ระทึก! ไฟไหม้โกดังน้ำหอมในตุรกีคร่า 6 ชีวิต เร่งสอบสวนสาเหตุ

ระทึก! ไฟไหม้โกดังน้ำหอมในตุรกีคร่า 6 ชีวิต เร่งสอบสวนสาเหตุ

10 พ.ย. 2568 10:51 น.

ระทึก! ไฟไหม้โกดังน้ำหอมในตุรกีคร่า 6 ชีวิต เร่งสอบสวนสาเหตุ

รัฐบาลตุรกีสั่งเปิดการสอบสวน เจ้าของกิจการและผู้จัดการโรงงาน หลังเกิดไฟไหม้โกดังเก็บน้ำหอมวอด คนงานดับ 6 ศพ

เหตุการณ์ไฟไหม้รุนแรงเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมาตามเวลาในท้องถิ่น ที่โกดังเก็บน้ำหอมในเขต ดิโลวาซี อำเภอหนึ่งทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศตุรกี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ และอีกหนึ่งคนได้รับบาดเจ็บ 

เหตุการณ์ไฟไหม้เริ่มต้นประมาณเวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่มีรายงานเสียงระเบิดหลายครั้งก่อนที่ไฟจะลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยเดินทางถึงที่เกิดเหตุทันที และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ภายในชั่วโมงเดียว

มีรายงานว่าโกดังดังกล่าวเป็นอาคาร 2 ชั้น ใช้สำหรับเก็บน้ำหอม ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรม ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองอิสตันบูลราว 43 ไมล์

โดยหลังเกิดเหตุ รัฐบาลตุรกีได้สั่งเปิดการสอบสวน โดยมีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 คนซึ่งรวมถึงเจ้าของกิจการและผู้จัดการโรงงาน เพื่อหาผู้รับผิดชอบในเหตุการณ์ดังกล่าว

ขณะที่ประธานาธิบดีเรเจฟ แทยิป แอร์โดอาน ได้แสดงความเสียใจและให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมสัญญาว่าจะเร่งตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดต่อไป.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ตุรกี

ผอ.-ซีอีโอข่าว BBC ลาออก หลังถูกวิจารณ์หนัก ปมตัดต่อสารคดีทรัมป์บิดเบือนข้อเท็จจริง

ผอ.-ซีอีโอข่าว BBC ลาออก หลังถูกวิจารณ์หนัก ปมตัดต่อสารคดีทรัมป์บิดเบือนข้อเท็จจริง

10 พ.ย. 2568 10:36 น.

ผอ.-ซีอีโอข่าว BBC ลาออก หลังถูกวิจารณ์หนัก ปมตัดต่อสารคดีทรัมป์บิดเบือนข้อเท็จจริง

นายทิม เดวี ผู้อำนวยการใหญ่ของ BBC และนางเดบอราห์ เทิร์นเนส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายข่าวของ BBC ได้ยื่นใบลาออกพร้อมกันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่ทั้งคู่เผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก จากกรณีที่สารคดี “Panorama” ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตัดต่อคำปราศรัยของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างบิดเบือนทำให้ผู้ชมเข้าใจผิด

หนังสือพิมพ์เดอะ เทเลกราฟ ได้เผยแพร่บันทึกข้อความภายในของ BBC ที่รั่วไหลออกมาเมื่อวันจันทร์ ซึ่งระบุว่า รายการ Panorama ได้ตัดต่อคำพูดสองส่วนจากคำปราศรัยของนายทรัมป์เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564 นำมาต่อกัน ทำให้ดูเหมือนว่านายทรัมป์สนับสนุนให้เกิดการจลาจลที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ อย่างชัดเจน

ในคำปราศรัยจริง นายทรัมป์กล่าวในส่วนหนึ่งว่า “เราจะเดินไปที่รัฐสภา และเราจะให้กำลังใจวุฒิสมาชิกและสมาชิกรัฐสภาที่กล้าหาญของเรา” แต่ในการตัดต่อของ Panorama ได้นำส่วนที่แยกกันกว่า 50 นาทีมาต่อกัน ทำให้เขาดูเหมือนพูดว่า “เราจะเดินไปที่รัฐสภา… และผมจะอยู่กับพวกคุณที่นั่น และเราจะสู้ เราจะสู้จนตาย”

