ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 523 ราย รวมตัวค้านคำสั่งแบนกลุ่ม Palestine Action

ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 523 ราย รวมตัวค้านคำสั่งแบนกลุ่ม Palestine Action

12 เม.ย. 2569 10:50 น.

ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 523 ราย รวมตัวค้านคำสั่งแบนกลุ่ม Palestine Action

ตำรวจลอนดอนเข้าจับกุมผู้ประท้วงกว่า 500 คน ตั้งแต่คนรุ่นใหม่ไปจนถึงผู้สูงอายุวัย 87 ปี ฐานแสดงตัวสนับสนุนกลุ่ม “ปาเลสไตน์ แอคชัน” (Palestine Action) ซึ่งถูกระบุว่าเป็น “องค์กรต้องห้าม” ตามกฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย ท่ามกลางการต่อสู้ทางกฎหมายว่าคำสั่งแบนกลุ่มดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลลอนดอน ได้เข้าจับกุมผู้ประท้วงจำนวน 523 ราย ระหว่างการชุมนุมที่จัตุรัสทราฟัลการ์ เพื่อคัดค้านการที่รัฐบาลอังกฤษประกาศให้กลุ่ม “ปาเลสไตน์ แอคชัน” (Palestine Action) เป็นกลุ่มผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย

เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ที่ถูกจับกุมมีอายุตั้งแต่ 18 ปี ไปจนถึง 87 ปี โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาแสดงตัวสนับสนุนองค์กรต้องห้าม กลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมากถือป้ายที่มีข้อความว่า “ฉันต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ฉันสนับสนุนปาเลสไตน์ แอคชัน” ซึ่งเป็นการท้าทายคำเตือนของตำรวจที่ระบุล่วงหน้าว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทางอาญา

การประท้วงครั้งนี้ใช้ชื่อว่า “Everyone Day” จัดโดยกลุ่ม “Defend our Juries” เพื่อแสดงให้เห็นถึงการต่อต้านอย่างไม่ลดละต่อคำสั่งแบนกลุ่มปาเลสไตน์ แอคชัน ซึ่งถูกขึ้นบัญชีดำตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 หลังจากสมาชิกกลุ่มบางส่วนบุกรุกฐานทัพอากาศเพื่อประท้วงการที่อังกฤษสนับสนุนอิสราเอลในสงครามกาซา

หนึ่งในผู้ถูกจับกุมครั้งนี้คือ โรเบิร์ต เดล นายา ผู้ก่อตั้งวงดนตรีระดับตำนานอย่าง Massive Attack โดยเขากล่าวกับสื่อก่อนถูกจับกุมว่า การที่ตำรวจกลับลำมาไล่จับประชาชนอีกครั้งเป็นเรื่องที่ “ไร้สาระ” และเขามองว่าการกระทำของกลุ่ม Palestine Action คือความรักชาติ เพราะเป็นการพยายามปกป้องไม่ให้ประเทศเข้าไปพัวพันกับอาชญากรรมสงครามและการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนยืนยันยอมรับความเสี่ยงในการถูกจับกุม โดยมองว่าการเคลื่อนไหวเป็นการปกป้องสิทธิในการประท้วง และแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ในฉนวนกาซา

ขณะที่สถานการณ์ทางกฎหมายของกลุ่มปาเลสไตน์ แอคชันยังคงมีความซับซ้อน โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลสูงได้มีคำวินิจฉัยว่าการสั่งแบนกลุ่มนี้เป็นเรื่อง “ผิดกฎหมาย” แต่คำสั่งแบนยังคงมีผลบังคับใช้ระหว่างรอการอุทธรณ์

ทางด้านตำรวจลอนดอนย้ำว่า “เราจะไม่ลังเลที่จะดำเนินการหากมีการละเมิดกฎหมาย” ขณะที่อิสราเอลยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา โดยยืนยันว่าเป็นการใช้สิทธิ์ป้องกันตนเอง

นับตั้งแต่มีการสั่งแบนกลุ่มนี้เมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว มีผู้ถูกจับกุมจากการแสดงตัวสนับสนุนกลุ่ม ปาเลสไตน์ แอคชัน ไปแล้วรวมกว่า 2,200 ราย โดยการพิจารณาคดีของหลายร้อยคนยังคงถูกระงับไว้เพื่อรอผลสรุปทางกฎหมายว่าคำสั่งแบนดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่.

ที่มา BBC

ชายคลั่งใช้มีดไล่ฟันคนในสถานีรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก บาดเจ็บ 3 ราย ก่อนถูกตำรวจวิสามัญ

ชายคลั่งใช้มีดไล่ฟันคนในสถานีรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก บาดเจ็บ 3 ราย ก่อนถูกตำรวจวิสามัญ

12 เม.ย. 2569 10:23 น.

ชายคลั่งใช้มีดไล่ฟันคนในสถานีรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก บาดเจ็บ 3 ราย ก่อนถูกตำรวจวิสามัญ

เกิดเหตุระทึกขวัญกลางสถานีรถไฟใต้ดินแกรนด์เซ็นทรัล ในนครนิวยอร์ก หลังชายวัย 44 ปี ถือมีดมาเชเต้ไล่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ไม่เลือกหน้า โดยอ้างว่าตนเองคือ “ลูซิเฟอร์” ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย เจ้าหน้าที่เผยสั่งให้วางอาวุธกว่า 20 ครั้งแต่ไม่เป็นผล ก่อนตัดสินใจวิสามัญฆาตกรรมเพื่อระงับเหตุ

เกิดเหตุความรุนแรงในระบบขนส่งสาธารณะของสหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังชายรายหนึ่งพกพาอาวุธมีดมาเชเต้ไล่ทำร้ายประชาชนแบบสุ่ม ภายในสถานีรถไฟใต้ดินสถานีแกรนด์เซ็นทรัล-ถนนสาย 42 ซึ่งเป็นสถานีหลักที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของนครนิวยอร์ก

เจสซิกา ทิสช์ ผู้บัญชาการตำรวจนิวยอร์ก แถลงว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายเมื่อเวลาประมาณ 09:40 น. เมื่อไปถึงพบผู้ก่อเหตุทราบชื่อภายหลังคือ นายแอนโธนี กริฟฟิน วัย 44 ปี กำลังอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งและตะโกนซ้ำๆ ว่าตนเองคือ “ลูซิเฟอร์” เจ้าหน้าที่พยายามควบคุมสถานการณ์โดยสั่งให้เขาวางอาวุธมากกว่า 20 ครั้ง แต่ผู้ก่อเหตุขัดขืนและพยายามใช้มีดพุ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่ ทำให้ตำรวจตัดสินใจยิงสกัด 2 นัด ส่งผลให้ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลเบลวู

เหยื่อจากการสุ่มทำร้ายในครั้งนี้มีทั้งหมด 3 ราย ได้แก่ชายวัย 84 ปี และ ชายวัย 65 ปี มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะและใบหน้า โดยรายหนึ่งพบกะโหลกศีรษะร้าว และหญิงวัย 70 ปี มีแผลฉกรรจ์บริเวณไหล่เจ้าหน้าที่ระบุว่า แม้บาดแผลจะน่ากลัวแต่ทั้ง 3 รายได้รับการส่งตัวรักษาและคาดว่าไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ผู้อยู่ในเหตุการณ์รายหนึ่งเล่าว่า เขาได้ยินเสียงปืนดังสนั่นทะลุผ่านหูฟัง จากนั้นเห็น “กำแพงมนุษย์” วิ่งกรูมาทางประตูทางออกอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งเขาไม่เคยเห็นฝูงชนตื่นตระหนกขนาดนี้มาก่อน ทำให้ต้องตัดสินใจวิ่งหนีขึ้นบันไดไปพร้อมกับฝูงชน

ทางด้านผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก แคธี โฮชูล ได้กล่าวขอบคุณความกล้าหาญและการตัดสินใจที่เด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่หยุดยั้งเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีการสูญเสียมากกว่านี้ ขณะที่การให้บริการรถไฟใต้ดินต้องหยุดชะงักนานหลายชั่วโมงก่อนจะกลับมาเปิดให้บริการปกติในช่วงบ่าย

จากประวัติพบว่าผู้ก่อเหตุเคยถูกจับกุมมาแล้ว 3 ครั้งก่อนหน้านี้ โดยเจ้าหน้าที่สรุปเบื้องต้นว่าเป็นเหตุทำร้ายร่างกายแบบไม่เจาะจงเป้าหมาย.

ที่มา Associated Press

แหล่งข่าวเผย ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน “บาดเจ็บสาหัส-เสียโฉม” จากเหตุถล่มเตหะราน

แหล่งข่าวเผย ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน "บาดเจ็บสาหัส-เสียโฉม" จากเหตุถล่มเตหะราน

12 เม.ย. 2569 09:53 น.

แหล่งข่าวเผย ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน “บาดเจ็บสาหัส-เสียโฉม” จากเหตุถล่มเตหะราน

รอยเตอร์เปิดเผยข้อมูลวงใน ระบุ “โมจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ยังคงพักฟื้นจากบาดแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้าและขา หลังรอดชีวิตจากการโจมตีทางอากาศที่คร่าชีวิตบิดา ท่ามกลางคำถามถึงศักยภาพในการบริหารประเทศในช่วงวิกฤตสงคราม

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับวงในของอิหร่าน 3 ราย เปิดเผยว่า นายโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านวัย 56 ปี กำลังอยู่ระหว่างการรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บสาหัสที่บริเวณใบหน้าและขา ซึ่งเป็นผลพวงจากการโจมตีทางอากาศใส่ทำเนียบผู้นำในกรุงเตหะราน เมื่อช่วงต้นสงครามที่ผ่านมา

แหล่งข่าวระบุว่า ใบหน้าของเขาเสียโฉมจากการโจมตี และได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ขาอย่างน้อยหนึ่งข้าง อย่างไรก็ตาม เขายังคงมีสภาพจิตใจที่เฉียบแหลมและมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน โดยปัจจุบันเขายังคงปฏิบัติหน้าที่ผ่านระบบการประชุมทางเสียง เพื่อร่วมตัดสินใจในประเด็นสำคัญระดับชาติ ทั้งเรื่องยุทธศาสตร์สงครามและการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ

รายงานเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของคาเมเนอีสอดคล้องกับคำแถลงของนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่ระบุว่าคาเมเนอี “ได้รับบาดเจ็บและอาจเสียโฉม”

ขณะเดียวกัน รายงานจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแหล่งข่าวด้านข่าวกรองระบุสอดคล้องกันว่า เขาอาจสูญเสียขาข้างหนึ่งจากการโจมตีดังกล่าว แม้ข้อมูลทั้งหมดจะยังไม่สามารถตรวจสอบได้ก็ตาม

นับตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนบิดาเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ยังไม่มีการเผยแพร่ภาพนิ่ง วิดีโอ หรือบันทึกเสียงของเขาต่อสาธารณชนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งความลึกลับนี้เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่อิหร่านเผชิญความเสี่ยงสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ โดยเฉพาะเมื่อการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน

นายโมจตาบาได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ในวันแรกของสงครามที่เปิดฉากโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี บิดาและอดีตผู้นำสูงสุดที่ปกครองมาตั้งแต่ปี 1989 เสียชีวิตทันที พร้อมด้วยภรรยาและญาติใกล้ชิดของนายโมจตาบาอีกหลายราย

แม้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจของรัฐบาลอิหร่านจะเคยเรียกเขาว่า “จันบาซ” (Janbaz) หรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสงคราม แต่ทางสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ (CIA) และสำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นอย่างเป็นทางการต่อกรณีนี้

ด้านนักวิเคราะห์จาก Middle East Institute มองว่า แม้นายโมจตาบาจะเป็นตัวแทนของความต่อเนื่องในระบอบเดิม แต่ด้วยอาการบาดเจ็บและความด้อยประสบการณ์เมื่อเทียบกับบิดา อาจทำให้เขาเผชิญความยากลำบากในการสร้างบารมีและอำนาจเบ็ดเสร็จเพื่อนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตครั้งใหญ่ในครั้งนี้.

ที่มา Reuters

แวนซ์เผย ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน แม้เจรจามาราธอน 21 ชม.

แวนซ์เผย ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน แม้เจรจามาราธอน 21 ชม.

12 เม.ย. 2569 08:52 น.

แวนซ์เผย ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน แม้เจรจามาราธอน 21 ชม.

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า พวกเขากับผู้แทนจากอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามระหว่างกันได้ แม้เจรจามาราธอนนานเกือบทั้งวัน ย้ำ สหรัฐฯ ยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดไปแล้ว

เมื่อ 12 เม.ย. 2569 นาย เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จัดงานแถลงข่าวที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ระบุว่า คณะผู้แทนของสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามระหว่างกันได้ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเจรจามาราธอนตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาก็ตาม

“เราดำเนินการเรื่องนี้มาเป็นเวลา 21 ชั่วโมงแล้ว และเราได้มีการหารือในเชิงเนื้อหาหลายประการกับทางอิหร่าน นั่นคือข่าวดี” แวนซ์กล่าว “ข่าวร้ายก็คือเรายังไม่บรรลุข้อตกลง และผมคิดว่านั่นเป็นข่าวร้ายสำหรับอิหร่านมากกว่าที่เป็นข่าวร้ายสำหรับสหรัฐอเมริกา ดังนั้นเราจึงเดินทางกลับสหรัฐฯ โดยที่ยังไม่ได้ข้อตกลงร่วมกัน”

“เราค่อนข้างผ่อนปรนให้มากแล้ว ท่านประธานาธิบดีบอกกับเราว่า ‘พวกคุณต้องมาที่นี่ด้วยความจริงใจและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดข้อตกลง’ เราได้ทำเช่นนั้นแล้ว แต่ก็น่าเสียดายที่เราไม่สามารถมีความคืบหน้าใด ๆ ได้เลย” แวนซ์กล่าว และเสริมว่า ประเด็นหลักที่ตกลงกันไม่ได้คือการที่อิหร่านปฏิเสธที่จะล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์ของตน

เมื่อ นิก โรเบิร์ตสัน ผู้สื่อข่าวของ CNN ถามว่าเงื่อนไขใดที่ทางอิหร่านปฏิเสธ แวนซ์ตอบว่า “ข้อเท็จจริงง่ายๆ ก็คือ เราจำเป็นต้องเห็นความมุ่งมั่นที่ชัดเจนว่าพวกเขาจะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ และจะไม่แสวงหาเครื่องมือที่จะช่วยให้พวกเขาบรรลุการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างรวดเร็ว”

รองประธานาธิบดีกล่าวต่อไปว่า “คำถามคือ ‘เราได้เห็นความมุ่งมั่นขั้นพื้นฐานจากอิหร่านหรือไม่ ว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ใช่แค่ในตอนนี้ หรืออีก 2 ปีข้างหน้า แต่ต้องในระยะยาว?’ ซึ่งเรายังไม่เห็นสิ่งนั้น แต่เราหวังว่าเราจะได้เห็นในอนาคต”

“เราเดินทางออกจากที่นี่พร้อมกับข้อเสนอที่เรียบง่ายมาก ซึ่งเป็นแนวทางทำความเข้าใจที่เป็นข้อเสนอสุดท้ายและดีที่สุดของเรา” เขากล่าว “เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่าทางอิหร่านจะยอมรับมันหรือไม่”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์เตือนจีนเจอปัญหาใหญ่แน่ หากส่งอาวุธให้อิหร่าน

ทรัมป์เตือนจีนเจอปัญหาใหญ่แน่ หากส่งอาวุธให้อิหร่าน

12 เม.ย. 2569 06:12 น.

ทรัมป์เตือนจีนเจอปัญหาใหญ่แน่ หากส่งอาวุธให้อิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเตือนจีนว่าจะต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ หากส่งอาวุธให้แก่อิหร่าน ท่ามกลางรายงานข่าวว่า แดนมังกรกำลังเตรียมดำเนินการดังกล่าว

เมื่อ 11 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับนักข่าวของ ซีเอ็นเอ็น (CNN) ว่า จีนจะต้องเผชิญกับ “ปัญหาใหญ่” หากดำเนินการส่งอาวุธให้แก่อิหร่าน ในขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ปากีสถาน เพื่อหาทางยุติสงครามในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป

เบ็ตซี ไคลน์ ผู้สื่อข่าวของ CNN ถามนายทรัมป์ เรื่องข้อมูลข่าวกรองของสหรัฐฯ ที่ระบุว่ารัฐบาลจีนกำลังเตรียมส่งอาวุธให้อิหร่าน ผู้นำสหรัฐฯ ก็ตอบว่า “ถ้าจีนทำแบบนั้น จีนจะมีปัญหาใหญ่ เข้าใจไหม?”

ทรัมป์ไม่ได้ระบุว่าเขาได้หารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีนแล้วหรือไม่ โดยเขามีกำหนดการที่จะเดินทางเยือนประเทศจีน เพื่อพบกับนายสีในเดือนหน้า

ทั้งนี้ CNN รายงานเป็นแห่งแรกเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ว่า ข้อมูลข่าวกรองของสหรัฐฯ บ่งชี้ว่าจีนกำลังเตรียมส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นใหม่ให้แก่อิหร่านภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ตามข้อมูลจากแหล่งข่าว 3 รายที่คุ้นเคยกับการประเมินข่าวกรองล่าสุดของสหรัฐฯ

ข้อมูลข่าวกรองดังกล่าวเน้นย้ำให้เห็นว่า อิหร่านอาจกำลังใช้โอกาสในช่วงหยุดยิงเพื่อเติมคลังระบบอาวุธบางประเภท โดยได้รับความช่วยเหลือจากพันธมิตรหลักในต่างประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สื่ออิหร่านเผย เริ่มเจรจากับสหรัฐฯ รอบใหม่ ยังมีจุดติดขัดสำคัญ

สื่ออิหร่านเผย เริ่มเจรจากับสหรัฐฯ รอบใหม่ ยังมีจุดติดขัดสำคัญ

12 เม.ย. 2569 04:06 น.

สื่ออิหร่านเผย เริ่มเจรจากับสหรัฐฯ รอบใหม่ ยังมีจุดติดขัดสำคัญ

สื่ออิหร่านเผย ผู้แทนของทั้งสหรัฐฯ กับอิหร่านเริ่มการเจรจาไตรภาคีรอบใหม่แล้ว โดยยังมีจุดติดขัดอีกหลายอย่างที่ยังตกลงกันไม่ได้ รวมถึงเรื่องช่องแคบฮอร์มุซด้วย

เมื่อ 11 เม.ย. 2569 สำนักข่าว ทัสนิม (Tasnim) สื่อกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า คณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านได้เริ่มการเจรจาไตรภาคีรอบใหม่แล้ว ณ กรุงอิสลามาบัด โดยมีเจ้าหน้าที่ปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลาง หลังจากก่อนหน้านี้สิ้นสุดการพูดคุยเฟสแรกไป

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่ายังคงมีความท้าทายสำคัญหลายประการ โดยชี้ไปที่สิ่งที่ถูกเรียกว่า “ข้อเรียกร้องที่เกินขอบเขต” ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลให้ความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงเป็นไปอย่างยากลำบาก

“เมื่อพิจารณาจากข้อเรียกร้องที่เกินขอบเขตของสหรัฐฯ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายของทีมอิหร่านที่จะบรรลุกรอบความร่วมมือร่วมกันในการเจรจารอบนี้” สำนักข่าว Tasnim ระบุ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น (CNN) ของสหรัฐฯ รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวจากปากีสถานว่า บรรยากาศและผลลัพธ์โดยรวมของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในกรุงอิสลามาบัดส่วนใหญ่ยังคงเป็นไปในเชิงบวก แต่ยังคงมีสภาวะชะงักงันเกี่ยวกับการควบคุมพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับทีมเจรจาของอิหร่านบอกกับ CNN ว่า สหรัฐฯ ได้ยื่น “ข้อเรียกร้องที่ไม่อาจยอมรับได้” เกี่ยวกับช่องแคบดังกล่าวและประเด็นอื่น ๆ อีกหลายประเด็น

ทิศทางการนำเสนอของสื่ออื่นๆ ในอิหร่านก็เป็นไปในทางเดียวกัน โดยสำนักข่าวกึ่งทางการ Mehr รายงานว่า สหรัฐฯ ได้ตั้ง “ข้อเรียกร้องที่เกินขอบเขต” ต่อคู่เจรจาชาวอิหร่าน ขณะที่ IRIB สำนักข่าวของรัฐได้เผยแพร่ข้อมูลว่า สหรัฐฯ กำลัง “ใช้แนวทางที่รุกหนักจนเกินไปในการเจรจารอบนี้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เนทันยาฮูชี้ ภารกิจต้านอิหร่านยังไม่จบ แม้กำลังมีการเจรจาในปากีสถาน

เนทันยาฮูชี้ ภารกิจต้านอิหร่านยังไม่จบ แม้กำลังมีการเจรจาในปากีสถาน

12 เม.ย. 2569 02:42 น.

เนทันยาฮูชี้ ภารกิจต้านอิหร่านยังไม่จบ แม้กำลังมีการเจรจาในปากีสถาน

เบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า ภารกิจต่อต้านอิหร่านยังไม่เสร็จสิ้น แต่ถือว่าบรรลุผลลัพธ์ครั้งประวัติศาสตร์ ในขณะที่สหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังเจรจากันที่ปากีสถาน

เมื่อ 11 เม.ย. 2569 นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่า ภารกิจต่อต้านอิหร่านนั้น “ยังไม่จบสิ้น” ในขณะที่สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังดำเนินการเจรจาในปากีสถาน เพื่อหาทางยุติสงครามที่ลุกลามไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง

“ภารกิจนี้ยังไม่จบสิ้น แต่สามารถพูดได้อย่างชัดเจนแล้วว่า เราได้บรรลุผลลัพธ์ครั้งประวัติศาสตร์” เนทันยาฮูกล่าวเป็นภาษาฮีบรูผ่านแถลงการณ์ทางโทรทัศน์เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา

ในสุนทรพจน์ความยาว 13 นาที ซึ่งดูเหมือนจะสื่อสารถึงประชาชนในประเทศเป็นหลัก เนทันยาฮูได้รวบรวมสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของอิสราเอลในระหว่างสงคราม ซึ่งรวมถึงการสังหารผู้นำระดับสูงของอิหร่าน และการทำลายขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธ นอกจากนี้เขายังกล่าวถึงคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน โดยระบุว่ามันจะต้องถูกกำจัดออกไป ไม่ว่าจะด้วยข้อตกลงหรือ “ด้วยวิธีอื่น”

“อิหร่านกำลังอ้อนวอนขอการหยุดยิง” เนทันยาฮูอ้าง “ระบอบแห่งความหวาดกลัวนี้อ่อนแอลงอย่างมาก พวกเขากำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง”

อย่างไรก็ตาม แม้เนทันยาฮูจะพยายามอวดอ้างความสำเร็จ แต่ผลสำรวจความคิดเห็นทั่วประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อนพบว่า ชาวอิสราเอลส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นฝ่ายชนะสงครามกับอิหร่าน

เนทันยาฮูยังระบุด้วยว่าเขาได้อนุมัติการเจรจาโดยตรงกับเลบานอน ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์หน้า โดยเขากล่าวว่าข้อตกลงใดๆ ก็ตามจะต้องรวมถึงการปลดอาวุธของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และต้องเป็นข้อตกลงสันติภาพที่แท้จริง “ที่จะยั่งยืนไปหลายชั่วอายุคน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กองทัพสหรัฐฯ เผย เรือรบเริ่มเก็บกวาดทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

กองทัพสหรัฐฯ เผย เรือรบเริ่มเก็บกวาดทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

12 เม.ย. 2569 01:10 น.

กองทัพสหรัฐฯ เผย เรือรบเริ่มเก็บกวาดทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

กองทัพสหรัฐฯ เผยว่า เรือรบ 2 ลำกำลังดำเนินการเก็บกวาดทุ่นระเบิดที่กองทัพอิหร่านนำมาวางไว้ในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้เรือสินค้าต่างๆ สามารถเดินทางผ่านช่องแคบแห่งนี้ได้อย่างลื่นไหล

เมื่อ 11 เม.ย. 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่า เรือพิฆาตติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีของกองทัพเรือสหรัฐฯ 2 ลำ เริ่มปฏิบัติการกวาดทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซแล้ว เนื่องจากเรือบางส่วนยังคงไม่สามารถแล่นผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญสายนี้ได้ แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงแล้วก็ตาม

CENTCOM โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า เรือ ยูเอสเอส แฟรงก์ อี. ปีเตอร์สัน (USS Frank E. Peterson) และเรือ ยูเอสเอส ไมเคิล เมอร์ฟี (USS Michael Murphy) เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและปฏิบัติการในอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเพื่อทำให้แน่ใจว่า ช่องแคบดังกล่าวจะปราศจากทุ่นระเบิดที่กองทัพอิหร่านนำมาวางเอาไว้

“วันนี้เราได้เริ่มกระบวนการกำหนดเส้นทางเดินเรือใหม่ และเราจะแบ่งปันเส้นทางที่ปลอดภัยนี้กับภาคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือในเร็วๆ นี้ เพื่อส่งเสริมให้การค้าไหลเวียนได้อย่างเสรี” พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการ CENTCOM กล่าว

แม้ว่าความพยายามในครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่การจัดการกับภัยคุกคามจากทุ่นระเบิด แต่อิหร่านยังคงสามารถยิงขีปนาวุธได้ ซึ่งปัจจัยร่วมระหว่างขีปนาวุธและทุ่นระเบิดทำให้สหรัฐฯ หรือประเทศอื่นๆ ปกป้องเรือสินค้าหรือรักษาความปลอดภัยในช่องแคบด้วยวิธีการทางทหารได้ยากขึ้น

ก่อนหน้านี้ในวันเสาร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่า สหรัฐฯ กำลัง “เริ่มกระบวนการเคลียร์พื้นที่ในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเป็นการช่วยเหลือประเทศต่างๆ ทั่วโลก”

ทาง CNN รายงานว่านับตั้งแต่มีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรือเพียงประมาณ 30 ลำเท่านั้นที่ได้แล่นผ่านช่องแคบแห่งนี้

สื่ออิหร่านเผย เจรจาเฟสแรกกับสหรัฐฯ จบแล้ว แลกเปลี่ยนเอกสารข้อเสนอ

สื่ออิหร่านเผย เจรจาเฟสแรกกับสหรัฐฯ จบแล้ว แลกเปลี่ยนเอกสารข้อเสนอ

12 เม.ย. 2569 00:46 น.

สื่ออิหร่านเผย เจรจาเฟสแรกกับสหรัฐฯ จบแล้ว แลกเปลี่ยนเอกสารข้อเสนอ

สื่ออิหร่านเผย การเจรจาเฟสแรกระหว่างผู้แทนจากอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่ปากีสถานจบลงแล้ว โดยทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนเอกสารประเด็นต่างๆ ที่ยังต้องหารือกัน

เมื่อ 12 เม.ย. 2569 สำนักข่าว Fars ของอิหร่านรายงานว่า คณะผู้แทนจากสหรัฐฯ และอิหร่านได้แลกเปลี่ยนเอกสารลายลักษณ์อักษรที่ระบุถึงประเด็นต่าง ๆ ที่ยังอยู่ในการหารือ หลังจากที่การเจรจาทางการทูตเฟสแรกในปากีสถานได้เสร็จสิ้นลง

ผู้แทนของสหรัฐฯ ซึ่งนำโดย รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ เจรจาโดยตรงกับคณะผู้แทนของอิหร่านที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน เพื่อหาข้อยุติของสงครามซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อ 28 ก.พ. และลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง

นี่ถือเป็นการเจรจาแบบเผชิญหน้าในระดับสูงสุดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ นับตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามในปี 2522

รายงานล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก รัฐบาลอิหร่านโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ว่า การเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ได้เข้าสู่ “ขั้นตอนระดับผู้เชี่ยวชาญ” (expert-level stage) แล้ว ซึ่งเป็นขั้นตอนที่คณะกรรมการที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ทหาร กฎหมาย และนิวเคลียร์ จะได้เข้าหารือร่วมกัน

ทั้งนี้ สหรัฐฯ กับอิหร่านยังมีปมขัดแย้งสำคัญหลายด้าน โดยเฉพาะ 5 ประเด็นหลักที่ยังเห็นต่างอย่างชัดเจน ซึ่งอาจเป็นตัวชี้ชะตาว่าข้อตกลงครั้งนี้จะสำเร็จหรือสะดุดลงอีกครั้งได้แก่เรื่อง

สถานการณ์เลบานอน – ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงตึงเครียด โดยประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน เตือนว่าหากการโจมตียังดำเนินต่อ การเจรจาอาจไร้ความหมาย ขณะที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ย้ำว่าไม่มีข้อตกลงหยุดยิงกับฮิซบอลเลาะห์

ช่องแคบฮอร์มุซ – เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกยังเป็นประเด็นขัดแย้ง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาอิหร่านไม่เปิดเส้นทางตามข้อตกลง ขณะที่มีเรือผ่านเพียงไม่กี่ลำ และมีรายงานว่าอาจมีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งทางด้านอิหร่านพยายามกำหนดกฎใหม่ และมองช่องแคบแห่งนี้เป็นน่านน้ำอธิปไตยของอิหร่าน

โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน – ที่ผ่านมาความพยายามของนานาประเทศในการยุติโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน เป็นประเด็นหลักที่ยืดเยื้อมานาน โดยสหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ขณะที่อิหร่านยืนยันสิทธิในการพัฒนาเพื่อสันติ ภายใต้สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์

เครือข่ายพันธมิตรอิหร่าน – กลุ่มพันธมิตรในภูมิภาค อาทิ ฮิซบอลเลาะห์ ฮูตี และฮามาส ยังคงเป็นจุดขัดแย้งสำคัญ โดยอิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคามโดยตรง ขณะที่อิหร่านยังไม่แสดงท่าทีลดบทบาท

การยกเลิกคว่ำบาตรอิหร่าน – ที่ผ่านมาอิหร่านเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด รวมถึงการปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัดราว 120,000 ล้านดอลลาร์ แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าสหรัฐฯ จะยอมรับเงื่อนไขนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

นายกฯ เลบานอน เลื่อนเยือนสหรัฐฯ หลังอิสราเอลถล่มต่อเนื่อง

นายกฯ เลบานอน เลื่อนเยือนสหรัฐฯ หลังอิสราเอลถล่มต่อเนื่อง

11 เม.ย. 2569 23:29 น.

นายกฯ เลบานอน เลื่อนเยือนสหรัฐฯ หลังอิสราเอลถล่มต่อเนื่อง

นายกฯ เลบานอนเปิดเผยว่า เขาได้เลื่อนกำหนดการเยือนกรุงวอชิงตันของสหรัฐฯ ออกไป เพื่อดูแลสถานการณ์ในประเทศ หลังถูกอิสราเอลโจมตีอย่างต่อเนื่อง

เมื่อ 11 เม.ย. 2569 นายกรัฐมนตรี นาวาฟ ซาลาม ของเลบานอน กล่าวว่าเขาได้ตัดสินใจเลื่อนกำหนดการเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาและสหประชาชาติที่กำลังจะมาถึงออกไป เนื่องจากจำเป็นต้องอยู่ในกรุงเบรุตต่อไป ท่ามกลางการโจมตีอย่างต่อเนื่องของอิสราเอล

“เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ภายในประเทศที่กำลังดำเนินอยู่… ข้าพเจ้าได้ตัดสินใจเลื่อนการเดินทางไปยังสหประชาชาติและสหรัฐอเมริกาออกไป… เพื่อที่จะสามารถดูแลการทำงานของรัฐบาลที่นี่ในกรุงเบรุตได้” นายซาลามโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X

แหล่งข่าวจากรัฐบาลเลบานอนเปิดเผยกับ CNN เมื่อวันศุกร์ว่า เดิมทีมีการคาดการณ์ว่านายซาลามจะเดินทางไปยังกรุงวอชิงตันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลังจากที่อิสราเอลส่งสัญญาณพร้อมเปิดรับการเจรจาโดยตรงกับเลบานอน

การเลื่อนกำหนดการครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ทว่าเลบานอนยังคงถูกอิสราเอลโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลยิวกับสหรัฐฯ ระบุว่า เลบานอนไม่รวมอยู่ในข้อตกลง ขณะที่อิหร่านกับปากีสถานยืนยันว่า การหยุดยิงรวมเลบานอนด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn