่าวระบุว่าวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี เพิ่งได้รับข้อเสนอที่ปรับปรุงใหม่จากพาราเมาท์ (Paramount) คอมแคสต์ (Comcast) และเน็ตฟลิกซ์ หลังจากขอให้ยื่นราคาเพิ่มจากครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน

ทีมกฎหมายของพาราเมาท์ ได้ส่งหนังสือถึง นายเดวิด ซาสลาฟ ซีอีโอของ WBD โดยแสดงความกังวลต่อ “ความยุติธรรมและความเพียงพอ” ของกระบวนการประมูล โดยอ้างถึงรายงานข่าวที่ระบุว่าฝ่ายบริหารของ WBD ชื่นชอบข้อเสนอของเน็ตฟลิกซ์

พาราเมาท์ยังเรียกร้องให้ WBD แต่งตั้งคณะกรรมการพิเศษที่เป็นอิสระจากกรรมการที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อประเมินข้อเสนอและกำกับดูแลกระบวนการขาย โดยเน้นย้ำว่า “เราขอเรียกร้องอย่างยิ่งให้ท่านมอบอำนาจให้คณะกรรมการพิเศษดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยกรรมการที่ไม่มีแนวโน้มจะมีความลำเอียง หรือเป็นหนี้บุญคุณต่อผู้อื่นซึ่งมีผลประโยชน์ที่อาจแตกต่างจากผู้ถือหุ้น”

ก่อนหน้านี้ พาราเมาท์เคยพยายามซื้อบริษัท WBD ทั้งหมด โดยในเดือนตุลาคม คณะกรรมการของ WBD ได้ปฏิเสธข้อเสนอเดิมมูลค่าประมาณ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการขายอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน ข่าวการซื้อขายที่อาจเกิดขึ้นนี้ได้กระตุ้นให้สมาคมผู้สร้างภาพยนตร์ชั้นนำรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐสภาสหรัฐฯ เข้าแทรกแซง หากข้อเสนอของเน็ตฟลิกซ์ประสบความสำเร็จ โดยนิตยสารวาไรตี้ รายงานว่า กลุ่มผู้สร้างกังวลว่าการควบรวมกิจการครั้งใหญ่นี้จะนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจและสถาบันในฮอลลีวูดในที่สุด.

ที่มา Reuters

มือสังหาร “ชินโซ อาเบะ” กล่าวขอโทษครอบครัวอดีตนายกฯ ครั้งแรก

มือสังหาร "ชินโซ อาเบะ" กล่าวขอโทษครอบครัวอดีตนายกฯ ครั้งแรก

5 ธ.ค. 2568 11:52 น.

มือสังหาร “ชินโซ อาเบะ” กล่าวขอโทษครอบครัวอดีตนายกฯ ครั้งแรก

นายเท็ตสึยะ ยามากามิ ผู้ต้องหาในคดีลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้แสดงความรู้สึก “เสียใจอย่างสุดซึ้ง” ต่อครอบครัวอาเบะเป็นครั้งแรกในศาลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยยอมรับว่าตนเองได้ก่อความทุกข์ทรมานให้แก่ครอบครัวอดีตผู้นำมานานกว่าสามปีครึ่ง

รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า นายเท็ตสึยะ ยามากามิ ซึ่งก่อนหน้านี้ยอมรับสารภาพผิดในข้อหาฆาตกรรม ได้แถลงต่อศาลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (4 ธ.ค.) ว่า เขารู้สึก “เสียใจอย่างสุดซึ้ง” ต่อ นางอากิเอะ อาเบะ ภริยาของอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ

ยามากามิถูกกล่าวหาว่าใช้ปืนที่ผลิตเองลอบยิงอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะ ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งที่เมืองนารา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2022 จนเป็นเหตุให้นายอาเบะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในวันเดียวกัน การเสียชีวิตของเขาได้สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก

นายยามากามิกล่าวต่อศาล ตามการรายงานของสื่อท้องถิ่นว่า “ผมได้ก่อความทุกข์ทรมาน (ให้แก่ครอบครัว) มาเป็นเวลาสามปีครึ่ง ผมไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ” 

ก่อนหน้านี้ นายยามากามิได้แจ้งกับพนักงานสอบสวนว่า เขาลงมือก่อเหตุเพราะเชื่อว่าอาเบะมีส่วนในการส่งเสริมโบสถ์แห่งความสามัคคี ซึ่งยามากามิอ้างว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้มารดาของเขาและครอบครัวต้องประสบภาวะล้มละลาย

ข้อกล่าวหาของยามากามิได้นำไปสู่การสืบสวนลัทธิโบสถ์แห่งความสามัคคี ซึ่งมีต้นกำเนิดในเกาหลีใต้และเป็นที่รู้จักจากการจัดพิธีสมรสหมู่ โดยในเดือนมีนาคมปีนี้ ศาลโตเกียวได้มีคำสั่งยุบลัทธิดังกล่าว ซึ่งประกาศว่าจะ “ต่อสู้คดีจนถึงที่สุด”

โบสถ์แห่งความสามัคคีเคยเป็นที่ถกเถียงในประเด็นทางศาสนาและสังคมมาแล้วก่อนการลอบสังหารอาเบะ โดยมีรายงานว่านายโนบุสึเกะ คิชิ ปู่ของชินโซ อาเบะ ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเช่นกัน เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโบสถ์นี้ เนื่องจากมีแนวคิดต่อต้านคอมมิวนิสต์ และตัวอาเบะเองก็เคยกล่าวปราศรัยในงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้ด้วย

ในการพิจารณาคดีเมื่อเดือนที่แล้ว อัยการได้อ่านแถลงการณ์ของนางอากิเอะ อาเบะ ซึ่งระบุว่า “ความเศร้าโศกจากการสูญเสียสามีจะไม่ได้รับการบรรเทาลงเลย”

ที่มา BBC

ปูตินขู่กองทัพยูเครนต้องถอนกำลังจากดอนบาส หรือรัสเซียอาจต้องใช้กำลัง

ปูตินขู่กองทัพยูเครนต้องถอนกำลังจากดอนบาส หรือรัสเซียอาจต้องใช้กำลัง

5 ธ.ค. 2568 11:25 น.

ปูตินขู่กองทัพยูเครนต้องถอนกำลังจากดอนบาส หรือรัสเซียอาจต้องใช้กำลัง

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ย้ำจุดยืนที่แข็งกร้าวอย่างชัดเจนว่า กองทัพยูเครนจะต้องถอนกำลังออกจากภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกของประเทศ มิฉะนั้น รัสเซียจะใช้กำลังเข้ายึดครองและปฏิเสธข้อเสนอการประนีประนอมใด ๆ ในการยุติสงคราม แม้จะมีตัวแทนจากสหรัฐฯ เดินทางไปหารือแผนสันติภาพที่มอสโกเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ตาม

นายวลาดิเมียร์ ปูติน ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ India Today ก่อนเดินทางเยือนกรุงนิวเดลี โดยกล่าวว่า “เราจะปลดปล่อยดินแดนเหล่านี้ด้วยกำลัง หรือไม่เช่นนั้น กองทัพยูเครนก็จะต้องออกจากดินแดนเหล่านี้” ปัจจุบัน รัสเซียควบคุมพื้นที่ประมาณ 85% ของภูมิภาคดอนบาส

คำกล่าวของปูตินเกิดขึ้นหลังจากที่คณะผู้เจรจาของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนำโดยนาย สตีฟ วิตคอฟฟ์  ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ได้เดินทางไปเจรจาที่กรุงมอสโกวเมื่อวันอังคาร (2 ธ.ค.) โดยทรัมป์ระบุว่าผลการหารือนั้น “ค่อนข้างดี” แต่ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น เนื่องจาก “ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย”

อย่างไรก็ตาม นายยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศอาวุโสและผู้เจรจาคนสำคัญของปูติน กล่าวทันทีหลังการเจรจาว่า “ไม่มีการประนีประนอม” ใด ๆ ในการยุติสงคราม และยังบอกเป็นนัยว่า จุดยืนการเจรจาของรัสเซียแข็งแกร่งขึ้นจากความสำเร็จในสนามรบเมื่อไม่นานมานี้

แผนสันติภาพฉบับเดิมของสหรัฐฯ เสนอให้มีการส่งมอบพื้นที่ดอนบาสที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครน ให้ไปอยู่ภายใต้การควบคุมโดยพฤตินัยของปูติน แต่ทีมงานของนายวิตคอฟฟ์ได้นำเสนอแผนที่ที่ถูกปรับแก้ในการเจรจาที่มอสโก ซึ่งปูตินระบุว่า เขาไม่ได้เห็นแผนฉบับใหม่นี้ก่อนการเจรจากับนายวิตคอฟฟ์และนาย จาเรด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์

ปูตินกล่าวว่า พวกเขาต้องทบทวนทุกประเด็น ทำให้การเจรจาใช้เวลานาน และยอมรับว่ารัสเซียไม่เห็นด้วยกับบางส่วนของแผนสหรัฐฯ โดยไม่ได้ระบุว่าข้อขัดแย้งหลักคืออะไร แต่ประเด็นสำคัญที่ยังคงเป็นข้อพิพาทคือชะตากรรมของดินแดนยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดไป และหลักประกันความมั่นคงสำหรับยูเครน

ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้ปฏิเสธที่จะยกดินแดนให้รัสเซีย และกล่าวหาว่ารัสเซียกำลังถ่วงเวลาข้อตกลงหยุดยิงเพื่อพยายามยึดครองดินแดนยูเครนเพิ่มเติม

นายอันดรีย์ ซิบเฮีย รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเจรจาที่รัสเซียว่า ปูตินกำลัง “ทำให้โลกเสียเวลา” โดยยูเครนยืนยันมาตลอดว่า ข้อตกลงใด ๆ จะต้องมี หลักประกันความมั่นคงที่ชัดเจน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน คณะผู้เจรจาของยูเครนสามารถทำการเปลี่ยนแปลงสำคัญบางประการในแผนสันติภาพดั้งเดิมของสหรัฐฯ ซึ่งถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ต่อรัสเซียอย่างมาก โดยมีการร่าง “กรอบสันติภาพที่ปรับปรุงและกลั่นกรองใหม่” ในการหารือกับคณะผู้แทนสหรัฐฯ ที่นครเจนีวา

ทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ว่า ทีมความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีกำลังทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อหยุดยั้งความขัดแย้ง และได้จัดการประชุมที่มีประสิทธิผลเพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะจากทั้งสองฝ่าย เพื่อส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนและบังคับใช้ได้.

ที่มา BBC

กู้คืนได้แล้ว “ไข่ฟาแบร์เช” ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรมูลค่าสูง หลังผู้ต้องสงสัยกลืนลงท้องหนีคดี

กู้คืนได้แล้ว “ไข่ฟาแบร์เช” ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรมูลค่าสูง หลังผู้ต้องสงสัยกลืนลงท้องหนีคดี

5 ธ.ค. 2568 11:06 น.

กู้คืนได้แล้ว “ไข่ฟาแบร์เช” ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรมูลค่าสูง หลังผู้ต้องสงสัยกลืนลงท้องหนีคดี

ตำรวจนิวซีแลนด์ยืนยันว่าสามารถกู้คืนไข่ฟาแบร์เช ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรและไพลินมูลค่าสูง ออกมาจากท้องของผู้ต้องหาวัย 32 ปี ที่พยายามกลืนมันลงไปเพื่ออำพรางหลักฐานได้แล้ว

เจ้าหน้าที่ระบุว่าไข่ล็อกเก็ตมูลค่า NZ$33,585 หรือ ประมาณ 617,000 บาท ถูกนำออกมาจากร่างกายของผู้ก่อเหตุด้วยวิธีตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้การรักษาทางการแพทย์ใดๆ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่ตำรวจบุกจับผู้ต้องสงสัยภายใน ร้าน Partridge Jewellers ในย่านใจกลางเมืองโอ๊คแลนด์ เพียงไม่กี่นาทีหลังเขาถูกกล่าวหาว่ากลืนเครื่องประดับราคาแพงชิ้นนี้ลงไป

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของร้าน ผู้ต้องสงสัยได้กลืนล็อกเก็ตรูปไข่ที่ประดับด้วยเพชรสีขาว 60 เม็ด และไพลินสีน้ำเงิน 15 เม็ด ซึ่งด้านในเปิดออกเป็น ปลาหมึกทองคำ 18 กะรัต

เครื่องประดับรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ปี 1983 เรื่อง Octopussy ซึ่งมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการโจรกรรมไข่ฟาแบร์เชสุดหรู โดยฟาแบร์เช (Fabergé) เป็นแบรนด์เครื่องประดับระดับโลกที่ก่อตั้งในรัสเซียเมื่อกว่าสองศตวรรษก่อน และมีชื่อเสียงจากไข่ประดับอัญมณีและโลหะมีค่าที่หายากและมีมูลค่าสูง

ตำรวจเผยก่อนหน้านี้ว่าชายผู้ต้องสงสัยได้ผ่านการประเมินด้านการแพทย์แล้ว และเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องติดตามอาการของเขาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา จนกว่าเขาจะถ่ายท้องล็อกเก็ตนี้ออกมา

โดยรายงานจาก Radio NZ ระบุว่า เมื่อของกลางออกมาแล้ว ล็อกเก็ตจะถูกส่งกลับไปยังบริษัท Fabergé ตามขั้นตอน ซึ่งนอกจากข้อหาขโมยล็อกเก็ตนี้แล้ว ผู้ต้องสงสัยยังถูกตั้งข้อหาอื่นเพิ่ม รวมถึงขโมย iPad และของใช้สัตว์เลี้ยง โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้มีกำหนดขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 8 ธันวาคม.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ นิวซีแลนด์

ไอร์แลนด์-สเปน นำทัพบอยคอตต์ประกวดร้องเพลง “ยูโรวิชัน 2026 หลังอิสราเอลได้สิทธิ์เข้าร่วม

ไอร์แลนด์-สเปน นำทัพบอยคอตต์ประกวดร้องเพลง "ยูโรวิชัน 2026 หลังอิสราเอลได้สิทธิ์เข้าร่วม

5 ธ.ค. 2568 10:39 น.

ไอร์แลนด์-สเปน นำทัพบอยคอตต์ประกวดร้องเพลง “ยูโรวิชัน 2026 หลังอิสราเอลได้สิทธิ์เข้าร่วม

ไอร์แลนด์, สเปน, เนเธอร์แลนด์ และสโลวีเนีย ประกาศถอนตัวจากการประกวดเพลงยูโรวิชันประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการ เพื่อประท้วงการตัดสินใจของสหภาพการแพร่ภาพกระจายเสียงแห่งยุโรป (EBU) ที่ยังคงอนุญาตให้อิสราเอลเข้าร่วมแข่งขัน ท่ามกลางวิกฤตสงครามในฉนวนกาซา และข้อกล่าวหาเรื่องการลงคะแนนที่ไม่เป็นธรรม

ความขัดแย้งเกี่ยวกับสถานะของอิสราเอลในเวทียูโรวิชัน 2026  ได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนนำไปสู่การบอยคอตต์ครั้งสำคัญ หลังจากการประชุมของสมาชิกสหภาพการแพร่ภาพกระจายเสียงแห่งยุโรป (EBU) ซึ่งเป็นผู้จัดงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยไอร์แลนด์ แถลงว่า “การเข้าร่วมของเรายังคงเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ เมื่อพิจารณาถึงความสูญเสียชีวิตอันน่าเศร้าในกาซา และวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตพลเรือนจำนวนมาก”

ส่วนสเปนเรียกร้องให้มีการลงคะแนนลับเกี่ยวกับการแบนอิสราเอล แต่ถูกปฏิเสธ ทำให้สเปนแถลงว่า การตัดสินใจนี้ “เพิ่มความไม่ไว้วางใจต่อการจัดการเทศกาล” และสเปนซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม “บิ๊กไฟว์” ที่สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ ได้ยืนยันการถอนตัวจากการแข่งขันและการไม่ถ่ายทอดสดรอบชิงชนะเลิศและรอบรองชนะเลิศ

ด้านเนเธอร์แลนด์ ระบุว่า “การเข้าร่วมภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันนั้นเข้ากันไม่ได้กับคุณค่าสาธารณะซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเรา” ขณะที่สโลวีเนีย ยืนยันว่าจุดยืนของพวกเขายังไม่เปลี่ยนแปลง โดยกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงกฎใหม่ ๆ ไม่ได้เปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

การประชุมของ EBU ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ 50 องค์กร รวมถึง BBC ได้มีการหารือถึงอนาคตของการแข่งขันที่มีผู้ชมกว่า 150 ล้านคนต่อปี โดยมุ่งเน้นไปที่การรับรองกฎใหม่เพื่อป้องปรามการรณรงค์ลงคะแนนเสียงที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งมีข้อกล่าวหาว่าอิสราเอลได้ส่งเสริมผู้เข้าแข่งขันของตนอย่างไม่ยุติธรรมในปีนี้

รายงานข่าวระบุว่า การลงมติยอมรับมาตรการใหม่นี้ผูกมัดกับข้อตกลงที่สมาชิกจะไม่ดำเนินการลงคะแนนเสียงเพื่อพิจารณาสถานะการเข้าร่วมของอิสราเอล ทำให้ EBU ยืนยันว่าสมาชิกที่ต้องการเข้าร่วมและปฏิบัติตามกฎใหม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันปี 2026

นายมาร์ติน กรีน ผู้อำนวยการยูโรวิชัน กล่าวแสดงความยินดีที่สมาชิกได้มี “โอกาสถกเถียง” เกี่ยวกับสถานะของอิสราเอล โดยระบุว่า การลงมติแสดงให้เห็นว่าสมาชิกเห็นพ้องต้องกันว่า “ยูโรวิชันไม่ควรถูกใช้เป็นเวทีทางการเมือง แต่ต้องรักษาความเป็นกลางไว้”

ขณะที่ นายไอแซก เฮอร์ซ็อก ประธานาธิบดีอิสราเอล ยกย่องการตัดสินใจของ EBU ว่าเป็น “สัญลักษณ์แห่งชัยชนะเหนือผู้ที่พยายามปิดปากอิสราเอลและเผยแพร่ความเกลียดชัง” โดยหวังว่าการแข่งขันจะยังคงเป็นเวทีที่ยกย่องมิตรภาพระหว่างผู้คนและวัฒนธรรม

ด้าน นายโกลัน ยอชปาซ ซีอีโอของ KAN (สถานีโทรทัศน์ของอิสราเอล) ชี้ว่า ความพยายามตัดสิทธิ์อิสราเอล “สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นการบอยคอตทางวัฒนธรรม” และเตือนว่า “การบอยคอตอาจเริ่มต้นที่อิสราเอล แต่มันอาจจบลงที่ใด หรือทำร้ายใครอื่นอีกบ้าง ก็ไม่มีใครรู้”

ทั้งนี้ เยอรมนี  ซึ่งเคยขู่ว่าจะถอนตัวหากอิสราเอลถูกแบน ยินดีกับการตัดสินใจนี้ และตั้งตารอที่จะเข้าร่วมการแข่งขันต่อไป ส่วนกลุ่มประเทศนอร์ดิก ได้แก่ นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ เดนมาร์ก และไอซ์แลนด์ ออกแถลงการณ์ร่วมว่า “สนับสนุน” การตัดสินใจของ EBU ในการ “จัดการกับจุดอ่อนที่สำคัญ” ของระบบลงคะแนน อย่างไรก็ตามไอซ์แลนด์ จะยังไม่ตัดสินใจขั้นสุดท้ายจนกว่าจะถึงสัปดาห์หน้า ส่วนเบลเยียม ระบุว่าจะ “แจ้งจุดยืนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”

การตัดสินใจของ EBU ครั้งนี้ได้เผยให้เห็นความแตกแยกครั้งใหญ่ในยูโรวิชัน ระหว่างประเทศที่ยืนยันการเข้าร่วมเพื่อสนับสนุนความเป็นกลางทางวัฒนธรรม กับประเทศที่ตัดสินใจบอยคอตด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมและหลักจริยธรรม.

ที่มา BBC