นายทิม เดวี ซึ่งดำรงตำแหน่งมา 5 ปี เผชิญกับความกดดันจากข้อกล่าวหาเรื่องความเป็นกลางและความขัดแย้งหลายครั้งที่เกิดขึ้นกับ BBC โดยเขากล่าวว่า “เช่นเดียวกับองค์กรสาธารณะทั้งหมด BBC ไม่ได้สมบูรณ์แบบ และเราต้องเปิดเผย โปร่งใส และรับผิดชอบเสมอ แม้จะไม่ใช่เหตุผลเดียว การถกเถียงในปัจจุบันเกี่ยวกับ BBC News ก็มีส่วนทำให้เกิดการตัดสินใจของผม”

ด้านนางเดบอราห์ เทิร์นเนส ผู้ดำรงตำแหน่ง ซีอีโอฝ่ายข่าวมา 3 ปี กล่าวว่า ข้อพิพาทเรื่อง Panorama “ได้ดำเนินมาถึงจุดที่กำลังสร้างความเสียหายให้กับ BBC” พร้อมย้ำว่า “ความรับผิดชอบสูงสุดอยู่ที่ฉัน”

การลาออกของบุคคลสำคัญทั้งสองมีขึ้นก่อนที่ นายซามีร์ ชาห์ ประธานคณะกรรมการบริหารของ BBC จะแถลงต่อคณะกรรมการรัฐสภาในวันจันทร์ ซึ่งคาดว่าจะมีการขออภัยอย่างเป็นทางการต่อกรณีการตัดต่อคำพูดดังกล่าว

โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความยินดีกับการตัดสินใจนี้ โดยกล่าวว่าผู้บริหารระดับสูงของ BBC ลาออกหรือถูกไล่ออก “เพราะพวกเขาถูกจับได้ว่า ‘ดัดแปลง’ คำปราศรัยที่ดีมาก (สมบูรณ์แบบ!) ของผมเมื่อวันที่ 6 มกราคม” และกล่าวหาว่าคนเหล่านี้ “ไม่ซื่อสัตย์อย่างยิ่ง”

นอกจากนี้ รายงานภายในยังชี้ถึง “ปัญหาเชิงระบบ” ในการรายงานข่าวของ BBC Arabic เกี่ยวกับสงครามอิสราเอล–กาซา รวมถึงการรายงานประเด็นเพศสภาพและกลุ่มคนข้ามเพศที่ถูกมองว่าถูก “จำกัดโดยผู้สื่อข่าวเฉพาะด้าน” อีกทั้ง BBC ยังเพิ่งเผชิญคำร้องเรียน 20 กรณีเกี่ยวกับความไม่เป็นกลางของผู้ประกาศข่าว และถูกวิจารณ์ที่ไม่เปิดเผยว่าผู้บรรยายสารคดีเกี่ยวกับกาซาเป็นบุตรของเจ้าหน้าที่ฮามาส

นักวิเคราะห์สื่อหลายรายระบุว่า BBC ตอบสนองต่อข้อกล่าวหาช้าเกินไป และมองว่าการตัดต่อสุนทรพจน์ทรัมป์ “ไม่อาจปกป้องได้” ขณะที่อดีตผู้บริหารช่อง 4 วิจารณ์ว่า BBC ใช้เวลานานเกินควรในการขอโทษต่อสาธารณะ

การลาออกพร้อมกันของผู้นำสูงสุดและหัวหน้าฝ่ายข่าวในวันเดียวกันนับเป็น เหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในประวัติศาสตร์ของ BBC รัฐบาลอังกฤษระบุว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นโอกาสให้ BBC ฟื้นฟูความน่าเชื่อถือ และยืนยันว่าจะใช้การทบทวนรอยัลชาร์เตอร์ (Royal Charter) หรือพระบรมราชโองการจากพระมหากษัตริย์ ที่จะหมดอายุในปี 2027 เป็นจุดเริ่มต้นในการปรับองค์กรให้ตอบโจทย์ยุคใหม่.

ที่มา BBC

ซูเปอร์ไต้ฝุ่นฟงวองอ่อนกำลัง หลังถล่มฟิลิปปินส์ ก่อนมุ่งหน้าต่อไต้หวัน

ซูเปอร์ไต้ฝุ่นฟงวองอ่อนกำลัง หลังถล่มฟิลิปปินส์ ก่อนมุ่งหน้าต่อไต้หวัน

10 พ.ย. 2568 09:49 น.

ซูเปอร์ไต้ฝุ่นฟงวองอ่อนกำลัง หลังถล่มฟิลิปปินส์ ก่อนมุ่งหน้าต่อไต้หวัน

พายุไต้ฝุ่นฟงวอง ซึ่งเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นขณะขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ อ่อนกำลังลงและเคลื่อนตัวสู่ทะเลจีนใต้แล้วเมื่อเช้าวันจันทร์ หลังคร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 2 ราย ล่าสุดมุ่งหน้าต่อไปยังไต้หวัน

พายุฟงวองพัดถล่มชายฝั่งตะวันออกของฟิลิปปินส์เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยแรงลมระดับซูเปอร์ไต้ฝุ่น กวาดล้มต้นไม้ บ้านเรือนพังเสียหาย และน้ำท่วมหนักหลายเมือง โดยเฉพาะจังหวัดออโรรา ซึ่งเป็นจุดที่พายุขึ้นฝั่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยรายงานว่า เส้นทางหลายสายไม่สามารถสัญจรได้เพราะดินถล่มและไฟฟ้าดับทั่วพื้นที่

นาง ออโรรา ตาอาย นายกเทศมนตรีเมืองดิงกาลัน เผยผ่านไลฟ์บนเฟซบุ๊กว่า บ้านเรือนและเรือประมงจำนวนมากตามแนวชายฝั่งถูกคลื่นยักษ์ซัดพังเสียหาย ขณะที่หน่วยกู้ภัยเพิ่งเริ่มประเมินความเสียหายได้ในช่วงเช้าวันจันทร์ หลังฝนและกระแสน้ำลดลง

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ระบุว่า พายุฟงวองจะเคลื่อนตัว มุ่งหน้าขึ้นทางเหนือสู่ไต้หวัน โดยยังคงมีฝนตกหนักเป็นหย่อม ๆ ในหลายพื้นที่ของเกาะลูซอน รวมถึงกรุงมะนิลา

ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน ฟิลิปปินส์เพิ่งเผชิญกับความเสียหายรุนแรงจาก ไต้ฝุ่นคัลแมกี ที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 224 ราย ทำให้รัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า พายุที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนหนึ่งมาจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทำให้อุณหภูมิมหาสมุทรสูงขึ้น ส่งผลให้พายุสามารถทวีกำลังได้รวดเร็วและก่อฝนตกหนักมากขึ้น.

ที่มา :channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ พายุฟงวอง

“ศิริกัญญา” เมินร่วมซักฟอก อ้างไม่พบข้อมูลร้ายแรง ให้เวลารัฐบาลแก้ปัญหาชาติ

“ศิริกัญญา” เมินร่วมซักฟอก อ้างไม่พบข้อมูลร้ายแรง ให้เวลารัฐบาลแก้ปัญหาชาติ

“ศิริกัญญา” เมินร่วมซักฟอก อ้างไม่พบข้อมูลร้ายแรง ให้เวลารัฐบาลแก้ปัญหาชาติ

10 พ.ย. 2568 08:24 น.

“ศิริกัญญา” พูดชัด ปชน.ยังให้เวลารัฐบาล “อนุทิน” ชี้ยังไม่พบข้อมูลร้ายแรงสุดๆจริงถึงขั้นต้องยื่นซักฟอก ฟุ้งค่ายส้มทำหน้าที่ตรวจสอบทุกวัน ไม่ต้องรอให้ยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ปัดล็อกเป้าขย่ม กธ.ตีกินโกยคะแนนเสียงล่วงหน้า โอ่เลือกตั้งครั้งหน้า เอ็มโอเอรัฐบาลผสม รมต.ถูก ป.ป.ช.ชี้มูล

สว.สหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงยุติชัตดาวน์ หลังเดโมแครตถอยเรื่องโอบามาแคร์

สว.สหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงยุติชัตดาวน์ หลังเดโมแครตถอยเรื่องโอบามาแคร์

10 พ.ย. 2568 06:42 น.

สว.สหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงยุติชัตดาวน์ หลังเดโมแครตถอยเรื่องโอบามาแคร์

วุฒิสภาสหรัฐฯ เข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติการชัตดาวน์แล้ว หลังจากฝ่ายเดโมแครตส่งสัญญาณยอมถอยเรื่อง โอบามาแคร์ แต่ยังมีบางจุดที่ต้องเจรจากันอยู่

สำนักข่าว CNN รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวหลายคนว่า สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตหลายคนส่งสัญญาณจะยอมรับข้อตกลงเพื่อเปิดรัฐบาลอีกครั้ง หากทำเนียบขาวยอมอ่อนข้อให้ในบางประเด็นสำคัญ นับเป็นการฝ่าทางตันครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องชัตดาวน์เพราะไม่มีกฎหมายงบประมาณฉบับใหม่มานาน 40 วันแล้ว

ข้อตกลงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะรวมถึง มาตรการชั่วคราวใหม่ เพื่อขยายการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลออกไปจนถึงเดือนมกราคม และผูกโยงกับ แพ็กเกจที่ใหญ่ขึ้น เพื่อจัดสรรงบประมาณเต็มจำนวนให้กับหน่วยงานสำคัญหลายแห่ง

ร่างกฎหมายที่กว้างขึ้นนี้จะรวมถึง ร่างกฎหมายการจัดสรรงบประมาณเต็มปีสามฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างทางทหารและกิจการทหารผ่านศึก, ฝ่ายนิติบัญญัติ และกระทรวงเกษตร

ข้อมูลสรุปของ น.ส.แพตตี เมอร์เรย์ สว.เดโมแครต ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะรวมถึงงบประมาณใหม่จำนวน 203.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มมาตรการความปลอดภัยและการป้องกันสำหรับสมาชิกสภาคองเกรส เพิ่มเติมจากงบประมาณจำนวน 852 ล้านดอลลาร์ สำหรับตำรวจรัฐสภาสหรัฐฯ

แต่ข้อตกลงนี้จะไม่รวม การขยายเวลา “กฎหมายการดูแลสุขภาพราคาประหยัด” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โอบามาแคร์” (ACA) ที่กำลังจะหมดอายุ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องหลักของฝ่ายเดโมแครต แต่มีการรับประกันว่า จะมีการลงมติเกี่ยวกับเรื่องนี้ภายในวุฒิสภาสหรัฐฯ ในภายหลัง และไม่มีการรับประกันว่า การขยายเวลา ACA จะกลายเป็นกฎหมาย

แหล่งข่าวกล่าวว่า พรรคเดโมแครตตระหนักว่าจุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้น ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะไม่ขยายการอุดหนุนงบประมาณให้โครงการโอบามาแคร์ ทำให้โอกาสในการบรรลุข้อตกลงร่วมกันของทั้งสองพรรคในประเด็นดังกล่าวแทบเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นฝ่ายเดโมแครตหลายคนจึงยอมถอย เหลือเพียงให้ลงมติในเวลาอื่น เพื่อยุติการชัตดาวน์ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบมากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุด้วยว่า ยังมีประเด็นสำคัญที่ยังติดขัดและต้องได้รับการแก้ไขก่อนที่รัฐบาลจะสามารถเปิดทำการได้อีกครั้ง โดยหลัก ๆ คือข้อเรียกร้องของพรรคเดโมแครตที่จะให้ คืนตำแหน่งแก่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง ที่ถูกรัฐบาลทรัมป์ไล่ออกไป

แหล่งข่าว 2 คนบอกกับ CNN ว่า ยกเลิกการลดจำนวนบุคลากรบางส่วนที่เกิดขึ้นตลอดช่วงการปิดทำการรัฐบาลทั่วทั้งหน่วยงานรัฐบาลกลาง

ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการลงคะแนนเสียงจะเกิดขึ้นเมื่อใด เนื่องจากยังมีการเจรจาขั้นสุดท้ายเกิดขึ้นอยู่เบื้องหลัง ซึ่งนายจอห์น ทูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าการลงคะแนนเสียงเบื้องต้นอาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย.

เหล่า สว.จะเริ่มการลงคะแนนเสียงเพื่อรับพิจารณามาตรการชั่วคราวที่ผ่านโดยสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วก่อน ซึ่งหมายความว่าต้องมี สว.ฝ่ายเดโมแครตอย่างน้อย 8 คนยกมือสนับสนุน เพื่อให้ร่างกฎหมายนี้ผ่าน จากนั้นวุฒิสภาจะแก้ไขร่างกฎหมายนั้นด้วย แพ็กเกจการจัดสรรงบประมาณที่ใหญ่ขึ้น ตามที่ทั้งสองพรรคเจรจากันเอาไว้

หากร่างกฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา ร่างกฎหมายจะต้องถูกส่งกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อผ่านความเห็นชอบขั้นสุดท้าย ก่อนจะส่งไปยังโต๊ะของประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อให้เขาลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมาย เพื่อเปิดรัฐบาลอีกครั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการที่อาจต้องใช้เวลานานหลายวัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รัฐบาลประกาศนโยบายล้างบางสแกมเมอร์ : ตัดตอนก่อนบานปลาย

รัฐบาลประกาศนโยบายล้างบางสแกมเมอร์ : ตัดตอนก่อนบานปลาย

รัฐบาลประกาศนโยบายล้างบางสแกมเมอร์ : ตัดตอนก่อนบานปลาย

10 พ.ย. 2568 04:59 น.

ขันนอตองค์กรปราบปรามสแกมเมอร์ ตอกย้ำรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หลังตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีนายกฯเป็นประธาน เพื่อให้การล้างบางขบวนการนี้เป็นไปอย่างมี

รอมา 11 ปี ฮามาสคืนศพทหารอิสราเอล ถูกสังหารตั้งแต่ปี 2557 แล้ว

รอมา 11 ปี ฮามาสคืนศพทหารอิสราเอล ถูกสังหารตั้งแต่ปี 2557 แล้ว

10 พ.ย. 2568 04:37 น.

รอมา 11 ปี ฮามาสคืนศพทหารอิสราเอล ถูกสังหารตั้งแต่ปี 2557 แล้ว

กลุ่มฮามาสส่งคืนร่างของนายทหารที่เสียชีวิตในสงครามเมื่อปี 2557 คืนให้แก่อิสราเอลแล้ว สิ้นสุดการรอคอยของครอบครัวที่ต้องทนทุกข์มานานนับ 10 ปี

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 พ.ย. 2568 ทางการอิสราเอลออกมายืนยันว่า พวกเขาได้รับร่างของร้อยโท ฮาดาร์ โกลดิน ทหารที่เสียชีวิตในฉนวนกาซาระหว่างสงครามเมื่อปี 2557 กลับคืนมาแล้ว ยุติการรอคอยของครอบครัวที่ต้องทนทุกข์มานานกว่า 10 ปี

ร้อยโท โกลดิน วัย 23 ปี ถูกสังหารหลังจากข้อตกลงหยุดยิง เพื่อยุติสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในปี 2557 เริ่มมีผลบังคับใช้ได้เพียง 2 ชั่วโมง ขณะที่ครอบครัวของเขาออกมาเคลื่อนไหวตลอด 11 ปีที่ผ่านมา เพื่อขอให้รัฐบาลหาทางนำร่างของโกลดินกลับคืนมา

กองทัพอิสราเอลยืนยันมานานแล้วว่า ร้อยโท โกลดิน เสียชีวิตแล้ว โดยอ้างอิงจากหลักฐานที่พบในอุโมงค์ที่ร่างของเขาถูกนำไป ซึ่งรวมถึงเสื้อที่เปื้อนเลือดและชายเสื้อสำหรับสวดมนต์ ซึ่งร่างของเขาเป็นศพเดียวที่ไม่ใช่ผู้เสียชีวิตในสงครามปัจจุบัน และยังอยู่ในฉนวนกาซา

การส่งคืนร่างของนายโกลดินถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญในข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งสหรัฐฯ เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย หลังจากที่ผ่านมาการบังคับใช้เกิดการติดขัด เนื่องจากกลุ่มฮามาสไม่สามารถคืนร่างตัวประกันที่เสียชีวิตทั้ง 28 รายให้แก่อิสราเอลได้ในทันที โดยอ้างว่า “ศพจำนวนหนึ่งถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง” นอกจากนั้นยังเกิดการปะทะกันเป็นระลอกด้วย

ความเคลื่อนไหวล่าสุดทำให้ตอนนี้ อิสราเอลได้รับคืนศพตัวประกันแล้ว 24 จาก 28 ราย โดยที่เหลือเป็นตัวประกันชาวอิสราเอล 3 ราย และชาวไทย 1 ราย

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่า ตอนนี้ครอบครัวของร้อยโท โกลดิน จะสามารถประกอบพิธีศพตามหลักศาสนายิวให้กับเขาได้แล้ว พร้อมกล่าวย้ำว่า เขาจะนำร่างของตัวประกันที่เสียชีวิตกลับคืนมาทั้งหมด “จนถึงตอนนี้ เรานำกลับมาได้แล้ว 250 ราย เราจะนำพวกเขากลับมาทั้งหมด”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

ตีนผีซิ่งรถหนีตำรวจ พุ่งใส่บาร์ในฟลอริดา ดับ 4 ศพ เจ็บอื้อ

ตีนผีซิ่งรถหนีตำรวจ พุ่งใส่บาร์ในฟลอริดา ดับ 4 ศพ เจ็บอื้อ

10 พ.ย. 2568 03:13 น.

ตีนผีซิ่งรถหนีตำรวจ พุ่งใส่บาร์ในฟลอริดา ดับ 4 ศพ เจ็บอื้อ

หนุ่มซิ่งรถหนีการจับกุมของตำรวจ ก่อนพุ่งชนผู้คนที่หน้าผับแห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ บาดเจ็บอีกนับสิบราย

เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ 8 พ.ย. 2568 ตามเวลาสหรัฐฯ เกิดเหตุรถยนต์ซิ่งหนีการไล่ล่าของตำรวจ ก่อนพุ่งเข้าชนบาร์ที่มีผู้คนหนาแน่น ในเขตแทมปา รัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในด้านสถานบันเทิงยามค่ำคืนและแหล่งท่องเที่ยว จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บอีก 11 ราย

สำนักงานตำรวจเขตแทมปาแถลงว่า หน่วยลาดตระเวนทางอากาศพบรถเก๋งสีเงินคันหนึ่งขับขี่อย่างประมาทบนทางด่วนเมื่อเวลาประมาณ 00:40 น. หลังจากพบเห็นการขับรถแข่งกันบนถนนในอีกย่านหนึ่ง

จากนั้น หน่วยลาดตระเวนทางหลวงรัฐฟลอริดาได้ไล่ตามรถคันดังกล่าวและพยายามใช้ วิธีการ PIT maneuver ซึ่งเป็นการเฉี่ยวชนที่บังโคลนด้านหลังเพื่อให้รถหมุน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ

ตำรวจระบุว่า เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนทางหลวงได้ “ยุติการไล่ล่า” เมื่อรถคันดังกล่าวเร่งความเร็วไปทางย่านอีบอ ซิตี (Ybor City) ซึ่งเป็นย่านประวัติศาสตร์ใกล้ตัวเมือง ก่อนที่สุดท้ายคนขับรถคันดังกล่าวก็สูญเสียการควบคุม ทำให้รถพุ่งเข้าชนผู้คนนับสิบคนที่ยืนอยู่ด้านนอกบาร์ Bradley’s on 7th

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 ศพ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 1 ศพ มีผู้บาดเจ็บอาการวิกฤตกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล 2 ราย ขณะที่ 7 รายมีอาการทรงตัว และอีก 2 รายได้รับการรักษาและออกจากโรงพยาบาลแล้ว นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยอีก 2 รายที่ปฏิเสธการรักษาในที่เกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุคือนาย ไซลัส แซมป์สัน อายุ 22 ปี ซึ่งถูกจับกุมแล้ว และตอนนี้กำลังถูกควบคุมตัวที่เรือนจำเขต ฮิลส์โบโร เคาน์ตี

เอกสารของศาลระบุว่า แซมป์สันถูกตั้งข้อหา ฆ่าคนตายโดยใช้ยานพาหนะ 4 กระทง และข้อหา หลบหนีหรือหลีกเลี่ยงการจับกุมอย่างรุนแรงจนเป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต 4 กระทง ซึ่งทั้งหมดเป็นความผิดอาญาร้ายแรงระดับ 1

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

เรือขนผู้อพยพล่มใกล้พรมแดน ไทย-มาเลเซีย ดับแล้ว 1 ศพ หายอีกนับสิบ

เรือขนผู้อพยพล่มใกล้พรมแดน ไทย-มาเลเซีย ดับแล้ว 1 ศพ หายอีกนับสิบ

10 พ.ย. 2568 01:47 น.

เรือขนผู้อพยพล่มใกล้พรมแดน ไทย-มาเลเซีย ดับแล้ว 1 ศพ หายอีกนับสิบ

เกิดเหตุเรือขนผู้อพยพล่มในทะเลใกล้พรมแดนระหว่างไทยกับมาเลเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ และมีผู้สูญหายอีกหลายสิบราย

เจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งของประเทศมาเลเซียเปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 9 พ.ย. 2568 ว่า เรือบรรทุกผู้อพยพลำหนึ่ง ล่มใกล้กับเกาะตะรุเตา ในภาคใต้ของประเทศไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยจนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่ช่วยผู้รอดชีวิตได้แล้ว 10 ราย และพบศพผู้หญิงลอยอยู่ในทะเล 1 ศพ

เจ้าหน้าที่มาเลเซียเชื่อว่า ผู้ประสบภัยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้อพยพที่มีจำนวนประมาณ 300 คน ซึ่งเดินทางมากับเรือลำใหญ่กว่า ก่อนจะแยกกันเดินทางด้วยเรือเล็ก ในตอนที่พวกเขาเข้าใกล้ประเทศมาเลเซีย

ตามรายงานของสำนักข่าว เบอร์นามา ของมาเลเซีย ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือใกล้กับเกาะลังกาวี รวมถึง ชายชาวเมียนมา 3 คน ชายชาวโรฮีนจา 2 คน และชายชาวบังกลาเทศ 1 คน ส่วนศพที่พบเป็นหญิงชาวโรฮีนจา โดยเจ้าหน้าที่กำลังพยายามค้นหาผู้ประสบภัยที่ยังคงสูญหาย

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชาวโรฮีนจาจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ตัดสินใจหลบหนีออกจากประเทศเมียนมาที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ เพื่อหลบหนีการกลั่นแกล้งและข่มเหงรังแก

ในขณะที่ความขัดแย้งและสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ในค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศ ผลักดันให้ชาวโรฮีนจาต้องเสี่ยงชีวิต เดินทางข้ามทะเลเพื่อไปแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในประเทศมาเลเซีย แม้ว่าการเดินทางจะมีความเสี่ยงสูง

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ผู้ที่หลบหนีเหล่านี้หลายคนต้องจ่ายเงินมากกว่า 3,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 105,000 บาท) เพื่อเป็นค่าเดินทาง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ดับแล้ว 2 ศพ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ฟงวอง” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ อพยพคนนับล้าน

ดับแล้ว 2 ศพ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ฟงวอง” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ อพยพคนนับล้าน

9 พ.ย. 2568 23:40 น.

ดับแล้ว 2 ศพ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ฟงวอง” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ อพยพคนนับล้าน

(ภาพจาก AFP PHOTO /NATIONAL OCEANIC AND ATMOSPHERIC ADMINISTRATION)

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ฟงวอง” เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้วในคืนวันอาทิตย์ และกำลังทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นวงกว้าง โดยล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ ขณะที่ประชาชนนับล้านคนต้องอพยพหนีพายุ

กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของฟิลิปปินส์ (PAGASA) รายงานว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ฟงวอง” (Fung-wong) เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางตะวันออกของประเทศแล้ว เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 9 พ.ย. 2568 โดยอิทธิพลของมันทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 2 ศพ ตั้งแต่ตอนยังไม่ขึ้นฝั่ง และทำให้ประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน

PAGASA ระบุว่า พายุลูกนี้ซึ่งมีรัศมีครอบคลุมเกือบทั้งประเทศฟิลิปปินส์ขึ้นฝั่งที่จังหวัด เอาโรรา บนเกาะลูซอน ซึ่งเป็นเกาะหลัก เมื่อเวลา 21.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น ไม่กี่วันหลังจากพายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” พัดถล่มภาคกลางของประเทศและคร่าชีวิตผู้คนไป 224 ศพ

ไต้ฝุ่นฟงวองขึ้นฝั่งด้วยความเร็วลม 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วลมกระโชกสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมันกำลังพัดถล่มพื้นที่หลายส่วนของเกาะลูซอนด้วยฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและเป็นวงกว้าง

พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะลูซอน ซึ่งเป็นเกาะที่มีประชากรมากที่สุดของฟิลิปปินส์ อยู่ภายใต้การประกาศเตือนภัยพายุขั้นสูงสุด และขั้นสูงสุดลำดับ 2 ขณะที่เขตเทศบาลกรุงมะนิลากับจังหวัดใกล้เคียงอยู่ภายใต้การเตือนภัยระดับ 3

เพื่อป้องกันไว้ก่อน หน่วยงานกำกับดูแลการบินพลเรือนได้สั่งปิดสนามบินหลายแห่ง รวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติ ไบโคล และสนามบินซังเลย์ ในกรุงมะนิลา

ตามการเปิดเผยของสำนักงานป้องกันภัยพลเรือน อิทธิพลของไต้ฝุ่นฟงวองทำให้มี ผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ 1 รายในจังหวัดคาตันดัวเนส ขณะที่หน่วยดับเพลิงกู้ร่างของหญิงรายหนึ่งที่ติดอยู่ใต้ซากบ้านที่พังถล่มในเมืองคัตบาโลกัน ขึ้นมาได้สำเร็จ

ทั้งนี้ พายุฟงวอง หรือที่ในท้องถิ่นเรียกกันว่า อูวาน (Uwan) เป็นพายุลูกที่ 21 ที่พัดเข้าถล่มฟิลิปปินส์ในปี 2568 นี้ ซึ่งตามปกติจะเผชิญพายุเฉลี่ย 20 ลูกต่อปี

PAGASA คาดการณ์ว่า ตั้งแต่วันจันทร์ พายุฟงวองจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ก่อนจะเปลี่ยนไปเคลื่อนตัวขึ้นเหนือภายในวันอังคาร โดยที่มันจะยังมีความรุนแรงในระดับพายุไต้ฝุ่นต่อไป

จากนั้นภายในวันพุธ (12 พ.ย.) ฟงวองจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ ช่องแคบไต้หวัน และจะอ่อนกำลังลงก่อนขึ้นฝั่งทางตะวันตกของเกาะไต้หวันในวันพฤหัสบดี โดยคาดกันว่า มันจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเคลื่อนที่เข้าสู่ผืนน้ำของหมู่เกาะริวกิว ในฐานะพายุหมุนเขตร้อน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna